(YAOI) Place bets. ห้วงรักอันตรายนายมาเฟีย

ตอนที่ 9 : เผชิญหน้ากับความกลัว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,460
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 89 ครั้ง
    5 ก.พ. 64

          ไม่ใช่ว่าทุกอย่างจะดีขึ้น แต่มันกำลังถดถอยและเลวร้ายมากกว่าเดิม โศกนาฏกรรมครั้งนั้นจะยิ่งตามหลอกหลอนเป็นเงาตามตัว เงานั่นยิ่งแสงจ้าเท่าไหร่ มันจะยิ่งขยายใหญ่ครอบคลุมทุกพื้นที่ทุกตาราง กลืนกินทุกสิ่งอย่างให้หมดสิ้น ไม่เหลือแม้กระทั่ง...ตัวตน
          "เออร์เกรน ไม่!"
          สองมือผวาโอบรอบคออีกฝ่ายไว้แน่น เนื้อตัวสั่นอย่างห้ามไม่อยู่ คลื่นกลางทะเลไหวเป็นระลอกคล้ายกับจะดูดกลืนสิ่งมีชีวิตให้จมดิ่งลึกลงในความมืด
          "ใจเย็นๆ ตั้งสติ ถ้าไม่โดดตอนนี้ เราจะตายกันหมด"
          มือข้างหนึ่งของเขากระชับรอบเอวผมแน่น ส่วนอีกข้างคอยรั้งเชือกเพื่อเตรียมพร้อม ในเวลานี้ ความกลัวมันซึมลึกฝังแน่นเกินไป จนไม่กล้าเผชิญหน้ากับมัน 
          "ไม่ไหว ผมไปไม่ได้..."
          "ฉันเข้าใจ และฉันจะไม่ฝืนให้นายต่อสู้กับมัน แต่เราจะไปพร้อมกัน"
          "..."
          "ตกลงมั้ย"
          เสียงนั่นคล้ายกำลังปลอบประโลม ชะล้างลมที่กำลังคลืบคลานก่อตัวเป็นพายุให้ผ่อนปรนเบาบาง มุมอ่อนแอที่สุดของผมถูกเจ้าพ่อมาเฟียผู้เย่อหยิ่งคนนี้มองออกจนหมด เขามองมันแทบทะลุปรุโปร่ง
          "ผมอาจ...จะช็อกตายก่อนถึงข้างล่างก็ได้ เพราะงั้น...คุณไปเถอะ"
          "ให้ฉันไปทั้งที่นายกลัว?"
          "..."
          "แน่ใจว่าตัดสินใจไม่พลาด"
          คิดว่าผมโอเคกับการตัดสินใจเรื่องนี้เหรอ ใจผมรับไม่ไหวหรอก มองดูน้ำพวกนั้นสิ เหมือนพวกมันกำลังเรียกวิญญาณให้ก้าวสู่หุบเหวแห่งความตาย นอกจากตายคือความทรมานก่อนจะสิ้นใจ แต่ก่อนจะถึงเบื้องล่าง ผมคงหมดลมหายใจตายกลางอากาศไปก่อน สุดท้ายก็กลายเป็นภาระ 
          "ถึงผมจะกลัว แต่ผมก็ไม่อยากให้ใครมาตายเพราะผม!"
          มันไม่ยุติธรรมกับคนอื่น ใช่ ผมมันขี้ขลาด กลัวมั่วซั่วไปหมด แต่การเอาคนอื่นมาทิ้งชีวิตเพราะตัวเองเป็นต้นเหตุ คิดว่าคนอย่างรักคุณจะยิ้มออกเหรอ หากคนอื่นตายเพราะผมเหมือนครั้งนั้น ผมคงไม่มีอารมณ์หายใจได้อีก
          "ใครว่าฉันจะตาย แค่นายยอมทิ้งมันไว้ตรงนี้ ฉันสามารถพานายไปได้ทุกที่"
          "..."
          "เท่าที่อยากจะไป"
          ผมไปได้จริงเหรอ...
          พลันเงยหน้ามองคนที่กำลังถูกโอบแน่น ปลายคางของเขาอยู่ใกล้แค่เอื้อม สายตาจากคนเบื้องหน้ามองนิ่งราวกับยืนยันในคำพูดเหล่านั้น 
          หากผมตอบกลับ ผมจะได้สมหวังอย่างนั้นมั้ย ถ้าเป็นไปได้ ผมก็อยากไป อยากหลุดพ้นจากพันธนาการที่มันคอยแต่จะรัดลมหายใจ แต่ต้องทำขนาดไหน ขาของผมถึงจะยอมไปพร้อมกับเขา ต้องทำไง มันถึงจะยอมปล่อยวางทุกอย่างไว้ข้างหลัง สมองสั่งการไม่ได้ด้วยซ้ำ แล้วแบบนี้จะเดินต่อได้ยังไง 
          ขอร้องล่ะ...เอาอย่างนั้นก็ได้ จะเป็นคุณก็ได้ ช่วยผมที ช่วยลากผมออกไปจากความหวาดกลัวบัดซบนี่ที!
          "เออร์เกรน ช่วย..."
          "ฉันไม่ปล่อยให้นายตายหรอก เพราะฉะนั้น...หลับตา เมื่อถึงเวลา ฉันจะปลุกนายเอง"

Ergren part.
          เด็กคนนี้เจออะไรมา ถึงได้กลัวมากขนาดนี้ 
          ผมรั้งเอวกระชับแขนมากขึ้น คนตรงหน้าหอบหายใจหนักหน่วงเหมือนวิ่งมารทอนเป็นร้อยเมตร จังหวะการเต้นของหัวใจหนักหน่วงดังระรัว เนื้อตัวสั่นเทา แถมยังหายใจติดขัด เหมือนจะช็อกได้ตลอดเวลา ความตื่นเต้นและเหงื่อเย็นชื้นบ่งบอกถึงอารมณ์ของคนในอ้อมแขนกำลังกลัวจับใจ
          ผมต้องพาเขาผ่านช่วงนี้ไปให้ได้
          "พร้อมนะ"
          "..."
          หวังว่าสักวันเด็กคนนี้จะก้าวผ่านความกลัวไปได้โดยเร็ว
Ergren end.

          เหมือนกับ...ลมหายใจจะสะดุด
          เออร์เกรนทิ้งน้ำหนักโรยตัวลงเบื้องล่าง มือกอดกระชับเอวผมแน่ ผมปิดเปลือกตาลงจนแทบจะปดเข้ากับนัยตาด้านใน ไม่กล้าแม้แต่หายใจแรงๆ ด้วยซ้ำ ความกลัวคอยแต่จะคลืบคลานเข้าสู่ก้นหลุมแห่งจิตใจ ฝันร้ายห่างหายมานานกำลังจะกลับมา
          แม้เปลือกตาจะปิดสนิท แต่ประสาทสัมผัสกลับรับรู้ได้ดี เสียงลมปะทะเข้าหูขณะร่างกายทั้งสองกำลังดำดิ่งสู่ด้านล่างตามแรงโน้มถ่วงของโลก ระยะเวลาช่างยาวนานดั่งแรมปี เพียงไม่นาน รู้สึกได้ว่าน้ำหนักของฝ่าเท้าแตะลงบนพื้นราบเรียบแต่โคลงเคลงเล็กน้อย พอลืมตาขึ้น เห็นเออร์เกรนกำลังปลดล็อกตะขอออกจากตัว ใกล้กันมีนักบินที่ขับเฮลิคอปเตอร์กำลังปลดตะขอเช่นกัน
          ไม่ไกลเสียงเฮลิคอปเตอร์ระเบิดตูมดังสนั่นกลางผืนน้ำ แตกตัวกระจายอย่างน่าสะพรึง
          "รีบขึ้นฝั่งให้เร็วที่สุด"
          เสียงแห่งอำนาจสั่งการเสร็จสรรพ ลูกน้องที่เป็นนักบินคนนั้นค่อมหัวเล็กน้อยก่อนนั่งประจำที่ขับเรือออกไป เออร์เกรนประคองผมนั่งใกล้ๆ พื้นที่นั่งข้างตัว เขายังคงโอบเอวผมไว้ แต่คลายแรงลงบ้างเล็กน้อย
          "จะทำก็ทำได้นี่"
          คำพูดกึ่งให้กำลังใจกึ่งชมเชยนั่นก็น่าฟังพอดู ก็ไม่คิดว่าจะทำได้เหมือนกันนั่นแหละ ความสูงระดับนั้นใครจะคาดว่าจะโรยตัวลงมาแตะพื้นเรือได้ หากพลาดตกน้ำผมก็ไม่คิดว่าตัวเองจะฝืนหายใจได้หรอก
          "ขอบคุณ"
          แม้จะเอ่ยเสียงเบา แต่กลับเรียกรอยยิ้มบางๆ จากคนข้างตัว เออร์เกรนกระชับมือที่เอวผมเล็กน้อย มองดูบรรยากาศรอบตัว
          "พวกนั้นคงตามมาไม่ทัน เพราะฉะนั้นไม่ต้องกังวลมาก"
          "เราจะกลับบ้านผมกันใช่มั้ย"
          ที่ถามก็เพื่อยืนยันคำตอบ หวังว่าเขาจะไม่ใช้ข้ออ้างการถูกตามล่าเพื่อดึงผมกลับคฤหาสน์ของเขา แต่พอหันสบตากับผู้นำสูงสุดแห่งแก๊งมาเฟียตะวันตกเฉียงใต้กลับแทบอยากเก็บคำถามนั่นกลืนลงท้อง
          "อย่างน้อยฉันก็ไม่ใช่คนผิดคำพูด...ขนาดนั้น"
          เหอะ! เปล่าว่าอะไรสักหน่อย ทำไมจะต้องทำหน้าดุใส่
          เราสองคงต่างนิ่งเงียบกันไป จะว่าแล้วความรู้สึกหวาดกลัวก่อนหน้านี้มันเหมือนจะทุเลาลง ทีแรกนึกว่าจะสั่นเป็นเจ้าเข้า ที่ไหนได้ กลับสงบลงมาก น่าแปลกไม่น้อย 
          "เออร์เกรน ขอบคุณมาก"
          "นายพูดไปแล้ว"
          ก็นะ...อะไรที่สมควรพูดก็ควรพูดอีก สิ่งที่เขาทำก็เหมาะกับการเอ่ยขอบคุณ แต่ทำไมเขาถึงไม่ยอมปล่อยมือจากเอวผมสักที จะกอดไว้จนขึ้นฝั่งเลยรึไง 
          เหมือนเขาจะรู้ว่าผมเอาแต่ลอบด่าในใจ เออร์กระชับอ้อมแขนมากขึ้นกว่าเดิมจนตัวเซเข้าไปซุกในอ้อมแขน
          "ผมว่าเราก็ผ่านช่วงวิกฤติมาแล้ว คุณควรจะเอามือออกจากเอวผมได้สักที"
          เขาก้มหน้าเล็กน้อยคล้ายกำลังสำรวจบางอย่างบนใบหน้าผม แววตาที่ใช้มองนิ่งค้นหาห้วงลึกจากแววตาของคนข้างตัว
          "นายไม่กลัวแล้ว"
          ไม่ใช่ไม่กลัว แค่ความกลัวมันน้อยลงกว่าแต่ก่อนเท่านั้น และภาพที่ผู้ชายสองคนโอบเอวกันมันก็ไม่ได้น่าดูชมหรอกนะ ถึงจะคิดแบบนี้แต่ก็ต้องรักษาฟอร์มกันไว้บ้าง
          "ไม่กลัว ปล่อยได้แล้ว"
          "ไม่กลัวจริงๆ?"
          คิ้วสองข้างของคนด้านข้างเลิกขึ้นสูงคล้ายจะล้อเลียน ก็รู้ว่าอารมณ์ผมมันถูกยุให้โมโหง่าย แต่คนๆ นี้กลับชอบทำให้คนอื่นประสาทเสียอยู่เรื่อย
          "ไม่กลัว"
          "งั้นเหรอ..."
          เออร์เกรนคลายแรงจากแขนลง ผมขยับตัวออกห่างเล็กน้อย ใช้มือจับราวขอบเรือไว้แน่น กันไว้ไม่เสียหาย ดีกว่าทำตัวเองขายขี้หน้าคนอื่น
          ผ่านไปสักระยะ ในที่สุดเรือก็จอดเทียบท่า ชายชุดดำกลุ่มหนึ่งยืนเรียงสองด้านเว้นระยะทางเดินผ่านเป็นทางยาว เพื่อเตรียมต้อนรับเจ้านาย ช่างเป็นภาพที่หาดูง่ายตั้งแต่ชีวิตผูกติดกับผู้มีอำนาจอย่างมาเฟีย
          "ไปกันเถอะ"
          เออร์เกรนเดินขึ้นฝั่ง เขาเอี้ยวตัวกลับมายื่นมือข้างหนึ่งมาตรงหน้าผม ภาพเหตุการณ์ครั้งก่อนเหมือนตอนที่เราสองคนขึ้นเฮลิคอปเตอร์กำลังวนกลับมา ผมจำได้ตอนยื่นมือออกไป อีกฝ่ายกลับดึงผมจนหน้าซุกเข้าอกเขา คราวนี้ผมจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นซ้ำอีก 
          "ผมขึ้นเองได้"
          "ไม่ขัดสักเรื่องได้มั้ย"
          แล้วเขาล่ะ ไม่ยุ่งสักเรื่องได้มั้ย 
          "หลีกไป ผมจะขึ้นเอง"
          ยังไม่ทันก้าวขาเหยียบทางขึ้น ตัวกลับลอยหวือไปทั้งอย่างนั้น ปะทะเข้ากับความอุ่นของอกกว้างที่ทั้งแข็งแกร่งและดุดัน เออร์เกรนคว้ามือผมมาจับไว้ก่อนหันไปมองคนอยู่ใกล้สุด ลูกน้องของเขาคนหนึ่งก้าวออกมาก้มหัวเล็กน้อยก่อนเอ่ยกับผู้เป็นเจ้านาย
          "รถพร้อมแล้วครับ"
          เออร์เกรนพยักหน้า กึ่งลากกึ่งดึงผมให้เดินตามชายคนนั้นไป เขาคว้าเอวผมมาโอบไว้อย่างกับกลัวจะหนี
          เข้าอีหรอบเดิมจนได้
          "ไม่อึดอัดรึไง ผมมีของพ่วงติดมาด้วย แถมคุณยังเอาแต่โอบเอว รักผมเข้าแล้วเรอะ"
          ฝีเท้าหยุดชะงัก การเดินหยุดนิ่งกะทันหันอย่างนี้พาลให้รู้สึกใจไม่ดีไปด้วย หรือผมจะพูดกระตุ้นโทสะเขาเกินไป เขาอาจกำลังโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ และยิ่งเขาเป็นถึงผู้นำผู้ยิ่งใหญ่ การพูดเล่นไม่ดูฤกษ์ยามอาจนำมาสู่หายนะ
          "รักคุณ..."
          "ครับ?"
          เผลอหลุดประโยคตอบกลับจากความเคยชินเวลามีคนเรียก เออร์เกรนก้มหน้ามองเล็กน้อย สายตานั่นสะกดทุกความเคลื่อนไหวรอบตัวจนไม่กล้าขยับเพราะเกรงจะทำให้อีกฝ่ายอารมณ์เสียกว่าเดิม แต่พอเห็นรอยยิ้มที่คล้ายกับยิ้มแต่ไม่ยิ้มนั้น คำถามในใจก็ผุดขึ้นมามากมายในสมองทันทีว่าเขาเป็นอะไร
          "เป็นชื่อไทยที่เพราะดี...นายว่ามั้ย"


          #ติดตามความเคลื่อนไหวที่เพจ นิยายวาย-Yaoi นะจ๊ะ ;)
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 89 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

70 ความคิดเห็น

  1. #46 เดือนหนาวเอง (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 มีนาคม 2563 / 11:26
    รักคุณที่ไม่ใช่ชื่อรึป่าวว กรี้ดๆ
    #46
    1
    • #46-1 moodang_lovely(จากตอนที่ 9)
      10 มีนาคม 2563 / 12:31
      อยากให้บอกรักไปเลย~
      #46-1