(YAOI) Place bets. ห้วงรักอันตรายนายมาเฟีย

ตอนที่ 2 : ตัวจริงของคนร้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,984
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 127 ครั้ง
    28 ม.ค. 64

           ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะ แต่การจะหาตัวคนร้ายตัวจริงก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ผมไม่รู้ข้อมูลอะไรสักอย่าง รูปพรรณสัณฐาน หรือแม้แต่สิ่งของบ่งชี้ตัว
          จริงสิ! มันต้องมีสัญลักษณ์ ในเมื่อเป็นปรปักษ์กับคนมีอำนาจ ผู้กล้าคนนั้นย่อมต้องมีคนส่งมา อาจเป็นหนึ่งในแก๊งเงามืดและที่ขาดไม่ได้คือสัญลักษณ์ของนักฆ่า
          "คิดออกรึยัง"
          น้ำเสียงเยือกเย็นแฝงไปด้วยความกดดันเอ่ยอยู่ข้างหลัง แม้ในห้วงความคิดเขาก็ไม่ปล่อยทิ้งให้เสียเปล่า แต่มายืนคุมใกล้ๆ แทนที่จะคิดออก สมองกลับทำงานหนักมากกว่าเดิม
          "ผมเป็นนักศึกษา ไม่ใช่นักสืบ"
          "แต่นายอาสาทำเอง"
          ถูกบีบให้ทำต่างหาก ถ้าไม่เอาชีวิตคนอื่นมาฝากไว้ที่ผมกันหมด คนกลัวน้ำเป็นบ้าเป็นหลัง ไม่มาเดินวนเลาะรอบเรือทั้งที่ตัวเองก็กลัวแทบตาย
          "ผมต้องการข้อมูลของคนร้าย"
          "รอยสัก"
          นึกว่าจะไม่บอกซะอีก แต่คงเพราะอยากรู้ตัวหนอนบ่อนไส้โดยเร็วถึงเอื้ออำนวยกับคนหาเรื่องตายอย่างผม
          งั้นเหตุผลที่ชายชุดดำต้องการให้ถอดชุดออกคงเพราะหารอยสักนั่น แต่เริ่มจากผู้หญิงมันเป็นการกระทำที่ไม่สมควร
          นั่นสินะ...คนมีอำนาจในมือไม่จำเป็นต้องสนใจความลำบากของคนอื่น
          "ต้องหาจุดต่าง"
          "ยังไง"
          ลมหายใจถูกพ้นออก อันดับแรกควรตัดประเด็นเรื่องการถอดชุด แม้มันจะเป็นวิธีเดียวที่ง่ายและเร็วในการหาตัวคนร้ายก็ตาม แต่ผลเสียก็มีมากเช่นกัน แถมยังไม่เห็นใครทำตัวน่าสงสัยหรือมีพิรุธ ทางนี้เองยังไม่รู้จำนวน และไม่รู้เพศ ถ้าให้ผู้ชายกับผู้ชายหรือผู้หญิงกับผู้หญิงผลัดเปลี่ยนกันสังเกตอีกฝ่าย ย่อมไม่ใช่ทางออกที่ดี หากรู้ตัวคนร้ายระหว่างนั้น คนที่สังเกตการณ์อีกคนอาจเป็นอันตรายและถูกใช้เป็นข้อต่อรองในการหลบหนี 
          ผมเชื่อว่าชายคนนี้ไม่เห็นชีวิตตัวประกันสำคัญ เป้าหมายของเขาคือหาตัวคนร้ายแล้วก็กำจัดทิ้งโดยเร็ว ไม่สนว่าอีกฝ่ายจะได้รับบาดเจ็บหรือตายตรงหน้า 
          และผมเชื่ออีกว่า...เขาลงมือทำอย่างไม่ลังเลแน่นอน
          "ผมจะตรวจสอบเอง หมายถึง ผมจะดูว่าใครมีรอยสัก หากคนนั้นเป็นคนน่าสงสัย ผมจะรีบบอกคุณทันที"
          คิ้วเข้มเลิกขึ้นสูง มองนิ่งเข้ามาในดวงตา มันแสดงความเด่นชัดว่าไม่เข้าใจความคิดที่ผมเสนอ แต่การตัดสินใจครั้งนี้เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกลูกหลง 
          ในเรือท่องเที่ยวลำนี้...นักศึกษาที่ร่วมเดินทางส่วนใหญ่มีแต่ผู้หญิง พวกเธอเองก็ขวัญเสียและตกใจ เลี่ยงทุกอย่างที่เลวร้ายถือเป็นดีที่สุด
          "อยากเป็นผู้กล้า?"
          น้ำเสียงดูถูกเอ่ยออกมาเรียบนิ่ง แววตาเฉยชาของอีกฝ่ายไม่เคยแยแสใคร แต่ผมเข้าใจสถานะตัวเอง ผมไม่ได้เก่งกาจ ไม่ใช่ฮีโร่ และไม่สามารถปกป้องใครได้ แต่ผมก็อยากทำมันแม้ใจจะกลัวแค่ไหนก็ตาม
          "แล้วแต่จะคิด คุณไม่สนอยู่แล้วว่าผมจะเป็นจะตาย เพราะฉะนั้นยึดถือความสำคัญของตัวเองเถอะ"
          "หึ...แต่เวลาไม่เคยรอใคร"
          สายลมเริ่มพัดผ่านเรื่อยๆ จนทวีความรุนแรงขึ้น ผมเงยหน้ามองดูท้องฟ้า เมฆดำก้อนใหญ่เข้าปกคลุม เพื่อนร่วมห้องต่างส่งเสียงร้อง 
          พายุกำลังมา...
          "ปล่อยให้เป็นแบบนี้จะดีเหรอ"
          ผมหันไปมองอีกฝ่าย เขาทำเพียงแค่ยืนกอดอกนิ่ง นี่มันภาวะฉุกเฉิน การหาตัวคนร้ายสำคัญ แต่ชีวิตคนอีกเป็นร้อยสำคัญกว่า 
          "จะให้พาเรือเข้าฝั่ง?"
          แล้วมีวิธีไหนที่ดีกว่านี้อีกล่ะ!
          "หรือจะตายพร้อมกันหมดนี่ คนร้ายตาย คุณก็ตาย คุ้มค่าเหรอ ถ้าคุ้มก็รอความตายไปเถอะ แต่พวกผมจะไม่รอความตายที่นี่"
          แก๊ก...
          ปืนถูกจ่อปลายจมูก สายตาดูแคลนเหยียดหยามไม่มีปิดบัง นึกไม่ถึงอีกฝ่ายจะลงมือกับนักศึกษาธรรมดาที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสาเหตุที่เขาสืบหา
          "นายบอกจะหาตัวคนร้าย แต่กลับใช้โอกาสนี้เพื่อหนี แท้จริงแล้วคนร้ายที่ว่าก็คือนาย"
          ใช้สมองส่วนไหนคิด!
          นอกจากจะกังวลกับการถูกพายุพัดจนเรือล่ม ผมยังต้องทำสงครามประสาทกับไอ้คนชอบบงการชีวิตคนอื่น 
          เรือโคลงเคลงไปมาชวนคลื่นไส้ เสียงกรีดร้องยิ่งดังสนั่นมากขึ้น หลายคนพากันวิ่งพล่านทั้งที่มันไม่มีทางไป บ้างก็สวดมนต์ร้องขออ้อนวอนกับพระเจ้า
          แล้วผมล่ะ...ปืนตรงหน้าหรือน้ำทะเลมหาศาล จะเลือกอยู่กับอะไร
          "ช่วยดูหน่อยเหอะ จะตายอยู่แล้วคุณยังจะห่วงจับตัวคนร้าย"
          "นั่นคือเป้าหมายของฉัน"
          ก็หัดโยนทิ้งไปบ้างสิโว้ย! จะตายห่าหมดลำเรืออยู่แล้วจะยึดติดอะไรอีก!
          "ถ้าคุณพาเรือเข้าฝั่ง ผมสัญญา ผมจะหาตัวคนร้ายให้เจอ"
          "ถ้าไม่เจอ..."
          "ยัดกระสุนใส่กะโหลกผมได้เลย!"
          ผมเลือกกระสุนปืน ผมยอมตายอย่างเจ็บปวดแต่ไม่ทรมาน ดีกว่าตายแบบสบายแต่ทุรนทุรายกว่าจะสิ้นใจ
          "พาเรือเข้าฝั่ง"
          สิ้นคำสั่ง เข่าผมทรุดลงกับพื้นทันที ไม่สนใจแม้กระทั่งปืนที่พร้อมจะลั่นไก ความรู้สึกทรมานแล่นผ่านหัวใจทุกครั้งที่เห็นคลื่นสูงสองเมตรซัดกระหน่ำไล่ตามหลัง


          เรือทุกลำถูกจอดเทียบท่า หาดสีขาวสะอาดตากับธรรมชาติที่สวยงามรอบเกาะชวนให้ตะลึงและหลงใหล ผมจะมีอารมณ์นั้นได้ก็ต่อเมื่อเรื่องทุกอย่างจบลง
          เพื่อนนักศึกษาทั้งหญิงและชายรวมทั้งทีมงานนำเที่ยวถูกต้อนให้อยู่รวมกันเป็นกลุ่ม ผู้ชายยังคงใช้มือวางบนศีรษะเช่นเคย ส่วนผู้หญิงนั่งซุกตัวกอดกัน
          "ทำตามสัญญาซะ"
          เหมือนถูกน้ำเย็นสาดใส่หน้า ความกดดันกลับเข้าสู่สภาวะเดิมอีกครั้ง สายตานับร้อยต่างจับจ้องมาที่ผมด้วยความหวังพร้อมกับความหวาดกลัว ทุกคนหวังว่าผมจะหาคนร้ายเจอเพื่อที่จะได้รอดพ้นวิกฤติ อีกใจก็คงคิดว่าผมจะสุ่มเลือกตัวคนร้ายมารับผิดเพื่อให้จบเรื่อง
          "ผมมีเรื่องจะแจ้งให้ทุกคนทราบ เกาะที่เราอยู่ตอนนี้มีระเบิดติดตั้งไว้ ระบบของมันทำงานด้วยการตรวจจับคลื่นรังสีของมนุษย์ ภายในเวลาหนึ่งนาที หากไม่วิ่งไปให้พ้นรัศมี ระเบิดจะทำงานทันที!"
          สิ้นเสียง นักศึกษาร่วมห้องต่างวิ่งหนีกันอลหม่าน ทุกคนพยายามเอาชีวิตรอดด้วยการวิ่งลงทะเล และแอบอยู่ตามโขดหินน้อยใหญ่ อาวุธในมือชายชุดดำชูขึ้นเล็งเป้าหมายรอบทิศ แต่ก็ไม่มีใครลั่นไกหากไม่ได้รับคำสั่ง
          ผมหันไปมองหน้าคนที่คอยแต่กดดัน คนที่ชอบมองผมด้วยสายตาของคนเหนือชั้น ก่อนยกยิ้มมุมปาก
          "รู้แล้วสินะ ใครคือคนร้าย"
          "จับตัวไว้"
          ชายชุดดำสิบกว่าคนล้อมทีมงานนำเที่ยว หนึ่งในนั้นมีคนขับเรือที่ผมเคยคุยด้วย พวกนั้นดึงมีดพกออกจากชายเสื้อ ตั้งท่าเตรียมเข้าสู้ และนาทีนั้นเองผมถูกมือๆ หนึ่งดึงคอเสื้อจนเซถลาเข้ามากลางวงล้อม
          "ถ้ากล้าก็ลองดู ไม่งั้นเด็กนี่ตายแน่!"
          ปลายมีดแหลมถูกวางพาดใต้ลำคอ ความคมของมันทำให้รู้สึกถึงความเจ็บเมื่อถูเสียดสี สายตาผมกลับสะดุดกับบางอย่างตรงข้อมือคนร้าย ตรงนั้นมีรอยสักรูปเหยี่ยวขนาดเล็ก หากไม่สังเกตให้ดีจะไม่มีทางเห็น 
          ที่แท้...รอยสักก็อยู่ใกล้แค่ตา ไม่ใช่ในร่มผ้าอย่างที่เข้าใจ
          "จับผมมาก็เท่านั้น ผมไม่รู้จักพวกเขาด้วยซ้ำ พวกเขาไม่เสียเวลาช่วยผมหรอก ถ้าพวกคุณจะหนีก็รีบหนีเถอะ"
          "คิดว่าฉันจะเชื่อแกเหรอ ใครก็รู้ผู้นำสาขาตะวันตกเฉียงใต้เป็นคนประเภทถือตัว ชอบบงการ ไม่ฟังใครหน้าไหน แต่กลับยอมทำตามที่เด็กอย่างแกบอกอย่างไม่ขัดข้อง หลอกเด็กอมมือเถอะ"
          งั้นเหรอ...ยอมทำตามที่บอกอย่างไม่ขัดข้องงั้นเหรอ มาอยู่บนเกาะได้ทุกคนก็เพราะเอาชีวิตผมแลกมาทั้งนั้นแหละ!
          "จะเอาไง จะลากผมไปด้วยใช่มั้ย ก็ตามใจ พวกคุณละทิ้งโอกาสเองนะ"
          ชายคนนั้นลังเลก่อนผลักผมมาด้านหน้าแล้วฝ่าวงล้อม ชายชุดดำหลายคนเสียท่าถูกทำร้ายจนไม่สามารถโต้กลับได้ แต่ห้าคนนั่นก็สะบักสะบอมจนเหลือเพียงแค่คนเดียวที่ฝ่าออกไป
          ปัง!
          เสียงกระสุนปืนดังสนั่น ผมรีบหันกลับ เห็นหนึ่งในชายชุดดำกำลังเล็งปืนเพื่อยิงเป้าหมาย แต่ตรงนั้นมีเพื่อนนักศึกษาผมอยู่ด้วย
          "อย่ายิง!"
          "ตอนนี้เป็นเรื่องของทางเราที่ต้องจัดการ"
          น้ำเสียงไม่บ่งบอกอารมณ์ดังอยู่ข้างหลัง ทำเอาหัวใจกระตุกวูบ แม้จะรู้ว่าเขาไม่ฟัง แต่ผมก็อยากจะหยุดเขาไว้
          "คุณก็เห็น...เพื่อนผมอยู่ตรงนั้น!"
          "นายทำตามสัญญาแล้ว"
          ไม่! นั่นไม่เรียกสัญญา ในสัญญานั่นไม่ได้หมายความอย่างนั้น ผมไม่ได้ต้องการให้ใครตาย!
          "รักคุณ รับไป!"
          คันธนูพร้อมลูกถูกโยนมา ผมเอื้อมมือรับอัตโนมัติก่อนเล็งไปข้างหน้าตั้งท่ายิง จุดหมายเดียวกับกระสุนปืน แต่จุดประสงค์ต่างกัน เพราะสำหรับผมแค่จะทำให้วิ่งต่อไม่ได้เท่านั้น
          ขอให้ทันทีเถอะ!
          ฉึก!
          เป้าหมายทรุดลงกับพื้นทราย ชายชุดดำต่างเก็บอาวุธก่อนเข้าจับตัวคนร้าย เหตุการณ์เมื่อครู่เหมือนไม่ใช่ความจริง แต่ก็ไม่ใช่ความฝัน 
          โลกกว้างใหญ่ไพศาลใบนี้ช่างโหดร้ายเหลือเกิน
          "ผมทำตามสัญญาที่ให้แล้ว ช่วยปล่อยตัวพวกผมด้วย ท่านยูคิ..."


          #ติดตามความเคลื่อนไหวที่เพจ นิยายวาย-Yaoi นะจ๊ะ ;)


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 127 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

70 ความคิดเห็น