ถึง...คิม แทฮยอง | KOOKV

ตอนที่ 9 : ยาเสน่ห์สูตรพิเศษ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 138
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    7 ธ.ค. 63

จองกุกกำลังหลับ….

เขาอาจจะกำลังฝันอยู่ ไม่รู้ว่าจะฝันดีหรือฝันร้าย แทฮยองแค่คิดว่า อย่างน้อยจองกุกก็ยังได้หลับ ได้มีชีวิตต่อไป

เขานั่งอยู่ที่พื้นข้างๆ เตียงของจองกุก จ้องมองใบหน้าหล่อเหลาในยามนี้ที่ดูเป็นผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น…แทฮยองพยายามจดจำใบหน้านี้ไว้ ขนตาเรียงสวย เปลือกตาที่ปิดสนิท มือของจองกุกที่ยังเป็นมือจองกุก เล็บสะอาดและแทฮยองกุมมือของอีกฝ่ายเอาไว้

เขานึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อเช้า หากว่าซอกจินไม่โทรหาเขาให้ช่วยกันตามหาจองกุก คนบนเตียงก็อาจตายไปแล้ว…โชคดี ที่การไหว้ขอพรศาลเจ้าหลังร้านน้ำชาของคุณยายดวงตาลิโกะวันนั้น ยังส่งผลอยู่บ้าง

‘ขอให้จองกุกมีชีวิตต่อไปด้วยเถอะ’

เป็นพรโง่ๆ ที่ทรงพลัง และแทฮยองแค่หวังแบบนั้นจริงๆ เขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเจอเรื่องร้ายๆ ในอดีตมากขนาดไหน แต่ต่อไปจากนี้ เขาอยากจะเรียนรู้และรู้สึกอย่างที่อีกคนรู้สึก

นักเขียนหนุ่มเชื่อว่าทุกคนมีทางเลือก ว่าจะเล่าเรื่องเศร้านั้นยังไง

ทางเลือกแรก เราอาจเศร้าเคล้าน้ำตาแบบที่เห็นกันในหนังและนิยายน้ำเน่า ไม่มีอะไรเลวร้ายเกินกว่าที่คำขอโทษจากต้นเหตุเรื่องร้ายๆ จะแก้ได้ เชื่อแทฮยองเถอะ นี่มันไม่ใช่แค่ความจริง แต่เป็นความจริง…

 มือของอีกฝ่ายอุ่นและสากเล็กน้อย เขาจ้องมองเส้นเลือดที่มือ ด้วยความที่จองกุกเป็นคนผิวขาว จึงยิ่งเห็นมันชัดขึ้นมาอีก

แทฮยองไม่รู้ตัวว่าเขานั่งเฝ้าจองกุกนานเท่าไหร่ รู้ตัวอีกที เขาก็ได้ยินเสียงปาข้าวของดังมาจากข้างล่างแล้ว…ชายหนุ่มลุกขึ้นไปยืนมองที่หน้าต่างเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น เบิกตากว้างกับสิ่งที่เห็น อึนนากำลังปากระถางต้นไม้ที่เธอปลูกไปชนกับกำแพงบ้าน โดยมีซอกจินคอยห้ามไว้อยู่ เห็นแบบนั้นเขาจึงรีบวิ่งลงไปข้างล่างทันที

สองเท้าวิ่งลงมาอย่างเร็ว เมื่อเปิดประตูบ้าน และมองดูเหตุการณ์ตรงหน้า

“แม่ครับ หยุดเถอะครับ” ซอกจินบอก และพยายามห้ามอึนนา สาวใหญ่เอาแต่ปากระถางต้นไม้ไม่หยุด นิ้วมือของเธอเปรอะเปื้อนเต็มไปด้วยดินและหญ้าหรือเศษใบไม้จากบรรดาต้นไม้ที่ถูกเธอทำลาย แทฮยองไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงทำแบบนั้น แต่ประโยคถัดมาของอึนนา ก็ทำให้เขากระจ่าง

“แม่นึกว่า….ที่แม่ปลูกต้นไม้พวกนี้….จองกุกจะไม่คิดอยากฆ่าตัวตาย แต่ว่าแม่คิดผิด” เธอพูดเสียงสั่น สาบานได้เลยว่าแทฮยองไม่เคยได้ยินเสียงที่ทำให้เขารู้สึกสิ้นหวังขนาดนี้มาก่อน เธอกำลังเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส และเขาก็รู้สึกถึงมันได้ชัดเจน แม้มองจากตรงนี้

ความจริงที่ว่าอึนนาถ่ายรูปต้นไม้และส่งให้ลูกชายของเธอดูทุกวัน นั้นเป็นเรื่องจริงแสนเศร้า เธอแค่คิดว่ามันอาจจะช่วยอะไรได้บ้าง แต่เปล่าเลย สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวาน ก็ยังเป็นเหมือนเดิมมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา จองกุกไม่เคยมูฟออนจากอดีตที่แสนโหดร้าย และเธอเองก็หมดหนทางแล้ว

“แม่คิดผิด…” เธอร้องไห้ออกมา แล้วนั่งคุกเข่า ดึงดอกไม้ที่ปลูกอยู่ในสวนขึ้นมา แล้วโยนมันทิ้งไปข้างหน้า เสียงสะอื้นดังขึ้นแว่วมากับความเศร้าหมอง คล้ายกับภวังค์ ซอกจินยืนมองดูแม่ของตัวเองอยู่สักพัก ก่อนที่เขาจะตัดสินใจนั่งลงไปที่พื้น

สิ่งที่เขาทำไม่ใช่การพยุงตัวอึนนาขึ้นมา หรือปลอบโยนแม่ของเขาเหมือนที่ทำปกติ

เขาเพียงแค่เอื้อมมือ ไปหยิบกระถางต้นไม้ที่ยังรอดชีวิต แล้วจัดการยัดมันใส่ถุงขยะสีดำที่อึนนาเอามาวางไว้ หยดน้ำตาใสหยดลงสู่พื้นธรณี ส่งผ่านความเจ็บปวดลงสู่ความรู้สึกที่จมดิ่งสิ้นหวัง อย่างกับว่าพวกเขาคงมาถึงทางตันจริงๆ แล้ว

ไม่มีทางให้ไปต่อ ไม่มีทางย้อนกลับ มีเพียงความมืด อยู่รายล้อมสองแม่ลูก

มันเกินจะรับไหว ทุกๆสิ่ง ทุกวินาที หนักกว่าทุกวันที่ผ่านมา…

 

 

 

จองกุกตื่นแล้ว…

เขาขยี้ตาของตัวเอง และมองรอบๆ ห้อง เขาอยู่ในห้องตัวเอง แม้ว่าฮีทเตอร์ในบ้านจะทำงานอยู่ เขาก็ยังรู้สึกว่ามันหนาวอยู่ดี ดวงตาสีน้ำตาลมองออกไปนอกหน้าต่าง หิมะตกแล้ว

หิมะแรกของปูซาน

เขาจ้องมองก้อนหิมะกลมสีขาวที่ร่วงหล่นจากท้องฟ้าไม่ขาดสาย ก่อนจะลุกขึ้นจากเตียง แล้วจึงเดินลงมาด้านล่าง กลิ่นของซุปลอยมาแต่ไกล เขาก้าวช้าๆ ลงมาจากบันได ได้ยินเสียงพูดคุยกันเสียงดัง ยิ่งเดินเข้าใกล้ครัวมากขึ้น เขาก็ยิ่งได้กลิ่นชัดเจน บวกกับได้ยินเสียงดังขึ้น

“จองกุก!” อึนนาส่งเสียงเรียกเขาด้วยความตื่นเต้นก่อนจะคว้าช้อนแล้วตักซุกที่ต้มร้อนๆ ในหม้อแล้วเดินมาหาเขา “วันนี้แม่ทำซุปด้วย ลองชิมดูสิ” เธอบอกเขาด้วยรอยยิ้มแล้วป้อนซุปในช้อน จองกุกชิมมันเล็กน้อย เพราะว่ามันร้อนอึนนาจึงเป่าให้เขา จนเขานั้นรู้สึกเหมือนว่าตัวเองเป็นเด็กยังไงยังงั้น สายตาเหลือบไปเห็นซอกจินกำลังช่วยหั่นแครอทอยู่

เขาเลิกคิ้วเล็กน้อย เพราะปกติซอกจินไม่เคยเข้าครัวสักครั้ง นี่อาจจะเป็นครั้งแรกก็ได้…

“วันนี้แทฮยองจะนอนค้างบ้านเรานะ…”

“อือ…ห๊ะ ว่าไงนะ?” จองกุกหน้าเหวอ เขาหันรีหันขวางไม่เห็นแทฮยอง เขาจึงเดินดุ่มๆ มาหาซอกจิน “พี่ว่าไงนะครับ” เขาถามพี่ชายให้แน่ใจอีกรอบว่าไม่ได้หูฝาด

“แทฮยองจะค้างบ้านเรา”

“ทำไม?”

“เพราะว่าเขาเช็คเอาท์จากโรงแรมแล้วกำลังจะกลับโซล แต่เพราะว่านายจะฆ่าตัวตายไงล่ะ เขาถึงกลับมา….แล้วข้างนอกก็หนาวมากด้วย นายคงไม่อยากให้เขาออกไปหาโรงแรมนอนตอนนี้หรอกใช่มั้ย” ซอกจินตอบกึ่งประชด จนอึนนาต้องเดินเข้ามาตบหัวเขาคว่ำ

“คือผมไม่…” เขาพูดไม่ออก จะบอกว่าไม่ได้ตั้งใจฆ่าตัวตาย มันก็ไม่เป็นความจริงเสียทีเดียวหรอกนะ

แค่ไม่คิดว่า เรื่องที่เกิดขึ้นจะทำให้แทฮยองต้องมาค้างบ้านเขาในคืนนี้ เท่านั้นเอง

“คืนนี้ให้เขานอนห้องลูกสิ” อึนนาบอก จองกุกตาโตกว้าง “จะบ้าเหรอครับ ทำแบบนั้นได้ไง”

“ลูกควรรับผิดชอบอะไรสักอย่าง อย่างน้อยก็แบ่งที่นอนให้เขา ตอบแทนที่เขาช่วยชีวิตลูกไว้” อึนนาให้เหตุผล แต่จริงๆ เธอก็แค่อยากวางแผนให้ทั้งสองคนนอนด้วยกันเท่านั้นแหละ นิสัยขี้ชิปก็แบบนี้…แทฮยองช่วยชีวิตลูกชายของเธอไว้ ไม่มีใครจะเหมาะที่จะเป็นแฟนของจองกุกเท่าเขาอีกแล้ว

อีกอย่าง อีกฝ่ายก็เป็นความหวังเดียวแล้วในตอนนี้

ที่จะช่วยให้ลูกชายของเธอ อยากมีชีวิตต่อไป และเติบโตอย่างแข็งแกร่งไปพร้อมกับการแตกสลาย

“แม่อยากให้นายนอนด้วยกันน่ะ” ซอกจินปากพล่อยพูดออกมาทั้งหน้าตายแบบนั้น แน่นอนว่าเขาโดนกระบวยตัดซุปเคาะหัวไปอีกหลายที ข้อหาบอกแผนการลับในใจของสาวใหญ่ใกล้ห้าสิบคนนี้

“จริงนะ แม่บอกแผนการฉันเองเลย” เขายังพูดไม่หยุด จนอึนนาต้องหยิกหูของเขาทันที แล้วดึงไปที่เตาแก๊ส “ทำไมลูกไม่มาต้มซุปให้แม่หน่อยล่ะจ๊ะ ซ๊อกจิ๊น” ซอกจินได้แต่ร้องครวญครางที่แม่ของเขาดึงหู จองกุกถอนหายใจ เดินออกไปข้างนอก

เขาเห็นแทฮยองกำลังหยิบซากกระถางต้นไม้ในสวนของแม่ที่กระจายเต็มสวนใส่ถุงดำอย่างเรียบร้อย จองกุกไม่เข้าใจว่าทำไมต้นไม้ของแม่ถึงมีสภาพเช่นนี้ แต่เขาเลือกที่จะไม่ใส่ใจมันและเดินเข้าไปหาแทฮยอง กลิ่นความหนาวลอยเข้าสู่ปอดของชายหนุ่ม เขาสูดอากาศเย็นๆ เข้าไปจนชุ่มปอด ยกมือออกมาและแบไว้ รอให้หิมะร่วงลงสู่มือของเขา

มันเบาหวิวและมีสัมผัสเย็นเฉียบ ปุยนุ่มของมันน่าสัมผัสยิ่งกว่าอะไร จองกุกสังเกตว่าท้องฟ้าเริ่มจะมืดขึ้นอีกครา แต่หิมะที่ตก ก็ดูเหมือนสะเก็ดจากดวงดาวที่ส่องสว่างยังไงยังงั้นเลย เขาเพ่งมองไปที่แทฮยองอีกครั้ง อีกฝ่ายกำลังหันหลัง ทำให้เขานึกถึงอดีต

ในตอนที่ตัวเองกำลังก้มลงผูกเชือกรองเท้าที่เขาเป็นคนเหยียบให้หลุดเอง เพื่อแทฮยองที่เดินตามมาข้างหลังจะได้เดินไปก่อน และเขาจะได้เฝ้ามองแผ่นหลังของอีกฝ่าย บวกกับรอยยิ้มที่พิมพ์ใจนั้น เป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เขารู้สึกมีความสุขในโรงเรียนนี้

เขาจำได้ว่าตัวเองเคยหวังให้แทฮยองหันมาหาเขา…แล้วเอ่ยทักทายเขาบ้าง แต่มันก็ไม่เคยเกิดขึ้น จนกระทั่งตอนนี้

“ตื่นแล้วเหรอ” แทฮยองส่งเสียงทักทาย แล้วยิ้มออกมา แค่นั้นก็ทำให้ใจของจองกุกอยู่ไม่เป็นสุขเลย คนตัวใหญ่กว่าได้แต่ยกมือขึ้นมาเกาหัว ครั้งสุดท้ายที่เจอกันพวกเขากอดกันข้างแม่น้ำ จะว่าโรแมนติกรึเปล่า ก็คงไม่ เพราะมันทั้งหนาวและเย็นเฉียบ

“อือ” เขารับคำสั้นๆ แทฮยองพยักหน้าแล้วหันไปจัดการกระถางต้นไม้ต่อ แม้แต่อากาศที่หนาวแบบนี้ เจ้าตัวก็ยังคงเก็บมันต่อไป จนจองกุกต้องเดินเข้าไปยืนข้างๆ “เกิดอะไรขึ้นเหรอ?” อีกคนชะงักเล็กน้อย ตัดสินใจที่จะโกหกออกไปเพื่อความสบายใจของจองกุก

“มีหมาหลุดเข้ามาน่ะ วิ่งวุ่นไล่จับกัน เลยเละแบบนี้ไง”

“หมาเหรอ?” จองกุกขมวดคิ้ว

“อื้อ…ตัวใหญ่มากเลยแหละ” แทฮยองยิ้มโดยที่ไม่มองหน้าอีกฝ่ายด้วยซ้ำ เขาจดจ้องอยู่กับสิ่งที่ทำ เป็นจองกุกเองที่จ้องมองใบหน้าด้านข้างของเขา เขาไม่ได้พูดอะไรต่อ ทั้งที่อยากจะพูด เรื่องก่อนหน้านั้นที่เขาพูดน่ะ มันจะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกยังไงบ้างนะ

‘ฉันลืมเสียงของนายไปแล้ว ทั้งความทรงจำและก็ความรู้สึกข้างใน’

ประโยคโกหกที่ผลักให้อีกคนออกไปนั้น ทำให้แทฮยองรู้สึกยังไงบ้างนะ เขาอยากรู้ แต่ก็ไม่กล้าถามออกไป รำคาญความปากแข็งของตัวเองชะมัด

“สองคน ทานข้าวได้แล้ว” อึนนาโผล่ออกมาเรียกพวกเขา จองกุกสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะเดินเข้าไปทันที ตามมาด้วยแทฮยอง

 

 

หลังทานข้าวเสร็จ แทฮยองมานั่งที่ระเบียงหน้าประตูบ้านที่ยื่นออกมาเล็กน้อย เขานั่งกดโทรศัพท์และทวิตเตอร์เพื่ออัปเดตเรื่องราว เขากดไล่ดูทวิตของตัวเองที่พึ่งจะอัพไปไม่กี่นาทีก่อนหน้านั้นด้วยใจเต้นรัว

Vante_bear @kimvantae

คืนนี้ผมจะทำยังไงดี?

มัมหมีน้องจองกุก @kakakalyyy ได้ตอบกลับ

นอนห้องเดียวกันเหรอคะ แค่คิดก็เขินแล้ว ><

Nuna namiwa @nunan ได้ตอบกลับ

สารภาพกับเขาเลยค่ะ

Koe no katachi @katachiya ได้ตอบกลับ

เราก็เคยนะ นอนกับคนที่ชอบ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้มีอะไรกัน ล่าสุดหมาคาบไปกินแล้ว เสียดายจนถึงทุกวันนี้

           มัมมี่หรือจะสู้มัมหมี @btsforeverka ได้ตอบกลับ

          นี่กำลังจะบอกว่า ให้แทฮยองอ่อยจองกุกเหรอคะ

          Koe no katachi @katachiya ได้ตอบกลับ

         ด้านได้อายอดค่ะ ฮ่าๆ

SunRock @kenrock ได้ตอบกลับ

เราตามไม่ทัน ทำไมถึงได้นอนด้วยกันเหรอครับ?

Am rich @Nwlfufu ได้ตอบกลับ

หิมะตกแล้วจ้า เดินทางตอนกลางคืนจะลำบาก หุหุ

 

คร่าวๆ ก็จะประมาณนี้แหละ แต่แทฮยองไม่ได้สนใจข้อความพวกนั้นมากเท่าไหร่นัก เขาแค่คิดไม่ตกว่าคืนนี้จะเป็นยังไงต่อไปก็เท่านั้นเอง บนโต๊ะทานข้าว อึนนาบอกให้เขานอนห้องจองกุกคืนนี้ ใช่ว่าเขาจะไม่อยากนอนหรอกนะ แต่พอคิดว่าจะต้องนอนห้องเดียวกัน หัวใจของเขามันก็สั่นสะท้านไปหมดเลย

มันอาจจะแย่จริงๆ ก็ได้ ที่เขาดันรู้สึกมากไปแล้วในตอนนี้

“ไม่หนาวเหรอ” ซอกจินถามขึ้นเบาๆ ทางด้านหลัง แทฮยองหันไปมอง อีกฝ่ายเดินมานั่งข้างๆ เขา “หนาวครับ หนาวมากด้วย” แทฮยองตอบก่อนจะกอดเข่าตัวเอง ซอกจินพยักหน้า เขาหันไปมองด้านหลังเล็กน้อย ก่อนจะหันมาใหม่

“เขาทำตัวไม่ถูกเลยนะ”

“คุณหมายถึง?” แทฮยองเลิกคิ้ว “จองกุกน่ะ…เขาทำตัวไม่ถูกเลย เมื่อกี้ผมแอบเห็นเขาดินวนไปวนมาในครัวด้วย” ซอกจินตอบ แน่นอนว่าเขาเห็นทุกอย่าง น้องชายตัวเองเป็นยังไงทำไมเขาจะไม่รู้ล่ะ แค่อีกฝ่ายอ้าปากเขาก็เห็นลิ้นไก่ ละไอท่าทางแบบนั้น มันก็ยิ่งชัด จองกุกประหม่าที่จะนอนร่วมห้องกับแทฮยอง

“คืองี้นะ จองกุกไม่ค่อยชอบความหนาวน่ะ” ซอกจินกระซิบ “แม่ผมเชียร์คุณใจจะขาดแล้วรู้มั้ย”

“เชียร์เหรอ”

"อาหารอร่อยมั้ย" อยู่ๆซอกจินก็เปลี่ยนเรื่องขึ้นมาซะอย่างนั้น แทฮยองพยักหน้ารัว "อร่อยมากเลยครับ" คนถามยิ้มมุมปาก แล้วเงยหน้ามองท้องฟ้ายามค่ำคืน แต่หิมะที่ร่วงหล่นมาก็ทำให้เขาเห็นท้องห้าเพียงเสี้ยวหนึ่งเท่านั้น 

"แม่ผมตัดสินใจแล้วว่า จะทำให้ทุกวันเหมือนวันสุดท้าย"

"....."

"เราไม่รู้ ว่าจองกุกจะจากเราไปเมื่อไหร่ ดังนั้นมันจึงสำคัญมาก" เขาบอกสิ่งที่แม่ของเขาคิดออกมา ซึ่งเขาเห็นด้วยกับแม่ของเขาทุกประการ พวกเขาไม่มีทางรู้เลยว่าจองกุกจะจากไปเมื่อไหร่ ดังนั้น ทุกๆวันจึงมีค่าและพวกเขาจะใช้ทุกเวลาที่เหลือต่อจากนี้ เพื่อทำให้จองกุกมีความสุข ซึ่งแทฮยองคิดถูกที่ไม่บอกจองกุกว่าเกิดอะไรขึ้นกับต้นไม้พวกนั้น นั่นเป็นเพราะอึนนาสิ้นหวังแล้ว และเธอกำลังอยู่ในสภาวะจำยอมกับความเจ็บปวดและการตัดสินใจของลูกชาย สองแม่ลูกอยากให้จองกุกมีความสุข กับเรื่องเล็กน้อยพวกนี้ก็อาจจะส่งผลกระทบกับอีกคนได้ มันเป็นเช่นนั้นเสมอ...

"แต่ก็ยังหวัง...ให้เขาไม่คิดแบบนั้นอีก" เขาบอก แล้วหันไปมองแทฮยองที่นั่งมองหน้าเขาอยู่ เขายิ้มเบาๆ มันเป็นยิ้มที่เศร้าที่สุดที่แทฮยองเคยเห็น 

"ฝากด้วยนะ แทฮยอง แล้วก็....คืนนี้ขอให้คุณฝันดีนะครับ” ซอกจินบอก ก่อนจะลุกขึ้นเดินหนีไป ทิ้งไว้แต่แทฮยองที่นั่งอยู่คนเดียว จนเมื่อถึงเวลา เมื่อเวลาล่วงเลยจนดึกดื่น แทฮยองอาบน้ำและสวมเสื้อยืดโง่ๆ กับกางเกงขายาว เขาเดินเข้ามาในห้องของจองกุก คนตัวสูงกำลังยืนมองออกไปนอกหน้าต่าง

จองกุกในตอนนี้ ดูดีมากในสายตาของเขา ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายเพียงแค่สวมเสื้อยืดสีขาวและกางเกงขายาวก็ตาม เขายืนกุมมือตัวเองเอาไว้ ดวงตาสีน้ำตาลเข้มทอดมองออกไป และแทฮยองสงสัยว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่

“เอ่อ ไง…” แทฮยองทัก จองกุกตกใจเขาหันมามองก่อนจะท่าเลิ่กลั่กๆ

“งะ ไง” จองกุกทักกลับ ทั้งสองยืนเกาหัวไปมาเหมือนคนที่จับต้นชนปลายทำอะไรไม่ถูก แต่สุดท้ายจองกุกก็เป็นฝ่ายเดินมาหาแทฮยอง แล้วชี้ไปที่เตียง

“นายนอนบนเตียงไปแล้วกัน” เขาบอก

“ไม่ นี่มันเตียงนาย…ฉันนอนที่พื้นเอง” แทฮยองเถียงกลับ แบบนั้นมันดูไม่ให้เกียรติเจ้าของบ้านเท่าไหร่นัก จริงมั้ยล่ะ?

“ไม่เป็นไร ฉันชอบนอนพื้นอยู่แล้ว” จองกุกไม่ปล่อยให้แทฮยองได้ค้านอะไรต่อ เขานั่งลงไปที่ฟูกที่ปูไว้ที่พื้นทันที แล้วจัดการคลุมโปงตัวเอาไว้ เข้านอนไปทั้งอย่างนั้นจนแทฮยองแอบงง เขานึกถึงคำพูดของซอกจิน ว่าจองกุกแค่ประหม่ามากไปก็เท่านั้นเอง

คิดได้แบบนั้นก็ยิ้มกริ่ม แล้วจึงนั่งลงบนเตียงนั้น เขานอนลง มือลูบไล้ไปที่หมอนนิ่มสีขาว มันมีกลิ่นของจองกุกติดอยู่ แทฮยองจำกลิ่นนั้นได้ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ หรือไม่มันก็อาจจะเป็นกลิ่นของแชมพูก็ได้ แต่ไม่ว่ามันจะเป็นกลิ่นอะไร เขาก็ชอบกลิ่นนี้มาก จนเผลอสูดดมไปหลายนาที

แต่เมื่อรู้สึกว่าตัวเองกำลังดูเป็นไอโรคจิตมากไปแล้ว

จึงชะโงกหน้าไปดูว่าจองกุกหลับหรือยัง แสงจากดวงจันทร์ด้านนอกที่ส่องผ่านหน้าต่างสามเหลี่ยมเข้ามา ตกกระทบที่เส้นผมสีดำของจองกุกที่โผล่พ้นผ้าห่ม

“จองกุก หลับหรือยัง…” เขากระซิบถาม

ไร้เสียงตอบรับ หรือว่าเขาจะหลับแล้วนะ

“จองกุก ได้ยินรึเปล่า” เขากระซิบถามอีกครั้ง “อื้อ ได้ยินแล้ว” คราวนี้เขาตอบรับ แทฮยองยิ้มกว้าง

“นอนข้างล่างสบายดีมั้ย” แทฮยองถาม

“ถามทำไม?” จองกุกถามกลับ เขาไม่แม้แต่จะโผล่หน้ามาให้เห็น “ฉันแค่อยากรู้น่ะ อากาศหนาวจัง นายว่ามั้ย?” เขามองไปที่หน้าต่าง หิมะยังคงร่วงหล่นมาไม่หยุด และอุณหภูมิก็ต่ำลงเรื่อยๆ จนควันออกจากปาก

“อื้อ…หนาวมากเลยล่ะ นายก็นอนห่มผ้าดีๆ”

“เอาหมอนเพิ่มมั้ย” แทฮยองถาม

“ไม่เอา”

“ไม่หนาวแน่เหรอ” แทฮยองถามอีกครั้ง เขากลัวว่าฟูกนั่นจะกันความเย็นจากพื้นไม่ได้จริงๆ คราวนี้จองกุกเงียบไป และไม่ส่งเสียงตอบกลับมา แทฮยองไม่แน่ใจว่าเขายังหลับอยู่มั้ย จึงถามอีกครั้ง

“จองกุก หลับรึยะ-” ไม่ทันที่เขาจะพูดจบ ร่างสูงของอีกคนก็ลุกพรวดขึ้นมาจากฟูกแล้วนอนลงบนเตียงข้างเขาทันที แทฮยองทั้งตกใจ ทั้งช๊อค เขาทำตัวไม่ถูกจึงได้แต่นอนเกร็ง

“แบบนี้จะได้เลิกถามสักที ว่าหลับรึยัง” จองกุกหลับตาและพูดทั้งอย่างนั้น เขานอนตะแคงหันข้างเข้าหาแทฮยอง จากความห่างที่ไกลลิบ จนตอนนี้พวกเขาห่างกันไม่ถึง 20 เซนติเมตรด้วยซ้ำ ยิ่งเตียงแคบๆ นี่ ยิ่งทำให้เขาอยู่ใกล้กันมากขึ้นไปอีก

“อื้อ” แทฮยองรับคำ เขาพยายามหดตัวแต่เตียงนี่มันก็แคบจนเขาได้ยินเสียงลมหายใจของจองกุก เมื่อเงยหน้ามอง ก็เห็นสันจมูกโด่งของอีกคนที่รับกับดวงตาที่ปิดสนิท จนดูเหมือนว่าเขาจะฝันไป

แต่มันคงเป็นฝันดีทีเดียว

เพราะเขาได้เห็นหน้าจองกุก สำคัญที่เรานอนเตียงเดียวกันอีกด้วย

“ไม่ง่วงรึไง นอนจ้องหน้าคนอื่นอยู่ได้” จองกุกถามแล้วลืมตาขึ้นมา แทฮยองตกใจ เขาก้มหน้า และจ้องมองแผ่นอกของอีกคนแทน

หัวใจของเขาเต้นถี่ด้วยความตื่นเต้น ช่องท้องบีบรัด คล้ายกับมีอะไรบินวนอยู่ในท้อง จนรู้สึกอยากคลื่นไส้ ทำตัวเป็นสาววัยรุ่นที่กำลังมีความรัก แต่จริงๆ เขาอาจจะกำลังเขินจองกุกมากก็ได้

“แทฮยอง” จองกุกเรียกคนตัวเล็กที่พยายามจะจมหายไปกับเตียงตอนนี้

“ว่าไง” เขาขานรับโดยไม่เงยหน้าขึ้นมาสบตาด้วยซ้ำ

“ขอบคุณที่ช่วยชีวิตฉัน” เขาพูดออกมาแบบนั้น แทฮยองแปลกใจเล็กน้อย เขาเงยหน้าขึ้นมองจองกุก สายตาผสานกันจนได้ “นายโกรธมั้ย” เขาถาม

“โกรธ…อย่าคิดอะไรโง่ๆ แบบนั้นอีก”

“ไม่ๆ ฉันหมายถึง เรื่องก่อนหน้านั้น ที่ฉันพูด แบบนั้นออกไป” แทฮยองขมวดคิ้ว เขาไม่เข้าใจว่าจองกุกหมายถึงเรื่องไหน ฝ่ายจองกุกเอง เมื่อคิดว่าแทฮยองคงจำไม่ได้จึงหน้าแดง เขาหลบสายตาและจดจ้องไปที่หมอน ก่อนจะมองแทฮยองอีกครั้งด้วยใจที่สั่นสะท้าน

“ที่บอกว่าลืมเรื่องของนายไปหมดแล้ว” เขาเงียบไป “นายโกรธมั้ย”

“ไม่โกรธ”

“ขอโทษนะ….”

“…..”

“จริงๆแล้ว ฉันโกหกเพื่อผลักนายออกไป ดูโง่มากใช่มั้ย” จองกุกบอกเขาประหม่าจนแทบบ้า แทฮยองจ้องใบหน้าของเขานิ่ง ก่อนจะยิ้มเบาๆ “อือ โง่มากจริงๆ”

“ไม่มีความจำเป็นต้องปกปิดความรู้สึกข้างในเลย ทำแบบนั้นนายไม่อึดอัดรึไง” เขาถาม หยั่งเชิงถึงเรื่องเมื่อ 19 ปีก่อนด้วย เหตุใดทำไมจองกุกถึงไม่มาบอกเขาตรงๆ ตั้งแต่ตอนนั้น

“ก็ฉันมีความสุข ที่ได้เก็บไว้แบบนี้”

“มีความสุขจริงๆ เหรอ” เขาจ้องเข้าไปในดวงตาของจองกุกนิ่งและเนิ่นนาน จนใบหน้าที่ห่างกันเพียงคืบ เขยิบเข้าใกล้กันมากขึ้นไปอีก ลมร้อนจากลมหายใจหายใจรดสันจมูกของแทฮยอง เขารู้สึกได้ว่ายิ่งพวกเขาเข้าใกล้กัน ความอบอุ่นก็ก่อตัวสยบความหนาวมากขึ้น

“ทำไมไม่บอกตั้งแต่ตอนนั้น เก็บไว้ทำไม”

“สำคัญด้วยเหรอ มันก็ผ่านมานานแล้ว” จองกุกหัวเราะเบาๆ “แล้วตอนนี้ล่ะ…ยังเหมือนเดิมมั้ย ข้างในน่ะ” แทฮยองเอื้อมมือมาแตะที่แผ่นอกจองกุกแผ่วเบา เขาหมายถึงความรู้สึกของจองกุกตอนนี้ ไม่ใช่เมื่อ 19 ปีก่อน ซึ่งจองกุกรู้เรื่องนั้นดี

“ไม่ได้รู้สึกแล้ว”

เจ็บหัวใจเล็กน้อย แต่เขาไม่เชื่อหรอก เพราะอะไรน่ะเหรอ?

“ไม่เชื่อหรอก” เขาบอก

“ทำไมล่ะ” จองกุกเลิกคิ้วถาม

“ก็นายใจเต้นแรงขนาดนี้ ฉันได้ยินเสียงมันดังออกมาเลยล่ะ” เขาบอกแล้วมองแผ่นอกภายใต้เสื้อสีขาว ใช่แล้ว เขาได้ยินเสียงหัวใจของจองกุกเต้นรัวอย่างกับกลองรบ และยิ่งเอามือไปสัมผัส ก็รับรู้ว่ามันเต้นแรงจนดูเหมือนจะหลุดออกมาจากอกแน่นๆ นี้เลย

“ทำไมแน่ใจนัก”

“เพราะของฉันก็เต้นแรงเหมือนกัน” 

พวกเขาจ้องตากันเนิ่นนาน จนดูเหมือนมีแรงดึงดูดบางอย่างที่ดึงความรู้สึกของทั้งคู่ให้เข้าสู่ภวังค์สีชมพู เป็นจริงอย่างที่แทฮยองบอก หัวใจของแทฮยองเต้นแรงเหมือนกับเขา แรงมากจนจองกุกได้ยิน ยิ่งความเงียบในห้องกำลังครอบคลุม เขาก็ยิ่งได้ยินมันชัดเจนขึ้น สิ่งที่เขาทำได้ ก็คือนอนจ้องใบหน้าของอีกฝ่าย จองกุกไม่เคยลืมดวงตาคู่นี้ แม้แต่ขี้แมลงวันที่ปลายจมูกเขาก็ยังจำได้แม่นว่ามันทำให้ใบหน้าคนนี้มีเสน่ห์มากแค่ไหน สันจมูกเหนือริมฝีปากที่เวลายิ้มจะเป็นรูปสี่เหลี่ยม

แก้มของอีกคน ที่เขาไม่เคยได้สัมผัส แต่ก็เคยคาดหวังว่าอยากจะมีสักครั้งในชีวิตนี้ ที่ได้สัมผัสมันเบาๆ 

เสียงของอีกคนที่ยังก้องอยู่ในหัวใจ เขาไม่เคยลืมเลือน 

ทุกคืนที่ฝันถึงอีกคน เป็นฝันดีที่ควบคู่มากับฝันร้าย...

ในยามนี้ ที่ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนตัวเอง กำลังโดนยาเสน่ห์ป้ายใส่ หากแต่ว่าเป็นเขาเอง ที่เต็มใจให้ป้ายและคิดถึงช่วงชีวิตต่อจากนี้ หากว่าเขาตื่นขึ้นมา แล้วเจอใบหน้านี้ในทุกเช้า 

ตอนนั้น...เขาก็อาจจะมีความสุขจริงๆก็ได้

 

 

 

ชอบจัง พระเอกคลั่งรักเนี่ย ^^

คิดถึงกันมั้ยคะ 

#ถึงคิมแทฮยอง

@_amagadon ทวิตเราเอง เด็มมาคุยกันได้นะ อยากคุยด้วย แฮร่ๆ

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

70 ความคิดเห็น

  1. #43 Ver_a (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2563 / 21:17
    จีงงชอบคนคลั่งรักก
    #43
    0
  2. #22 Fd2Kp (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2563 / 06:25

    อบอุ่นในหัวใจ~~~
    #22
    0
  3. #21 MarisaSomaem (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2563 / 01:49
    ชอบมากๆเลยงับ💜✨
    #21
    0
  4. #20 อันยอง นี่แฟนอปป้า (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2563 / 00:55

    อบอุ่นไปหมด งื้อออออออ~

    #20
    0
  5. #19 jdjnvft (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2563 / 22:35
    มาแน้ววววชอบค่ะใช้ภาษาน่ารักมากกก
    #19
    0