Grand Magic Online [GMO] สงครามมหาเวทออนไลน์

ตอนที่ 60 : บทที่ 59 ประตูสู่ห้องลับ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,026
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    23 พ.ค. 58

59

ประตูสู่ห้องลับ

 

 

          “ถ้าไม่อยากตายแกก็รีบไปซะ!  เดี๋ยวนี้เลย!!!

            คำพูดอันเฉียบขาดนี้แสดงถึงความคร่ำเครงอย่างเห็นได้ชัด  เพียงเข้าหูมาลมก็หมดข้อกังขา  รีบหลบออกไปอยู่กับเร็ทสึโดยไว  ถ้าเจ้าบอสฮีทอสในร่างใหม่นั่นถึงขนาดทำให้วัชระที่เก่งมหาเก่งแสดงท่าทีแบบนี้ได้ก็แสดงว่าตัวมันเองต้องร้ายกาจเอามาก ๆ เช่นกัน  ดังนั้นถ้าเขายังอยู่ต่อไปก็คงไม่ต่างอะไรจากตัวเกะกะ  สู้ไปหลบอยู่ที่ที่ปลอดภัยจะดีกับตัวเองและคนอื่นกว่าเป็นไหน ๆ

            “เร็ทสึครับ  สร้างเขตอาคมป้องกันเลยครับ  ถ้าผมกับเจ้านี่สู้กันอาจมีหวังพินาศไปทั่วก็ได้”

            เมื่อเห็นลมไปสมทบกับเร็ทสึแล้ว  วัชระก็ตะโกนบอกไปให้วิญญาณภูตเร่งร่ายเวทใช้เขตอาคม  สร้างม่านพลังทรงโดมกว่า  4  ชั้นขึ้นมาครอบคลุมตัวเธอและลมเอาไว้  เท่านั้นวัชระก็วางใจได้แล้วว่าเธอและเจ้าเพื่อนเกลอของเขาจะปลอดภัย  แล้วตวัดสายตากลับไปหาเจ้าฮีทอส ไนท์ การ์เดี้ยนด้วยดวงตาที่ลุกวาวด้วยเปลวไฟแห่งจิตวิญญาณต่อสู้

            เขาและมันจ้องใส่กันอยู่ชั่วครู่  อาวุธในมือถูกกระชับพร้อมเข้าปะทะกันเต็มที่  และโดยไม่ต้องให้ใครส่งสัญญาณ  ทั้งเขาทั้งมันก็พร้อมใจพุ่งใส่กันเต็มอัตราเร็ว  เข้าประชิดแล้วเริ่มโจมตี  เป็นเจ้าบอสฮีทอสที่ลงมือก่อน  ฟาดดาบขนานกับพื้นเข้ามาที่สีข้าง  หากเขาก็ก้มตัวหลบได้  สไลด์เท้าเข้าไปฟันทแยงขึ้นใส่มันอย่างว่องไว  ชำแหละร่างเพลิงไปเป็นทางยาว  ทว่าเจ้าตัวที่โดนฟันมันก็หาได้ยี่หระ  ร่างเพลิงของมันไม่ใช่ร่างเนื้อ  ส่วนที่ถูกโจมตีแหว่งไปจึงรวมตัวกันใหม่ได้ในพริบตา  มันง้างศัสตราประจำตัวขึ้นสูง  จากนั้นก็ฟาดลงมาใส่เขาตรง ๆ

            ชายหนุ่มผู้ซ่อนใบหน้าไว้ใต้หน้ากากเอี่ยวตัวหลบขวับ  หลีกให้ดาบเพลิงฟาดลงพื้น  ปล่อยพลังเพลิงพุ่งพรวดไปชนระเบิดใส่กำแพงที่ด้านหลัง  ก่อนตวัดดาบเข้าที่ช่องว่างตรงกลางลำตัวของบอสฮีทอส  ดาบของเขาบรรลุเป้าหมายได้ไม่พลาด  แต่ก็อีก  มันยังไม่แม้สะท้าน  โจมตีมาใส่เขาต่อได้หน้าตาเฉย!

            “เฮ้ย ๆ”  ถึงนี้ตรงเขาก็พึมพำแบบทึ่งในความทนทายาดของเจ้าบอสฮีทอสในร่างใหม่ที่เหมือนจะอึดขึ้นกว่าเดิมจม  ขนาดโดนเขาฟันไปเสียเหนี่ยว  มันก็ยังไม่รู้สึกรู้สาเดินหน้าบุกเข้ามาชนต่อได้แบบตายด้านสุด ๆ

            ด้วยเหตุนั้นวัชระก็เลยไม่คิดน้อยหน้า  โชว์ความสามารถในการหลบหลีกอันยอดเยี่ยม  พลิ้วตัวหลบการโจมตีของเจ้าบอสมนุษย์เพลิงอย่างคล่องแคล้ว  แล้วฟาดฟันโต้กลับมันเข้าไปนับครั้งไม่ถ้วน  แต่ละดาบ ๆ ล้วนต้องร่างอริร้ายได้แม่นยำ  แม้นกระนั้นมันก็ยังคงความถึก  หวดดาบเครมอร์ไฟเล่มใหญ่ของมันใส่เขาฉับ ๆ ไม่มีชะงัก  เปลวเพลิงจากดาบของมันพุ่งไประเบิดใส่กำแพงด้านหลังของเขาอย่างต่อเนื่อง  สร้างแรงกระแทกให้ห้องสั่นสะเทือนเบา ๆ ไม่หยุดราวกับมีแผ่นดินไหว

            เจ้าฮีทอส ไนท์ การ์เดี้ยนในขณะนี้ทำตัวไม่ต่างอะไรจากรถถัง  มันยืนทื่อรับการโจมตีรับการโจมตีตรง ๆ ไม่หลบหลีก  พลางก็โจมตีใส่วัชระไม่หยุดมือ  ราวกับเป็นรถถังที่วิ่งฝ่าดงกระสุนไปบุกโจมตีใส่ฝั่งศัตรูอย่างแข็งกล้า  ไป ๆ มา ๆ วัชระก็ชักจะลำบากกับการต้องหลบดาบที่ฟาดฟันเข้ามาโดยไม่สนใจการตั้งรับนั้นขึ้นทุกที  การจะโจมตีมันก็เลยพลอยทำได้ยากขึ้นไปด้วย  ปะทะกันได้อยู่สัก  2  นาที  จังหวะที่วัชระหลีกหลบไม่ทันก็มาถึง  เขาก็เลยยกดาบขึ้นรับการโจมตีโดยไม่อาจเลี่ยง

            ตูม!!!

            ความหนักหน่วงที่กระแทกเข้ามา  มาพร้อมกับเปลวไฟร้อนระอุ  มันรุนแรงจนวัชระเอาไว้ไม่อยู่  ถูกซัดปลิวทั้งที่เท้าแตะพื้นไปกระแทกกำแพง  ความเจ็บปวดระดับสมจริงที่ถาโถมเข้ามาเล่นเอาเสียเขาต้องกัดฟัน  ดาบพลังเวทในมือบิ่นร้าวไม่เหลือดี  ที่แย่กว่านั้นคือเจ้าบอสฮีทอสทีไม่มีหยุด  ถือดาบพุ่งตามเขามาเร็วพลัน 

            วัชระหลีกร่างหลบดาบเพลิงออกด้านข้าง  ระเบิดเพลิงอันแสนน่ารำคาญคำรามที่ข้างหู  สร้างแรงอัดให้เขาแทบซวนเซ  แต่เขาไม่ยอมไปตามแรงมันง่าย ๆ  ยันเท้าตั้งเอาไว้  ซ้อมดาบพลังเวทแล้วกำมันด้วยสองมือแน่น  ทะลึ่งตาที่ทอแสงประกายสีแดงไปยังเจ้าบอสฮีทอสในระยะประชิด  ก่อนจะส่งดาบฟาดไปที่ลำตัวของมันสุดแรง

            ฉัวะ!!

            คราวนี้ผลการโจมตีไม่เหมือนกับที่แล้ว ๆ มา  เจ้าฮีทอสตั้งตัวไว้ไม่อยู่ถูกซัดเท้าลากพื้นไปหลายเมตร  ร่างเพลิงในรูปเกราะอัศวินแหว่งหายไปเป็นรอยลึกและฟื้นฟูสภาพไม่ได้ในทันทีเช่นปกติ  ดวงตาอันว่างเปล่าที่มีเพียงแสงไฟของมันเบิกกว้างขึ้นคล้ายจะตกใจกับความเสียหายที่ได้รับมา  จากการปะทะครั้งก่อนมันก็นึกว่าศัตรูของมันจะมีพลังไม่พอจะทำอะไรมันได้  แต่มันคิดผิด  เพราะวัชระยังไม่ได้ใส่แรงเต็มที่!

            ฉับพลัน  ร่างสูงของชายหนุ่มก็เข้ามาประชิดตัวบอสร้ายอย่างรวดเร็ว  กำปั้นประจุสายฟ้าง้างหลังเต็มอัตรา  จากนั้นก็ซัดตรงเข้าใส่กลางอกศัตรู

            เปรี้ยง!!!

            เป็นอีกครั้งที่ฮีทอส ไนท์ การ์เดี้ยนถูกซัดเสียปลิวกระเด็น  มันลอยตามแรงไปไกลถึงอีกฝั่งหนึ่งของห้อง  ผนังกำแพงเป็นต่างที่เบรกที่หยุดร่างมันไว้ไม่ให้กระเด็นไปไกลกว่านั้น  วัชระเหยียดยิ้มเหี้ยมมองมันพร้อมกับประกายตาคมกล้าซึ่งดูน่ากลัวสุดขีด  ขนาดลมที่มองดูการต่อสู้ของสองสัตว์ประหลาดที่ซัดกันปลิวกระจายไปมาอยู่ไกล ๆ ก็ยังอดหนาวไม่ได้ที่เห็น

            “ท่าทางบอสตัวนี้จะทำให้นายท่านไฟติดซะแล้วนะคะเนี่ย  ถึงได้มีสีหน้าแบบนั้น”  เร็ทสึยิ้มบาง ๆ เอ่ยขึ้นมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย

            “หมายความว่ายังไงครับที่ว่าเพิ่งไฟติด  อย่าบอกนะครับว่านี่มันยังไม่เอาจริงอีกน่ะ” 

            “ไม่หรอกค่ะ  เมื่อครู่ก็แค่อุ่นเครื่องเท่านั้น  ที่สุดของเขาไม่ใช่แค่นี้หรอก”

            มันยังเก่งกว่านี้อีกเหรอครับท่าน!?’

            ลมหน้าเจื่อนไปทันควัน  เห็นฉากบู๊ติดพันที่ฟันใส่กันปานพายุเมื่อกี้เขาก็นึกว่าเจ้าวัชมันจะเอาจริงแล้วซะอีก  หลังจากที่สู้แบบเฉื่อย ๆ (สำหรับมัน) มาได้ตั้งพักใหญ่  แต่นั่นกลับเพิ่งเป็นแค่การอุ่นเครื่องไปเสียชิบ  งั้นเขาก็คิดถูกแล้วล่ะที่ถอยออกมา  ไม่รั้นจะช่วยมันสู้  เพราะถ้ามันฝีมือขนาดนี้เขาก็ไม่รู้จะช่วยอะไรมันดีแล้วเหมือนกัน

            จะว่าไปจริง ๆ เขาก็น่าจะเดาฝีมือของมันจากในวิดีโอตอนสู้กับมนุษย์หมาป่าที่เมืองอาเทียร์ได้อยู่แล้วว่ามันเก่งบรรลัยเพียงใด

            ...ก็เล่นถล่มเมืองเสียวายวอดได้ขนาดนั้น!

            “หึหึหึ...ฮ่ะฮ่ะฮ่า”

            อีกด้านวัชระก็กำลังส่งเสียงหัวเราะเย็น ๆ อย่างรื่นรมย์

            พละกำลังระดับนี้  พอ ๆ กับเจ้านั่นเลย  ไม่สิ  เหนือกว่าซะอีก...

            ...เหนือกว่าเจ้ามนุษย์หมาป่าพันธุ์อสูร โดราจนั่น

            จากการรับการโจมตีของเจ้าบอสฮีทอสไปเต็ม ๆ แล้วครั้งหนึ่ง  เขาก็จึงประเมินออกไปมาได้  แม้เท่าที่ดูในด้านความว่องไวมันเทียบชั้นเจ้ามนุษย์หมาป่านั่นไม่ติด  แต่ถ้าวัดแค่พลังโจมตีเพียว ๆ มันน่าจะเหนือกว่าอยู่ขั้นหนึ่ง  ส่วนพลังป้องกันและความอึดนี่น่าจะสูสี  ดูได้จากที่มันโดนเขาฟันไปหลายดอกแล้วก็ยังเฉยได้เหมือนไอ้หมานุษย์นั่นเลย

            ที่ว่ามานี่ฟังแล้วคงดูท่าไม่ดี  ทว่ากับวัชระมันช่างน่ายินดียิ่ง  ความสามารถที่ต่ำเกินคาดของพวกฮีทอสระดับลูกสมุนทำให้เขาผิดหวังมากเกี่ยวกับเรื่องความแข็งแกร่งของมอนสเตอร์ในทวีปใหญ่  ตอนเจอเจ้าบอสฮีทอสที่ยังอยู่ในร่างแรกความรู้สึกก็ไม่ได้ต่างออกไป  ตอนนั้นมันยังเรียกได้ว่า อ่อนแอ ทีเดียวสำหรับเขา  เลยสู้แบบทีเล่นทีจริงโดยแบ่งบทบาทให้ลมช่วยสู้ไปด้วยเพื่อแก้เซ็ง

            หากพอมันเปลี่ยนเป็น  Special Form  แล้วเขาสัมผัสได้ถึงความแตกต่าง  เพียงฟาดดาบประกันครั้งแรก  เลือดในกายร้อนระอุขึ้นมาราวกับรับรู้ได้ถึงศัตรูที่แข็งแกร่ง  เขาตื่นเต้น  แบบนี้แหละถึงจะค่อยคุ้มกับที่อุตสาห์ฝ่าดันเจี้ยนลงมาถึงตรงนี้หน่อย  ถ้ามันกระจอกเขาก็คงเบื่อแย่  จะจัดการภารกิจเลื่อนคลาสทั้งที  บอสคลาส  2  ที่เป็นเป้าหมายก็ต้อง...

            “ให้มันได้อย่างงี้เซ่!” 

            วัชระจ้องนัยน์ตาวาว ๆ ของตนไปยังเจ้าบอสฮีทอส  ก่อนที่จะสับเท้าพุ่งออกไปโดยไม่คลายซึ่งรอยยิ้ม  ด้านฮีทอส ไนท์ การ์เดี้ยน  เมื่อมันเห็นวัชระตรงเข้ามามันก็รีบผละตัวออกจากกำแพง  ทะยานสวนเข้าไปแล้วเหวี่ยงดาบไปรับหน้า 

            ชายหนุ่มหาได้เกรงกลัวคมดาบที่แหวกผ่านอากาศเข้ามานั้นไม่  เขาเพียงใช้การเบี่ยงตัวเล็กน้อยเพื่อหลบดาบให้พ้นไปตัวแค่คืบ  ถลาผ่านร่างของบอสฮีทอสไปพร้อมกับถวายดาบเข้าให้ที่กลางลำตัว  ต่อด้วยกระแทกเท้าหยุดร่างไว้ที่พื้นที่ด้านหลังของมัน  จากนั้นก็หมุนตัวกลับมาหวดดาบใส่กลางหลังมันไปเต็ม ๆ  ซัดบอสมนุษย์เพลิงซะกระเด็นหลังเอน

            ครืด!!

            น่าเสียดายที่มันดันอึดเสมอต้นเสมอปลาย  สามารถเอาดาบราลงไปกับพื้นเพื่อต้านแรงกระแทกได้  ทิ้งเท้าลงจากอากาศแล้วเหวี่ยงร่างหันหน้ากลับมาหาวัชระ  ตวัดดาบลากพื้นเสยฟันขึ้น  ส่งลูกไฟขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเกือบ  4  เมตรตรงไปให้  แต่ก็ถูกวัชระวิ่งกระโดดข้ามหลบลูกไฟนั่นมาได้โดยไม่เป็นปัญหา  ซ้ำยังตวัดดาบโจมตีกลับมาด้วย

            เขี้ยวกระแสวารี!

            คลื่นสายน้ำรูปจันทร์เสี้ยวถูกพุ่งไปที่เจ้าบอสฮีทอสเป็นเส้นตรง  เชื่อเลยว่าหากเป็นตอนยังอยู่ร่างเดิมมันคงพยายามหลบการโจมตีนี้ให้วุ่น  กระนั้นก็ไม่ใช่กับตัวมันในร่างพิเศษนี้  มันไม่หลีกหนีและหวดดาบเพลิงในมือฟันปะทะใส่  ทำให้คลื่นสายน้ำระเหยกลายเป็นไอไปในอากาศเสียดื้อ ๆ

            โห  ไฟแรงขนาดทำให้เขี้ยวกระแสวารีระเหยกลายเป็นไอได้เลยเหรอเนี่ย

            วัชระคิดอย่างนั้นแต่ก็ยังยิ้มอยู่  ร่างของเขาเหินลงมาบนพื้นอย่างนิ่มนวล  ในขณะที่ลูกไฟที่พุ่งผ่านไปด้านหลังนั้นระเบิดตูมใส่กำแพง  ก่อให้เกิดแสง  ความร้อน  และแรงอัดอากาศ  พุ่งมากระแทกใส่แผ่นหลังของเขา  จังหวะนี้เองเขาก็ไม่ฝืนตัว  ถีบเท้าออกตัวตามแรงกระแทกที่เป็นดั่งแรงส่ง  มุ่งเข้าไปฮีทอส ไนท์ การ์เดี้ยนด้วยความเร็วสูง  กระโจนตัว  จรดดาบสูงเหนือหัว  ห่มคลุมคมดาบด้วยกระแสน้ำ  ก่อนจะฟาดฟันลงไป

            แหวกม่านวารี!

            เป็นอีกครั้งที่เจ้าบอสฮีทอสไม่หลีกหนีการโจมตีธาตุน้ำ  มันฟาดฟันดาบเข้าต้าน

            ตูม!!!

            พริบตาที่ดาบทั้งสองต้องสัมผัสก็เกิดการระเบิดขึ้นทันควัน  กระแสน้ำที่คลุมดาบของวัชระไว้เป็นฝ่ายปราชัยถูกเปลวเพลิงร้อนเผาผลาญจนระเหยเป็นไอไปไม่มีเหลือ  ชายหนุ่มถูกพลังที่เหนือกว่าซัดจนกระเด็นกลับหลังไปร่วมครึ่งสิบเมตร  ส่วนเจ้าบอสฮีทอสแค่เซถอยหลัง  2 - 3  ก้าว

            “ตอนนี้พลังธาตุน้ำของเราจะสู้ไฟมันไม่ไหวจริง ๆ ด้วยแฮะ”

            คนที่ถูกส่งกระเด็นกลับมาทางเก่าวิเคราะห์เหตุอย่างใจเย็นยิ่ง  น้ำเสียงไม่เปลี่ยนเลยสักนิด  เขารีบตั้งหลักแล้ววิ่งตีวงโค้งกลับไปหาเจ้าบอสฮีทอสใหม่  ฉับพลันดาบของเขาก็ลุกไหม้ไปด้วยเปลวไฟ

            งั้นต่อไปดูสิว่าไฟเจอไฟมันจะเป็นยังไง!’

            ผ่าเปลวอัคนี!!

            ดาบเพลิงถูกวาดวิถีเป็นรูปโค้งเข้าไป  พร้อมกับเจ้าบอสฮีทอสที่ไม่เปลี่ยนแปลงวิธีการ  อาศัยแข็งชนแข็งฟันดาบสวนดวลพลัง

            ตูม!!!!!

            เมื่อไฟเจอไฟย่อมได้อะไรที่แรงกว่า  ระเบิดงวดนี้แรงซะจนต่างฝ่ายต่างก็ยันตัวไว้ไม่อยู่  กระเด็นแยกกันออกไปทั้งคู่ในระยะที่พอ ๆ กัน  ผิดกันตรงที่วัชระไม่เว้นช่วงการโจมตี  ใช้ความสามารถควบคุมสมดุลร่างกายไม่ให้เสียระหว่างที่เท้าลอยอยู่บนกลางอากาศ  จากนั้นก็กวัดแกว่งดาบออกไปทางเจ้าฮีทอส ไนท์ การ์เดี้ยน 

            เขี้ยวคมวายุ!!

            เจ้าแห่งเหล่าฮีทอสเป็นอันต้องสะดุ้งที่อีกฝ่ายโจมตีมาแบบไม่ให้ตั้งตัว  มันเร่งยันเท้ากับพื้น  ยกดาบขึ้นรับคลื่นสายลมนั้นไว้  แต่ด้วยแรงผลักดันจากการปะทะครั้งก่อนผสมกับพลังของคลื่นสายลมในครานี้  มันก็ต้องถูกอัดเท้ารู่พื้นเป็นเส้นทางเปลวไฟไปก่อนเสียไกลถึงจะสามารถกระแทกคลื่นสายลมกลับให้สลายหายไปได้  ไม่วาย  ยังไม่ทันได้หยุดพัก  วัชระก็ทะยานร่างขึ้นไปอยู่สูงทางด้านบนหัวของมันแล้วฟาดฟันการโจมตีต่อมาลงมาโดยไม่รอรี       

            เขี้ยวประกายอัสนี!!!

            เปรี้ยง!!!

            ดั่งอสนีบาตที่ผ่าฟาดลงมา  คลื่นสายฟ้ากดทับใส่เจ้าบอสฮีทอสที่ยกดาบขึ้นป้องกันจนมันเข่าทรุดลงติดพื้น  เมื่อต้านการโจมตีได้จนสิ้นสุด  มันก็พลันลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธเกรี้ยวแล้วง้างดาบปักลงพื้นเสียงก้อง  ก่อนที่ตรงพื้นที่ถูกดาบของมันปักไว้จะมีสายเปลวไฟที่เป็นเส้นยาว ๆ นับสิบเส้นพวยพุ่งออกมา  และระดมกันตวัดเข้าไปหาวัชระที่ยังลอยตัวอยู่กลางอากาศราวกับแส้

            “โว้ว!”  วัชระที่ถูกโจมตีอุทานเบา ๆ ด้วยอาการตกใจนิด ๆ

            “เฮ้ย ๆ!  ไอ้วัชระวังนะโว้ย!!”  ขณะที่ลมซึ่งดูการโจมตีนั้นถึงกับตะโกนเสียงดังเมื่อเห็นการโจมตีที่ดูแล้วอันตราย

            “เอ้า  ฮึบ!

            วัชระออกเสียงฮึดสั้น ๆ แล้วก็วาดดาบเข้าปัดแส้เพลิงเส้นแรกที่พุ่งเข้ามาออกไป  หากแรงปะทะก็ทำให้เขากระเด็นไปทางหนึ่ง  ซึ่งเขาก็ไม่แยแสอะไร  ทั้งหมุนทั้งตีลังกาตวัดดาบปัดแส้นู้นเส้นนี้ที่ฟาดเขามาไปให้พ้นตัว  แถมยังไม่ได้แค่ปัดเฉย ๆ  เขายังอาศัยแรงกระแทกที่ได้จากแส้เพลิงแต่ละเส้น  ดีดตัวเองไปมาเพื่อลงมาหาเจ้าบอสฮีทอสได้อีกต่างหาก

            “Say...Hi!

            นายคนสวมหน้ากากออกปากสปีคอิงลิชเสียงร่า  พุ่งผ่านร่างไฟของศัตรูไปทางด้านหลังพร้อมกับดาบที่วาดหวดเข้าให้ที่คอ  ฮีทอส ไนท์ การ์เดี้ยนสะท้านนิด ๆ แล้วก็โต้กลับเขาด้วยการสั่งให้แส้เพลิงทั้งหมดหวดเข้าใส่เป็นเป้าหมายเดียว  ทว่าเขาก็แค่ยิ้มแล้วกระซิบว่า

            อัสนีกัมปนาท...

            สายฟ้าพลังร้ายแรงปะทุออกจากร่างของวัชระพร้อมเสียงกัมปนาทที่สมชื่อทักษะ  มันทำให้แส้เพลิงทั้งหมดที่หวดเข้ามาหาสลายหายไป  อีกทั้งยังกระทบถึงเจ้าบอสฮีทอสที่อยู่ไม่ไกล  ส่งให้มันกระเด็นหน้าคะมำกลิ้งไปกับพื้นหลายตลบ  มันรีบดีดตัวลุกขึ้นยืน  แล้วก็ต้องตะลึงเมื่อเห็นว่าวัชระเข้ามาประชิดถึงตรงหน้ามันแล้ว

            ไร้สำเสียงใด ๆ  ครั้งนี้ดาบของวัชระพุ่งเข้ามาแบบไม่บอกไม่กล่าว  ฟาดฟันร่างของบอสฮีทอสไปเป็นชุด  สับเละชนิดที่กว่ามันจะตั้งตัวก็โดนฟันไปแล้วเป็นสิบ  ถ้ามันมีร่างเป็นร่างเนื้อคงได้ไปเยี่ยมยมบาลแล้วซักสองสามรอบ  ดีที่ว่าเป็นร่างกึ่งพลังงานเลยยังยืนต้านการโจมตีตวัดดาบฟันโต้ตอบกลับได้

            ทว่าก็ไม่ได้กินวัชระอีกตามเคย  ดาบของมันถูกวัชระหลบได้อย่างหมดจด  มันจะฟันเข้าไปกี่ดาบเขาก็หลบได้  แถมยังฟันคืนมันได้จะ ๆ ตลอด  แทบไม่ต่างจากครั้งก่อนเลย  ต่างกันนิด ๆ ที่เขาไม่ได้เอี่ยวตัวหลบไปหลบมาอยู่แต่ที่ทางด้านหน้าของมัน  หากกลับเคลื่อนไหวอย่างน่าปวดหัว  หลบวนไปรอบตัวมันซะจนต้องหันซ้ายหันขวาฟันตามเสียอุตลุด  ทว่าอย่างไรก็ไม่อาจแเตะต้องตัวเขาได้

            ความสามารถที่ทำให้เกิดระเบิดทุกครั้งที่ฟันของเจ้าบอสฮีทอสเป็นปัญหาที่ทำให้วัชระเลี่ยงที่จะปะทะกับมันตรง ๆ ในเวลาที่สัประยุทธ์ด้วยเพราะมันจะกระทบให้เขาเสียจังหวะการโจมตี  ดังนั้นเขาจึงเลือกแค่หลบ  หลบ  แล้วก็โจมตีสวน  จริง ๆ จะหวดทักษะหรือซัดเวทหนักใส่มันให้กระจายวายวอดเลยก็ได้  แต่แบบนั้นมันเปลืองพลังไปนิด  ที่สำคัญเลยคือมันไม่มันส์เท่าการฟันแหลก

            เจ้าบอสฮีทอสพยายามไล่ฟันเขาให้โดนอยู่พักใหญ่  กระทั่งถูกเขาเอี่ยวตัวหลบดาบที่ฟันผ่าลงแล้วตวัดดาบสวนกลับเป็นรูปดอกจันใส่มันไป  4  ดาบ  มันก็เหมือนกับหมดความอดทน  คำราม  แล้วฟาดดาบลงพื้นเต็มแรง  ก่อให้เกิดระเบิดอย่างรุนแรงขึ้น  เปลวเพลิงแผ่พุ่งออกมา  น่าเสียดายที่มันหาได้โดนตัววัชระไม่  เขาไวกว่าและใช้ย่นระยะออกมาอยู่ในระยะปลอดภัยได้โดยไม่ลำบาก  ทั้งยังยกมือขึ้นชี้นิ้วมาทางมัน  รวบรวมพลังสายฟ้าบีบอัดไว้ที่ปลายนิ้วเป็นลูกเล็ก  เสร็จแล้วก็...

            “เปรี้ยง!

            ว่าจบวัชระก็ยิงก้อนพลังสายฟ้าลูกจิ๋วที่พลังไม่เข้ากับขนาดออกไป  มันพุ่งตรงใส่บอสมนุษย์เพลิงด้วยความเร็วยิ่งกว่าลูกศร  และระเบิดเปรี้ยงใส่มันจนปลิวหวือไปชนกำแพง

            “แกช้าไปนิดนะพวก”  วัชระว่า

            “มันกินขาดเลยฟะ”  ลมดูการต่อสู้ไปพลางก็กล่าว  ศึกตัว ๆ ของบอสกับเพื่อนของเขานี่มันมันส์หยดยังกับในหนังแฟนตาซีเลยให้ตายสิผับผ่า  เคลื่อนไหวเร็ว ๆ อย่างนั้นกันเข้าไปได้ยังไง  เคยเห็นไอ้การต่อสู้ประมาณในวีดีโอมาก็ตั้งบ่อย  แต่พอเห็นของจริงแล้วนี่มันน่าตื่นตาตื่นใจกว่ากันเยอะเลย

            โอ้วววว!!!!!!

            เจ้าบอสฮีทอสก็คำรามก้อง  มันจ้องมองวัชระด้วยตาที่มีไฟลุกพรึบแสดงถึงอาการโกรธสุดขีด  ก่อนที่ดาบเพลิงของมันจะลุกโหมขึ้นมาแรงกว่าเดิมเป็นเท่าตัว  มันคว้ามือทั้งสองลงไปที่ดาบแล้วกระชากมือทั้งสองแยกออกจากกัน  ฟู่ว!!  เปลวเพลิงประทุขึ้นชั่วพริบ  ปรากฏดาบเครมอร์เพลิง  2  เล่มที่มีรูปร่างเหมือนกันอยู่ในมือทั้งคู่ของบอสฮีทอส

            วัชระเลิกคิ้วสูง  เพราะเวลาเดียวกันพลังของมันก็เพิ่มสูงขึ้น  เจ้าแห่งมนุษย์เพลิงยกดาบเพลิงทั้งสองของมันขึ้นสูง  แสงเพลิงจากใบดาบส่องสว่างจ้าเป็นสีแดงแสบตา  ซ้ำยังร้อนซะยังกับแสงแดดยามเที่ยงของวันที่ร้อนบัดซบ

            ...นี่เป็นลางไม่ดีอย่างแรง

            “ซวยล่ะ”

            สิ้นคำของเขาลงเท่านั้น  ฮีทอส ไนท์ การ์เดี้ยนก็ฟาดดาบเพลิงคู่ในมือไขว้กันเป็นรูปกากบาท  สิ่งที่ปรากฏออกมาคือสายเปลวไฟขนาดใหญ่ที่พวยพุ่งแผ่ขยาย  มันมีรัศมีการโจมตีกว้างซะจนไม่มีที่ให้หลบได้เลยในห้องอับเช่นนี้  ทางเดียวที่จะรับมือคือการป้องกัน

            วัชระกระแทกฝ่ามือออกไป  สร้างม่านพลังเวทขึ้นมาการ์ดไว้ด้านหน้า  แต่เพียงเปลวเพลิงมุ่งมาถึง  ม่านพลังนั้นก็แตกร้าวเสียหาย  รับการโจมตีได้ไม่ถึง  3  วิฯ มันก็แหลกกระจุยไม่เหลือซาก  กระนั้นมันก็ถ่วงเวลาให้วัชระได้มากพอที่จะประจุพลังสายฟ้าจำนวนมากลงไปในดาบ  แล้วฟาดฟันต้านเพลิงร้ายของเจ้าบอสฮีทอสกลับไป    

            สะบั้นอัสนี!!!

            เปรี้ยง!!!

            อีกด้าน  ลมที่อยู่ในม่านพลังกับเร็ทสึก็ถึงกับผวา  เนื่องจากพวกเขาเองก็อยู่ในวิถีการโจมตีของเจ้าบอสฮีทอสเช่นกัน  สายเปลวเพลิงพุ่งเข้ามาหาพวกเขาด้วยอย่างรวดเร็ว  เร็ทสึจึงเร่งขยับริมฝีปากขับร่ายเวทออกมาแข่งกับเวลา  สร้างวงเวทป้องกันที่ซ้อนกันอย่างน้อย  3  วงหลายต่อชุดขึ้นมาตั้งป้อมรอรับการโจมตีไว้

            ฟู่วววว!!!!!!

            เสียงเปลวไฟกรอกเข้ามาในโสตประสาท  สายเพลิงอันตรายที่พวยพุ่งเข้ามากระแทกตูมใส่ชุดวงเวทป้องกันของเร็ทสึ  มันทำให้ชุดวงเวทที่ซ้อนกันหลาย ๆ ชั้นนั้นแตกกระจายไปเป็นจำนวนหลายวง  หากก็ทำลายได้ทั้งหมด  เหล่าวงเวทยังป้องกันมันไว้ได้  อย่างไรก็ตาม  วินาทีที่เพลิงโหมเข้ามานี่มันช่างชวนให้ลมเสียวไส้แทบบ้า  เวลาผ่านไปหลายวินาที  และสุดท้ายเปลวเพลิงมหาประลัยก็หมดพลังไปโดยไม่อาจกล้ำกลายเข้ามาทำร้ายวิญญาณภูตสาวและสหายของเจ้านายของเธอได้เลย

            “สุดยอด”  ลมล่ะทึ่งกับความสามารถในการป้องกันของเร็ทสึ  เขาคิดว่าเวทสนับสนุนกับเวทฟื้นฟูของเธอนี่ก็เยี่ยมแล้ว  แต่เวทป้องกันของเธอนี่สิที่เยี่ยมกว่า  ถึงได้สามารถรับการโจมตีอันแสนรุนแรงนี้ของเจ้าบอสฮีทอสไว้ได้  ดูท่าเธอจะมีซ่อนไว้อีกหลายอย่างเลยเชียว

            กระทั่งลมนึกถึงวัชระขึ้นมาได้เขาก็ยกเรื่องของเร็ทสึไปเก็บไว้  แล้วหันไปมองหาวัชระแทนว่ายังอยู่ดีรึเปล่า  ในเมื่อต้องเผชิญกับเปลวเพลิงมหาประลัยเข้าแบบนี้  ซึ่งกวาดตาหาแค่ครั้งเดียวเขาก็เจอ  เจ้าเกลอร่างสูงยืนอยู่ในตำแหน่งเดิมไม่ได้เขยื้อนไปไหน  หมอนั่นอยู่ในสภาพที่เรียกได้ว่าไม่ค่อยดีเท่าไหร่  ดาบพลังเวทที่เคยอยู่ในมืออันตรธานหายไป  คาดว่าน่าจะถูกทำลาย  เสื้อผ้าดูโทรมด้วยถูกเปลวไฟเผาไหม้หลายจุด  โดยเฉพาะเสื้อคลุมที่ตอนนี้กำลังติดไฟอยู่ที่แถว ๆ ชายเสื้อ  ตรงแขนเสื้อข้างขวาถูกเผาผลาญจนหายไปถึงบริเวณหัวไหล่  เปิดให้เห็นท่อนแขนและมือที่ถูกลวกเป็นรอยพองแดง  และตรงใบหน้าของเขา  หน้ากากสีขาวที่เคยสวมอยู่ก็ถูกทำลายไปเป็นที่เรียบร้อย

            “อืม...ถึงจะเป็นแค่แผลไฟลวก  แต่พอมีระดับความเจ็บปวดสมจริงนี่ก็ใช่ย่อยแฮะ” 

            วัชระซึ่งถูกเล่นเสียเยินบ่นออกมาพลางก็ยิ้มเหยเกเล็กน้อย  เขาถอดเสื้อคลุมตกอยู่ที่สภาพไม่น่าใส่ซ้ำยังติดไฟออกจากตัว  ใช้เวทน้ำดับไฟบนเสื้อแล้วก็เก็บมันเขากระเป๋าไป  ว่าจะใช้เวทฟื้นฟูวัตถุซ่อมแซมมันอีกทีหลังจากนี้  ส่วนตอนนี้ต้องหันไปมองทางเจ้าบอสฮีทอสก่อน

            ซึ่งขณะนี้  เจ้าฮีทอส ไนท์ การ์เดี้ยนก็กำลังอยู่ในสภาวะอึ้ง...อึ้งที่วัชระรอดจากการโจมตีของมันมาได้  เพราะการโจมตีเมื่อครู่เป็นการโจมตีที่รุนแรงที่สุดของมันแล้ว  แต่ศัตรูของมันก็ยังไม่พ่าย  ซ้ำยังยืนหยัดได้โดยไม่อ่อนแรงเลยอีกต่างหาก

            “ขนาดใช้สะบั้นอัสนีแบบเต็มกำลังก็ยังป้องกันไว้ได้ไม่หมด  การโจมตีเมื่อกี้ของแกนี่แรงสะใจดีเป็นบ้าเลยว่ะ”  วัชระว่ากับมัน  เขายกมือข้างขวาที่เคยมีดาบพลังเวทอยู่ในครอบครองขึ้นมา  ยิ้มบาง ๆ ก่อนจะเสริมสั้น ๆ ว่า  “แถมยังทำดาบฉันแหลกไปทั้งเล่ม  ...อา  หน้ากากก็ไม่เหลือด้วยนี่นะ”  เขาเพิ่งนึกขึ้นได้

            สบจังหวะนี้เขาก็เหลือบตาไปเห็นว่าผ้าที่เคยคลุมดาบปักษาสวรรค์ไว้ถูกเปลวเผาจนหายไปบางส่วน  ด้ามจับที่พันด้วยไหมสีน้ำเงินเข้มจึงโผล่ออกมาจากรูไหม้  พอดีเลย  วัชระคิดแล้วก็เอื้อมมือเข้าจับด้ามจับของปักษาสวรรค์ไว้  พลางก็เปรยออกไป

            “น่าเสียดายนะที่แกยังเก่งสู้เจ้าโดราจไม่ได้  ฮีทอส ไนท์ การ์เดี้ยน  แกเลยทำให้ฉันเร้าใจได้ไม่มากเท่าไหร่”  วัชระถอนหายใจ  “ไหนจะเวลาในตอนนี้อีก  เห็นทีฉันจะเสียเวลากับแกมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว  เหลือเวลาออนไลน์น้อยเต็มที  ต้องไปหาห้องลับต่ออีกซะด้วย...”

            ครีด~

            วัชระค่อย ๆ ชักดาบคาตานะคู่กายออกจากฝัก  เปลือยคมดาบสีขาวประกายทองสวยงามออกมาชมโลก

            “เพราะงั้นก็มาจบเรื่องกันเลยดีกว่า  เสียเวลามามากแล้ว”

            เช้ง!

            ปลายดาบของปักษาสวรรค์หลุดออกจากฝัง  เสียงกังวานดังชัดหู  ชายหนุ่มกระชับดาบในมือ  จ้องมองศัตรูด้อยรอยยิ้มชั่วครู่  และ...

            หายไป...

            ฮีทอส ไนท์ การ์เดี้ยน พลันสัมผัสได้ถึงอันตรายจากทางด้านหลัง  มันรีบตวัดดาบในมือข้างหนึ่งฟันกลับไปโดยไม่มอง  ฉับ!  ผลที่ได้เป็นเสียงอันเฉียบขาด  หากไม่ใช่เสียงดาบของมันเชือดเฉือนศัตรู  แต่เป็นดาบของศัตรูที่ฟาดฟันแขนของมันจนหลุดกระเด็น  มันรีบหันมองไปเร็วไว

            ผู้ที่อยู่เบื้องหลังของมันไม่ใช่ใครอื่น  เขาคือวัชระที่ยืนถือปักษาสรรค์ในท่าออกดาบฟันไปแล้วเสร็จสรรพ  จึงไม่ต้องถามว่าใครเป็นคนตัดแขนของมัน  เจ้าแห่งเหล่าฮีทอสตาวาวอาศัยดาบและแขนที่เหลือเพียงหนึ่งกระหน่ำจู่โจมใส่วัชระอย่างหักโหม  วัชระไม่ตระหนกก้าวเท้าหลบและปัดป่ายการโจมตี  เลี่ยงการปะทะตรง ๆ เพื่อไม่ให้เกิดการระเบิดได้สบาย ๆ  มันมีสองแขนควงดาบซะคล่องเขายังหลบได้  แล้วพอมันเหลือแขนเดียวแบบนี้จะไปเหลืออะไร

            การจะหาช่องว่างการโจมตีจากเจ้าบอสฮีทอสในตอนนี้มันง่ายดายจนไม่อยากจะเอ่ย  จากเดิมที่ก็มีเยอะแล้วทีนี้กลับมีช่องโผล่มาให้เขาได้เลือกโจมตีแทบไม่หวาดไม่ไหว  เขาก็เลยเลือกสวิงดาบไปที่กลางอกมันเต็มเหนี่ยว  ส่งให้ร่างเพลิงกระเด็นตามแรง  จากนั้นก็ควบเท้าพุ่งถลาสุดแรงเหยียด  อ้อมไปดักทางมันไว้  แล้วงัดเท้าเตะอัดมันให้ลอยโด่งขึ้นไปกระแทกเพดาน  รอให้ตัวมันสะท้อนกลับลงมาอยู่ในระดับความสูงที่ต้องการก่อนจะกระโจนเหินขึ้นไปหวดคอมโบ้มันให้ปลิวลิ่ว  ชนโครมกับกำแพง

            ยังไม่จบ  เขี้ยวกระแสวารีและเขี้ยวคมวายุอีกอย่างละดอกถูกส่งไปบวกสัมทับไม่ปล่อยโอกาสให้มันตั้งตัว  งานนี้บอสฮีทอสไม่พ้นอ่วมอรทัยยืนพิงกำแพงอย่างอ่อนกำลัง  ร่องรอยความเสียหายบนร่างเพลิงของมันรุนแรงไม่อาจฟื้นฟู  วัชระร่อนตัวลงมาเหยียบพื้นได้ก็เร่งกางขาออกเพิ่มสมดุลร่างกาย  ยกดาบคาตานะเล่มสวยขึ้นง้างหลังเป็นท่าร่างพร้อมพุ่งแทง  เตรียมจะจู่โจมพิฆาต

            “เอาล่ะ  หวังว่าแกจะมีพลังวิญญาณอยู่ในตัวเยอะนะ  เจ้ามนุษย์ไฟ”

            ศาสตราวิญญาณเช่นปักษาสวรรค์ต้องการพลังวิญญาณจากการสังหารศัตรูเพื่อพัฒนา  วัชระก็เลยอยากให้เหยื่อตัวนี้เป็นดั่งเนื้อชิ้นใหญ่ที่คุ้มค่ากับตำแหน่งบอสของมันซะหน่อย

            “เจอนี่เลยพวก!

            วัชระพึมพำพลางก็เร่งเร้าพลังธาตุสายฟ้า  อัดมันลงไปรวมไว้แถว ๆ ปลายคมดาบ  ทำให้ปักษาสวรรค์ลั่นประกายสายฟ้าจากปลายดาบไปจรดถึงโคนสำแดงฤทธา  นัยน์ตาสีน้ำตาลคู่คมล็อกเป้าเจ้าบอสฮีทอสไว้เป็นมั่นเหมาะ  ...เตรียมตัวพร้อมแล้วก็ไม่รอช้า  ถีบเท้าแรงแทบเหินปราดไปหาเป้าหมายแล้วพุ่งดาบอาบสายฟ้าแทงออกสุดแขน

            ศัสตราอสนี้!

            ความเร็วในการจู่โจมผนวกกับสภาพของเจ้าฮีทอส ไนท์ การ์เดี้ยนในยามนี้  โอกาสหลบเลี่ยงการโจมตีที่ได้จึงมีผลลัพธ์ออกมาเป็น  0  จ้าวแห่งเหล่าฮีทอสถูกดาบอาบอัสนีแทงทะลวงกลางอกจนมิดด้าม  เสียบมันอัดเปรี้ยงเข้าไปกับกำแพงด้านหลัง  บอสฮีทอสเบิกตากว้าง  ก่อนที่สายฟ้าในดาบจะระเบิดลั่นปลดปล่อยพลัง  ฉีกร่างเพลิงของมันซะแหลกกระจายกลายเป็นอณูพลังธาตุไฟลอยฟุ้งไปในอากาศธาตุ! 

            ทิ้งหลักฐานการมีตัวตนไว้เพียงไอเทมหลายชิ้นที่ดรอปหล่น 

            ...การลงมือสุดกำลังในการโจมตีชุดสุดท้ายของวัชระช่างเฉียบขาด  กำราบศัตรูเสียสิ้นลายได้ในเวลาอันสั้น!!!

            เสียงประกาศค่าประสบการณ์จำนวนมหาศาลจากโบนัสความต่างของระดับดังขึ้นในหัวของวัชระ  ก่อนที่จะมีเสียง  AI  ของระบบดังแจ้งข้อความขึ้นมาอีกเป็นพรวน

 

            “ผู้เล่น วัชระ สำเร็จภารกิจเลื่อนคลาส  2  ได้รับการปลดลิมิตคลาส  1  เลื่อนระดับขึ้นเป็นคลาส  2  ระดับ  1

            “จากค่าประสบการณ์สะสม  ผู้เล่น วัชระ ระดับเลื่อนขึ้นเป็น คลาส  2  ระดับ  14

          “ค่าสถานะสะสมทั้งหมดถูกปลดปล่อย  ค่าสถานะของท่านเพิ่มขึ้น”

          “ทักษะควบคุมธาตุน้ำของท่านเลื่อนระดับขึ้นเป็น  ระดับ  35

          “ทักษะควบคุมธาตุลมของท่านเลื่อนระดับขึ้นเป็น  ระดับ  41

          “ทักษะควบคุมธาตุสายฟ้าของท่านเลื่อนระดับขึ้นเป็น  ระดับ  58

 

            “โหะ!  แจ๋ว” 

            ค่าประสบการมาเพียบ  เลื่อนคลาสปั๊บระดับก็ขึ้นมาเป็น  14  เลย  ทักษะควบคุมธาตุสายฟ้าที่ไม่คืบหน้ามาตั้งนานก็ได้ฤกษ์เลื่อนระดับสักที  การต่อสู้ครั้งนี้ก็มีผลพลอยได้หลายอย่างจริง ๆ

            วัชระยิ้มกริ่มที่การต่อสู้นี้ให้ประโยชน์แก่เขามากกว่าที่คาดไว้มาก  เขาลองเปิดหน้าต่างค่าสถานะขึ้นมาดู  ค่าตัวเลขที่แสดงอยู่บนหน้าจอโฮโลแกรมนั้นเปลี่ยนไปเป็นคนละเรื่อง  ค่าพลังพลังชีวิตกับพลังเวทเพิ่มขึ้นมาเฉียด ๆ จะเป็น  2  เท่า  ค่า Stats เด้งขึ้นไปกว่า  80  หน่วยแทบทุกอย่าง  ยกเว้นค่า  LUCK  ที่ไม่มีค่าสถานะสะสมระหว่างทำภารกิจเลื่อนคลาสเหมือนค่าอื่น ๆ  เนื่องจากเขาไม่ได้หาทางอัพ

            ค่าสถานะที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดดังกล่าวเป็นที่น่าพอใจของเขายิ่ง  ตรวจไล่ดูจนละเอียดแล้วก็ปิดหน้าต่างค่าสถานะไป  เป็นเวลาเดียวกับที่พวกลมและเร็ทสึที่ได้สลายเขตอาคมคุ้มภัยไปแล้วเดินตรงมาถึงตรงหน้าเขาพอดี

            “ไฝว้กันมันส์หยดติ๋งเลยว่ะไอ้วัช!  น่าอัดวีดิโอไปอัพลงเน็ตพร้อมเก็บค่าดาวน์โหลดเป็นบ้า  ท่าทางจะได้กำไรงาม”  ลมตรงมาตบไหล่วัชระปาบ ๆ ด้วยท่าทางประทับใจเป็นอย่างยิ่ง

            วัชระยิ้มกว้างมองไอ้เพื่อนรักแล้วก็ยกมือที่ผนึกพลังไว้เล็กน้อยขึ้นไปตบไหล่มันคืนแรง ๆ  ทีจนไหล่เอียง  แล้วก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่ม ๆ ผิดกับถ้อยคำที่ไม่นุ่มตามว่า

            “ลองเอ็งแอบลักถ่ายตูไปลงเน็ตจริง ๆ ดูสิ  พ่อจะกระทืบให้เละเลย” 

            แค่คลิปเจ้าปัญหาตัวล่าสุดนี่ชีวิตเขาก็ยุ่งยากพอแล้วไม่ต้องมาราดน้ำมันใส่กองเพลิงเพิ่มหรอก

            “กระผมแค่พูดเล่นครับโว้ยไอ้คุณเกลอ!” 

            ลมเบ้หน้าว่ากลับที่โจ๊กขำ ๆ กลับโดนเพื่อนยากมันมองแบบซีเรียส  และต้องโทษตัวลมเองนั่นแหละที่ดันเอาประเด็นร้อนขึ้นมาเล่น  วัชระเลยไม่มีอารมณ์จะขำด้วย

            “นายท่านคะ  แผลที่แขนอาการเป็นอย่างไรบ้างคะ”

            ต่อจากลม  เร็ทสึก็ตรงเข้ามาดูอาการแผลพุพองที่แขนขวาของวัชระด้วยความเป็นห่วง

            “ไม่เจ็บอะไรมากมายหรอกครับ  เทียบกับที่เคยเจอมาก่อนแล้วแค่นี้จิ๊บ ๆ”  วัชระยิ้มเผล่  โบกมือหย็อย ๆ ตอบวิญญาณภูตสาวไป

            “ไม่เป็นไรมากกว่าดีแล้วค่ะ”  เร็ทสึถอนหายใจแล้วก็เริ่มร่ายเวทรักษาบาดแผลให้วัชระอย่างรู้งาน

            เวลานั้นลมก็มองไปที่กองไอเทมซึ่งดรอปมาจากเจ้าบอสฮีทอส  ก่อนจะหันมาถามวัชระว่า  “แล้วนี่เราจะเอายังไงกับของที่ดรอปมานี่ดีล่ะ”

            วัชระเหลือบมองกองของดรอปชั่วครู่  “แบ่งกันครึ่งต่อครึ่งไหมล่ะ  แฟร์ดี”  เขาเสนอง่าย ๆ

            “ไม่ว่ะ  แบบนั้นไม่แฟร์”  ลมส่ายหน้า  “แบ่งกัน  3  ต่อ  1 ...แก  3  ฉัน  ดีกว่า  เพราะถ้าวัดกันตามผลงานแล้วฉันแทบไม่ได้ช่วยอะไรแกเลย  ยิ่งตอนท้าย ๆ นี่ยิ่งได้แต่ดูท่าเดียว”  เขาไม่กล้าพอจะแบ่งของกับวัชระครึ่ง ๆ ทั้ง ๆ ที่กินแรงไปตั้งขนาดนั้นหรอก

            “เอางั้นแน่นะ”  วัชระถามย้ำให้แน่ใจ

            “อา  เอางั้นแหละ”  ลมตอบไม่ลังเล

            วัชระจึงพยักหน้า  “งั้นก็ตามนั้น”

            ไอเทมที่ดรอปจาก ฮีทอส ไนท์  การ์เดี้ยน  ประกอบด้วย อัญมณีธาตุไฟระดับต่ำ  24  ก้อน กับอัญมณีธาตุไฟระดับกลางอีก  2  ก้อน  ,ลูกแก้วขนาดพอดีมือสีแดงที่ราวกับมีเปลวไฟลุกไหม้อยู่ภายในอีก  1  ลูก  ,กุญแจที่เป็นผลึกสีแสดทั้งดอกอีก  1  ดอก  ,และก้อนผลึกสีใสก้อนเล็กซึ่งสะท้อนแสงเป็นสีแดงแวววาวอีก  1  ก้อน

            พอเร็ทสึรักษาแผลที่แขนของเขาจนเสร็จแล้ว  วัชระก็ขอบคุณเธอแล้วเดินมาหยิบลูกแก้ว กุญแจ และก้อนผลึกปริศนาขึ้นมาเปิดข้อมูลสำรวจดูด้วยความใคร่รู้...

            อย่างแรก  ลูกแก้วสีแดงนั้นมีชื่อที่ชวนให้ฉงนว่า กุญแจแห่งเฟลเมซ  รายละเอียดคลุมเครือบอกแค่ว่ามันเป็นกุญแจที่จะพาไปหา เฟลเมซ  ไม่มีการขยายความมากกว่านั้น

            ส่วนกุญแจผลึกของจริงอีกดอกหนึ่งก็คือ กุญแจต้นเพลิง  มันมีคุณสมบัติเป็นไอเทมเวทที่เมื่อใช้แล้วจะทำให้ผู้ใช้และสมาชิกปาร์ตี้หรือสมาชิกกิลด์ในรัศมี  10  เมตรถูกพากลับไปยังชั้นที่หนึ่งของดันเจี้ยนโบราณสถานไพร่าอีกครั้ง  ใช้ได้ครั้งเดียวและจะหายไปทันที  มีเงื่อนไขว่าใช้ได้แต่เฉพาะตอนอยู่ในโบราณสถานไพร่าเท่านั้น  เป็นไอเทมเคลื่อนย้ายตำแหน่งเฉพาะพื้นที่นั่นเอง

            และอย่างสุดท้าย  เจ้าก้อนผลึกสีใสที่เมื่อสะท้อนแสงแล้วส่องประกายเป็นสีแดง  มันเป็นไอเทมวัตถุดิบที่มีชื่อว่า ผลึกฮีทาเรียสเป็นแร่ผลึกชนิดพิเศษที่จะดรอปออกมาจากตัวบอสฮีทอส การ์เดี้ยนเพียงตัวเดียวเท่านั้น  เป็นแรร์ไอเทมระดับ  B  หากนำไปสร้างเครื่องประดับก็จะได้ของที่ระดับไม่ต่ำกว่า  B  ออกมาอย่างแน่นอน  ซ้ำของชิ้นนั้นก็ยังจะได้รับคุณสมบัติเสริมพลังธาตุไฟและป้องกันธาตุไฟด้วย 

            ไอเทมที่ขึ้นชื่อเป็นกุญแจทั้ง  2  อย่างน่ะยังดูไม่มีคุณค่าเท่าไหร่  แต่เจ้าก้อนแร่คริสตัลที่หายากนี่สงสัยจะขายได้ราคาดี  และถึงไม่ขายจะเอาไปใช้สร้างเครื่องประดับก็ไม่เลวอะไร  ถือได้ว่าเป็นของดี

            “โห  ดูดี ๆ นั่นมันผลึกฮีทาเรียสนี่หว่า  ของหายากเลยนี่”  ลมเห็นผลึกสีใสในมือของวัชระแล้วเพิ่งนึกขึ้นได้

            “นายรู้จักมันด้วยเหรอ”  วัชระเลิกคิ้วถาม

            “ก็แหงน่ะสิ  ผลึกฮีทาเรียสน่ะเป็นถึงไอเทมที่มีค่าที่สุดที่ดรอปจากตัวเจ้าบอสฮีทอสเชียวนะ  จะไม่ให้ฉันรู้จักมันได้ยังไง”  ลมว่า  “โอกาสดรอปของมันมีแค่  5%  เลยเป็นไอเทมหายาก  ซ้ำยังเกรดสูงตั้งระดับ  B  ตีราคาในท้องตลาดแล้วมันก็แพงเอาเรื่องเลยล่ะ  ถ้าเอาไปขายก็คงได้เป๋าหนักขึ้นทันควัน  แต่จะเอาไปทำเครื่องประดับก็ดีเหมือนกัน  จะได้มีไอเทมเสริมพลังคุณภาพเยี่ยมไว้ใส่...”

            นายผมยาวหันมามองวัชระ

            “อันนี้นายจะเอางั้นเหรอ”

            “ก็...ว่าจะน่ะนะ”

            “เหรอ”  ลมยิ้ม  “งั้นนายก็เอาไปเถอะ  ส่วนฉัน...”  สายตาพลันเหลือบไปทางกองอัญมณีธาตุไฟ

            “ขออัญมณีธาตุไฟระดับต่ำซัก  12  ก้อนก็พอ”

            “นั่นน้อยไปหน่อยมั้ง  เอาอัญมณีระดับกลางไปก้อนหนึ่งด้วยสิ”

            “จะดีเหรอ  อัญมณีธาตุระดับกลางนี่มันมีค่าไม่ใช่น้อยเลยนะ  ฉันเอามันไปนี่อัตราส่วนแบ่งมันจะไม่ใช่  3  ต่อ  1  เอาน่ะสิ”

            “เออน่า  ยังไงไอ้ที่เหลืออีกเพียบนี่ก็ของฉัน  อัตราส่วนมันก็คงไม่พ้น  3  ต่อ  1  ไปไกลนักหรอก”

            “แต่นอกจากผลึกฮีทาเรียสนั่นก็มีแต่ของห่วยทั้งนั้นเลยนะ”

            “หือ?  ของห่วย...อันไหน?”  วัชระขมวดคิ้วมองไอเทมส่วนแบ่งที่เหลือของตน

            “ก็ไอ้กุญแจผลึกกับลูกแก้วนั่นไง  ของด้อยประโยชน์ที่ดรอปได้จากเจ้าฮีทอส การ์เดี้ยนทุกครั้ง  ไอ้กุญแจผลึกนั่นใช้ได้ครั้งเดียว  มีประโยชน์แค่พาวาร์ปกลับไปที่ชั้น  1  ได้  เป็นไอเทมที่ไม่สมราคากับที่อุตสาห์ฆ่าบอสได้เลย”  ลมเล่าให้ฟัง  “ยิ่งไอ้ลูกแก้วนั่นยิ่งแล้วใหญ่  ใช้ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง  ชื่อบอกว่าเป็นกุญแจแต่ไม่เห็นว่าจะใช้เปิดอะไรได้  ขนาดเคยมีคนกลุ่มหนึ่งสนใจตะลอนไปทั่วดันเจี้ยนเพื่อหาประตูที่ใช้มันเป็นกุญแจเปิดก็ยังไม่ยักพบของในกอไผ่  สุดท้ายสถานะของมันก็เลยยังขึ้นแท่นว่าเป็นไอเทมปริศนาที่ไร้ประโยชน์อยู่ไม่เปลี่ยนแปลง”

            “ฟังดูแล้วเลวร้ายจังแฮะ”  วัชระแค่นยิ้มบาง ๆ  จากนั้นก็ชะงักแล้วเงียบไป  เมื่อสะกิดใจได้ถึงจุดเชื่อมโยงเรื่องราวบางอย่าง  เขายกมือขึ้นมาเคาะนิ้วเป็นจังหวะที่แถว ๆ ขมับด้วยสีหน้าคร่ำเคร่งให้ลมมองแล้วฉงน  ก่อนที่วินาทีต่อมาจะเหยียดยิ้มพลางรำพึงว่า

            “มีความเป็นไปได้แฮะ”

            “มีความเป็นไปได้อะไรวะไอ้วัช”  ลมไม่เข้าใจสิ่งที่วัชระว่า

            “ฉันว่าฉันเห็นเงื่อนงำบางอย่างว่ะวินด์”  วัชระไม่ตอบคำถามแต่กล่าวต่อไปอีกเรื่อง

            “เงื่อนงำอะไรอีกล่ะฟะ”  ลมชักเริ่มหน้าหงิกที่ถูกเพื่อนสนิททำให้สงสัย         

            วัชระหันมามองลมแล้วก็ซักใส่  “วินด์  นายบอกว่าเคยมีคนหาประตูที่ใช้กุญแจแห่งเฟลเมซไขไปทั่วดันเจี้ยนมาแล้วแต่ไม่เจออะไรใช่ไหม”

            “อา”  ลมรับคำ

            “งั้น...ที่ว่าทั่วเนี่ย  เคยขึ้นไปที่ด้านบนของบันไดทางขึ้นของชั้น  1  รึยัง  ไอ้ทางเดินที่มีแต่พวกห้องโล่ง ๆ ที่นายบอกว่าไม่มีอะไรน่ะ”

            ลมเบิกตากว้างทันควันที่ได้ยินเช่นนั้น  เขาก็เพิ่งจะตระหนักถึงเรื่องนี้ได้นี่แหละ  ค้นหาตั้งแต่ชั้น  2  ทางใต้ดินลงไปจนทั่วทั้งแถบซ้ายขวา  แล้วลองขึ้นไปที่ชั้นบนของชั้น  ดูรึยังล่ะ  พวกที่เคยสำรวจหาประตูพวกนั้นน่ะ!

            ...นี่พลาดเรื่องนี้กันไปได้ยังไงเนี่ย  จุดอับของดันเจี้ยน  เขตที่ไม่มีใครสนใจ  จุดที่น่าสงสัยที่สุด

            “กุญแจ  ประตูที่ถูกซ่อน  สิ่งที่อยู่ภายในประตู...เฮ้ ๆ

            แล้วอยู่ ๆ ความคิดบางอย่างก็แล่นเข้ามาในสมองของลม  เพราะคำพูดของวัชระ  เขาก็จึงสังเกตได้ถึงเรื่องที่มองข้ามไปหลายเรื่อง  ไอเทม  2  ชิ้นที่ดรอปจากบอสดันเจี้ยนทุกครั้งที่กำจัดได้  กุญแจไขประตูที่ถูกซ่อน  นั่นมันอาจะเป็นกุญแจเปิดประตูห้องลับก็ได้ไม่ใช่หรือไง  กุญแจต้นเพลิงที่ใช้พากลับไปที่ยังชั้น  1  ได้นั่นก็อีก  มันอาจจะเป็นตัวนำทางไปหาประตูก็ได้  ที่ชั้นบนของชั้น  1  ซึ่งร้างผู้คนและไม่เป็นที่สนใจอันเหมาะจะใช้เป็นที่ซ่อนประตูลับได้อย่างดีนั่น      “ทำหน้าอย่างนั้น  นายคงคิดอะไรได้แล้วสินะ”  วัชระดูสีหน้าของลมและกล่าวออกมา

            “อา  เพิ่งจะคิดโยงได้นี่แหละว่าไอ้ลูกแก้วนั่นอาจจะเป็นกุญแจทางเข้าห้องลับ  และชั้นบนของชั้น  1  นั่นอาจจะมีประตูลับซ่อนอยู่”  ลมส่ายหน้าน้อย ๆ ที่ก่อนหน้านี้ตัวเองไม่เคยสะกิดใจเรื่องนี้เลย  “นายว่าเรื่องนี้มีความเป็นไปได้แค่ไหน”

            “ก็  60 - 40  ไม่มั่นนัก  แต่ก็พอจะเป็นไปได้”  วัชระบอก

            “นั่นก็พอที่จะไปให้ไปเสียเวลาลองสำรวจดูแล้ว”  ลมเอ่ยยิ้ม ๆ 

            “เอาล่ะ  เหลือเวลาไม่มาก  อีกชั่วโมงครึ่งก็จะถึงเวลาออฟไลน์ของฉันแล้ว  เพิ่งกรำศึกมาไปต่อเลยไหวไหมฟะไอ้วัช”

            “ไหวสิ  โดนแค่น่ะไม่เท่าไหร่หรอก  ระดับคลาสก็เพิ่งเลื่อนไป  ฉันว่าตอนนี้ฉันฟิตยิ่งกว่าก่อนจะลุยกับฮีทอส การ์เดี้ยนซะอีกนะ  ต่อให้ไปหาห้องลับจนเจอแล้วบวกกับบอสการ์เดี้ยนต่ออีกตัวก็ยังไหว”

            “เป็นงั้นก็ดีจะได้ไม่เสียเวลา  รีบเก็บของแล้วใช้กุญแจต้นเพลิงกลับไปที่ชั้น  1  กันเลยเพื่อนอย่ารอช้า”

            พวกวัชระหันไปเร่งเก็บไอเทมตามที่แบ่งกันไว้  กระทั่งเก็บของเรียบร้อยจนเหลือเพียงกุญแจต้นเพลิงในมือของวัชระ  เขาก็จัดแจงกวาดสายตามองโดยรอบเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีอะไรตกเหลือ  เสร็จแล้วจึงหยิบเอาเสื้อคลุมตัวใหม่ออกมาสวม  ยกฮู้ดขึ้นคลุมศีรษะปกปิดใบหน้า  ที่ชั้น  1  อาจจะมีคนเข้า ๆ ออก ๆ อยู่  ฉะนั้นตัวเขาที่เสียหน้ากากไปแล้วถึงต้องหาเครื่องสวมใส่ปิดตัวตนใหม่มาใส่เพื่อป้องกันไม่ให้พวกคนที่ไม่พึงประสงค์เห็น

            จัดการตัวเองพร้อมแล้ว  วัชระก็ตวัดกุญแจในมือไปในอากาศหนึ่งทีเป็นการออกคำสั่งใช้งานมันตามที่มีเขียนไว้ในข้อมูลไอเทม  ทันใดนั้นเองวงเวทสีแดงขนาดรัศมี  5  เมตรก็ปรากฏขึ้นมาที่ใต้เท้าของพวกเขาโดยมีวัชระเป็นจุดศูนย์กลาง  ก่อนที่ร่างของพวกเขาจะถูกกลืนด้วยแสงสีแสดจนทัศนวิสัยเต็มไปด้วยแสงสี

            และเมื่อแสงดับไป  สภาพการมองเห็นกลับมาเป็นปกติอีกที  พวกเขาก็พบว่าตัวเองกลับมายืนอยู่กลางห้องแรกของดันเจี้ยนที่อยู่บนชั้น  1  แล้ว  ภาพของบันไดทั้ง  4  มุมที่ครึ่งหนึ่งเป็นบันไดทางลงชั้น  2  ครึ่งหนึ่งเป็นบันไดทางขึ้นชั้นบนอันเป็นจุดหมายที่ยังคงไม่หายไปจากความทรงจำเป็นเครื่องยืนยันได้ดี

            “เข้ายากแต่ออกง่ายดีว่าไหม”  คำพูดนี้เป็นของลมที่มาถึงที่ได้ก็ตรงไปยังบันไดทางขึ้นชั้นบนทันที  ไม่มีโย้เย้

            วัชระไม่ตอบรับหรืออะไร  เดินนำเร็ทสึตามเพื่อนสนิทขึ้นบันไดไปเงียบ  บันไดแถบที่พวกเขาเลือกขึ้นนี้เป็นฝั่งซ้าย  สิ่งที่รออยู่บนปลายทางของขั้นบันไดก็คือทางเดินยาวตรงที่มีประตูห้องที่ทำด้วยหินหลายบานเรียงรายกันอยู่ที่แถบหนึ่งของกำแพง  กะด้วยสายตาดูแล้วเห็นอยู่  5 - 6  บานเห็นจะได้ในส่วนของแถบนี้

            ซึ่งด้วยเวลาที่เหลือไม่มาก  พวกวัชระไม่คิดจะมาวิเคราะห์อะไรว่าจะเริ่มสำรวจจากตรงไหนให้เสียเวลาอีก  อาศัยแค่ทักษะการสังเกตด้วยการมองด้วยตา  กวาดหาจุดน่าสงสัยไปทั่วทางเดิน  ซึ่งด้วยเมื่อดูแบบหยาบ ๆ แล้วไม่พบอะไร  ก็หันไปสนใจที่ประตูห้องบานแรกสุดที่อยู่ใกล้ ๆ แทน  ลมเป็นคนที่เปิดประตูนั้นออกและนำทีมเข้าไปในห้อง

            ภายในเป็นเหมือนที่ลมเคยบอกวัชระไว้ไม่มีผิด  มันเป็นแค่ห้องโล่งที่แทบไม่มีอะไรประดับไว้เลยนอกจากพรมปูพื้นสีดำที่ประดับไว้ตรงกลางห้อง  มีช่องหน้าต่างไร้บานพับอ้ารับสายลมและแสงแดดที่เฉิดฉาย  ทำให้ห้องนี้มันสว่างแล้วยิ่งดูโล่งเข้าไปใหญ่

            เนื่องจากมองภายนอกแล้วห้องนี้ไม่มีประตูบานอื่นอยู่เลยนอกจากประตูทางเขา  ลมจึงเดินเอามือแตะ ๆ คลำ ๆ ผนังห้องไปทั่วเผื่อจะเจอสวิตซ์กลไกอะไร  เช่นเดียวกับเร็ทสึที่เห็นแล้วก็ช่วยหาด้วยอีกแรง  ขณะที่วัชระลองเดินไปพลิกพรมที่กลางห้องดู  และเอามือตบ ๆ ลงไปบนพื้นโล่ง ๆ ข้างใต้ว่ามีอะไรซ่อนอยู่ไหม  พอไม่เจออะไรแล้วเขาก็ลุกขึ้นและหันไปมองคนอื่น ๆ  รอให้ตรวจสอบกันเสร็จแล้วก็ถาม

            “เจออะไรกันบ้างไหม”

            “ไม่”  ลมตอบห้วน ๆ และตบมือใส่ผนังเหมือนจะบอกให้รู้ว่ามันไม่มีสวิตซ์หรืออะไรซ่อนอยู่ทั้งสิ้น

            “ทางนี้ก็ไม่มีค่ะ”  เร็ทสึตอบมาเป็นทำนองด้วยกัน

            ฟังแล้ววัชระก็พยักหน้านิ่ง ๆ แบบไม่คิดคาดหวังอะไรกับห้อง ๆ แรก ๆ แบบนี้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

            “งั้นไปห้องต่อไป”        

            จากนั้นพวกวัชระก็ยกกลุ่มกันไปสำรวจห้องที่อยู่ถัดไป  มันเป็นห้องที่มีลักษณะเหมือนกันเด๊ะแบบที่ไม่ต้องสืบก็รู้ว่าลอกมาจากพิมพ์เดียวกันแหง ๆ  ซึ่งผลการสำรวจที่ได้ก็มาคือ ๆ กันกับห้องที่แล้ว  คือไม่สิ่งใดเลย  พวกเขาทั้ง  3  เลยต้องไล่สำรวจไปยังห้องต่อ ๆ ไปเรื่อย ๆ  พร้อมตรวจดูแถว ๆ ทางเดินด้วยว่ามีกลไกซ่อนอยู่หรือเปล่า  หากก็เหลวกันหมด  ทางเดินและห้องทุกห้องในชั้นบนแถบซ้ายไม่มี ประตูลับ อยู่

            ด้วยเหตุที่ว่า  พวกวัชระก็ย้ายที่มาสำรวจที่ชั้นบนแถบขวา  ที่ทางฝั่งนี้ลักษณะของห้องก็ยังเป็นเหมือนกับห้องของฝั่งที่แล้วอย่างกับแพะกับแกะ  โล่งได้ใจไม่แพ้กัน  เช่นเดียวผลการสำรวจที่ได้จากการสำรวจแต่ละห้องที่ออกมาน่าผิดหวัง  ตั้งแต่ห้องแรกไล่ลึกเข้าไปหาได้พบของที่ตามหาไม่  กระทั่งสำรวจจนทั่วห้องสุดท้ายก็ยังไม่ประสบถึงสิ่งหมาย  ถึงจุดนี้ก็สรุปได้กลาย ๆ แล้วว่าในชั้นบนของที่ชั้น  1  นี้...ไม่ใช่ที่ซ่อนของประตูลับ

            “อืม  ท่าทางฉันจะคิดตื้นไปแฮะ  ไม่ใช่ที่นี่”  วัชระเกาต้นคอแกรก ๆ ระคนผิดหวังนิด ๆ

            “ปัดโธ่เอ๊ย!  อุตสาห์เสียเวลาหา  แต่ดันไม่มีซะได้”  ลมพ่นลมออกทางจมูกฟึดฟัด  ทุบมือใส่กำแพงทีหนึ่งแทนการระบายอารมณ์

            “น่า ๆ ทุกท่านคะ  อย่าเพิ่งเดือดเลยค่ะ  เรายังพอมีเวลาอยู่บ้างก่อนที่พวกท่านจะต้องออกจากโลกนี้ไป  ลองไปสำรวจหาที่อื่นกันอีกสักตั้งเถอะค่ะ”  เร็ทสึให้กำลังใจชายหนุ่มทั้ง  2  คน

            “แต่อย่างนี้ขอบเขตการค้นหาของเราก็ขยายกว้างออกไปทั่วดันเจี้ยนจนอยากจะประเมินแล้วสินะครับ  ไม่มีเบาะแสหรือคำใบ้ปริศนาอื่นให้เลยซะด้วย  จะให้เสี่ยงดวงหาดูก็คงยากที่จะเจอประตูภายในเวลาชั่วโมงเศษ ๆ ที่เหลือนี่แล้วล่ะครับ”  วัชระเอ่ยด้วยน้ำเสียงเฉื่อย ๆ  แม้คำที่พูดจะดูตัดกำลังใจตัวเองอยู่พอควรแต่เจ้าตัวก็ไม่ได้มีท่าทียินดียินร้ายสักนิด 

            “อีหรอบนี้ก็แย่เลยน่ะสิฟะ!  ได้ข่าวว่าไอ้พวกกิลด์ของคนที่ไปเจอห้องลับเข้าคนแรกกำลังรวมพลมาถล่มบอสการ์เดี้ยนเพื่อเอาดาบอยู่ซะด้วย  ถ้าเราชวดจากการออนไลน์ครั้งนี้ไปจะมิโดนทางนั้นฉวยของไปซะก่อนเรอะ”  ลมโวยวาย

            “ถ้าเป็นอย่างที่แกว่าจริงล่ะก็มีโอกาสโดนทางนั้นตัดหน้าสูงเลยแหละ”

            “วะ!  ฟังแล้วดูหมดหวังฉิบ”

            ลมขยี้ผมตัวเองอย่างขัดใจเป็นที่สุด

            “ยังพอมีเวลานะคะท่านวินด์  นายท่าน  ถึงจะมีความเป็นไปได้น้อยที่จะพบห้องลับก่อนพวกท่านจะหมดเวลา  แต่อย่างไรก็ยังถือได้ว่ามีโอกาสอยู่  เวลาอีกหนึ่งชั่วโมงที่เหลือต่อจากนี้ใช้มันให้คุ้มค่าเถอะคะ  ดีกว่าอยู่เฉย ๆ ให้เสียเวลาเปล่า”  เร็ทสึกระตุ้นพวกวัชระให้

            “ไม่ต้องห่วงครับเร็ทสึ  เดี๋ยวพวกผมก็จะไปสำรวจกันต่ออยู่แล้ว  ถึงจะเหลือแค่ชั่วโมงเดียวแต่พวกผมไม่ยอมแพ้กันง่าย ๆ หรอก”  วัชระเอ่ย  “ขอแค่มีเวลาเหลือสัก  10  นาทีหลังจากเจอห้องลับ  แค่นั้นผมกับวินด์ก็น่าจะมีเวลาพอจะจัดหนักเจ้าบอสการ์เดี้ยนนั่นมันให้เดี้ยงแล้วเอาดาบที่ถูกเฝ้าไว้มาได้ทันเวลาแล้ว”

            “ก็ได้หวังว่าจะหาเจอก่อนถึง  10  นาทีสุดท้ายล่ะนะ”  ลมเสริมแล้วก็เตะใส่กำแพงไปทีหนึ่งเป็นการระบายอารมณ์ครั้งสุดท้ายก่อนจะไปหาห้องลับต่อ  ทว่า...

            ครึก!

            ผนังหินตรงที่ถูกลมเตะยุบตัวลงไปเป็นรูปสี่เหลี่อมผืนผ้า  จากนั้นก็มีเสียง  กึง กึง  คล้ายกับกลไกบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในกำแพงทำงาน  วัชระ  เร็ทสึ  และลมที่เป็นคนกดสวิตซ์กลไกโดยบังเอิญเองก็ได้แต่นิ่งไปพักหนึ่งที่อยู่ ๆ ก็เกิดเรื่องพรรค์นี้ขึ้นโดยไม่ได้คาดหมาย

            ...ดวงดีเจอสวิตซ์กลไกโดยไม่ได้ตั้งใจ!

            ...ทีตอนตั้งใจหาล่ะหาไม่เจอ!

            “จ...เจ๋งเป้ง”

            ลมยิ้มกว้าง  ถ้าเจอสวิตซ์กลไกอย่างนี้ก็แสดงว่ามีสิทธิ์ที่ประตูห้องลับจะถูกซ่อนไว้ที่นี่อยู่  เขาอาจไม่ต้องตระเวนสำรวจหาไปทั่วดันเจี้ยนแล้วก็ได้

            ครืด!

            ไม่ทันไร  ตรงบริเวณช่องหน้าต่างของห้องก็มีบานเลื่อนหินเลื่อนมาปิดบดบังแสงแดดและสายลมไว้  ทำให้ภายในห้องมืดสนิทลงไป  พวกวัชระขมวดคิ้วสงสัย  เจ้ากลไกที่พวกเขาเจอนี่มันจะปิดหน้าต่างทำไม

            “มืดตื้อมองอะไรเห็นเลยฟ่ะ  อะไรของมันวะเนี่ย”  ลมมองไปทั่วตัวท่ามกลางความมืดที่มองไม่เห็นแม้แต่มือของตนเอง

            ฟู่!

            แสงสว่างพลันปรากฏขึ้น  โดยมีที่มามาจากลูกไฟเวทในมือของวัชระ  มันสาดส่องให้ห้องมืด ๆ นี้กลับมามองเห็นได้อีกครั้ง  แม้จะไม่ได้สว่างมากก็ตาม

            “อืม  เหมือนแกจะไปแตะกลไกอะไรเข้าสักอย่างแล้วนะวินด์”  วัชระพูดพลางก็แหงนหน้ามองขึ้นไปบนเพดานที่มีสิ่งแปลกปลอมบางอย่างอยู่  ลายเส้นที่วาดล้อมกรอบเป็นวงกลม  ลวดลายและอักขระอันสลับซับซ้อนที่เป็นองค์ประกอบภายใน  เพียงมองก็รู้ว่าเป็นวงเวท  มันเป็นวงเวทสีแดงและที่สำคัญเลยคือมันกำลังสะท้อนแสงของลูกไฟจนปรากฏออกมาให้เห็น  น่าแปลกดีที่ก่อนหน้านี้ก็เคยมีแสงแดดส่องเข้ามาในห้องอยู่  แต่มันก็ไม่เห็นโผล่ออกมา  แสดงว่านี่คงเป็นผลจากกลไกที่ทำงานเช่นกัน

            “ว่าแต่นี่มันวงเวทอะไรกันล่ะเนี่ย?”

            “มันเป็นวงเวทเคลื่อนย้ายค่ะนายท่าน”

            เร็ทสึตอบคำถามของวัชระให้  เธอเองก็กำลังแหงนหน้ามองวงเวทอย่างพินิจวิเคราะห์อยู่เหมือนกัน

            “หา?”  ลมอุทาน  เงยหน้ามองไปที่วงเวทด้วยอีกคน  “วงเวทเคลื่อนย้าย...บนเพดานอย่างนั้นน่ะเหรอครับ”

            “ก็เป็นที่ซ่อนที่ดี”  วัชระว่ายิ้ม ๆ  “แล้วนี่วงเวทนี้มันทำงานยังไงเหรอครับเร็ทสึ”

            “ต้องใช้กุญแจหรืออะไรสักอย่างเปิดวงจรเวทน่ะค่ะ  และดีไม่ดีอาจต้องเติมพลังงานเพื่อเดินวงจรด้วย”  เร็ทสึตอบ

            “อา  แบบนี้ก็ลงล็อกเลยสิครับ”  วัชระหัวเราะในลำคอ  เอื้อมมือไปหยิบเอาลูกแก้วสีแดงหรือก็คือกุญแจแห่งเฟลเมซออกมา  “วินด์  เราน่าจะเจอแล้วล่ะ  ประตูห้องลับน่ะ”

            ลมย่นคิ้ว  ชี้นิ้วไปที่วงเวทบนเพดาน  “ประตูห้องลับ  นายหมายถึงเวทเวทนี่น่ะเหรอ”

            “วงเวทเคลื่อนย้าย”  วัชระเติมชื่อส่วนที่ขาดไปของวงเวทให้  “ถึงไม่แน่ใจก็เถอะว่ามันใช้ประตูห้องลับที่เรากำลังตามหารึเปล่า  แต่ก็ต้องลองเข้าไปดูซะก่อนแหละนะ”  เขาโยนลูกแก้วในมือเล่น  กวาดมองไปทั่วห้อง 

            “แล้วนี่ช่องใส่กุญแจอยู่ไหนกันล่ะนี่”  ที่รู้ ๆ มันคงไม่อยู่ที่ตัววงเวทแน่เพราะบนนั้นมันไม่มีหลุมหรือช่องกลม ๆ ให้ใส่ลูกแก้วที่เป็นกุญแจนี่อยู่ตรงไหนเลย

            วัชระผนึกพลังลงไปในดวงตา  ใช้เนตรอ่านมนตราเสาะหา  วงเวทเคลื่อนย้ายบนเพดานนั้นมีสายวงจรเวทหลายเส้นลากยาวออกไปภายนอกวงอยู่  วัชระไล่สายตาตามมันไปยังปลายทาง  มองลงจากเพดานมาที่ผนังห้องด้านข้าง  ลงมาอีกลามไปตามที่พื้น  และลากยาวมาถึงที่ใต้พรมที่อยู่ตรงกลางห้อง  เขาหรี่ตาลงแล้วก็เดินไปพลิกพรมดู  พบกับหลุมเล็ก ๆ ตื้น ๆ ทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสซ่อนอยู่ข้างใต้  ตรงกลางหลุมมีช่องใส่อะไรกลม ๆ อยู่  สายวงจรเวทของวงเวทเคลื่อนย้ายทั้งหมดเชื่อมไปที่ช่องนั้นเป็นจุดเดียว

            “บิงโก” 

            นี่แหละช่องใส่กุญแจ  ก่อนหน้านี้ถูกกลไกซ่อนเอาไว้เลยหาไม่เจอ  แต่ตอนนี้น่ะเจอแล้ว  วัชระเร่งย่อตัวลงวางลูกแก้วสีแดงในมือลงไปในช่องกลมข้างในหลุม  ขนาดของมันพอดีกับช่องใส่ไม่มีคับไม่มีหลวม  แบบที่รับรองได้ว่าวางถูกที่แน่นอน

            ฟู่ว...

            โดยไม่คาดคิด  อยู่ ๆ ลูกไฟเวทของวัชระก็ถูกลูกแก้วที่ใส่ลงไปในช่องแล้วดูดกลืนเข้าไปข้างในซะเฉย  ส่งให้ทั้งห้องตกอยู่ในความมืดมิดอีกครั้ง  ขณะที่วัชระได้แต่ร้อง  “หืม?”  และคนอื่น ๆ ก็แปลกใจ

            “อะไรเนี่ย”

            ว่าแล้วชายหนุ่มก็สร้างลูกไฟเวทขึ้นมาใหม่  แต่อยู่ได้ไม่ทันถึงวิฯ มันก็ถูกลูกแก้วสูบเข้าไปไม่ต่างจากลูกก่อน  ทีนี้เขาเลยเริ่มเข้าใจเรื่องแล้วหัวเราะเบา ๆ

            “หึหึ  นี่สินะเติมพลังที่ว่า”

            วัชระลองสร้างบอลแสงขึ้นมาสร้างแสงสว่าง  แต่คราวนี้ลูกแก้วมันไม่ดูดเข้าไปเหมือนกับลูกไฟ  และพอลองใช้เวทธาตุอื่น ๆ ก็ไม่มีผลกระทบปรากฏเช่นกัน  ทว่าพอลองใช้เวทไฟลูกแก้วมันก็แทบจะสูบพลังเข้าทันที  จึงเป็นที่เอ่ยได้ว่าไอ้ลูกแก้วนี่มันจะดูดแค่พลังของธาตุไฟเท่านั้น  เขาก็เลยจัดแจ้งวางมือทาบลงไปบนลูกแก้วและอัดพลังธาตุไฟลงไปให้มันเต็มเหนี่ยว

            สายวงจรเวทในสายตาของวัชระที่ใช้เนตรอ่านมนตราอยู่สว่างวาบ  มันส่งต่อพลังธาตุไฟจำนวนมากที่ได้รับไปยังวงเวทเคลื่อนย้าย  วงเวทสีแดงบนเพดานจึงค่อย ๆ เรืองแสงขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งการสะท้อนแสงอีก  แสงที่แสดงออกมานั้นสว่างขึ้นเรื่อย ๆ ตามจำนวนพลังธาตุไฟที่ได้รับมา

            “โห  มีงี้ด้วยเหรอเนี่ย”  ลมเอ่ยกับสิ่งแปลกใหม่ที่เพิ่งเคยเห็น  วงเวทที่ทำงานด้วยกุญแจและพลังธาตุไฟ    

            “นายท่านคะ  พลังใกล้จะถึงจุดที่กำหนด  วงเวทจะทำงานแล้วค่ะ”  เร็ทสึบอกกับวัชระโดยไม่ละสายตาจากวงเวทบนเพดาน

            วิ้ง!

            ไม่ทันขาดคำ  วงเวทเคลื่อนย้ายก็เรืองแสงสีแดงจนถึงขีดสุด  แล้วร่างของพวกวัชระก็ถูกแสงสีแดงมาห่อหุ้มไว้เหมือนกับตอนที่ใช้กุญแจต้นเพลิงพากลับจากที่ห้องบอสมายังชั้น  1  ไม่มีผิด  แปลว่าวงเวทเคลื่อนย้ายเริ่มทำงานแล้ว

            “เอาล่ะทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม  วงเวทนี้จะพอเราไปที่ห้องลับหรือที่ไหนก็ยังไม่แน่ใจ  ระวังตัวไว้ก่อนดีกว่านะสหาย”

            เตือนทุกคนไปพลางวัชระก็ยืดตัวขึ้นยืนตรง  แสงสีแดงที่คลุมร่างของพวกเขาเริ่มเข้มขึ้นจนปกปิดร่างของพวกเขาไว้หมดแล้ว  เมื่อในครรลองสายตามีแต่แสงสีแดงให้เห็น  ก็เป็นที่รู้กันว่าถึงเวลาเคลื่อนย้าย...

            วูม!

            วงเวทเคลื่อนย้ายสว่างจ้าขึ้นจนน่าแสบตาในเสี้ยววินาที  และเมื่อมันดับแสงลงทั้งห้องก็ตกอยู่ในความมืดมิดที่ไม่อาจเห็นอีกครั้ง  บานหน้าต่างหินเลื่อนเปิดออกให้แสงสว่างเข้ามาขจัดความมืดออกไป  ภายในห้องกลับมาเป็นห้องโล่งที่ไม่มีอีกครั้ง  ตรงกลางห้องไร้ซึ่งหลุมทรงสี่เหลี่ยมที่เคยมี  วงเวทบนเพดานอันตรธานไม่ทิ้งร่องรอย  และร่างของวัชระ  ลม  และเร็ทสึทั้ง  3  คนก็หายไปไม่เหลือแม้แต่เงา


++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

               บทที่  59  Complete  เฮ้อ!  ตอนนี้เป็นตอนที่เขียนได้ลำบากมาก  การจะเขียนนิยายให้เสร็จทันภายใจ  1  สัปดาห์  ทั้งที่เพิ่งเปิดเทอมและมีงานสุมหัวนี่ลำบากเอาเรื่องครับ  ไหนจะงานที่บ้านอีก  ช่วงท้าย ๆ ของตอนนี้ผมต้องคว้าโน๊ตบุ๊คไปเขียนถึงที่กลางไร่ระหว่างช่วงพักงานเลยล่ะครับกว่าจะเสร็จ  

               หวังว่าเนื้อหาจะถูกใจกันนะครับ  ถ้ามีจุดบกพร่องอะไรก็ติเตียนกันได้  ไว้เจอกันใหม่ตอนหน้า  สวัสดีครับ


Thank you for reading

by               

__FeoNesS__       

Writer            


Now  Writing...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

901 ความคิดเห็น

  1. #711 Saman Of Love (@sodig006) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2558 / 22:51
    รอติดตามอยู่นะครับ
    #711
    0
  2. วันที่ 5 มิถุนายน 2558 / 10:46
    สนุกมากมาย ไม่ได้เข้ามาอ่านเสียนานเลย อ่านเพลินตั้งแต่เริ่มเข้าภาคสอง ตัวละครเพิ่ม มาเยอะ แอบเล็งคนไหนไว้เป็นนางเอกหรือปล่าวคะ... เซนวิช ยังติดตามอยูเสมอนะคะเป็นกำลังใจให้จ้า
    #710
    0
  3. #708 Surin Kitti (@surine) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2558 / 11:35
    มันส์ดี
    #708
    0
  4. #707 -บุรุษไร้เงา- (@cojack) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2558 / 01:26
    กำลังน่าติดตามครับ สู้ๆครับ
    #707
    0
  5. #706 slzyzero (@sliiz) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2558 / 01:32
    สนุกมากครับ
    #706
    0
  6. วันที่ 25 พฤษภาคม 2558 / 23:07
    #697
    0
  7. #694 inasba (@nassang) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2558 / 18:23
    โหสมกับห้องลับ
    #694
    0
  8. #693 piwut (@piwut) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2558 / 21:53
    เขียนได้เยี่ยมมากครับ
    #693
    0
  9. #692 ิิbabydog (@dark45diamond) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2558 / 18:49
    สนุกเหมือนเดิม อย่าลืมมาต่อน้าาาาาา
    #692
    0
  10. #691 kamol1122 (@kamol1122) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2558 / 10:34
    สนุกมากครับ
    #691
    0
  11. #690 Triston McDowell (@knightofround) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2558 / 10:09
    แล้วบอสที่เก่งขึ้นกว่าปกติจากที่คนทั่วๆไปเจอ ให้อะไรแตกต่างจากบอสปกติละครับ
    #690
    0
  12. #686 ShounenMe (@shounen) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2558 / 01:26
    สนุกมากเลยครับ
    #686
    0
  13. #685 phongphatr (@phongphatr) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2558 / 00:23
    มันมากจ้า  วัชระเลื่อนคลาสแล้ว น่าจะสุยให้จบทัน offline อิอิ
    #685
    0
  14. #683 ธานี สุวรรณฉวี (@tane2523) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2558 / 00:15
    ขอบคุณครับ
    #683
    0
  15. #682 loliz (@neospobkap) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2558 / 00:02
    power up พร้อมต่อยตี มาเหอะ งานนี้มีเละ
    #682
    0
  16. #681 Zodass (@joddy) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2558 / 23:03
    สนุกมากครับ แล้วจะไปโผล่ที่ไหนเนี่ย
    #681
    0