[ GINTAMA / OC ] GIRL OF SHINSENGUMI

ตอนที่ 12 : KINTOKI (1/2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 420
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 51 ครั้ง
    16 มี.ค. 63







12




            

เช้าอากาศที่สดใส เสียงนกร้อง สายลมเอื่อยประกอบเข้าหากันเป็นวันดีๆวันนึงที่แค่ได้สูดหายใจเอาอากาศบริสุทธิสดชื่นเข้าปอดก็พาลรู้สึกมีความสุขเอาซะดื้อๆ



วันนี้เป็นวันดี พูดให้ถูกคือวันนี้เป็นวันเกิดเธอ เกือบลืมไปแล้วถ้าไม่อ่านเมลล์อิซาบุโร่(ที่ชอบส่งเมลล์มาถี่ยิบทุกเช้า)ที่ส่งรูปเค้กและคำอวยพรมา ช่วงนี้มีเรื่องวุ่นวายเช้าไม่เว้นวัน ฮิจิคาตะยังคงสอนเท็ตสึอยู่ควบไปกับการทำงานในฐานะรองหัวหน้า ด้วยความเป็น(ลูก)น้องที่ดีนัตสึเมะเลยวนเวียนอยู่ข้างๆตลอด เผื่อฮิจิคาตะเป็นลมพับไปจะได้ซ้ำเติม เอ๊ย ช่วยทัน



แถมทุกคนเหมือนรู้ว่ามันเป็นวันพิเศษ ของขวัญเล็กๆน้อยๆถูกวางอยู่หน้าห้อง โต๊ะทำงานบ้างหรือแนบมากับแฟ้มเอกสารที่ส่งมา



นัตสึเมะชอบวันเกิดปีนี้ที่สุด การอวยพร การได้รับความรักในรูปแบบต่างๆยังเป็นสิ่งที่เด็กอายุ 16 อย่างเธอชื่นชอบ ไม่ใช่ว่าทางบ้านมัตสึไดระไม่ฉลองวันเกิด ฉลองแต่มันน่าเบื่อสิ้นดี เค้กก้อนและของขวัญสองสามชิ้น คำอวยพรสั้นๆเหมือนทุกปี--ไม่มีใครสนใจ หากมัตสึไดระอยู่ เขาจะเยี่ยมเยียนมาหาบางครั้ง ข้อดีของความเป็นพ่อของมัตสึไดระ เขารักลูกทุกคนเหมือนเธอเป็นคนในครอบครัวคนนึงถึงการเลี้ยงดูและคำพูดจะขวานผ่าซากต่างจากครอบตรัวทั่วไปถึงขั้นไม่เหมือนการเลี้ยงสักทีเดียวก็เถอะ ถึงอย่างนั้นเธอก็นับถือมัตสึไดระเป็นคนในครอบครัวคนนึง



เกือบครึ่งวันสิ่งที่ทำให้เกิดความสุขมากที่สุดคือชุดจดหมายพร้อมพู่กัน ให้ทายว่าใครให้มา! ไซโต้ยังไงล่ะ! เธอไม่มีทางรู้แน่ถ้าไม่เห็นโน๊ตที่อีกฝ่ายแนบมา



น่ารักที่สุด!



จนตอนนี้ความสุขตั้งแต่เช้าจนถึงเที่ยงก็ยังไม่หมดไป นัตสึเมะหวังว่ามันจะคงอยู่ตลอดจนกว่าจะหมดวัน อย่างน้อยก็ขอให้วันนี้อย่าได้มีอะไรแปลกประหลาดโผล่มา



แต่คิดแล้วนัตสึเมะว่าทุกอย่างช่างลงตัวได้อย่างพอดี วันนี้มีคัพเค้กลดราคา เช้าอากาศก็สดใส ไม่มีเมฆอึกครึ้ม มีแสงแดดอ่อนๆและลมพัดเย็นสบาย



เธอรู้สึกสบายทุกครั้งที่สายลมปะทะเข้ากับต้นคอ ปกติจะมีเส้นผมยาวคลอเคลียอยู่บ้าง พอเป็นผู้ชายแล้วนัตสคเมะก็คิดว่าการรับลมได้ทุกส่วนมากกว่าเดิมก็ดีเหทือนกัน ชดชื่นไปอีกแบบ



ปึก



"โอ๊ะ ขอโทษครับ"



"อ่า.."



นัตสึเมะเอ่ยคำขอโทษไปแบบอัตโนมัติตอนที่เผลอชนเข้ากับอะไรไป อีกฝ่ายเองก็ตอบรับด้วยท่าทีอิดโรยและไร้เรี่ยงแรง ออร่าหดหู่แผ่กระจายไปทั่วจนคิดกลัวว่าเขาจะเผลอคิดสั้นเข้า



นัตสึเมะมองตามหลังผู้ชายคนนั้น อะไรบางอย่างกำลังบอกว่าเธอรู้จักเขาทั้งที่นัตสึเมะมั่นใจว่าไม่เคยเจอคนคนนี้มาก่อน ทั้งชายกิโมโนสีขาวลายเมฆนี้หรือจะเป็นกลุ่มผมหยักศกสีเงินนั้นอีก คิดแปดตลบยังไงก็จำไม่ได้ว่าเคยรู้จักคนแบบนี้ ใบหน้าตายด้านนั้นด้วยดูไม่น่าเข้าถึงง่ายด้วยซ้ำ เธออาจจะเคยเห็นผ่านตาล่ะมั้งถึงได้รู้สึกคุ้นเคย



ปึก!



"โอ้ย!"



คราวนี้ชนแรงกว่าครั้งเก่า คิดอะไรเพลินไม่พอยังเผลอชนเข้ากับคนที่อยู่ข้างหน้าจังๆ มือหนายกมือลูบปอยจมูกตัวเอง มันแดงร้นเพราะการกระแทก ฝ่ายที่ถูกกระทำหันมามอง เจ้าตัวหัวเราะขบขันทั้งที่นัตสึเมะไม่คิดจะขำด้วยเลยด้วยซ้ำ



"อะไรน่ะนั้น ชนคนอื่นแต่ดันเจ็บตัวแทนเนี่ยนะ"



"เลิกพูดเลย ใครใช้ให้มายืนอยู่ตรงนี้"



เขาร้องเอ้าทั้งที่ใบหน้ายังคงยิ้มแย้ม นัตสึเมะผ่อนลมหายใจ อีกฝ่ายพูดอะไรสักอย่างที่เธอไม่ได้สนใจฟังมากนัก ไปๆมาๆก็ดันเผลอเดินตามเขาไปซะงั้นด้วยเหตุผลที่ว่า



"วันนี้วันเกิดนัตสึเมะคุงนี่ เดี๋ยวฉันเลี้ยงเค้กดีไหม"



เป็นคำถามที่รู้คำตอบอยู่แล้ว เพราะอย่างนั้นนัตสึเมะเลยเดินตามอย่างไม่มีข้อกังขา วันเกิดมันมีดีแบบนี้นี่เอง เธอได้รับของขวัญ ได้รับความใส่ใจไหนจะถูกเลี้ยงด้วยของโปรดอีก พอเจอแบบนี้แล้วก็อยากให้มีวันเกิดทุกวันแต่ติดตรงที่ว่ามันเป็นไปไม่ได้ อีกอย่างถ้ามีทุกวันคงไม่เป็นวันพิเศษแน่



สายลมพัดผ่านมาอีกครั้ง พากลิ่นละอองของพื้นดินและใบหญ้ามาปะทะเข้าที่จมูก ใบไม้ของต้นไม้ใหญ่ปลิวไสว บางใบหลุดร่วงลงมาเป็นละออง นัตสึเมะหลับตาลงซึมซับบรรยากาศนี่สักพัก อย่างที่บอกไปเธอค่อนข้างชอบอะไรแบบนี้



พอเปิดเปลือกตาขึ้นมาก็พบกับคนที่อาสาว่าจะเลี้ยงเค้ก เรือนผมสีทองขยับส่ายตามแรงลม ใบหน้าหล่อเหลายังคงประดับด้วยรอยยิ้ม เธอยิ้มตอบกลับไปไม่ได้คิดติดใจอะไรแต่พอก้าวเดิน ทุกอย่างกลับถูกหยุดเอาไว้



จังหวะที่ใบไม้แห้งกรอบหลุดร่วงผ่านหน้ามาพอดี เบื้องหน้ากลับถูกซ้อนทับด้วยภาพบางอย่าง ใต้ต้นไม้ใหญ่ ใบไม้แห้งกรัง จุดที่ยืนอยู่ยังคงเป็นเธอแต่ฝ่ายตรงข้ามกับเป็นคนที่แปลกออกไป



 เขาใส่ชุดสีขาว ดวงตาคมกริบ เรียวตาคู่นั้นไม่ต่างอะไรจากเธอนัก ทุกอย่างดูเหมือนเคยเกิดขึ้นมาก่อนแต่คนที่อยู่ฝั่งตรงข้าม คนที่ยืนมองเธออยู่ในความทรงจำภายใต้ต้นไม้ใหญ่นี้กลับมีผมสีขาว



แล้วคนคนนี้ล่ะ?



เหมือนมีอะไรบางอย่างกระแทกพุ่งเข้ามากลางหัวจนตั้งตัวแทบไม่ทันทั้งที่ตรงหน้าก็เป็นคนคุ้นเคยปกติธรรมดา เธอมั่นใจว่าตัวเองรู้จักเขา นัตสึเมะฉงนใจ คิดว่ามันคงออกนอกหน้าจนหมดเปลือกถึงทำให้คนที่จับจ้องหันมามอง



"มีอะไรรึเปล่าครับนัตสึเมะคุง"



น้ำเสียงนั้นคล้ายจะคุ้นเคยแต่มันก็แค่คล้าย มันมีอะไรบางอย่างที่บ่งชี้ว่าแปลกๆ ลายเสื้อกิโมโนลายเมฆดำแกมทองนี้ เรือนผมสีทองสว่างไหวอันนี้หรือจะเป็นดวงหน้าที่ดูเหมือนจะชินชา



เขาชื่ออะไรนะ ชากาตะ คินโทกิงั้นเหรอ?



ทำไมความรู้สึกเธอถึงได้ร้องเตือนดังขนาดนี้นะแล้วภาพที่แวบเข้ามาเมื่อกี้คืออะไรกัน



หรือเมื่อกี้มันเป็นเพราะเธอคิดไปเองงั้นเหรอ?



"นัตสึเมะคุง?"



"ห--ห๊ะ?"



สะดุ้งตัวโหยงตอนที่สัมผัสได้ถึงแรงกดทับบริเวณหัวไหล่ คินโทกิขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้าส่อแววความเป็นห่วงเป็นใย 


"เป็นอะไรไปรึเปล่าครับ? เกิดอะไรขึ้น"



นัตสึเมะส่ายหัว บอกขอบคุณความเป็นห่วงเพื่อนร่วมมนุษย์ของคินโทคิเบาๆแต่อีกฝ่ายก็ยังไม่คงคลายความกังวลลง เขากลัวว่าเธอจะเป็นอะไรขึ้นมาจะได้ตั้งรับทัน



ดูสิ ทั้งที่เขาก็ดูปกติดีขนาดนี้แถมยังเป็นคนดีอีก เธอคงคิดมากไปเองจริงๆนั้นแหละ



"ฉันไม่เป็นไรจริงๆ"นัตสึเมะพูดคำนี้มากี่รอบแล้ว เธอถอนหายใจกับความเป็นห่วงเกินขนาดนี้ อีกฝ่ายเองก็พยายามทำใจเชื่อขึ้นมา สุดท้ายคินโทกิเลยยอมล่าถอย ยกมือสองข้างเป็นเชิงว่ายอมแพ้



"เชื่อแล้วครับ งั้นเราไปเลือกเค้กกันดีกว่า"



แล้วความคิดทุกอย่างก็สลายหายไปเพราะคำว่าเค้กคำเดียว นัตสึเมะกับคินโทกิพากันเข้าร้านขนมหวาน บรรยากาศในร้านยังคงเหมือนเดิม หอมกรุ่มไปด้วยกลิ่นของหวาน วิปครีมและขนมปังอบสดใหม่ เป็นกลิ่นที่ทำนัตสึเมะเคลิบเคลิ้มในภวังค์ได้มากเลยทีเดียว



พอตัดสินใจเลือกเค้กและรับเจ้าเค้กกลับบ้าน(ด้วยเงินของคินโทกิ)เสร็จสรรพแล้ว เธอก็ลืมความเอะใจที่ก่อขึ้นในใจไปหมด คินโทกิเป็นคนดีระดับนึงเลย อีกฝ่ายมีรอยยิ้มประดับไว้บนหน้าตลอด พูดจาดี ความคิดดีแถมยังไม่บ่นเรื่องที่เธอเลือกเค้กนานด้วย ไม่พอเขายังถามว่ายังอยากได้อะไรเพิ่มไหมอีกต่างหาก โอ้โห คนดียิ่งกว่าอะไรทั้งหมด



ถ้านัตสึเมะเป็นผู้หญิง(หมายถึงสภาพร่างกายเป็นผู้หญิง)เธอคงได้หลงเสน่ห์เขาไปแล้วแน่ๆ ทั้งอบอุ่นและใจดี ตลอดการเดินทางตามซอยย่านการค้านี้มีแต่เสียงเรียกหาของพ่อค้าแม่ค้า การทักทายหรือการถามสารทุกข์สุขดิบกันทำให้พอรู้ได้เลยว่าคินโทกิฮอตมากขนาดไหน



ก็ไม่แปลกแหละเนอะถ้าเขาจะเป็นที่รักของทุกคนได้มากขนาดนี้ไม่เหมือนกับ... ไม่เหมือนกับอะไรนะ? เธอจะเปรียบเทียบกับอะไรน่ะ



"ไหวไหมครับนัตสึเมะคุง?"พอเห็นว่าคนข้างตัวหยุดนิ่งคินโทกิก็เอ่ยถามและเป็นเหมือนเดิมที่นัตสึเมะจะเลือกส่ายหัวเป็นการปฎิเสธ เราคุยกันอะไรนิดหน่อยพอไม่ให้บรรยากาศมันเงียบเกินไป พอถึงทางแยกก็โบกมือลากันไปตามสเต็ป



นัตสึเมะเดินกลับเข้าซอยไปทางหน่วยในขณะที่คินโทกิยังอยู่ที่เดิม เขารอให้เธอเดินลับสายตาไปก่อนถึงจะเดินกลับไปทางซอยตัวเอง พอถึงจุดที่อยู่ตัวคนเดียวแล้วความคิด ความรู้สึกต่างๆก็ปะเตปะตังเข้ามา สองขาหยุดนิ่ง อะไรบางอย่างกำลังกู่ร้องว่านี่มันไม่ใช่



ทั้งใบหน้า ท่าทาง น้ำเสียง ลักษณะรูปลักษณ์มันไม่ใช่แต่เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันไม่ใช่เพราะอะไร หัวใจเต้นระส่ำขณะก้าวเท้าตรงไปยังหน่วย คินโทกิเหมือนรู้จักก็จริงแต่มันก็แค่เหมือน เธอนึกความทรงจำร่วมกันของเขาไม่ออกเลยด้วยซ้ำ จำไม่ได้ด้วยว่าครั้งแรกที่รู้จักกันเรารู้จักกันได้ยังไง แล้วผู้ชายหัวขาวนั้นคือใครกันแน่ นั้นแหละที่ยิ่งไม่เข้าใจเข้าไปใหญ่



"หน้ามุ่ยเชียวนะ"



"แล้วเกี่ยวอะไรกับนาย"



โอคิตะยักไหล่ไม่แยแส ไม่รู้เป็นเพราะโชคร้ายหรืออะไรถึงได้ก้าวเท้ามาปุ๊บก็เจอกับคู่ปรับตลอดกาลเข้าแต่วันนี้มีดีอีกอย่างตรงที่ตั้งแต่เช้าเธอยังไม่ได้ปะทะอะไรกันให้อารมณ์เสียเล่น ไม่งั้นคงได้อารมณ์บูดไปทั้งวันเหมือนคราวนั้นแน่



"กินเยอะขนาดนี้ไม่กลัวเบาหวานรึยังไง"ว่าพลางเหล่มองมายังกล่องเค้กในมือ



"ถ้าฉันเป็นแล้วกินโทกิเรียกว่าอะไร"นัตสึเมะยักไหล่เลียนแบบท่าทางเมื่อกี้ ทำหน้าชิลๆตามประสา มั่นใจสุดขีดว่าตัวเองจะไม่เป็นเบาหวานเพราะมีคนกินหนักกว่าตนเยอะโข



แต่เอ๊ะ เดี๋ยวนะ



เมื่อกี้เธอพูดอะไรน่ะ?



มีคนกินเยอะกว่าเธอ ไม่สิ ไม่ใช่อันนี้ คนที่จะเป็นเบาหวานก่อนเธอคือคนที่เพิ่งเอ่ยชื่อไป นัตสึเมะเงยหน้ามองคู่สนทนา โอคิตะเลิกคิ้ว เขาดูไม่รู้อะไร แต่เดี๋ยวก่อน เธอมั่นใจว่าตัวเองรู้จักชื่อคนคนนี้ มั่นใจด้วยว่าโอคิตะต้องรู้จักเหมือนกัน



เขาชื่ออะไรนะ



"กินโทกิ นายไม่รู้จักกินโทกิเหรอ?"เธอถาม ค้านคั้นคำตอบมาจากคู่กัดตลอดกาล โอคิตะร้องห๊ะ หน้าตาเหลอหลายิ่งคำพูดของเขาก็ยิ่งตอกย้ำความคิดในใจ



"ใครกัน ฉันรู้จักแต่คินโทกิ ชื่อคล้ายลูกพี่เหมือนกันนะ"



ไม่ใช่สิ มันต้องไม่ใช่แบบนี้ ภาพทุกอย่างลอยมาในหัว เหมือนกระจกกั้นที่ปกปิดความทรงจำไว้ปริแตก เศษเสี้ยวรอยร้าวเล็กๆแผ่นกระจายรวดร้าวจนท้ายที่สุดกระจกผืนนั้นก็แตกสลาย เผยความจริงที่ถูกปกปิดเอาไว้ให้ออกมา



กิจกรรมทุกอย่าง ความรู้สึกที่มี เรื่องราวที่ผ่านมาลอยปะเตปะตังเข้ามาในตัว ริมฝีปากเธอคล้ายจะกระยิ้มกระย่อง นัตสึเมะยัดกล่องเค้กใส่มือหนาแล้ววิ่งออกนอกหน่วยที่เข้ามาเหยียบได้ไม่ถึงสิบนาที ในที่สุดเธอก็นึกออก



"ฝากนี่หน่อยนะ ห้ามกินเด็ดขาด!"



คนที่อยู่ในเรื่องราวของเธอมาตลอดไม่ใช่คินโทกิแต่เป็นคนที่ชื่อ ซากาตะ กินโทกิ ผู้ชายที่อยู่ด้วยกันมาทั้งชีวิต พี่ชายตัวดีที่เธอตราหน้าว่าเฮงซวย



เธอลืมเขาไปได้ยังไง



ก็ว่าทำไมตอนนั้นเธอถึงได้รู้สึกคุ้นเคยกับเขานัก น่าเจ็บใจที่อีกฝ่ายก็ไม่ได้แสดงอาการตอนที่เจอกัน เขาดูหดหู่และเศร้าหมองเหมือนกับเจออะไรบางอย่างมาที่สะเทือนใจ



สะเทือนใจงั้นเหรอ..



สองขาหยุดซะงัก นัตสึเมะยืนนิ่งกับความคิดที่ตีรวนในหัว ถ้ากินโทกิดูหดหู่มากขนาดนั้นก็เท่ากับว่าอีกฝ่ายรู้ตัวแล้วว่าตัวเองอยู่ในสถานการณ์แบบไหน สถานการณ์ที่ไม่มีใครรู้จักตัวตนของเขา ลืมเลือนทุกอย่างแม้แต่กระทั่งชื่อ ทุกอย่างของกินโทกิถูกแทนด้วยคินโทกิทั้งหมด



แล้วแบบนี้ เจ้าพี่ชายตัวดีของเธอจะเป็นยังไง



แล้วทำไมเรื่องมันถึงเป็นแบบนี้ได้กัน ทำไมทุกคนถึงได้ลืมกินโทกิไปหมด แม้แต่พวกหน่วยซินเซ็นงุมิเองก็ลืมสนิทใจทั้งที่ปกติก็ออกจะมีปากเสียงบ่อยกับเขา



ลบล้างความทรงจำงั้นเหรอ ถ้าลบล้างจริงทำไมเธอถึงฉุดคิดขึ้นมาได้ล่ะ ทำไมเธอถึงนึกออกหรือจะเป็นการแทนที่ แทนที่ความทรงจำทุกอย่างงั้นเหรอ คนเราสามารถทำเรื่องแบบนั้นกับสมองได้ด้วยรึยังไง ไม่ใช่คนแล้ว



ไม่ใช่คน? หรือว่าคินโทกิไม่ใช่คนจริงๆ? แต่อีกฝ่ายก็ดูเป็นคนปกติ มีเนื้อมีหนังและมีความรู้สึกถ้าเป็นหุ่นยนต์แบบทามะก็ว่าไปอย่าง เอ๊ะ เดี๋ยวนะ หุ่นยนต์งั้นเหรอ?



รู้ตัวอีกที การเดินเอื่อยๆกับความคิดเมื่อกี้ก็พาตัวเองมาอยู่หน้าร้านสารพัดรับจ้างซะงั้น ทุกอย่างดูเป็นใจอีกแล้ว นัตสึเมะตัดสินใจเดินขึ้นไปบนชั้นสอง สถานที่ที่เป็นบ้านของพี่ชายแต่มันกลับถูกแทนที่ด้วยหัวทองๆนี่



"อ้าว นัตสึเมะคุงมาทำอะไรกันครับเนี่ย"



คินโทกิอยู่ในชุดคลุมอาบน้ำสีขาว ปอยผมเปียกปอนไปด้วยหยาดน้ำ มองปานเดียวก็รู้ว่าเพิ่งอาบน้ำมา นัตสึเมะซะงัก พอเห็นหน้าแล้วก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มพูดยังไง ความรู้สึกคุ้นเคยที่มีมาตอนแรกก็หายไปเหลือเพียงความกระอักกระอ่วนไว้เท่านั้น



"ไม่รู้สิ แค่อยากมาก็เท่านั้น"แต่ยังไงสิ่งที่ทำได้ก็ต้องตีเนียนไว้ก่อน นัตสึเมะเลือกที่จะทำตัวปกติ เธอเดินไปนั่งตรงโซฟารับแขก คินโทกิร้องโอ้แล้วหายไปในครัว ออกมาอีกทีก็มากับแก้วน้ำและเหยือกหนึ่งใบ



"มีอะไรไม่สบายใจก็ปรึกษาได้นะครับ ยังไงที่นี่ก็เป็นร้านสารพัดรับจ้าง"



"ขอบคุณครับ"นัตสึเมะยกแก้วน้ำขึ้นมาจิบ เหล่มองคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ลอบมองสังเกตุท่าทางก่อนที่จะตัดสินใจปริปากพูด ไหนๆก็ไหนๆแล้ว พูดออกไปยังดีกว่า



"มีเรื่องไม่สบายใจอยู่อย่าง"เธอว่า นิ้วโป้งลูบไล้ริมปากแก้วแผ่วเบา"พอดีฉันเผลอลืมใครบางคนไปเข้า ลืมไปแบบสนิทใจทั้งที่ปกติไม่ใช่แบบนี้"



"หืม อันนี้น่าจะเกี่ยวข้องกับตัวนัตสึเมะคุงแล้วล่ะครับ"



"นั้นสินะ"นัตสึเมะสบตาอีกฝ่าย ดวงตาเขานิ่งเรียบ"แต่ทุกคนเองก็ดันลืมคนคนนั้นไปซะหมด บ้านพักพิงที่เขาอาศัยก็ถูกแย่งชิงแล้วแทนที่ด้วยใครก็ไม่รู้---แต่น่าแปลก ที่คนคนนั้นกลับทำตัวปกติทุกอย่าง ทุกคนเองก็คิดว่าคนคนนั้นปกติ ไม่ได้โผล่มาเอาซะดื้อๆเหมือนความจริง"



"โห่ ดูแย่จริงเชียวแล้วนัตสึเมะคุงคิดว่าจะทำยังไงต่อกับคนคนนั้นล่ะ"เรียวตาคมคู่นั้นฉายแววชัดเจน นิ่งเรียบและส่อแววอันตราย ต่างจากผู้ชายใจดีที่เจอกันเมื่อเช้า"เขาเหมือนชู้ที่เข้ามาที่บ้านภรรยาอะไรแบบนั้นรึเปล่าครับแล้งเผอิญว่าทุกคนก็คิดว่าเรื่องมันถูกแล้วเพราะสามีหายไปแถมยังไม่เอาไหน---แต่เพื่อนสนิทของสามีกลับคิดว่ามันไม่ถูกต้องอย่างนั้นล่ะสิ"



ฟึ่บ!



..!!!



นัตสึเมะเบิกตากว้าง เพียงชั่วพริบตาร่างทั้งร่างก็ถูกจมลงกับเบาะโซฟาตัวนิ่ม ลำแขนแกร่งคู่นั้นถูกใช้ในการกักตัวเธอไว้ไม่ให้ขยับเขยื้อนไปไหน ริมฝีปากของคินโทกิเหยียดขึ้นเป็นรอยยิ้มไม่น่ามอง



"แล้วแบบนั้นเพื่อนสนิทคนนั้นจะทำอะไรได้ถ้าทุกคนยังเข้าข้างชู้"ใบหน้าคมสันนั้นก้มต่ำลงมาพอที่จะปอยผมหน้าม้าสีทองจะเกลี่ยเข้าที่ใบหน้าของนัตสึเมะ เธอกำมือแน่น ไม่ต้องคิดอะไรมาก ลูกหมัดก็ถูกส่งตรงเข้าที่ใบหน้าของคินโทกิจังๆ



ตุ๊บ!!



มันแรงพอที่อีกฝ่ายจะตัวปลิวไปจากร่างกาย คิดจะชักดาบขึ้นมาขู่แต่พอลูบเข้าที่ข้างตัวกลับพบว่ามันว่างเปล่า--ลืมไปว่าตัวเองเก็บมันไว้ในห้องเพราะวันนี้ไม่ใช่เวรและเป็นวันเกิดตัวเองเลยไม่คิดจะพกไว้ให้หนักข้างเอว



"หมัดหนักจริงเชียว"



"หนักกว่านี้แน่ถ้ายังพูดจาไม่เข้าหู"เธอย่างกรายเข้าไป ขอบคุณร่างกายผู้ชายนี้ที่ทำให้พละกำลังเยอะกว่าแต่ก่อน คินโทกิหัวเราะขึ้นจมูก



"ยังไงล่ะ ฉันก็พูดความจริงเท่านั้น ในเมืองที่อาบไปด้วยแสงสีทองนี้ไม่มีใครเข้าข้างซามูไรหัวเงินนั้นหรอก"เขาลุกขึ้นยืน แววตาไม่ส่อแววประกายอะไรนอกจากความนิ่งเฉย"ฉันดีกว่าเขาเป็นไหนๆ ร้านนี้อยู่รอดได้มาจนถึงตรงนี้ก็เพราะฉัน ทุกคนในเอโดะเองก็ชื่อชอบฉันกันทั้งนั้น--หึ แปลกใจจังที่นายไม่ได้ถูกย้อมไปด้วยแสงสีทองของฉัน"



เขาแสร้งทำตาโต "โอ๊ะ หรือว่าแสงสีทองของฉันมันจะแพ้แสงสีเงินหม่นหมองนั้น? ไม่หรอกมั้ง เพราะนายเองก็เคยถูกย้อมไปแล้ว"



"นายทำอะไรกับพวกเรา!?"นัตสึเมะพุ่งเข้าประชิดตัว ดึงคอเสื้ออีกฝ่ายจนคินโทกิเข้ามาใกล้ เส้นประสาทมันเต้นตุ๊บๆกับสิ่งที่ได้ยินแต่อีกฝ่ายเพียงแค่หัวเราะในลำคอ



"ไม่ได้ทำอะไร ก็แค่แทนที่ตัวตนฉันลงไปแทนซากาตะ กินโทกิ--แต่เจ้าตัวเองก็ดูไม่ได้เรื่องจริงๆนี่ นายไม่เห็นสภาพหมอนั้นรึยังไง"



ก็จริงอย่างที่คินโทกิว่ากินโทกิน่ะไม่เอาไหน พูดจาลามก ซกมก หน้าที่ที่รับผิดชอบก็ไม่ได้สนใจ เป็นตัวปัญหาที่ก่อเรื่องให้วุ่น--..แต่ว่าเพราะแบบนั้นกินโทกิถึงได้สำคัญมาก



"แล้วยังไง ต่อให้เขาเป็นอะไรนายก็ไม่มีสิทธิมาทำแบบนี้"เรียวตาสีโกเมนแวววับ ปล่อยมือออกจากคอเสื้อของคนตรงหน้า เธอพ่นลมหายใจออกมาก่อนที่จะสะบัดตัวออกมาข้างนอก



เพราะกินโทกิน่ะ เป็นครอบครัวของเธอ



ครอบครัวคนสำคัญ.. คนที่เลี้ยงเธอเองมาตลอด







ท้องฟ้าเริ่มมืดคลื้ม แสงไฟตามร้านค้าส่องสลัวให้เห็นทาง นัตสึเมะกลับมายังหน่วยราวๆเกือบเย็น ผ่านประตูไม้หนาปราการด่านแรก ผ่านโรงฝึกดาบ ทุกอย่างดูเงียบสงบผิดแปลก ในหน่วยเหมือนไม่มีใครอยู่เลยอย่างนั้น



ตอนแรกคิดว่าคงคิดไปเองล่ะมั้ง ดึกขนาดนี้แล้วจะมีใครออกไปข้างนอกอีก หากไม่ใช่ยามรักษาการณ์หรือมีภารกิจสำคัญระดับใหญ่ถึงได้ยกโขยงไปทั้งหน่วย ถึงมีเธอเองก็ต้องรู้และอีกอย่างต่อให้ต้องโขยงไปก็ต้องมีคนที่เฝ้าหน่วยอยู่ดี



แต่ช่างมันเถอะ เธอเหนื่อยมามากพอแล้วกับวันนี้ ทั้งเรื่องกินโทกิและคินโทกิ มันน่าปวดหัวไปหมด จนตั้งแต่ที่ออกจากร้านสารพัดรับจ้างมาก็ตามหากินโกิไปทั่วแต่ก็ไม่พบ ถึงได้ยอมเลิกราแล้วกลับเข้ามายังหน่วย



"เฮ้อ"


เดินคอตก ไร้เรี่ยงแรงกลับห้องตัวเอง แม้แต่ตอนเดินผ่านห้องพักของหัวหน้าหน่วยอื่นๆก็ไม่เห็นแม้แต่แสงไฟที่สาดส่องออกมานอกห้องสักคน แม้แต่ห้องเจ้าโอคิตะก็ไม่มีวี่แววว่าจะมีคนอยู่ แล้วนี่เธอจะสนใจหมอนั้นทำไมเนี่ย ไม่มีคนแบบนี้สิถึงจะดี ยิ่งไม่มีเจ้าโอคิตะด้วยแล้วก็ยิ่งดีใหญ่ จะได้ไม่ต้องมาปะทะฝีปากกันให้อารมณ์บ่จอยเพิ่ม



ไหนๆแล้วก็ผ่อนคลายด้วยการอาบน้ำหน่อยจะดีกว่า นัตสึเมะจัดเตรียมชุดนอนไว้เรียบร้อย ถอดเสื้อกั๊ก ปลดกระดุมเม็ดบนออกสองสามเม็ด เตรียมพร้อมเรียบร้อย เพราะงั้นไปอาบน้ำจัดการตัวเองกันเถอะ



นัตสึเมะเดินมาถึงโถงห้องน้ำหน่วยใรเวลาแปบเดียว ระหว่างทางก็ยังคงคอนเซ็ปไม่มีใครอยู่เหมือนเดิมจนน่าใจหาย มันแปลกมาก ไม่รู้ว่าหายไปไหนกันแต่การทิ้งเธออยู่คนเดียวในหน่วยซินเซ็นงุมิที่ใหญ่ขนาดนี้ไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่



ไม่ได้กลัวโจรหรืออะไรนะ กลัวผี



คิดแล้วก็ขนลุก แค่ตอนโอคิตะแกล้งมาตอนนั้นยังใจแทบร่วงถ้าโผล่มาแบบจริงๆจังๆเธอได้ตายพอดีแน่ๆ แถมยังไม่มีคนอยู่อีก ใครจะเก็บศพล่ะทีนี้ แค่คิดก็ขนตูดลุกไปหมดแล้ว



สายน้ำเย็นกระฉวยตกลงมาปะทะกับผิวหนังเปลิอยเปล่า เพิ่มความเย็นฉ่ำและสลัดความกังวลในเรื่องไม่เป็นเรื่องไป นัตสึเมะเงยหน้ารับสายน้ำเย็นๆมาจากฝักบัว โชคดีของการที่ไม่มีคนอยู่ในหน่วยคือเธอสามารถอาบน้ำได้แบบไม่ต้องระแวงอะไร ปกติตอนจะอาบต้องรอให้พวกคนอื่นๆอาบให้เสร็จก่อนนั้นก็เป็นเพราะซินเซ็นงุมิมีแต่ห้องน้ำรวม ห้องน้ำผู้หญิงอย่าได้พูดถึง ไม่มีใครสร้างขึ้นมาแน่ๆเพราะไม่มีผู้หญิงคนไหนเป็นซินเซ็นงุมิ



นอกจากเธอ



ที่ ตอน นี้ เป็น ผู้ ชาย



แค่คิดก็ปลงตกแล้ว นัตสึเมะก้มหน้ารับซะตากรรมกับความคิดที่อยู่ในหัว ปล่อยให้สายน้ำกระทบกับกับเนื้อร้อน กลุ่มผมเปียกปอย แนบแผ่นหลังเปลือยเปล่าเสียจนคิดว่าตัวเองผมยาว



!



ดวงตาเบิกกว้าง เอือมมือไปจับแผ่นหลังเปียกปอยที่ปกคลุมไปด้วยกลุ่มผมนุ่มสลวย แทบจะช็อคตอนที่รู้ว่าตัวเองผมยาว นอกจากนี้มุมมองที่เห็นก็ยังต่ำลงกว่าตอนแรกจนไม่ชิน อุ้มมือน้อยสั่นละริกตอนที่เธอยกขึ้นมาดู ขนาดเล็กลง เนียนนุ่มกว่าตอนเป็นชาย รูปร่างและสัดส่วนของเธอเปลี่ยนไป เนินเนื้ออวบอิ่มนี่เป็นสิ่งยืนยันได้ดีทีเดียวว่าตัวเองกลับคืนร่างแล้ว



อยากจะร้องกรี๊ดแต่ร้องไม่ออก ตื้นตันใจก็ใช่อยู่หรอกแต่ทำไมต้องกลับมาคืนร่างเดิมตอนที่เธออาบน้ำด้วย!



คลืดด



"เหนียวตัวจริงๆเลย ทำไมคุณฮิจิคาตะถึงมะ---"



ช่วงเสียงขาดหาย พร้อมกับตะกร้าใส่เสื้อที่ตกลงมาจนข้าวของกระจัดกระจาย ดวงตากลมเบิกกว้างพอๆกับของอีกฝ่าย ท่ามกลางหมอกไอน้ำที่ไม่ได้ช่วยปิดบังสัดส่วนด้วยแล้ว ปอยผมเรียวยาวเองก็ไม่ได้ช่วยอะไร ริมฝีปากเล็กสั่นจนเห็นได้ชัด ริ้วแดงผุดขึ้นตามใบหน้าลามจนถึงลำคอ



"กรี๊ดดดด!!"



จุดจุดนี้โอคิตะ โซโกะได้ช็อคโลกไปแล้ว







TBC.




TALK♡¡

เย้ สอบเสร็จแล้วนะทุกคนนนน ฮื่อ คือบับดีใจมากที่สอบเสร็จแต่ก็เครียดมากเซมๆเด้อ555555 ก็คือรีบมาแต่งต่อ และใช่ค่ะ อีกแล้ว น้องเปลี่ยนโทรศัพท์ ลืมย้ายข้อมูล ตอนนี้ของอันเก่าเลยหายวับ(ล่องหั้ย)แต่ไม่เป็นไรเพื่อรีดเดอร์ น้องแต่งใหม่ได้ค่ะ!5555555 ตอนนี้ยังไม่ได้แก้คำผิดนะคะ ถ้ามีอะไรสะกดผิดหรือยังไงก็ต้องขออภัยด้วย

ปล. ยังมีใครตามอยู่ไหมคะ โผล่มาหากันหน่อยน้า ;___;♡

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 51 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

70 ความคิดเห็น

  1. #51 °N_naya° (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 มีนาคม 2563 / 20:47
    เเงงงงงงนึกว่าจะไม่มาอัพซะเเล้ว คิดถึงมากๆๆๆ
    #51
    0
  2. #50 Angkana_ting (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 มีนาคม 2563 / 19:06
    ตอนที่เห็นว่านิยายอัพแล้วแทบจะกรี๊ดเลยค่ะ ฮือดีใจมากค่ะที่ไรท์กลับมาแล้ว😆
    #50
    2
    • #50-1 เอเอ็น(จากตอนที่ 12)
      16 มีนาคม 2563 / 19:06
      ขอโทษที่ปล่อยให้รอนานนะคะ กลับมาแล้วค่ะ ไม่หายไปแย้วว สอบเสร็จแล้ววว🙆‍♀️💖
      #50-1
  3. #49 maruyama (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 มีนาคม 2563 / 19:04
    กี้ดดดดดดดด มีหนุ่มมาเจออย่างงี้ต้องรับผิดชอบแล้วรึเปล่าน้าาา (. ❛ ᴗ ❛.)
    #49
    1
    • #49-1 เอเอ็น(จากตอนที่ 12)
      16 มีนาคม 2563 / 19:07

      รับผิดชอบยังไงดีนะ
      #49-1
  4. #48 pnc-cc (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 มีนาคม 2563 / 17:01
    กี๊ดดดดดด ไรท์กลับมาแล้ว แงงงง ขอบคุณนะคะ
    #48
    1
    • #48-1 เอเอ็น(จากตอนที่ 12)
      16 มีนาคม 2563 / 19:08
      ดีใจที่ยังติดตามนะคะ ขอบคุณมากๆเลย!💖
      #48-1
  5. #47 maruyama (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 มีนาคม 2563 / 23:35
    แงงงงงง คุมไรท์ เรารอนะคะ เราชอบเรื่องนี้มากๆเลย รอเสมอนะคะ แง
    #47
    0
  6. #46 shuuma (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 20:36
    เทอคะ. แงงงรอนะ
    #46
    0
  7. #44 l a b e l l e (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 14:16
    เอ่ะ ตอนนี้คือตอนที่เท่าไหร่ ปีอะไรหรอคะ เห็นแวบๆ นึกว่าแฟนคลับทำ555555
    #44
    1
    • #44-1 เอเอ็น(จากตอนที่ 12)
      17 มิถุนายน 2562 / 17:10
      ปี 6 ตอนที่ 1 เลยค่าา ก่อนหน้าตอนโฮรันนิดเดียวเองงง
      #44-1
  8. #43 °N_naya° (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 23:07
    รอออออ
    #43
    0
  9. #42 pnc-cc (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 21:43
    รอค่าาา อยากรู้เหมือนกันว่าน้องจะจำคุณกินได้มั้ยนะ
    PS. รอตอนไซโต้เหมือนกันนะ><
    #42
    0