(YAOI) Place bets. ห้วงรักอันตรายนายมาเฟีย

ตอนที่ 24 : ชนชั้นสูง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 757
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 43 ครั้ง
    12 ก.พ. 64

          รอยยิ้มร้ายปรากฏบนใบหน้า สายตาพร่างพราวระยับนั่นไม่ได้ดูเป็นมิตรเลยสักนิด ไวเท่าใจนึกผมรีบก้าวเท้าไปยังประตูหลังบ้านเตรียมผลักออกแต่ยังช้ากว่ามือใหญ่ที่ดึงแขนผมไว้ก่อนกระชากเข้าหาตัว
          "ทำอะไร ปล่อยผมนะ!"
          ผมทั้งดิ้นทั้งขัดขืนและพยายามสลัดตัวออกห่าง แต่เรี่ยวแรงน้อยนิดไม่สามารถสู้กำลังของคนตรงหน้า บาดแผลจากการถูกกระสุนถากเจ็บขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ยูซึกิรวบแขนทั้งสองข้างของผมไว้ก่อนยื่นหน้าลงมา
          "คุณจะดิ้นทำไม ผมไม่ได้จะทำอะไรไม่ดีสักหน่อย"
          ลมหายใจอุ่นร้อนรดลงตรงต้นคอ ผมรู้สึกได้ถึงเส้นขนลุกชัน ยิ่งใบหน้านั่นเข้าใกล้มากเท่าไหร่ แรงขัดขืนยิ่งส่งผลมากเท่านั้น เขาเป็นบ้าอะไรจู่ๆ ก็ทำอย่างนี้!
          "แล้วจับผมไว้ทำไม"
          "ถ้าไม่จับไว้คุณก็หนีสิ"
          เพราะเขาทำตัวคุกคามผมถึงได้หนี สัญญาณอันตรายมันร้องเตือนในสมองว่าคนๆ นี้ไม่น่าเข้าใกล้ ทีแรกเขาอาจเหมือนคนไม่มีพิษภัย แต่ไม่รู้ทำไมความรู้สึกถึงต่อต้าน
          "ผมว่าเราคุยกันเข้าใจแล้วนะ"
          "ใครเข้าใจ คุณคิดไปเองต่างหาก ผมห้ามคุณไว้คุณกลับไม่ฟัง แล้วยังจะวิ่งหนีอีก"
          ถ้าตอนนั้นไม่วิ่งคนที่ถูกยิงตายก็คงไม่พ้นต้องเป็นผม เขาและเออร์เกรนต่างฝ่ายต่างมีคนคุ้มกัน แถมแต่ละคนพอเปิดฉากยิงก็ไม่มีใครฟังเสียง ตั้งหน้าตั้งตายิงกันท่าเดียว ถ้าผมยืนเป็นเป้านิ่งป่านนี้กระสุนคงเจาะเป็นรูพลุน และคงไม่มายืนเถียงให้เจ็บคออยู่อย่างตอนนี้
          "แล้วคุณรู้รึเปล่าว่าระหว่างที่พวกคุณยิงกันเอาเป็นเอาตายมีคนจ้องจะเอาชีวิตผม"
          ยูซึกิยืนนิ่ง แต่สองมือก็ไม่ยอมคลายออก เขาตั้งใจฟังพร้อมกับขมวดคิ้วแน่นไปด้วย
          "คุณถูกคนลอบสังหาร"
          อย่าว่าแต่ลอบสังหารเลย ชายคนนั้นตั้งใจจะเอาทั้งชีวิตและต้องการครอบครองแคว้นต้าตง หากเออร์เกรนมาช่วยไม่ทันป่านนี้ผมคงตายไม่มีที่ฝังนานแล้ว
          "ผมว่าคุณน่าจะรู้ดีกว่าผมนะ"
          ประโยคถัดมาของผมทำให้คิ้วทั้งสองข้างของเขาคลายตัวลง คำสบถในลำคอปล่อยออกมาไม่ดังแต่ก็พอได้ยิน
          "ใช่ ผมรู้...แต่ไม่คิดว่าพวกมันจะใช้โอกาสนั้นเล่นงานคุณ"
          "รู้? หรือคุณตั้งใจให้เป็นแบบนั้น"
          "ไม่ใช่"
          คำตอบกลับแบบรีบร้อนทำเอาเจ้าตัวเองก็คาดไม่ถึงเหมือนกัน
          "แล้วมันคืออะไร คุณรู้ว่ามีคนพยายามจะเอาชีวิตผม แต่คุณกลับไม่บอก"
          "บอกไปมีแต่จะทำให้ไม่สบายใจ ยังไงผมก็ปกป้องคุณได้ คุณไม่ต้องห่วง"
          ผมไม่ได้ห่วงว่าเขาจะปกป้องมั้ย เพราะยังไงเออร์เกรนก็ดูแลผมอยู่แล้ว ผมอยู่ในความคุ้มครองของเขา และยิ่งตอนนี้ผม 'จ่ายค่าตอบแทน' เขาจะยิ่งดูแลผมดีมากกว่าเดิม ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาคอยห่วง ไม่สิ้นเปลืองแรงเขาด้วยซ้ำ
          "เออร์เกรนจะปกป้องผมเอง เพราะนั่นเป็นหน้าที่ของเขา"
          "เดี๋ยวนี้องค์ชายหัดที่จะเชื่อใจมาเฟียแล้วหรือ ไม่กลัวถูกหักหลังรึอย่างไร"
          น้ำเสียงเย่อหยิ่งแต่ก็อ่อนลงอยู่ในทีแสดงออกมาทางสีหน้า ยูซึกิยิ่งรั้งผมเข้าหาตัวมากขึ้น สายตานั่นเหมือนกำลังยิ้มให้กับบางอย่าง จับจ้องวนเวียนอยู่บนใบหน้าของผม
           "ผมเชื่อใจเขา"
           คำสบถเริ่มชัดเจนขึ้นตามอารมณ์ของเจ้าตัว สายตาแข็งกร้าวฉายชัด ยูซึกิกำลังข่มโทสะ เขาสูดหายใจเข้าลึก กรอกตามองบนก่อนจะกลับมาจ้องหน้าผมต่อ
          "ประมาทเกินไปแล้ว อยู่ใกล้ไฟระวังมันจะลวกเอา"
          "แล้วคุณล่ะ อยู่ใกล้ผมเกินไประวังจะถูกลวกไปด้วย"
          "หึ...ผมไม่กลัวหรอก หากจะถูกลวก ผมจะเอาน้ำซัดให้ดับมอดให้หมด ไม่ให้เหลือแม้กระทั่งควัน"
          "..."
          "จากนั้นค่อยเอาขี้เถ้าโปรยลงทะเล"
          ใบหน้านั่นโน้มลงมาเรื่อยๆ สายตาหลุบลงต่ำคล้ายจดจ่อกับบางอย่าง การเอียงองศาของใบหน้าทำให้รู้ว่าเขาคิดจะทำอะไร
          "ปล่อยผมนะ!"
          ผมเริ่มดิ้นอีกครั้ง คราวนี้ยูซึกิใช้แขนอีกข้างโอบผมแนบลำตัว ใบหน้าของเราห่างกันแค่คืบ
          "ผมชอบแววตาของคุณ ชอบดวงตาคู่นี้ มันสวยยิ่งกว่าดวงดาวบนท้องฟ้าซะอีก"
          ยูซึกิละมือข้างหนึ่งยกขึ้นมาลูบไล้ข้างแก้ม ผมเอียงหน้าหนีแต่มือเขาก็ยังตามติดมาอยู่ดี
          "ใช่ว่าจะทำตัวรุ่มร่ามกับผมแบบนี้ก็ได้"
          "รุ่มร่ามอะไรกัน นี่เป็นวิธีแสดงออกอย่างหนึ่งของมนุษย์เท่านั้น"
          นักแสดงก็มีแต่เขาเท่านั้น ผมไม่เอาตัวเองไปเป็นตัวประกอบฉากด้วยหรอก
          "บอกความต้องการของคุณมา"
          "ความต้องการของผมใช่ว่าบอกไปก็จะได้ในทันที ผมอยากจะค่อยๆ ทำให้ความต้องการของผมเป็นที่ยอมรับ ค่อยๆ ให้สิ่งที่ผมต้องการยอมเป็น 'ของผม' แต่โดยดี"
          "..."
          "อย่างไม่มีข้อแม้..."
          ผมไม่เข้าใจความหมายในประโยคนั่น ผมไม่รู้ว่าเขาอยากได้อะไร ตั้งแต่เราเจอกัน...ยูซึกิบอกแค่ว่าผมน่าสนใจ ตามผมมาถึงบ้านเพราะสายรายงาน แล้วก็แปลกใจว่าคนที่เขาต้องการเจอตัวก็คือผม
          หรือเขา...ต้องการตัวผม? แล้วต้องการไปทำไม อำนาจผมไม่มี เป็นแค่องค์ชายไร้ซึ่งราชบัลลังก์ ความสูงศักดิ์มันไม่มีประโยชน์ด้วยซ้ำเมื่อเทียบกับผู้มีอิทธิพลอย่างเขาและเออร์เกรน
          "ปล่อยผมก่อน แล้วเรามาคุยกัน"
          "องค์ชายอยากคุยกับผมแล้วเหรอ"
          คิ้วทั้งสองเลิกขึ้น เขายกยิ้มล้อเลียนแถมก้มหน้าลงมาอีก ผมยกมือข้างที่เป็นอิสระขึ้นมาบังหน้า แต่เพราะแรงเสียดสีกันทำให้กระทบถึงบาดแผล
          เพิ่งรู้สึกเจ็บมากขึ้นก็ตอนนี้
          สายตาของยูซึกิเริ่มอึมครึม ใบหน้าเคร่งขรึมจดจ้องมองไม่วางตา เขาคลายอ้อมกอดและมองสำรวจร่างกาย พลันสายตาปะทะกับผ้าเช็ดหน้าที่พันแผลไว้
          "คุณบาดเจ็บ"
          "แค่นิดหน่อย"
          "ไหนคุณบอกว่ามันปกป้องคุณได้ไง แล้วนี่อะไร!"
          เขาเริ่มเสียงดังขึ้น ตอนนั้นเองที่ผมเพิ่งเห็นว่าเขามีลูกน้องตามมาหลายคันรถ มากกว่าตอนที่เขาพาตัวผมไปครั้งนั้นซะอีก
          "มันเป็นเหตุสุดวิสัย หากมีคนลอบสังหาร...การที่ผมบาดเจ็บก็เป็นเรื่องปกติ"
          "แต่ถ้าคุณอยู่กับผม คุณจะไม่มีทางเจ็บตัวอย่างตอนนี้แน่!"
          น้ำเสียงและแววตาแข็งกร้าวทำให้ลูกน้องของเขาที่เฝ้าอยู่ด้านนอกถึงกับสะดุ้ง ยูซึกิค่อยๆ ประคองแขนที่บาดเจ็บยกขึ้น เขาจ้องเขม็งก่อนจะดึงผ้าเช็ดหน้าออกแล้วเปลี่ยนมาใช้ของตัวเองแทน
          "ผมจะให้แพทย์ที่ดีที่สุดรักษาคุณ รับรองได้ว่าจะไม่มีแผลเป็นแม้แต่น้อย"
          "ผมไม่ได้กลัวว่าจะมีแผลเป็น และแผลเล็กแค่นี้ไม่กี่วันก็หาย"
          "จะหายได้ไง!"
          อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ของเขาทำเอางงหนักกว่าเดิม แต่เหมือนเจ้าตัวจะรู้สึกจึงรีบปรับเปลี่ยนสีหน้า ยูซึกิค่อยผ่อนลมหายใจ ผ่อนปรนน้ำเสียงให้นิ่งลง
          "หลังจากนี้ผมจะดูแลคุณเอง...ไปกับผม"
          เขาคว้าข้อมือผมพาออกไปเตรียมขึ้นรถจนผมต้องดึงมือเขาไว้ ใบหน้านั่นเกิดประโยคคำถามว่าทำไมผมต้องทำอย่างนั้น
          "ยูซึกิ ผมต้องจัดการธุระส่วนตัว"
          "ผมจะจัดการให้...บอกผมสิคุณอยากได้อะไร"
          คำว่า 'ธุระส่วนตัว' มันบอกคนอื่นได้? ถ้าอย่างงั้นจะเรียกธุระส่วนตัวทำไม ตัวผมเองตอนนี้ยังไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น พรุ่งนี้ผมมีงานต้องส่ง เอกสารเรื่อง 'การจ่ายค่าตอบแทน' ของเออร์เกรนคาดว่าต้องมาในเช้าของวันรุ่งขึ้น แล้วไหนจะพี่คานกับพี่อินอีก หากพวกเขามาแล้วไม่เจอผม คิดว่าต้องเกิดเรื่องขึ้นแน่ แล้วผู้นำที่ชอบบงการชีวิตคนอื่นอย่างเออร์เกรนคงจะมีอารมณ์ฉุนเฉียวยิ่งกว่าคลื่นสูงสองเมตรแถวทะเลตอนใต้
          "ผมต้องส่งวิจัยพรุ่งนี้"
          ใช่ ผมต้องนำเอกสารพวกนี้ไปส่ง รีบจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย เพราะผมอาจจะไม่ได้อยู่บ้านหลังนี้อีกสักพัก จนกว่าจะเคลียร์เรื่องทุกอย่างได้ ในเมื่อเออร์เกรนยอมให้ผมเลือกทางเดิน แม้จะเป็นทางที่เขาปูไว้ให้ แต่ถ้ามันทำให้ทุกอย่างดีขึ้น ผมก็พร้อมจะเชื่อมั่นในตัวมาเฟียคนนี้
          "ผมเพิ่งรู้ว่าองค์ชายห่วงเรื่องเล็กน้อยอย่างการทำวิจัยส่ง หรือแท้จริงองค์ชายใช้มันเป็นข้ออ้าง"
          อย่างที่ว่า...ผมใช้การส่งวิจัยเป็นข้ออ้าง เพื่อเป็นการประวิงเวลาให้ยืดออกไป ให้เวลาสมองของตนคิดหาวิธีไม่ให้ยูซึกิลากผมไปอย่างไร้เหตุผล
          แม้ทุกอย่างที่เขาทำจะหาที่มาไม่ได้และดูเหมือนสิ่งที่เขาแสดงออกจะเป็นการห่วงใยเกินจำเป็น
          "นั่นมันอนาคตของผม การจบการศึกษาเป็นสิ่งที่ปัญญาชนพึ่งกระทำ"
          "อย่างองค์ชายแคว้นต้าตงยังต้องกังวลอีกเหรอ แต่ถ้ายังห่วง...งั้นพรุ่งนี้วิจัยขององค์ชายจะถูกส่งให้กับอาจารย์ประจำวิชา รับรองว่าเรียนจบจนได้เกียรตินิยมเลยล่ะ"
          "ผมไม่ได้อยากได้เกียรตินิยม"
          "งั้นพระองค์ต้องการสิ่งใด"
          สิ่งที่ผมต้องการผมได้บอกเขาไปหมดแล้ว แต่เป็นเขาเองที่ไม่ยอมรับฟัง ทั้งยังปิดหูปิดตาจะทำตามใจตัวเองท่าเดียว
          "ผมต้องการทำทุกอย่างด้วยตัวเอง"
          ประโยคง่ายๆ ถูกเอ่ยออกมา ยูซึกิหรี่ตามอง เขาหันไปหาลูกน้องด้านนอก ทุกคนเตรียมขึ้นรถและเหลือเพียงรถคันเดียวที่เปิดประตูทิ้งไว้
          "ทำไมไม่รับน้ำใจของผมบ้าง หรืออ้อมกอดผมมันไม่อุ่นเท่าผู้นำสาขาตะวันตกเฉียงใต้"
          "คุณเริ่มจะไม่มีเหตุผล"
          "ผมก็ไม่หวังให้องค์ชายหาเหตุผลให้หรอก เลิกถ่วงเวลาได้แล้ว ยิ่งองค์ชายขัดขืนมากเท่าไหร่ ผมยิ่งอยากจะรัดแน่นมากเท่านั้น"
          เขาดันผมเข้าไปยังที่นั่งด้านหลังและก้าวเข้ามานั่งตามติดๆ คนของเขาที่ยืนรออยู่ปิดประตูให้ก่อนจะวิ่งมานั่งประจำที่นั่งคนขับ รถทั้งคันถูกล็อกอัตโนมัติ ผมไม่สามารถหาทางหนีได้เลย
          "เอาล่ะ...ตอนนี้องค์ชายอยากจะพูดอะไรตามสบายเลย ผมพร้อมรับฟัง"
          เขาว่าพลางนั่งไขว้ขาหย่อนอารมณ์ ลูกน้องของเขาขับรถออกตัวไปยังเส้นทางในเมือง ใกล้ยามเย็นมากแล้วแสงไฟจากตึกรามบ้านช่องและตามเสาไฟข้างทางเริ่มส่องสว่างชัดเจน
          "สิ่งที่ผมจะพูดผมบอกไปหมดแล้ว"
          เสียงถอนหายใจจากคนข้างตัวพ่นออกมาดังๆ คล้ายต้องการให้คนใกล้ตัวอย่างผมได้ยิน สีหน้ากึ่งลำบากใจกึ่งพอใจนั่นแทบเรียกได้ว่าเป็นการ 'เสแสร้ง' สายตาของเขาสื่อความหมายหลายอย่างจนเกินคาดเดา
          "ไยพระองค์ถึงได้ทำตัวห่างเหินนักล่ะ หรือกระหม่อมทำสิ่งใดให้พระองค์ไม่พอพระทัย"
          ในเมื่อเขาเองก็รู้ดี...
          "ยูซึกิ...คุณกำลังก้าวก่ายชีวิตส่วนตัวของผม"
          คิ้วสูงถูกเลิกขึ้น เขาทำหน้าประหลาดใจแต่กลับยกยิ้มอย่างคนชอบใจในคำพูดนั่น
          "ชีวิตส่วนตัวอะไรกัน เราสนิทชิดเชื้อกันขนาดนี้จะเรียกว่าก้าวก่ายได้อย่างไร"
          คำพูดนั่นถูกกล่าวออกมาได้หน้าตาเฉย การต่อปากต่อคำไปเรื่อยๆ ไม่เป็นการดีและเป็นการสิ้นเปลืองเวลา
          รถยนต์คันหรูยังขับเดินหน้าเข้าเมืองไปเรื่อยๆ ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงรถกลับจอดหน้าสนามบินแห่งหนึ่ง ประตูรถฝั่งที่นั่งด้านหลังถูกเปิดออก ผมก้าวเท้าลงมาพร้อมกับเขา หน่วยแพทย์และพยาบาลต่างรุมล้อม พวกเขาพาผมไปทำแผลและเปลี่ยนชุดให้ใหม่ เมื่อผมออกมาจากห้องแต่งตัว จึงเห็นว่าชุดที่ยูซึกิสวมใส่ดูแปลกตา ปกติเขาจะสวมเสื้อเชิดสีอ่อนธรรมดา แต่งตัวแบบคนพร้อมออกเที่ยวได้ตลอด แต่มาคราวนี้สูทสีเข้มราคาแพงกลับสวมทับเสื้อสีขาวด้านใน
          นายแพทย์หนึ่งในผู้ดูอาการให้กับผมก้าวออกมาจากห้องพร้อมพยาบาลอีกสองคน พวกเขาทำความเคารพแบบชนชั้นสูงให้กับยูซึกิ
          "เครื่องจะขึ้นในอีกสิบห้านาที ขอฝ่าบาทและองค์ชายสามเสด็จเข้าด้านในพ่ะย่ะค่ะ"


          #ติดตามความเคลื่อนไหวที่เพจ นิยายวาย-Yaoi นะจ๊ะ ;)
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 43 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

70 ความคิดเห็น