(YAOI) Place bets. ห้วงรักอันตรายนายมาเฟีย

ตอนที่ 27 : การเผชิญหน้าของผู้มีอำนาจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 574
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    16 ก.พ. 64

          นี่มันกี่โมง...
          เปลือกตาค่อยๆ ขยับเปิดขึ้น ก่อนจะปรับให้ชินกับความมืดที่เห็นอยู่ตรงหน้า ภายในห้องเงียบสนิทมีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศกำลังทำงานเท่านั้น ผมพยายามปรับสายตาให้ชินและพอจะเห็นลางๆ ว่าตนเองนอนอยู่บนเตียง
          ไม่ใช่กำลังจะจมน้ำตายหรอกเหรอ
          ดวงตาทั้งสองสอดส่ายไปทั่วห้อง ไม่มีความเคลื่อนไหวผิดปกติ มีแค่ตัวผมเท่านั้นไม่ปกติ น่าแปลก...ผมมานอนอยู่ตรงนี้ แถมใส่เสื้อผ้าครบ ก่อนหน้านี้เปลือยกายอยู่ในน้ำและกำลังจะขาดอากาศหายใจ
          แค่คิดก็รู้สึกได้ถึงความหวาดกลัว
          ทั้งที่พยายามหลีกหนีแหล่งน้ำขนาดใหญ่ หรือแม้แต่แถบเกาะทะเลห่างไกล สุดท้ายเกือบมาตายกับของแค่อ่างแช่น้ำ แถมยังเป็นอ่างขนาดเท่าสระกลางแจ้ง
          คนออกแบบไม่คิดถึงผลตามมารึยังไง อย่างว่า...คงมีแค่ผมเท่านั้นที่ต่างออกไป
          การที่ผมมานอนตรงนี้ แน่นอนว่าไม่ใช่เพราะหายจากอาการตะคริวแล้วโพล่ขึ้นมาเอง
          ความทรงจำก่อนหมดสติ ตัวผมกำลังอยู่ในน้ำ มันทั้งเย็นและหนาว แต่ที่มากกว่านั้นคือความหวาดกลัว ไม่ได้กลัวว่าตัวเองจะตาย แต่กลัวความทรมานก่อนตายต่างหาก ภาพเหตุการณ์ครั้งเก่าผุดเข้ามาและทุกอย่างตรงหน้าพร่าเลือน คล้ายเห็นใครคนหนึ่งฉุดดึงขึ้นจากน้ำ อ้อมกอดแสนคุ้นเคยประคับประคองไว้ เหมือนกลัวว่าจะหลุดมือไป
          ผมจำมันได้ดี...
          ทุกความคิดหยุดลงเมื่อแสงสว่างเกิดขึ้น ไฟภายในห้องสว่างวาบ ภาพของนางข้าหลวงทั้งสองเดินเข้ามาย่อกาย แต่ไม่ใช่คนที่ยูซึกิเคยแนะนำ
          "องค์ชายทรงตื่นบรรทมแล้วหรือเพคะ"
          หนึ่งในสองถามขึ้น ผมทำเพียงพยักหน้า แต่สายตากลับมองเลยด้านหลังพวกเธอไป 
          ทำไมเป็นสองคนนี้...จะเปลี่ยนคนดูแลยูซึกิต้องบอกผมก่อน ไม่ใช่จู่ๆ ก็เปลี่ยน
          "สองคนนั้นหายไปไหน"
          นางข้าหลวงมองหน้ากัน ก่อนหนึ่งในนั้นจะก้าวมาข้างหน้าย่อกายลงอีกครั้ง 
          "สองคนไหนหรือเพคะ ที่นี่มีเพียงแค่พวกหม่อมฉันเท่านั้น"
          พวกเธอคิดว่าหลอกเด็กอนุบาลอยู่หรือไง
          "พวกคุณไม่ใช่คนที่ยูซึกิส่งมาครั้งแรก" 
          "หม่อมฉันสองคนได้รับคำสั่งให้มาดูแลองค์ชายตั้งแต่เริ่มแรก องค์ชายคงยังสับสน น่าจะพักผ่อนพระวรกายอีกสักนิดนะเพคะ"
          นี่หาว่าผมเลอะเลือนสินะ ถึงผมจะจมน้ำ แต่สมองไม่ได้บวมถึงขั้นจำไม่ได้ว่าใครมาก่อนมาหลังหรือใครถูกสับเปลี่ยนตัว
          "สายตาผมคงแย่มากถึงได้เห็นทั้งสองเป็นคนแปลกหน้า ทั้งที่เราก็เพิ่งเจอกัน"
          "..."
          "ไม่อย่างงั้นผมคงคิดว่านี่เป็นเรื่องโกหก หากเป็นเรื่องโกหกผมคงสั่งประหารพวกพูดปดมดเท็จ"
          "..."
          "ถึงขั้นหลอกลวงเบื้องสูง อืม...ประหารสักเก้าชั่วโคตรล่ะเป็นไง"
          พรึ่บ!
          เสียงเข่าทรุดลงกระแทกพื้นดัง อดคิดไม่ได้เข่าทั้งสองข้างคงช้ำใน ผมเงยหน้าดูนางข้าหลวงอย่างเต็มตา พวกเธอก้มหน้าหดคอเกร็ง พยายามควบคุมร่างกายไม่ให้สั่น ดูก็รู้หวาดกลัวคำขู่เมื่อครู่แค่ไหน
          อำนาจมันหอมหวานจริงๆ นั่นแหละ สั่งให้ใครอยู่ก็อยู่ สั่งให้ใครตายก็ต้องตาย
          แล้วใครว่าผมจะทำ...
          ผมไม่ใช่ปีศาจ จะได้สั่งฆ่าใครโดยไร้เหตุผล ที่พวกเธอโกหก ก็เพราะเป็นคำสั่งของคนมีอำนาจเหนือกว่าเท่านั้น มีใครบ้างที่อยากตายอย่างไร้ประโยชน์ แม้แต่ตัวผมเอง 
          ที่พูดเมื่อครู่ก็แค่ขู่ให้พวกเธอบอกความจริงเท่านั้น
          "ผมจะรู้เรื่องนี้ได้จากใคร"
          พวกเธอก้มตัวหมอบลง ร่างกายสั่นนิดๆ อย่างห้ามไม่อยู่ นางข้าหลวงอีกคนเงยหน้าขึ้นมาเล็กน้อย เธอสะกดเสียงให้นิ่งก่อนจะเอ่ย
          "องค์ชายเพคะ...อย่าคาดคั้นพวกหม่อมฉันเลย หากพูดไปพวกเราอาจ..."
          "ช่างเถอะ...จะไปทำอะไรก็ไป ผมอยากอยู่เงียบๆ สักพัก"
          "ขอบพระทัยองค์ชายที่ทรงเมตตา หม่อมฉันทั้งสองจะเตรียมของเสวยมาให้นะเพคะ"
          ว่าจบพวกเธอรีบย้ายตัวเองออกจากห้องทันที ปล่อยให้คำถามมากมายแต่ไม่อาจถามใครได้วนเวียนในหัวซ้ำไปมา เรื่องมันร้ายแรงถึงขั้นบอกกันไม่ได้เชียว ผมแค่อยากรู้คนที่ช่วยชีวิตเท่านั้น หรือไม่มีใครให้คำตอบได้จริงๆ
          "หรือจะเป็นยูซึกิ"
          "ทำไมต้องเป็นหมอนั่น"
          น้ำเสียงเย็นเยียบดังจากห้องอาบน้ำ เขาคนนั้นใช้ผ้าขนหนูผืนเดียวพันรอบเอว หยดน้ำหลายหยดไหลลงข้างขมับและหน้าอก กล้ามเนื้อเป็นมัดกำลังพอดี ความลงตัวเข้ากับความแข็งแกร่งของหน้าท้อง แต่ไม่มีอะไรที่ทำให้ตกใจได้เท่ากับการปรากฏตัวของเขา
          ผู้นำสาขาตะวันตกเฉียงใต้...
          "คุณมาที่นี่ได้ยังไง"
          เสียงนี่คงจะดังมากพอให้คนข้างนอกประตูได้ยิน หรือนางข้าหลวงทั้งสองนั่นอาจจะตกใจกับเสียงเมื่อกี้ก็ได้ แต่นั่นเป็นความคิดของผมคนเดียว เวลานี้มีแค่ผมกับเขาที่อยู่ในห้อง ต่อให้ข้างนอกได้ยินก็คงไม่มีใครให้ความสนใจ ไม่สิ...พวกเขาไม่กล้าสนใจมากกว่า เพราะรู้ดีคนที่จู่ๆ ก็โพล่มาเป็นใคร มีอำนาจมากแค่ไหน
          "ไม่ใช่ว่าต้องส่งวิจัยพรุ่งนี้?"
          คำถามต่อมาก็สร้างแรงกดดัน เออร์เกรนเลี่ยงที่จะตอบ แถมเดินเข้ามาทั้งที่ตัวเองก็อยู่ในสภาพล่อแหลม
          "ผมถูกพาตัวมา"
          "ก็เลยยอมมา"
          ถ้าขัดขืนได้ใครที่ไหนอยากจะมา ผมมีงานต้องทำ มีวิจัยต้องส่ง มีเอกสารต้องเซ็น เห็นผมเป็นคนขาดความรับผิดชอบ อยากมานอนแช่น้ำที่นี่แล้วเกือบตายรึไง 
          แช่น้ำ? เกือบตาย? หรือคนที่ช่วยไว้ก็คือเขา
          "เออร์เกรน คุณช่วยผม..."
          "เป็นถึงองค์ชาย นอนในสภาพนั้นคิดดีแล้วสิ"
          ยอมรับตรงๆ ยากมากรึไง
          ความสงสัยทั้งหมดถูกสลัดทิ้ง สายตาเพ่งเล็งแค่ผู้นำที่กำลังก้าวเดินเข้ามา เออร์เกรนนั่งลงขอบเตียง เอื้อมมือมาอังหน้าผาก
          "ไม่มีไข้"
          หัวใจมันกำลังเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ
          มืออีกข้างค้ำลงบนผ้าห่มผืนนุ่ม เขาขยับตัวโน้มมาข้างหน้า ร่างกายของผมกลับนิ่งรอรับบางอย่างที่เขากำลังจะทำ ใบหน้าของเราสองคนแทบชิดกัน ก่อนเออร์เกรนจะก้มหน้าลงตรงซอกคอกดจูบหนักๆ ลงทีนึง นั่นทำให้สติของผมกลับคืนมา
          "ทำอะไรของคุณ!"
          ร่างทั้งร่างถอยกรูดแทบติดหัวเตียง สายตาของผู้นำตรงหน้าแพรวพราวระยับรับกับแสงไฟจนเป็นประกาย รอยยิ้มยกขึ้นเผยให้เห็นความเหลี่ยมจัดผุดขึ้น
          "พรุ่งนี้เราจะกลับบ้านกัน"



          งานเลี้ยงถูกจัดอย่างยิ่งใหญ่ภายในโถงของราชวัง อาหารเลิศรสมีให้เลือกสรรมากมาย การแต่งกายของแต่ละชนชาติสวยงามตระการตา พวกเขาต่างรักษาอารยธรรมและการดำเนินชีวิตเป็นเอกลักษณ์
 
           จะมีต่างก็แค่การร่วมมือลงทุนและการเรียนภาษาของกันและกัน 
          "เป็นอะไร สีหน้าคุณดูไม่ดีตั้งแต่ผมไปรับแล้วนะ"
          ยูซึกิเอื้อมมือจะแตะหน้าผาก ร่างกายตอบสนองอัตโนมัติโดยการเบี่ยงตัวหลบ เขาไม่ว่าอะไรเพียงแค่หดมือกลับมาไว้ข้างตัวดังเดิม
          "แค่เวียนหัวนิดหน่อย"
          ผมว่าก่อนลุกเดินไปนั่งเก้าอี้ว่างตรงมุมโถงสำหรับแขกที่ชอบนั่งคุย
          ยูซึกิวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะ เขาเดินมาหาพร้อมกับเอื้อมมือมาอีกครั้ง แต่คราวนี้ผมไม่มีที่ให้หลบ
          "คุณน่าจะมีไข้ เดี๋ยวผมให้คนไปตาม..."
          "ผมไม่เป็นไร คุณเป็นคนสำคัญในงาน ควรจะไปรวมกลุ่มกับคนของคุณฝั่งนู้น"
          ยูซึกิมองตามสายตา เสียงสบถเล็กน้อยออกจากลำคอ
          "เรื่องหยุมหยิมอย่างการเจราธุรกิจปล่อยให้พี่น้องของผมจัดการดีกว่า ผมถนัดเรื่องลงแรงลงมือมากกว่าใช้คำพูด คุณไม่คิดงั้นเหรอ"
          เพราะคิดแบบนั้นเขาถึงพาผมข้ามประเทศ ทำไมไม่นึกถึงผลตามมาบ้าง
          "ยูซึกิ ผมต้องกลับญี่ปุ่น"
          "อยู่นี่ออกจะสุขสบาย จะกลับทำไมในเมื่อที่นั่นไม่ใช่ประเทศของคุณ"
          "แต่ที่นี่ก็ไม่ใช่ประเทศของเขา"
          สิ่งที่ผมกลัวมาถึงแล้วสินะ
          เออร์เกรนเดินมาพร้อมกับองครักษ์ประจำตัวของผม การแต่งตัวภูมิฐานของเขาบ่งชี้ได้ว่างานนี้เขาเข้ามาอย่างถูกต้อง และเตรียมพร้อมสำหรับร่วมงานเลี้ยง
          พี่คานพี่อินยิ้มแห้งๆ ส่งมาให้ เขาทั้งสองทำความเคารพยูซึกิ ผมรู้ว่านี่เป็นการทำตามขนบธรรมเนียม ถ้าอยู่กันข้างนอก คงจับปืนไล่ยิงเหมือนครั้งก่อน แต่ใจผมก็ภาวนาไม่ให้ทั้งสองฝ่ายปะทะกัน เพราะนี่ไม่ใช่เขตแดนสาขาตะวันตกเฉียงใต้ และไม่ใช่หมู่เกาะส่วนตัวของยูซึกิ แต่เป็นงานเลี้ยงที่ผู้เข้าร่วมเป็นถึงแขกสำคัญระดับประเทศของราชวงศ์เบลเวเดีย
          พวกเขาควรรู้ว่าตนเองอยู่จุดไหน



          #ติดตามความเคลื่อนไหวที่เพจ นิยายวาย-Yaoi นะจ๊ะ ;)
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

70 ความคิดเห็น