เกิดใหม่เป็นองค์ชายในนิยายเล่มโปรด (Yaoi,ฮาเร็ม)

ตอนที่ 1 : ตอนที่ 1 เป็นองค์ชายฮานึล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,812
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 286 ครั้ง
    25 ก.พ. 62

ตอนที่ 1 
เป็นองค์ชายฮานึล

       
       แสงแดดยามเช้าสอดส่องเข้ามาภายในห้องบรรทมของฮานึลองค์ชายคนเล็กบุตรแห่งจักรพรรดิ์วังโซและสนมอีฮวา เขานอนคลุมโปงอยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนหนานุ่มอย่างสบายใจเฉิบและไม่มีทีท่าว่าจะตื่นขึ้นมาแต่อย่างใดเพราะเมื่อคืนนี้มีงานฉลองให้แก่องค์รัชทายาทผู้เป็นบุตรชายคนโตของพระราชาและมเหสี ที่เดินทางกลับจากงานล่าสัตว์ประจำปีและได้เสือกลับมา เหล่าองค์ชายและองค์หญิงทั้งหลายจึงได้ร่วมงานนั้นกันด้วย องค์ชายฮานึลเองก็ดื่มสุราไปมากโขจนทำให้นอนหลับสบายอยู่อย่างนี้ ขันทีจงคนรับใช้คนสนิทเมื่อเห็นว่าองค์ชายของตัวเองยังไม่ตื่นจากบรรทมก็กุลีกุจอสั่งเหล่านางในให้เตรียมอ่างล้างหน้าไว้และทำการปลุกองค์ชายด้วยตนเองทันที

"องค์ชาย ทรงตื่นจากบรรทมเถิดพ่ะย่ะค่ะ" ขันทีจงเดินเข้ามาปลุกองค์ชายด้วยความเร่งรีบ ใจจริงเขาเองก็อยากจะให้องค์ชายบรรทมต่ออีกสักหน่อยหากแต่เจ้าตัวกลับสั่งเอาไว้ว่าวันนี้จะออกไปทำธุระบางอย่างนอกวังจึงมีรับสั่งให้ปลุกแต่เช้าตรู่ แต่ปลุกเท่าไหร่ก็ไม่ตื่นสักที ขันทีจงจึงเอื้มมือไปแตะแขนขวาที่ยื่นออกมานอกผ้าห่มขององค์ชายฮานึลเบาๆหวังจะปลุกให้ตื่น แต่พอมืออันหยาบกระด้างของตนสัมผัสลงไปกลับรู้สึกถึงผิวหนังที่เย็นเฉียบเหมือนกับคนตายเเล้วอย่างไรอย่างนั้น...

"อะ องค์ ชะ ชาย ม่ายยยยย" ขันทีจงกรีดร้องอย่างเสียสติเพราะคิดว่าองค์ชายฮานึลนั้นได้สิ้นพระชนม์ไปแล้วด้วยเพราะร่างกายอันเย็นเฉียบที่สัมผัสเมื่อครู่ 

"อื้อออ เอะอะโวยวายอะไรวะเนี่ย" หลังจากที่ขันทีจงได้กรีดร้องออกมาด้วยเสียงดังแปดปรอทแล้ว การกระทำดังกล่าวเป็นผลให้คนบนฟูกนอนราคาแพงค่อยๆขยับตัวไปมาด้วยความรำคาญและพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงงัวเงียหงุดหงิด จากนั้นก็ค่อยๆถีบผ้าห่มออกจากตัวด้วยความเคยชิน ขันทีจงหุบปากฉับและมองการกระทำเมื่อครู่ขององค์ชายฮานึลด้วยความมึนงงปนตกใจ เพราะนอกจากองค์ชายของตนจะยังไม่ตายแล้วยังถีบผ้าห่มออกซึ่งไม่ใช่นิสัยปกติเลยซักนิด 

        เมื่อถีบผ้าห่มออกแล้วฮานึลก็ค่อยๆลุกขึ้นนั่งพลางบิดขี้เกียจคลายความขบเมื่อยให้ตนเอง เขาสะบัดหัวไปมาเพราะรู้สึกมึนเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆหันมองไปรอบๆด้วยความงง ภาพแรกที่เห็นตรงหน้านั้นคือชายแก่คนหนึ่งแต่งตัวชุดเขียวและสวมหมวกเหมือนกับขันทีกำลังนั่งจ้องเขาด้วยใบหน้าอาบน้ำตา ส่วนด้านหลังก็มีผู้หญิงที่แต่งตัวเหมือนนางใน4-5คนกำลังถืออ่างกาละมังล้างหน้าและถือชุดอยู่

       เขาจำได้ว่าก่อนหน้านี้กำลังนอนอ่านนิยายเล่มโปรดอยู่ และจู่ๆก็เกิดหัวใจวายตายกระทันหันหลังจากนั้นภาพก็ดับวูบไป ระหว่างที่ทุกอย่างมืดสนิทเขาก็ได้ยินเสียงก้องกังวาลพูดบางอย่างขึ้นมา

"มนุษย์นี่น่าสงสารนัก ต้องมาตายตั้งแต่ยังหนุ่มยังแน่น ข้าในฐานะที่เป็นเทพเจ้ารูปหล่อใจดีสปอร์ต จะให้เจ้าไปเกิดใหม่ใช้ชีวิตให้คุ้มก็แล้วกัน แต่ด้วยกฎบางอย่างข้าคงให้เจ้าไปเกิดในโลกเดิมไม่ได้แล้ว เพราะงั้น...ก็จงไปเกิดในหนังสือนิยายที่เจ้าอ่านก็แล้วกันนะ ให้เป็นเจ้าชายฮานึลก็แล้วกัน เป็นไงชอบมั้ย ชอบเนอะ..." 

เมื่อเทพเจ้าที่หลงตัวเองได้พูดเองเออเองเสร็จสรรพพร้อมกับให้พรเรียบร้อยแล้ว เขาที่พึ่งตายก็ถูกดูดไปที่ไหนสักแห่งจนได้ยินเสียงกรีดร้องเมื่อครู่ถึงได้ลืมตาตื่นขึ้นมาและพบว่าตนเองกำลังนอนอยู่บนฟูกนอนในห้องแบบโบราณของเกาหลีรายล้อมไปด้วยขันทีและนางใน 

"อย่าบอกนะ...ว่าไอ้เทพเจ้านั่นมันส่งเรามาในนิยายจริงๆ" ดินในร่างฮานึลพึมพำออกมาเสียงเบา และประโยคที่เปล่งออกมาก็เป็นภาษาเกาหลีไม่ใช่ภาษาไทยที่เคยพูด 

"เทพอะไรหรือพ่ะย่ะค่ะองค์ชาย?" ขันทีจงกระซิบถามองค์ชายของตนเสียงเบาเมื่อได้ยินอีกฝ่ายพึมพำอะไรบางอย่าง

"ไม่ๆๆ ต้องพิสูจน์ ผม...เอ่อ ข้าชื่ออะไรงั้นหรอ" ฮานึลถามคำถามประหลาดออกมาพร้อมกับทำสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก

"เอ่อ องค์ชายเมาค้างจนลืมสิ้นแล้วหรือพ่ะย่ะค่ะ ท่านคือองค์ชายฮานึลบุตรชายคนเล็กขององค์จักรพรรดิ์ไงพ่ะย่ะค่ะ"ขันทีจงตอบกลับมา

"งะ งั้น...โอ้มายกอดเทพนั่นเล่นตูแล้ว จะส่งมาเกิดใหม่ในนิยายทั้งที แต่ดันให้เป็นตัวประกอบที่ยิ่งกว่าธาตุอากาศเนี่ยนะ ถามจริง?!" ขันทีจงมององค์ชายฮานึลพูดคำประหลาดๆด้วยความมึนงง ฤทธิ์สุราทำให้องค์ชายเบลอหนักขนาดนี้เชียวหรือ หลังจากนี้ตนจะห้ามไม่ให้องค์ชายดื่มอีกเป็นอันขาด

"เห้อ เอาวะอย่างน้อยก็ได้เป็นองค์ชาย...อ่า แล้วนี่จะมาช่วยแต่งตัวกันใช่มั้ย เอาเลยเต็มที่!!" เขาพึมพำยอมรับในชะตากรรมของตัวเองในการเป็นองค์ชายฮานึลอย่างปลงๆ จากนั้นจึงหันไปเรียกเหล่านางในที่รอมาแต่งตัวให้มาจัดการกับตนเอง 

เหล่านางในทยอยกันเข้ามาหาเขาเริ่มจากยื่นอ่างสีทองที่มีน้ำอุ่นพอเหมาะให้ เนื่องจากที่ฮานึลคนใหม่แบบเขาเคยอ่านและดูซีรีย์เกาหลีมาบ้างเขาจึงรู้ว่าต้องล้างหน้าตรงอ่างนี่ เมื่อล้างหน้าเสร็จเรียบร้อยก็มีคนคอยยื่นผ้าให้เช็ด ตามมาด้วยชุดผ้าราคาแพงสีฟ้าอ่อนตามแบบฉบับลูกคนรวยในสมัยโชซอน ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมพวกองค์หญิงองค์ชายในละครหรือนิยายส่วนใหญ่ถึงได้เอาแต่ใจและเสียผู้เสียคนเยอะนัก คงเป็นเพราะว่าตั้งแต่ตื่นนอนก็มีแต่คนคอยรับใช้แทบจะไม่ต้องกระดิกนิ้วเสียด้วยซ้ำ 

"เสร็จแล้วเพคะองค์ชาย" นางในผู้มีหน้าที่แต่งตัวให้เอ่ยบอก 

"อ้อ อืมขอบใจมาก" ฮานึลตอบขอบคุณกลับไปตามมารยาท

"องค์ชายจะเสด็จไปทำธุระที่ใดหรือพ่ะยะค่ะ ต้องการให้กระหม่อมไปด้วยหรือไม่?" ขันทีจงถามออกมาหลังเห็นว่าองค์ชายแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว 

ฮานึลหันไปมองขันทีข้างตัวอย่างงงๆ เท่าที่อ่านมาขันทีประจำตัวเขาก็คงจะชื่อว่าขันทีจงดูแก่เหมือนที่ในนิยายบรรยายไว้ไม่มีผิด และตัวฮานึลเองก็เป็นองค์ชายที่ไม่ขี้ริ้วขี้เหร่อะไรเลยออกจะดูดีมากเสียด้วยซ้ำแต่ว่าบทกลับมีน้อยเท่าขี้มดเขาล่ะไม่เข้าใจ แต่ว่าตอนนี้เรื่องที่ต้องกังวลมากที่สุดคือเขาไม่รู้นี่สิว่าตัวเองมีธุระที่ต้องไปที่ไหน ลืมตามาก็โดนจับแต่งตัวแล้ว ชีวิตองค์ชายที่ไม่ค่อยมีบทเขาต้องทำอะไรกันบ้างก็ยังไม่รู้เลยสักนิด เกรงว่าจะเผลอทำตัวมีพิรุทนี่สิ...

"อ่า ข้ารู้สึกมึนหัวจัง จำไม่ได้แล้วว่าจะออกไปทำธุระที่ไหน เจ้าพอจะรู้หรือเปล่าขันทีจง" ฮานึลทำเป็นนั่งลงพลางเอามือจับที่ศรีษะคล้ายกับคนเวียนหัว และลองหลอกถามขันทีจงให้ดูมีพิรุทน้อยที่สุด

"ถึงขนาดจำไม่ได้ว่ามีธุระอะไร คงเพราะงานเลี้ยงเมื่อคืนองค์ชายดื่มสุราไปมากโขจะมึนก็ไม่แปลก แต่ว่าธุระที่ไหนองค์ชายก็ไม่ได้บอกกระหม่อมเอาไว้พ่ะย่ะค่ะ" ขันทีจงตอบออกมาก่อนจะสะบัดมือไล่นางในคนอื่นออกไปหลังเสร็จงาน

"งานเลี้ยงฉลองงั้นหรอ ฉลองที่รัชทายาทฮยอนอินฆ่าเสือได้ใช่มััย" ฮานึลถาม

"ใช่พ่ะย่ะค่ะ องค์ชายยังพอจำได้ กระหม่อมคิดว่าฤทธิ์สุราจะทำพระองค์ลืมสิ้นแล้วเสียอีก..." ขันทีจงเริ่มยิ้มออกมาได้หลังกังวลว่าองค์ชายของตนจะเมาค้างหนักเกินไป

"อ่าาา..." ฮานึลครางรับคำตอบเสียงเบา หากเมื่อคืนมีงานเลี้ยงฉลองที่องค์รัชทายาทฮยอนอินฆ่าเสือได้ งั้นก็แสดงว่าพึ่งผ่านฉากเปิดเรื่องในนิยายเท่านั้น ฮานึลก็ออกมาแค่ฉากดื่มเหล้าจนเมาพับจากนั้นขันทีจงก็พากลับห้องไปแค่นั้น ช่างเป็นองค์ชายที่มีซีนน้อยนิดเหลือเกินทั้งเรื่องเขาแย่งชิงบัลลังก์กันจะเป็นจะตาย แต่ฮานึลก็ไม่โผล่มาอีกเลยตลอดทั้งเรื่อง นี่เขาจะต้องเป็นองค์ชายที่ไม่มีใครสนใจสินะได้ใช้ชีวิตสงบๆ...แต่อุส่าได้มาเกิดใหม่ทั้งทีเขาก็ไม่อยากจะใช้ชีวิตแบบเอื่อยเฉื่อยเหมือนตอนก่อนตายเท่าไหร่นัก เพราะงั้นถ้าหากเขาจะอยากมีบทบาทเพิ่มขึ้นมาอีกหน่อยคงไม่เสียหาย ในเมื่อเทพเจ้านั่นได้ส่งเขามาเกิดใหม่ที่นี่แล้ว ก็ขอใช้ชีวิตขององค์ชายฮานึลให้เกิดประโยช์นสูงสุดเลยแล้วกัน

       หลังจากที่ฮานึลได้ใคร่ครวญไต่ตรองทุกอย่างดีแล้ว เขาก็เริ่มทำการปฏิวัติชีวิตของตัวเองใหม่ โดยเริ่มจากการพาตัวเองไปที่ศูนย์รวมคนดังนั่นก็คือลานซ้อมต่อสู้ของเหล่าองค์รักษ์ที่ซึ่งองค์รัชทายาทฮยอนอินจะโผล่ไปฝึกซ้อมการต่อสู้ในตอนเช้าหลังผ่านฉากงานเลี้ยงเมื่อคืนที่ผ่านมา 

"องค์ชายทรงคิดอะไรอยู่หรือพ่ะย่ะค่ะ เหตุใดจึงทำหรี่ตาแบบนั้น หรือมีอะไรเข้าตา!!" ขันทีจงว่าอย่างตกใจก่อนจะพยายามเดินเข้ามาถ่างตาขององค์ชายฮานึลของตนดู หากแต่โดนยกมือเบรกเอาไว้ได้ทัน

"พอดีแดดมันแยงตาน่ะ ไม่มีอะไรๆ" ฮานึลว่าพลางโบกมือปฏิเสธหยอยๆ

"แน่นะพ่ะย่ะค่ะ หากเจ็บตรงไหนให้รีบบอก กระหม่อมจะไปตามหมอหลวงให้เอง.." 

"แน่ๆ เอางี้ ไหนๆข้าก็จำไม่ได้แล้วว่ามีธุระอะไร งั้นช่วยพาข้าไปที่ลานฝึกซ้อมต่อสู้หน่อยสิ" ฮานึลว่า ขันทีจงทำหน้างงเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าพาเขาไปที่ลานฝึกซ้อมต่อสู้ตามที่ต้องการ 

      ระหว่างทางยามเดินออกมานอกโซนตำหนักที่พักของตนเอง ฮานึลรู้สึกชอบใจในบรรยากาศภายในวังหลวงเป็นอย่างมาก เพราะอากาศที่ร่มรื่นเย็นสบายทำให้เขาเพลิดเพลินเวลาเดินไปไหนมาไหน ซึ่งไม่เหมือนกับที่ที่จากมา ขนาดตอนกลางคืนยังร้อนอบอ้าวอย่างกับอะไรดี เพราะงั้นที่นี่จึงเปรียบเหมือนสวรรค์ชั้นเยี่ยมสำหรับคนอย่างเขาเชียวหละ ตลอดทางเดินมีนางในเดินไปเดินมาเต็มไปหมดจนเขาเกิดสงสัยว่าทำไมถึงดูว่างกันหนักหนา และดูเหมือนจะพากันเดินไปทางเดียวกับเขาและขันทีจงซะด้วยสิ...

"นางในพวกนั้นจะไปที่ใดกัน ถึงได้ทำท่าทางเบิกบานขนาดนั้น" ฮานึลหันไปถามขันทีจงที่เดินอยู่ข้างๆ

"นางในพวกนั้นอยากที่จะให้องค์รัชทายาทชายตาแลมองตนน่ะพ่ะย่ะค่ะ พอรู้ว่าวันนี้รัชทายาทฮยอนอินจะทรงเสด็จมาฝึกฝีมือที่ลานฝึกซ้อมก็แห่กันมาดูอย่างที่เห็น"ขันทีจงตอบกลับมาอย่างปลงๆ เพราะเหล่านางในพวกนั้นใฝ่ฝันอยากจะมีชีวิตที่สุขสบายกันทั้งนั้น แต่องค์รัชทายาทกลับไม่แลเหลียวมองผู้ใดสักคนอยู่ดี เอาแต่อ่านหนังสือหรือหารือเรื่องการบ้านการเมืองต่างๆ หรือไม่ก็ฝึกซ้อมดาบและธนูกับเหล่าองค์รักษ์ ถึงอย่างนั้นเหล่านางในก็ไม่ลดละความพยายามต่างผลัดกันเดินผ่านทิ้้งสายตาให้รัชทายาทฮยอนอินไม่เว้นแต่ละวัน 

ช่างต่างกับองค์ชายฮานึลของขันทีจงเหลือเกิน รายนั้นนอกจากหน้าตาดีแล้วการบ้านการเมืองก็ไม่สนใจแลเลยสักนิด ฝีมือการต่อสู้นั้นแทบไม่ต้องพูดถึง ขันทีจงในฐานะที่อยู่กับองค์ชายฮานึลมาตลอดตั้งแต่เด็ก เห็นฝีมือการใช้ดาบและธนูแล้วได้แต่กุมขมับไปทูลบอกพระสนมอีฮวาว่าทางนี้คงจะไม่ใช่แนวขององค์ชายฮานึลเป็นแน่ หลังจากนั้นองค์ชายฮานึลก็ไม่ประสงค์จะเสด็จไปที่ลานฝึกซ้อมอีกเลยจนกระทั่งวันนี้ วันที่เอ่ยปากบอกขอให้พาไป แค่นี้ขันทีจงก็น้ำตาปริ่มแล้ว องค์ชายที่เฝ้าเลี้ยงดูมากำลังจะเริ่มจริงจังกับชีวิตแล้วสักที 

"ถึงลานฝึกแล้วพ่ะย่ะค่ะองค์ชาย"ขันทีจงว่าพลางผายมือไปทางลานฝึกซ้อม

       ฮานึลหันไปมองก็เจอกับเหล่าทีมองค์รักษ์ที่ใส่ชุดสีดำแดงกำลังฝึกซ้อมต่อสู้กันอย่างขะมักเขม้น เหมือนที่ในนิยายบอกเอาไว้ ว่าทีมองค์รักษ์ดำแดงนั้นเป็นพวกที่แข็งแรงเก่งกาจ และรักความถูกต้องและพรรคพวกเป็นที่สุด เป็นคนของพระราชาที่ไว้คอยเรียกใช้งานยามคับขันและคอยสืบคดีทุจริตที่มีในราชวงศ์หรือกับพวกขุนนางทุกฝ่าย เหล่าองค์ชายที่เกิดจากพระสนมที่มาจากตระกูลขุนนางใหญ่ต่างต้องการให้เข้าพวกกับฝ่ายตัวเองทั้งนั้น เพื่อหวังที่จะกำจัดองค์รัชทายาทและไม่ให้มีใครขัดขวางตนเองได้ถ้าหากพวกองค์รักษ์ดำแดงอยู่ฝั่งตน ฮานึลยืนมองการต่อสู้ด้วยดวงตาวาววับถูกใจ เพราะเหล่าองค์รักษ์ดำแดงเป็นหนึ่งในกลุ่มตัวละครที่เขาชอบมากเหมือนเห็นไอดอล ฝีมือการต่อสู้ของเทียบชั้นกับหน่วยชิลได้สบายๆแถมหัวหน้าองค์รักษยังฉลาดเป็นกรดสมกับเป็นเพื่อนสนิทวัยเด็กขององค์รัชทายาท

หลังจากได้ดูฝีมือของเหล่าองค์รักษ์จนพอใจ ก็ได้เวลาตามหาเป้าหมายหลักที่ทำให้เขามาที่จะทำให้เขามีตัวตนเพิ่มขึ้นสักที ซึ่งนั่นก็คือการไปตีสนิทรัชทายาทฮยอนอินพี่ชายต่างมารดาซึ่งเป็นตัวเอกของเรื่อง ฮานึลกวาดสายตาไปรอบๆลานฝึกเพื่อมองหาคนที่ตามหา ไม่นานก็เจอกับชายในชุดสีน้ำเงินเข้มบนหน้าฝากมีที่ผ้าหัวสีน้ำเงินและสลักลายมังกรด้วยด้ายสีทองอยู่ตรงกลางผ้า ช่วยเสริมให้คนใส่ดูดีน่าเกรงขามมากขึ้นไปอีก ไหนจะรูปร่างหน้าตาที่ดูดีราวกับเทพเจ้าสรรสร้างนั่นทำเอาคนรอบตัวหลงกันได้ง่ายๆทีเดียวเชียว ฮานึลเอาก็มองใบหน้านั่นด้วยความอึ้ง ขนาดตัวเขาที่เป็นผู้ชายยังเผลอมองจนตาค้าง โลกนี้ชั่งไม่ยุติธรรมเอาซะเลย... 


ระหว่างที่ฮานึลกำลังคร่ำครวญถึงความไม่เท่าเทียมกันของหน้าตาตนเองกับรัชทายาท จู่ๆก็มีดาบเล่มยาวพุ่งออกมาจากลานฝึกลอยละลิ่วมาทางเขาพอดิบพอดี เสียงร้องของขันทีจงและคนรอบๆทำให้เขาหลุดจากภวังค์และหันไปตามเสียง ดาบที่หลุดมือจากการซ้อมต่อสู้ของเหล่าองค์รักษ์กำลังพุ่งมาทางเขา จากประสบการณ์ที่เคยเรียนมวยไทยมาตั้งแต่เด็กนั่นทำให้เขาคล่องตัวในการหลบหลีกอยู่พอตัว เขาจึงสามารถเบี่ยงตัวหลบจากคมดาบได้อย่างทันท่วงทีแถมพอดาบพ้นตัวไปแล้วก็ยังใช้มือคว้าดาบเอาไว้ในมือได้อย่างสวยงาม

"โหว อย่างเท่เลยวุ้ย" ฮานึลเอ่ยชมตัวเองเบาๆกับการกระทำเมื่อครู่ เขาเองก็กลัวจะเผลอคว้าตรงคมดาบอยู่เหมือนกัน แต่ด้วยความอยากอวดบวกขี้แอคหน่อยๆเลยลองเสี่ยงทำเเบบในหนังดู ผลที่ได้ก็เป็นที่น่าพอใจ เขาเรียกซีนให้ตัวเองซีนใหญ่เลยล่ะ และต้องขอบคุณขันทีจงที่ร้องเสียงดังจนทุกคนหันมาสนใจเขาให้พรึ่บ

       ฮยอนอินเมื่อได้ยินเสียงร้องดังลั่นลานฝึกของขันทีจงก็หยุดการซ้อมต่อสู้และหันไปทางต้นเสียง เขาเห็นดาบกำลังพุ่งตรงไปที่องค์ชายฮานึลน้องต่างมารดาที่ยืนอยู่ริมลานฝึก เขากำลังจะวิ่งเข้าไปช่วยแต่เจ้าตัวกลับเบี่ยงตัวหลบได้อย่างเฉียดฉิวเเถมยังคว้าดาบเอาไว้ในมืออย่างคล่องแคล่ว เขาไม่ยักรู้มาก่อนว่าฮานึลทำอะไรแบบนี้ได้ด้วย ปกติเห็นแต่ชอบหนีออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกวังเป็นประจำ แต่สิ่งที่ได้เห็นวันนี้ทำให้เขาเปลี่ยนความคิดใหม่แทบจะทันที เห็นทีจะต้องเข้าไปทักทายเสียหน่อย นานๆทีน้องชายคนเล็กของเขาจะโผล่มาให้เห็นหน้าที่ลานฝึกซ้อม หากถามว่าไม่เจอหน้านานขนาดไหน ก็นานพอที่จะทำให้เขาเกือบจำหน่าไม่ได้เสียด้วยซ้ำ เร็วเท่าความคิดฮยอนอินเดินดุ่มๆไปที่นอกลานฝึก ตรงจุดที่ฮานึลยืนอยู่และกล่าวทักทายออกไป...

"ไม่เจอกันนาน จนข้าเกือบจำเจ้าไม่ได้แล้วนะฮานึล"ฮยอนอินว่า

"ห้ะ เอ่อ...ข้าเองก็ว่าอย่างนั้นท่านพี่ ฮะๆๆ" ฮานึลตอบกลับไปอย่างไม่เต็มเสียงพลางหัวเราะเเก้เก้อในท้ายประโยค แต่กลับได้รับปฏิกิริยาที่ทำให้ประหลาดใจ เพราะหลังจากที่เขาพูดจบประโยคคนตรงหน้ากลับค่อยๆเผยรอยยิ้มน้อยๆออกมา ทำเอาเขาทำตัวไม่ถูกเพราะในเรื่องตัวองค์รัชทายาทเองไม่เคยยิ้มเลยสักนิดด้วยความที่มีแต่คนคอยคิดปองร้ายอยู่ตลอดเวลา ยิ่งคนที่คิดจะทำนั้นเป็นพี่น้องของตัวเองอีก ทำให้รัชทายาทกลายเป็นคนเย็นชาไปโดยปริยาย แต่ตอนนี้คนที่ได้ชื่อว่าเย็นชากำลังส่งยิ้มน้อยๆให้เขา ไม่อยากจะยอมรับหรอกนะ...ทำไมคนเราถึงได้ดูดีขนาดนี้กันแค่ยิ้มหน่อยเดียวสาวๆนางในรอบข้างก็ระทวยกันหมด 

"ไม่เคยมีใครเรียกข้าแบบสนิทสนมมานานเท่าไหร่แล้วนะ ตั้งแต่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นรัชทายาทเลยล่ะมั้ง เจ้าเป็นคนแรกที่เรียกแบบนั้นในรอบหลายปีเลยนะ ฮานึล..." ฮยอนอินว่า

"ขออภัยองค์รัชทายาทข้าจะไม่พูดอีก พอดีเมื่อคืนดื่มเยอะไปหน่อย เอ่อ พ่ะย่ะค่ะ..." ฮานึลว่าพลางนึกอยากจะตีปากตัวเอง เขาลืมว่าตัวฮานึลนั้นก็ไม่ได้สนิทกับรัชทายาทฮยอนอินเท่าไหร่ แต่ดันเผลอไปเรียกเหมือนพี่น้องแม่เดียวกันซะงั้น 

"ข้าไม่ได้จะว่าอะไรดีซะอีกข้าเองก็ไม่ได้สนิทกับใครมานานแล้ว ยามนี้มีแต่คนคิดจะแบ่งฝักแบ่งฝ่ายกัน ใช้ชีวิตแบบเจ้าก็ดีไปอย่าง ไม่ต้องสนใจใคร เที่ยวเล่นไปวันๆ แต่เจ้ารู้หรือไม่..."ฮยอนอินเว้นจังหวะให้ฮานึลคิดตาม

"....."

"สักวันหนึ่งเจ้าจะต้องเลือกข้าง เด็กน้อย แต่ก่อนจะถึงวันนั้นข้าขอลองถามเจ้าดูก่อนได้หรือไม่ ว่าตอนนี้ตัวเจ้ากำลังเอนเอียงไปฝั่งไหนกันแน่..."

       ฮานึลฟังคำถามและคิดตามมันแน่นอนอยู่แล้วในฐานะแฟนนิยายเขาย่อมเลือกตัวเอกที่เป็นคนดีอย่างองค์รัชทายาทฮยอนอิน แต่จะให้พูดออกไปตอนนี้มันก็ดูยังไงๆอยู่ ไม่มีความเชื่อมโยงเลยสักนิด เขาคงต้องตอบคำถามให้ประทับใจอีกฝ่ายก่อนเพื่อจะได้สนิทกันในวันข้างหน้า ซีนน้องชายดีเด่นแสนดีต้องเป็นของเขาแน่ๆ

"หากถามข้าๆก็ไม่รู้จะเลือกข้างใครเหมือนกัน ข้าขออยู่ข้างคนที่ต่อสู้เพื่อความถูกต้องและสู้เพื่อราษฎร์ก็แล้วกัน" ฮานึลตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง เขาใช้ความรู้สึกของตัวฮยอนอินที่เคยอ่านในบทบรรยายความรู้สึก มาพูดเพื่อให้โดนใจคนตรงหน้า และเป็นดังคาดรัชทายาทฮยอนอินมองมาที่เขาด้วยสายตาเเห่งความคาดหวังบางอย่าง 

"ข้าจะรอดู...ว่าแต่เจ้าไม่ได้เป็นอะไรใช่หรือไม่!! เมื่อครู่ดาบที่ฝึกซ้อมพลาดกระเด็นมาหาเจ้า" 

"ไม่เป็นไรข้าหลบทันพอดี แล้วก็นี่ข้ารับได้ด้วย" ฮานึลว่าพลางชูดาบที่คว้าได้ให้คนตรงหน้าดูก่อนจะยื่นให้อีกฝ่าย และขอตัวหลบฉากออกมา วันนี้เขาถือว่าทำสำเร็จไปขั้นหนึ่งในการสร้างความประทับใจให้แก่ตัวเอกอย่างรัชทายาทฮยอนอิน เขาเดินจ้ำอ้าวมาเรื่อยจนถึงห้องของตัวเอง เพราะระยะทางไม่ไกลมากทำให้เขากลับมาได้ถูก แต่กลับรู้สึกเหมือนลืมอะไรบางอย่าง

"เชี่ย!! ลืมขันทีจงไว้ที่ลานฝึกซ้อม..."ฮานึลอุทานออกมาเสียงดังเมื่อหันมองรอบตัวและไม่พบชายแก่ชุดเขียวที่เดินตามตนเองต้อยๆ เขาจำได้ว่าพอหลบดาบและคว้าเอาไว้ได้ ขันทีจงที่แหกปากร้องตอนแรกก็ยืนอึ้งเป็นไก่ตาแตกจนเขาเดินกลับมาที่ตำหนักก็ยังไม่ได้เดินตามกลับมา อะไรมันจะอึ้งขนาดนั้นกัน เขาคงต้องเดินไปตามกลับมาสินะ....
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 286 ครั้ง

134 ความคิดเห็น

  1. #117 fujikawaisanami (@fujikawaisanami) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 19:22
    หลังจากวนมาอ่านรอไรท์อัพหลายรอบ เราก็ยังหยุดคิดว่าฮานึลเป็นพี่ซองอุนไม่ได้555
    #117
    0
  2. #84 nicharipaen04 (@nicharipaen04) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 18:09
    เอ๊ะ5555 ถึงกับลืมขันที..
    #84
    0
  3. #75 SugarSoldier (@SugarSoldier) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 02:12
    คนแต่งนี่ติ่งstray kidsป่ะค่ะ555 'ฮยอนอิน'เหมือนชื่อคู่ชิป 'ฮยอนจิน & จองอิน'อ่ะ5555😂😂
    #75
    0
  4. #29 imavikur (@rayfa) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 07:56
    เอาฮาใช่ป่ะ55555
    #29
    0
  5. วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:35

    คุยกันมาตั้งนาน พึ่งมาถามว่าเป็นไรมั้ย...แปลกๆแต่ชอบฉากนี้~
    #4
    0
  6. #3 FatherMint (@FatherMint) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:58
    รอกันต่อไปปปป
    #3
    0