ถึง...คิม แทฮยอง | KOOKV

ตอนที่ 12 : กำแพงที่ขวางกั้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 99
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    10 ม.ค. 64

ถ้วยรางวัลและเหรียญทองถูกวางเรียงรายอยู่ในห้องรับแขก แทฮยองจดจ้องมันยามเมื่อเขาเอาถุงเท้าสีแดงไปติดไว้ที่ขอบตู้ และต้นมิสเซิลโทรลสีเขียวชอุ่มที่ทอดยาวตามขอบ ชายหนุ่มอดที่จะชื่นชมมันไม่ได้ เมื่อก่อนจองกุกต้องว่ายน้ำเก่งมากแน่ๆ จนเมื่อความเศร้าและโรคหัวใจนั้น มันพรากกีฬานี้ไปจากเขา

นิ้วสวยของเขาลูบไปตามเหลี่ยมคมของถ้วยรางวัล มันไม่มีฝุ่นเกาะสักนิด เพราะอึนนาคอยดูแลปัดกวาดเช็ดถูกอย่างดี มีแวบเดียวที่แทฮยองอยากเห็นจองกุกว่ายน้ำอีกครั้ง อึนนาเคยเล่าให้ฟังว่า ครั้งสุดท้ายที่จองกุกก้าวลงไปในสระน้ำก็คือตอนที่ เขาจะลงแข่งว่ายน้ำระดับเขต แต่มันก็ไม่เป็นไปอย่างที่หวัง

เมื่ออาการโรคหัวใจนั้นกำเริบอย่างรุนแรง มันสร้างและแผ่ซ่านความเจ็บปวดอยู่ภายใน จนเด็กหนุ่มที่กำลังจะแข่งนั้นทรุดลงไปนอนกับพื้น….และใช่ นั่นเป็นครั้งสุดท้าย หมอสั่งห้ามจองกุกแข่งว่ายน้ำตลอดชีวิต เพื่อถนอมหัวใจเอาไว้ เขาไม่อาจฝืนฝึกซ้อมอย่างหนักเพื่อการแข่งขันในปีหน้าได้อีกต่อไป

พวกถ้วยรางวัลพวกนี้จึงมีหน้าที่แค่โชว์ต่างหน้า ว่าจองกุกเคยรักการว่ายน้ำมากขนาดไหน

หน้าที่ของมันก็มีแค่นั้นแหละ

และแม้ว่าทุกครั้งที่จองกุกมองมัน แล้วเขาจะรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้ว่ายน้ำอีกก็ตาม…แต่มันก็เป็นเพียงแค่อีกหนึ่งสิ่งที่ยึดติดเขากับอดีตไว้เท่านั้น เป็นแผลตกสะเก็ด ถ้าไม่แตะก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเท่าไหร่ แต่ถ้าไปแกะมัน…แผลนั้นก็จะไม่มีวันหาย หรือถ้าหาย มันก็จะสร้างรอยแผลเป็นเอาไว้

เฉกเช่นเดียวกับรอยแผลผ่าตัดที่หน้าอกเขานั่นแหละ

“ถ้วยนั้นได้ตอนไปแข่งเมืองข้างๆ น่ะ” จองกุกชี้ถ้วยรางวัลที่แทฮยองพึ่งจะลูบไปเมื่อกี้ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ๆ “เป็นถ้วยสุดท้ายที่ได้จากการแข่งว่ายน้ำ…” เขาเงียบไปและจดจ้องมันไม่วางตา มีบางครั้งที่เขาแอบคิดถึงการว่ายน้ำ และอยากกลับไปว่ายอีกครั้ง ไม่ต้องแข่งขัน ไม่ต้องฝึกซ้อม แค่ก้าวลงไปในสระ แล้วตั้งใจว่ายไปให้ถึงเส้นชัย ขอแค่นั้น

แค่นั้นจริงๆ

แต่ก็นั่นแหละ จองกุกไม่เคยทำได้เลย ทันทีเขาหย่อนขาตัวเองลงไปสัมผัสโดนน้ำในสระน้ำ ภาพในหัวในตอนที่โรคหัวใจของเขากำเริบมันก็เข้าจู่โจมเขาอีกครั้ง เป็นกำแพงอีกหนึ่งกำแพงที่จองกุกต้องก้าวข้ามผ่านไปให้ได้ ฉะนั้นแล้วการวาดรูปจึงกลายมาเป็นสิ่งเดียวที่จองกุกนั้นมักจะทำเพื่อระบายอารมณ์ หลังจากที่มันเป็นที่สองมาตลอดเพราะการว่ายน้ำคือที่หนึ่ง

“แล้วคิดถึงมั้ย…การว่ายน้ำน่ะ” แทฮยองเอ่ยถาม

“ว่าไงนะ-” ยังไม่ทันที่จะได้ถามอะไรต่อ อึนนาก็เรียกจองกุกจากในครัวให้ช่วยกันยกคุกกี้ไปวางในห้องรับแขก เขาจึงรีบไปก่อนจะได้ตอบคำถามของแทฮยอง

ซึ่งแทฮยองก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เขาจัดการหันไปติดถุงเท้าสีแดงคู่สุดท้ายก่อนจะเดินไปที่ต้นคริสต์มาสที่จองกุกซื้อมาแต่งบ้านเมื่อวาน จดจ้องมันนิ่งเนิ่นนาน ก่อนจะหลับตา และขอให้จองกุกได้กลับไปว่ายน้ำอีกครั้ง

ก็ถ้าซานต้ามีจริงน่ะนะ.!

“อา..ผมลืมซื้อโซจูมา บ้าจริง” ซอกจินพูดขึ้นอย่างนึกอารมณ์เสียกับความขี้ลืมของตัวเอง จองกุกได้ยินดังนั้นจึงอาสาที่จะไปซื้อให้ แต่ซอกจินนั้นปฏิเสธ แต่จองกุกก็ยังยืนยันว่าจะไปด้วย สุดท้ายพวกเขาจึงมาลงเอ่ยอยู่บนรถของซอกจินในตอนนี้

ซอกจินเหลือบมองน้องชายที่นั่งข้างเบาะคนขับเล็กน้อย ความจริงจองกุกไม่ได้นั่งรถคันนี้นานมากแล้ว ปกติเวลาที่อีกฝ่ายกลับมาปูซานก็จะเอาแต่จมอยู่ในห้อง ไม่ได้ออกไปไหน มีเพียงแค่พื้นห้องและพื้นโรงพยาบาลยามเมื่อเขาฆ่าตัวตายเท่านั้นแหละที่จองกุกจะอยู่

ดังนั้นมันไม่แปลกเลยที่ซอกจินจะรู้สึกประหม่าแบบนี้ เขาเอื้อมมือจะไปเปิดวิทยุ มันเป็นจังหวะเดียวกับที่มือของจองกุกเองก็เอื้อมมาเปิดวิทยุเช่นกัน มือของพวกเขาสัมผัสกันเล็กน้อยและทั้งคู่รีบดึงมือกลับด้วยความตกใจ ก่อนจะหันไปมองหน้ากัน

“โทษที…ฉันแค่จะเปิดวิทยุน่ะ” ซอกจินบอก เขาทำตัวไม่ถูกจริงๆ ในขณะที่จองกุกพยักหน้าให้แล้วยิ้มให้เขา

“ครับ ผมก็จะเปิดเหมือนกัน” เขาตอบ แล้วหันไปมองนอกรถ หิมะสีขาวที่ปกคลุมท้องถนนรอบข้าง มันดูเหมือนปุยเมฆบนท้องฟ้า แค่เพียงจับก็อาจจะสลายหายไปกับมือของเรา

“รู้มั้ย ฉันดีใจนะที่นายออกมากับฉัน” ซอกจินพูดขึ้นท่ามกลางความเงียบ จองกุกหันไปมองด้วยสีหน้าสงสัย

“งั้นเหรอครับ?”

“เราไม่ได้ใช้เวลาแบบพี่น้องเลยตั้งแต่…” เขาเงียบไปอึดใจหนึ่ง จองกุกรู้ดีว่าพี่ชายจะพูดอะไรเขาจึงชิงพูดก่อน “ตั้งแต่ผมเป็นโรคหัวใจ”

“ใช่…”

“…….”

“ฉันจำได้นะ ว่าวันนั้นนายกำลังจะแข่งว่ายน้ำพอดี เสียดายจริงๆ ฉันพนันข้างนายไว้เยอะมากด้วย หึหึ” เขาพูดติดขำสักเล็กน้อย แต่กลับหน่วงข้างใน รู้สึกสงสารน้องชายและเสียดายที่จองกุกพลาดโอกาสนั้น นั่นคือความฝันอย่างเดียวที่จองกุกอยากจะทำให้มันสำเร็จ

แต่ก็ทำไม่ได้…นั่นมันน่าเศร้ามาก

“แล้วนายคิดถึงการว่ายน้ำมั้ย” เขาตัดสินใจถาม ไม่ใช่เพื่อเค้นแต่เพราะอยากรู้สิ่งที่จองกุกคิด ความฝันที่เคยแตกสลาย ในตอนนี้มันประกอบร่างกลายเป็นหมอกควันจางๆ ในหัวใจของอีกฝ่ายหรือเปล่า หรือจองกุกยังคงปล่อยให้มันทิ่มแทงหัวใจของเขาอยู่อย่างนั้น

“ครับ คิดถึงมาก” เขาตอบตามความคิด “ตอนอยู่โซล ผมไปสระว่ายน้ำตั้งหลายครั้ง”

“จริงเหรอ? ว้าว นั่นมันเยี่ยมเลยนะ ว่าแต่นายได้…ว่ายน้ำรึเปล่า”

“เปล่า…ผมแค่ไปนั่งดูน่ะ” เขาตอบเสียงเบาๆ ก่อนจะนึกถึงฤดูร้อนที่โซล มีหลายครั้งที่จองกุกมักจะไปที่สระว่ายน้ำเสมอ เขาใช้เวลาในการนั่งดูเด็กหรือผู้ใหญ่ที่มาว่ายน้ำ ตัวเขานั้นเคยจะลงไปว่ายหลายครั้ง แต่ก็จบที่ล้มเหลวทุกครั้งไป เขาไม่โทษสุขภาพหรอก แต่โทษตัวเขาเองมากกว่าที่ไม่มีความกล้าเผชิญหน้ากับมันมากพอ

“ฉันก็ชอบว่ายน้ำนะ” ซอกจินบอก จองกุกหัวเราะในลำคอ

“พี่เป็นต้นแบบของผมนี่นา….”

“การว่ายน้ำน่ะสำคัญที่สุดเลย สมัยฉันหนุ่มๆ ถ้าไม่ว่ายน้ำก็จะเมาแล้วก็มีเซ็กส์ตลอดเวลา” ประโยคหลังนั่นทำให้จองกุกงงเล็กน้อย แต่เขาก็ไม่ได้สนใจมันมากนัก เข้าใจว่ามันคือช่วงชีวิตวัยรุ่นของผู้ชายคนหนึ่งนั่นแหละ

“พ่อเราก็ชอบว่ายน้ำ ผมจำได้พี่เคยแข่งว่ายน้ำกับพ่อ พี่ทำได้ดีมากเลย”

“ทำได้ดี แต่ไม่ที่สุดหรอก…” จองกุกฉงน เขาหันไปมองหน้าพี่ชายตัวเอง “ถ้าฉันทำได้ดีที่สุด ถึงจะรั้งท้ายแต่ก็มีความสุขมากกว่านี้”

“เหมือนผม”

“นายทำได้ดีกว่านั้นน้องชาย” ซอกจินบอก จองกุกส่ายหน้าเบาๆ นึกสมเพชตัวเองเล็กน้อย “นายกับคนอื่นในสนามนั่น เป็นเหมือนบ่ายโมงกับสิบเอ็ดโมง เอาชนะ พ่ายแพ้ เป็นเรื่องของพวกที่ด้อยกว่า”

“…….”

“คนอย่างพ่อ ฉัน หรือว่านาย เราว่ายน้ำเพื่อปลดปล่อยจิตวิญญาณ”

“…….”

“นายเป็นนักกีฬาที่มีโอกาสสร้างประวัติศาสตร์….ถ้าเราไม่ทำให้ดีที่สุดโดยที่มีผู้คนจับตาดูอยู่…มันจะฆ่าเราจากข้างในช้าๆ ไปตลอดกาล” ซอกจินใส่อารมณ์ในคำพูด เมื่อพูดถึงสาระที่เกี่ยวกับจิตวิญญาณของการทำสิ่งหนึ่ง จองกุกไม่ค่อยเข้าใจความหมายของมันมาก จึงได้แต่นั่งเงียบและครุ่นคิดถึงสิ่งที่พี่ชายบอกเขา

หรือว่าเขาจะหมายถึงแพชชั่นในการว่ายน้ำงั้นเหรอ?

ซอกจินไม่ได้พูดอะไรต่อมากนัก เขาขับรถไปเรื่อยๆ จนถึงร้านค้ามินิมาร์ท เขาหยิบโซจูมาใส่ตะกร้าหลายขวด และไม่ลืมที่จะหยิบกับแกล้มมาด้วย ส่วนจองกุกก็เลือกหยิบขนมไม่กี่ห่อใส่ตะกร้าเหมือนกัน เขาคิดถึงแทฮยองขึ้นมา และคิดอยู่ในหัวว่าอีกฝ่ายจะชอบกินขนมยี่ห้อไหนกันนะ เมื่อไม่รู้จึงหยิบขนมมาเกือบทุกยี่ห้อบนชั้นนั่นแล้วก็รีบไปคิดเงินพร้อมซอกจินทันที เพื่อจะกลับไปหาแทฮยองและอึนนาที่รอฉลองวันคริสต์มาสอยู่ที่บ้าน

สองพี่น้องเดินออกมาหน้าร้านและเตรียมจะขึ้นรถกลับบ้าน จองกุกเหลือบไปเห็นต้นคริสต์มาสที่ตั้งอยู่ข้างร้าน เขาจ้องมองมันเนิ่นนาน และนึกถึงคำพูดของแทฮยองที่เคยพูดกับเขาว่า

‘อธิษฐานในวันคริสต์มาส แล้วซานต้าจะมาให้พร’

เป็นเรื่องความเชื่อของเด็กๆ แต่จองกุกคิดว่าลองก็ไม่เสียหายอะไร เขาจึงหลับตานิ่ง แล้วเอ่ยในใจเบาๆ

‘ขอให้เขามีความกล้ามากขึ้นด้วยเถิด’

อธิษฐานเสร็จก็อมยิ้มเล็กน้อย เพราะคิดว่ามันคงไม่มีทางเกิดขึ้น ชายหนุ่มเดินขึ้นรถตามหลังซอกจินไป พวกเขาออกรถและมุ่งหน้าตรงกลับบ้านทันที แต่ยังขับไปได้ไม่ถึงไหน ซอกจินก็หยุดรถแล้วจอดลงข้างทางทันที

“จอดรถทำไม” จองกุกถาม ซอกจินชี้ไปที่ข้างสะพานบนถนน จองกุกหันไปมองทันที เขาเห็นกลุ่มแก๊งอันธพาลโดยมีจงอินเป็นแกนนำ ไอชั่วนั่นกำลังแกล้งเด็กผู้ชายคนหนึ่งอยู่ ดูเหมือนจะรีดไถเงินด้วย เขาไม่รอช้ารีบวิ่งตามซอกจินลงไปทันที

“เห้ย พวกนายทำบ้าอะไรน่ะ” ซอกจินตะโกนถามแล้วเดินตรงดิ่งไปหาพวกนั้น

“อย่ามายุ่งดีกว่าน่าลุง…” จงอินพูดตอบกลับ เมื่อเขาเห็นจองกุกเดินตามมาจึงหัวเราะลั่น “โว้วๆ นึกว่าใคร ที่แท้ก็ไอกากนี่เอง”

“อย่าเรียกจองกุกว่าไอกาก” ซอกจินโมโหมาก เขาตรงดิ่งไปผลักอกจงอินทันที รู้สึกโกรธมากที่กล้ามาว่าน้องชายสุดที่รักของเขา ในขณะที่จองกุกนั้นได้แต่ยืนนิ่งตัวชา ทำอะไรไม่ถูกเมื่อรู้สึกกลัวจงอินขึ้นมา

ลูกน้องอีกหลายคนจะเข้ามาทำร้ายซอกจินทันทีที่อีกคนผลักหัวหน้าของมัน แต่จงอินก็เอามือกันเอาไว้

“พี่ พอเถอะ” เด็กหนุ่มที่โดนกลั่นแกล้งเข้ามาห้ามปราม แต่จงอินกลับหันไปชี้หน้าอย่างเกรี้ยวกราด

“หุบปาก!”

“นายเป็นพี่ชายไอกากสินะ…” จงอิน ถามขำๆ นึกสมเพชทั้งซอกจินและจองกุก “อย่ามาเรียกจองกุกว่าไอกากนะโว้ย” ซอกจินโมโหมากจริงๆ เขากำหมัดแน่นและเตรียมง้างทุกเมื่อถ้าจงอินยังไม่หยุดพูดอะไรแย่ๆ พ้นแฮดสปีชใส่คนอื่นไม่หยุดแบบนี้

“พี่ซอกจินพอแล้ว” จองกุกจะเข้าไปคว้าซอกจินให้หยุดการกระทำนั้นแล้วไปจากตรงนี้ซะ เพราะเขาคงจะทนฟังคำกร่นด่าและดูถูกแบบนี้อีกไม่ไหวแล้ว

“น้องชายฉันไม่ได้กาก แกสิกาก รังแกคนที่อ่อนแอกว่า น่าสมเพช” ซอกจินไม่ยอม เขาจะไม่ยอมให้เขามาพูดแบบนี้ใส่น้องชายของเขาแน่นอน จงอินได้ยินแบบนั้นก็เดือดเลือดพล่าน แต่ก็ยังไม่ยอมให้ลูกน้องทำอะไรผลีผลาม

“กากสิ มันเขียนจดหมายโง่ๆ ใส่ไปในกล่องโบรา ไอขี้แพ้นั่นมันน่าสมเพช” จงอินยังคงด่าต่อ

“พอแล้ว” เด็กหนุ่มคนนั้นตะโกนอย่างต่อเนื่อง รู้สึกแย่กับสิ่งที่เกิดขึ้น เขาหันรีหันขวางจะหาคนมาช่วย

“แกสิกาก ไอเด็กพ่อแม่ไม่สั่งสอน” เขาด่าอีกครั้ง แล้วเดินไปหาเด็กหนุ่มที่โดนแกล้ง “มาเถอะ เดี๋ยวฉันไปส่งบ้าน” เขาบอก และจะคว้าตัวเด็กหนุ่มคนนั้น แต่จงอินก็มากระชากแขนเด็กคนนั้นกลับไป จึงเกิดการฉุดกระชากกันขึ้น

ฝ่ายจองกุกเขาได้แต่ยืนนิ่งไม่ไหวติง ในหัวเริ่มได้ยินเสียงของจงอินในความทรงจำ

‘แกมันตัวประหลาด’

เขาได้ยินมันชัดเจนกว่าครั้งไหนๆ หัวใจในอกสั่นไหวอย่างรุนแรงอีกครั้ง จนเขาต้องยกมือขึ้นมากุมมันช้าๆ จู่ๆ น้ำตาก็ไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว จองกุกพยายามห้ามน้ำตาพวกนั้นแล้ว แต่มันก็ยังคงไหลออกมาไม่หยุด

ทุกอย่างเหมือนภาพสโลวโมชั่นที่ฉายซ้ำๆ ซอกจินกำลังยื้อร่างของเด็กหนุ่มคนนั้น ดวงตาห้าวหาญไม่ยอมแพ้ ในขณะที่เด็กหนุ่มก็เอาแต่ร้องไห้ เหมือนเขามองเห็นภาพตัวเองในวัยเด็กย้อนคืนมา หากแต่ครั้งนี้มีซอกจินอยู่ด้วย จองกุกหายใจถี่ขึ้น

มันเต้นตุ้บๆ ออกมาจากข้างในตัวของเขา ดวงตาของเขากระตุกและรู้สึกเหมือนจะเป็นลม แต่สติสัมปชัญญะที่เหลืออยู่ยังคงประคองเขาและโอบอุ้มเขาไม่ให้ผล็อยหลับไปเสียก่อน

“เห้ย ไม่นะ!” เสียงของซอกจินดังขึ้นกังวานอีกครั้ง เมื่อจองกุกเงยหน้าขึ้นมอง เขาเห็นร่างของเด็กหนุ่มคนนั้นกำลังตกลงไปในน้ำ และพี่ซอกจินก็จะเอื้อมมือไปคว้าตัวเอาไว้ จังหวะที่มือแกร่งนั้นเอื้อมไป แต่มันกลับไม่ถึงเพราะจงอินปรี่เข้ามากอดซอกจินจนล้มไปกับพื้น พวกเขานัวกันและเหตุการณ์ก็ชุลมุนไปหมด

กว่าจะรู้ตัว ขาของจองกุกก็ออกวิ่งไปที่ราวสะพานแล้วก้มลงมองเด็กหนุ่มที่ตกลงไปสู่ผิวน้ำข้างล่างนั่นแล้ว

“ฉิบหายแล้วมั้ยล่ะ” จงอินรีบผละจากซอกจินแล้ววิ่งมาดูที่ราวสะพาน ดวงตาเขาเบิกโพลงด้วยความตกใจ

“ทำไงดีล่ะพี่” ลูกน้อยคนหนึ่งเอ่ยถามด้วยความกังวลและช๊อค “ไอแทอิลมันว่ายน้ำไม่เป็นด้วย!”

ชั่วขณะหนึ่งที่จองกุกอยากจะกระโดดลงไปช่วย ภาพในหัวก็แวบฉายขึ้นมา

เขากำลังเดินไปที่สระน้ำ ในวันแข่งขันกีฬาว่ายน้ำ ร่างกายที่เฝ้าฝึกฝนมานานนับหลายปี อึนนากับซอกจินอยู่ที่สแตนด์และรอคอยที่จะเชียร์เขา จองกุกต้องการคว้าชัยชนะอีกครั้ง และการแข่งขันครั้งนี้ก็สำคัญกับเขามาก เพราะมันคือการแข่งขันเพื่อชิงทุนไปเรียนต่อ

เขาจะแพ้ไม่ได้—

ไม่ทันที่ความคิดปลุกใจจะเกิดขึ้น หัวใจของเขากระตุกวูบและส่งผ่านความเจ็บปวดทั้งหลายที่เขาไม่เคยสัมผัสแล่นไปทั่วร่างกาย จนเด็กหนุ่มต้องอ้าปากด้วยความเจ็บปวด ขาของเขาทรุดลงไปที่พื้น เขายกมือขึ้นมากุมหน้าอกเอาไว้ ดวงตากระตุกอยู่หลายที ตัวชาวาบขึ้นมาอย่างประหลาด ก่อนที่จะเริ่มรู้สึกถึงความเจ็บปวดนั้นอีกครั้ง ราวกับก้อนน้ำแข็งจับตัวแช่แข็งหัวใจของเขาช้าๆ มันเจ็บปวดจนทานทนไม่ไหว

ในหัวเอาแต่คิดว่าเป็นแค่ข้อผิดพลาด อุปสรรคที่เกิดขึ้น

ในชีวิต

แต่ไม่ใช่เลย จองกุกไม่รู้ตัวเลยว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในตัวของเขาตอนนี้ จะเปลี่ยนชีวิตของเขาไปตลอดกาล

“ลงไปช่วยมันเซ่!” เสียงของจงอินที่หันไปสั่งลูกน้องดึงสติจองกุกให้กลับมาอยู่กับปัจจุบันอีกครั้งหนึ่ง เขาหันไปมองก็เห็นว่าจงอินพยายามที่จะผลักลูกน้องอีกคนลงไปช่วยแทอิลหรืออะไรก็ตามที่พวกนั้นเรียกเด็กหนุ่มคนนั้น

“พี่ก็ลงไปสิ น้ำมันเย็นจะตาย ผมได้ตายพอดี!” ความขี้ขลาดเข้ากอบกุมความคิดทุเรศนั่น ไม่มีใครลงไปช่วยแทอิลเลยสักคน จองกุกหันไปมองซอกจินที่บาดเจ็บจากแรงกระแทกและพยายามจะลุกขึ้นมาจากพื้น

‘เราว่ายน้ำเพื่อปลดปล่อยจิตวิญญาณ’

เป็นสัญชาตญาณของนักว่ายน้ำ คนที่เกิดมาเพื่อสิ่งนี้ที่ถูกกระตุ้นออกมาได้จังหวะพอดี จองกุกหันไปมองจงอิน แล้วพูดขึ้นเบาๆ “เราว่ายน้ำเพื่อปลดปล่อยจิตวิญญาณ”

“ห๊ะ!” จงอินเหวอไม่เข้าใจที่จองกุกพูด

“นายเป็นนักว่ายน้ำที่มีโอกาสสร้างประวัติศาสตร์” เขาพูดต่อ และเริ่มปีนขอบรั้วนั่นออกไปยืนด้านนอกสะพาน จงอินเบิกตากว้างกับการกระทำที่สิ้นคิดของจองกุก ในขณะที่ซอกจินเขาอ้าปากค้างไปแล้ว และพยายามลุกขึ้นมาจากพื้น

“จองกุก อย่าทำอะไรบ้าๆ นะ” เขาตะโกน

“ถ้าเราไม่ทำให้ดีที่สุดโดยที่มีผู้คนจับตาดูอยู่…” จองกุกพูดไม่หยุด เขาเข้าใจมันแล้ว คำพูดของซอกจินน่ะ ถ้าหากว่าเราต้องการทำอะไร เราควรจะทำมันถึงที่สุด จะได้ไม่ต้องมาเสียใจทีหลัง

ใช่ พี่ซอกจินหมายถึงแบบนี้แน่ๆ

“แกจะบ้ารึไงวะไอกาก” จงอินตะโกนถาม เขามองไปด้านล่างเห็นแทอิลร้องตะโกนขอให้ช่วยเหลือและพยายามตะเกียกตะกายเพื่อเอาชีวิตรอด

“จองกุก….” ซอกจินได้ยินประโยคนั้น เขานิ่งไปและทำอะไรไม่ถูก

“มันจะฆ่าเราจากข้างในช้าๆ ไปตลอดกาล” จองกุกพูดจบ เขาหันมาหาจงอิน “ฉันไม่ใช่ไอกากจงอิน..ไม่ใช่อีกต่อไป” เขายิ้มให้อีกฝ่าย ก่อนจะกระโดดพุ่งลงไปข้างล่างทันที

“จองกุก!!!” ผู้เป็นพี่ชายตะโกนลั่นแล้วรีบวิ่งขึ้นมาดู

สิ่งที่เขาเห็นคือจองกุกกำลังว่ายน้ำ ฝ่าความเย็นยะเยือกไปที่ร่างของแทอิล และพาเขากลับเข้าฝั่ง ซอกจินแทบไม่อยากจะเชื่อ ว่าจองกุกจะกระโดดลงไปจริงๆ เขาทำแบบนั้นเพื่อช่วยชีวิตของแทอิลเอาไว้ ไม่มีอะไรอธิบายความรู้สึกที่เกิดขึ้นตอนนี้ได้

นายทำได้ จองกุก นายข้ามกำแพงได้แล้ว!!!

 

 

 

“แล้วเกิดอะไรขึ้นต่อจ๊ะ?” อึนนาถามด้วยความตื่นเต้น หลังจากที่ซอกจินและจองกุกกลับมาบ้าน เธอและแทฮยองตกใจมากที่เห็นจองกุกตัวเปียกไปหมด พยายามเค้นถามแต่เจ้าตัวก็ไม่ได้พูดอะไรนอกจากยิ้ม จนซอกจินต้องเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟังในระหว่างมื้ออาหารค่ำในคืนนี้

“ผมก็หนาว แล้วก็ตัวเปียกไปหมด” จองกุกตอบ ก่อนจะใช้ช้อนจิ้มไปที่เนื้อไก่งวงที่แทฮยองเป็นคนหั่นให้ในจาน

“นายสุดยอดมาก ฉันขอคารวะเลย” ซอกจินบอก เขาภูมิใจในตัวน้องชายคนนี้ จนไม่รู้จะภูมิใจยังไงแล้ว พี่ชายคนเก่งยกแก้วโซจูที่รินไว้ขึ้นมา แล้วพูดเบาๆ

“ดื่มให้จอน จองกุก”

จากนั้นทุกคนก็ยกแก้วให้เขาพร้อมกับกระดกโซจูเข้าไปก่อนจะทำหน้าแหยตามๆ กัน

ก่อนที่จองกุกจะหันไปหาแทฮยอง “เฮ้ ฉันมีของขวัญจะให้ด้วยนะ” เขาบอกเบาๆ ในขณะที่อึนนากับซอกจินกำลังคุยกันถึงเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่ แทฮยองแปลกใจเล็กน้อย เขามองกำไลเชือกสีน้ำตาลอ่อนที่จองกุกหยิบขึ้นมา แล้วสวมมันให้เขาช้าๆ ก่อนจะเงยหน้ามองอีกฝ่าย

“สวยดี ฉันชอบนะ” เขาบอกและมองมันไม่กะพริบตา

“เป็นเพราะฉันอธิษฐานน่ะ..”

“ห๊ะ”

“ฉันขอพรกับต้นคริสต์มาส…แล้วมันก็ได้ผล” จองกุกบอก แทฮยองหัวเราะเบาๆ “ฉันเองก็ขอพร”

“นายขอว่าอะไร”

“ฉันขอให้นายได้กลับไปว่ายน้ำอีก” คำตอบของแทฮยองทำให้หัวใจของจองกุกพองโตขึ้นมา หรือมันอาจจะเป็นเพราะว่าพรของแทฮยองกับเขาที่รวมกันก็ได้ ซานต้าถึงให้ของขวัญแก่เขา การข้ามกำแพงตัวเองมันค่อนข้างยากและเขาก็ทำมันมาหลายปีแต่ไม่เคยสำเร็จ

ถ้าจองกุกจะกระโดด นั่นแปลว่าเขาอยากตาย

แต่นั่นเป็นจองกุกคนก่อน…

เขาไม่ได้สังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงในห้วงจิตใจของตัวเองเลย จองกุกคนเดิมที่มีแต่ความเศร้าและคิดหาทางฆ่าตัวตายตลอดเวลา กับจองกุกคนนี้ คนที่กระโดดน้ำลงไปช่วยชีวิตเด็กหนุ่มเอาไว้ เขาก้าวข้ามผ่านกำแพงที่หนาหลายชั้นมาได้ และไม่มีพรข้อไหนจะดีไปกว่านี้แล้ว

 

 

สวัสดีปีใหม่ย้อนหลังค่ะทุกคน 

ขอให้ทุกคนมีแต่ความสุขรายล้อม คิดสิ่งใดก็สมปราถนา เงินทองไหลมาเทมานะคะ

ขอบคุณที่ยังอยู่กับเรา ขึ้นปีใหม่แล้ว อยู่กับเราต่อไปนานๆเลยน้า

อย่าพึ่งทิ้งกันไปไหน รักทุกคนนะคะ <3

#ถึงคิมแทฮยอง

@_amagadon

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

70 ความคิดเห็น

  1. #51 Ginjuri (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 มกราคม 2564 / 07:28

    -ต้าว สู้ๆนะ แล้วก็HNYนะคะ
    #51
    0
  2. #50 อันยอง นี่แฟนอปป้า (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 มกราคม 2564 / 20:20

    มอบฉายาไรท์เตอร์อบอุ่นแห่งปี ทั้งภาษา ทั้งวิธีคิดต่างๆคือไรท์เป็นคนที่น่ากอดมาก

    #50
    1
    • #50-1 miewa(จากตอนที่ 12)
      11 มกราคม 2564 / 15:26
      เราเขินตัวลอยแล้วนะคะ มารับผิดชอบเยย 😚
      #50-1
  3. #49 DreamA10 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 มกราคม 2564 / 13:56

    HNY

    ค่าจะอยู่ด้วยไปเรื่อยๆเลย
    #49
    0
  4. #48 BLACKLIS97 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 มกราคม 2564 / 12:41
    HNYค่าคุณไรท์
    #48
    0