(YAOI) Place bets. ห้วงรักอันตรายนายมาเฟีย

ตอนที่ 1 : แรงกดดัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,568
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 151 ครั้ง
    25 ธ.ค. 62

          'น้ำ' คือสิ่งที่ผมหวาดกลัวที่สุดในชีวิต แต่ใช่ว่าจะอยู่ร่วมกับมันไม่ได้ ผมยังจำเป็นต้องดื่มต้องอาบหรืออะไรก็ตามที่เป็นกิจวัตรประจำวัน แต่ถ้าจะให้เลี่ยงได้ ที่ที่ผมจะเลี่ยงคือแหล่งน้ำขนาดใหญ่ เช่น แม่น้ำ สระ บึงหรือจำพวกห่างไกลหน่อยก็คือทะเล
          "เอาล่ะ นี่จะเป็นการทัศนศึกษาก่อนจบของนักศึกษาปีสี่ ปีนี้เราจะไปทะเลกัน"
           เสียงปรบมือ หวีดร้องดีใจจากเพื่อนร่วมห้องดังสนั่น ทุกคนเอาแต่พูดถึง คลื่นสีขาว ท้องฟ้า เมฆ ปะการัง 
           แต่ผมกลับรู้สึกว่าตัวเอง...หายใจไม่ออก
          "เอาล่ะ เลิกประชุมได้ เจอกันคืนนี้ตอนห้าทุ่ม เราจะออกเดินทาง"
          หลังเสียงประกาศเสร็จทุกคนต่างทยอยแยกย้ายออกจากจุดที่นั่งกันหมด เหลือเพียงแค่ผมกับทามะสองคน
          "เป็นไรมากเปล่า เห็นนั่งหน้าซีดนานแล้ว"
          "ไม่ไปได้มั้ยวะ"
          ผมบอกทามะเพื่อนสนิทคนเดียวในห้อง เรารู้จักกันตั้งแต่ปีหนึ่ง ทามะเป็นพวกนักกีฬาบาสเก็ตบอลของมหา'ลัย ส่วนผมเป็นนักแม่นธนู
          "แต่นี่เป็นทัศนศึกษาครั้งสุดท้ายก่อนเรียนจบนะ ไม่ไปคงเสียดายแย่"
          อย่าพูดว่าครั้งสุดท้ายได้มั้ย ฟังแล้วใจคอไม่ดี
          "แต่ฉันไม่อยาก..."
           "ร่าเริงหน่อยสิ ไม่รู้หรอกนะทำไมถึงคิดมาก แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอก เชื่อสิ..."
          เชื่อนายทีไรเป็นเรื่องทุกที ปฏิเสธหรือแก้ไขอะไรก็คงไม่ทัน ถือซะว่าเป็นการวัดใจ ถ้าผมผ่านพ้นความรู้สึกกลัวไปได้ บางทีชีวิตอาจสดใสขึ้น
          แค่บางที...

23.00 น.
          "ถ้าพร้อมแล้วก็ออกเดินทางกันได้เลย!"
          "เย้!!!"
          รถบัสเคลื่อนที่ไปตามท้องถนนเบื้องหน้า แสงไฟหลากสีทำให้รู้สึกง่วงซึม พรุ่งนี้จะเป็นยังไงนะ ผมจะนิ่งเฉยกับมันหรือเกิดความหวาดกลัว ไม่ว่ามันจะเป็นยังไง มันก็เป็นความทรงจำก่อนจบการศึกษา
          และใครจะคิดว่ามันจะเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น
          กรี๊ด!
          เสียงของเพื่อนนักศึกษาหญิงร่วมห้องพากันหวีดร้องอย่างหวาดกลัว พวกเธอเอาแต่ร้องไห้ตัวสั่น ขณะที่ผู้ชายพากันคุกเข่าผสานมือวางไว้บนศีรษะ หนึ่งในนั้นก็คือผม
          
ก่อนหน้านี้ไม่กี่ชั่วโมง...
          "ได้นั่งเรือชมกลางทะเลด้วยเว้ย!"
          "น่าสนุกสุดๆ เลยเนอะ"
          "สวยเหมือนในเฟสเลย"
          เสียงความสุขและรอยยิ้มของแต่ละคนครึกครื้น ขณะที่ผมทำใจอยู่เกือบครึ่งชั่วโมงเพื่อก้าวเท้าลงเรือ
          "ไหวมั้ยวะ"
          ทามะยื่นมือมาตรงหน้า ผมจับมือเขาไว้ก่อนถูกดึงขึ้นไป
          "ถ้าตอบว่าไม่ไหว ไม่ไปได้ใช่เปล่า"
          "เสียใจด้วยว่ะ มาแล้วก็ต้องให้สุดๆ ดิ เดี๋ยวเสียเที่ยว"
          ผมไม่กลัวเสียเที่ยว ไม่กลัวเสียเวลา ไม่กลัวเสียความสนุก แต่ผมกลัวน้ำ
          "รู้สึกใจคอไม่ดีว่ะ"
          "ชมทะเลสิ เก็บความรู้สึกใจคอไม่ดีไว้ตอนที่เรือถูกปล้นเข้าท่ากว่าเยอะ"
          ปัง!
          ทุกคนบนเรือต่างนั่งลงกับพื้นอัตโนมัติ ทามะตบปากตัวเองเป็นการใหญ่ อะไรๆ ที่หมอนี่ท้วงไม่เคยขาดคำ ต้องมีสักอย่างเกิดขึ้น 
          จะว่าไป...นี่มันก็กลางทะเล เสียงดังคล้ายปืนนั่นมาจากไหน
          "ซวยแล้วสิ"
          "มีอะไรเหรอครับ"
          ผมถามคนขับเรือด้วยความอยากรู้ ชายคนนั้นปาดเหงื่อไหลชุ่มข้างขมับ ก่อนเอ่ยเสียงออกมาด้วยความยากเย็น
          "เรือเราถูกเล็งแล้ว"

          และนี่ก็เป็นที่มาว่าทำไมพวกเราถึงอยู่ในสภาพนี้
          "เกิดอะไรขึ้นวะ"
          ทามะที่นั่งอยู่ใกล้ๆ กระซิบถาม ผมก็ตอบไม่ได้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น สถานการณ์ไม่สู้ดีแบบนี้ใครจะคิดว่าจะเป็นเรื่องจริง ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็ว เหมือนฝัน เหมือนในหนังที่นั่งดูประจำทุกวันหยุด 
          บนเรือท่องเที่ยวลำนี้มีนักศึกษาเป็นร้อยและมีทีมงานนำเที่ยวพร้อมคนขับอีกห้าชีวิต ส่วนพวกที่บุกเข้ามาเป็นใครก็ไม่รู้ แถมยังบังคับให้คุกเข่า จะบอกเป็นการปล้นเรือก็ไม่ถูก เพราะคนเหล่านี้ไม่สนใจข้าวของอะไรสักชิ้น แต่กลับล้อมไว้เพื่อรอการมาของใครบางคน
          "ไม่ผิดแน่ มันต้องอยู่ในนี้"
          ชายชุดดำคนหนึ่งเอ่ยขึ้น ในมือพวกนั้นมีปืนพกขนาดสั้นติดตัวกันทุกคน การแต่งตัวบ่งบอกได้ถึงฐานะที่ค่อนข้างไปทางมีกิน เจ้านายของคนพวกนี้ต้องมีอำนาจเหนือหัวไม่น้อย
          เวลาผ่านไปไม่นาน เรืออีกลำถูกจอดเทียบด้านข้าง เสียงฝีเท้าทิ้งน้ำหนักสม่ำเสมออย่างคนคุ้นชินกับการเดินบนเรือที่มีคลื่นซัดเป็นระลอกตลอดเวลา ปรากฏให้เห็นชายหนุ่มสูงใหญ่ รูปร่างสันฐานน่าเกรงขาม ผมถูกเสยไปด้านข้างฝั่งหนึ่ง เผยให้เห็นใบหน้าราวกับรูปปั้นสะท้อนแสงอาทิตย์ยามเย็น
          หนึ่งในชายชุดดำโค้งศีรษะคำนับก่อนรายงานเรื่องต่างๆ ให้ฟัง
          "ท่านยูคิ สายของเรารายงานว่ามีหนอนบ่อนไส้ที่คิดทำลายแก๊งเราแฝงตัวกับนักศึกษากลุ่มนี้ครับ"
          "จับได้รึยัง"
          "ยังครับ"
          "เค้นถามให้หมด อย่าให้หลุดรอดไปได้"
          น้ำเสียงเย็นเยียบเหมือนบาดลึกหัวใจคนฟังยิ่งทำให้ทุกคนนั้นรู้สึกเกร็ง ชายชุดดำทำเพียงโค้งคำนับให้ ก่อนดึงนักศึกษาหญิงคนหนึ่งลุกขึ้น
          "อย่าทำอะไรหนูเลย หนูเป็นแค่นักศึกษา"
          เธอยกมือไหว้ชายชุดดำคนนั้นน้ำตานองหน้า เพื่อนๆ ที่เหลือต่างตัวสั่น บ้างก็ซุกหน้ากอดกันร้องไห้
          "ถอดเสื้อ"
          ว่าไงนะ...
          ใจของผมรู้สึกมีไฟโทสะขึ้นเป็นกลุ่มก้อนเล็กๆ ไอ้หมอนั่นกล้าดียังไงถึงให้ผู้หญิงถอดเสื้อต่อหน้าคนทั้งเรือ
          "อย่าทำอะไรหนูเลย"
          "ถอดเสื้อออก!"
          "พวกคุณกล้าดียังไงถึงทำกับผู้หญิงแบบนี้!"
          ผมลุกขึ้นอย่างลืมตาย เวลานี้ถ้าไม่ทำอะไรเพื่อปกป้องเพื่อนร่วมห้องก็ไม่ต้องเรียกผมว่าคน!
          "ยังไม่ถึงคิวนาย อยู่เฉยๆ ดีกว่า"
          อยู่เฉยๆ งั้นเหรอ นั่งดูผู้หญิงถูกรังแกข่มเหงทั้งที่เห็นว่าเธอหวาดกลัวสุดขีด ยกมืออ้อนวอนขอร้องด้วยความกลัว พวกนี้ยังมีความเป็นมนุษย์อยู่รึเปล่า
          "เราแค่ต้องการหาตัวคนร้าย"
          ชายที่มาใหม่คนนั้นเอ่ยแทรกบทสนทนา เขาก้าวเข้ามาหาผมก่อนใช้สายตาสำรวจร่างกาย 
          เสียมารยาทสุดๆ
          "แล้วพวกคุณมีสิทธิ์อะไรมาทำกับเพื่อนร่วมห้องของผมแบบนี้ จะหาตัวคนร้ายก็หาไปสิ ยุ่งอะไรกับเรา"
          "คนร้ายแฝงตัวอยู่ในนี้"
          ตลกเหอะ ทุกคนในนี้เป็นเพื่อนร่วมห้องผมทั้งนั้น ไอ้หมอนี่เป็นใครวะ วิเศษวิโสมาจากไหน ถึงกล้าใช้กำลังเย้ยกฎหมายบ้านเมือง
          "อยู่ในนี้แล้วยังไง จะให้พวกเราแก้ผ้าต่อหน้าพวกคุณหมดนี่เหรอ หัดใช้หัวคิดหน่อย"
          พรึ่บ...
          ปลายกระบอกปืนนับจำนวนไม่ได้เล็งมาที่ผม ผู้หญิงต่างสะอื้นร่ำไห้แต่ก็ไม่กล้าโวยวายเสียงดัง ผมพยายามปรับเปลี่ยนอารมณ์ของตัวเอง ทำใจให้เย็นขึ้น
          "นี่คือทัศนคติการมองคนของนักศึกษาสินะ"
          มีปัญหากับมุมมองคนอื่นรึไงวะ เทียบกับพวกใช้กำลังไร้มนุษยธรรม สมองกลวงๆ ของพวกโดดเรียนยังดีกว่าหลายร้อยเท่า
          "อย่างน้อยที่สุดผมก็ไม่เอาปืนเล็งใครโดยไร้เหตุผล"
          ชายคนนั้นมองผมอย่างเฉยชาก่อนสั่งลูกน้องเก็บอาวุธ
          "เอาปืนลง..."
          สีหน้าของทุกคนต่างดีขึ้น บางคนถอนหายใจโล่งอกเสียงดัง ยังเร็วเกินไปที่จะทำแบบนั้น สถานการณ์แค่เปลี่ยนเล็กน้อย ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นตามมา
          "เราควรทำข้อตกลงร่วมกัน"
          เขาเดินเข้ามาใกล้ๆ หลุบตามองผม ด้วยความสูงที่ต่างกันเกือบยี่สิบเซน ผมเองก็ต้องเงยหน้าจ้องอีกฝ่าย
          "อะไร"
          "ถ้านายหาตัวคนร้ายในนี้ได้ ฉันจะปล่อยทุกคน แต่ถ้าหาไม่ได้ ก็คิดเอา...จะเป็นยังไง"
          การสร้างแรงกดดันคงเป็นนิสัยแย่ๆ ของคนๆ นี้สินะ ทำไมถึงดวงซวยขนาดนี้ แค่ต้องเจอน้ำมหาศาลกลางทะเลก็แทบอยากกลั้นใจตาย ยังต้องมาเจอคนโหดเหี้ยมแบบเขา เพิ่มความกดดันเหมือนกำลังถูกชวงชิงลมหายใจเฮือกสุดท้ายให้ตายเร็วขึ้น
          แล้วมันความผิดผมเรอะที่ต้องมาเจอคนแบบนี้!
          "ข้อตกลงที่มีแต่คุณได้เปรียบ ความจริงเรื่องนี้ไม่ยากเลยหากคุณไม่ทำให้มันเอิกเกริกขนาดนี้"
          "จะต่อรอง? แค่ปล่อยตัวไปมันไม่พอ? ต้องการค่าเสียหาย?"
          อำนาจคงบดบังความคิดด้านดีๆ หมด ถึงได้คิดว่าคนอื่นจะเหมือนตัวเอง 
          "พวกคุณควรถอนกำลังออกไปต่างหาก ในนี้ไม่มีหนอนบ่อนไส้ให้พวกคุณไล่ล่าหรอก"
           "สายของฉันไม่เคยพลาด"
          "เลยทำคนอื่นเดือดร้อนได้ว่างั้น ถึงพวกผมจะเป็นแค่นักศึกษา แต่พวกผมมีสิทธิ์รักตัวกลัวตาย มีสิทธิ์หวงแหนชีวิตตัวเอง!"
          "งั้นก็ทำสิ ถ้าหาเจอก็รอด ไม่เจอก็ตาย หวงแหนชีวิตไม่ใช่เหรอ ถ้าทำไม่ได้ จะยืนมองเพื่อนตัวเองตายก็ได้นะ"
          เขาดึงปืนออกจากชายเสื้อ หันลำกล้องเล็งมาตรงหน้าผมก่อนเบนมาทางคนที่นั่งใกล้ผมมากที่สุด
          ทามะ...
          ไอ้หมอนี่มันบ้า! 
          ผมทำได้แค่กำหมัดแน่น ข้นแค้นในใจ ด่าทอสาระพัดจะหาคำมาต่อว่าไอ้คนเลือดเย็น ในเมื่อปฏิเสธไม่ได้ มีแต่ต้องเดินหน้าต่อ
          "ตกลง ผมจะหาให้เจอ คุณเตรียมตัวจับมันให้ได้ก็แล้วกัน!"


#ติดตามความเคลื่อนไหวที่เพจ นิยายวาย-Yaoi นะจ๊ะ ;)
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 151 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

70 ความคิดเห็น

  1. #44 เดือนหนาวเอง (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 มีนาคม 2563 / 10:34
    เปรี้ยวมากแม่
    #44
    1
    • #44-1 moodang_lovely(จากตอนที่ 1)
      10 มีนาคม 2563 / 12:31
      นายเอกของเรื่อง~
      #44-1
  2. #25 Nidmitsu789 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 20:20

    เพราะเปนนายเอกเลยทำให้ซ่าตั้งแต่ตอนแรกเลยรึไง

    #25
    1
    • #25-1 moodang_lovely(จากตอนที่ 1)
      31 ตุลาคม 2562 / 06:07
      เพราะเป็นนายเอกนี่แหละจ้าเลยจำเป็นต้องซ่าไว้ก่อน ;)
      #25-1
  3. #9 normal curve (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 21:36
    โอ้ยน้องงงงง ทำไมหาญกล้าอย่างนี้
    #9
    1
    • #9-1 moodang_lovely(จากตอนที่ 1)
      26 พฤษภาคม 2562 / 22:08
      ต้องมีแรงฮึดสู้บ้างเพราะสถานการณ์พาไป ;)
      #9-1