[ GINTAMA / OC ] GIRL OF SHINSENGUMI

ตอนที่ 13 : KINTOKI (2/2) [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 235
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    2 ม.ค. 64

 


 


 

13

 



 

              หลังจากที่ได้กรีดร้องสุดเสียง ขว้างของทุกอย่างที่อยู่ในรัศมีที่สามารถหยิบมาเขวี้ยงใส่โอคิตะได้ นัตสึมิที่ไม่ใช่นัตสึเมะ หนุ่มหน้าคม ตัวสูงย่าง 180 เซนอีกแล้วก็ค่อยสงบลงมาบ้าง หัวหน้าหน่วย 1 เองก็ดูช็อคไปสักพัก กว่าจะตั้งหลักกันได้ก็ถูกทารุณโดยเด็กผู้หญิงคนเดียวของหน่วย

              นัตสึมิจัดการใส่กิโมโนตัวเก่งให้เรียบร้อย ตอนนี้เธอย้ายตัวเองมาอยู่ที่ห้องแล้ว ดีที่ย้ายมาทัน และโชคยังดีที่เสียงเธอไม่ได้ดังถึงขนาดจะเรียกคนที่อยู่แถวนี่ไปมุงดู ถ้าเป็นแบบนั้นเธอก็นึกไม่ออกว่าตัวเองจะเป็นยังไง

              “ตั้งสติหน่อยนัตสึมิ!”

              เด็กสาวตบหน้าตัวเองดังแปะ แก้มนุ่มบวมแดงจนน้ำตาจะไหล ตั้งสติหน่อย อย่ามัวแต่สติแตก โอคิตะไม่เห็นอะไรทั้งนั้นแหละ ใช่ อย่างน้อยตอนนั้นก็ทีไอน้ำ อีกอย่างผมเธอก็ยาวมากๆ มันต้องช่วยปกปิดอะไรต่อมิอะไรได้แน่ นัตสึมิเข้าข้างตัวเอง พูดปลอบใจตัวเองวนไปวนมา สุดท้ายก็ทรุดนั่งลงอย่างปลงตก

              ไม่เป็นไร ช่างมันเถอะ อะไรแล้วก็แล้วไป

              นัตสึมิคิดอย่างท้อแท้ ร่างกายแทบสลายหายไปเป็นผุยผง ตัวขาวซีดจนเป็นกระดาษ แต่อย่างน้อยก็ยังดีที่กลับมาร่างเดิมได้ บทจะเป็นก็เป็น บทจะกลับก็กลับ ถ้าเจอฝาแฝดสองคนนั้นอีก นัตสึมิสาบานเลยว่าจะอัดให้น่วมแล้วค่อยถามหาเหตุผลที่เป็นแบบนี้!

              แต่ก็เลือกกลับมาร่างเดิมได้ถูกวันจริงๆ คิดแล้วก็ถือว่าวันนี้ก็ไม่ได้แย่ละกัน 

              พยักหน้าให้กำลังใจตัวเองสักพักก่อนจะเลื่อนประตูเปิดออก เธอตั้งใจจะไปหาอะไรกินรองท้องสักหน่อย กลับมาจากนี้ก็ยังไม่ได้แตะอะไรกินสักอย่าง

              เอ๊ะ--- เดี๋ยวนะ แล้วเค้กที่ฝากโอคิตะไว้ล่ะ หมอนั้นเก็บไว้ไหนกัน! หวังว่าจะไม่ได้แอบกินของเธอหรอกนะ ถึงจะเป็นของที่คินโทกิเป็นคนให้แต่นั้นก็ถือว่าเป็นของขวัญวันเกิดเธอนะ! แล้วก็เป็นเค้กที่น่ากินมากด้วย!!

              พอคิดได้แบบนั้นเท้าเล็กก็สับขาไวขึ้น นัตสึมิเลี้ยวหัวมุมตรงนั้นที ตรงนี้ที เปิดประตูฝ่าห้องนู้นที ห้องนี้ทีอย่างชำนาญทาง

              สุดท้ายแล้วก็มาหยุดอยู่ที่หน้าห้องครัวของหน่วย ถ้าโอคิตะยังมีความเป็นมนุษย์ร่วมโลกที่เมตตานัตสึมิ เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆคนนี้อยู่ ก็หวังว่าหมอนั้นจะคิดได้ว่าควรเอาเค้กใส่ตู้เย็น

              ฟึบ!

              โป๊ะ!

              “สุขสันต์วันเกิด!!”

              แผ่นกระดาษมากมายลอยระร่วงตกบนหัวคนที่เพิ่งเปิดประตูห้องครัว ดวงตาสีโกเมนกะพริบตาปริบๆ มองบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยของตกแต่งมากมาย ไม่วายรวมถึงยามาซากิที่เป็นคนดึงพุกระดาษเซอร์ไพรส์

              ตรงหน้าเป็นห้องครัวของหน่วยที่ตกแต่งด้วยกระดาษสีสัน ไม่พอยังมีป้ายกระดาษที่แขวนไว้ ตวัดหมึกเขียนด้วยลายมือหวัดๆว่า ‹ ขอบคุณที่เกิดมา › แถมยังมีลายอะไรไม่รู้หยึกหยือตามแผ่นป้ายนั้นอีก นัตสึมิเพ่งมอง ค้นพบว่ามันคือคำอวยพรและตัวการ์ตูนผู้หญิงที่คนในหน่วยต่างวาดขึ้นเพื่อเธอ

              อยากจะหัวเราะออกมาดังๆกับความคิดนี้ แต่ความรู้สึกที่อบอุ่นในใจมันมีมากเกินกว่าที่จะอ้าปากหัวเราะ อบอุ่นเสียจนไม่รู้จะพูดยังไง นัตสึมิเป็นเด็กบ้านนอก เธอไม่เคยพบเจอการมีเซอร์ไพรส์วันเกิด ไม่เคยเจอการต้อนรับที่แบบนี้

              โดยเฉพาะประโยค ‹ ขอบคุณที่เกิดมา › มันกินใจจนอยากจะร้องไห้

              เธอไม่มีพ่อ ไม่มีแม่ ไม่รู้ว่าตัวเองมีใครต้องการหรือไม่ แต่ซินเซ็นงุมิกลับขอบคุณที่ได้เจอเธอ ได้เจอเด็กผู้หญิงที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้าคนนี้---ถึงแม้นั้น สถานะที่เธอมีคือลูกสาวของผู้บัญชาการก็ตาม

              “เอ้าๆ แค่นี้จะร้องแล้วเรอะ”คอนโด้เป็นคนเปิดประเด็นพูด คนเป็นอาเข้ามาลูบหัวทุยของคนที่เหมือนหลานแท้ๆ ดวงตากลมวูบไหว มือเล็กๆนั้นกำชายกิโมโนของตัวเองแน่น

              ริมฝีปากเธอเม้มเข้าหากัน เอนหัวซบความอบอุ่นของฝ่ามือที่มอบให้ ยิ่งเห็นคู่ปรับตลอดการอย่างโอคิตะกำลังตั้งใจตัดแบ่งเค้กให้เธอด้วยแล้วก็ยิ่งอยากปล่อยโฮ ขนาดโอคิตะยังทำดีกับเธอเลยตอนนี้

              “ไม่ได้ร้องสักหน่อย”เธอว่า แกล้งทำเป็นสะบัดตัวออกจากคอนโด้ ฮิจิคาตะที่เผลอหันมาสบตากันเข้าก็ยกยิ้ม

              “หน้าดูไม่ได้เลยนะ”เขาว่าอย่างนั้น แต่ตัวเองนั้นแหละที่กำลังหน้าซีดเพราะขาดนิโคติน นัตสึมิอยากจะหัวเราะ ไม่อยากจะเชื่อว่ารองหัวหน้าปีศาจจะกลั้นใจไม่ยอมสูบบุหรี่ตอนหน้าเธอในวันนี้ เธอรู้ เพราะแอบเห็นเจ้าตัวกำซองบุหรี่ยับยู่ยี่ตอนเข้ามา แถมยังเขี่ยออกไปไกลเพื่อไม่หยิบมันขึ้นมาสูบอีก

              ไขข้อสงสัยแล้ว ว่าทำไมตอนกลับมาถึงหาคนในหน่วยไม่เจอ ที่แท้คนพวกนี้ก็หันมาจัดงานฉลองวันเกิดลับๆให้นี่เอง

              “น่ารักจัง”

              นัตสึมิว่า ทั้งห้องเงียบกริบ ริมฝีปากอิ่มแย้มยิ้มดั่งดวงดาว แก้มนิ่มถูกยกขึ้นตามรอยยิ้มที่เบ่งบาน เธอหัวเราะออกมาเสียงใส ใบหน้ามีความสุขเสียจนอยากถ่ายเก็บเอาไว้

 

              วันเกิดปีนี้ ขอให้มีความสุขนะ ทั้งซินเซ็นงุมิและคนที่อยู่รอบตัวเธอทั้งหมด

              “มาตัดเค้กได้แล้วยัยบ้า! เอาแต่ยิ้มอยู่นั้นแหละ”

              “คุณฮิจิคาตะครับ กรุณาอย่าส่งเสียงดังจะได้ไหม คือมันหนวกหูน่ะครับ”

              “แกว่าไงนะโซโกะ อยากตายรึไงห๊ะ!”

              “คุณคอนโด้ครับ! ตรงนั้นมันกินไม่ได้นะ!!”

              “นี่นัตสึมิ ฉันว่าเอามายองเนสราดเค้ก รสชาติน่าจะดีเหมือนกันนะ”

              “มีแต่หมาเท่านั้นแหละครับที่กินของพรรค์นั้น”

              เจ้าของวันเกิดหัวเราะเสียงใส มองความวุ่นวายที่ไม่พ้นแต่ละวัน ถึงแม้วันนี้จะไม่ได้ดีเลิศอะไรแต่นัตสึมิกลับอบอุ่นใจอย่างประหลาด เธอเข้าไปกลางวงล้อมความวุ่นวายด้วยคน เสียงเอะอะโวยวายของหน่วยดังคลอไปตลอดเวลา

              ไม่มีแม้แต่คนห้าม ไม่มีแม้แต่คนคอยปราม นัตสึมิปล่อยตัวเองไปกับความวุ่นวายครั้งแล้วครั้งเล่าของซินเซ็นงุมิ ครอบครัวหลังที่ 2 ที่สร้างเสียงหัวเราะให้กันได้ตลอด

              แด่ทุกคน ขอบคุณที่เกิดมา

 

 

 

           เช้าวันต่อมามาถึง อากาศวันนี้ยังดีเหมือนเคย นัตสึมิกลับมาใส่ปฎิบัติงานพร้อม คราวนี้เธอพกดาบไปด้วย ตั้งใจไว้ว่าตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ตอนนั้นก็จะพกมันไปตลอด อย่างน้อยก็เอาไว้ป้องกันตัวจากผู้ชายหัวทองนั้น จะรูปลักษณ์แบบ/หนเธอก็ไม่ควรวางใจ ต่อให้เก่งแค่ไหนเธอก็มีโอกาสที่จะพลาดพลั้งได้เหมือนกัน

          ไม่มีใครที่เก่งได้ตลอด 

          ชินเซ็นงุมิยังคงทำงานเหมือนเคย วันนี้ไม่ใช่เวรที่ต้องไปลาดตระเวนตรวจเมือง ทั้งที่จะได้อยู่อย่างสบายเหมือนกับทุกทีแต่นัตสึมิกับรู้สึกไม่ดีอย่างประหลาด อาจเป็นเพราะเมื่อวานเธอไม่พบเจอกินโทกิ แล้วไม่รู้ว่าตอนนี้เจ้าพี่ชายหัวหงอกนั้นอยู่ไหน รู้สึกยังไงหรือว่าทำอะไรอยู่

         ในโลกที่ไม่มีใครรู้จัก ไม่มีใครจำได้ ปานนี้ผู้ชายคนนั้นจะเป็นยังไงบ้างเธอก็ยังไม่รู้

         ทั้งเป็นห่วงและกังวล กังวล…ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น

         "แย่แล้วแบบนี้เราต้องรายงานหัวหน้ารึเปล่า” นัตสึมิหยุดเท้า เธอกำลังก้าวข้ามผ่านประตูหน่วย แน่นอนว่าวันนี้ที่จะออกไปก็คือการไปตามหากินโมกิ แต่ก่อนที่จะได้ออกไปกลับได้ยินเรื่องที่คนในหน่วยพูดกันเข้าพอดี

        เธอไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟัง แค่บังเอิญผ่านมาได้ยินเฉยๆ

        บังเอิญในแบบที่หูกระดิก ต้องเข้าไปร่วมวงด้วยเพราะดูน่ากังวล รางสังหรณ์ก็ร้องเตือนกับเหตุการณ์นี้ ยิ่งเห็นใบหน้าที่ติดจะกังวลและคิดไม่ตกของเพื่อนร่วมหน่วยด้วยแล้วก็ยิ่งรู้สึกว่ามันต้องมีอะไร

       "เกิดอะไรขึ้นรึเปล่า”

      “อ๊ะ นัตสึมิจัง พอดีว่าในเมืองน่ะสิเกิดการจลาจลขึ้น ตอนนี้วุ่นวายกันใหญ่เลย เหมือนจะออกตามหาผู้ร้ายกันน่ะ”คนในหน่วยว่า สีหน้าเคร่งเครียด ในขณะที่นัตสึมิเริ่มขมวดคิ้วเข้าหากันแน่นและลอบกลืนน้ำลาย ”— เหมือนผู้ร้ายที่ว่าจะไปทำร้ายเพื่อนของคุณคินเข้า รูปร่างคือผมสีเงิน หน้าตาปลาตาย— อ๋อ นี่ ฉันเอาใบประกาศจับมาด้วย“

นัตสึมิหายใจสะดุดทันทีที่มองใบประกาศจับที่ว่า เป็นครั้งแรกที่รับรู้ถึงความรู้สึกที่ว่าหายใจไม่ทั่วท้องก็วันนี้ ความกังวลที่มีมาแต่แรกยิ่งเพิ่มทวีคูณมากขึ้นไปอีก กดทับให้นัตสึมิรู้สึกหนักอึ้ง

เธอจะไม่กังวลได้ยังไง ในเมื่อผู้ร้ายที่ว่าคือผู้ชายที่รู้จักกันดีมาตลอด ซากาตะ กินโทกิ!

เหตุหมายจับที่ว่าคือหมอนี่ดันไปทำร้ายเพื่อนของคินโทกิเข้าที่ชื่อทามะ แต่ขอเถอะ! หมอนี่เนี่ยนะ ไอ้ผู้ชายเฮงซวย ไม่เอาอาว เงินเดือนไม่จ่ายให้ลูกน้องเนี่ยนะจะไปทำร้ายทามะได้! ในเมื่อทามะเองก็เป็นเพื่อนของกินโทกิเหมือนกัน หมอนั้นไม่ทำอะไรแบบนี้แน่ ยิ่งทำร้ายกันแบบนี้ก็ยิ่งไม่มีความเป็นไปได้

ขอตัดสินใจเลยว่ามันเป็นเรื่องที่โกหกขึ้นมา! 

ปัดโธ่เอ้ย! แล้วแบบนี้มันไม่ยิ่งแย่กันไปอีกเหรอ คนทั้งเมืองกำลังตามจับ ตอนที่ถูกล้างสมองก็ไม่คิดเหมือนกันว่าคินโทกิจะมีพรรคพวกเยอะขนาดนี้ แต่อย่างว่า ตอนที่เจ้านั้นทำหน้าที่แทนกินโทกิก็ได้ดีไปทุกอย่าง จากคนเหม็นเบื่อยังชมเชย กลายเป็นที่รักของคนทั้งคาบูกิโจ

กินโทกิดั้งเดิมยังเทียบไม่ติด!

นัตสึมิออกตัววิ่ง หัวสมองแล่นหาวิธีที่ทำให้การก่อจลาจลนี่หยุดลง พอเข้ามาถึงตัวเมืองกลับพบว่าเจอแต่คนตะลุ่มบ่อน ไม่รู้ว่าทำไมกลายเป็นแบบนี้ ในหัวที่คิดไว้ถ้าการล้างสมองไม่มีอะไรผิดพลาด ทุกคนจะไล่ล่ากินโทกิกันหมด

หรือว่า— จะมีคนฉุดคิดจำกินโทกิได้แล้ว!

”อยู่ไหนกันนะ” นัตสึมิพึมพำ กวาดสายตาหาหัวเงินในกลุ่มที่ตีกัน กลับไม่พบเลยสักเสี้ยว ไม่มีแม้แต่คนเหมือนให้จำคนผิดด้วย 

เธอออกตัววิ่งอีกครั้ง ปล่อยให้ชาวเมืองตีกันไปก่อนค่อยมาจัดการทีหลัง การทำข้าวของในเมืองเสียหายมันผิดกฎหมายนะโว้ย!

วิ่งตรอกแล้วตรอกเล่าก็ไม่เห็นหัวเงิน ท่าทางเหยาะแหยะของกินโทกิเลยสักนิดเดียว ไม่รู้ว่ามันหายหัวไปไหน เกรงว่าการที่มีคนไล่ตามตัวแบบนี้ต้องไม่สะดวกแต่นี่— กินโทกิอาจได้รับบาดเจ็บ 

!!!

สองขาหยุดซะงัก นัตสึมิเบรกตัวเองไม่ให้วิ่งต่อไปข้างหน้า หันเลี้ยวเข้าตรอกซอยนึงที่ดูมืดครึ้ม ก้อนเนื้อด้านซ้ายกระตุกวูบ ความรู้สึกถาโถมเข้ามาเต็มที่ ทั้งเจ็บปวดและโกรธ

”ชินปาจิ คางุระ!” 

หมอนั้นกล้าดียังไงมาทำร้ายเพื่อนเธอ!!

ริมฝีปากข่บเข้าหากันแน่น ฟันขาวเสียดสีจนรู้สึกเจ็บ กัดฟันไม่ให้ตัวเองลุกพรวดพราดไปมากกว่านี้ นัตสิมิออกแรงเขย่าตัวเพื่อนทั้งสองคน ไม่รู้ว่าคินโทกิทำอะไรถึงได้ทำให้สาวยาโตะแบบคางุระพ่ายได้

แบบนี้มันไม่ธรรมดาแน่

”ตื่นเซ่ อย่ามาสลบเอาตอนนี้นะ ได้ยินฉันไหม!” ออกแรงเขย่าเพื่อนจนหัวสั่นคลอน นัตสึมิไม่รู้ว่าควรทำยังไงดี ทั้งโกรธทั้งโมโห แต่ก็เป็นห่วงเพื่อนจนไม่กล้าที่นะปล่อยไว้

"อานัตตี้…”

พอเห็นปฏิกิริยาตอบรับนัตสึมิก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เข้าไปช่วยพยุงคางุระให้นั่งขึ้นมาดีๆ ไม่นานชินปาจิก็ฟื้นขึ้นมา สภาพทั้งสองคนไม่ต่างกันมากนัก คือดูล่องลอยและเศร้าเสียใจ

"ไม่เป็นไรแล้วนะ มันเกิดอะไรขึ้น”หมอนั้นมันทำอะไร

"ชินจัง คางุระจัง นัตสึมิจัง!”

ยังไม่ทันที่คางุระหรือชินปาจิได้ตอบคำถาม เสียงเรียกก็ดังขึ้นมาก่อน น้ำเสียงทั้งกระวนกระวายและเป็นห่วง ไม่นานนักเจ้าของเสียงก็โผล่ออกมาช่วยพยุงชินปาจิอีกที

โอทาเอะหน้าถอดสี เธอเป็นห่วงเหล่าน้องๆจนต้องออกตามหา พอดูตามตัวว่าไม่บาดเจ็บอะไร พี่สาวใหญ่ก็ถอนหายใจโล่งอก

“เป็นอะไรไปน่ะ ทำไมถึงมาอยู่ในที่แบบนี้”โอทาเอะเขย่าตัวน้องชายตัวเอง สีหน้าแสดงออกมาหมดว่าเป็นห่วงมากแค่ไหน

"ฉันเองก็เพิ่งมาถึงเหมือนกัน”

"งั้นเหรอ— แข็งใจไว้นะ แข็งใจไว้”

”ท่านพี่… “โอทาเอะรีบก้มมองน้องชาย ชินปาจิยกมือขึ้นกุมหัวตัวเองทั้งสองข้าง"ผมจำได้แล้ว…เรื่องทั้งหมด— แล้วก็เรื่องที่ซากาตะ กินโทกิเป็นใครแล้วก็เรื่องของซากาตะ คินโทกิด้วย—

"ทุกคนถูกเขาเขียนความทรงจำลงไป…โดยที่เขียนกลับไปอีกทีนึงแล้ววกเราเลยหมดสติจนถึงตอนนี้”

“อาเจ๊ใหญ่ อานัตตี้…— พวกอั๊วได้ทำเรื่องร้ายๆต่ออากินจัง จนไม่รู้ว่าจะเริ่มขอโทษจากตรงไหนดีแล้ว…แล้วควรจะทำยังไงดีอ่ะ”คางุระยกมือกุมหัวตัวเอง ท่าทางของเด็กสาวดูน่าสงสารและทำตัวไม่ถูก นัตสึมิกอดคางุระไว้ ก่อนที่จะลูบหัวเบาๆ

โอทาเอะเองก็ไม่ต่างกันนัก พี่ใหญ่สุดยิ้มอ่อนโยน จับมือคนเป็นน้องสาวน้องชายคนละข้าง

“ลุกขึ้นสิ ทั้งสองคนน่ะ”โอทาเอะยังคงยิ้ม น้ำเสียงอ่อนโยนจนนัตสึมิคล้อยตาม”กลับไปเถอะนะ กลับไปหาที่ที่มีหัวหน้าของเราอยู่”

ไม่จำเป็นต้องพูดว่าหัวหน้าคนนั้นเป็นใคร ทุกคนก็รับรู้ถึงสิ่งที่จะสื่อ

นัตสึมิพยักหน้ารับ พยุงตัวสาวยาโตะขึ้นมา โอทาเอะก็พยุงชินปาจิ

กลับไป…หากินโทกิ

 

 

 

วูบ!

แสงสีทองอร่ามสาดขึ้นบนฟ้า เราทุกคนที่กำลังตามหากินโทกิอยู่หยุดซะงักมองตามแสงนั้น ไม่ต้องคิดอะไรมากก็พากันตรงเข้าไปทันที

โชคดีที่ตอนแสงนั้นส่องขึ้นมาคือดาดฟ้าตึกตรงหน้าที่พวกเธออยู่พอดิบพอดี

นัตสึมิคิดว่าสิ่งที่ทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ได้มีอยู่ไม่กี่อย่าง ไม่คินโทกิก็กินโทกิ ทั้งคู่อาจกำลังสู้กันเลยเกิดขึ้น…หรือ…กินโทกิคิดจะทำอะไรบางอย่าง

บางอย่างที่ส่งผลต่อตัวเอง

และไม่ต่างจากที่คิด… เราสี่คนพุ่งตัวเข้าไปหาคนที่อยู่ท่ามกลางแสงสีทอง ดาบไม้ของกินโทกิหักสลายกลายเป็นเศษ ทั้งท่าทางที่นั่งยืนเข่าหรือจะเป็นดาบไม้ที่หมดหน้าที่ก็พอจะรู้ว่าคนเป็นพี่คิดจะทำอะไร

คว้านท้อง…

กินโทกิคิดจะหายไปพร้อมกับคินโทกิ เสียสละตนเองเพื่อทุกคนในคาบุกิโจ

ทำในสิ่งที่ไม่ใครกล้าทำ คิดในสิ่งที่เหนือกว่า

"ขอโทษนะทุกคน ทั้งที่จำฉันกันได้แล้วแต่ถึงแบบนั้นก็คงไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้วล่ะ…”

ทั้งที่ดูน่าโกรธและหงุดหงิดที่จะทิ้งตัวเองไปแบบนี้ แต่นัตสึมิกลับไม่รู้สึกอย่างที่ว่าไป กลับเชื่อว่าเจ้าของหัวหยักศกสีเงินนี่จะรอดจากแสงทองอร่าม รอดจากทุกสิ่งที่จะชิงเขาไป

ถึงแบบนั้น ก็ขออยู่ด้วยกัน

"…—อย่างน้อยสุดท้ายนี้ อยากเห็นหน้าตาบ้าบอของพวกนายจังเลย”

นัตสึมิยิ้มบางเบา แตะสัมผัสเข้าที่บ่าแกร่งของคนอายุมากกว่า ประสานมือเข้ากับคนที่เหลือ ล้อมวงกับคนที่เป็นดั่งจุดศูนย์กลาง 

กินโทกิเบิกตากว้าง หน้าตาเขรอะเลือดไปหมดจนดูไม่ได้

"คุณกิน ขอโทษนะครับ พวกเรามาช้าไปหน่อย”ชินปาจิขยิบตา

"อากินจัง ไม่ยอมให้ไปคนเดียวหรอกน้อเพราะพวกเราไม่ว่าจะเกิดอะไรต้องอยู่ด้วยกันตลอดไป”คางุระว่า

"อย่าเพิ่งไปไหน นายยังไม่ได้ทำตัวเป็นพี่ที่ดีให้ฉันเลยนะ”นัตสึมิ

"ไม่เป็นไรหรอกนะคะ ครั้งนี้พวกเราจะไม่ลืมเด็ดขาดเพราะงั้นถ้าลืมกันล่ะก็ ฉันจะต่อยให้เดี้ยงเลย คอยดูสิ”โอทาเอะ

"พวกบ้าเอ้ย…”กินโทกิพูดแผ่วเบา เราสี่คนมองหน้ากันก่อนที่จะโอบแผ่นหลังกว้างของกินโทกิเข้ามาแนบชิดกว่าเดิม

“เพราะแบบนั้นไม่ว่าจะห่างกันแค่ไหนและสักกี่ครั้งก็จะไม่เป็นไรแน่นอนน้อ”คางุระยิ้มจนตาปิด หันไปหาหัวหน้าร้านรับจ้างสารพัดตัวจริง”ใช่มั้ยน้อ อากินจัง”

กินโทกิกะพริบตา ริมฝีปากหยักเผยรอยยิ้มออกมา ทั้งดีใจและมีความสุข

“เออ…”

สิ้นเสียงจากนี้ แสงสีทองที่มีอยู่ก็ดับสูญกลายเป็นเศษละลองตามสายลม คล้อยตามกับท้องฟ้าที่กลายเป็นสีส้ม

"จะตามกันให้เจอ อย่างแน่นอนและจะได้พบกันอีก…อย่างแน่นอน”

 

 

 



 

TALK|♥

HAPPY NEW YEAR’S 

แหม ค้างตอนนี้ไว้ข้ามปีกันเลยทีเดียว555555

ยังมีคนรออยู่ไหมคะเนี่ย ฮื่อ ตอนนี้แบบท้อแท้มาก ไม่รู้ควรต่อยังไงแต่สุดท้ายก็คลอดออกมาได้นะ! ใครอยู่ก็มาแสดงตัวได้นะคะ อยากรู้ยังมีคนอ่านอยู่ไหม555555

เดี๋ยวจะกลับไปดูกินทามะใหม่ จะได้ฟื้นฟูความจำด้วย555 เริ่มจำไม่ได้แล้ว ห่างหายการแต่งมานาน

ปล. เดี๋ยวจะมีการรีไรท์นิดหน่อยนะคะ ตั้งแต่ตอนแรก เนื้อหาไม่ต่างกันมาก แค่ลบคำผิดกับให้คำสมูทมากขึ้นเฉยๆค่ะ เดี๋ยวจะอัพแบบไม่แจ้งเตือนเพื่อไม่ให้มันไปรกแพบการแจ้งเตือนของทุกคนนะคะ ตอนที่มีการรีแล้วจะขึ้นว่า 100% นะคะ 

สุดท้าย สวัสดีปีใหม่ค่ะ มาช้าแต่มานะ


 

 


 


 


 


 


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

70 ความคิดเห็น

  1. #63 จิราภรณ์ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 มกราคม 2564 / 15:46

    สู้ๆนะคะ ฟิคเรื่องนี้สนุกมากเลยค่ะ ติดตามจริงๆ ทำต่อไปนะคะไรท์😘

    #63
    0
  2. #62 Fuyumi_Sama (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 มกราคม 2564 / 17:43
    รออยู่เสมอค่ะ
    #62
    0
  3. #61 maruyama (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 มกราคม 2564 / 17:34
    แงงงงง คิดถึงม้ากกกกกก ขอบคุณที่มาต่อนะคะ จริงๆๆๆ เรารอตลอดเลยค่ะ มาตอนไหนก้ได้นะคะ
    #61
    0
  4. #60 pnc-cc (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 มกราคม 2564 / 16:58
    คิดถึงเรื่องนี้มากเลย ขอบคุณที่แต่งต่อนะคะ
    #60
    0
  5. #59 NEXZIN (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 มกราคม 2564 / 16:50
    เเงงงงงง นึกว่าจะไม่มาต่อเเล้วววว
    #59
    0
  6. #58 shuuma (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2563 / 05:50
    คิดถึงง
    #58
    0
  7. #57 pnc-cc (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2563 / 21:21
    ร้องกรี๊ดเลย กรี๊ดดดดดดดด คิดถึงเรื่องนี้มากค่ะ แงงง
    #57
    0
  8. #56 maruyama (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2563 / 20:27
    กรี๊ดดดด ยินต้อนรับกลับค่า
    #56
    0