(YAOI) Place bets. ห้วงรักอันตรายนายมาเฟีย

ตอนที่ 28 : แสดงจุดยืน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 569
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 39 ครั้ง
    16 ก.พ. 64

บรรยากาศภายในงานครึกครื้นคลอไปด้วยเสียงดนตรีบรรเลงของวงออร์เคสตรา อาหารการกินเลิศรสตามแบบฉบับราชวงศ์ชั้นสูง เสียงพูดคุยสนทนาเป็นกันเองพร้อมเสียงหัวเราะอย่างชอบใจ ต่างกับบรรยากาศตรงหน้าที่พร้อมปะทุให้เกิดสงครามกลางเมือง
ยูซึกิหันไปเผชิญหน้ากับเออร์เกรน ทั้งสองต่างจ้องหน้ากันจนรู้สึกถึงกระแสไฟวิ่งพร่านในดวงตา จากเดิมที่แขกเหรื่อต่างสนทนาออกรสออกชาติ กลับกลายเป็นเปลี่ยนมาให้ความสนใจจุดนี้แทน
"ถ่อมาถึงจนได้สินะ การเดินทางหนนี้คงราบรื่นด้วยดี ในเมื่อท่านยูคิเป็นแขกบ้านแขกเมือง จะทำนิ่งเฉยดูดายก็กระไรอยู่ งั้นเราควรพูดว่า 'ยินดีต้อนรับ' ใช่หรือไม่"
ดวงตาของเออร์เกรนนิ่งสงบไม่สะทกสะท้าน แต่นั่นกลับทำให้ผมรู้สึกกลัว เดาใจคนอื่นว่ายากแล้ว ต้องเดาใจผู้นำสาขาตะวันตกเฉียงใต้นั้นยากกว่า หากไม่มีการตรวจเช็คหรือห้ามนำอาวุธเข้างาน บางทีเขาอาจจะเอาปืนจ่อหัวอีกฝ่ายไว้
" 'ขอบพระทัยฝ่าบาท' "
"..."
"เพื่อเป็นการรักษามารยาท คงต้องพูดแบบนี้สินะ"
บรรยากาศตึงเครียดหนักกว่าเดิม ยูซึกิกำหมัดแน่นพร้อมกับเดินไปข้างหน้า
"หากชีวิตมันไร้ค่า ก็ทิ้งไว้ที่นี่ซะ"
เสียงซุบซิบจอแจเริ่มดังขึ้น ผมเดินตามยูซึกิ พยายามจับแขนอีกฝ่ายดึงไว้
"ยูซึกิ ผมไม่ชอบเป็นจุดสนใจ ผมรู้ว่าพวกคุณไม่ลงรอยกัน แต่ผมคงจะร่วมงานเลี้ยงอีกไม่นาน ผมต้องไปกับเออร์เกรน"
สีหน้ายูซึกิทมึงทึงขึ้นมา เขาคว้าข้อมือผมจับไว้แน่น แรงมือบีบขึ้นเรื่อยแต่ผมไม่อยากให้เขารู้ถึงความเจ็บ ไม่ว่าเขาจะกดดันหรือใช้กำลังแค่ไหน เขาควรรู้ตอนนี้ตนเองอยู่สถานะอะไร ควรปฏิบัติตัวและแสดงออกเช่นใด
เออร์เกรนเดินเข้ามาซ้อนด้านหลัง เขาออกแรงกระชากมือยูซึกิออก ก่อนจะใช้วงแขนโอบรอบตัวผม
"ฝ่าบาทควรใช้อำนาจกับคนของพระองค์ อย่าเอากิริยาอย่างชนชั้นสูงมาใช้กับผู้อื่น"
"ยุ่งอะไร!"
เสียงตวาดลั่นของยูซึกิทำเอาเสียงซุบซิบเงียบลง ไม่มีแม้เสียงดนตรีบรรเลง
"ยูซึกิ คุณกำลังทำให้เป็นเรื่องใหญ่"
ผมปรามไว้ แต่สายตาเขากลับแข็งกร้าวขึ้น ไม่สนใจใคร หลงลืมแม้กระทั่งตรงนี้เป็นสถานที่จัดงาน และมีแขกจากหลายประเทศเป็นผู้ร่วม
"เหตุใดจึงเข้าข้างแต่คนผู้นั้น หรือติดอกติดใจจนยอมวางความเชื่อใจต่อมาเฟีย"
"..."
"มิกลัวถูกหักหลังหรืออย่างไร"
"หักหลังคืออะไร คือการทรยศต่ออีกฝ่ายที่ให้ความไว้ใจนะเหรอ"
เออร์เกรนว่า เขาคลายอ้อมกอดจากผม พี่คานพี่อินรีบเข้ามาประกบซ้ายขวาทันที
"หึ...วงการมาเฟียไม่เคยขาวสะอาด คุณถึงกับฉุดดึงคนบริสุทธิ์ ไม่มีทางสู้ เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ ไม่ใจร้ายกับเขามากไปเหรอ"
ลมหายใจถูกปล่อยออก ผมคิดว่ายูซึกิจะเปิดเผยสถานะของผมต่อสาธารณะชนซะอีก หากทำแบบนั้นศัตรูที่อาจแฝงอยู่ในงานคงได้รู้ถึงฐานะที่แท้จริง และอาจสั่งเก็บผมภายหลัง คราวนี้พวกเขาคงไม่ต้องหาตัวให้ยาก แต่คงเล็งเป้าหมายง่ายขึ้น
ดูจากสีหน้าทั้งสองฝ่าย เรื่องคงไม่จบแค่นี้หากผมไม่แสดงจุดยืนให้ชัดเจน
สองเท้าเดินมาคั้นกลางระหว่างเออร์เกรนและยูซึกิ พี่คานพี่อินเองในตอนแรกพยายามห้ามไม่ให้ผมทำ แต่สุดท้ายกลับปล่อยให้เดินออกมา อาจเพราะต้องการให้ปัญหานั้นคลี่คลายโดยเร็ว
"เออร์เกรนเป็นผู้ปกครองของผม แต่เขาไม่ใช่เจ้าของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นผลประโยชน์หรืออะไรก็ตาม ถ้านั่นอยู่ในเงื่อนไข เขาย่อมได้รับส่วนแบ่ง นี่ถือเป็นข้อตกลงร่วมกัน หรือฝ่าบาทจะคิดว่าเป็นการแลกเปลี่ยนก็ไม่ผิด"
นี่คือความจริง ความจริงที่ผมควรให้ทุกฝ่ายเข้าใจ ไม่ใช่แค่ยูซึกิแต่รวมไปถึงเออร์เกรน ผมยอมให้เออร์เกรนมีส่วนแบ่งในทรัพยากรของแคว้นต้าตงก็เพื่อให้เขาช่วยเหลือราษฎร ชีวิตผมแค่ชีวิตเดียวจะตายไปก็ไม่เป็นไร หากมันช่วยคนได้อีกหลายร้อยหลายพันชีวิต
พลันสีหน้าของยูซึกิกลับคลายความเดือดดาล รอยยิ้มมุมปากผุดขึ้น เจ้าตัวเดินเข้ามาหาก่อนก้มกระซิบบางอย่าง
"ก่อเรื่องที่นี่คงไม่เหมาะ งั้นผมจะปล่อยคุณไปก่อน"
ว่าจบเขาหันไปสบตากับเออร์เกรนก่อนจะหมุนตัวออกไปจากงาน
ทุกอย่างเริ่มเข้าสู่สภาวะปกติ เสียงดนตรีบรรเลงคลอ แขกทั้งชายและหญิงออกมาเต้นรำกันอย่างสนุกสนาน
เหมือนทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเพียงละครฉากหนึ่ง เมื่อจบลงก็แค่หมดความน่าสนใจ


ขบวนรถสายเล็กขับออกจากงาน ผมและเออร์เกรนรวมทั้งพี่คานพี่อินนั่งรถกลับเรือนพักรับรอง ระหว่างทางเออร์เกรนคุยโทรศัพท์มาตลอดทาง จะเรียกคุยก็ไม่ใช่ซะทีเดียว เขาพูดตอบแค่ 'อืม' และปิดท้ายประโยคว่า 'จัดการให้เรียบร้อย' จนกระทั่งรถจอดลง
"เออร์เกรน..."
เสียงใกล้ตัวขัดขึ้นก่อนเขาจะก้าวเท้าลงจากรถ ใบหน้าเกลี้ยงเกลาแต่นัยน์ตาเย็นเยียบหันกลับมาคล้ายกำลังรอฟังประโยคถัดไป
"..."
"คุณไม่ควรมาที่นี่"
"นี่คือสิ่งที่นายจะพูด"
เปล่า...นี่ไม่ใช่สิ่งที่ผมจะพูดหรือแปลความหมายให้เขาเข้าใจแบบนั้น แต่มีอีกหลายแง่มุมที่อยากให้อยู่ในจุดของมัน
"แล้วอะไรที่ผมต้องพูด"
"นายเองก็รู้"
น้ำเสียงนั่นกึ่งไม่พอใจทำไมผมจะดูไม่ออก อย่างอื่นผมคาดเดาได้ แต่ที่คาดเดาไม่ได้ก็แค่วิธีจัดการศัตรูของเขาต่างหาก เขาคงไม่รู้ตัวว่าผมพยายามศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับตัวเขามากแค่ไหน แน่ๆ เลยคือ คนอย่างรักคุณนอกจากจะรักราษฎร รักชาติบ้านเมือง แต่ก็รู้จักรักตัวเองเหมือนกัน
"ผมคงจะพูดไม่ชัดเจนเท่าไหร่ ถึงทำให้เข้าใจความหมายเป็นอย่างอื่น"
"..."
"ที่บอกว่าคุณไม่ควรมาที่นี่...ไม่ใช่ว่าไม่ควรมา แต่คุณไม่น่าปล่อยให้ตัวเองไร้อาวุธขนาดนั้น หากยูซึกิไม่ล่าถอยกลับไป แต่กลับเล็งปืนเข้าใส่คิดว่าอะไรจะเกิดขึ้น"
"ไม่มีทาง"
"ไม่มีทางอะไร คุณรู้ใช่มั้ยว่าที่นี่เป็นถิ่นของเขา เป็นอาณาเขตของราชวงศ์เบลเวเดีย เขาสามารถสังหารคุณเดี๋ยวนั้นเลยก็ได้"
"ทำไม่ได้หรอก"
"เออร์เกรน...คุณอย่ามั่นใจนักเลย ชีวิตคนเรามันมีแค่ชีวิตเดียว หากพลาดไปไม่มีวันจะหวนกลับคืน ไม่เว้นแม้กระทั่งผู้นำอย่างคุณ"
เออร์เกรนเงียบและถอนหายใจออกมา ดวงตาของคนตรงหน้าหยั่งลึกน่าค้นหา
"คนที่ไม่เข้าใจคือนายต่างหาก"
คำพูดทุกอย่างกลับชะงักลง และถูกกลืนหายลงคอ เออร์เกรนเอื้อมมือปิดประตูที่อ้ากว้าง เขาขยับตัวเข้ามาใกล้ ใช้สองมือประคองใบหน้าผมให้มองตรงสบตากับเขา
"เพราะฉันเชื่อ...นายจะแก้ไขทุกอย่างได้"


#ติดตามความเคลื่อนไหวที่เพจ นิยายวาย-Yaoi นะจ๊ะ ;)
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 39 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

70 ความคิดเห็น