ถึง...คิม แทฮยอง | KOOKV

ตอนที่ 8 : ท่ามกลางลมหนาว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 126
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    6 ธ.ค. 63

ทั้งภาพวาดและรูปถ่าย โปสต์การ์ด กำลังถูกเก็บ

เสื้อผ้าถูกพับเรียบร้อยแล้วใส่ลงในกล่องสีน้ำตาล แม้แต่ผ้าปูที่นอนจองกุกก็จัดการขึงให้ตึงแล้วทำให้เรียบเหมือนเตียงใหม่ ข้าวของทุกอย่างที่พอจะบริจาคได้ จองกุกเก็บลงกล่องหมด

แม้แต่รูปของแทฮยองที่เขาชอบวาด ก็ถูกเก็บลงกล่อง รูปสุดท้ายเป็นกระดาษเก่าๆ เขาจำไม่ค่อยได้แล้วว่าเคยวาดมันตอนไหน ชายหนุ่มนั่งจ้องมันอยู่สักพัก มันมีค่ากับใจของจองกุก ไม่ใช่เพราะเป็นภาพวาดที่เขาวาดเอง แต่เป็นคนในภาพต่างหาก

เขานึกหวนไปช่วงเวลานั้น ในยามที่เสียงของเขาเริ่มแตกหนุ่ม และส่วนสูงที่สูงขึ้นมาอีกนิดจากเทอมที่แล้ว จองกุกกำลังนั่งมองดูเพื่อนๆ ที่เล่นกีฬาในวิชาพละกัน จองกุกเป็นเด็กคนเดียวในห้องที่ไม่สามารถลงไปเล่นกับเพื่อนได้ เพราะเขาพึ่งจะผ่าตัดหัวใจมาหมาดๆ

ในช่วงเวลาที่เงียบเหงา เขานั่งอยู่บนสแตนด์และจ้องมองสังคมใบเล็กในโรงยิม มือเล็กหยิบหูฟังแล้วจัดการเสียบกับเครื่องเล่นเทป ในสมัยนั้นที่ไม่มีโทรศัพท์ให้ใช้เหมือนสมัยนี้ โชคดีที่พี่ซอกจินซื้อเครื่องเล่นเทปให้ในวันเกิดของเขา บอกว่าเป็นของขวัญให้กับเด็กที่เข้มแข็ง

เด็กคนอื่นอาจจะมีเพื่อน มีสังคม มีความสุขแต่ตัวเขานั้น ตัวคนเดียวมีกระเป๋าเป้สีฟ้าเป็นเกราะป้องกันลูกบอลที่จ้องจะปาใส่หน้าเขา ป้องกันน้ำโคลนหรือน้ำอัดลมที่ตั้งใจจะสาดใส่เสื้อผ้าเขา มันป้องกันตัวเขาจากคนรอบตัวที่จ้องจะกลั่นแกล้ง

เวลาที่เราจะเกลียดใครสักคนก็ต้องมีเหตุผลถูกมั้ยล่ะ แต่นั่นผ่านมานานแล้ว เขาก็ยังไม่รู้เลยว่าเขาทำอะไรให้คนใจร้ายพวกนั้นกัน ถึงได้ชอบแกล้งเขานัก

 

หรือเพราะเขาไม่ตอบโต้คนพวกนั้นถึงได้ใจรังแกเขาให้ช้ำทั้งกายและใจแบบนี้ แผลฟกช้ำตามตัวที่ต้องคอยตอบคำถามแม่ เลี่ยงว่าหกล้มบ้าง เดินชนประตูบ้าง เสื้อผ้าที่เลอะสกปรกทุกวัน บางวันก็โคลนบางวันก็ดิน บางวันก็น้ำอัดลมเหมือนทุกวันที่ทำให้ซอกจินบ่นทุกวัน ส่วนเขามีหน้าที่ตอบแค่เล่นกับเพื่อนเลยเกิดอุบัติเหตุเป็นเช่นนี้อยู่ทุกวันและคงจะเป็นต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะจบม.ปลาย

 

อย่างเดียวที่เป็นเพื่อนกับเขาก็คือตัวเขาในกระจก….จองกุกคิดแบบนั้นนะ

จองกุกชอบโรงเรียนนี้มากๆ ชอบมากที่สุด ไม่ใช่เพราะว่าเป็นโรงเรียนที่ดีที่สุดในย่านนี้ แต่เป็นเพราะใครบางคนที่เขาแอบมองอยู่ตลอดเวลา ใครบางคนที่มีน้ำใจช่วยคุณครูยกหนังสือไปเก็บ ใครบางคนที่จะไม่พูดสิ่งแย่ๆ ใส่คนอื่น และก็เป็นคนที่ทำให้เขาอยากจะมาโรงเรียนนี้ทุกวัน ขนาดตอนผ่าตัด ใบหน้าของอีกฝ่ายก็ติดโผอยู่ในรายชื่อของคนที่เขาอยากจะรอดจากการผ่าตัดขึ้นมาเจอ

แม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่รู้ตัวเลยก็ตามเถอะ คิม แทฮยอง..

จองกุกจะจำความสุขตอนนั้นได้ แต่เขาก็จำความเจ็บปวดได้เช่นเดียวกัน ทุกวินาทีมันแสนเจ็บจนขาดใจ จองกุกจำกลิ่นเหงื่อของตัวเองได้ยามเมื่อวิ่งไปบนเส้นทางคับแคบ เขากำลังถูกไล่ต้อนจนมุม กำปั้นหนักถูกต่อยใส่หน้าของเขา หนังสือเรียนที่ถูกกระชากออกจากกระเป๋า และปาใส่

ถ้อยคำหยาบที่พ่นใส่หน้าของเขามันดังไม่หยุด จองกุกไม่เคยเข้าใจ การที่เขาแตกต่างมันเป็นเรื่องแย่งั้นเหรอ เขาทำกิจกรรมต่างๆ กับเพื่อนไม่ได้ ไม่ได้แปลว่าเขาจะแปลกไปกว่าคนอื่น เขาเหมือนกับเพื่อนคนอื่นๆ อยากจะมาโรงเรียน อยากจะคุยกับเพื่อน อยากจะลอกการบ้านตอนเช้า อยากกินไอศครีมหลังโรงเลิกเรียน แล้วการที่เป็นตัวเขา มันแปลกยังไงงั้นหรือ?

“ลูกก็เป็นตัวของลูก ไม่มีใครวิเศษไปกว่าใคร” แม่บอกเขาเสมอ

แม้ว่าจะเจอเรื่องร้ายๆ แบบนี้ในทุกวัน….แต่จองกุกก็ยังอยากมาโรงเรียนทุกวัน

ไม่ใช่เพราะใครแต่เป็นเพราะแทฮยอง แบบนั้น เขาถึงรู้สึกอยากขอบคุณแทฮยองจากใจจริง ที่ช่วยให้เขามีชีวิตต่อ แต่มันก็แค่นั้น ความเจ็บปวดนั้นยังคงกัดกินเขาแม้ในยามหลับ และเขาก็ไม่อยากจะมีชีวิตอยู่กับมันเลยสักนิด

น้ำตาที่ร่วงเผาะไหลลงอาบแก้มของเขา จองกุกยังรู้สึกถึงความเจ็บปวดข้างใน มันกำลังพังเขาไปทีละส่วนๆ

“ไอเอ๋อเอ๊ย ฮ่าๆๆ แกตัดผมทรงอะไรของแกวะเนี่ย”

“แกมันไอตัวประหลาด!”

“ไม่มีเพื่อนคบ”

“น่าสมเพช”

ชั่ววินาทีหนึ่งจองกุกแอบสงสัยว่าคนเราจะอดทนกับความเจ็บปวดได้นานแค่ไหนกันนะ? ช่วงเวลามัธยมที่หลายคนควรจะมีความสุข แต่ทำไมกับตัวเขาเองถึงได้มีแต่เรื่องเจ็บปวด ทุกข์ทนทรมานแบบนี้ จะมีกี่คนที่เข้าใจความรู้สึกของเรา เวลาเงยหน้ามองท้องฟ้าเห็นก้อนเมฆสีขาวปุยตัดกับสีท้องฟ้าสวยงาม ถ้าได้ขึ้นไปอยู่บนนั้นคงมีความสุขมากกว่าอยู่ตรงนี้แน่ๆ คำพูดพวกนั้น….จองกุกยังจำมันได้ เขาโน้มตัวลงไปนอนขดกับพื้นห้อง เขากอดเข่าตัวเองไว้ และกลั้นน้ำตาเอาไว้ รู้สึกว่าตัวเองเป็นไอขี้แพ้มาตลอด และก็ยังคงเป็นแบบนั้นเสมอ

 

“ผมไปก่อนนะครับ” จองกุกบอกแม่ที่กำลังรดน้ำต้นไม้อยู่ข้างบ้าน เธอหันมายิ้มให้เขาเบาๆ แล้วโบกมือ “รีบกลับเร็วๆ นะลูก วันนี้แม่จะทำคิมบับเด็ดๆ ให้ลูกกิน” เธอกล่าวอย่างสดใสและส่งยิ้มมาเหมือนเคย จองกุกยิ้มกลับเบาๆ

เขาเดินผ่านรองเท้าที่วางเรียงรายอย่างเป็นระเบียบเพราะฝีมือซอกจินพี่ชายคนเก่งของเขา ซอกจินเป็นคนที่มีระเบียบมาก แต่กระนั้นก็ยังคงความเท่ไว้ไม่เปลี่ยนแปลง แม้ว่าอีกฝ่ายจะชอบดุเขาเป็นประจำ แต่ก็เป็นพี่ชายที่ใจดีและใส่ใจเขามาตลอด

เขาเห็นมอเตอร์ไซค์คันเก่าของพี่ที่เขาขี่เมื่อวานจอดไว้ จะว่าไป รถคันนี้ก็อยู่มาตั้งแต่ตอนที่เขายังเด็กๆ ถูกจับผ่าตัดผ่าเครื่อง เปลี่ยนนู่นนี่นั่นตั้งเท่าไหร่ มันก็ยังใช้ได้ เข้มแข็งจริงนะ เข้มแข็งมากกว่าเขาด้วยซ้ำ เขาคิดแล้วเดินออกไปที่ประตู จองกุกไม่วายหันมามองบ้านตัวเองอีกครั้งหนึ่ง

ทุกความทรงจำอยู่ที่นี่ และอาจจะจบที่นี่ด้วยเช่นเดียวกัน

เขาย่ำไปบนพื้นถนน แถวแม่น้ำไม่ค่อยมีรถสัญจรผ่านไปมาเท่าไหร่นัก ส่วนมากทุกคนมักจะเข้าไปในตัวเมือง แถวนี้เลยมีแต่หมู่บ้านเล็กๆ อยู่กันแบบสบายๆ แถมอากาศก็ดีมากๆ จองกุกแค่คิดว่า ถ้าได้เกิดที่นี่และตายที่นี่มันก็คงจะดีนะ

จองกุกเดินมาถึงสะพานที่มีแม่น้ำไหลผ่านด้านล่าง อากาศหนาวๆ นี่บ่งบอกว่าน้ำข้างล่างนั่นก็คงจะเย็นมากไม่ต่างกัน เขามองท้องฟ้าอีกครั้ง และก้มต่ำลงไปมองแม่น้ำ สายลมที่พัดผ่านกับเสียงน้ำไหล ช่วยทำให้ใจของเขาสงบชั่วครู่ ชายหนุ่มหลับตา หวนนึกถึงทุกอย่างในชีวิต

ในตอนนั้นที่น้ำตาของเขาไหล แต่ริมฝีปากของเขากลับยกยิ้ม และขอบคุณ

ขอบคุณแม่

ขอบคุณพี่ซอกจิน

ขอบคุณแทฮยอง

ขอบคุณทุกๆ เหตุการณ์ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต เขาอยากจะคิดถึงเรื่องดีๆ ให้มากกว่านี้ แต่ก็คงไม่มีเวลา เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ อีกครั้ง และปีนขึ้นไปนั่งบนราวสะพาน ความรู้สึกที่ล้นอกออกมา มันท่วมท้นเสียจนเขากักเก็บมันไว้ไม่ได้แล้ว เขายกมือขึ้นจับหน้าอกตัวเอง ภายใต้เนื้อผ้าสีขาว ข้างในมีรอยแผลผ่าตัดหัวใจลึกจนถึงกลางหน้าท้อง

จองกุกเคยมีความฝันอยากจะเป็นนักกีฬาว่ายน้ำ แต่เพราะว่าหัวใจของเขามันดันอ่อนแอ ความฝันนั้นจึงดับวูบลง เหลือเพียงแค่ฝุ่น

อีกนิดเดียวมันก็จะจบแล้วล่ะนะ

เขาจับราวสะพานไว้ แล้วหลับตา ก่อนที่จะกระโดดลงไปทันที…

 

ได้ยินเสียงของแผ่นหลังที่กระทบกับผิวน้ำอย่างแรง เขายังรับรู้ถึงความรู้สึกเจ็บของแรงดันน้ำที่กระทบกับผิวหนัง น้ำเย็นจัดทำให้เขารู้สึกราวกับจะถูกแช่แข็ง มันคงหล่นมาแรงมากแน่ๆ เขาถึงเจ็บร้าวไปทั้งตัวแบบนี้ สายตาที่เริ่มพร่าเลือนกับสติที่กำลังเลือนหาย

จองกุกไม่มีแม้แต่แรงจะฝืนว่ายน้ำ เขาเห็นฟองอากาศที่ผุดออกมาจากปากของเขาเอง มันลอยขึ้นสูงขึ้น สูงขึ้น มีแต่ตัวเขาที่จมลง จมลงไปเรื่อยๆ สู่ห้วงนิทรา และเขาสงสัยว่าความตายน่ะ มันจะเหมือนกับการที่เราหลับไปเฉยๆ หรือเปล่านะ?

“จองกุก อย่าลืมห่มผ้านะ”

“ลูกเป็นสิ่งที่ดีที่สุดของแม่เลย”

“นายน่ะ เข้มแข็งมาก รู้ตัวมั้ย ฉันว่าผ่าตัดครั้งนี้ต้องผ่านไปด้วยดีแน่ อย่ากังวลไปเลยนะ”

เขาว่ากันว่าเมื่อเรากำลังจะตาย สมองจะรื้อความทรงจำทั้งที่เขาจำได้และไม่ได้ ตั้งแต่เกิดออกมา บางเรื่องจองกุกลืมมันไปแล้ว แต่เขาได้ยินเสียงและเห็นภาพพวกนั้นผุดเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย แม้แต่รอยยิ้มของแทฮยอง เขาก็ยังเห็นมันชัดเจนในน้ำ

ขอให้เหมือนงีบหลับไปด้วยเถอะนะ..

ทำไมช่างเหมือนจริงขนาดนี้? จองกุกได้แต่ขบคิด เมื่อเขาเห็นใบหน้าของแทฮยองใกล้เข้ามา ชายหนุ่มหลับตา แต่ก็ต้องสะดุ้งลืมตาเมื่อมือของใครบางคน คว้าเข้าที่เอวของเขาทันที เขามองเห็นแทฮยองชัดเจนมาก สัมผัสที่ส่งมาก็เหมือนจริง จนไม่อยากจะเชื่อ

แทฮยองมาช่วยเขางั้นหรือ?

เขาเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็พูดไม่ได้เพราะอยู่ในน้ำ จองกุกรู้สึกราวกับว่ากำลังลอยขึ้นไป

ลอยขึ้นไป เขาไม่มีแม้แต่แรงขัดขืนด้วยซ้ำ แม้ว่าอยากจะตายมากแค่ไหน แต่ดูเหมือนพระเจ้ายังไม่อยากได้ตัวเขาตอนนี้ เมื่อแทฮยองดึงเขาขึ้นสู่ผิวน้ำได้สำเร็จ

เขาเริ่มรู้สึกถึงสายลมอีกครั้ง บวกกับความเย็นของน้ำ ทำให้จองกุกปากสั่น เขาสำลักน้ำ ในขณะที่แทฮยองลากเขากลับเข้าฝั่งจนได้

ครืด

ตัวของเขาเสียดสีไปกับพื้นหญ้าริมแม่น้ำ….จนพ้นน้ำขึ้นมาหน่อย แทฮยองทรุดลงไปนั่งข้างๆ ในขณะที่เขาสำลักน้ำไม่หยุด จองกุกหอบหายใจก่อนจะหันไปมองแทฮยองที่ลุกพรวดจากพื้นขึ้นมานั่งคร่อมเขาเอาไว้ แล้วใช้มือทุบมาที่ตัวของเขาอย่างแรง ทั้งใบหน้าและแผ่นอกมันเจ็บไปหมดเลย

“นายทำบ้าอะไร รู้ตัวมั้ย ฮึก” อีกฝ่ายกำลังร้องไห้ไปทุบเขาไป หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ตอนที่เห็นจองกุกกำลังจะกระโดดสะพาน นี่ถ้าอึนนาไม่สังเกตถึงความผิดปกติบางอย่าง แล้วไม่บอกเขา จองกุกก็คงจะตายไปแล้วจริงๆ

“….” จองกุกได้แต่นั่งเงียบและปล่อยให้แทฮยองกระทำสิ่งที่อยากทำ

“ฉันไม่ได้ตามหานาย ฮึก เพื่อเห็นนายฆ่าตัวตายหรอกนะ ไอบ้าเอ๊ย ฮืออ” เขาร้องไห้ด้วยความเสียใจ มันเจ็บมากที่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดจะทำแบบนั้น เขาไม่ได้หมดเวลาไปหลายวัน หรือเฝ้าฝันถึงอีกคนเพื่อจะมารับรู้ว่าจองกุกไม่เคยเลิกคิดเรื่องฆ่าตัวตายเลย โชคดีแค่ไหนที่เขาตามหาจองกุกจนเจอ

และกระโดดน้ำช่วยไว้ทัน

“คิดถึงแม่กับพี่ชายนายบ้างสิ เขาจะรู้สึกยังไง” แทฮยองพูดไม่หยุด เขาพูดมันทั้งน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม

“เจ็บปวดแค่ไหน แต่เราต้องอยู่กับมันให้ได้สิ” เขายังไม่หยุดพูด มือยังคงทุบหน้าอกอีกฝ่ายไม่หยุด แต่จองกุกก็ไม่ได้มีท่าทีที่จะขัดขืนอะไรเลย เพียงแค่ปล่อยให้อีกคนทำแบบนั้น ตัวของแทฮยองสั่นไปหมด ทั้งความหนาวและความเจ็บใจมันประเดประดังถาโถมใส่เขาไม่หยุด

จนเมื่อเริ่มที่จะหมดแรง เขาทุบแผ่นอกนั้นช้าลง แต่น้ำตาก็ยังคงไหลอยู่

“ได้โปรดอย่าฆ่าตัวตายอีกเลยนะ”

มันเหมือนกับเหตุการณ์เดจาวูยังไงยังงั้น จองกุกเคยได้ยินประโยคนี้มาก่อน จากปากของแม่และพี่ชายของเขา พวกเขาจะพูดทุกครั้งหลังจากที่เขารอดพ้นจากความตายด้วยความช่วยเหลือจากสองคนมาได้ และมันเจ็บปวด ที่จองกุกไม่สามารถที่จะหยุดคิดเรื่องนี้ได้เลย

พอมานึกถึงตอนนั้นแล้ว น้ำตาก็ไหลขึ้นมา

มือแกร่งของจองกุกยกขึ้นมาเหนือเอวของแทฮยองเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะสวมกอดอีกคนแน่น ซบใบหน้าแนบไปกับแผ่นอกอีกฝ่ายแล้วปลดปล่อยความเจ็บปวดข้างในออกมาไม่ขาดสาย ในขณะที่แทฮยองเองก็กอดศีรษะของเขาเอาไว้ แล้วร้องไห้ไม่ต่างกัน

อุณหภูมิตอนนี้อาจจะติดลบแล้ว แต่แปลกที่หัวใจของทั้งสองคน พึ่งจะจุดประกายไฟบางอย่างขึ้นมาเงียบๆ ท่ามกลางเสียงร้องไห้ และอ้อมกอดที่ต่างฝ่ายต่างปลอบโยนกันและกันด้วยความรู้สึกที่มีทั้งหมด

ในหัวใจ…

 

 

ขอโทษที่ตอนนี้เราอาจจะเขียนได้ไม่ดีเท่าที่ทุกคนหวังนะคะ ทั้งเรื่องความรู้สึกและภาษา สำหรับตัวเราคิดว่าความรู้สึกของคนเรามันค่อนข้างซับซ้อนมาก มันมีจังหวะที่เรามักจะย้องแย้งในตัวเสมอ เราอยากถ่ายทอดออกมาเป็นตัวละครอย่างจองกุกค่ะ แต่เราจะพยายามต่อไปนะคะ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านด้วยน้า

#ถึงคิมแทฮยอง

@_amagadon

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

71 ความคิดเห็น

  1. #42 Ver_a (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2563 / 21:01
    ได้โปรดอย่าฆ่าตัวตายอีกเลยนะ
    #42
    0
  2. #18 อันยอง นี่แฟนอปป้า (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2563 / 21:11

    ดีมากๆเลยค่ะ ดีจนน้ำตาคลอ;-;

    #18
    0
  3. #17 Fd2Kp (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2563 / 15:26

    แต่งดีมากๆเลย
    #17
    0
  4. #16 jdjnvft (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2563 / 14:24
    ไรท์แต่งดีมากๆๆๆๆชอบค่ะติดตามนะคะ
    #16
    0