ถึง...คิม แทฮยอง | KOOKV

ตอนที่ 7 : สายฝนและลมหนาว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 136
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    4 ธ.ค. 63

เหมือนหัวใจจะหยุดเต้นลงไปเสียให้ได้….

อย่างกับว่าอุณหภูมิในร่างกาย ขึ้นมาทับถมกันอยู่ที่ใบหน้า…

จะพูดว่าเสียอาการก็ไม่เชิง จะพูดว่ามีสติก็ไม่เชิง ยามเมื่อจ้องมองใบหน้าของคนที่เฝ้าฝันถึงมานาน อีกฝ่ายกำลังนั่งตรงหน้า ไม่พูดไม่จา แถมไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมาสบ แสงแดดจากหน้าต่างส่องลอดผ่านเข้ามากระทบกับโต๊ะทานอาหาร แทฮยองใจเต้นด้วยความรู้สึกประหม่า เขาไม่เคยประหม่าขนาดนี้มาก่อน

หลังจากที่เจอกันเมื่อคืน อีกฝ่ายก็วิ่งหนีเขาทันที และเขาก็ดันวิ่งตามไม่ทันอีก เนี่ยน่ะเหรอ คนที่ผ่าตัดหัวใจมา มันแข็งแรงได้ขนาดนั้นเลยเหรอ

“จองกุกอา วันนี้แม่ทำแพนเค้กด้วยนะ” อึนนาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงร่าเริง ก่อนจะวางแพนเค้กลงแล้วก้มลงมากอดลูกชายที่รักด้วยความคิดถึง “ผมเลิกชอบไปนานแล้ว…” จองกุกพูดเสียงเรียบ เขาจดจ้องมาที่แทฮยองจนคนโดนจ้องรู้สึกประหม่ากว่าเดิม มีแวบหนึ่งที่แทฮยองแอบคิดว่า ประโยคนั้นมันเปรียบเปรยถึงเขารึเปล่านะ

แต่ถ้ามันเป็นจริง ก็คงไม่แปลก เวลามันก็ผ่านมานานกว่า 15 ปีแล้ว จองกุกก็คงเติบโตและเลิกชอบเขาไปนานแล้วก็ได้ บางทีอีกฝ่ายอาจจะมีแฟนแล้ว….ไม่นะ แบบนั้น เขาก็อกหักน่ะสิ!

“เลิกชอบง่ายขนาดนั้นเชียว” อึนนาบ่นอุบอิบน้อยใจ จองกุกถอนหายใจเล็กน้อย ก่อนจะยอมหยิบช้อนขึ้นมาตักแพนเค้กกิน ให้แม่ของเขาหายน้อยอกน้อยใจ

“เอ่อ…คือว่า..” แทฮยองพูดไม่ออกเท่าไหร่ เขารู้สึกเหมือนกับน้ำท่วมปากยังไงยังงั้นเลยล่ะ

“แทฮยองเขาตามหาลูกตั้งนานแหนะ” อึนนาชิงพูดขึ้นก่อน เมื่อสังเกตว่าชายหนุ่มได้แต่ทำปากมุบมิบเหมือนจะพูดแต่ก็ไม่พูด ความจริงหลังจากที่เธอได้เจอแทฮยอง สิ่งที่ติดอยู่ในใจก็หายไป อึนนายิ้มได้มากกว่าเมื่อวานแล้ว หลังจากวันนั้นแทฮยองก็เทียวมาเทียวไปถามไถ่เรื่องของจองกุก เกือบทุกวัน รอเวลาจนกว่าจะถึงเทศกาลฤดูดอกไม้ไฟที่จะจัดขึ้นทุกสามฤดูในปูซาน

ความจริงที่ว่า แทฮยองเฝ้ารอจะเจอกับจองกุกก็อาจจะใช่ แต่ไม่ใช่แค่แทฮยองหรอกนะ คนเป็นแม่อย่างเธอก็เฝ้ารอลูกชายกลับมาเหมือนกัน ในทุกวัน อึนนาก็แค่เฝ้าภาวนาให้จองกุกมางานเทศกาลดูดอกไม้ไฟ เพราะนั่นแปลว่าอีกฝ่ายยังมีชีวิตอยู่ และไม่ได้ชิงฆ่าตัวตายเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา

การรอคอยมันเจ็บปวด ทุกวินาทีมีค่าให้จดจำ อึนนาใช้เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการปลูกต้นไม้ และส่งรูปไปให้จองกุกดูทุกวัน แม้ว่าเขาจะไม่ตอบข้อความเธอเลยก็ตามที แต่เธอก็มีความสุข อย่างน้อย แชทที่ขึ้นข้อความ Read มันก็ทำให้หัวใจเธอฟูขึ้นมาบ้าง

“ลูกน่าจะไปเยี่ยมคุณยายยูลิโกะนะ ตอนนี้ร้านน้ำชาของแกขายดิบขายดีเลยล่ะ” อึนนาบอก แน่นอนว่าที่มันขายดีก็เป็นเพราะฝีมือของแทฮยองนั่นแหละนะ ฝ่ายจองกุกเองเขาพยักหน้าช้าๆ และแทบจะไม่สนใจแทฮยองเลยด้วยซ้ำ จนคนตัวเล็กกว่าเริ่มหมดความมั่นใจและรู้สึกว่าเป็นส่วนเกินของบ้านหลังนี้ แต่อึนนาจะไม่ยอมแพ้หรอกนะ!

“ไปกับแทฮยองเลยสิ เขาก็ไปที่นั่นมาเหมือนกัน ใช่มั้ย? แทฮยอง” อึนนาถามเขา ซึ่งคนถูกถามได้แต่พยักหน้ารัวๆ ด้วยความตกใจ คิดไม่ถึงที่เธอจะยิงคำถามใส่เขากะทันหันแบบนี้

แต่มันก็ได้ผลแหละนะ เมื่อจองกุกเงยหน้าขึ้นมามองแทฮยองอย่างแปลกใจ

“ไปด้วยกันเลยสิ ตอนนี้เลย” อึนนาพยักพเยิดให้ลูกชายที่กำลังจะตักแพนเค้กเข้าปากลุกขึ้นยืน เธอดึงมือที่ถือแพนเค้กนั่นออกมาทั้งที่จองกุกอ้าปากอยู่ แล้วผลักเขาให้ออกไปข้างนอกทันที แทฮยองลุกขึ้นเดินตาม

“ขี่รถของพี่ลูกเลย” อึนนาบอก ชี้ไปที่มอเตอร์ไซค์โง่ๆ ของซอกจินที่สภาพมันทั้งเก่าและดูไม่น่าจะขี่ได้ จองกุกขมวดคิ้ว “ไอเศษเหล็กนี่มันอะไรน่ะครับ” เขาชี้ แทฮยองแอบหัวเราะเบาๆ เขาไม่คิดว่าจองกุกเองจะเป็นคนที่ปากจัดเหมือนกัน

“ย่าห์! นี่พึ่งเปลี่ยนล้อมาเลยนะ” อึนนาสวน

“ถ้าผมขับมัน ชาติไหนผมจะขี่ถึงร้านน้ำชาล่ะครับ” จองกุกถาม “เอ ลูกชายคนนี้ เมื่อก่อนก็ขี่ได้นี่” อึนนาตอบ ก่อนจะดันหลังให้จองกุกไปขึ้นมอเตอร์ไซค์ แล้วดึงแขนแทฮยองมายืนใกล้ๆ

แล้วยังไงต่อล่ะแทฮยอง คิดสิ คิด….แต่ยังไม่ทันที่จะได้คิดอะไรมาก หมวกกันน๊อคก็ถูกยื่นมาตรงหน้าของแทฮยองทันที เขามองผ่านทรงกลมนั้นไปแล้วเจอเข้ากับใบหน้าของจองกุกที่มองอยู่ อีกฝ่ายยื่นหมวกให้เขา นี่เป็นครั้งแรกที่จองกุกมีปฏิสัมพันธ์กับเขา หลังจากที่อีกฝ่ายแทบจะไม่ยอมคุยกับเขาเลยตั้งแต่เช้า

เขารับมันมาทั้งแบบนั้นแล้วขึ้นคร่อมซ้อนหลัง หัวใจมันเต้นรัว ยามเมื่อมองเห็นแผ่นหลังคู่นี้ เขาคิดไม่ตกว่าอีกฝ่ายจะคิดอย่างไร

 

ท้องฟ้าวันนี้ค่อนข้างมัวหมอง หิมะยังไม่ตก แต่ฝนนี่แหละจะตกแทน….เสียงเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์คันเก่าดังลั่น สองล้อแล่นไปตามทาง สายลมพัดผ่านทำให้เขาทั้งคู่รู้สึกขนแขนลุกขึ้นมากะทันหัน แต่โชคดีที่ต่างฝ่ายต่างใส่เสื้อกันหนาวมาด้วย เลยยังพอช่วยได้บรรเทาได้

แทฮยองพยายามยันตัวให้ตรงและทรงตัวได้ เขาไม่กล้ากอดอีกฝ่าย เพราะความเย็นชาของจองกุกมันทำให้รู้สึกกลัว เขาได้กลิ่นแชมพูแตงโมโชยมาจากเส้นผมสีดำตรงหน้า แต่ก็ไม่กล้าแม้แต่จะยื่นหน้าเข้าไปดมใกล้ๆ ความรู้สึกนี้มันคืออะไรกัน อย่างกับว่าเรื่องที่เขารู้สึกมาตลอด มันถูกลบหายไปทันทีที่เห็นสายตาของจองกุกที่มองมา

มันว่างเปล่า เสียจนน่าใจหาย

จนทำให้หัวใจของเขารู้สึกหน่วงในอกอยู่ลึกๆ และเริ่มไม่แน่ใจว่า การพบกันของเรามันจะดีจริงรึเปล่า?

“ไม่ลงไปเหรอ?” คำถามแรกของจองกุกส่งมา หลังจากที่พวกเขาเดินทางมาถึงร้านจนได้ แทฮยองมองผ่านอีกฝ่ายไปยังหน้าร้านน้ำชาที่มีนักท่องเที่ยวอยู่มากมาย บางคนก็พากันถ่ายรูปเซลฟี่อยู่ทั้งในและนอกร้าน บางคนก็นั่งดื่มชา ดื่มด่ำกับรสชาติชาญี่ปุ่นแท้ที่คุณสึคุชิตั้งใจชง

แทฮยองไม่ชอบคนเยอะ เขาส่ายหน้าเบาๆ จองกุกพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะเดินไปที่ร้าน เขามองตามแผ่นหลังนั้นไปและรู้สึกใจหาย มันช่างต่างกับคืนก่อนจริงๆ แผ่นหลังที่เคยทำให้หัวใจเขาเต้นรัว มาจนตอนนี้มันวูบโหวงอย่างกับเป็นรูโหว่ เขาเดินเตะใบไม้สีน้ำตาลที่พื้นไปด้วย และเดินมุ่งเข้าไปในป่าที่มีศาลเจ้า

ท้องฟ้ามืดครึ้มนี้ทำให้ป่าหลังภูเขานี้ดูเข้มขลังมากขึ้น แสงแดดเพียงน้อยนิดสอดส่องลงมายังต้นไม้ ใบไม้พลิ้วไหวตามสายลม เกิดเป็นเงาที่ขยับเขยื้อนไปมาอยู่ที่พื้นจนดูเหมือนกำลังร่ายรำ แทฮยองได้ยินเสียงของใบไม้กระทบกัน และเสียงของนกร้อง ช่วงเวลานี้ช่วยทำให้จิตใจเขาสงบขึ้นมาบ้าง

แต่ก็ยังคิดไม่ตกเรื่องจองกุกอยู่ดีนั่นแหละ

เขาย่ำไปตามพื้นดิน จนมาถึงศาลเจ้า มันช่างดูเก่าและขาดการดูแล มีเครื่องเซ่นวางอยู่ แทฮยองเพียงแค่หลับตาลง และนึกถึงอะไรบางอย่างที่เคยพาเขามาที่นี่

เขายกมือขึ้นกุมไว้ใต้ปลายคางและอธิษฐาน

ใช้เวลาไม่กี่นาทีเขาก็เดินออกมาด้านนอกป่าและเฝ้ารอจองกุกอยู่ที่มอเตอร์ไซค์ แต่จองกุกก็ใช้เวลามาเยี่ยมร้านน้ำชานั้นไม่นาน ด้วยความที่ตัวเขาเองก็ไม่ได้ชอบคนเยอะพอๆ กับแทฮยอง เขาเพียงแค่ทักทายคุณยายกับลูกสาวก็เท่านั้น

ฟ้าครึ้มๆ เหมือนฝนจะตก ทำให้คุณยายยูลิโกะบอกให้จองกุกกลับบ้าน ก่อนฝนตก ถนนมันจะลื่น เธอกลัวว่าเขาจะเป็นอันตราย ทั้งที่อยากให้เขาอยู่คุยกับเธอให้นานกว่านี้ ซึ่งจองกุกก็เห็นด้วยและบอกว่าเดี๋ยวเขาจะแวะมาเยี่ยมใหม่ ถ้ามีโอกาสนะ….

 

สายลมที่พัดแรงขึ้นทำให้แทฮยองที่นั่งซ้อนมอเตอร์ไซค์นั้นเริ่มรู้สึกหนาวถึงข้างในแล้ว เขากระชับเสื้อหนาว ใจก็อยากจะเอื้อมไปกอดเอวอีกฝ่ายเหลือเกินเพื่อคลายความหนาวนี้ลง แต่แบบนั้นมันจะดีรึเปล่านะ จองกุกจะว่าอะไรรึเปล่า ชายหนุ่มได้แต่ขบคิดเรื่องของอีกฝ่าย แต่ไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยถามออกไป

จนเมื่อเม็ดฝนหยดแรกที่ร่วงหล่นกระทบกับสันจมูกโด่ง แทฮยองเงยขึ้นมองท้องฟ้า จากนั้นห่าฝนก็ร่วงลงมาอย่างแรง ในขณะที่จองกุกไม่ได้เตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์นี้ เขาพยายามมองหาบ้านหรืออะไรก็ตามที่ช่วยให้หลบฝนได้ก่อน แต่มันไม่มีเลย สองข้างทางเป็นเนินหญ้าที่ลาดลงไปจะเจอแม่น้ำที่ไหลผ่าน

ฝนตกแรงขึ้นจนเขามือสั่น หยดน้ำหลอมรวมกับความเย็นในหน้าหนาว มันยิ่งแย่ แต่เขาจะต้องประคองรถไปต่อ คิดไม่ตกถึงแทฮยองที่นั่งข้างหลัง เขาไม่อยากให้อีกฝ่ายต้องหนาวเลย เขาควรจะรีบขี่ไปให้ถึงบ้าน แต่ก็ดูเหมือนฟ้าไม่เป็นใจ เมื่อฝนที่โปรยปรายลงมาเริ่มตกแรงขึ้นจนชายหนุ่มเริ่มมองไม่เห็นเส้นทางข้างหน้า

จนเมื่อรถแล่นมาจนถึงสะพานข้ามแม่น้ำ จองกุกเห็นว่าใต้สะพานนั้นใช้เป็นที่หลบฝนได้ เขาจึงหันไปหาแทฮยองด้านหลัง

“ไปหลบตรงนั้นกันก่อนเถอะ” เขาบอก แทฮยองเงี่ยหูฟังแล้วพยักหน้า เขาลงจากรถ จองกุกเข็นรถมอเตอร์ไซค์ลงเนินไปช้าๆ จนมาถึงใต้สะพาน

เขาจอดรถ และถอดหมวก สะบัดผมที่เปียกไปหมด แต่อันที่จริงเขาก็เปียกทั้งตัวนั่นแหละ รู้งี้น่าจะพกเสื้อกันฝนมาด้วยก็ดี ดวงตาสีเข้มจดจ้องไปที่แทฮยองที่กำลังขยี้เส้นผมสีดำของตัวเอง ดังภาพฉายซ้ำ เขานึกถึงสมัยก่อนที่ตัวเองเฝ้ามองแทฮยองจากด้านข้างมาตลอด

เขาเองก็ไม่เคยคิดว่าจะมาเจอกับแทฮยองอีกครั้ง ยิ่งรู้ว่าอีกฝ่ายตามหาเขาเพราะจดหมายโบรา เขาก็ยิ่งรู้สึกแปลกๆ จองกุกแค่รู้สึกไม่ชิน ตอนที่เจอกันครั้งที่งานพลุดอกไม้ไฟ หัวใจของเขามันเต้นแรงจนเหมือนอยากจะหลุดออกจากอก มาเต้นอยู่ที่พื้นตรงหน้า

จนดูเหมือนจะหอบ จองกุกทนกับอาการแบบนั้นไม่ไหว ทำให้เขาต้องรีบวิ่งหนีอีกฝ่าย

แล้วใครจะไปรู้ว่าอีกฝ่ายจะมาหาเขาที่บ้านอีก มันทำให้เขารู้สึกประหม่ามากกว่าเดิมเสียอีก จนไม่กล้าที่จะพูดอะไรออกไป เพราะกลัวว่าจะดูสะเหล่อ

สะเหล่อที่เขาเองยังคิดถึงแทฮยองมาตลอด สะเหล่อที่ไม่เคยลืมอีกฝ่ายได้ ทั้งจมูก ริมฝีปาก แก้ม และสิ่งที่เห็นในดวงตา มันแค่แปลกที่เวลาผ่านไป 15 ปีแล้ว แต่แทฮยองก็ยังดูเป็นแทฮยองคนเดิม 

“จะถอดเสื้อมั้ย?” แทฮยองถามขึ้นมาหน้าตาเฉย แต่จริงๆ ก็แอบเขินอยู่เหมือนกัน เพียงแต่เขาเป็นห่วงสุขภาพของจองกุกมากกว่าใดๆ ทั้งหมดในตอนนี้

“……”

จองกุกเงียบ แต่เขาหน้าแดงจนเห็นได้ชัดเลยล่ะ

“คือว่า ฉันกลัวนายเป็นหวัดน่ะ” แทฮยองตอบ เขาเกาหัวเขิน และประหม่าอยู่ในที “ฉันว่าจะถอดเหมือนกัน เดี๋ยวเป็นปอดบวม” แทฮยองพูดต่อเสียงเบา จนดูเหมือนจะหายไปในกล่องเสียงเลย แต่จองกุกดันได้ยินชัดเจน เขาทำตัวไม่ถูกเอาซะเลย

“แบบนั้น มันน่าอายนะ” จองกุกพึมพำ แทฮยองยิ้ม “งั้นเราหันหลังให้กันแล้วถอดดีมั้ย นายจะได้สบายใจ” เขาถาม จองกุกคิดไม่ตกสักครู่ หากเขาไม่ถอดเสื้อ เขาก็อาจจะเป็นปอดบวมก็ได้ เพราะอากาศที่เย็นบวกกับน้ำฝนด้วยแล้ว ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่

อย่างน้อยก็จนกว่าฝนจะหยุดตก

จองกุกพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะหันหลังให้ แทฮยองเองก็ทำเช่นเดียวกัน พวกเขาเริ่มที่จะถอดเสื้อของตัวเอง ปลายนิ้วจับที่ขอบชายเสื้อแล้วถกขึ้นเหนือหัว เสียงเสื้อผ้าเสียดสีกันถูกกลบด้วยเสียงฝนจนหมด แต่กระนั้นมันกลับทำให้หัวใจของคนทั้งคู่เต้นเร่าด้วยความตื่นเต้น

แปะ แปะ แปะ

เสียงของน้ำฝนตกกระทบพื้นด้านหลังจองกุก เขาอดไม่ได้ที่จะหันไปมอง แต่ทันทีที่เห็นก็ต้องรีบหันหน้าหนีทันที เมื่อท่อนบนที่เปลือยเปล่าของแทฮยองปรากฏแก่สายตา อีกฝ่ายกำลังใช้มือบิดเสื้อหนาวและเสื้อยืดให้น้ำออกอยู่ ถ้าไม่อยากคิดเรื่องนั้น จองกุกก็ควรจะทำเช่นเดียวกัน

พวกเขานั่งหันหลังให้กัน ต่างฝ่ายต่างเงียบไม่พูดไม่จา หรืออาจจะกำลังลองเชิงก็ได้ ว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไรรึเปล่า จนเมื่อแทฮยองหมดความอดทน

“เรื่องจดหมายน่ะ….” เขาพูดขึ้น จองกุกชะงัก เขาเหล่ไปด้านข้างเล็กน้อย พอให้เห็นอีกฝ่ายจากหางตา “ฉันดีใจนะที่นายมีความรู้สึกแบบนั้นให้ฉัน” เขาพูดมันออกมาตรงๆ เมื่อรู้สึกว่าไม่อยากจะเก็บกักความรู้สึกของตนอีกต่อไปแล้ว

“มุมมองต่อโลกของนาย น่าทึ่งมากเลยล่ะ”

“……”

“มันคงจะดี ถ้านายมาบอกฉันตั้งแต่ตอนนั้น”

“……”

“ยังไง ก็ขอบคุณนะ” แทฮยองพูดไปยิ้มไป เขารู้สึกขอบคุณจองกุกจากใจจริงๆ ที่อีกฝ่ายสอนหลายอย่างให้เขาภายในเวลาไม่นาน ไม่อยากจะเชื่อว่าข้อความแค่ไม่กี่ประโยคจะมีอิทธิพลกับชีวิตของเขาขนาดนี้ มันทั้งเปลี่ยนวิธีการมองโลก ราวกับทุกถ้อยคำถูกร้อยเรียงจากผู้ชายที่เติบโตและรายล้อมด้วยความสุข

แต่เปล่าเลย จองกุกไม่ได้เติบโตมาแบบนั้น….น่าแปลกที่เขายังมีวิธีการคิดที่แตกต่างจากเด็กที่เผชิญเรื่องเลวร้ายในชีวิต ลึกลงไปในเรือนกาย ภายใต้สันกรามคม หรือภายใต้ลำคอนั้น มีหัวใจบริสุทธิ์ไร้การแต่งแต้มสีสันใดๆ บนโลกนี้ลงไปอยู่ สิ่งที่จองกุกเขียน เพื่อไม่ให้ลืมเลือนเขาไปในความทรงจำ ในอุณหภูมิที่มีเราสองคน จะเป็นความทรงจำที่ไม่เหือดหายของแทฮยองนับจากนี้

“นายอาจจะลืมฉันไปแล้วล่ะมั้ง คงตกใจมากสิท่า ถึงได้วิ่งหนีแบบนั้น” เขาพูดไปหัวเราะไป ก่อนจะเงยหน้ามองใต้สะพาน สายฝนก็ยังโปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย พวกเขานั่งกอดเข่าของตัวเองไว้ และนึกถึงเรื่องราวต่างๆ

“ฉันลืมเสียงของนายไปแล้ว ทั้งความทรงจำแล้วก็ความรู้สึกข้างใน….”

แค่ประโยคเดียวที่ออกมาจากปากของจอน จองกุก ทำให้แทฮยองหน้าเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด เขานั่งก้มหน้าและเอาหน้าซุกไว้กับเข่า เจ็บจี๊ดขึ้นมาซะงั้น แต่เขาก็กะไว้แล้วล่ะ ไม่แปลกเลยถ้าอีกฝ่ายจะลืมไปหมดแล้ว เวลาเปลี่ยนคนเปลี่ยน สัจธรรมของโลกใบนี้

เขาเข้าใจดี แต่มันก็อดเจ็บในใจไม่ได้เลยแฮะ

“…..”

“…..”

“ร้องไห้เหรอ?” จองกุกถามเบาๆ ก่อนจะหันมา เขาเห็นแทฮยองกำลังซุกหน้ากับเข่าของตัวเองแล้วร้องไห้ ตัวเล็กสั่นสะท้านและสะอึกสะอื้นไม่หยุด

แทฮยองกำลังร้องไห้ เขาไม่อาจห้ามตัวเองได้เลย ไม่ว่าจะพยายามกลั้นเสียงสะอื้นและน้ำตาที่ไหลออกมาข้างแก้มมากแค่ไหน แต่มันก็ไม่ยอมหยุด….นี่เขากำลังเสียใจงั้นหรือ? เสียใจที่จองกุกนั้นลืมเรื่องราวของเขาไปแล้ว หรือว่าเสียใจที่อีกฝ่ายไม่ได้ชอบเขากันแน่ล่ะ

ไม่รู้แล้ว เขาแค่รู้สึกอยากร้องไห้ และอยากจะกระโดดแม่น้ำนี้ให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย…

“ขอโทษนะ” จองกุกพูดเสียงเบา 

ช่วงเวลานั้นที่เหมือนมีแค่เราสอง

แทฮยองคิดว่าเขาผิดเองที่คาดหวังว่าอีกฝ่ายจะยังจำเรื่องราวของเขาได้ แม้แต่ข้อความในจดหมาย แทฮยองก็มั่นใจว่าจองกุกจะจำมันได้ แต่เปล่าเลย จองกุกไม่เคยจำมันได้ และเขาก็ลืมความรู้สึกไปเสียหมดแล้ว

แทฮยองเข้าใจมันทุกอย่าง แต่เขาก็ยังเจ็บปวดจากหัวใจที่มีทั้งหมดอยู่ดี

 

“ขอโทษที่รบกวนนะครับ” แทฮยองก้มหัวให้อึนนา หลังจากที่ทั้งสองคนกลับมาจากร้านน้ำชา ชายหนุ่มรีบขอตัวกลับและไม่ได้พูดจาอะไรกันอีก อึนนาแปลกใจและคิดว่าต้องมีอะไรเกิดขึ้นแน่ๆ ขนาดตัวลูกชายของเธอก็ยังแปลกไปด้วยเช่นเดียวกัน

หลังจากแทฮยองกลับไปแล้ว เธอจึงเดินขึ้นไปที่ห้องของจองกุกทันที สิ่งที่เธอเห็นก็คือจองกุกนั่งอยู่ที่เตียงของเขา เขากำลังมองออกไปนอกหน้าต่างสามเหลี่ยม วิวด้านนอกช่างมืดมัวอาจจะเป็นเพราะฟ้าหลังฝนตก สอดคล้องกับสิ่งที่เธอเห็นในแววตาของลูกชาย

จองกุกกำลังเศร้าและเจ็บปวดอยู่ภายใน รู้สึกผิดที่โกหก เหตุผลของเขา อีกฝ่ายไม่จำเป็นต้องรับรู้ เพราะมันไม่ได้มีค่าอะไรอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นมันจะเป็นการฉุดรั้งอีกฝ่ายไว้เสียเปล่าๆ ซึ่งเขาไม่ต้องการอย่างนั้นเลยสักนิดเดียว

แทฮยองควรไปจากชีวิตเขาซะ

ลืมเรื่องจดหมาย

ลืมเรื่องร้านน้ำชา

ลืมเรื่องร้านดอกไม้

ลืมทุกอย่าง และช่วยมีความสุขกับโลกใบนี้ด้วยเถอะนะ

ส่วนเขา จะขอแบกรับทุกความเจ็บปวดของเขาในอดีตไว้เอง 

 

 

เกี่ยวก้อยสัญญา ว่ามันจะไม่แบดเอนๆ

#ถึงคิมแทฮยอง

@_amagadon 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

71 ความคิดเห็น

  1. #41 Ver_a (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2563 / 20:52
    พ่อพระเอก
    #41
    0
  2. #15 อันยอง นี่แฟนอปป้า (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2563 / 22:40

    โง้ยยย เศร้าแต่ก็อบอุ่นหัวจาย~

    #15
    0
  3. #14 Fd2Kp (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2563 / 15:48

    แงงงดีมากๆเลย
    #14
    0