(YAOI) Place bets. ห้วงรักอันตรายนายมาเฟีย

ตอนที่ 5 : เบาะแสว่างเปล่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,727
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 119 ครั้ง
    29 ม.ค. 64

          ร่างกายแข็งทื่อเมื่อสัมผัสได้ถึงกระแสเสียงใกล้ตัว การตอบสนองโดยสมองเป็นผู้สั่งการไม่อาจควบคุมความรู้สึกนึกคิดได้ทั้งหมด ฝ่ามืออุ่นร้อนของเออร์เกรนกุมมือข้างที่ดึงลูกธนูจนสุดปลายแขน ส่วนอีกข้างก็กุมมือที่จับคันธนูไว้
          "มันเป็นการเสริมทักษะอย่างหนึ่ง ผมหมายถึง ฝึกยิงธนูให้คล่อง..."
          "เกี่ยว?"
          "ก็เกี่ยวสิ ยิงได้อย่างเดียวแต่ไม่รู้จักสังเกตสิ่งรอบตัว ต่อให้แม่นแค่ไหนก็ตายก่อนได้เหมือนกัน"
          ทุกอย่างเงียบ ได้ยินแม้กระทั่งลมหายใจรดต้นคอของคนข้างหลัง ให้ความรู้สึกเหมือนถูกกดดันทางอ้อม เมื่อไม่อาจรู้แน่ชัดว่าคนๆ นี้ใช่ศัตรู จะเผยอะไรออกไปก็เหมือนทำให้ตัวเองถึงจุดจบมากขึ้นเท่านั้น
          "งั้นเหรอ"
          คำตอบกลับทำเอาผมแทบอยากทอนหายใจแรงๆ แม้ปฏิกิริยานั่นคล้ายเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง การตบตาคนๆ นี้ไม่ง่าย เขารู้และมองออกแม้แต่สิ่งที่ผมพยายามปิด ถึงจะใช้ความสามารถด้านนี้ไม่บ่อยนัก แต่เขาก็อ่านออกว่าผมผ่านการเรียนจากคนมีฝีมือ อาจเพราะประสบการณ์ มุมมองผู้นำ หรือไม่ก็อาจรู้จักคนฝึกเป็นอย่างดี
          จะแบบไหนก็อันตรายสำหรับผม
          เสียงฝีเท้าใกล้เข้ามาทำเอาความคิดชะงัก ใจระทึกเต้นแรงทุกครั้ง ความตระหนกอยู่ในทีแม้จะเคยผ่านสถานการณ์เลวร้ายมาแล้วก็ตาม แต่กับศัตรูที่ไม่รู้ว่าจะจู่โจมเมื่อไหร่ มันน่ากลัวกว่าการเผชิญหน้าโดยตรงหลายเท่า
          "กลัวเหรอ"
          ก็กลัวน่ะสิ ยิงแม่นผมไม่ว่า แต่ถ้ายิงพลาด นั่นหมายถึงลูกธนูอาจเสียบกลางอกผู้บุกรุก และผมไม่พร้อมจะฆ่าใคร ใจไม่เด็ดพอในเมื่อผมเป็นแค่นักศึกษา 
          "ผมไม่เหมือนคุณ เรื่องฆ่าคนมันยากสำหรับผม"
          "แต่ง่ายสำหรับฉัน"
          น้ำเสียงบ่งบอกว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งที่พบเห็นบ่อย เหมือนมันเป็นส่วนหนึ่งที่ต้องเผชิญในชีวิต แต่ไม่มีใครทำใจยอมรับได้ง่ายเท่ากับผู้ผ่านเรื่องมาโชกโชน ยังไงผมก็ยืนยัน การฆ่าคนไม่ใช่ตัวตัดสินทุกอย่าง
          แล้วก็ไม่มีใครสามารถตัดสินชีวิตใครได้ทั้งนั้น
          แก๊ก...
          เสียงคล้ายมีคนพยายามไขกุญแจเข้ามา สร้างแรงกดดันเพิ่มมากกว่าเดิม เหงื่อไหลลงข้างขมับทั้งที่แอร์ยังอยู่ในอุณหภูมิปกติ แต่ใจที่ระรัวไม่อาจคลายความกังวล สายตายามมองในที่มืดแบกรับความเสี่ยงสูง ใจอาจหวั่นมากกว่านี้ หากคนข้างหลังไม่หันปลายลูกดอกเอียงองศาลงข้างล่าง
          "ทำอะไร"
          เออร์เกรนกระชับมือผมแน่นขึ้น เขาออกแรงยืดสายธนูให้กว้างจนแอ่นโค้งอย่างที่ผมไม่เคยเห็น จนกลัวว่ามันอาจหักก่อนปล่อยลูกออกไป
          "ถ้ากลัวใครตายก็ทำตามซะ"
          แม้ใจไม่ยอมรับกับคำพูดนั่น แต่ความจริงคือผมกลัว แม้คนที่บุกเข้ามาจะเป็นคนร้าย แต่ผมไม่ได้อยากให้ถึงตาย แค่ต้องการให้เขาได้รับการถูกลงโทษอย่างเหมาะสม
          ถึงจะรู้ว่าแท้จริงถ้าถูกจับได้ ชีวิตคนผู้นั้นจะมีจุดจบไม่ตายดีก็เถอะ
          แอ๊ด...
          ขณะที่ในหัวตีกันยุ่งเหยิง คนด้านนอกก็ค่อยๆ แง้มประตูเปิดออก แสงสว่างจากหลอดไฟส่องเข้ามาจนต้องคอยหรี่ตา อย่างไม่คาดคิด เออร์เกรนปล่อยลูกธนูยิงออกไปทันที จังหวะเดียวกับเสียงประตูปิดดังโครม!
          ผมถลาลุกจากเตียง เผลอสะดุดล้มตอนลง แต่ก็รีบลุกขึ้นเปิดประตูตามคนร้ายออกไป ไม่ใช่ว่าไม่กลัวตาย แต่ถ้าผมสามารถจับคนร้ายได้ ไม่แน่เวลาในการกลับบ้านอาจเป็นพรุ่งนี้ เมื่อทุกอย่างจบลง อิสระจะกลับมาอีกครั้ง
          รอยเลือดหน้าประตูทำพื้นเปื้อนเล็กน้อย แสดงว่าการยิงเมื่อกี้คนร้ายต้องได้รับบาดเจ็บ และนั่น...สายตาพลันเหลือบเห็นคนร้ายวิ่งไปทางระเบียงด้านหลังฝั่งตะวันตกของคฤหาสน์ ผมวิ่งตามไปอย่างไม่ลดละ ผ่านทางเดินทั้งมืดและสว่างสลับกันไป เสียงฝีเท้าวิ่งตามไล่หลังคาดว่าน่าจะเป็นคนของเออร์เกรนตามมาสมทบ 
          เสียงโครมจากด้านหน้าตรงทางเลี้ยวของคฤหาสน์ ทำเอาเท้าหยุดกะทันหัน เกิดอะไรขึ้นตรงนั้น 
          "อ๊าก!!!"
          เสียงกรีดร้องนั่นเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เท่าใจนึก ผมรีบออกตัววิ่งตามไปจนสุดทาง มันเป็นอะไรที่ไม่คาดคิด
          สายลมจากด้านนอกปะทะเข้ามาอย่างแรง กระแทกประตูด้านหน้าเปิดกว้างจนติดผนังข้างนอก 
          นี่มันอะไรกัน...
          ร่างกายสั่นน้อยๆ ไม่อาจควบคุมความกลัว รู้สึกผวาเหมือนฝันร้ายจะกลับมาอีกครั้ง เบื้องหน้าเป็นเหวลึกติดทะเล คลื่นกระทบฝั่งเสียงดังเหมือนกับกำลังบ้าคลั่ง ผมไม่อาจคาดเดาว่าคนร้ายที่ตกลงไปจะมีสภาพไหน ไม่อาจชะโงกหน้าลงไปดูว่าข้างล่างนั่นเป็นยังไง พลันหัวใจเต้นเร็วแรงก็แทบจะทะลุออกจากอก กระแสความกลัวเริ่มเกาะกินจนรู้สึกเกร็ง
          ผมกำลังจะช็อก
          "ถ้ากลัวก็อย่ามอง"
          ฝ่ามืออุ่นร้อนของใครบางคนกำลังแนบสนิทกับดวงตาทั้งสองข้าง เมื่อโลกทั้งใบมืดลง หัวใจก็พลันสงบ อาการเกร็งเมื่อครู่ค่อยๆ หายไป ลมหายใจเข้าสู่สภาวะปกติอีกครั้ง เสียงปิดประตูด้านหน้าทำให้ลมสงบลง เสียงถอนหายใจละคนโล่งอกไม่ปิดบัง ทำให้ได้ยินเสียงคล้ายคนกำลังกลั้นขำตามมา
          เขาหัวเราะ?
          "คุณขำผมใช่มั้ย"
          "แค่ขำให้กับคนกลัวตายแต่ใจกล้าอย่างนาย"
          ผมดึงมือเขาออกทันที หันกลับไปมองคนที่เพิ่งจะช่วยชีวิตตัวเองจากความกลัว เออร์เกรนเหยียดยิ้มมุมปากน้อยๆ ก่อนก้มหน้าลงมา
          "คงคิดสิว่าถ้าจับตัวคนร้ายได้คืนนี้ จะเป็นอิสระ"
          ถ้าไม่คิดก็คงไม่ทำ...
          "ในเมื่อชีวิตของผมขึ้นอยู่กับการจับคนร้าย ไม่ให้คิดแบบนั้นจะให้คิดแบบไหน"
          "นั่นสินะ..."
          บางทีผมควรทำตัวให้ชินกับคำตอบของอีกฝ่ายที่เหมือนไม่ใส่ใจอะไร แม้จะเริ่มหงุดหงิดก็ตาม จะว่าไปคนอย่างเออร์เกรนจะว่าน่ากลัวก็ใช่ จะดูนิ่งขรึมก็ไม่เชิง เขาดูเป็นคนหลายๆ แบบ บางครั้งก็ดูเย็นชาแข็งกระด้าง แต่ก็ใจดีกับคนอื่น
          ใจดีเหรอ...ถ้าการที่เขาช่วยให้หายกลัวเรียกว่าใจดี แล้วที่ใช้คำพูดตรอกกลับเมื่อกี้เรียกว่าอะไร ตบหัวแล้วลูบหลัง รึว่า...ลูบหลังแล้วตบหัวซ้ำ จะแบบไหนก็ไม่น่าไว้ใจทั้งนั้น
          สรุปแล้วคนๆ นี้จะเป็นยังไงก็ไม่เกี่ยวกับผม ทางเดียวจะรอดพ้นจากพวกมาเฟียได้คือหาคนร้ายให้เจอ นั่นก็คืออิสระที่หวัง


          เช้านี้แม้อากาศแจ่มใส แสงแดดยามรุ่งอรุณจะอบอุ่นเพียงใด แต่ผมไม่เคยคิดอยากดูพระอาทิตย์ขึ้นจากขอบทะเล และไม่คิดว่าพระอาทิตย์ตกจะสวยงาม ตราบใดที่ทุกอย่างยังคงเป็นน้ำ มันจะไม่มีวันที่ผมจะย่างกลายเข้าเฉียดใกล้ หากไม่ถูกบีบ
          ผมออกมาเดินสำรวจนอกตัวคฤหาสน์ และแน่นอนว่าจะไม่มีทางเดินไปทางฝั่งตะวันตกด้านหลังคฤหาสน์แน่ แต่ไม่ว่าจะเดินทางไหนก็ไม่อาจหาร่องรอยของคนร้ายพบ ไม่มีข้อมูลอะไรให้คิดต่อนอกจากรูปรอยสักตรงข้อมือ แถมคนร้ายที่เพิ่งเจอก็ตายไปเมื่อไม่นาน การกู้ชีพเก็บศพของคนร้ายผ่านไปในเวลาสามชั่วโมง เป็นไปตามคาด มีรอยสักบ่งชี้ตัวบุคคล แต่ไม่สามารถสาวไปถึงผู้บงการรายใหญ่ เบาะแสอะไรก็ไม่มี 
          มันไม่มีอะไรเลยจริงๆ น่ะเหรอ
          "คุณรู้ตัวเมื่อไหร่ว่าถูกลอบฆ่า"
          ผมถามเออร์เกรนขณะนั่งกินข้าวร่วมโต๊ะในห้องอาหาร ให้ตายเถอะ มันใหญ่และหรูหราจนอยากหนีกลับเดี๋ยวนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะเออร์เกรนสั่งให้ย้ายโต๊ะอาหารตัวยาวเกือบหกเมตรนั่นออก ผมสาบานเลยว่าจะกินข้าวในห้องจนกว่าจะได้กลับบ้าน
          "เมื่อวาน..."
          เมื่อวานเนี่ยนะ!
          อยากพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ ถ้าไม่ติดตรงที่เป็นการเสียมารยาทต่อหน้านายใหญ่แห่งแก๊งมาเฟียสาขาตะวันตกเฉียงใต้ ทำไมเขาไม่คิดบ้างว่าการพาตัวนักศึกษาธรรมดามาร่วมสืบคดีหาตัวคนร้ายเบื้องหลังการลักลอบสังหารระดับผู้นำมันเป็นเรื่องใหญ่ คอขาดบาดตายเลยก็ได้ เขาไม่คิดว่าผมจะกลัวหรือทนแบกรับความรู้สึกกดดันไม่ไหวจนสติแตกทำเรื่องโง่ๆ โดยการโทร.แจ้งทางมหาวิทยาลัยให้กลับมารับ หรือกลายเป็นข่าวใหญ่ภายหลังเกี่ยวกับผู้มีอิทธิพลในเงามืด 
          แต่อย่างว่า...ถ้าไม่กล้าคงไม่เรียกมาเฟีย
          "เคยคิดบ้างมั้ยว่าเป็นฝีมือคนใน"
          ช้อนในมือคล้ายจะสะดุด เออร์เกรนวางมันลงชิดขอบจานก่อนหยิบน้ำขึ้นมาจิบ
          "นายสงสัยคนใน"
          "แล้วมีอย่างอื่นน่าจับตามองมากกว่านั้นมั้ยล่ะ บอกก่อนนะ ถ้าคุณดูถูกแนวคิดของนักศึกษา ก็ส่งตัวผมกลับวันนี้ได้เลย เพราะผมคงไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว"
          รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้น เขาช้อนสายตามองผม มือทั้งสองข้างประสานกัน เท้าศอกบนโต๊ะอาหาร ก่อนคางเรียวงามของมาเฟียตรงหน้าจะวางลงหลังฝ่ามือ
          "นั่นสินะ..."
          ซื้อได้มั้ยคำนี้!


          #ติดตามความเคลื่อนไหวที่เพจ นิยายวาย-Yaoi นะจ๊ะ ;)
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 119 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

70 ความคิดเห็น

  1. #1 kattaley (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 14:56

    รออยู่น้าาาาาาา
    #1
    1
    • #1-1 moodang_lovely(จากตอนที่ 5)
      15 มีนาคม 2562 / 18:51
      จ้า ยินดีต้อนรับสำหรับเม้นต์แรก อิๆๆ ;)
      #1-1