ถึง...คิม แทฮยอง | KOOKV

ตอนที่ 6 : เทศกาลดอกไม้ไฟ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 140
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    1 ธ.ค. 63

แทฮยองกำลังยืนมองท้องฟ้าที่วันนี้มีฟ้าเปิด เขาจึงเห็นดวงดาวนับร้อยกำลังร่ายรำอยู่บนนั้น ท่ามกลางเสียงเซ็งแซ่ ของนิทรรศการดูพลุดอกไม้ไฟ ผู้คนกำลังรื่นเริงตามซุ้มอาหาร หรือของฝาก แทฮยองถืออุด้งไว้ในมือและยัดมันเข้าปากไปสองสามลูกแล้ว

เขามองไปรอบๆ เพื่อมองหาใครบางคน ใครบางคนที่เฝ้ารอมาตลอดหลายวัน

“นายตัดผมเหรอ” นัมจุนถามหลังจากที่เขาเดินมาพร้อมกับจีมิน แทฮยองในตอนนี้ดูเปลี่ยนไป เขาตัดผมสั้นกว่าเดิม แถมวันนี้แทฮยองยังฉีดน้ำหอมด้วย เขาจะฉีดมันในโอกาสพิเศษเท่านั้น แทฮยองจับเส้นผมสีดำของตัวเอง เขายิ้มเบาๆ อย่างดีใจที่เพื่อนจับสังเกตได้ เขาตัดมันเพื่อมาพบใครบางคน

ใครบางคนที่แทฮยองเชื่อว่าเขาจะต้องกลับมา

ตามคำบอกของแม่และพี่ชายที่แสนดีของเขา…..

 

“จองกุกไม่เคยพลาดงานดูดอกไม้ไฟเลย….” เสียงของ อึนนา แม่ของจองกุกดังขึ้นขณะที่แทฮยองกำลังนั่งอยู่บนเตียงของจองกุก มันเป็นเวลาเกือบๆ จะเที่ยงคืนแล้วที่เขานั่งรอให้อึนนากลับบ้าน รู้สึกเกรงใจแต่ซอกจินบอกว่าไม่ต้องเกรงใจ แม่ของเขาก็อยากพบแทฮยองเหมือนกัน

แทฮยองแอบสงสัยว่าอึนนารู้จักเขาด้วยงั้นหรือ ทำไมต้องอยากเจอเขาด้วย

เขาวางปฏิทินที่เก่ามากแล้วที่หัวเตียงลงที่เดิม และรีบลุกขึ้นด้วยความตกใจ ที่อยู่ๆ ก็มีผู้หญิงอายุเยอะแล้ว เดินเข้ามาในห้อง เขาเดาว่าเธอคงจะเป็นอึนนา รีบก้มหัวทำความเคารพทันที สาวใหญ่คนนั้นเพียงแค่ยิ้มเบาๆ ก่อนจะเดินเข้ามาจับให้เขาเงยหน้าขึ้นมา

“คุณคงเป็นแทฮยองสินะคะ” เธอถาม แทฮยองขมวดคิ้วด้วยความสงสัยว่าเธอรู้จักเขาด้วยงั้นหรือ หรือว่าซอกจินบอกมา “ฉันอึนนาค่ะ เป็นแม่ของจองกุก”

“สวัสดีครับคุณอึนนา ผมแทฮยองครับ” เขาแนะนำตัวด้วยความสุภาพและก้มอีกครั้ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมา

“ขอบคุณที่รอฉันนะคะ งานฉันยุ่งค่ะ เลยกลับดึกหน่อย” เธอบอก น้ำเสียงของเธออยู่ในโทนที่อบอุ่น เสียงนุ่มและสุภาพมากๆ จนแทฮยองแอบเกร็ง เธอจ้องเขาด้วยรอยยิ้มอยู่นาน ก่อนจะมองไปรอบๆห้อง “ฉันมักจะทำความสะอาดที่นี่ทุกวันหยุดค่ะ” เธอบอก น้ำเสียงดูแกว่งไปเล็กน้อย ก่อนจะหันมาหาเขาอีกครั้ง

“รู้มั้ยว่าฉันรอเจอคุณมานานมากเลย”

“รอ จะ เจอผมงั้นเหรอครับ?” แทฮยองชี้ตัวเอง อึนนาพยักหน้าแล้วเดินไปที่โต๊ะหนังสือ เธอหยิบดินสอสีขึ้นมาหนึ่งแท่งแล้วกำมันไว้แนบอกและหลับตา แทฮยองจ้องมองเธอไม่วางตา ในห้องที่เงียบงันเขาได้ยินเสียงหายใจของเธอ ตามด้วยเสียงสะอื้น

เดี๋ยวนะ อึนนากำลังร้องไห้อย่างนั้นหรือ?

แทฮยองทำตัวไม่ถูก ตัวแข็งไปเลย เขาไม่เคยเห็นผู้หญิงร้องไห้มาก่อน แม้แต่แม่ของเขาก็ไม่เคย มันให้ความรู้สึกบีบอัดอยู่ภายในใจ “คุณอึนนาครับ…” เขาเรียกเสียงแผ่วเบา และดูเหมือนเธอได้สติ เธอลืมตาขึ้นมาช้าๆ ก่อนจะหันมามองเขา แทฮยองทำตัวไม่ถูก เขารู้สึกแย่มากจริงๆ ในตอนนี้

มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมคุณอึนนาถึงร้องไห้ มันเกิดอะไรขึ้นกับจองกุกรึเปล่า แต่ยังไม่ทันจะได้คิดอะไรไปมากกว่านี้ เขาก็ต้องตกใจที่อึนนาลงไปนั่งคุกเข่า เธอจับมือของเขาเอาไว้ แล้วจ้องมองด้วยน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม

“คะ คุณอึนนา..ลุกขึ้นเถอะครับ ทำอะไรครับเนี่ย” เขาพูดอย่างตกใจ

“ฮึก ขอบคุณนะคะ”

“ขอบคุณเรื่องอะไรครับ” แทฮยองถาม อึนนาร้องไห้หนักกว่าเดิม เธอจับมือเขาแน่นและก้มหัวลงไปที่มือคู่นั้นของแทฮยอง “ขอบคุณที่ช่วยชีวิตลูกชายฉันไว้ ฉันน่ะ….ฉันน่ะ เป็นแม่ที่ไม่ได้เรื่องเลยค่ะ” เธอสะอื้นไห้ด้วยความเจ็บปวดรู้สึกผิดทั้งหมดในอก มันหลั่งไหลออกมาจนไม่อาจควบคุม

หัวใจของเธอกำลังพรั่งพรูความเจ็บปวดที่เก็บกักมานาน 19 ปี อย่างห้ามไม่ได้

“คุณแม่” ซอกจินเรียกเสียงเบา เขาพึ่งจะเดินเข้ามาที่หน้าประตูกับจีมิน เมื่อเห็นว่าแม่ของตนกำลังคุกเข่าต่อหน้าแทฮยอง เขาก็ถอนหายใจ แล้วเดินเข้าไปจะพยุงอึนนาลุกขึ้น แต่แม่ของเขากลับสะบัดมือของเขาออก ฝ่ายจีมินเองก็ตกใจ เขาไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกันเมื่อเจอเหตุการณ์นี้เช่นเดียวกับแทฮยอง

“ฉันปกป้องลูกชายจากคนใจร้ายพวกนั้นไม่ได้ ฉันเป็นแม่ที่แย่จริงๆ ฮึก” เธอร้องไห้หนักมาจริงๆ หนักชนิดที่ว่า ซอกจินร้องไห้ออกมาตามแล้ว แม้จะไม่ได้ยินเสียงสะอื้นของชายหนุ่ม แต่แทฮยองก็เห็นน้ำตาที่ไหลออกมารอบดวงตาสีน้ำตาลของเขาอยู่ดี

“พอเถอะครับ ลุกขึ้นมาเถอะ” แทฮยองพยายามจะดึงตัวของอึนนาขึ้นมา แต่เธอกลับไม่ยอมแถมยังดึงดันก้มลงไปที่เท้าของเขาอีก

“ขอบคุณค่ะ ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ ฮึก ขะ ขอบคุณ” แค่คำเดียวที่พังครืนทุกอย่างลงมา กำแพงความรู้สึกตลอด 19 ปี ได้ทลายลงมาอย่างง่ายดายเพียงแค่อึนนานั้นเห็นหน้าแทฮยอง ภาพในหัวแวบเข้ามาอย่างหยุดไม่ได้ มันหลั่งไหลมาพร้อมกับความเจ็บปวดของหัวอกคนเป็นแม่ ภาพของรอยแผลกรีดที่ข้อมือ หรือแม้รอยช้ำจากเชือกที่รัดคอ หรือยาเม็ดสีขาวที่อยู่ในกำมือของเด็กหนุ่มวัย 15 ปีบนเตียง กับเสียงรถไซเรนของโรงพยาบาลนับครั้งไม่ถ้วน เธอจ้องมองลูกชายตัวเองอยู่ในห้องฉุกเฉินที่มีเหล่าแพทย์กำลังใช้เครื่องปั๊มหัวใจช่วยชีวิตเขาอยู่

จนกระทั่งในวันหนึ่ง ที่มีแสงแดดลอดผ่านบานเกล็ดเข้ามาในห้องลูกชาย เธอเห็นเขากำลังนั่งวาดรูปของเขาใครบางคนอยู่บนโต๊ะ พร้อมกับฮัมเพลง นั่นเป็นครั้งแรกที่อึนนาเห็นลูกชายมีความสุข แม้ว่าหน้าของเขาจะมีรอยช้ำจากการโดนต่อยจากเพื่อนที่โรงเรียน อึนนาจำได้ว่าเขาใส่เสื้อสีขาวปกปิดร่องรอยของการผ่าตัดหัวใจเอาไว้

เพราะแบบนั้น ทำให้เขาเข้ากับเพื่อนไม่ได้ และถูกมองว่าเป็นคนอ่อนแอ

เธอจำได้ทุกอย่าง จำสายตาของลูกชายเวลาที่เขาวาดรูปได้ จำได้ว่าเขาตื่นเช้าทุกวันเพื่อนเดินเท้าไปโรงเรียนมัธยมจงแด จำได้ว่าซอกจินเคยแซวเขาบนโต๊ะอาหาร ว่าเขากำลังมีแอบชอบเจ้าของใบหน้าที่เขาชอบวาดเป็นประจำ

เด็กคนนั้นก็คือ แทฮยอง….คิม แทฮยอง

มันเป็นเหตุผลที่เธออยากจะขอบคุณเขาสำหรับเรื่องนั้น

ที่ช่วยชีวิตลูกชายของเธอไว้ และทำให้เขาอยากมีชีวิตต่อ ขอบคุณ ขอบคุณจริงๆ

“ฮึก ขอบคุณค่ะ” เธอก้มหัวลงไปแตะพื้น ขอบคุณแทฮยองจากหัวใจทั้งหมดที่มี ซอกจินเองเขาได้นั่งมองแม่ของตัวเองด้วยความเจ็บปวด ที่แม่ไม่เคยมูฟออนจากเรื่องทุกอย่างได้เลย วงแขนแกร่งของเขาค่อยๆ โอบกอดแม่ของเขาที่ก้มหัวให้แทฮยองอยู่อย่างแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าแม่ของเขาจะแตกสลาย เสียงร้องไห้เหมือนจะขาดใจนั่นมันกรีดแทงในทุกความรู้สึกที่มี แทฮยองน้ำตาไหลไม่รู้ตัว เขายกมือขึ้นปิดเสียงสะอื้นนั้นไม่ให้มันเล็ดลอดออกไป

 

 

มันเป็นเหตุผลที่แทฮยองตัดสินใจที่จะมางานชมพลุดอกไม้ไฟของปูซาน อึนนากับซอกจินบอกว่า จองกุกไม่ได้อาศัยที่บ้านมาหลายปีแล้ว เขาย้ายไปอยู่ที่อื่น และไม่ค่อยส่งข่าวมามากนัก แม้แต่จดหมายก็ยังส่งมา ปีละไม่กี่ครั้งเลย มีทางเดียวถ้าอยากเจอจองกุกให้ไปที่งานชมพลุดอกไม้ไฟ เพราะจองกุกไม่เคยพลาดงานนี้ เขามาชมทุกปี เพราะเขาชอบมันมาก

ถ้าอยากเจอจองกุกให้มาที่งานชมพลุดอกไม้ไฟ นั่นแหละนะ

เขาถึงมาอยู่ที่นี่ไงล่ะ!

“ดูแย่มั้ย” แทฮยองถามเพื่อนพลางจับผมไปด้วย จีมินยกนิ้วโป้ง “ดูดีสุดๆ ฉันว่าจองกุกต้องประทับใจแน่”

“งั้นเหรอ” แทฮยองถาม ก่อนจะมองไปรอบๆอีกครั้ง เพื่อนของเขาช่วยกันมองหาเหตุผลที่พวกเขามาอยู่ที่นี่

“แต่หมอนั่นจะมาแน่เหรอ” นัมจุนพึมพำ คนก็เยอะ แถมเดินกันยั้วเยี้ย ไม่มีหลักประกันไหนที่จะประกันได้เลยว่าปีนี้จองกุกจะมา ไม่แน่ หมอนั่นอาจจะนอนกินรามยอนอยู่บ้านก็ได้ ใครจะไปรู้

“นี่ จะพูดให้เสียเซลฟ์ทำไมกัน เราเข้าใกล้หมอนั่นเรื่อยๆ ยังไงเขาก็ต้องมาล่ะน่า” จีมินทุบหลังนัมจุนไปหนึ่งทีด้วยความโมโหที่เขาพูดขัดมู้ดความหวัง “ทำไมฉันรู้สึกเหมือนเราเป็นนักสืบเลยล่ะ” นัมจุนโวยวายเสียงดัง และเมื่อพวกเขาเริ่มที่จะเถียงกัน แทฮยองจึงผละออกมาและเดินไปรอบๆ

“นี่แทฮยอง อย่าเดินไปไหนคนเดียวเซ่ โอ๊ะ ยุนกิโทรมา” จีมินที่วิ่งตามแทฮยองมาติดๆ ตามมาด้วยนัมจุน เขายกโทรศัพท์ขึ้นมา ก็เห็นหน้าของยุนกิที่อยู่ที่โซล กำลังโบกไม้โบกมือทักทายเขาอยู่

“อา แทฮยอง ฉันขอให้นายเจอเขานะ” ยุนกิอวยพร แทฮยองหัวเราะ “โซลเป็นไงบ้าง”

“น่าเบื่อ มีแต่รถไฟ ตึกสูงๆ อยากลาหยุดอีก” เขาบ่น

“อากาศเริ่มหนาวแล้ว อย่าลืมใส่เสื้อผ้าหนาๆล่ะ” แทฮยองบอก ยุนกิยิ้มกว้าง “เจ้าบ้านัมจุนเมื่อไหร่จะกลับล่ะ ไหงหมอนั่นบอกว่าไปพักผ่อนไม่กี่วันไง โกหกชัดๆ”

“เดี๋ยวเขาก็กลับแล้ว ฮ่าๆ”

“นี่ นายคิดว่าหมอนั่นจะมางานนี้จริงๆ เหรอ” ยุนกิ แทฮยองชะงักไป เขายิ้มเบาๆ “ฉันหวัง…ให้เขามานะ”

“แทฮยองดูนั่นสิ เขาจะจุดพลุแล้ว” จีมินกำลังลิงโลดให้เขาดูที่ริมแม่น้ำ เมื่อพวกเขาเริ่มจะจุดพลุกันแล้ว แทฮยองไม่อยากพลาดช๊อตนี้เขาจึงเดินไปใกล้ๆ

วี๊ดดดด ปัง!!!

เสียงจุดพลุดังขึ้นท่ามกลางเหล่าผู้คน พลุสีสวยระเบิดตัวกระจายออก สลับวนไปแต่ละสี แต่ละรูปแบบ บ้างก็กระจายออกเป็นวงกว้างเหมือนพลุทั่วไป บ้างก็พุ่งขึ้นเป็นเส้นตรงแล้วหายวับ และไม่มีใครปฏิเสธได้ว่านี่มันสวยงามมากแค่ไหน

เสียงหัวเราะของทุกคนดังขึ้นต่อเนื่อง แทฮยองมองไปรอบๆ รอยยิ้มตื่นตาตื่นใจของทุกคนทำให้เขาอดยิ้มออกมาไม่ได้ แต่แค่เพียงชั่วคราวเท่านั้นเมื่อเขานึกถึงใครบางคน ที่ไม่เห็นเขาในงานเลย มันเศร้าใจแปลกๆ อีกฝ่ายอาจจะไม่มา เขาก็อาจจะมาเก้อก็ได้

น่าแปลกที่แม้แต่ความสวยงามของพลุดอกไม้ไฟก็ช่วยให้เขารู้สึกดีไม่ได้

เขาคงไม่มาจริงๆสินะ เมื่อคิดได้แบบนั้น แทฮยองจึงถอนหายใจจ้องมองพลุที่ถูกยิงอย่างต่อเนื่อง เขาตัดสินใจที่จะไปหาอะไรดื่มเสียหน่อย เขาเดินไหล่ตกห่างออกมาจากจุดชมพลุพอสมควร แล้วแวะเข้าซุ้มเครื่องดื่ม กระชับเสื้อกันหนาวให้แน่นกว่าเดิม แล้วจึงถือแก้วเครื่องดื่มร้อนๆ ออกมา ไม่ลืมที่จะซื้อเผื่อนัมจุนละจีมินด้วย

ระหว่างทางกลับเขาผ่านสะพานริมแม่น้ำ ตอนนี้พลุยังคงดังต่อเนื่องไม่มีท่าทีหยุดเลย แทฮยองเห็นใครหลายคนหยุดยืนดูพลุจากตรงนี้ สะพานที่มีแม่น้ำอยู่ตรงกลาง มันจะไหลไปที่ไหน แทฮยองไม่อาจรู้ได้เลย

“นายจะไม่มาจริงๆ เหรอ” เขาพึมพำ เมื่อเงยหน้ามองท้องฟ้าที่มีสีสันกระจายตัวอยู่ งดงามดั่งภาพฝัน เขาถอนหายใจและเดินกลับไปที่จุดชมวิว ยื่นเครื่องดื่มร้อนๆ ให้เพื่อนรักที่ยืนรออยู่

“เอ้า ซื้อมาให้”

“ขอบใจมาก” นัมจุนบอกก่อนจะรับแก้วเครื่องดื่มมาแล้วส่งต่อให้จีมินด้วย แทฮยองยกขึ้นจิบเล็กน้อยก่อนจะกุมมันไว้ทั้งสองมือ เขาลืมเอาถุงมือออกมาอีกแล้ว มือถึงได้เย็นอยู่แบบนี้ เขากระชับแก้วแน่นขึ้นเล็กน้อยและหวังให้ความอบอุ่นมันช่วยปลอบประโลมความเหน็บหนาวในใจ

สายลมหนาวพัดพาความเย็นให้กายสัมผัส ในขณะที่เสียงของพลุยังคงดังต่อเนื่อง แทฮยองเห็นสะเก็ดประกายไฟจากพลุดอกไม้ไฟแบบใช้ถือเล็ดลอดเข้ามาในสายตา เขาจึงหันไปมอง มันเป็นความรู้สึกคุ้นเคยที่แวบเข้ามาในคราแรกเห็นแผ่นผลังนั้นหันหลังให้ แวบเดียวเท่านั้นที่เขาเห็นกรอบหน้าด้านข้างด้วย

“จองกุก!”

วี๊ด ปัง!!!

จังหวะหลุดเรียกชื่อของใครอีกคน ที่แทฮยองคิดว่าเป็นเขาคนนั้นดังขึ้นพร้อมกับเสียงพลุ รอบนี้มันดังมากเสียจนกลบเสียงของเขาไปหมด ชายคนนั้นจึงไม่ได้ยิน และเขาก็กำลังเดินกลืนหายไปในกลุ่มฝูงชนที่กำลังตื่นตากับพลุ

ไม่นะ…ต้องไม่ใช่แบบนี้สิ

ขาของเขาเริ่มออกเดิน จากช้า จนเพิ่มความเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นวิ่ง

เขากำลังฝ่าฝูงชนที่กำลังชมพลุไปเรื่อยๆ เพื่อเขาคนนั้นไป ทำไมกันนะ ทำไมแผ่นหลังนั้นที่ไม่รู้ว่าเป็นของใคร ถึงได้บีบคั้นหัวใจของเขาแบบนี้ ทำไมกัน….

“อ๊ะ…ขอโทษครับ” แทฮยองชนเขากับคุณป้าคนหนึ่งอย่างจัง เธอเสียหลักจะล้ม แต่เขาจับเอาไว้ก่อน เมื่อเงยหน้าขึ้นมา แผ่นหลังนั้นก็หายไปแล้ว หัวใจของเขาสูบฉีดด้วยความใจหาย

ไม่นะ หายไปแล้ว

แต่เขาจะไม่หยุด คนคนนั้นต้องเป็นจองกุกแน่ๆ ต้องใช่แน่ๆ เขาจำใบหน้านั้นได้แม้ว่าจะเห็นแค่เพียงด้านข้าง แต่เขาก็รู้ ว่าต้องใช่แน่ พลุยังคงจุดอย่างต่อเนื่อง จนท้องฟ้าสว่างไสวไปหมด แทฮยองวิ่งไปด้านหน้าอย่างไม่ลดละ ใบหน้าหล่อ มองหาใครคนนั้น

ดวงตาคมกวาดมองไปรอบๆ แล้วเขาก็สะดุดกับแผ่นหลังเดิมที่กำลังเดินไปที่สะพาน แทฮยองรีบวิ่งตามด้วยหัวใจที่เต้นระทึก บีบคั้นทุกอารมณ์ร่วมของเขา ปากก็ไม่ยอมหยุดเรียกชื่อ แม้ว่าเสียงพลุจะกลบมันไปหมด

“จองกุก จองกุก!”

วี๊ดดดด ปัง ปัง ปัง ปัง!

แต่เขาจะไม่ยอมแพ้ แม้ว่าเขาเองไม่เคยเข้าใจว่าทำไมจะต้องอยากเจอเขาคนนั้นขนาดนี้ แทฮยองก็แค่ทำตามสัญชาตญาณในตัวเท่านั้น คล้ายกับเสียงในหัวที่เฝ้าบอกว่าต้องพบคนคนนี้ให้ได้ เพื่อมองโลกร่วมกันกับเขา พิชิตความรู้สึกโอบล้อมด้วยความรู้สึกที่มีต่อคนอื่น วิธีการคิด วิธีการมองโลก แทฮยองอยากเรียนรู้ อยากรู้จักจองกุกให้มากกว่านี้ อยากรับรู้ความเจ็บปวดที่อีกคนเคยมี และความรู้สึกของอีกคนที่มีเคยมีต่อเขา

เขาอยากรู้พวกมันจากตัวตนของอีกคนทั้งหมด

แค่อีกนิดเดียว จากนี้อีกแค่นิดเดียว ขออีกแค่นิดเดียวเท่านั้น

อีกแค่นิดเดียว

ที่จะได้เจอหน้าเขา…..

“จอน จองกุก!” ครั้งสุดท้ายที่เขาตะโกน พอดีกับเสียงพลุเหมือนเดิม แต่ครั้งนี้….มันไม่เหมือนเดิม ร่างสูงเจ้าของแผ่นหลังนั้นหยุดเดิน แทฮยองหยุดตามเขาหอบหายใจอยู่ชั่วครู่

“ฉันกลัวว่าฉันจะจำดวงตาของนายไม่ได้

ถ้าจะให้ฉันวาดรูปปากของนาย ฉันก็กลัวว่าฉันจะวาดมันไม่ได้เหมือนเดิม

ฉันอาจจะไม่รู้แล้วว่าจมูกโด่งๆ ของนายมีรูปร่างยังไง

แก้มของนายจะเป็นยังไงนะตอนนั้น

และฉันก็กลัวว่านายจะกลายเป็นยามค่ำคืนที่แสนว่างเปล่าไป"

 

ข้อความในจดหมายดังขึ้นในหัวของเขา เขาจำดวงตานั้นได้ จำรูปปากนั้นได้ จำจมูกโด่งนั้นได้ แก้มของอีกฝ่ายเขาก็จำมันได้จากรูปถ่าย ใช่ ต้องใช่เขาแน่ๆ

“จองกุก” เขาเรียกชื่ออีกครั้ง เป็นจังหวะเดียวกับที่เขาเห็นสะเก็ดดอกไม้ไฟจากมือเรียวที่ถือมันอยู่ค่อยๆหันมา สายตาของแทฮยองพร่ามัวด้วยความเหนื่อย เขาหลับตาลงสักครู่ ก่อนจะลืมตา ไล่มองตั้งแต่รองเท้าผ้าใบสีขาว มาจนถึงกางเกงยีน จนถึงเสื้อยืดสีขาวที่ถูกสวมด้วยเสื้อกันหนาวแต่งแถบสีดำ

ปลายคางที่รับกับกรอบหน้า

วี๊ดดด ปัง!!!

หัวใจของเขาเต้นเร่าไปมาจนอยากจะกระเด็นออกมาเต้นอยู่ด้านหน้าให้รู้แล้วรู้รอด ยามเมื่อมองใบหน้าของคนตัวสูงที่รอคอยมานานสำหรับการพบกัน แสงสะท้อนจากสีสันสวยงามบนท้องฟ้า ทอประกายจากเส้นขอบฟ้า เกิดเงาที่ใบหน้าของทั้งสองไม่จีรัง แต่ก็บีบคั้นหัวใจของคนทั้งคู่อยู่ดี

ดวงตากลมโตนั้นจ้องมองมาที่แทฮยองที่ยืนจ้องกลับ แทฮยองทำสำเร็จ เขากำลังยิ้ม ยิ้มทั้งน้ำตาที่ไหลอาบแก้มตอบ เป็นน้ำตาแห่งความยินดีที่ล้นปริ่มออกมาจากหัวใจดวงนี้

………เจอกันจนได้นะ..จอน จองกุก…….

 

 

สวัสดี จอน จองกุก :) 

เจอกันจนได้สินะ ในที่สุดพระเอกเราก็ออกแล้วนะครับ หลังจากโก่งราคาค่าตัวมานาน

#ถึงคิมแทฮยอง

@_amagadon

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

71 ความคิดเห็น

  1. #40 Ver_a (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2563 / 20:41
    เราอ่านตอนนี้ ณ วันที่31ธันวาคม ฮือเสียงพลุกำลังจุดเหมือนอยู่ในเรื่องเลยย
    #40
    1
  2. #12 Nabee-0- (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2563 / 20:16
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ค่าตัวแพงมากพ่อออ
    #12
    0
  3. #10 อันยอง นี่แฟนอปป้า (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2563 / 23:19

    กี๊ดดดดด! กี๊ดมากกก! กี๊ดคอแตก! งื้ออออ โรแมนติกจนอยากร้องไห้ตาม ภาษาก็สวยซะเหลือเกิน;-;

    #10
    0