ตั้งค่าการอ่าน

ค่าเริ่มต้น

  • เลื่อนอัตโนมัติ
    EXO & SNSD มหัศจรรย์รักข้ามดวงดาว

    ลำดับตอนที่ #12 : บทที่ 7 ~ ความรู้สึก

    • อัปเดตล่าสุด 11 ส.ค. 56


    บทที่ 7

    ~ ความรู้สึก

             

    “ยูริเขาเป็นไงบ้าง”

              ทิฟฟานีที่เดินมากับแทยอนและซูยองเอ่ยถาม ยูริส่ายหัวน้อยๆก่อนจะมองตรงไปยังห้องฉุกเฉินที่ยังปิดอยู่เช่นเดิม

              “ดูท่าเขาอาการหนัก บางครั้งเขาอาจจะ...”

              ซันนี่ที่กำลังจะเอ่ยปากพูดออกมาต้องหยุดชะงักทันทีเมื่อบานประตูห้องฉุกเฉินเปิดออก ชายหนุ่มทั้งสิบเอ็ดคนรีบวิ่งกรูเข้าไปยังผู้ที่เปิดบานประตูออกมา

              “เขาเป็นยังไงบ้างคะคุณหมอ”

              ยุนอาเอ่ยถามด้วยความร้อนรนเหมือนๆกับทุกๆคนที่ยืนล้อมรอบเธอ

              “ภายในร่างกายของเขาบอบช้ำไปหมด เหมือนกับถูกกระแทกอย่างแรง บางครั้ง...เขาอาจจะไม่รอด”

              หมอเอ่ยบอกทุกคนด้วยสีหน้าเศร้าใจ ชายหนุ่มทั้งสิบเอ็ดคนต่างมองหน้ากันไปมา เหมือนกับหญิงสาวทั้งเก้าเช่นกัน พวกเธอได้แต่เงียบ

              “ที่เขาพูด หมายความว่าเขาจะไม่ช่วยชานยอลงั้นเหรอ”

              เซฮุนเอ่ยถามซอฮยอนที่ยืนอยู่ข้างๆ ซึ่งเธอมีใบหน้าที่เศร้าในทันทีเมื่อได้ยินคำพูดของคนในชุดกราว

    “เขาจะช่วยชอนยอลอย่างถึงที่สุด แต่ชานยอลอาการหนักการที่จะช่วยให้เขากลับมาเป็นปกติอาจเป็นเรื่องยาก”

    ซอฮยอนบอกก่อนจะจ้องมองเซฮุน เธอรู้ว่าเขารู้สึกยังไงเพราะถ้าเป็นเธอเองก็คงมีอาการไม่ต่างกัน

              “ช่วยเขาด้วยนะคะหมอ ช่วยให้เขาปลอดภัยด้วยนะคะ”

    ยุนอาที่ยืนนิ่งอยู่นานเอ่ยบอกหมอด้วยใบหน้าเศร้าใจ หมอพยักหน้าน้อยๆก่อนที่เขาจะกลับเข้าไปในห้อง แม้เธออาจมองไม่เห็นความเจ็บปวดที่ชานยอลได้รับ แต่เธอมั่นใจว่าคนอย่างเขาจะต้องสู้กับความเจ็บปวดนั้นได้แน่นอน

     

    “ยุนอา”

    เสียงของแทยอนส่งผลให้ยุนอาที่นั่งจ้องประตูห้องฉุกเฉินอยู่ต้องละสายตามาจากมันทันที แทยอนทิ้งตัวนั่งลงข้างเธอ ใบหน้าของแทยอนบ่งบอกว่าเธอรับรู้สิ่งที่อยู่ในใจของยุนอาดี

    “ชานยอลต้องปลอดภัย ตอนนี้เลย์กำลังรวบรวมพลังของเขา เขาสามารถรักษาชานยอลได้ถ้าพลังเขากลับมา”

    แทยอนบอกก่อนจะเผยยิ้ม

    “เพราะฉะนั้นเลิกกังวลได้แล้ว”

    เจสสิกาบอกก่อนจะลูบหัวน้องเล็กคนที่สองที่มักจะร่าเริงด้วยความเอ็นดู เธอรู้สึกแปลกใจกับอาการของยุนอาที่ห่วงคนในห้องฉุกเฉิน แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่คิดที่จะถามความรู้สึกของยุนอาที่มีต่อชานยอล เพราะอย่างน้อยมันอาจจะทำให้ยุนอากล้าที่จะยอมรับความรู้สึกของเธอเอง

     

    “นายจะไปไหน”

    เฉินเอ่ยถามไคที่กำลังลุกขึ้นยืน

    “ฉันนั่งรอแบบนี้ไม่ได้หรอก ฉันจะไปหาอะไรทำ”

    ไคบอกก่อนจะเดินไปยังทางข้างหน้า มือเล็กจากสาวผมทองที่เขาชอบทุกส่วนในตัวเธอแตะแขนของเขาอย่างเบามือ

    “ไปด้วยคนสิ”

    ฮโยยอนบอกก่อนจะเผยยิ้มบางๆ ไคพยักหน้าก่อนจะเดินนำหน้าฮโยยอนออกไปข้างนอก

    “พวกนายช่วยโลกเอาไว้ เลยทำให้ชานยอลเป็นแบบนี้ซินะ”

    ฮโยยอนพูดหลังจากที่เธอและไคนั่งอยู่บนม้านั่งกลางสวนของโรงพยาบาล

    “ฉันอยากให้หมอรู้จังว่าคนที่เขากำลังรักษาคือคนที่ปกป้องโลกแห่งนี้เอาไว้”

    “อยากให้เขารู้ว่าพวกนายเป็นฮีโร่”

    ฮโยยอนบอกด้วยรอยยิ้ม

    “อะไรคือฮีโร่”

    ไคเอ่ยถามด้วยใบหน้าสงสัย

    “ฮีโร่ก็คือคนที่คอยปกป้องโลกไง นายสำคัญกับพวกเรามากรู้ไหม”

    ฮโยยอนบอก

    “ฮโยยอน”

    ไคเรียกชื่อฮโยยอนด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

    “ชานยอลเขาจะปลอดภัยใช่ไหม”

    ไคเอ่ยถามพร้อมกับที่สายตาของเขาจ้องมาที่ฮโยยอน

    “ปลอดภัยสิ หมอจะต้องตอบแทนความดีของพวกนายด้วยการทำให้ชานยอลปลอดภัย เชื่อฉันนะ”

    ฮโยยอนบอกก่อนจะเอื้อมมือแตะบ่าของไค ไคพยักหน้าก่อนจะเผยยิ้มบางๆซึ่งเป็นรอยยิ้มแรกของวันนี้ที่เธอเห็นมัน

     

    “นี่นายช่วยลดเสียงทีวีหน่อยได้ไหม เพื่อนของนายกำลังพักผ่อนอยู่นะ”

    ซูยองที่นั่งปอกผลไม้อยู่บอกเทาที่กำลังดูโทรทัศน์ในห้องพักผู้ป่วยของชานยอล

    “โธ่ ผมก็เงียบมานานแล้วนี่ ไม่แน่ถ้าผมเปิดไอ้นี่เสียงดังแบบนี้อาจทำให้เขาตื่นขึ้นมาก็ได้”

    เทาบอกซูยองด้วยรอยยิ้มที่ทำให้เธอรู้สึกหมั่นไส้

    “ความคิดของนายนี่มันเข้าข้างตัวเองจริงๆเลยนะ”

    คริสที่เปิดประตูเข้ามาบอกก่อนจะวางอาหารกลางวันที่เขาซื้อมาไว้บนโต๊ะอาหารที่มีลู่หานนั่งอยู่ เทาบ่นคริสกลับก่อนจะเดินมาหยิบอาหารไปกินหน้าโทรทัศน์เหมือนเดิม

    “ชานยอลยังไม่ตื่นเลยงั้นเหรอ”

    คริสเอ่ยถามลู่หาน

    “อืม เห็นหมอบอกว่าเขาจะหลับไปอีกสองหรือสามวัน”

    ลู่หานบอกก่อนจะลงมือแกะอาหารที่คริสซื้อมาอย่างเบามือ

    “ซูยองฉันซื้อขนมมาให้แล้ว”

    ยูริที่เปิดประตูเข้ามาพร้อมกับดอกไม้ในมือเอ่ยบอกพร้อมกับยื่นถุงขนมในมือให้ซูยอง

    “เธอมากับเขาเหรอ”

    ซูยองกระซิบถามยูริที่นั่งลงข้างๆเธอ

    “อืม เธอคงไม่อยากเห็นข่าวหน้าหนึ่งว่ามีหนุ่มหล่อหน้าตาดีกางปีกโผบินอยู่บนฟ้าคล้ายเทวดาหรอกนะ”

    ยูริบอกก่อนจะเผยยิ้ม

    “แต่ฉันอยากเห็น”

    ซูยองบอกด้วยรอยยิ้มทะเล้นน่ารัก ยูริบ่นเธอสองสามคำก่อนที่เธอจะเดินตรงไปยังแจกันบนหัวเตียงของชานยอล เธอนำดอกไม้เก่าที่เหี่ยวซึ่งแทยอนซื้อมาใส่ให้ทิ้งลงถังขยะก่อนจะเอาดอกไม้ช่อใหม่ที่เธอเลือกใส่แทน

    “แล้วนี่เธอไม่ทำงานเหรอ สายแล้วไม่ใช่หรือไง”

    ยูริเอ่ยถามก่อนจะทิ้งตัวลงข้างๆซูยอง

    “บอกแต่ฉันเธอเองก็งานยุ่งยิ่งกว่าฉันซะอีก แต่ว่า...ฉันก็ว่าจะไปแล้วล่ะ ฉันรอให้พวกเขามาอยู่เป็นเพื่อนชานยอลก่อนน่ะ”

    ซูยองบอกยูริก่อนจะหันไปมองหนุ่มๆทั้งสามคนที่กำลังหยอกล้อกันอยู่ที่โต๊ะอาหารด้วยความสนิทสนม

    “แล้วอีกอย่าง... ฉันรอยุนอาน่ะ”

    ซูยองบอกก่อนที่เธอหันไปมองยุนอาที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างๆเตียงของชานยอลด้วยใบหน้าเรียบสงบ

    “เธอคงจะพบคนที่ใช่แล้วสินะ”

    ยูริเอ่ยขึ้นหลังจากที่เธอจ้องมองยุนอาอยู่นาน

    “ยุนอาไปกันเถอะ”

    ซูยองบอกยุนอา ยุนอาหันมาพยักหน้าก่อนจะจ้องมองใบหน้ามองชานยอลที่มีสีแดงระเรื่อขึ้นมาเป็นครั้งสุดท้าย ยุนอาลุกขึ้นก่อนที่เธอจะหันหลังเดินมาหยิบกระเป๋าที่วางอยู่ข้างๆตัวยูริอย่างเชื่องช้า

    “ฉันไปก่อนนะแล้ววันหลังฉันจะมาเยี่ยมเขาใหม่”

    ซูยองเอ่ยบอกคริส ลู่หานและเทาด้วยรอยยิ้ม

    “โชคดีนะครับ”

    ลู่หานและคริสก่อนจะส่งยิ้มกลับไปให้ซูยอง

    “เดี๋ยวผมเดินไปส่ง”

    เทาลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินตรงมายังซูยองที่กำลังก้าวเท้าเดินออกไปจากห้อง

    “ฉันไปนะคะ”

    ยุนอาบอกด้วยใบหน้านิ่งสงบ

    “ครับ”

    ลู่หานและคริสตอบรับยุนอาพร้อมกันอีกครั้ง

    “ไม่ต้องห่วงนะยุนอา ถ้าเขาฟื้นเมื่อไรฉันจะโทรไปบอกเธอทันที”

    ยูริบอกด้วยรอยยิ้มก่อนที่เธอจะเดินไปส่งยุนอาหน้าห้องซึ่งมีซูยองและเทายืนรออยู่

            ก๊อก ก๊อก

    เสียงบานประตูที่ถูกเคาะส่งผลให้คนทั้งสามที่อยู่ในห้องจ้องมองหน้ากัน

    “ฉันเปิดเองค่ะ”

    ยูริบอกก่อนที่เธอจะรีบลุกขึ้นเดินไปยังประตู บานประตูถูกเปิดออกปรากฎร่างของหญิงสาวที่ยูริลืมไปเลยว่าเธอด้วย

    “ยูริเธอลืมรอฉัน ไหนบอกว่าจะรอไง แล้วทำไมให้ฉันเดินมานี่คนเดียวแถมหลงอีกต่างหาก”

    ทิฟฟานีบอกยูริด้วยน้ำเสียงน้อยใจน้อยๆ

    “ฉันขอโทษ ฉันมัวแต่รีบน่ะ”

    ยูริหัวเราะในความซื่อบื้อของตัวเองที่ลืมเพื่อน ก่อนที่เธอจะอ้าประตูให้ทิฟฟานีเข้ามา

    “คราวหลังถ้าเธอลืมฉันอีกฉันโกรธเธอแน่”

    ทิฟฟานีบอกด้วยใบหน้างอนเต็มที่

    “สวัสดีค่ะ ฉันมาช้าไปนิดเดียวพวกคุณคงไม่ว่าอะไรใช่ไหมคะ นี่ค่ะผลไม้ฉันซื้อมาฝากเขาแต่ดูท่าเขาคงยังกินไม่ได้ พวกคุณก็กินแทนละกันนะคะ”

    ทิฟฟานีบอกก่อนจะยื่นถุงผลไม้ส่งให้ชายหนุ่มทั้งสอง

    “ขอบคุณครับ แล้ว...คุณไม่ทานด้วยกันเหรอครับ”

    ลู่หานเอ่ยขอบคุณก่อนจะถามเธอออกไป

    “ไม่ล่ะคะ ฉันทานมาแล้ว ตามสบายค่ะ”

    ทิฟฟานีบอกก่อนที่เธอจะเดินมานั่งข้างๆยูริ

    “ฉันงอนเธออยู่นะยูริ เพราะฉะนั้นตอนกลับพาฉันแวะทานไอศกรีมด้วย ไม่งั้นฉันจะไม่ยกโทษให้เธอ”

    ทิฟฟานีบอกยูริ และนั่นทำให้คนในห้องถึงกับเผยรอยยิ้มออกมาตามๆกัน

    “นี่เธองอนฉันจริงๆหรือเห็นแก่กินกันแน่เนี่ย”

    ยูริเอ่ยถาม”

    “ไม่รู้ รู้แต่ว่าเธอต้องพาฉันไป”

    ทิฟฟานีบอกแค่นั้นก่อนที่เธอจะหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านโดยไม่สนใจเสียงของยูริและสายตาของลู่หานที่มองเธอด้วยความเอ็นดูอยู่ห่างๆ

     

    “ชานยอล”

    เสียงใสของใครบางคนดังขึ้นข้างๆหูของผม มันฟังดูขนลุกแปลกๆ

    “ชานยอล หลับตาไว้อย่างนี้ล่ะ ไม่ต้องตื่นขึ้นมานะเชื่อฉัน”

    เสียงนั้นพูดกับผมอีกครั้ง

    “หลับตาไว้แล้วนายจะได้ไปนรกกับฉัน”

    มันขู่ผมด้วยน้ำเสียงที่น่าหวาดกลัว และเมื่อเสียงนั้นหายไปผมก็สะดุ้งตื่นทันที

    “ไม่!!

    ชานยอลสะดุ้งตื่นขึ้นมาพร้อมกับคำพูดปฏิเสธที่แข็งกร้าว ยุนอาที่จดจ้องใบหน้าของเขาอยู่ไม่ห่างตกใจแต่เธอก็ตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว เธอรีบลุกขึ้นจากโซฟาตรงมาที่เขาทันที ชานยอลจ้องมองใบหน้าของยุนอาที่ขยับเข้ามาใกล้ แม้จะดูเลือนลางแต่เขารู้ว่าเธอคือใคร รอยยิ้มของเธอเผยออกมาเมื่อเห็นว่าเขาตื่นขึ้นมาจริงๆ ชานยอลรีบสวมกอดเธอทันทีเมื่อรู้ว่ายุนอาคือคนที่เคียงข้างเขาคนที่ปลอดภัยไม่เหมือนเสียงจากความฝันที่น่าหวาดกลัวนั้น

    “ยุนอา... ได้โปรดอยู่เคียงข้างฉันอย่างนี้ตลอดไปเถอะนะ”

    น้ำเสียงของชานยอลที่แม้จะแผ่วเบาแต่ยุนอาก็รับรู้คำพูดนั้นได้เป็นอย่างดี เพราะการได้อยู่ในอ้อมกอดของเขาทำให้น้ำเสียงที่อ้อนวอนของเขาชัดเจนยิ่งกว่าเสียงใด

     

    ............................................................

    ขอบคุณสำหรับการติดตาม

    ตอนต่อไปจะพยายามแต่งให้สนุกกว่าเดิมแน่นอนค่ะ

    รอติดตามด้วยนะคร๊าๆๆๆๆๆๆ

    (>_<)

    (>_<)

    (>_<)

    ติดตามเรื่องนี้
    เก็บเข้าคอลเล็กชัน

    ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...

    อีบุ๊ก ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...

    ความคิดเห็น

    ×