[ GINTAMA / OC ] GIRL OF SHINSENGUMI

ตอนที่ 8 : SHY

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 549
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 70 ครั้ง
    14 พ.ค. 62






- 8 -






          หิมะเริ่มตกหนักขึ้นเรื่อยๆจนกลายเป็นพายุหิมะ ฮิจิคาตะบอกว่าวันนี้มีพายุเข้า สภาพอากาศเลยเป็นแบบนี้ บุหรี่หลายม้วนถูกจุดแล้วจุดอีกจนนัตสึมิคิดว่าฮิจิคาตะอาจจะเป็นมะเร็งได้ เราตั้งฐานไว้ที่กลางป่า ภายใต้ต้นไม้สูงใหญ่และเล็กย่อย โอคิตะกำลังทำถ้ำหิมะส่วนพวกที่เหลือเดินดูวนรอบว่ามีอะไรที่ช่วยให้เรามีชีวิตอยู่รอดมากขึ้น


          ฟู่~


          ริมฝีปากพ่นลมออกมากระทบกับฝ่ามือแล้วถูเข้าหากัน นัตสึมิห่อตัวเองเข้าด้วยกัน ขายังชาอยู่บ้างแต่พอยืนไหว  โอคิตะคอยยืนให้เกาะอยู่ตลอดที่เดินมาที่นี่ พวกนั้นเอาแต่เถียงกันเลยไม่ได้สนใจมือที่ควงแขนซึ่งนั้นเป็นเรื่องที่ดี มีหวังถ้าหันมาจ๊ะเอ๋ได้เละเหมือนวันที่เธอช่วยงานโอทาเอะแน่


          "นี่ๆทำอะไรอยู่เหรอ ขุดหาของกินอยู่เหรอเจ้าปู่"คางูระวิ่งเข้ามาถามตามหลังด้วยกินโทกิและชินปาจิ เด็กสาวเผ่ายาโต๊ะดูไม่เรื่อง


          "ฉันไม่เหมือนเธอหรอกนะ ใครเขาเก็บของตามพื้นกินกัน"โอคิตะตอบแบบเฉื่อยชา


          "ไม่เก็บงั้นเหรอ ไม่เก็บเด็ดขาดเลยใช่ม้าา"คางูระล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ หยิบอะไรสักอย่างที่คล้ายกล่องขึ้นมาแล้วปล่อยมันลงพื้น"อุ้ยตาย! เผลอทำสาหร่ายหล่นจากกระเป๋าไปซะงั้นล่ะ แฮ่ๆทำยังไงดีน้อ"


          นัตสึมิพอรู้ว่าคางูระคิดอะไรอยู่ คู่แข่งทุกสถานการณ์อย่างโอคิตะและคางุระต้องมีเรื่องจิกกัดอะไรแบบนี้อยู่แล้วไม่ต่างอะไรจากเธอนักเหรอ(ติดตรงที่ว่าวันนี้สงบศึก) การที่คางูระจงใจทำกล่องสาหร่ายดองตกก็คงเป็นเพราะอยากเห็นโอคิตะคว้ามันไปเก็บแต่สิ่งที่ได้กลับตรงกันข้าม


          "ย๊าาา"กินโทกิกับชินปาจิสไลด์ตัวมาเก็บสาหร่ายดองจนแทบมองไม่ทัน ทั้งคู่แย่งกันเอาเป็นเอาตาย นัตสึมิหัวเราะร่วน ตลกกับท่าทีของพวกกินโทกิจนท้องแข็ง พอเข้าใจว่าการอยู่ในที่หนาวเหน็บและต้องใช้พลังงานตลอดเวลาทำให้หิว


          กองทัพต้องเดินด้วยท้องเป็นคำนิยามที่จริงแท้แน่นอน


          "หลงกลซะเองใช้ได้ที่ไหนเล่า อากินจังอาชินปาจิไม่ขายขี้หน้าเขาบ้างรึยังไงน้อ"


          แล้วไม่นานก็เกิดการชลมุนขนาดย่อมๆขึ้น นัตสึมินั่งมองการแกร่งแย่งสาหร่ายเล็กๆกล่องเดียวของร้านรับจ้าง คางูระที่เป็นคนแกล้งทำสาหร่ายตกก็เข้าไปร่วมวงด้วยซะงั้น เธอหัวเราะทุกครั้งที่ชินปาจิพยายามดันกินโทกิออกด้วยใบหน้ายับยู่ยี้


          "เฮ้อ พวกบ้านี่มันทำอะไรของมัน เกะกะนักเดี๋ยวส่งคืนตามธรรมชาติซะหรอก เอาของกินทำเป็นเล่นได้ยังไง"นัตสึมิหันไปมองคนที่มีตำแหน่งสูงกว่า ฮิจิคาตะไม่เห็นด้วยกับการกระทำของคางูระแต่กลับมีบางอย่างตกลงมาจากมือหนาที่มองแวบเดียวก็รู้ว่าจงใจทำมันตก


          ริมฝีปากหยักเหยียดยิ้ม


          "เอ๊ะ ดันทำมายองเนสตกซะได้ ทำยังไงดีนะ"


          ....


          ทุกอย่างเงียบลงถนัดตา พวกกินโทกิหยุดแย่งสาหร่ายกันแล้วหันมามองต้นเหตุ โอคิตะก็ไม่ต่างจากกันเท่าไรนัก นัตสึมิมองขวดมายองเนสสีขาวเหลืองที่จมลงกับหิมะ เธอมองมันด้วยสายตาที่ยากจะคาดการณ์ออก นัตสึมิเหมือนเห็นว่ามันมีลูกตาโผล่ขึ้นมากลางขวด มันมองเธอด้วยสายตาที่โคตรรักใคร่ในขณะที่ใบหน้าตัวเองเริ่มซีดลงเรื่อยๆ


          "อ้วกกกกกกก!"


          ไม่ต้องล้วงคอทุกสิ่งทุกอย่างก็มาพากันออกมาแค่เห็นของเหลวสีขาวเหลือง นับถือมายองเนสจริงๆที่ทำให้คนสุขภาพดีตั้งแต่เด็กจนโตและชื่นชอบของกินที่สุดรู้สึกข่มคอมากขนาดนี้


          เด็กสาวโก่งคอเอาของเสียออกมาจนหมดใส่ต้นไม้ต้นนึงที่ได้รับปุ๋ยวิเศษ ภาพที่โดนยัดมายองเนสลอยเข้ามาในหัวพร้อมกับความรู้สึกเมื่อตอนนั้น


          ทุกอย่างเหมือนถูกกลอเทปหลายรอบ ยิ่งนึกยิ่งปลดปล่อยออกมา บอกเลยว่าพอนึกถึงรสชาตของมายองเนสก็ฝาดขึ้นมาอยู่ในปาก จะร้องไห้


          "เฮ้ย นัตสึ!"


          นัตสึมิหูตาอื้ออึง ได้ยินเสียงเรียกจากกินโทกิแต่ไม่สามารถตอบกลับได้ ทุกคนดูตกใจกับการที่เธออ้วกออกมาหมดไส้หมดพุงในขณะที่โอคิตะเดินไปเก็บมายองเนสแล้วทำการเขวี้ยงมันลงหน้าผาที่อยู่ไม่ไกลจากที่นี่ ฮิจิคาตะที่เห็นแบบนั้นก็ได้แต่วิ่งไปเก็บลูกรักที่ตกลงไปในเหว


          เธอยกนิ้วโป้งให้กับโอคิตะว่าทำดีมาก ความดีความชอบครั้งนี้ต้องยกให้หัวหน้าหน่วย 1 ด้วยความเต็มใจ ใบหน้านัตสึมิซูบเขียว ริมฝีปากเลอะไปคราบอ้วกยังไม่ทันได้พูดคำว่าขอบคุณอาหารที่อยู่ในกระเพาะก็ตีย้อนขึ้นมาจ่อคอหอยอีกรอบ


          "อ้วกกกก!"


          สาบานจากใจ


          เธอ-เกลียด-มา-ยอง-เนส-!!!!


          "เท่านี้ก็ไม่มีใครเกะกะแล้ว"เสียงโอคิตะลอยเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา นัตสึมิรู้สึกเหมือนมีคนมองพอหันกลับไปก็เห็นแค่แผ่นหลังของโอคิตะที่กำลังขุดๆคุ้ยๆกับถ้ำที่ตัวเองสร้างขึ้นมา


          "คุณโอคิตะ อย่าบอกนะว่าจะทำถ้ำน้ำแข็งงั้นเหรอครับ"


          "ก็ห่างไกลหมู่บ้านแบบนี้จะมีใครพัดลงมาได้ยังไงเล่า"


          พอคิดว่าถยอยเอาออกหมดแล้วและไม่มีรอบที่สองนัตสึมิก็รีบเช็ดปาก ร่างกายคลับคล้ายคลับคลาจะหมดเรี่ยวแรงแหล่ไม่แหล่ เธออยากไถลตัวนอนลงกับพื้นเสียจริงถ้าไม่มีของอุจาตตาอยู่ตรงหน้า


          มือบางตบเข้าที่ต้นไม้แปะๆ


          "โตเร็วๆนะ"อ้วกเธอน่ะมีแต่ของมีประโยชน์ทั้งนั้น


          นัตสึมิไม่ได้ฟังสิ่งที่โอคิตะคุยกับชินปาจิสักเท่าไร เธอจัดการเอาหิมะกลบของเสียรอบๆต้นไม้ไว้ เดี๋ยวคืนนี้มีคนมาเห็นแล้วจะนอนไม่หลับเอา เรื่องวุ่นวายยังดังขึ้นอยู่ข้างหลัง ได้ยินแว่วๆว่ากินโทกิแกว่งปากหาเรื่องชาวบ้านอีกแล้ว


          "แหม่ๆ ได้ยินไหมครับคุณคางูระ เขาบอกว่าจะขุดรูในหิมะเพื่อเอาตัวรอดจากหิมะน่ะครับ"


          "หุๆ ในที่สุดลิงบ้านนอกก็กลายเป็นสัตว์ประหลาดแล้วสิน้อ--เข้าไปอยู่ในหิมะแล้วจะรอดจากความหนาวของหิมะได้ยังไงเล่า"


          "ทำเหมือนกับว่าเข้าไปอยู่ในช่องฟิตแล้วมันจะหายหนาวได้ยังไงกันล่ะห้ะ ลืมความรัดทนของเบจิต้าที่ถูกถล่มดาวบ้านเกิดตอนเป็นลูกน้องแล้วอย่างนั้นเหรอ"


          โอคิตะหน้าตายในขณะที่นัตสึมิคิดว่าคำพูดแต่ละคนซักจะดูไร้สาระขึ้นเข้าทุกประโยค


          "ถ้างั้นลองเข้าไปดูก่อน--"


          "ไม่ล่ะ เกรงใจสุดๆเลยโทษทีนะ ฉันไม่อยากจะแข็งตายน่ะ"กินโทกิยกมือห้าม ดูหัวเด็ดตีนขาดก็ไม่ยอมเข้าไปในถ้ำหิมะ นัตสึมิลุกขึ้นยืน เป็นอีกครั้งที่ตัวเธอเซ ถึงขาจะชาแต่มันสุดจะทน คำพูดของกินโทกิลอยเข้าหูตลอดและถ้าเธอเป็นโอคิตะ กินโทกิไม่มีทางได้ยืนต่อปากต่อคำกวนส้นขนาดนี้แน่แค่ฟังเฉยๆยังรู้สึกว่ามันน่าเตะปากเข้าให้จริงๆ


          และด้วยอยากตอบแทนคนที่ขว้างขวดมายองเยสไป--นัตสึมิยกเท้าขึ้นถีบก้นของคนหัวหยิก เธอถีบมันด้วยแรงทั้งหมดที่มี กินโทกิตัวเซไปข้างหน้าหลายก้าว เขาตั้งใจจะหันมาด่าแต่ก็ได้แต่ปิดปากแล้วทำตามแต่โดยดี


          "เข้าไป อย่าพล่ามให้มากถ้ายังอยากมีปากไว้กินข้าว"


          "ค..ครับลูกพี่"กินโทกิเหงื่อตก ยอมเข้าไปแต่โดยดีตามด้วยคางูระที่ไม่ต้องหันไปบอกก็รู้หน้าที่ เธอถอนหายใจเป็นอีกรอบของวัน หาที่เหมาะๆแล้วนั่งลง


          "ชอบให้ใช้กำลังจริงเจ้าพวกนี้"บ่นกระปอดกระแปด ตั้งแต่ไหนแต่ไรกินโทกิก็เป็นแบบนี้ พูดจาดีๆหน่อยเข้าไม่ได้ ชอบกวนส้นคนเขาเล่นพอใช้กำลังหรือเอาของมาล่อถึงได้ยอมแต่โดยดี


          "มานั่งนี่สิชินปาจิคุง พวกนั้นน่าจะเข้าไปนานนะ"นัตสึมิเรียกชินปาจิที่ยืนอยู่หน้าถ้ำมานั่งด้วยกันข้างๆ หนุ่มแว่นสะดุ้งตัวโหยง เก้ๆกังๆยอมมานั่งด้วยกันแต่เว้นระยะห่างไว้มากโข


          "อะไรกัน กลัวฉันรึไง"เธอหัวเราะในลำคอที่เห็นปฎิกิริยาของชินปาจิ เด็กสาวเขยิบไปนั่งข้างๆให้ระยะห่างลดน้อยลง วาดแขนคล้องคอชินปาจิไว้"อย่าเกร็งไปเลยน้า ฉันกับนายอายุก็พอๆกันนะ สนิทกันไว้เถอะ"


          ชินปาจิอายุ 16 เธอเองก็จะ 16 ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าด้วย


          "คะ ครับ!"ชินปาจิขานรับตัวตรง อีกฝ่ายดูผ่อนคลายลง(?)หน่อยในตอนที่นัตสึมิไม่ได้ถือตัวอะไรมาก เธอเก็บแขนที่คล้องคอชินปาจิลงไว้ข้างตัวเหมือนเดิม


          "ชินปาจิรู้จักกับหมอนั้นได้ไงเหรอ"นัตสึมิเอ่ยทำลายความเงียบ อันที่จริงก็สงสัยอยู่พอสมควร รู้ว่าพอหลังจบสงครามทุกคนต่างก็แยกย้ายกันไป กินโทกิเป็นคนที่ไม่รู้จักใครก็ว่าได้แต่ทำไมตอนนี้ถึงได้มีคนรู้จักมากหน้าหลายตานัก มันไม่ใช่เรื่องไม่ดี นัตสึมิเองก็ดีใจที่อีกฝ่ายมีเพื่อนเยอะขึ้น


          "อ้อ เขามาช่วยผมไว้น่ะครับ"คิ้วเรียวเลิกขึ้น หันไปมองใบหน้าด้านข้างของชินปาจิที่นึกย้อนไปตอนที่รู้จักกับกินโทกิครั้งแรกในความคิด"ผมทำงานพิเศษอยู่ที่ร้านนึง โดนแกล้งประจำเลยล่ะจากทั้งลูกค้าและผู้จัดการ ตอนนั้นผมกำลังโดนรุมจากชาวสวรรค์คุณกินเลยมาช่วยไว้น่ะครับ--ถึงเขาจะบอกไม่ได้ตั้งใจจะช่วยก็เถอะ"


          นัตสึมินิ่งเงียบ เด็กสาวยืดขาออกเพราะเริ่มทนความเมื่อยล้าไม่ไหว อยากสบถอยู่เหมือนกันว่าทำไมขายังชาๆอยู่ถึงแม้จะแค่บางส่วนแต่นัตสึมิก็ไม่ชอบใจเอาซะเลย มันไม่ค่อยถนัดเวลาขยับตัวไปไหนมาไหน หูก็คอยฟังเรื่องที่ชินปาจิเล่า อดยิ้มออกมาไม่ได้ กินโทกิก็ยังเป็นกินโทกิ ยังเหมือนเดิมจริงๆนั้นแหละ


          "แล้วนัตสึมิจังล่ะ? รู้จักกับคุณกินได้ยังไงเหรอ"คราวนี้เป็นชินปาจิที่ถามกลับมา เธอนิ่งคิดสักพักก่อนที่จะส่ายหัว


          "ไม่รู้สิ รู้ตัวอีกทีฉันกับหมอนั้นก็โตมาด้วยกันแล้ว"นึกย้อนไปตอนที่จำความได้ ตอนนั้นเธอพยายามมากที่จะแย่งดาบที่กินโทกิถือติดตัวตลอดแต่ก็แย่งมาไม่ได้สักที"จะเรียกว่าครอบครัวก็ไม่ถูกนักเพราะเราไม่ได้มีสายสัมพันธ์ระหว่างเลือด อืมม..อารมณ์ประมาณฉันถูกเก็บมาเลี้ยงด้วยคนเดียวกับที่กินโทกิสนิทนั้นแหละ"


          "เก็บมาเลี้ยงงั้นเหรอครับ?"


          "อือ! หมอนั้นบอกว่าเจอฉันในสุสาน โซโยเลยเก็บมาเพราะสงสาร"เธอหน้ามุ่ย นัตสึมิเคยถามเรื่องนี้กับกินโทกิแล้วหมอนั้นก็บอกแต่แบบนี้พอไปเค้นถามกับโซโยอีกฝ่ายก็เพียงแค่ยิ้มแล้วลูบหัวเธอเท่านั้น


          "เอ๊ะ โซโย? อาจารย์ของคุณกินเหรอครับ?"


          เธอพยักหน้ารัวแล้วหลังจากนั้นทุกอย่างก็ตกอยู่ในความเงียบ ชินปาจิไม่รู้ว่าควรพูดอะไรต่อในขณะที่นัตสึมิหัวขาวโพลน ดวงตาสีแดงหลุบลงต่ำนึกถึงตอนเก่าๆก็ได้แต่แค่นยิ้มแต่เพียงแปบเดียวเธอก็สลัดความคิดเก่าๆออกหมดเมื่อเห็นอะหรบางอย่างคลาดเคลื่อนเข้ามาใกล้ เงาใหญ่ถูกทาบทับลงมา โอคิตะเดินตรงมาทางนี้ก่อนที่จะนั่งยองๆอยู่ตรงหน้า


          นัตสึมิงงนิดหน่อยที่อยู่ๆก็โดนนั่งจ้องหน้ากันแบบนี้ ไม่เพียงแค่นัตสึมิ เธอว่าชินปาจิก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน


          "ขาหายชารึยัง?"


          โอคิตะเปิดปากถาม เธอร้องอ้อ ส่ายหัวไปมา อย่างที่บอกไปเธออาศัยแขนโอคิตะในการเดินทางมาตลอด ขนาดอ้วกเธอยังอ้วกกับที่เดิมเลยด้วยซ้ำ เดินไปถีบกินโทกิก็เดินเซไปหลายก้าว


          "ยังเลย มันก็ชาๆอยู่นิดนึงอ่ะแต่ก็พอทนได้--อ๊ะ!"เสียงใสอุทานออกมาเบาๆ ขาข้างซ้ายที่อยู่ใกล้กับโอคิตะมากที่สุดถูกยกขึ้นมาวางไว้บนหน้าตักหนา มือหยาบกร้านที่จับดาบมาตลอดบีบนวดเข้าที่เรียวขาภายใต้กางเกงขายาว


          "เดี๋ยวจะลำบากคนอื่นเอา รีบๆหายแล้วเดินเองได้แล้ว"


          นัตสึมิปากยื่น เธอไม่ได้ใช้ให้โอคิตะมานวดให้เลยสักนิดแต่ก็ไม่ปฎิเสธหรอกว่าน้ำหนักมือที่ถูกกดทับลงมาตามต้นขาสบายมากจริงๆ


          ดวงตากลมเหล่มองคนที่ตั้งหน้าตั้งตาบีบเค้นเรียวขาตัวเอง จมูกโด่งคม ริมฝีปากบางกระจับ ดวงตาคมที่ไม่ส่อแววอะไรตอนนี้กลับจดจ่อที่ขาตันๆ


          นัตสึมิไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าริมฝีปากตัวเองยกยิ้มขึ้นมาตอนไหน


          ทำไมถึงได้รู้สึกดีหน่อยๆขนาดนี้นะ


          ชินปาจิช็อคไปแล้วกับภาพตรงหน้า ออร่าสีชมพูถูกคลอบคลุมในตอนนี้ เขาไม่เคยเห็นโอคิตะยอมนวดฝ่าเท้าให้ใคร ไม่เคยเห็นว่าคนที่ซาดิสต์สุดในเรื่องจะทำตัวโอนอ่อนต่อผู้หญิงตรงหน้าแล้วนี้ไม่รวมที่นัตสึมิไม่ยอมหาเรื่องโอคิตะอีกด้วย มันผิดแปลกไปหมดแต่พอนึกขึ้นได้เขาก็เคยเห็นทั้งคู่ซบกันในร้านพี่สาวตัวเอง


          ระ หรือว่าคุณโอคิตะจะ..


          "เฮ้ย โซโกะแกรู้ไหมว่านี่เป็นขวดมายองเนสที่ฉัน--..โซโกะ?"


          ชินปาจิหันไปมองคนที่เพิ่งขึ้นจากเหวลึกได้ ฮิจิคาตะตะเกียตะกายขึ้นมาด้วยความยากลำบากแต่พอเห็นออร่าสีชมพูก็ได้แต่เงียบ ชินปาจิว่าคุณฮิจิคาตะก็น่าจะมองออกเหมือนกันถึงได้ไม่ได้เข้าไปหาเรื่องเหมือนกับที่ตั้งใจในครั้งแรก


          "เฮ้อ เอาจริงๆสินะหมอนั้น"เขาได้ยินอีกฝ่ายพึมพำอยู่คนเดียว ชินปาจิเองก็ไม่ได้คิดจะก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวใครด้วยเลยเลือกที่จะอยู่เงียบๆ เด็กหนุ่มลุกขึ้นยืน ออกห่างคนที่ไม่รู้ว่าสร้างออร่ารักหวานแววออกมา ฮิจิคาตะจุดบุหรี่ขึ้นมาอีกม้วน ปล่อยควันบุหรี่ลอยคลุ้งแข่งกับพายุหิมะ


          "นายรู้ใช่ไหมว่าหมอนั้นคิดยังไง"ฮิจิคาจะเปิดประเด็น หันหลังให้กับภาพตรงหน้า ทั้งคู่ไม่มีแววหันมาสนใจพวกเขา


          "ครับ ก็พอดูออก"ชินปาจิพยักหน้า มองคนตัวสูงกว่าที่เดินตรงดิ่งไปยังถ้ำหิมะ


          "งั้นก็ช่วยเก็บเป็นความลับด้วยล่ะ"


          ชินปาจิอยากอ้าปากเถียงซะเหลือเกินว่าฝ่ายชายดูออกง่ายขนาดนั้นจะให้เก็บอะไรไว้อยู่ได้อีกมีแต่นัตสึมิเท่านั้นแหละที่ดูท่าไม่มีความคิดแบบนั้นอยู่ในหัวเลยสักนิด เด็กหนุ่มหันไปมองหนุ่มสาวที่เป็นประเด็นอีกครั้ง คราวนี้เป็นนัตสึมิที่ถีบโอคิตะออกห่าง ทั้งคู่ดูมีเรื่องกัดกันเหมือนปกติแล้วแต่มันกลับไม่มีสักครั้งที่โอคิตะลงมือกับผู้หญิงคนนั้น


          ชัดเจนขนาดนั้นใครๆก็มองออก


          ก็เหมือนกับที่คุณฮิจิคาตะทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกนั้นแหละ


          ความสัมพันธ์ของสามคนนี้มันยังไงกันนะ


          "เป็นยังไงบ้างครับคุณกิน คางูระจัง?"ชินปาจิเอ่ยปากถาม มองลอดเข้าในถ้ำหิมะที่มีคนสองคนนอนอยู่ด้วยความสบายใจไม่เหมือนกับคำพูดชวนหาเรื่องก่อนหน้านี้


          "สบายจริงเชียวนะพวกนี้"ฮิจิคาตะกัดฟันกรอด หัวคิ้วกระตุกเป็นระยะๆ กินโทกิกับคางูละผลิกตัวไปมาไม่ต่ำกว่าห้ารอบ


          "เอ้านั้น มาตั้งแต่เมื่อไรน่ะครับ"ชินปาจิหันไปมองคนที่มาใหม่ โอคิตะเอียงคอถามฮิจิคาตะ ท่าทางแปลกใจขนาดนั้นทำให้รู้ว่าพี่แกไม่ได้สนใจอย่างอื่นนอกจากผู้หญิงข้างกันเลยสักนิด


          "นั้นน่ะสิ ไม่เห็นจะรู้สึกตัวเลยแฮะ"นัตสึมิเสริมทับคำพูดของโอคิตะ เธอพยักหน้าเห็นด้วย ทั้งที่เป็นคนหูดีตลอดแต่กับเสียงฮิจิคาตะกลับไม่ได้ยินซะงั้น การรอดจากเหวลึกขนาดนั้นได้ก็น่าจะมีโวยวายบ้างแต่นี่เธอกลับไม่ได้ยินสักแอะ


          ฮิจิคาตะไม่ได้ตอบ หน้าตาเบื่อหน่ายชัดเจน โอคิตะเองก็ไม่ได้สนใจที่จะถามต่อ มุมปากแสยะยิ้มกับภาพที่เห็น กินโทกิกับคางูระนอนสบายอย่างที่ฮิจิคาตะว่าจริงๆ


          "แหม ฉันไม่ให้พวกนายยืมหรอกนะไปหาพื้นตรงอื่นซุกหัวนอนเอาละกัน"โอคิตะมองเหยียด เธอยิ้มแหยมองกินโทกิที่เหมือนจะเพิ่งรู้ตัวว่าทำอะไรขัดกับคำพูดตัวเอง


          "ก..ก็ไม่เห็นจะแคร์เลยนี่หน่า ที่แคบๆมืดๆแบบนี้ไม่เห็นจะอยากนอนเลย"


          "จะนอนพลิกต้วอะไรก็ลำบากน้อ"


          "ถ้างั้นก็ออกมาสักที กลิ้งไปกลิ้งมาอยู่ได้!"ฮิจิคาตะว่า เป็นไปได้เขาก็อยากเข้าไปซัดกินโทกิในถ้ำถ้าไม่ติดว่าทางเข้ามันแคบนัตสึมิว่านะ


          "ก็พวกแกเป็นคนบอกให้เข้ามาเองนี่หว่า อุตส่าห์นอนกลิ้งให้ก็เป็นบุญแล้วนะ"กินโทกิเถียงกลับมาก่อนที่จะได้ยินเสียงอะไรดังเล็ดลอดออกมาพร้อมกับกลิ่นที่ไม่โสภาเตะจมูก นัตสึมิยกมือขึ้นปิดจมูก กลิ่นเหม็นๆแบบนี้อย่าบอกนะว่าไอ้หัวหงอกนั้นมันตดกัน!


          "ใครใช้ให้แกตดกันเนี่ย!"ดูถ้าฮิจิคาตะเองก็รับรู้ถึงกลิ่นไม่พึงประสงค์เหมือนกัน


          ไม่นานนักจากคำโวยวายของฮิจิคาตะถ้ำหิมะก็พังทลายลงเพราะฝีมือของคนที่อยู่ด้านใน คางูระโผล่หน้าออกมาจากหลังถ้ำในขณะที่ขี่คอกินโทกิอยู่ ทั้งคู่ทำหน้าตายด้านเหมือนที่กินโทกิทำเป็นประจำ


          หมดกันที่ซุกหัวนอน..


          "เอาล่ะเราไปหาที่นอนกันดีกว่านะ"


          "แล้วทำไมแกโผล่ออกมาทางนี้!"


          "เอ๋? ก็ทางมันแคบเลยคิดว่าหาทางอื่นออกจะดีกว่ายังไงเล่า"


          "ไม่ต้องมาแถเลยนะแกน่ะ! อิจฉาเขาเลยพังมันเลยใช่รึเปล่า!"


          นิ้วเล็กๆบีบนวดระหว่างหัวคิ้วตัวเอง ฟังพวกนี้ทะเลาะกันเหมือนฟังเด็กประถมเถียงกันยังไงอย่างนั้น คางูระกระโดดลงมาจากคอของกินโทกิแล้วปล่อยให้พวกผู้ใหญ่สติเฟื่องลงไม้ลงมือกันเองและก่อนที่จะได้ลงมืออย่างที่ว่านัตสึมิก็เอือมมือไปหาทั้งคู่


          "ห๊ะ?"ฮิจิคาตะกับกินโทกิประสานเสียงกัน ทั้งคู่หันมามองว่าเธอจะทำอะไร เด็กสาวยิ้มแย้ม เอือมมือไปจับหูทั้งคู่แล้วบิดมันอย่างแรง


          "โอ๊ยยยๆๆๆ!!"


          เธอไม่สนใจเสียงร้องอวดครวญมากนัก ออกแรงบิดหูอีกนิดจนกินโทกิน้ำตาเล็ด


          "ท ทำอะไรของเธอเนี่ย ปล่อยฉันนะ--โอ๊ยย!"


          "นัต--นัตสึ คุณกินยอมแล้ว โอ๊ยยๆ--ปล่อยหูคุณกิ๊น!"


          นัตสึมิออกแรงดึงหูทั้งคู่เข้ามาใกล้ เสียงเธอกดต่ำลงโดยอัตโนมัติ"ถ้าปล่อยห้ามตีกันอีก เข้าใจไหม?"


          "คะ คร้าบบบ!!"


          ฝ่ามือเล็กๆแต่มีแรงมหาศาลปล่อยออกจากใบหูของทั้งคู่ให่เป็นอิสระ มันขึ้นสีแดงเถือก กินโทกิน้ำตาเล็ดลูบหูตัวเองป๊อยๆส่วนฮิจิคาตะเพียงแค่ถูหลังหูตัวเองให้หายเจ็บ


          นัตสึมิถอนหายใจ เหมือนตัวเองเป็นแม่ไม่มีผิด


          "แล้วทีนี้เราจะทำยังไงต่อดีล่ะ"ชินปาจิกังวล นั้นน่ะสิ ถ้ำหิมะก็ถูกพังลงแล้ว ที่ซุกหัวนอนก็ไม่มีแล้ว


          "ให้ขุดใหม่มีหวังหมดแรงตายก่อนแน่"โอคิตะเสริมยิ่งทำให้รู้สึกบัดซบยิ่งกว่า พายุหิมะเองก็เริ่มแรงขึ้นแล้วด้วย ถ้าหากไม่มีที่ซุกหัวนอนอาจจะได้นอนแข็งตายเอาตรงนี้แน่ๆ


          "เฮ้!! ทุกคนนทางนี้ๆ"


          "เอ๊ะ?"พวกเราหันควับไปตามเสียงเป็นคาซึระที่โผล่มาจากไหนไม่รู้แถมยังสวมใส่บอลหิมะอยู่ตลอด เจ้าตัวกวักมือเรียก นัตสึมิโล่งอกนิดหน่อยที่พี่ชายสติเฟื่องไม่ได้เป็นอะไรมากและยังบ้าได้เหมือนเดิม"เวลาแบบนี้อย่ามัวเสียเวลาทะเลาะกันเลยเดี๋ยวฉันให้ทุกคนนอนถ้ำฉันเอง เร็วเข้าสิ"


          ถ้ำงั้นเหรอ?


          "คาซึระ ใครใช้ให้แกเดินไปไหนมาไหนเองห๊ะ"


          "ก็ฉันเริ่มชินกับร่างกายแบบนี้แล้ว"คาซึระตบปุ๊บๆเข้าที่ก้อนหิมะกลม"เลยลองเดินสำรวจดูเลยเจอถ้ำนี้เข้ายังไงล่ะ"


          นัตสึมิมองลอดเข้าไปในถ้ำมืดๆที่ไม่มีแม้แต่แสงส่องเข้าไปได้ ทางเข้าตรงนี้เล็กเกินกว่าที่คนจะเดินเข้าไปได้ด้วยซ้ำ เธอขมวดคิ้วเหมือนจะมีอะไรอยู่ข้างใน


          รองเท้าเหรอ? ทำไมมันใหญ่ขนาดนั้น


          "แล้วนี่มันถ้ำอะไรกันน่ะ"เธอถาม


          "ไม่ใช่ถ้ำหมีจำศีลเหรอน้อ?"คางูระที่ตามมามองด้วยกันออกความเห็น


          "สบายใจได้ฉันไล่พวกสัตว์ร้ายไปหมดแล้วล่ะ"


          นัตสึมิจะเชื่อได้กับคำพูดของคนคนนี้ไหมนะ


          "เอ๋ เป็นรังของหมีจริงๆเหรอครับ"ชินปาจิเหงื่อตก


          "ฮ่าๆ หมีที่ไหนจะอยู่ในที่แบบนี้กันเล่าก็แค่บิ๊กฟูดธรรมดาๆน่ะ"คาซึระหัวเราะร่าแต่คำพูดกลับทำให้ชินปาจิกับกินโทกิหน้าซีดไป


          "มันไม่มีบิ๊กฟูดธรรมดาๆอยู่ในโลกนี้หรอกเฟ้ยย!!"ชินปาจิโวยวาย


          "ทำไมสัตว์ประหลาดในตำนานถึงได้มาอยู่ในที่แบบนี้ได้เล่าแล้วทำไมบิ๊กฟูดถึงได้ใส่รองเท้าผ้าใบด้วยอ่า!"


          "อาจจะเป็นแค่คนแก่ที่เท้าใหญ่ก็ได้นะ"นัตสึมิออกความเห็น อย่างที่ดูในการ์ตูนอะไรแบบนั้นที่คนตัวยักษ์หน่อยๆจะมีเท้าใหญ่เป็นธรรมดา


          "นี่มันใหญ่เกินมนุษย์แล้วยัยบ้า!"กินโทกิว่า


          "ก็ฝันธงไม่ได้หรอกนะฉันเองก็ยังไม่แน่ใจหรอก"คาซึระทำหน้าเคร่งเครียด"แต่ฉันขอเขาแล้วว่าจะขอค้างคืนสักคืนนึงแต่ว่าไม่เห็นเขาสนใจฟังอะไร ฉันก็เลยเขียนจดหมายแล้วเอาหมุดปักไว้และดูเหมือนเขาจะเข้าใจซะด้วยสิ"


          นัตสึมิหยิบจดหมายที่คาซึระวางไว้บนรองเท้าขึ้นมาอ่าน เนื้อหาในจดหมายก็อย่างที่คาซึระว่ามาแต่มุดที่ปักไว้กลับมีสองอัน อีกอันมันหงายโชว์ด้านแหลมๆอวดโลก พอมองสังเกตุดีๆรองเท้านี่เหมือนจะเปื้อนเลือดเอาด้วย


          เหอะๆ พอจะปะติดปะต่อเรื่องได้แล้ว


          นัตสึมิหันหลังกลับ ไม่สนใจเสียงของคาซึระ กินโทกิและชินปาจิที่เอาแต่เถียงกัน โอคิตะกับฮิจิคาตะเองก็น่าจะรู้แล้ว เธอเดินไปคล้องคอคางูระแล้วพากันเดินออกมา


          "ไปกันเถอะคางูระ"


          "อั้วก็ว่าแบบนั้นน้อ"


          อยู่ต่อมีหวังได้ตายกันแน่ๆ


          รอไม่นานกินโทกิกับชินปาจิก็เดินตามหลังมาติดๆทั้งคู่มีสีหน้าไม่รับรู้อะไรทั้งนั้น นัตสึมิได้ยินเสียงฝีเท้าดังกึกก้องแล้วตามด้วยเสียงโหยหวนของคาซึระ


          อย่าได้ตามมาหลอกหลอนเลยนะพี่ชาย


          พวกเราตัดสินใจออกเดินกันอีกครั้งท่ามกลางหิมะที่ดูจะตกหนักขึ้นเรื่อยๆ ทุกคนกอดตัวเองไว้เพื่อเพิ่มความอบอุ่นมีแต่คางูระที่เป็นเผ่ายาโตะเท่านั้นที่ดูสบายกว่าใคร


          "นี่ฉันว่ามันจะแย่จริงๆแล้วนะถ้าหาที่หลบหิมะไม่ได้มีหวังได้ตายกันหมดแน่"ฮิจิคาตะก็ยังเป็นคนที่บ่นได้ทุกสถานการณ์แต่หน้าคมๆนั้นเริ่มซีดเซียวลงเพราะความหนาวเหน็บ


          "นี่ทุกคนน!"นัตสึมิหยุดเดินได้ยินเสียงคุ้นหู พอมองตามเสียงไปก็เจอกับโอทาเอะที่ยืนอยู่เนินข้างบน หญิงสาวยิ้มแย้มกวักมือเรียก"ทางนี้ๆ ฉันเจอที่ดีๆเข้าแล้วล่ะ"


          "ท่านพี่!"ชินปาจิเป็นคนแรกที่เดินเข้าไปหาแล้วตามด้วยพวกเธอจนครบทุกคน ข้างในถ้ำมีหินย้อยออกมาข้างบนแต่มันไม่ได้ใหญ่มาก ถ้ำเองก็กว้างขวางพอที่จะนอนกันทั้งหมดได้สบายๆ พอเข้าข้างในก็อุ่นๆขึ้นมาหน่อย


          "ถึงจะยังหนาวมากก็จริงแต่ก็ไม่ได้เป็นตุ๊กตาหิมะแข็งตายแล้ว"ก็อย่างที่ฮิจิคาตะว่า ถึงจะหนาวๆอยู่ก็ตามแต่ก็ดีกว่าการออกไปตากพายุหิมะเล่นข้างนอกแน่นอน


          "ค่า แล้วก็ที่นี้มีเสบียงตุ๋นไว้เยอะเลยนะคะ"


          "เอ๋ จริงเหรอครับ"ชินปาจิที่ออกจะดีใจแต่แรกเริ่มเงียบเสียงลง มองพี่สาวตัวเองที่ยืนถือหัวสัตว์ประหลาดเอาไว้ทั้งที่ใบหน้าเปื้อนยิ้ม นัตสึมิมองซากศพที่อยู่ข้างหลังพี่สาวชินปาจิได้แต่ร้องโห่ในใจ


          บอกแล้วว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดา


          "ทะ ท่านพี่นั้นมันอะไรครับ.."แล้วโอทาเอะก็เริ่มบรรยายกับสิ่งที่ตัวเองถืออยู่ด้วยรอยยิ้มในระหว่างที่โอทาเอะพูดพร่ำทั้งที่ไม่มีใครมีกะจิตกะใจฟัง นัตสึมิก็ถูกท่อนแขนหนาวางลงที่ไหล่ดึงให้เดินออกจากถ้ำไปด้วยกัน คนที่ทำอะไรโผงผางแบบนี้ได้มีแค่กินโทกิคนเดียวเท่านั้นแหละ


          พายุหิมะยังมีต่อไปเรื่อยๆแต่ยังคงคอนเซ็ปเดิมคือหนักเข้าทุกชั่วโมง นัตสึมิห่อตัวเองเข้าหากัน สองมือถูไปมาเพื่อเพิ่มความอุ่นแต่มันดูไม่ค่อยให้ความร่วมมือกันเท่าไร


          "หนาวเหรอ"เธอพยักหน้าตอบกินโทกิ


          "ไม่มีใครไม่หนาวหรอกน่า ถามอะไรไม่คิดจริงๆ"นัตสึมิแซะกลับไปแต่ที่ได้กลับมาคือความเงียบกับความว่างเปล่าที่หัวไหล่ กินโทกิยกแขนออกจากไหล่เธอแล้วมากอบกุมเข้าที่มือเล็กทั้งคู่


          "เอ๊ะ?"ถึงงงนิดหน่อยแต่การถูหลังมือเธอให้เกิดความร้อนของกินโทกิก็พอทำให้มืออุ่นขึ้นมาบ้าง นัตสึมิมองมือที่กุมกันไว้อยู่แล้วเลื่อนสายตาไปมองเจ้าของมือใหญ่แต่กินโทกิกลับเพียงมองไปข้างหน้าเท่านั้น


          "อะไร? หนาวไม่ใช่เหรอ ฉันก็ทำให้เธออุ่นอยู่นี่ไง"


          "หา? หนาวขึ้นสมองเหรอ อยู่ๆมาทำตัวอปป้าฉันไม่หลงกลง่ายๆหรอกนะเว้ย"


          "เอ๊ะยัยนี่ ฉันอุตส่าห์หวังดีเห็นเป็นเด็กขี้หนาวเลยเพิ่มความอบอุ่น"การถูมือมันไม่ได้อุ่นเพิ่มเลยสักนิดกินโทกิ"ใช่ซี่ คุณกินมันไม่สำคัญแล้วนี่ พี่ชายคนนี้มันไร้ประโยชน์แล้วล่ะสิ คนที่เก็บฉี่เก็บอึเธอตั้งแต่เด็กมันก็ฉันคนนี้ตอนนี้โตเป็นสาวก็จะเฉดหัวฉันทิ้งงั้นเหรอ มีคนใหม่แล้วลืมกันใช่มะ"


          เริ่มจะพูดไม่รู้เรื่องแล้วนะเนี่ย นัตสึมิดึงมือกลับแต่ถูกกินโทกิจับเอาไว้แน่น เธอเหงื่อตกนิดหน่อยกับท่าทางตัดพ้อของคนที่โตแต่ตัว


          "อย่าพูดเรื่องเก่าๆน่า มันไม่เกี่ยวกันเลยสักนิด"เธอว่า ออกแรงดึงมือตัวเองกลับอีกรอบก็ไม่เป็นผล


          "พายุหิมะเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆแล้วจะทำยังไงดีครับเนี่ย นี่เราหาที่หลบพายุไม่ได้จนพระอาทิตย์ตกดินแล้วนะครับ มีหวังได้แข็งตายกันหมดพอดีอ่ะ!"


          นัตสึมิหยุดเดินเมื่อชินปาจิที่เดินนำหน้าหันมาโวยวายใส่ กลุ่มผมและเสื้อผ้าถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ หน้าตาก็เริ่มแย่ไปตามๆกันและเพราะแบบนั้นถึงทำให้รู้ว่าท้องฟ้าเริ่มมืดอย่างที่ชินปาจิว่าจริงๆ


          "ฮ่าาๆ ความหนาวแค่นี้ทำอะไรฉันไม่ได้หรอกเพราะเข็มที่คุณบิ๊กฟูดให้ฉันมาทำให้ทั้งตัวของฉันเร่าร้อนอย่างแรงเลยเพราะงั้นพวกเรากลับไปหาคุณบิ๊กฟูดกันดีกว่าไหม"


          "มะ ไม่ๆ ไม่เด็ดขาดครับ!"ชินปาจิตอบแทนทุกคน คาซึระทั้งตัวเต็มไปด้วยเลือด ตามอกและใบหน้ามีเข็มหมุดปักเอาไว้หลายแห่งแต่เจ้าตัวก็ยังยิ้มได้ทั้งที่เลือดท่วมหัว


          นัตสึมิคิดว่าคาซึระจะตายไปแล้วซะอีกไม่คิดว่าจะมีชีวิตอยู่รอดได้จนถึงตอนนี้


          "ฉันว่าถ้ำที่ฉันหาเจอดีที่สุดแล้วน้า เห็นมะ อุตส่าห์ย่างจูคาลาปัสน่ากินขนาดนี้แล้วด้วย"


          "โอ้โห ยัยนี่เอาสิ่งมีชีวิตปริศนามาทำเป็นวัตถุปริศนาซะงั้นน่ะ"กินโทกิหน้าแหยง ดูกลัวสุดขีดกับเถ้าดำๆที่โอทาเอะถือมาด้วยและเพราะแบบนั้นมือของเธอเลยเป็นอิสระ นัตสึมิสงสัยว่ามันกินได้งั้นเหรอแต่ให้ลองเธอก็ขอบายคนแรก ดูอันตรายพอๆกับมายองเนสเลยแฮะ


          "ใครมันจะทนอยู่กับสัตว์ประหลาดแบบนั้นได้ทั้งคืนน่ะครับ!"ชินปาจิก็แทบอยากจะร้องไห้ สมองก็นึกไปถึงภาพที่โอทาเอะยืนยิ้มถือหัวสัตว์ประหลาดไว้อยู่


          "แต่ว่านะ เดินวนไปวนมาจนไม่รู้แล้วสิว่าเดินไปทางไหน"นัตสึมิพยักหน้าเห็นด้วยกับสิ่งที่ชินปาจิพูดมา เราเริ่มเดินกันอีกครั้ง ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนก็เหมือนกันจนหมด มีหิมะปกคลุม มีต้นไม้ มีหญ้าเหมือนถูกก็อปปี้วางทั้งแถบเลยก็ว่าได้ อย่างกับเขาวงกตแหน่ะ


          "ขาวโพลนไปหมดไม่เห็นควันไฟที่เป็นสัญลักษณ์ทำไว้เลย"ฮิจิคาตะพูดขึ้นมาบ้าง สีหน้าคร่ำเครียดกับเป้าหมายแรกที่คิดจะทำ นัตสึมิเกือบลืมไปสนิทว่าเรามาตามหาโชกุน เรื่องถ้ำกลบเรื่องที่ตั้งใจไว้จนหมด เธอลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าฮิจิคาตะเคยทำสัญลักษณ์เอาไว้


          "พายุหนักขนาดนี้คงโดนทับถมกันไปหมดแล้ว"โอคิตะกล่าวเสริม พูดตามหลักความเป็นจริงที่เถียงกันไม่ออก


          "แบบนี้ลุงกับโชกุนก็กลับไปที่เดิมไม่ได้น่ะสิ"เธอพูดขึ้นมาบ้าง ไม่รู้ปานนี้จะเป็นตายร้ายดียังไง ผู้ชายอกสามศอกที่มีกางเกงในหุ่มตัวเดียวสองคนจะไปกันรอดไหมนะ


          "ไม่ต้องห่วงหรอกน่าทั้งสองคนต้องกลับไปได้แน่"มือใหญ่ถูกวางแหมะลงบนกลุ่มผมดำ นัตสึมิเหล่มองมือที่ลูบไปมาเหมือนกำลังจะปลอบประโลม กินโทกิก็ยังคงมองไปแต่ข้างหน้าก่อนที่คำพูดต่อมาจะทำให้เธอคิ้วกระตุก"..สู่พื้นดิน"


          บอกเธอสิว่าหมอนี้ไม่ได้แช่งคอนโด้กับโชกุนน่ะห๊ะ!


          "อย่าพูดจาไม่เป็นมงคลสิ!ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับโชกุนพวกเราก็ได้กลับไปเป็นดินนั้นแหละน่า!"ฮิจิคาตะเจ้าเดิมโวยวาย นัตสึมิเองก็เห็นด้วยกับสิ่งที่ฮิจิคาตะพูดมา ชีวิตของเราตกอยู่ในกำมือโชกุน โชกุนบาดเจ็บ โชกุนหาย โชกุนตาย = ประหารชีวิต ล้านหัวก็ไม่พอหรอก ยิ่งหัวเน่าๆแบบพวกเธอทุกคนก็ไม่มีค่าให้โชกุนพอใจแน่


          "คุณฮิจิคาตะไม่เป็นอะไรหรอก ทุกคนจะต้องกลับไปได้อย่างแน่นอน--ทั้งกางเกงในสีขาวของโชกุนและหน้าขาวซีดของพวกเรา"


          มันคงจะดีกว่านี้ถ้าโอคิตะไม่พูดด้วยใบหน้าเลื่อนลอยและสายตาที่มองขึ้นบนจนกู้ไม่กลับ


          "ทุกคนถูกหิมะกลืนกินจนสมองตายกันไปหมด..แล้วกลับไปสู่จุดเริ่มต้นจนหมดกันยังไงเล่า"กินโทกิเองก็มีสภาพไม่ต่างจากโอคิตะนัก หน้าตาเลื่อนลอยหนักกว่าเดิมด้วยซ้ำ ยิ่งพูดโอคิตะก็ยิ่งหัวเราะแห้งด้วยความเวทนา นัตสึมิมองคนตรงหน้าแล้วปวดจิต


          "ตั้งสติกันหน่อยสิพวกนาย จะมาถอดใจเอาอะไรตอนนี้"เธอเรียกสติแต่คู่หูสติเลื่อนลอยดูท่าจะกู้ไม่กลับจริงๆ


          "ก็อย่างที่นัตสึมิจังพูด ตั้งสติให้ดีหน่อยสิครับถ้าเราไม่ยอมแพ้มันจะต้องมีทางแน่"ชินปาจิพูดเสริม


          "เนอะ คุณฮิจิคาตะ/เนอะ โทชิคุง"เธอกับชินปาจิหันไปหาตัวช่วย ฮิจิคาตะหยิบบุหรี่ขึ้นมาอีกแล้ว อีกคนจุดไฟที่ปลายด้ามขึ้นสูบ


          "ชิส์ ที่ฉันพูดได้ตอนนี้ก็ไม่มีสถานการณ์อะไรแย่เท่านี้อีกแล้ว"ฮิจิคาตะล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าทั้งสองข้างเหมือนทุกที"ถ้าหากคิดในแง่ดีก็คงไม่มีอะไรซวยไปกว่านี้หรอกที่เหลือก็ต้องดิ้นร้นกันหน่อย"


          ระหว่างที่ฮิจิคาตะพูดอยู่ คนหูดีก็ยังหูดีอยู่วันยังค่ำ นัตสึมิเหมือนได้ยินเสียงอะไรสวบสาบมาทางนี้ไม่รู้ทิศทางว่ามาจากทางไหน--แต่ขอให้ไม่เป็นสัตว์ป่าก็เป็นพอ


          นัตสึมิหันไปมองด้านหลัง กวาดสายตามองไปทั่ว พยายามคิดในแง่ดีว่าอาจจะหูฝาด--ไม่ก็คิดไปเองหรือเป็นเสียงย่ำเท้าของพวกสติเลื่อนลอยเท่านั้นและเท่าที่ดู ตรงนี้ไม่มีอะไรนอกจากพวกไม่เอาไหนกับพวกสติเลื่อนลอยเท่านั้นจริงๆ


          แต่พอจะหันกลับมามองฮิจิคาตะอีกรอบกลับเห็นตัวประหลาดอยู่หลังชินปาจิ ลำตัวใหญ่หนาปกคลุมไปด้วยขนดกสีดำสนิท ริมฝีปากมีเขี้ยวแหลมคมและอุ้งมือหนาที่ตะครุบเหยื่อได้ครั้งเดียว


          "--ตอนนี้ก็ถือว่ายังไม่หน้าเป็นห่วง"


          "เอ่อ..คุณฮิจิคาตะ.."ชินปาจิสะกิดคนที่อยู่ข้างกันยิกๆ ทันทีที่รู้สึกตัว


          "อะไรอีกล่ะ"


          "ไอ้แบบนี้มันเรียกว่าหมีซานตาครอสใช่ไหมครับ!"


          มันหายใจโรยรินออกมาเป็นควันสีขาว ตัวใหญ่กว่าเธอเป็นเมตร นัตสึมิสับขาวิ่งทันทีไม่คิดชีวิต กลัวใจตัวเองว่าถ้าหากหยุดวิ่งอาจจะกลายเป็นอาหารค่ำของเจ้าหมีตัวนี้


          "ไม่รู้โว๊ยย หนีก่อนสิฟะะะ!"ไม่มีใครคิดเถียง ทุกคนสับขาตัวเองวิ่งเพื่อหนีรอด คนที่นำหน้าสุดคือกินโทกิและคาซึระ รั้งท้ายสุดเป็นฮิจิคาตะกับชินปาจิส่วนนัตสึมิอยู่ตรงกลาง เผื่อล้มเธออาจจะถูกหิ้วโดยฮิจิคาตะแทน


          ยังไงชีวิตของลูกสาวของผบ.ตร.ก็มีค่านะเว้ย!ถึงจะน้อยกว่าโชกุนก็เถอะ!


          "ทำไมต้องมีหมึโผล่มาตอนนี้ด้วยเนี่ย!"กินโทกิวิ่งนำใครเพื่อน ขนาบข้างกับคาซึระที่ทำหน้าจริงจัง


          "ใจเย็นก่อนกินโทกิ ต่อให้ใจกล้าสู้หมีคิดยังไงก็ไม่มีทางชนะอยู่ดีแต่เวลาแบบนี้ต้องแกล้งตายกันไปเลย!"แล้วพี่แกก็กระโดดลงจากหน้าผาด้วยท่าซูปเปอร์แมน นัตสึมิอ้าปากค้างกับความบ้าบิ่นของคาซึระ ตอนเด็กๆคาซึระเป็นคนที่ฉลาดมาก ตอนนี้ก็ยังเป็นเหมือนเดิม ฉลาดแต่เรื่องบ้าๆ!


          "จะบ้ารึไง!ต้องจ้องตาหมีแล้วค่อยๆถอยห่างออกมาเรื่อยๆ หันหลังให้มันแล้วค่อย--"


          ฉึก!


          ฮิจิคาตะค่อยๆหันไปมองด้านหลังตัวเอง โอคิตะยืนอยู่ตรงนั้นพร้อมกับกิ่งไม้ที่มีปลายแหลม หน้ายังคงซีดไว้คงเดิม


          "แหม่ๆ คุณฮิจิคาตะใช้ไม่ได้เลยนะครับต้องมองข้างหลังดีๆสิเดี๋ยวคนจะคิดว่าเป็นหมีแล้วถูกเสียบเอาน้า"


          "ยะยะแย่แล้วเรา..ลืมไปเลยว่ามีคนที่ห้ามหันหลังให้ด้วย"


          โอคิตะเหยียดยิ้มแต่ได้ไม่นานก็


          ฉึก!


          ..ถูกแทงเหมือนกัน


          คางูระถือกิ่งไม้ไว้ หน้าตาอิดโรยเพราะขาดอาหารมากกว่าหนาวเย็น มองโอคิตะที่ล้มตัวไปนอนข้างฮิจิคาตะตามเวรตามกรรม"อั้วว่าลื้อน่าจะแกล้งตายดีกว่าน้อ"


          "นี่พวกแกทำบ้าอะไรกันน่ะ!ใช่เวลาที่แกตีกันเองเหรอ"ชินปาจิโวยส่วนนัตสึมิเองก็เริ่มไม่มีเรื่อวแรงแล้ว เด็กสาวเซไปหากินโทกิแบบช่วยไม่ได้ ตั้งใจว่าถ้าเกิดอะไรก็ยังมีหัวขาวนี่ตายไปเป็นเพื่อน


          "ชินจัง!ระวังนะ หมีพุ่งมาหาแล้ว"โอทาเอะเรียกสติ หล่อนหันไปมองทางหมีที่วิ่งเข้ามาหา


          "เย้ยย!"และชินปาจิก็ลนลาน เขาคิดจะหนีแต่คงลืมไปว่าข้างหน้าเป็นหน้าผาสูง พื้นที่เหยียบก็เริ่มผุพังตามการเวลาสุดท้ายเด็กหนุ่มก็เลื่อนไหลตกลงในหุบเขา นัตสึมิเบิกตากว้าง เสียงกรีดร้องของโอทาเอะทำให้ได้สติ สองขาพยายามวิ่งไปหาชินปาจิให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้แต่ติดที่ว่าดันมีหมีวิ่งมาทางนี้


          "เฮ้ยยยย!!"เด็กสาวคว้าคอเสื้อกินโทกิที่หมดอาลัยตายยากขึ้นเขวี้ยงใส่หมีตัวยักษ์แทน เจ้าตัวร้องโวยวายหน้าซีดแต่นัตสึมิมั่นใจว่ากินโทกิต้องรอดพ้นจากอุ้งมือยักษ์ๆนั้นได้แน่ในขณะที่เธอเองก็รีบคว้าเข้าที่ข้อมือของชินปาจิได้ทันเวลาพอดิบพอดี


          "เฮ้อ ยังดีที่ไม่ตกไปมากกว่านี้นะเนี่ย"นัตสึมิออกแรงดึงชินปาจิให้ขึ้นจากเหวยังดีที่โอทาเอะมาช่วยดึงด้วยถึงได้รอดพ้นวิกฤตเสี่ยงตาย หน้าชินปาจิดูแย่มาก ท่าทางกลัวตายไม่น้อย


          "ขะ ขอบคุณนะครับ"


          "ไม่เป็นไรหรอก"เธอว่า ยืนขึ้นปัดเศษหิมะออกจากตัวเดินตรงปรี่เข้าไปหาหมีตัวยักษ์ที่โดนกินโทกิทับเอาไว้โดยมีคางูระยืนมองอยู่


          "อานัตตี้ ลื้อว่าหมีมันมีเนื้อในไหมน้อ"


          "เนื้อใน?"คางูระถามแต่ถ้าจับจ้องอยู่ที่หมีกับคนผมขาว นัตสึมิมองตามที่คางูระชี้ไปก่อนที่เธอจะรู้สึกอ่อนแรง


          "ลื้อว่าเนื้อในของเจ้าหมีหน้าคุ้นๆไหมน้อ"


          จะไม่คุ้นได้ไง นั้นมันโชกุน!!!


          ชิบหายแล้วนัตสึมิ!







          "แหม เก่งสมเป็นท่านโชกุนเลยไม่คิดว่าท่านจะรี้ภัยมาหากระท่อมเล็กๆได้ตัวเองแต่เราก็ได้ท่านช่วยเอาไว้ที่ถูกแช่แข็งในหิมะ ให้ตายสิแบบนี้ใครมันคุ้นกันใครกันแน่--ฉันนี้ไม่สมควรเป็นนักรบสักนิด"


          นัตสึมินั่งกอดเข่าตัวเองในมุมเงียบๆ ฟังคอนโด้ที่พูดความในใจออกมา เราอยู่ในกระท่อมเล็กๆ มีแสงไฟ มีความอบอุ่นและคนที่นำพามาที่นี่คือท่านโชกุน


          "จริงๆฉันก็เตรียมใจที่จะคว้านท้องตลอดเวลาแต่ว่าชีวิตนี้ที่ท่านโชกุนช่วยเอาไว้ ตอนนี้ขอให้เพื่อพาท่านกลับไปอย่างปลอดภัยให้ได้ก่อน"


          ประตูไม้ถูกเปิดออกเผยให้เห็นฮิจิคาตะกับโอคิตะที่หิ้วปีกท่านโชกุนในชุดหมีมาคนละข้าง นัตสึมิหน้าซีด ตัวยิ่งลีบลง เธออยากกลืนหายเข้าไปในพื้นผิวกระท่อมในตอนที่เห็นว่าโชกุนหมดสภาพมากแค่ไหน


          "เฮ้ย ท่านโชกุน! นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ยทำไมท่านโชกุนเป็นแบบนี้แล้วทำไมพวกนายหมดสภาพกันเลยล่ะ"คอนโด้โวยวาย เธอสำรวจสภาพแต่ละคนที่อาสาหิ้วปีกท่านโชกุนที่หมดสติ(ด้วยฝีมือเธอ) ฮิจิคาตะกับโอคิตะสภาพดูไม่จืด ตามตัวมีหิมะเกาะติดมาจนเป็นสีขาวและบางทีก็มีน้ำแข็งเกาะติดด้วย


          "เอ่อ..คุณคอนโด้ คือว่าเรื่องนี้.."ฮิจิคาตะอึกอัก เธอเห็นอีกฝ่ายเหงื่อตก ดวงคาคมเฉี่ยวนั้นเหล่มองเธอเป็นระยะๆแต่นัตสึมิก็ได้แต่ทำตัวลีบติดกับกินโทกิ


          "ถูกบิ๊กฟูดกับจูคาลามัสเล่นงานมาน่ะสิ"ขอบคุณพระเจ้าที่กินโทกิยังมีเยื่อใยให้กัน นัตสึมิพยักหน้าหงึกหงิกถึงแม้คอนโด้จะสงสัยมากแค่ไหน"พวกเราเองก็สู้สุดใจ หน็อยแน่..เจ้าสัตว์ประหลาดนั้นฉันไม่ให้อภัยแกแน่"


          แล้วทำไมประโยคหลังถึงหันมามองเธอกันล่ะเนี่ย!


          "สัตว์ประหลาดงั้นเหรอจะเป็นไปได้ยังไง!"


          "มีจริงๆน้อ ทุกอย่างเป็นฝีมือของสัตว์ประหลาดทั้งนั้นเลยเนอะโชจังเนอะ"


          "หน็อยแน่ ไอ้เจ้าสัตว์ประหลาดเอ๊ย--โชกุนทำใจดีๆไว้นะครับ ชะ โชกุน!"นัตสึมิมองคอนโด้ที่ตกอกตกใจ โชกุนฟื้นมาแล้วดูจากสภาพของเจ็บไม่น้อย เธอแอบเห็นหัวโนๆของโชกุนไปด้วย ฮื่อ โชกุน นัตสึขอโทษษ


          "ทะ ที่นี่มันที่ไหน..แล้วทำไมเรามาอยู่ที่นี่"


          "นะ นี่..ดูเหมือนท่านจะจำอะไรไม่ได้แล้วนะ"คอนโด้ยิ่งกระวนกระวายเข้าไปใหญ่ในขณะที่นัตสึมิรู้สึกโล่งใจไปเปาะนึง อย่างนี้ก็เท่ากับว่าเธอรอดไปอีกหนึ่งกระทง


          "คอนโด้..นี่มันเกิดอะไรขึ้นทำไมเราถึง.."


          "โชกุนนี่ท่านลืมไปแล้วเหรอครับว่าท่านพาพวกบ้านี่มาเพื่อมาเจอกับสัตว์ประหลาดพวกนี้ยังไงล่ะ--แต่ว่ากว่าจะตามรอยเท้าของบิ๊กฟูดก็ประสบเหตุร้าย เจอหิมะอันหนาวเหน็บ ทุกคนที่นี่เกือบตายเพราะมาเป็นเพื่อนเล่นให้กับท่านยังไงล่ะครับจำไม่ได้งั้นเหรอ"


          บางทีนัตสึมิก็คิดว่ากินโทกิสมควรลาออกจากการเป็นนักรับจ้างแล้วมาแต่งนิยายเอา กินโทกิโยนความผิดให้โชกุนหน้าตาเฉยแถมไม่รู้สึกอะไรด้วย ท่านโชกุนเองก็หลงเชื่อกับคำโบ้ยเล่านั้นสีหน้าเลยอมทุกข์และโศกเศร้า


          "นี่มันอะไรกัน เราให้พลเมืองเอาชีวิตมาเสี่ยงอันตรายเพื่อเล่นสนุกไร้สาระอย่างนั้นหรอกหรือ"โชกุนเดินออกไปนอกกระท่อมไม่สนใจเสียงคอนโด้ที่พยายามบอกความจริงว่าเขาไม่ผิด"สวรรค์!ได้โปรดเอาพายุหิมะนี้ลงทันฑ์เราทีให้ชีวิตของชายผู้งี่เง่าของเราให้สำนึกที"


          "โชกู๊นนนนนน"


          นัตสึมิอ้าปากเหวอ ไม่คิดว่าโชกุนจะเชื่อมากมายขนาดนี้ คอนโด้พยายามปรี่เข้าไปหาแล้วโน้มน้าวให้โชกุนกลับมานั่งที่กระท่อมดีๆกว่าจะเกลี้ยกล่อมได้ก็ใข้เวลาไม่น้อย เรานั่งล้อมวงจุดกองไฟตรงกลางกันอีกครั้ง โอคิตะเองก็นั่งลงข้างกัน ฮิจิคาตะนั่งลงข้างกินโทกิ


          "เห็นไหมล่า ทุกคนรอดความผิดได้เพราะฉันแท้ๆเลยอย่าลืมตบรางวัลให้ฉันอย่างงามด้วยล่ะ"กินโทกิพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดตัวเองแต่ฮิจิคาตะก็ยังไม่เห็นด้วยตลอดเวลา


          "ความผิดทั้งหมดก็มาจากพวกนายกันทั้งนั้นและยังไม่คลี่คลายสักเรื่องเดียว!"ฮิจิคาตะถอนหายใจ ยืดตัวกลับมาที่เดิม"ฟังนะทุกคนอย่าออกไปไหนจนกว่าพายุหิมะจะสงบขอให้รอความช่วยเหลืออยู่ที่นี่เพราะถ้าเถลถล่าเดี๋ยวจะได้แย่ไปกันใหญ่"


          นัตสึมิกอดเข่าตัวเองแน่น เธอเริ่มจะง่วงขึ้นมาแล้วสิ วันนี้ก็เสียพลังงานไปเยอะมากด้วย


          "ถึงจะอยู่ในกระท่อมแต่ก็เป็นรู ความหนาวในนี้อาจจะไม่มากเท่าข้างนอกแต่ถ้าเผลอหลับได้ไหลตายแน่นอนอยู่รวมกันไว้แล้วรักษาความอุ่น พยายามแหกปากเรียกคนอื่นด้วยอย่างเช่น นัตสึมิ!!"


          เจ้าของชื่อสะดุ้งตัวโหยง เธอเกือบเพลิ้มหลับไปแล้วถ้าไม่ตกใจเสียงเรียกของฮิจิคาตะ เรื่องเมื่อกี้ก็ได้ยินไม่หมดด้วยเพราะเผลอหลับไปช่วงนึง


          "รวมกันรักษาความอบอุ่นนี่มันทำกันยังไงเหรอครับ"โอคิตะถามขึ้นมา นัตสึมิเองก็สงสัยไม่แพ้กันก่อนที่จะรู้สึกถึงอะไรอุ่นๆแตะเข้าที่เอวแล้วตามด้วยเสียงของโอคิตะอยู่ใกล้กันเกินไป"แบบนี้รึเปล่าครับ"


          ร่างกายขนลุกซู่ เสียงที่ดีงขึ้นข้างหูทำเธอขนลุกเกรียว นัตสึมิไม่กล้าแม้แต่จะหันไปมองกลัวว่าถ้าหันไปหน้าจะจะเอ๋เข้ากับอีกคนพอดิบพอดี


          "ไม่ใช่แบบนั้นโว๊ยย!!"ฮิจิคาตะโวยในขณะเดียวกันโอคิตะก็ถูกจับแยกด้วยกินโทกิ พี่ชายตัวดีมองข่มโอคิตะครู่เดียวแล้วนั่งแทรกกลางระหว่างเรา นัตสึมิกระพริบตาปริบๆเธอได้ยินเสียงสบถดังออกมาเบาๆจากโอคิตะ


          "ที่ฉันหมายถึงคือเบคกับมันจูไงล่ะ สุมหัวกันให้อบอุ่นเอาไว้ ตำแหน่งตรงหน้าจะอบอุ่นที่สุดตรงนี้ให้ท่านโชกุนอยู่แล้วตามด้วยเด็กกับผู้หญิงรอบๆเป็นพวกผู้ชายล้อมเอาไว้--ก่อนอื่นให้พวกผู้หญิงไปหาท่านโชกุนก่อนเลย"


          นัตสึมิทำปากเป็นรูปตัวโอ พอจะเข้าใจหน่อยๆแล้ว ผู้หญิงทุกคนลุกขึ้นยืนไปหาโชกุนอย่างที่ฮิจิคาตะบอก เธออยู่ระหว่างกลางกับโอทาเอะและคางูระแต่พอเดินเข้าไปใกล้ท่าน จมูกกลับย่นลงเพราะได้กลิ่นแปลกปลอมซะงั้น


          "หน้าท่านโชกุนเหมือนหวังอะไรบางอย่างอยู่เลยต้องคิดเรื่องลามกแน่ๆ"กินโทกิว่ามาแบบนั้น


          โอทาเอะกับคางูระเดินมาหาเธอแล้วกระซิบถามในสิ่งที่เราคาใจ


          "ได้กลิ่นเหมือนกันใช่ไหม"ทั้งคู่พยักหน้า


          "พวกนั้นยืนคุยกระซิบกระซาบอะไรกันอยู่"


          "อั้วว่ามันเหม็นๆน้อ กลิ่นเหมือนกับผ้าขี้รื้วเก่าๆแล้วไปเช็ดนมเน่ามายังไงอย่างนั้นเลยน้อ"คางูระออกความเห็นเธอพยักหน้าเห็นด้วย ไม่ได้สนใจเสียงของฮิจิคาตะที่ลอยมา


          "คางูระจัง พูดแบบนั้นไม่ได้นะจ๊ะ"


          "ได้ยินเต็มๆสองรูหูเลยเฟ้ย!"


          "แต่ฉันว่ากลิ่นมันเหม็นสาบมากเลยนะ ยิ่งกว่านมเน่าซะอีก"นัตสึมิว่าไม่สนใจฮิจิคาตะที่พูดมาข้างบน เธอเห็นโชกุนหันหน้าหนีพวกเธอก็ได้แต่คิดแล้วสงสัยว่าควรทำยังไง


          "นัตสึมิจังก็ด้วยอย่าพูดแบบนั้นสิจ๊ะเดี๋ยวท่านจะเสียใจเอานะแค่นี้น้ำตาก็ปริ่มๆแล้วล่ะมั้ง"โอทาเอะกระซิบบอก เธอกับคางูระมองหน้ากันก่อนที่จะยักไหล่พร้อมกัน ก็มันเหม็นจริงๆนี่ เอ๊ะหรือว่าจะเป็นกลิ่นที่ลอยมาจากชุดที่โชกุนใส่อยู่นะ


          "แต่ฉันคิดว่าคงจะเป็นกลิ่นจากชุดที่สวมอยู่มากกว่าค่ะเป็นของที่ถูกทิ้งไว้ในกระท่อมนี้สินะคะ ไม่ทราบว่าจะช่วยถอดออกได้รึเปล่าอ่ะ"ดูเหมือนว่าโอทาเอะก็จะคิดแบบเดียวกัน พี่สาวไปกระซิบบอกกับฮิจิคาตะแต่เธอกลับได้ยินชัดแจ๋วเต็มสองหู


          "พูดแบบนั้นออกมาได้ยังไงกันอ่ะห๊ะก็บอกอยู่ว่าทำให้ร่างกายอบอุ่นไง เอ๊ะ?"


          เธอหันไปมองเสียงสวบสาบ โชกุนยอมถอดแต่โดยดีไม่มีข้อกังขา ทั้งร่างกายเหลือเพียงแค่กางเกงในสีขาวตัวเดียวที่ซ่อนความเป็นชายชาตรีเอาไว้ ท่านโชกุนดมแขนตัวเองเพื่อตามหาที่มาของกลิ่นต่อหน้าต่อตาทุกคน


          เอาล่ะ นัตสึมิว่าในเรื่องนี้เธอสติดีที่สุดแล้ว


          "เอ้า โชกุนถอดชุดออกให้แล้วนะรีบไปซะสิ"ฮิจิคาตะดันหลังเธอแต่นัตสึมิยื้อตัวเอาไว้แต่แรงผู้ชายใช่ว่าน้อย เธอตัวเซไปหลายก้าวแต่ก็จมปลักอยู่ที่แผ่นหลังของกินโทกิ ไม่อยากเข้าไปใกล้ จมูกมันดันได้รับกลิ่นแปลกๆแทนกลิ่นก่อนหน้าครั้งนี้มันแรงจนย่นจมูกเข้าหาด้วยกัน


          "เฮ้ยเดี๋ยวก่อนนะ แบบว่ามันเหม็นๆ"กินโทกิก็ดันคิดแบบเดียวกัน นัตสึมิพยักหน้าสมทบ เขาพูดออกมาหมดเปลือกในขณะที่เหงื่อก็เริ่มไหลพรั่ก


          "นี่แกจะเอาอะไรอีกก็ถอดชุดออกให้แล้วไม่ใช่เหรอ"


          "สาเหตุมันมาจากผ้าของชุดนั้นแน่รึเปล่า ฉันว่ากลิ่นมันเน่ากว่าเมื่อกี้อีกนะ"


          "เหมือนมันเหม็นกว่าเดิมแต่เป็นคนละกลิ่นกันน้อ"


          "หยุดสักทีได้ไหมพวกแก!โชกุนเหลือแค่กางเกงในตัวเดียวแล้ว"


          นัตสึมิขมวดคิ้ว โผล่หน้าจากหลังกินโทกิไปมองตัวต้นเหตุ โชกุนยกจักกะแร้มาดมแบบไม่อายใคร สายตาเลื่อนต่ำไปสิ่งที่นูนออกมาจากกางเกงใน


          "นี่ พอจะรู้สาเหตุแล้วล่ะ.."นัตสึมิหน้าซีด เธอพูดเสียงเบาหวิวแต่คนพวกนั้นก็พร้อมใจกันฟัง"อาจจะเป็นของที่อยู่ข้างในนั้นก็ได้เพราะใส่ไอ้ชุดเน่านั้นด้วยกางเกงในเพียงตัวเดียวมันเลยอาจจะอบ.."


          "คิดเหมือนฉันเลยนัตสึ"กินโทกิเห็นด้วย มือลูบคางตัวเองก่อนที่จะครุ่นคิดกับสิ่งที่พูด"งั้นไหนๆก็ไหนๆแล้วช่วยถอดมันออกได้ไหม"


          "จะบ้ารึไง!พายุหิมะแรงขนาดนี้จะให้แก้ผ้าก็เหมือนกับฆ่าตัวตายชัดๆ--"


          !?


          ยังไม่ทันที่ฮิจิคาตะจะได้พูดจบท่านโชกุนก็ถอดปราการด่านสุดท้ายออกให้ของที่อยู่ข้างในออกมาทักทายสู่ชาวโลก นัตสึมิรีบหลบหลังกินโทกิแทบไม่ทัน เธอไม่คิดว่าโชกุนจะบ้าจี้ทำตามที่กินโทกิพูดแต่ทำแบบนี้เป็นใครก็รับไม่ได้


          ถึงเธอจะเคยเห็นของกินโทกิใช่ว่าของคนอื่นจะเห็นได้นะเว้ยแล้วอีกอย่างเธอเคยเห็นแค่ตอนเด็กๆเท่านั้น! แค่ไอ้อันเท่านิ้วก้อยอ่ะ!


          "อั้ยหย่า เห็นแล้วจะอ้วกไม่เอาแล้วน้อ"คางูระปฎิเสธ หันหน้าหนีโชกุนที่ยืนแก้ผ้าโต่งๆ


          "เดี๋ยวพ่อก็ฆ่าทิ้งให้หมดนี่เลย!ที่ท่านต้องถอดเพราะพวกแกพล่ามไม่เข้าท่าเนี่ยรีบทำให้ท่านอบอุ่นทั้งกายแล้วก็ใจเดี๋ยวนี้เลยนะ!"


          "เลิกงี่เง่ากันได้รึเปล่าเนี่ยนี่ใช่เวลาที่มานั่งพูดเรื่องเหม็นเรื่องจะอ้วกอย่างนั้นเหรอห้ะ"โอคิตะพูดขึ้นมา เขาดูทนฟังไม่ได้กับสิ่งที่พวกเธอบอก


          "นั้นสิครับ เสียมารยาทมากทำไมไม่เห็นใจคนอื่นกันบ้างล่ะ"ชินปาจิก็กลายเป็นฝ่ายเสริมซะงั้น


          "ช่วยไม่ได้งั้นพวกเราเริ่มก่อนละกัน"


          นัตสึมิโผล่หน้าไปมองโอคิตะกับชินปาจิที่เดินเข้าไปหาโชกุนอย่างไม่มีความเกรงกลัวใดๆ ชินปาจิบอกแค่ว่าก็กลิ่นปกติของผู้ชายไม่ใช่เหรอไม่เห็นจะเหม็นเลยแต่กี่ไม่กี่นาทีหลังจากนั้นทั้งชินปาจิและโอคิตะก็โก่งคออ้วกออกมาแทบเท้าท่านโชกุน


          ก็บอกแล้วไงว่ามันเหม็น..


          "ขอโทษเธอด้วยนะยัยหมวย"โอคิตะเช็ดคราบอ้วกที่มุมปากด้วยสีหน้าที่ไม่สู้ดีนัก นัตสึมิแค่นหัวเราะไม่กล้าขยับไปไหนจากแผ่นหลังกว้างๆของกินโทกิที่สามารถบังได้ทุกอย่าง


          "เข้าใจก็ดีแล้วน้อ"


          "ทีแบบนี้เข้าใจกันขึ้นมาเลยนะพวกแก!"นัตสึมิบีบจมูกตัวเองไว้ พวกผู้ชายพูดอะไรยุกยิกๆกันอยู่สี่ห้าประโยคจนสุดท้ายก็ตกลงปลงใจกันว่าจะแบ่งเสื้อผ้าให้กับโชกุนคนละนิดคนละหน่อยเหมือนกับที่ทำกับคอนโด้แต่คงให้แค่ถุงมือไม่ได้แล้ว ผลออกมาเลยให้เสื้อกับโชกุนแทนแต่ไปสิ่งที่ควรจะปิดดันไม่ยอมปิดซะงั้น


          "งั้นเรามาเปลี่ยนแผนใหม่ ให้พวกเราล้อมรอบโชกุนเอาไว้แล้วให้พวกผู้หญิงอยู่ด้านนอกเป็นไง"คาซึระออกความเห็น พูดอะไรยุกยิกๆกับฮิจิคาตะ คอนโด้และกินโทกิแต่เรื่องวุ่นวายดันไม่จบไม่สิ้นเพราะคาซึระเสนอให้โชกุนหันหน้าไปหาฮิจิคาตะก็เท่ากับว่าฮิจิคาจะจะเห็นส่วนนั้นพอดิบพอดี ถ้าเธอเป็นฮิจิคาตะก็จะไม่ยอมเหมือนกัน ใครมันจะไปทนเห็นของแบบนั้นได้ถึงจะเป็นถึงของโชกุนก็เถอะ แค่คิดก็จะอ้วกแล้ว แหวะ


          นัตสึมิไถลตัวนั่งกอดเข่าลงกับพื้น ความวุ่นวายยังมีอยู่ไม่หยุดหย่อน ฮิจิคาตะผลักโชกุนไปหากินโทกิ ไปหาคาซึระ ไปหาคอนโด้ ต่างคนต่างหลีกเลี่ยงที่จะเผชิญกับความเป็นชายชาตรี นัตสึมิเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมโชกุนถึงได้ยอมโดนเล่นขนาดนั้น


          คนพวกนี้มันเพี้ยนจริงๆ


          "คิดอะไรอยู่"นัตสึมิหันหน้าไปหาต้นเสียง โอคิตะเจ้าเดิมที่ยืนอยู่ห่างจากตรงนี้ไม่ใกล้ไม่ไกลแต่สามารถคุยกันได้รู้เรื่องด้วยระดับเสียงปกติได้อยู่


          เธอเลิกคิ้ว"จะอยากรู้ไปทำไม"


          "ทำหน้าเหมือนด่าคนในใจตลอดเวลาก็แค่อยากรู้"ดวงตาสีทับทิมเหล่มองลงมา"หรือด่าฉัน?"


          "นายนี่ชอบแอบมองคนอื่นตลอดเลยนะแถมยังคิดไปเองเก่งซะด้วย"นัตสึมิหันไปสบตาตรงๆ หลายครั้งแล้วที่โอคิตะชอบหาเรื่องมาใกล้ตัวตลอด พออยู่คนเดียวก็เป็นเขาที่เดินเข้ามาหาเข้ามาคุยแต่นับครั้งได้เลยถ้าจะเข้ามาคุยดีๆแบบไม่ลงมือกันจริงๆจังๆ


          "ไม่ได้ชอบแอบมองคนอื่น มองแค่เธอ"


          "..."


          ดวงตาสีแดงทับทิมมองตรงกลับมาไม่ปิดบังความรู้สึกที่มีข้างใน ดวงตาสีเดียวกันสบเข้าหากัน ไม่หลีกเลี่ยงไปไหนท่ามกลางเสียงเอะอะโวยวายของพวกฮิจิคาตะ นัตสึมิไม่รู้ตัวเลยซ้ำว่าตอนนี้โชกุนกำลังถูกเหวี่ยงขึ้นฟ้าจนหมุนไปมาหรือจะเป็นเสียงคอนโด้ที่กระวนกระวายบอกว่าโชกุนไม่ยอมลงมา ริมฝีปากบางเผยอออก เธอไม่รู้ว่าควรรู้สึกยังไงกับคำพูดส่อแววที่สื่อออกมาทั้งสายตาที่โอคิตะมองมานั้นอีก นัตสึมิยอมแพ้กับเกมส์จ้องตา เด็กหญิงเอือมมือมาจับหน้าอกตัวเอง รู้สึกว่าร้อนแปลกๆ รู้ด้วยว่าการกระทำทั้งหมดตกอยู่ในสายตาของโอคิตะ


          ตึกตัก


          บ้าเอ้ย ก้อนเนื้อด้านซ้ายนี่จะเต้นออกมาแข่งกับพายุข้างนอกรึยังไง!///


          "อุ๊บ.."


          โอคิตะเอาหลังมือปิดปาก หน้าตากลั้นขำแบบนั้นทำให้ความรู้สึกที่ผุดขึ้นมาเมื่อกี้ถูกยัดลงกลับไปในส่วนที่ลึกที่สุด หมอนี่แกล้งเธอ!จะโกรธก็โกรธไม่ลงเพราะควรโกรธตัวเองมากกว่าที่หลงไปกับคำพูดของผู้ชายคนนี้ไปเสี้ยวนึง


          ปัดโธ่ นัตสึมิน่าจะคิดได้ว่าโอคิตะไม่มีทางพิศวาสเธอแน่ อีกอย่างเธอโตมากับผู้ชายตั้งแต่แบเบาะไม่มีใครพูดแบบนี้กับเธอสักคน พูดดีสุดคงจะเป็น



          'ดูเป็นคนขึ้นเยอะเลยนะ'



          เนี่ยยยยยยยยย


          แบบนี้ใช่ไหมที่เขาบอกว่าอย่าหลงคารมผู้ชาย!


          "โกรธรึไง ใสซื่อนะเราอ่ะ"นัตสึมิหน้ามุ่ย สะบัดหน้าหนีเรียวนิ้วที่ยื่นมาสัมผัสแก้มเธอ ได้ยินเสียงหัวเราะทุ้มต่ำดังลอยมากับลมแล้วหงุดหงิด


          ฮึ่ย หงุดหงิด ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง


          "โอ๋ ลูกแมวน้อยใสชื่อ แม่ลูกมาลี"


          "ออกไปเลย! อย่ามายุ่ง!"


          "ฮ่าๆ"โอคิตะหัวเราะร่วนยิ่งทำให้นัตสึมิหน้างอกว่าเดิม อีกฝ่ายนั่งลงข้างกัน พูดประโยคที่ทำให้เด็กสาวหน้าจมลงไปกับแขนตัวเองกว่าเดิม


          "แต่ฉันก็พูดจริงนะ"


          เธอไม่หลงกลแล้วโว๊ย!!!






TBC.




1 เม้น 1 กำลังใจนะคะ
เม้นกันเยอะๆหน่อยยยย








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 70 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

70 ความคิดเห็น

  1. #22 aomzn455 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 00:53
    จะรอนะคะ
    #22
    0
  2. วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 21:32

    เขิน ~~ รอตอนต่อไปเลย สู้ๆไฟท์ติ้ง !!
    #21
    0
  3. #20 pnc-cc (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 20:47

    รอนะคะ
    #20
    0