เกิดใหม่เป็นองค์ชายในนิยายเล่มโปรด (Yaoi,ฮาเร็ม)

ตอนที่ 5 : ตอนที่ 5 มันเริ่มแล้ว เราก็เริ่มบ้าง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,543
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 301 ครั้ง
    28 ก.พ. 62

ตอนที่ 5
มันเริ่มแล้ว เราก็เริ่มบ้าง

       หลังจากที่ฮานึลได้องค์รักษ์ประจำตัวมาหมาดๆพ่วงด้วยการเป็นนักฆ่าอย่างจุนซาแล้ว ตอนนี้ก็เป็นเวลา3วันแล้วที่เขายังอยู่ดีมีสุขไม่โดนจุนซาฆ่าช่างโชคดียิ่งนัก ตอนแรกเขาคิดว่าจะโดนฆ่าตั้งแต่ป้อนขนมต๊อกอีกฝ่ายเสียด้วยซ้ำแต่ก็ยังรอดมานอนตีพุงเล่นในอีกสามวันถัดมา 

"ทำไมมันถึงได้ดูสงบขนาดนี้นะ ปกติในเรื่องมันจะต้องมีคนตายไม่เว้นแต่ละวันนี่หว่า..." เขาพึมพำออกมาก่อนจะเด้งตัวลุกจากที่นอนเพราะเสียงตะโกนโหวกเหวกโวยวายของขันทีจงที่อยู่ด้านนอก

"อะ องค์ชาย!! พระสนมๆ" ขันทีจงเปิดประตูเข้ามาและพูดรัวๆจนเขาจับใจความแทบไม่ได้ได้ยินเพียงแค่พระสนมอะไรสักอย่าง

"เสด็จแม่งั้นหรอ?" ฮานึลถาม

"แฮ่กๆ พ่ะย่ะค่ะองค์ชาย" ขันทีจงหอบเล็กน้อยก่อนจะพูดออกมา

"เสด็จแม่เป็นอะไรทำไมเจ้าถึงได้รีบร้อนวิ่งมาขนาดนี้" ฮานึลถามออกมาพลางรู้สึกตะหงิดๆขึ้นเรื่อยๆกลัวว่าสิ่งที่ตนคิดจะเป็นจริง

"เอ่อ พระสนมสิ้นพระชนม์แล้วพ่ะย่ะค่ะ" ขันทีจงบอกด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย

"เสด็จแม่...สิ้นพระชนม์แล้วงั้นหรอ" ฮานึลครางรับเสียงเบา ก่อนจะรีบรุดไปที่ตำหนักของพระสนมอีฮวาผู้เป็นแม่ด้วยความร้อนใจ 

       พอไปถึงเขาก็เจอกับเหล่านางในประจำตำหนักกำลังยืนร้องห่มร้องไห้อยู่ที่หน้าประตูช่างเสเเสร้งกันเก่งยิ่งนัก เพราะนางในเกือบครึ่งที่อยู่ในตำหนักของพระสนมอีฮวาหรือเสด็จแม่ของเขา ล้วนเป็นคนของขุนนางโจขุนนางฝ่ายซ้ายทั้งสิ้นเรียกได้ว่ากระจายกันอยู่ทั่ววังเลยด้วยซ้ำ แต่ทำไมคจนที่ไม่คอยมีบทบาทอะไรอย่างเสด็จแม่ถึงได้โดนฆ่ากัน...

เขาเดินเข้าไปในห้องก็เจอกับสภาพศพของผู้เป็นแม่ที่โดนมีดปักที่ดานหลังนอนคว่ำหน้าเสียชีวิตอยู่คราบเลือดเกราะกรังบนพื้นและชุดบ่งบอกได้ว่าคงถูกฆ่ามาหลายชั่วโมงอาจจะเป็นตอนเย็นเมื่อวานเสียด้วยซ้ำ เขาทรุดตัวลงกับพื้นและค่อยๆหงายศพของเสด็จแม่มากอดเอาไว้บนตัก เพราะอย่างน้อยเขาก็ควรแสดงความเสียใจแทนลูกชายของนางหรืออย่างน้อยก็ในฐานะมนุษย์คนนึง 

"สะ เสด็จแม่..."

ฮานึลก้มมองใบหน้าที่ซีดเซียวไร้สีเลือดของคนบนตักพร้อมกับร้องไห้ออกมาอย่างสงสารคนตรงหน้าจับใจ ต้องถูกส่งตัวเข้าวังมาเป็นสนมแล้วยังถูกคนในคนสนิททรยศฆ่าหักหลังอีก หากถามว่าเขารู้ได้ยังไงว่าเป็นคนใน คงเป็นเพราะสภาพศพที่ถูกแทงจากข้างหลังหากไม่ใช่คนใกล้ชิดคงไม่มีทางจะได้เข้าใกล้เพื่อแทงมีดใส่และหนีออกไปจากตำหนักโดยที่ไม่มีใครสงสัยได้หรอก เขานั่งกอดศพร้องไห้อยู่นานเพื่อเป็นการไว้อาลัยให้คนที่เสียชีวิตก่อนจะลุกขึ้นเช็ดน้ำตาลวกๆเพราะขันทีจงมาพยุงให้ลุกขึ้นและร้องไห้เล่นใหญ่กว่าเขาที่เป็นลูก

"รู้ตัวคนร้ายหรือไม่?" เขาหันไปถามทหารที่มาตรวจสอบ

"ไม่พบคนที่น่าสงสัยเลยพ่ะย่ะค่ะองค์ชาย" 

"งั้นหรอ..." เขาพึมพำก่อนจะเดินออกมารอนอกห้องปล่อยให้พวกจ้างในจัดการเก็บศพและเคลื่อนย้ายออกรอทำพิธี 

"องค์ชายของกระหม่อมอย่าร้องไห้สิพ่ะย่ะค่ะ หากพระองค์ร้องกระหม่อมเองก็คงร้องด้วย ฮืออออ..."ขันทีจงว่าก่อนจะปล่อยโฮออกมา

"ข้าหยุดแล้ว เจ้าต่างหาที่ร้องไห้อยู่" 

"ชุดของท่านเปื้อนเลือด ทรงกลับตำหนักก่อนเถอะพ่ะย่ะค่ะองค์ชาย" จุนซาที่ตามมาเงียบๆพูดขึ้นมา ฮานึลก้มมองที่ชุดของตัวเองก็เห็นคราบเลือดเลอะเป็นหย่อมๆ คงจะเป็นเลือดที่ยังไม่แห้งบางจุดเลยทำให้ตอนที่เขานั่งลงถึงเลอะติดขุดมาด้วย เขาพยักหน้ากับคำพูดของจุนซาและเดินกลับตำหนักของตัวเอง เมื่อกลับมาถึงตำหนักเขาก็เจอกับรัชทายาทฮยอนอินนั่งรออยู่พร้อมกับราชองค์รักษ์ชินกีที่นั่งอยู่ใกล้ๆ 

"ท่านพี่..." ฮานึลพึมพำออกมาเสียงเบา พลางคิดถึงสิ่งที่เศร้าที่สุดในชีวิตเพื่อบีบน้ำตาให้ไหลลงมาอาบแก้มเพื่อให้อีกฝ่ายเห็นว่ากำลังเศร้า เพราะถ้าเขาหายโศกเศร้าเร็วเกินไปก็คงจะน่าสงสัย 

       ฮยอนอินที่เห็นน้องชายต่างมารดาของตนร้องไห้เพราะเสียสนมอีฮวาผู้เป็นแม่ไปอย่างไม่มีวันกลับก็ลุกขึ้นเดินไปคว้าตัวฮานึลเข้ามากอดเอาไว้แน่น พลางลูบหลังเบาๆ เขารู้สึกถึงอาการสั่นสะอึกสะอื้นเพราะร้องไห้ของคนตรงหน้าก็ยิ่งกระชับกอดให้แน่นขึ้นและความเปียกชื้นที่ไหล่เพราะน้ำตาของฮานึลก็ไม่ได้ทำให้เขารังเกียจเลยสักนิดกลับสงสารจับใจเสียด้วยซ้ำ 

"ข้าสัญญาว่าจะจับตัวคนที่ฆ่าแม่ของเจ้ามาให้จงได้!!" ฮยอนอินว่าก่อนจะผละตัวออกพร้อมกับเช็ดน้ำตาให้น้องชายของตน

"ท่านพี่...ข้าคิดว่าคงต้องมีคนอยู่เบื้องหลังเป็นแน่ แต่เราก็จับมือใครดมไม่ได้เลย มันมืดไปหมด" ฮานึลว่าก่อนจะนั่งลงพร้อมกับฮยอนอิน

"ข้าคิดว่าคงเดาได้ไม่ยากองค์ชาย" ชินกีพูดออกมาพลางจ้องไปทางจุนซาที่ยืนอยู่ตรงมุมห้องก่อนคว้าดาบและพุ่งเข้าใส่จุนซา

"อย่า!! ไม่ใช่เขา" ฮานึลที่เห็นเห็นเหตุการณ์ก็รีบลุกขึ้นเอาตัวไปขวางทางดาบเอาไว้ จริงอยู่ที่จุนซาเป็นนักฆ่าแต่นี่ไม่ใช่ฝีมือองค์รักษ์ปลอมนี่แน่ๆ เพราะเขาสั่งให้ทำตัวติดกันตลอดเวลา อีกอย่างคนที่ฆ่าต้องเป็นคนในตำหนักนั้นอยู่แล้วเพราะไม่มีใครเห็นคนท่าทางน่าสงสัยเข้าไปเลยแม้แต่คนเดียว

"ท่านแน่ใจได้อย่างไรองค์ชาย เจ้านี่แหละ..." หัวหน้าองค์รักษ์ชินกีพูดออกมาก่อนจะยกดาบขึ้นมาอีกครั้ง 

"ไม่ใช่ฝีมือองค์รักษ์ของข้าหรอก หากแต่เป็นคนในต่างหาก ท่านคิดดูสิว่าการที่โดนแทงจากข้างหลังด้วยมีดต้องแทงในระยะที่ใกล้มากๆ ซึ่งหากไม่ใช่คนในที่สนิทเสด็จแม่คงไม่ให้เข้าใกล้ขนาดนั้นอยู่แล้ว..." เขาอธิบายก่อนจะค่อยๆใช้นิ้วจิ้มดาบให้หันไปอีกทาง

"จริงอย่างที่เจ้าว่าฮานึล ราชองค์รักษ์ชินกีเจ้าใจเย็นก่อนเถิดอย่าผลีผลาม" รัชทายาทเอ่ยปากห้ามทับทำให้อีกคนยอมเอาดาบลง หากแต่ก็ยังไม่เลิกจ้องหน้าองค์รักษ์ของเขาสักที 

"หึ..อุก!!" จุนซาที่ยืนอยู่ด้านหลังกำลังจะหัวเราะเยาะออกมาแต่ก็โดนเขาศอกใส่จนหัวเราะต่อไม่ออก เพราะกลัวว่าถ้าหากจุนซาหัวเราะออกมาจริงได้โดนดาบเสียบคอแหงๆ เขายังอยากจะให้อีกคนกลับตัวเลยต้องใช้กำลังนิดหน่อยให้จุกเล่นๆ

"องค์ชายพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมนำฉลองพระองค์ใหม่มาให้พ่ะย่ะค่ะ..." ก่อนที่บรรยากาศจะชวนอึดอัดไปมากกว่านี้ ขันทีจงที่หายไปเตรียมชุดใหม่ก็กลับเข้ามาพร้อมชุดสะอาดตาในมือ
 
"ไม่ต้องเรียกใครเข้ามา ข้าเปลี่ยนเองได้" ฮานึลพูดห้ามก่อนที่ขันทีจงจะเรียกนางในเข้ามา เขารับชุดใหม่มาจากขันทีจงก่อนจะถอดเสื้อออกและเปลี่ยนชุดโดยลืมไปว่ายังมีคนอื่นอยู่ในห้องของตัวเองด้วย จนกระทั่งเปลี่ยนเสร็จถึงได้รู้ว่ามีสายตา3คู่กำลังจ้องมาที่ขาอยู่ ยกเว้นก็แต่ขันทีจงที่ยกมือปิดตาเอาไว้...

"อ่าาา อะฮึ่มไม่เป็นไรหรอกเนอะผู้ชายเหมือนๆกัน" เขากระเเอมไอน้อยๆแก้เขินให้ตัวเองทั้งๆที่ไม่ต้องส่องกระจกก็รู้ว่าหน้าต้องแดงมากแน่ๆ 

"ไม่เป็นไร..."รัชทายาทฮยอนอินว่าก่อนจะเสหน้ามองไปทางอื่นพร้อมกับหน้าแดงๆ อีกสองคนก็ทำเป็นมองพื้นมองฝุ่นกันไป คนที่ควรจะอายมันคือเขาต่างหากล่ะ...

"ต้องการให้กระหม่อมจัดองค์รักษ์ให้เพิ่มหรือไม่องค์ชาย" ชินกีถามออกมา เพราะหากพระมเหสีอีฮวาผู้เป็นแม่ถูกฆ่าไปแล้ว คนต่อไปก็คงจะเป็นองค์ชายฮานึลผู้เป็นลูกแน่ๆ ยิ่งเมื่อไม่กี่วันก่อนองค์ชายถูกวางยาพิษแสดงว่าฝั่งนั้นคงต้องการจะจัดการคนที่คิดจะเป็นพรรคพวกกับองค์รัชทายาท เขาคิดว่าเร็วๆนี้องค์ชายอาจจะโดนลอบสังหารอีกครั้ง ไม่แน่คราวนี้อาจจะเป็นฝีมือของจุนซาที่เป็นนักฆ่าแฝงตัวมา ถึงจะไม่ใช่คนฆ่าพระสนมแต่ว่าหากอยู่ใกล้ชิดองค์ชายฮานึลแล้วคำสั่งฆ่ามาเมื่อไหร่คงจะจัดการได้ง่าย เขาในฐานะที่เป็นหัวหน้าองค์รักษ์ดำแดงก็ต้องหาทางป้องกันเอาไว้

"มีแค่องค์รักษ์จุนซาคนเดียวก็เกินพอแล้วเขาเก่งจะตาย ใช่มั้ยท่านองค์รักษ์?" ฮานึลว่าพลางหันไปถามความเห็นจุนซาองค์รักษ์ของตัวเอง

"เอ่อ...พ่ะย่ะค่ะองค์ชาย" จุนซาตอบกลับไป

"เห้อ...เอาเถอะหลังจากนี้ข้าอยากให้เจ้าระวังตัวให้ดีๆอย่าไว้ใจใคร เพราะดูเหมือนว่าตอนนี้เจ้าจะเป็นเป้าหมายของใครบางคนส่วนเรื่องเสด็จแม่ของเจ้าข้าจะจัดงานให้นางอย่างสมเกียรติ" ฮยอนอินว่า

"ข้าจะระวังตัวท่านพี่ ท่านเองก็ต้องระวังตัวเช่นกันข้ามีลางสังหรว่าหลังจากนี้การนองเลือดและการหักหลังครั้งใหญ่กำลังจะเริ่มขึ้น.."ฮานึลว่าด้วยน้ำเสียงจริงจังพลางจ้องมองนัยตาของฮยอนอิน

"ข้าเองก็คิดเช่นนั้น" ฮยอนอินตอบกลับมาด้วยใบหน้าเคร่งเครียดกว่าเดิม.

"แต่ข้าอยากให้ท่านรู้ไว้ว่าไม่ว่าใครจะทรยศหรือหักหลังท่านข้าจะอยู่ข้างท่านเสมอ ตราบใดที่ท่านสัญญายึดมั่นที่จะช่วยเหลือราษฎรและปกครองบ้านเมืองอย่างเป็นธรรม ข้าจะไม่ไปไหน...." ฮานึลว่า

"ข้าสัญญา..."

"...."

"เอาล่ะ วันนี้คงเป็นวันที่หนักสำหรับเจ้า ข้าไม่รบกวนแล้วพักผ่อนเถิด....น้องข้า" ฮยอนอินบอกออกมาและพึมพำในประโยคสุดท้ายก่อนจะขอตัวลุกกลับตำหนักของตนเอง

"แล้วท่านไม่ไปหรอท่านชินกี?" ฮานึลถามออกมาหลังหันมาเห็นชินกีที่ยังยืนมองหน้าตนอยู่ 

"หากท่านจะทำตามที่พูดจริง ข้าก็ขอสนับสนุนท่านให้ไปให้ถึงจุดหมายเช่นเดียวกับองค์รัชทายาท หากมีท่านมาช่วยก็คงจะดีไม่น้อยองค์ชาย"ชินกีบอกออกมาตาที่คิด เพราะจากที่เขาฟังที่องค์ชายฮานึลพูดมันดูจริงใจทุกคำและสายตาที่เต็มไปด้วยความหวังความศรัทธายามมองไปที่องค์รัชทายาทมันทำให้เขาเชื่อคำพูดของคนตรงหน้า และคงจะดีที่มีองค์ชายฮานึลสนับสนุนองค์รัชทายาทเพราะตอนนี้องค์ชายคนอื่นๆต่างคิดแผนสังหารรัชทายาทกันทั้งนั้น อย่างน้อยองค์รัชทายาทเพื่อนของเขาก็จะได้มีแรงใจจากพี่น้องด้วยกันบ้างเพราะตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันเขาเห็นแต่ว่าพี่น้องทุกคนชิงดีชิงเด่นกันมาตลอด อย่างน้อยก็จะได้มีที่พึ่งพิงทางใจ...

"ข้าสัญญา...เพราะข้าทนเห็นคนบริสุทธิ์โดนเข่นฆ่าไม่ได้อีกแล้ว พวกขุนนางนั่นได้ทุกอย่างมานานเกินไปแล้ว" ฮานึลว่าด้วยสีหน้าและน้ำเสียงที่จริงจัง ชินกีพยักหน้ารับก่อนจะเดินออกจากตำหนักไป

       จุนซาที่ยืนฟังทั้งสามคนคุยกันก็กำลังย่อยข้อมูลทั้งหมดในหัว เขาไม่เข้าใจว่าทำไมทั้งสามคนนี้ถึงพูดเหมือนว่าพวกขุนนางเป็นคนเลวที่รังแกประชาชนไม่ใช่พระราชาอย่างที่เขาได้ยินและเจอมา ใครกันแน่ที่เป็นฝ่ายโกหกกัน หากแต่ตลอดเวลาสามวันที่ได้คลุกคลีกับองค์ชายฮานึลเขาก็ได้รู้ว่าอีกฝ่ายนั้นเป็นคนดีไม่เหมือนพวกองค์ชายองค์อื่นที่เคยเจอ เวลาเท่านั้นที่จะเป็นเครื่องพิสูจน์ใครกันแน่ที่พูดโกหก 

       หลังจากที่ผ่านงานพิธีศพของพระสนมอีฮวาแล้ว ฮานึลก็เลิกทำหน้าเศร้าพร้อมกับบอกทุกคนว่าการเป็นลูกผู้ชายต้องเข้มเเข็งเขาจะไม่ทำให้เสด็จแม่ที่ตายไปเป็นห่วง การกระทำนั้นทำเอาขันทีจงน้ำตาคลอด้วยความภูมิใจในองค์ชายที่ตนเป็นคนเลี้ยงมาแต่อ้อนแต่เอาะกำลังโตขึ้นมาอย่างดีเยี่ยม...


       
"องค์ชายจะไปที่ใดหรือพ่ะย่ะค่ะ เหตุใดจึงไม่ให้ขันทีจงตามมาด้วย"จุนซาถามออกมาหลังจากเดินตามฮานึลออกมานอกวังทางประตูหลังแล้ว

"ขันทีจงแก่แล้วนี่นา ข้าจะไปดูความเป็นอยู่ของประชาชนโดยรอบ จะได้แก้ปัญหาให้ถูกจุดไง เริ่มจากหมู่บ้านใกล้ๆนี่ก่อนเลย..." ฮานึลว่าออกมาอย่างมุ่งมั่นพร้อมกับก้าวเดินไปตามทางอย่างมั่นคง เขาตัดสินใจแล้วว่านอกจากช่วยรัชทายาทจัดการกับขุนนางชั่วแล้ว ก็จะมาช่วยประชาชนที่ถูกพวกขุนนางรังแกอีกทาง  เขาจะตามถอนรากถอนโคนออกให้หมดเริ่มจากนอกวังและค่อยๆจัดการตัวการใหญ่ที่นั่งเสวยสุขเป็นขุนนางอยู่ในวัง...
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 301 ครั้ง

134 ความคิดเห็น

  1. #88 nicharipaen04 (@nicharipaen04) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 18:33

    น้องงง ลืมได้ไงมีคนอยู่ด้วยเนี่ย~
    #88
    0
  2. #37 Mil_L (@Mil_L) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 18:13
    มาต่อเร็วน้าาาา
    #37
    0
  3. #36 aom_busayakan (@aom_busayakan) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 15:06
    สนุกมากเลยค่ะอ่านรวดเดียวเลยรอติดตามตอนต่อไปนะคะชอบมากเลย
    #36
    0
  4. #34 pittayakhamma (@pittayakhamma) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 16:20

    สนุกมากเลยยยยชอบบมาเลยอ่ะจะรอนะคะสู้ๆ
    #34
    0
  5. #33 min27543865 (@min27543865) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 13:58
    หนูจะเปลี่ยนชุดต่อหน้าผู้ชายเยอะๆไม่ได้นะคะ!!
    #33
    0
  6. #31 MimaRuJi_Xx (@MimaRuJi_Xx) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 11:22

    เห้ยย​ สนุกอ่าาาาาา​ เขียนได้โอเคมากเลยอ่ะะะ​ อ่านง่าย​ เข้าใจอ่ะะ​

    เเม้จะมีบางอย่างเเปลกๆไปนิดหน่อย​ เเต่รวมๆแล้วโอเคเลยย //ได้โปรดมาเขียนต่อเถอะค่ะะ​ พรีสสสส
    #31
    0
  7. #30 STAR L. TK. (@tanggie2543) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 08:38
    ชอบมาก รอติดตามนะคะ
    #30
    0
  8. #28 HinaMoRi (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 00:19

    มาต่อทีเถอะค่าาาาา

    ฮืออออออออออออออ อยากอ่านแล้ววววววววววว QoQ

    #28
    0
  9. #24 shino13 (@shino13) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 18:48

    รออออออออออออออน้าาาาาาาา
    #24
    0
  10. #20 อาริน (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 11:34

    สนุกกกกกกก

    อยากอ่านต่อแล้วค่า อยากเห็นตอนความจริงเปิดเผยและได้จุนซามาเป็นพวกแบบ100%จังเลยค่ะ

    #20
    0
  11. #19 pommijika (@5354) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 03:08

    เราแนะตามความคิดเรานะคะ คือเราไม่รู้ว่าโครงเรื่องจะมีเหตุการณ์อะไรพลิกตลบตบเราตีลังกาตรงไหนบ้าง แต่ตัวละครบทดูมีจุดอ่อนหลุดๆรั่วๆแปลกๆในความคิดเราอยู่อ่าค่ะแบบ เชื่อใจง่ายไปรึเปล่ากับคนที่ดุจนกลายเป็นหินเสือยิ้มยากอย่างน้อยก็ไม่น่าดูจะคลี่ยิ้มง่ายขนาดนี้เขาน่าจะต้องเก็กๆทำตัวนิ่งๆให้น้องทำคะแนนความน่าเชื่อถือหน่อย ส่วนน้องนั้น คนแสดงส่วนใหญ่ฟิลเขาจะต้องย้ำเตือนตัวเองว่าให้เศร้านะ ให้พูดจาระวังนะ น้องน่าจะมีความระวังตัวกว่านี้นิดนึง จริงๆถ้าเศร้าไม่ออกให้น้องทำหน้าอมทุกข์แล้วเขาไปในห้องที่ปิดเรียบร้อยโพล่งสิ่งเป็นข้อมูลออกไปด้วยอารมณ์ว่า ช่วยฉันหน่อยฉันมีข้อมูลนะไรงี้


    เราว่าฝั่งพระเอกทั้งหลายดูคายข้อมูลคุยต่อหน้าน้องง่ายจัง...แบบว่า มีคนให้ข้อมูลที่เราสงสัยอยู่อย่างโจ่งแจ้งถ้าเราไม่มองว่าเป็นเรื่องเล่นก็ควรจะสงสัยเขาอ่า ไม่น่าจะกล้าโยนโครมคุยอะไรกันต่อหน้าน้องแบบนี้ เพราะจากที่ปูมาก็ดูเหมือนว่าพวกเขาเป็นคนที่เคยได้ยินเดินผ่านเจอหน้าแต่ไม่ได้คลุกคลีกัน เพิ่งคุยกันได้ไม่เท่าไหร่ไม่น่าปล่อยให้เข้าโซนง่ายขนาดนี้เว้นแต่ตอนนี้ท่านพี่เราเล่นละครฉากใหญ่อยู่เหมือนกัน


    หรือเราอ่านไม่ละเอียด ไม่รอดูก่อนเองยังไงก็ขอโทษด้วยนะคะ


    ขันทีจงน่าสงสารจังค่ะ....โดนนายน้อยทิ้งให้เฝ้าบ้าน :V

    #19
    1
    • #19-1 อาริน (จากตอนที่ 5)
      1 มีนาคม 2562 / 11:29
      เราว่าสมเหตุสมผลออก ที่เป็นเสือยิ้มยากตามเนื้อเรื่องนั่นเพราะมีการฆ่ากันในวังจนนองเลือดแล้วไม่มีพี่น้องคนไหนเชื่อใขได้เลย มันก็ปกติที่จะเป็ยงั้นไม่ใช่รึไงคะ แต่นี่พอนึกว่ามีแต่หมาลอบกัดในวัง มีย้องคนนึงที่ปกติก็ไม่ได้ทำอะไรแม้แต่ตะกายหาอำนาจมาสนับสนุนมันก็เหมือนเจอแสงสว่างก็ต้องยิ้มเป็นธรรมดา



      ส่วนที่คุยข้อมูลกันแม้เพิ่งคุยกันแบบสนิทสนมไม่นาน ไม่ใช่เพราะไปแอบฟังแล้วรู้ว่าน้องแทบจะหนีไปแล้วแต่ยังอยู่เพราะห่วงวังกับประชาชน แถมองครักษ์ก็ไม่ได้โง่มองคนออกว่าไม่ใช่คนที่กระหายอำนาจ ถึงตอนแรกจะระแวงหน่อยๆ



      ถ้าอ่านดีๆจริงๆ....เราว่าเนื้อเรื่องสนุกและสมเหตุสมผลแล้วค่ะ ถ้าคุณเคยเจอครอบครัวหักหลังแล้วมีคนๆนึงที่เชื่อใจได้คุณจะเข้าใจและรู้เองว่ามันเป็นแบบนี้จริงๆ
      #19-1
  12. #18 เรามันแค่เงา (@thaweesakslb) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:56
    มีหน้าดงหน้าแดงกันด้วย~
    #18
    0
  13. วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:44
    พี่คือไอดอล​ผมเลยคับ!
    #17
    0