ถึง...คิม แทฮยอง | KOOKV

ตอนที่ 11 : มากกว่าทุกอย่าง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 126
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    19 ธ.ค. 63

“ระดับความรู้สึก 1-10 เธออยู่ที่เท่าไหร่?” หมอถามจองกุกที่อยู่ในวัย 15 ปี เขาเป็นเด็กหนุ่มหน้าตาดี ที่โชคร้ายเกิดมาเป็นโรคหัวใจ ใครจะรู้ เด็กหนุ่มอาจจะหัวใจวายเมื่อไหร่ก็ได้ แม้การผ่าตัดครั้งที่แล้วจะผ่านไปด้วยดีก็เถอะ แต่มันก็ไม่ได้ช่วยให้เขารู้สึกดีขึ้นมาหรอกนะ

“ตอนนี้เหรอครับ” จองกุกย้อนถาม หมอพยักหน้า ความจริงนี่ไม่ใช่หมอผ่าตัด แต่เป็นจิตแพทย์ประจำตัวของเขา อึนนาเห็นว่าลูกชายตัวเองนั้นสะสมความเครียดไว้มากเกินไป เธอสังเกตได้จากการที่เขาไม่ยอมกินอะไร และเอาแต่หมกตัวอยู่ในห้องนั่นแหละนะ เธอทั้งเป็นห่วงและกังวลจนอยากจะบ้าตายอยู่แล้ว

จนต้องพาลูกชายมาหาจิตแพทย์จนได้ เพราะเขาไม่เล่าอะไรให้เธอฟังเลย

“ใช่สิ” หมอยิ้ม และหรี่ตามองเธอ จองกุกทำปากมุบมิบเมื่อคิดว่านี่คือบทสนทนาที่น่าเบื่อสำหรับเขา แต่ก็ต้องจำใจตอบออกไป

“0ล่ะมั้งครับ” จองกุกตอบ หมอพยักหน้า “แม่บอกว่าเธออาจจะมีอาการซึมเศร้า จากเรื่องที่เจอที่โรงเรียน”

“ผมเปล่าซึมเศร้า…” จองกุกปฏิเสธ

“เธอซึมเศร้า”

“ผมเปล่า!” เขาเริ่มขึ้นเสียง

“งั้นช่วยเล่าเรื่องที่โรงเรียนให้ฟังที เธอรู้สึกยังไง เกิดอะไรขึ้นกับเธอบ้าง”

“คุณจะอยากรู้ไปทำไม?”

“เอาน่า หมอรู้ว่าเธออยากมีที่ระบาย เชื่อหมอสิ แล้วเธอจะรู้สึกดี….” หมอบอกอย่างใจเย็น เธอคิดว่าเด็กหนุ่มอาจจะไม่กล้าบอกเรื่องนี้แม้แต่กับแม่และพี่ชายของตัวเอง และหน้าที่ของเขาก็เปรียบเสมือนพื้นที่ระบายอารมณ์ของคนไข้ ในขณะเดียวกันก็บำบัดพวกเขาด้วยความเข้าใจไปในตัว

“ความจริงแล้ว โรงเรียนก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นหรอกครับ” จองกุกตอบและนึกถึงใบหน้าของแทฮยอง

เป็นความสดใสที่สุดที่เขาเคยเห็นเลยล่ะ…

 

 

ขอให้สิ่งที่หลงเหลือจากอดีตไม่ใช่ทุกอย่าง…

เขาเฝ้าบอกตัวเองแบบนั้นมาเป็นชาติแล้ว การมีชีวิตต่อไปบนโลกใบนี้มันช่างยากลำบากยิ่งนัก ทุกวินาที จองกุกแค่อยากจะลืมเรื่องร้ายๆ นั่นไปซะ การตายยังคงเป็นวิธีที่ดีสำหรับเขาอยู่ดีนั่นแหละ เขาไม่รู้ว่าตัวเองจะมีโอกาสมองแผ่นหลังของแทฮยองได้อีกนานมั้ย ไม่ช้าก็เร็ว ทุกอย่างก็อาจสลายหายไปเหมือนกับว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

และจองกุกเฝ้าภาวนาให้ทุกคนไม่ลืมเขา

ในอดีตที่แสนเลวร้ายมักมีเรื่องดีๆ ซ่อนไว้อยู่เสมอ สำหรับจองกุกแม้ว่าทุกวันในโรงเรียนจะเหมือนอยู่ในนรกคนเป็น แต่เขาไม่เคยลืมความรู้สึกเวลาที่ได้กินไอศกรีมรสมะนาวจากรถเข็นไอศกรีมที่มักจะเข็นผ่านหน้าตรงหน้าโรงเรียนทุกวันในตอนเช้า เขาไม่ลืมบรรยากาศตอนเช้า ที่วุ่นวายไปด้วยเด็กนักเรียนที่วิ่งกันไปมา และถึงแม้จะไร้ตัวตน แต่จองกุกก็รู้สึกดีที่ได้อยู่ท่ามกลางคนอื่น

กลิ่นหนังสือใหม่ของวิชาต่างๆ แต่ไม่มีอะไรที่จะทำให้เขารู้สึกดีได้เท่ากับความรู้ที่เราไม่เคยรู้ในหน้ากระดาษสีขาวพวกนั้น

การผ่าตัดหัวใจทำให้เขารู้สึกราวกับเป็นคนประหลาด ในวิชาว่ายน้ำ ทุกสายตาที่มองมา ทำให้เด็กหนุ่มอึดอัด แผลผ่าตัดที่หน้าอกมันทิ้งรอยร้าวลงไปในใจของเขา จากที่จองกุกเป็นคนที่ชอบว่ายน้ำมาก เขาหลงใหลการอยู่ใต้น้ำและเฝ้ามองท้องฟ้าจากใต้ผืนน้ำที่เงียบสงบ แต่แผลนี่มันเปลี่ยนชีวิตเขาไปโดยสิ้นเชิง

เขาไม่ได้เกลียดการว่ายน้ำ แต่ไม่ได้โหยหามันเหมือนเมื่อก่อน หรือความฝันในการเป็นนักกีฬาว่ายน้ำจะจบลง จองกุกก็เพียงแค่ทำใจยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น

เดี๋ยวมันก็คงจะผ่านไป เมื่อความเจ็บในอกมันทุเลาลง จาก 10 ลดลงมาเหลือ 1

จนกลายเป็น 0 ตัวเลขเดียวที่ไม่มีค่า อาจกล่าวได้ว่าตัวจองกุกอาจจะด้านชากับความสุขในตอนนี้ไปแล้ว แต่พอเจอแทฮยองที่โรงเรียน ความรู้สึกของเขาก็ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 2 และเพิ่มขึ้นอย่างตอนนี้

“ถ้าเจ็บก็บอกนะ” แทฮยองพูดเบาๆ แล้วบรรจงใช้แอลกอฮอล์ล้างแผลที่มือของเขาอย่างระวัง ผ่านมาแล้วหลายวัน แต่แผลนั่นก็ยังไม่ได้หายไป และแทฮยองก็มาล้างแผลให้เขาทุกวัน แต่อันที่จริงแล้วอีกคนก็แค่ใช้ข้ออ้างนี้เพื่อมาหาจองกุกเท่านั้นแหละ

อยากเห็นหน้าจองกุกทุกวัน อยากเห็นว่าอีกฝ่ายยังมีชีวิตอยู่ แค่นี้ก็ทำให้เขารู้สึกดีขึ้นมาได้แล้ว

เมื่อทำแผลเสร็จ ไม่ลืมที่จะเป่าปลอบโยนให้จองกุกเหมือนที่ทำทุกครั้ง ลมอุ่นร้อนถูกเป่ารดรินกระทบผิวหนังของจองกุก มันอุ่นและทำให้รู้สึกดีอย่างน่าประหลาด จนทำให้เขารู้สึกว่าหัวใจมันเต้นแรงอีกแล้ว

มือของแทฮยองที่กุมมือเขาไว้ เล็กกว่าเขามาก แต่ก็พยายามที่จะโอบอุ้มเอาไว้ทั้งหมด ทำหน้าที่คล้ายปลอบประโลมใจ นั่นช่วยได้มาก จองกุกชอบมันมากจริงๆ

“วันนี้หิมะไม่ตกแฮะ ถ้าได้กินซุปร้อนๆ ก็คงจะดี” แทฮยองมองออกไปนอกหน้าต่าง วันนี้ท้องฟ้าปลอดโปร่ง แม้อากาศจะหนาว แต่หิมะก็ไม่ได้ตกลงมา จองกุกมองใบหน้านั้นก่อนจะยิ้มเบาๆ “งั้นออกไปหาของอร่อยกินมั้ย”

“นายจะพาฉันไปเหรอ?” แทฮยองถามอย่างแปลกใจ

“ก็ใช่น่ะสิ แล้วนายคิดว่าใครจะพาไป”

“นับว่าเป็นเดทมั้ย แบบนายกำลังขอฉันเดทอยู่”

.......

หยุดเดี๋ยวนี้เลย เจ้าหัวใจ!

“ไร้สาระน่า” จองกุกบอกปัดและลุกขึ้นเดินไปหยิบโค้ตตัวหนาไม่ลืมที่จะหยิบมาให้แทฮยอง เขาสวมหมวกไหมพรมให้อีกฝ่าย แล้วขยับมันเล็กน้อย “ข้างนอกมันหนาว ใส่ไว้” เขาบอก แทฮยองยิ้มกว้างพยักหน้ารัวๆกับความใส่ใจของอีกฝ่าย

พวกเขาเดินออกมาจากบ้านไปตามทาง วันนี้มีคนออกมาเดินเล่นามากกว่าหลายวันก่อน เนื่องจากหิมะยังไม่ตก บ้านเรือนเริ่มตกแต่งต้อนรับเทศกาลคริสต์มาสกันแล้ว ลูกบอลสีแดง สีเขียว และเหลืองถูกแขวนเข้ากับประตู ยังมีสายไฟระยิบระยับ ที่ประดับอยู่ตามหลังคา บางบ้านมีต้นคริสต์มาสตั้งอยู่หน้าบ้านแล้ว จองกุกหยุดยืนมอง

และสงสัยว่า เขาควรจะแต่งบ้านบ้างหรือเปล่า....

เขาจำได้ ในคืนวันคริสต์มาสทุกปี ครอบครัวเขาจะอยู่ฉลองกันพร้อมหน้าพร้อมตา ทั้งพ่อ แม่ และพี่ซอกจิน แต่หลายปีหลังจองกุกป่วย พ่อก็หย่ากับแม่ และทิ้งไว้เพียงความทรงจำดีๆ ในตอนที่พ่อเก็บกระเป๋าเสื้อผ้าเดินออกไป อีกฝ่ายไม่แม้แต่จะหันมามองเขากับพี่ชายด้วยซ้ำ

ปีต่อมา มีทั้งไก่งวง มีของขวัญ มีลูกบอลสีแดง มีแม่ มีซอกจิน

แต่ไม่มีพ่อ....

แต่จองกุกก็ไม่ได้รู้สึกขาดอะไร แม่กับพี่ยังคงดูแลเขาดีทุกอย่าง ทั้งสองเข้มแข็งและก้าวข้ามผ่านอุปสรรคที่โหดร้าย เพียงแต่เขาไม่ จองกุกยังคงอ่อนแอ และขี้แพ้อยู่ เขาไม่กล้าแม้แต่จะก้มมองแผลผ่าตัดนั้นจังๆ สักที รอยนูน กับหัวใจที่อ่อนแอ เป็นปมในใจเขา ทุกครั้งที่เขาก้มมองมัน

เหมือนกับมีก้อนหินนับร้อยๆ ก้อน กำลังขว้างปาใส่เขา

และก็เป็นเขาเองที่ยืนให้ขว้างใส่

“คิดอะไรอยู่เหรอ?” แทฮยองเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายหยุดเดิน จึงถามไถ่ สายตาของจองกุกที่มองต้นคริสต์มาส ทำให้เขาประหลาดใจและสงสัยว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่

“เปล่าหรอก” เขาหันไปตอบ แล้วเดินต่อไป

ไม่นานพวกเขาก็เดินมาถึงร้านโอเด้ง มันเป็นร้านเล็กๆ ที่คนไม่เยอะ แต่อันที่จริง ก็แทบจะไม่มีคนเลยมากกว่า จองกุกบอกแทฮยองว่าร้านนี้ทำโอเด้งอร่อยมาก แทฮยองเชื่อสนิทใจเพราะเขาเคยกินอาหารที่อีกฝ่ายบอกแล้วในจดหมาย รสชาติของมันดีมากจริงๆ คนตัวเล็กกว่ารีบเดินตามคนตัวใหญ่เข้าไปเร็วๆ

พวกเขาเลือกที่นั่งในร้านเป็นริมหน้าต่าง เพื่อจะได้มองเห็นวิวด้านนอก ของถนนที่มีหิมะปกคลุมเล็กน้อย แทฮยองตื่นเต้นเล็กน้อย เพราะนี่มันดูเหมือนการเดทครั้งแรกของพวกเขาเลย

เชื่อแบบนั้นได้รึเปล่านะ

โอเด้งทั้งแบบธรรมดาและแบบเผ็ด บวกกับน้ำซุปร้อนๆ ถูกสั่งมาวางไว้ กลิ่นหอมเตะจมูกจนแทฮยองต้องยื่นหน้าเข้าไปดม แล้วอมยิ้ม จองกุกมองปฏิกิริยานั้นแล้วยิ้มเบาๆ เขาหยิบโอเด้งไม้แรกและส่งให้แทฮยอง อีกฝ่ายรับมาและเริ่มที่จะชิมมัน

“ฮ่า ร้อนๆ” เขาแลบลิ้นเมื่อโอเด้งนั้นมันร้อนกว่าที่คิด จนจองกุกต้องหยิบน้ำให้ เขารับมาและดื่มมันเข้าปากพรวดเดียวจนเกือบจะหมดแก้ว “ค่อยๆ กิน” จองกุกพูดเบาๆ น้ำเสียงนุ่มทุ้มกำราบใจของแทฮยองได้อยู่หมัด โอเด้งอีกไม้ถูกปากของจองกุก เป่าพ่นไอร้อนเบาๆ ควันสีเทาลอยคลุ้ง ประกอบกับใบหน้าของคนตรงหน้า มันทำให้แทฮยองใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว จนกว่าจะรู้ตัว โอเด้งไม้นั้นก็มาอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว

จองกุกเป่าไล่ความร้อนให้เขา

เขาทำแบบนี้กับทุกคนหรือเปล่า เขาอ่อนโยนแบบนี้ทุกครั้งมั้ย แทฮยองแค่สงสัย

แต่เหมือนช่วงเวลาที่มีความสุขนี้ คงอยู่ได้ไม่นานนัก เมื่อมีใครบางคนเดินเข้ามาในร้าน

“เห้ย จองกุกใช่มั้ย จองกุกจริงๆ ด้วย” มือสากของใครบางคนเข้าล๊อคคอของจองกุกทันที ก่อนที่ร่างใหญ่จะทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ ไม่ลืมที่จะกดหัวจองกุกแนบกับอก แล้วขยี้ผมเขาแรงๆ จองกุกตกใจมากและพยายามดันตัวของหมอนั่นออก

แขกที่ไม่ได้รับเชิญ

“โว้วๆ นายจำฉันไม่ได้รึไงเพื่อน ฉันจงอินไง” เขาแนะนำตัว นั่นทำให้จองกุกชะงัก แต่ไม่ใช่แค่จองกุกเท่านั้น แทฮยองในตอนนี้ก็อึ้งไปเหมือนกัน เขาจำได้รางๆ ว่าจงอินเป็นเด็กข้างห้อง เรื่องดีๆ เขาจำไม่ค่อยได้ แต่ถ้าเรื่องชั่วๆ ของจงอิน สมัยเรียน มีเล่าให้ลูกหลานฟังยันแก่เลยล่ะ

“ตัวสูงเยอะขึ้นเลยนี่หว่า หน้าตาดีซะด้วย” จงอินจับคางของจองกุกแน่นและบีบมันแรงๆ จนจองกุกร้องออกมา พยายามแกะมือนั้นออก แทฮยองเห็นท่าไม่ดีจึงรีบพูด

“ปล่อยจองกุกเดี๋ยวนี้” เขาทำเสียงเข้ม จงอินชะงักก่อนจะหันมามอง เขาเลิกคิ้วเล็กน้อย เมื่อใช้เวลาครุ่นคิดอยู่นานจึงยิ้มร่าออกมา “นายคือ คิม แทฮยองใช่มั้ย ที่มีคนเขียนจดหมายรักในงานเลี้ยงรุ่นบ้านั่น” จงอินจำได้ เพราะเขาก็ไปงานนั้นเช่นเดียวกัน แทฮยองชะงักไปเล็กน้อย

“ว่าแต่นายหาเจ้าของจดหมายน้ำเน่านั่นเจอรึยัง?” จงอินถามกวนๆ แทฮยองเงียบไม่ยอมตอบ สายตาเขาเอาแต่จดจ้องที่จองกุกที่โดนล๊อคคออยู่ ทำให้ชายอันธพาลเหลือบตาก้มลงมอง เขาแทบจะรู้ได้ทันทีว่าจองกุกคือคนที่เขียนจดหมายฉบับนั้น ว่าแล้วก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาไม่หยุด จนคนในร้านเริ่มจะหันมาสนใจ

“ฮ่าๆ เอาจริงดิ ไอเอ๋อนี่เหรอ” จงอินก้มหัวลงไปมองอย่างสมเพช ก่อนจะเงยหน้ามองแทฮยองอีกครั้ง

“นี่ รู้รึเปล่า ว่ามันเป็นตัวประหลาด….น่าสมเพชสิ้นดี” เขากร่นด่า ก่อนจะกระชากใบหน้าจองกุกขึ้นมาอีกครั้ง แล้วจัดการกระชากรังดุมที่ติดจนถึงคอออกหมด ทำให้แทฮยองเห็นแผลผ่าตัดครั้งแรก มันลากยาวจนถึงกลางอกและหายไป ทิ้งไว้แต่รอยนูนสีอ่อนจากรอยเย็บ

“ปล่อยเขานะโว้ย” แทฮยองลุกขึ้นด้วยความโมโห เพราะเขาเริ่มจะทนพฤติกรรมทุเรศแบบนี้ไม่ไหวแล้ว เขาเดินออกมาจากโต๊ะแล้วกระชากตัวของจงอินให้ลุกขึ้นมาอย่างไม่รีรอ

“ไปไกลๆ เลยจงอิน” เขาตะคอก แล้วเอาตัวบังจองกุกที่นั่งอยู่เอาไว้ จงอินยิ้มแสยะ

“แทฮยองอา จะไปช่วยมันทำไม ไอเอ๋อเนี่ย มันเป็นขี้แพ้ ใช่มั้ย ไอเอ๋อ ไอเอ๋อ เอ๋อๆๆ” ไม่พูดเปล่า ยังกระชากใบหน้าจองกุกแล้วดันลงกับโต๊ะอย่างแรง จนชายหนุ่มเจ็บปวดไปทั้งแก้มขวา แทฮยองพยายามใช้แรงทั้งหมดดึงมือนั้นออก แต่เขาก็ถูกจงอินผลักไปจนได้

แต่คนตัวเล็กก็ไม่ยอมแพ้ ลุกขึ้นมาแล้วจัดการกระชากไหล่ของจงอินให้หันมา แล้วต่อยหน้าทันที เมื่อความเจ็บแล่นเข้ากระดูกใบหน้าของคนตัวโต ความหัวร้อนรุนแรงและขาดสติก็เดือดพล่านจนรั้งเอาไว้ไม่อยู่ จงอินโกรธแทฮยองมากของมากที่สุด เขาคว้าชามซุปที่มีซุปร้อนๆ อยู่ในนั้นและสาดใส่แทฮยองทันที

พรึบ!

แทฮยองหลับตาและเตรียมตัวตั้งรับ แต่ทว่าเขากลับไม่รู้สึกถึงความร้อนที่โดนตัวเลยสักนิด เขายังปกติ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ความตกใจนั้นหดหายกลายเป็นความอบอุ่นเข้าแทรกซึม อ้อมกอดของใครบางคนโอบล้อมตัวเขาไว้มิด หลังของแทฮยองแนบติดกับแผ่นอกของจองกุกที่เอาตัวมารับน้ำซุปร้อนๆ นั่นแทนเขา

มือแกร่งที่กอดมาด้านหน้าสั่นเล็กน้อย ไม่สิ มันสั่นมากเลยแหละ

“จองกุก” เขาเอ่ยเรียกชื่ออีกคนเสียงแผ่วเบา ก่อนจะหันไปมอง โชคยังดีที่เสื้อกันหนาวพอจะกันได้บ้าง ถึงแม้ว่าความร้อนจะยังแทรกซึมลงไปกระทบผิวกายนั้นอยู่ แต่จองกุกก็ถือว่าคุ้มที่น้ำซุปนั่นไม่โดนแทฮยอง

เขาอาจจะไม่แข็งแกร่งมากพอที่จะต่อกรกับจงอิน นานขนาดไหนจองกุกก็ยังเป็นคนที่อ่อนแออยู่วันยังค่ำ แต่ยังไงก็ตาม นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาจะปกป้องแทฮยองไม่ได้ คนตัวเล็กของเขาทั้งเข้มแข็งและแข็งแกร่ง แม้ในยามนี้จองกุกก็ยังรู้สึกชื่นชมอีกฝ่ายจากหัวใจของเขา

“ออกไปเลยนะจงอิน ไม่งั้นฉันจะแจ้งตำรวจ” ป้าเจ้าของร้านตะโกนไล่ดังลั่น จงอินได้แต่ทำหน้าเซ็งๆ ก่อนจะเดินออกไปอย่างสบายใจ

“เจ็บมากมั้ย เป็นอะไรรึเปล่า” แทฮยองถามอย่างเป็นห่วง เขาพลิกตัวจองกุกให้หันหลัง แล้วจัดการถอดเสื้อโค้ตกันหนาวนั่นออก เสื้อเชิ้ตสีขาวเปียกชุ่มไปด้วยน้ำซุปสีส้มอ่อนๆ เขามองมันอย่างตกใจ ก่อนจะบอกให้อีกฝ่ายรีบถอดเสื้อนั่นออกมา แต่จองกุกก็ไม่ยอมถอดมัน และหันไปจ่ายเงินให้เจ้าของร้าน พร้อมกับเดินออกไปจากร้านทันที

นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้น?

แทฮยองรีบวิ่งตามออกมา เขารีบเดินเข้าไปหาจองกุกเมื่ออีกฝ่ายเริ่มเดินเร็วขึ้นเรื่อยๆ

“จองกุกเดี๋ยวสิ” เขาคว้าแขนของจองกุกเอาไว้ อีกฝ่ายหยุดเดินและไม่ได้พูดอะไรออกมา เขาไม่แม้แต่จะหันมามองแทฮยองด้วยซ้ำ จนแทฮยองต้องเดินไปด้านหน้าแทน

ราวกับเหตุการณ์เดจาวูที่เกิดขึ้น แบบนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาถูกแกล้งเหมือนที่เคย ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน เขาก็ยังเป็นจองกุกคนเดิม ถูกการกดขี่ ทุกสิ่งทุกอย่าง มันถาโถมเหมือนวันนั้น และมันก็เจ็บปวด เกินกว่าที่เขาจะทนไหว

เมื่อน้ำตายังคงไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง….

ความเจ็บปวดที่ต้องรู้สึก

“จองกุก” แทฮยองเรียกเขาเสียงแผ่วเบา แต่อีกฝ่ายยังคงร้องไห้ออกมาอย่างต่อเนื่องโดยไม่อายแม้แต่น้อย เขาทั้งเจ็บและแสบไปทั่วทั้งแผ่นหลัง แต่ไม่มีอะไรที่เจ็บเท่าข้างในอีกแล้ว

หัวใจที่ปกติก็อ่อนแอมากอยู่แล้ว ณ.ตอนนี้ ยิ่งอ่อนแอมากขึ้นไปอีก เวลาผ่านไปความเจ็บไม่ได้น้อยลงเลยแม้แต่น้อย แต่หัวใจของคนเราแค่อดทนกับสิ่งเร้าพวกนั้นได้มากขึ้น แต่สำหรับจองกุกนั้นตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาไม่เคยอดทนกับมันได้เลยสักนิด

"ไปโรงพยาบาลมั้ย?"

"....." แน่นอนว่าจองกุกปฏิเสธ

เขาเดินไปตามทาง แทฮยองไม่ได้ถามอะไรต่อจากนั้น ชายหนุ่มเอาแต่ก้มหน้าและร้องไห้ มือของเขาถูกกุมเอาไว้และจูงไปข้างหน้า แทฮยองคิดว่า อีกฝ่ายคงไม่อยากพูดอะไรมากในตอนนี้ เขาก็แค่ต้องการที่พึ่งพิง และแทฮยองก็กำลังทำหน้าที่นั้นอยู่

ตอนที่กลับมาบ้าน อึนนาทั้งตกใจทั้งช๊อค เธอเห็นสภาพลูกชายที่ดูไม่ได้เลย อยากจะถามแทฮยองเหลือเกินว่าเกิดอะไรขึ้น แต่แทฮยองกลับพาจองกุกขึ้นไปข้างบน หัวอกคนเป็นแม่ได้แต่ยืนมองอยู่ตรงบันได และเฝ้ารอให้มีใครคนใดคนนึงเล่าให้เธอฟัง

“ถอดเสื้อสิ” แทฮยองบอก จองกุกที่ดูเหมือนสติจะหลุดลอย เขายอมถอดแต่โดยดี คนตัวเล็กจัดการหาผ้าชุบน้ำมา และจัดการเช็ดด้านหลังเปลือยเปล่าของจองกุกเบาๆ ความเย็นข้างนอกทำให้เสื้อแผ่นหลังนี้แทบจะแห้งในทันที มันทิ้งรอยแดงเอาไว้ประปราย แทฮยองมองแผ่นหลังกว้างนั้น เขาเผลอกลืนน้ำลายสองสามที เพราะไม่เคยเห็นแผ่นหลังของจองกุกมาก่อนเลย

ครั้งแรกจองกุกสะดุ้งเล็กน้อย เพราะยังไงหลังของเขาก็พึ่งจะโดนซุปร้อนๆ ราดใส่มา ถึงจะไม่ได้บาดเจ็บมาก แต่มันก็ยังแสบอยู่ดี

“แสบเหรอ” แทฮยองถาม คนโดนถามได้แต่พยักหน้า และไม่พูดอะไร

“ที่นายทำเมื่อกี้ กล้าหาญมากเลย…” แทฮยองบอก มือของเขายังไม่หยุดเช็ด ผิวขาวมีรอยแดงจนเขาเจ็บแทน แต่อดเป็นปลื้มไม่ได้เลยที่เมื่อกี้จองกุกปกป้องเขา ทั้งที่เขาคิดว่าตัวเองจะต้องโดนสาดเต็มๆ ซะแล้ว

มันยิ่งทำให้ความรู้สึกของเขาที่มีกับจองกุกมากขึ้นไปอีกเท่าตัว

“ขอโทษนะ ที่ปกป้องมากกว่านั้นไม่ได้” จองกุกเปรยเบาๆ แทฮยองชะงัก “สุดท้ายฉันก็อ่อนแอเหมือนเดิมเลย” เขาพูดต่อ และยกเข่าขึ้นมากอด ก่อนจะซบใบหน้ากับเข่า

“เคยรู้สึกว่าตัวเองเป็นจุดอ่อนมั้ยแทฮยอง” จองกุกถาม

“จุดอ่อนงั้นเหรอ?”

“เมื่อไหร่ที่คนเราเข้มแข็งไม่พอ มันก็จะกลายเป็นจุดอ่อน” จองกุกพูด เขานึกหวนถึงอดีตเลวร้ายอีกครั้ง เสียงร้องของเขา กับใบมีดโกนที่ถูกกรีดที่ข้อมือช้าๆ ซ้ำๆ ในห้องน้ำ….วินาทีนั้นเขาได้ยินแต่เสียงของจงอินและเพื่อน มันทำร้ายเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนเหมือนหูของเขาจะดับไปชั่วขณะหนึ่ง

“สุดท้ายคนที่มีจุดอ่อนก็ต้องจมอยู่กับความเศร้าที่ตัวเองสร้างขึ้น”

และใช่….จงอินคือความเศร้าของเขา เป็นความเศร้าที่แสนเจ็บปวด

“นายเศร้าเหรอ” แทฮยองถาม “นายไม่จำเป็นต้องรู้สึกว่าตัวเองเป็นจุดอ่อนเลยจองกุก…นายปกป้องฉันไว้นะเมื่อกี้ นายลืมไปแล้วเหรอ?”

“……”

“เขาคือสาเหตุ…ที่ทำให้นายอยากฆ่าตัวตายงั้นเหรอ” เป็นคำถามจี้ใจดำที่สุดที่เขาเคยถาม และใช่ จองกุกไม่ตอบ แต่เขาก็รู้ดี แค่อยากถามให้แน่ใจ

“นายอยากจะตายมั้ย” เขาถามตรงๆ จองกุกยังคงเงียบ นั่นยิ่งตอกย้ำความคิดของเขาให้ชัดเจนขึ้น จองกุกคิดจะฆ่าตัวตายอีกแล้ว เขาหลับตาลงเม้มปากแน่น เมื่อหยดน้ำตาเริ่มซึมออกมาอีกครั้ง ทุกความรู้สึกท่วมท้นออกมาอีกแล้ว เขาไม่รู้ว่าตัวเองจะทำยังไงให้อีกฝ่ายเลิกคิดเรื่องฆ่าตัวตาย

เขาจะทำยังไงดี?

“ขอโทษนะ” จองกุกพูดเสียงแผ่ว แต่ไม่ทันไรเขาก็ต้องตกใจเมื่อแทฮยองคว้าหมับเข้าที่คอเขาทันที

“ฉันชอบนาย ชอบมากๆ ได้โปรดช่วยมีชีวิตอยู่ต่อไปด้วยเถอะนะ…” แทฮยองพูดรัวๆ จองกุกตกใจตัวเกร็ง เขาเอี๊ยวหน้าเข้าหาอีกฝ่ายเล็กน้อย และตั้งใจฟัง “แทฮยอง” จองกุกเรียกชื่อเบาๆ

“อย่าคิดแบบนั้นเลยนะ ขอร้อง” เขาซบหน้ากับแผ่นหลังกว้างนั้น จองกุกรู้สึกว่าหลังของเขาเปียก เป็นเพราะน้ำตาของอีกคนที่กำลังไหลตอนนี้ เขาอมยิ้มเบาๆ ก่อนจะหันไปพูด “ฉันยังไม่ได้บอกเลยว่าอยากตาย”

“แต่นายคิดแบบนั้นใช่มั้ยล่ะ ฮึก…ฉันรู้นะ” แทฮยองซบแผ่นหลังและปล่อยโฮหนักขึ้น

“ฉันมีแผลน่ะแทฮยอง นายอาจจะไม่เห็น แต่มันมีอยู่จริงๆ ….ฉันด่างพร้อย และมีแต่จุดบกพร่อง เชื่อเถอะว่าการมาชอบฉัน เป็นสิ่งที่โง่ที่สุดที่นายเคยทำ” เขาบอกไปตรงๆ ไม่ใช่เพราะว่าเขาต้องการที่จะปกป้องตัวเอง แต่เขากำลังปกป้องแทฮยองอยู่ เขารู้ตัวดีว่าสักวันเขาจะทนเรื่องบ้านี่ไม่ไหว และต้องการจะตายอีกครั้ง แม้ไม่ใช่วันนี้ แต่การมีชีวิตอยู่ต่อช่างยากเย็นเหลือเกิน เป็นผลพวงมาจากโรคซึมเศร้า

เป็นผลพวงจากสารเคมี เป็นผลพวงจากความเจ็บปวดที่กัดกินเราจากด้านในจนลึกถึงกระดูก และมันกำลังแพร่ลามไปทั่วทั้งร่างกายและสมอง

“นั่นไม่จริงเลย!” แทฮยองตะโกนทั้งน้ำตา และผละออกจากแผ่นหลัง เขาขยับมานั่งตรงหน้าของจองกุก อีกฝ่ายเลิกกอดเข่าแล้วและจ้องมองใบหน้าแทฮยองที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม

“ฉันเคยได้ยินที่พวกเขาพูดกัน ทุกสิ่งทุกอย่างดูสวยงามเมื่อมองจากไกลๆ เท่านั้น” แทฮยองพูด ก่อนที่จะยกนิ้วขึ้นมาเกลี่ยปอยผมของจองกุกที่ปรกหน้าผากออกเบาๆ “แต่พอมองใกล้ๆ ก็จะเห็นรอยด่างพร้อยมากมาย”

“…..”

“ไม่เลยจองกุก มันใช้ไม่ได้กับนายเลย” แทฮยองแตะใบหน้าของจองกุกเบาๆ เขาสื่อทุกความรู้สึกผ่านสายตา ซึ่งจองกุกรู้สึกถึงมันได้ น้ำตาของเขาซึมออกมาเล็กน้อย เขาแนบหน้าตัวเองกับมือนิ่มนั้นและซึมซับความอบอุ่นให้ได้มากที่สุด ในห้วงเวลานั้นที่จองกุกหวนนึกถึงเรื่องราวที่เขาเคยอ่านเจอในหนังสือ จักรวาลของเรา ประกอบด้วยกาแล๊คซี่นับแสนล้านกาแล๊คซี่ ไม่มีศูนย์กลางและขอบเขต มันมีมากจนยากที่จะบรรยายออกมาได้หมด มีอะไรประกอบอยู่ในจักรวาลหลากหลายอย่างและซับซ้อน แต่กระนั้นมันก็ยังซับซ้อนไม่เท่าความคิดและจิตใจของมนุษย์

บนโลกนี้ต่างมีผู้คนมากมาย หลากหลายเชื้อชาติ มีผู้คนมากหน้าหลายตาอยู่บนโลกนี้ แต่ทำไม โลกนี้ถึงเหวี่ยงแทฮยองกลับมาหาเขา ทำไมถึงเหวี่ยงผู้ชายคนนี้เข้ามาในชีวิตเขาอีกครั้ง

ทำไมถึงทำให้เขารู้สึกอยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไปบนความเจ็บปวดที่รุมเร้า

ทำไมความยากลำบากทั้งหลายเหมือนจะมลายลงด้วยรอยยิ้มสี่เหลี่ยม

ในหัวมีแต่คำถามสับสน ที่เขาอยากรู้คำตอบ

“เป่าเพี้ยงให้หน่อยสิ” จองกุกพูดขอร้องเบาๆ แทฮยองเลิกคิ้วเล็กน้อย เขาเช็ดน้ำตาตัวเองเบาๆ ก่อนจะเขยิบไปเป่าให้เบาๆ แล้วขยับมานั่งตรงหน้าจองกุกเหมือนเดิม “เจ็บตรงไหนอีกมั้ย จะได้เป่าทีเดียว”

“ตรงนี้” จองกุกชี้ที่ต้นคอด้านขวาของเขาที่ยังมีรอยแดงจากความร้อนอยู่ แทฮยองเขยิบเข้าไปใกล้แล้วเป่าอีกครั้ง ยิ่งเข้าใกล้ก็ดูเหมือนว่าจะได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวอีกคนชัดขึ้น จองกุกจ้องแทฮยองไม่วางตา เป็นสายตาที่แทฮยองไม่อาจต้านได้ เขาพยายามประคองสติตัวเองและผละออกไปอีกครั้ง

“ตรงไหนอีก?”

“ตรงนี้” ทีนี้เขาชี้ที่แผลผ่าตัดที่หน้าอก

ตึก ตึก ตึก

หัวใจของแทฮยองสั่นระรัว เขารู้ว่าอีกฝ่ายกำลังแกล้งอยู่ เพราะจองกุกไม่ได้โดนน้ำซุปสาดโดนหน้าอกเลย ทั้งหมดที่ทำก็แค่อยากทำให้เขาเสียอาการต่างหากล่ะ แต่ยังไงก็ตาม เขายื่นหน้าก้มลงไปนั้นแต่โดยดี เต็มใจที่จะเป่าจนหน้าแดงไปหมด จองกุกรู้สึกจั๊กจี้เล็กน้อยที่ลมร้อนเป่ารดแผลของเขา เขาก้มลงมอง และเมื่อแทฮยองเงยหน้าขึ้นมองเขา จองกุกก็รู้สึกราวกับมีกระแสไฟฟ้าแล่นแปล้บไปทั่วทั้งร่าง ผนวกกับช่องท้องที่บีบรัดเหมือนผีเสื้อแตกรัง

“ตรงไหนอีก” เขาถามเสียงเบา จองกุกยิ้มกระตุกมุมปาก ก่อนจะชี้ที่ริมฝีปากของเขา

“ตรงนี้…..”

ช่วงเวลาที่ช้าลงกะทันหัน แต่กลับมีหัวใจสองดวงที่เต้นเร็วอยู่ในอก จังหวะที่ใบหน้าสวยของคนตัวเล็กเคลื่อนขึ้นมาอยู่เหนือระดับใบหน้าหล่อเหลา มือนิ่มโอบอุ้มใบหน้าทั้งสองข้างเอาไว้ พวกเขาหลับตา…จองกุกรู้สึกได้ว่ามีลมอุ่นกำลังเป่ารดริมฝีปาก เขาได้กลิ่นมินต์อ่อนๆ เป็นกลิ่นเย็นที่ช่วยผ่อนคลาย แต่อุณหภูมิในร่างกายกลับพุ่งขึ้นสูงจนปรอทจะแตก

มือของเขาเคลื่อนคล้อยไปจับที่เอวบางของแทฮยอง

พวกเขายังคงหลับตา ก่อนที่แทฮยองเองจะเป็นฝ่ายลืมตาก่อน การปลอบประโลมความเจ็บสิ้นสุดลงแล้ว หากแต่ใจของเขาไม่ได้สนใจมันมากนัก เพราะมัวแต่จดจ้องใบหน้าอีกคนที่กำลังหลับตาอยู่ เขาเห็นขนตา ขี้แมลงวันที่ปลายจมูกเหมือนกันกับเขา อีกจุดที่ใต้ริมฝีปาก พึ่งจะเคยเห็นพวกมันใกล้ๆ อย่างนี้

บรรยากาศคล้ายกับมีภูตน้อยที่เต้นระบำอยู่โดยรอบ เหมือนเห็นปีกภูตที่กระพือไปมากับละอองนางฟ้าเมื่อจองกุกลืมตา….ดั่งความหวานของผลไม้ อาจจะเป็นแตงโม เมล่อน หรือแม้แต่พีช…เป็นความหวานละมุน ชุ่มฉ่ำ เหมือนกับเกร็ดน้ำตาลที่กำลังละลายในปาก

“ขอบคุณ” จองกุกพูดเบาๆ แต่แทฮยองสะท้านไปทั่วร่าง ในขณะเดียวกันจองกุกก็จดจ้องใบหน้าสวยตรงหน้าด้วยความลุ่มหลงในจิตใจ และรู้สึกมากกว่าทุกครั้ง

มากกว่าทุกๆ อย่าง

เขาชอบแทฮยองมากกว่าทุกๆ อย่าง

ชอบเขามากกว่าแดดตอนเช้าในฤดูหนาว

ชอบเขามากกว่านมอุ่นๆ

ชอบเขามากกว่าแพนเค้กของแม่

ชอบเขามากกว่ากลิ่นคาราเมลในร้านขนมปัง..

 

เหนือไปกว่านั้น

ชอบแทฮยอง เกินกว่าที่เขาจะรู้ตัว

 

 

 

“เป็นยังไงบ้างจองกุก ระดับความรู้สึก 1-10 เธออยู่ที่เท่าไหร่?” หมอถามแล้ว หลังจากที่เขามีนัดบำบัดกับหมอทางออนไลน์ เป็นเรื่องดีที่เทคโนโลยีทำให้คนที่อยู่ไกลได้พบปะกันเหมือนกับอยู่ใกล้กัน

“ก็…5 มั้งครับ” เขาตอบก่อนจะเสยผมเท้าคาง หมอยิ้มกว้างก่อนจะพูด “นั่นเป็นพัฒนาการที่ดีมากนะ กลับไปบ้านรอบนี้ เจออะไรดีๆล่ะสิ” เธอหยอกเขา จองกุกหัวเราะอยู่หน้าจอคอมของซอกจิน

“แล้วจะทำยังไงต่อ” หมอถาม เขาเงียบไปอึดใจหนึ่ง..

“คง…ลองใช้ชีวิตต่อไปดูน่ะครับ”

 

 

ค่อยๆเป็น ค่อยๆไปนะจองกุก นายทำได้แน่ๆ

#ถึงคิมแทฮยอง

@_amagadon

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

70 ความคิดเห็น

  1. #47 kimkarin26 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 มกราคม 2564 / 00:07
    คุณรู้ไหม ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่อง บรรยายเรื่องแรกของกุกวีที่เราอ่าน มันสนุกมาก อบอุ่นมาก เราไม่ค่อยคอมเม้นท์ให้ใคร แต่เรา ชอบคุณ จากนิยายเรื่องนี้ อยากรู้จักนะ ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า เราหลงรักเรื่องนี้มากจะริง ดีใจมากที่จัดสินใจอ่าน รอเสมอ
    #47
    1
    • #47-1 miewa(จากตอนที่ 11)
      10 มกราคม 2564 / 12:40
      เขินจังเลยคับ ดีใจที่ชอบน้าา ทักมาคุยกับเราได้เลยระคะ ในทวิตเตอร์ ถ้าอยากคุยย อยากรู้จักเรา อิอิ @_amagadon แอคนี้เบยน้าา
      #47-1
  2. #45 Ver_a (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2563 / 23:34
    ชอบมากเลยค่ะแต่ไม่อยากเร่งจะรอนะคะ
    #45
    0
  3. #34 jdjnvft (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2563 / 10:01
    สู้ๆนะคะ
    เนื้อเรื่องดีมากๆเลยค่ะติดตามนะคะ
    #34
    1
  4. #33 Jinhitz (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2563 / 23:53
    อบอุ่นหัวใจ เก่งมากๆเลยนะ
    #33
    0
  5. #32 DreamA10 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2563 / 06:55

    อบอุ่นนนเอาใจช่วยให้จองกุกมีขีวิตต่อไป!!!
    #32
    0
  6. #31 อันยอง นี่แฟนอปป้า (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2563 / 21:44

    อบอุ่น อบอุ่นมากๆๆๆๆๆ

    #31
    0
  7. #30 109bose (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2563 / 19:53
    แง ลองมีชีวิตดูนะจองกุก
    #30
    0
  8. #29 MarisaSomaem (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2563 / 15:10
    สู้ๆงับ!!!✊

    ทั้งไรท์เเละจองกุกเก่งมากๆเลยงับ💜✨
    #29
    0
  9. #28 t-shirt_13 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2563 / 14:27
    มาอัพบ่อยๆได้มั้ยน อยากอ่านทุกวันเลย555
    #28
    0