[ GINTAMA / OC ] GIRL OF SHINSENGUMI

ตอนที่ 11 : MIMAWARIGUMI (+แจ้งข่าว)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 493
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 47 ครั้ง
    4 มิ.ย. 62






-11-






               มันคงตลกพิลึกทีเดียวถ้าเห็นผู้ชายคนนึงจดๆจ้องๆอยู่ที่ชั้นเค้กขนมหวานไม่วางตา

               ตรงหน้ามีมัลฟินบลูเบอร์รี่ ช็อคโกแลตเค้กและสารพัดความหวานที่อาจก่อให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง ชายหนุ่มไม่ได้สนใจเสียงที่พูดคุยเรื่องตัวเกับสายตาที่ถูกมองมาจากสาวๆ

               นัตสึเมะกำลังเครียดกับการเลือกของว่างไม่มีเวลามาสนใจสายตาที่ดูชวนไม่เข้าใจนั้นหรอก

               ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องมองกันนักกะอีแค่มีผู้ชาย(แต่ใจจริงแท้เป็นเด็กผู้หญิง)นั่งจ้องชั้นเค้ก มันแปลกมากนักหรือยังไง ตอนที่เธอเป็นผู้หญิงก็ทำแบบนี้ไม่เห็นจะมีใครสนใจ

               พอเริ่มรู้สึกอึดอัดกับสายตาที่จ้องกันไม้หยุดนั้นนัตสึเมะก็จัดการจิ้มนิ้วมั่วๆเลือกเค้กมาสี่ห้าชิ้นให้กับตัวเอง พนักงานจัดการแพ็คกล่องให้ด้วยรอยยิ้ม ขนลุกนิดหน่อยตอนที่ยื่นมือไปจ่ายตังค์แต่ถูกกุมมือมาด้วย

               นัตสึเมะยิ้มแหย เลื่อนมือออกจากการกอบกุมและสายตาแพรวพราว เพิ่งรู้สึกว่าผู้หญิงบางคนก็น่ากลัวไม่น้อยก็วันนี้

               ว่าด้วยเรื่องที่ยังอยู่ในร่างนี้ ขอบอกเลยว่าต้องย้อนไปถึงวันที่ไปช่วยงานโฮสต์ของเคียวชิโร่ เจ้าอากิระและอาการะกว่าจะสร่างเมาก็ปาไปค่อนเช้า นัตสึเมะจะไม่ใยดีเลยถ้าตัวเองไม่ได้กลับอย่างเดิมทั้งที่ผ่านไปนานหลายชั่วโมง ปกติแล้วผลงานแต่ละอย่างของสองฝาแฝดจะออกฤทธิแค่ไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น--เท่าที่จำได้น่ะนะ

               พอถามเข้าสิ่งที่ได้รับกลับเป็นไอ้สองตัวนั้นมองหน้ากันไปมาแล้วสลับกันพูด

               "ไม่รู้หรอก"
               "เราทำแต่ไม่เคยลอง"
               "เธอเป็นคนแรกเลยล่ะ!"

               แล้วก็

               "มันอาจจะแค่ไม่กี่ชั่วโมง"
               "หรืออาจจะเป็นวัน"
               "เป็นอาทิตย์"
               "เป็นเดือน"
               "เป็นปี"
               "เจ๋งสุดยอด!/เจ๋งสุดยอด!"

               ปวดหัวจะตายซัก..แถมยังไม่ได้ประโยนช์อะไรเลยสักอย่าง ด้วยความหมั่นไส้นัตสึเมะจัดการประทานฝ่าเท้างามๆที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมให้สองฝาแฝดจนตัวสะบัดสะบอมหลังจากนั้นพวกมันก็ไม่โผล่หน้ามาให้เห็นอีกเลย น่าโมโหนัก

               นี่ก็ปาไปเข้าที่อาทิตย์ที่สามแล้ว--จะบอกว่าชีวิตดำเนินไปตามปกติไหมก็ไม่เชิงนัก นัตสึเมะค่อนข้างขัดเขินนิดหน่อยตอนที่จะอาบน้ำ อ่าฮะ เธอเกือบถูกลากให้ไปอาบน้ำรวมด้วยกันเพราะคิดว่าเป็นเด็กหน้าใหม่ กว่าจะปลีกตัวออกมาได้ก็ปาไปเหงื่อท่วมตัวเหมือนกันแต่ใช่ว่าตอนอาบน้ำคนเดียวจะไม่เขิน นัตสึเมะเห็นอะไรต่อมิอะไรที่ตัวเองมี เหมือนกับที่ผู้ชายคนอื่นมีนั้นแหละ ลองจับดูแล้วก็ดูนุ่มดี(แค่ก..)

               กว่าจะทำตัวให้ชินได้ก็หลายวันเข้าให้ คนที่รู้เรื่องก็มีแค่คอนโด้(ที่แรกๆก็ยังไม่ยอมเข้าใกล้เธอ) ฮิจิคาตะ(ที่ดูจะไม่เชื่อในช่วงแรกๆแต่พอเห็นท่าทางเด๋อๆตอนสะดุดล้มขึ้นบันไดก็เชื่อซะงั้น)และโอคิตะ(กับการกลั่นแกล้งเหมือนเดิมทุกอย่าง) รวมถึงพวกกินโทกิด้วย

               นัตสึเมะเคยคิดหาวิธีให้ตัวเองกลับเป็นเหมือนเดิม ลองทุกอย่างจนขี้เกียจที่จะลอง พออยู่เฉยๆก็เริ่มชินกับอะไรแบบนี้แล้วยกเว้นสายตาของพวกผู้หญิงพวกนั้นนะ

               "..."

               ดวงหน้านิ่งเรียบ มองอีกฝากที่เป็นร้านขนมโดนัทนิ่งเฉยพอๆกับคนที่เพิ่งออกจากร้านมาหมาดๆไม่ต่างจากกัน ทุกอย่างเหมือนกันหมดแม้แต่ชุดที่สวมใส่แต่คนละสี มือที่ล้วงกระเป๋าข้างนึงและอีกข้างที่ถือถุงกล่องขนมไว้ข้างตัว

               อ่าฮะ เหมือนกันยิ่งกว่าอะไรดี

               ซาซากิ อิซาบุโร่คือชื่อของผู้ชายตรงหน้า

               "ไม่คิดเลยนะครับว่าคุณจะกินขนมหวานเยอะขนาดนี้"

               "ฉันก็ไม่คิดเหมือนกันว่านายจะซื้อโดนัทเยอะขนาดนั้น"

               เราทักทายกัน เป็นประจำที่ต้องเจอ นัตสึเมะเห็นอิซาบุโร่ได้สักพักแล้ว--เจอหลายวันติดตั้งแต่รูปลักษณ์เปลี่ยนไป ทุกครั้งที่ออกมาซื้อคัพเค้กบรรเทาความทุกข์ออกมาทีไรมักเจออิซาบุโร่อยู่ร้านตรงข้ามเสมอ เป็นเรื่องตลกที่เราสองคนเจอกันหลายวันติดในเหตุการณ์ที่เหมือนเดิมเป๊ะๆ

               "อากาศวันนี้สดใสดีนะครับเหมาะกับการดื่มชาและแลกเมลล์"อิซาบุโร่ยังคงพูดต่อในขณะที่เราเดินข้างกัน มันไม่เชิงเดินด้วยกันนัก มีระยะห่างเกือบเมตรครึ่งคั่นกลางเอาไว้อยู่คล้ายจะเป็นแม่เหล็กผลักออกจากกัน นัตสึเมะเองก็ยังไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมต้องเว้นระยะห่างมากมายอะไรขนาดนักแต่เรื่องบางเรื่องก็ควรเชฟเอาไว้ก่อน อีกฝ่ายเป็นถึงหัวหน้าหน่วย ที่ได้ยินมาเหมือนจะเป็นคู่แข่งอะไรทำนองนั้นของซินเซ็นงุมิซะด้วย

               ซาซากิ อิซาบุโร่เป็นผู้ชายตัวสูงโปร่ง หน้าตาเคร่งขรึมเหมาะกับตำแหน่ง บุคลิคดูเงียบงัน สวมแว่นตาทรงกลมข้างเดียวและมีดวงตาที่เฉียบคม นัตสึเมะคิดว่าเขาดูไม่เข้าใกล้เท่าไรแต่มันตลกพิลึกที่ดันเจอเขาแทบทุกวันตอนออกมาซื้อเค้ก

               นัตสึเมะได้ข้อสรุปที่ว่าอิซาบุโร่ชอบกินโดนัทมากพอตัวถึงแม้เจ้าตัวจะบอกว่าซื้อให้ลูกน้องก็ตามทีแท้จริงก็แค่อยากซื้อกลับไปกินด้วยกันล่ะมั้ง เธอคิดว่าลูกน้องคนนั้นคงสำคัญน่าดูเลยล่ะ

               อ้อ อีกเรื่องที่สรุปไว้ อิซาบุโร่เป็นโรคคลั่งเมลล์เหมือนกับชีวิตนี้ทั้งชีวิตมีปมกับเมลล์อะไรแบบนั้น

               "คงงั้นมั้งครับ อย่างน้อยดื่มชากับเค้กสักชิ้นก็ดีเหมือนกัน"เธอตอบ ดวงตายังคงมองไปทางข้างหน้า อีกฝากเป็นซอยแยกแน่นอนว่าต้องแยกย้ายกันตรงนี้ นัตสึเมะไม่อยากพูดมากนัก เธออยากเก็บแรงไว้ไปจัดกานเจ้าเค้กแสนน่ารักนี่ดีกว่า

               "แล้วว่าแต่นัตสึเมะคุงจะไม่แลกเมลล์กับผมงั้นเหรอครับ"เขาว่าพร้อมยกโทรศัพท์ที่มีแพคเกจหลังเป็นเพียงสีพื้นเข้มๆเท่านั้น"ผมว่าการสนทนาผ่านเมลล์ก็ทำให้เรารู้จักอีกฝั่งมากขึ้น"

               "อ้อ โทษทีนะพอดีลืมโทรศัพท์ไว้ที่หน่วยน่ะ"อีกอย่างนัตสึเมะค่อนข้างที่จะขี้เกียจตอบเมลล์ อย่างที่บอกไปอิซาบุโร่ค่อนข้างคลั่งเมลล์มาก ดูได้จากการกดแป้นพิมพ์ส่งเมลล์รัวๆนั้นไปให้ใครบางคนถ้าหากเธอให้มีหวังโทรศัพท์ได้สั่นมันทั้งวันแน่

               "ครั้งที่แล้วคุณก็บอกทำตกน้ำ"

               "อ้อใช่ พอดีซื้อเครื่องใหม่แล้วน่ะ"

               แถให้สุด นัตสึเมะเดินเข้าซอยประจำไปทางหน่วยตัวเอง โบกมือให้อิซาบุโร่ทั้งที่หันหลังอยู่อย่างที่ทำเป็นประจำ

               "เอาไว้คราวหน้าจะเอามาแลกเมลล์นะ"

               นัตสึเมะคงลืมไปสนิทว่าครั้งที่แล้วเธอก็พูดแบบนี้




               "ฮึม~"

               นัตสึเมะคลอเพลงในลำคออย่างอารมณ์ดี วันนี้ไม่มีงานอะไรให้เธอทำ งานเอกสารเคลียร์หมดแล้ว ลาดตระเวนก็ไม่ใช่เวรเธอด้วยแต่ถึงอย่างนั้นงานที่เคยถูกโยนมาแทบทุกหนึ่งชั่วโมงก็ไม่มีมาเหมือนปกติ จะว่าแปลกก็ว่าแปลกแต่ใครเล่าจะไม่รักความสบายแถมวันนี้อยู่ๆคอนโด้ก็บอกให้ลาพักได้ทั้งวันอีกเพราะแบบนั้นถึงได้เดินเอื่อยเชื่อยไปซื้อจ้องเค้กได้หลายชั่วโมง

               กว่าจะมาถึงหน่วยได้ก็กินเวลาไปเหมือนกันแต่เหมือนเดิม นัตสึเมะไม่ได้สนใจนักเพราะวันนี้มันฟรีเดย์!

               ชายหนุ่มเดินผ่านโรงฝึกที่อึกคึมโครมไปด้วยเสียงฝึกซ้อมและดาบไม้กระทบกัน เห็นว่าคนคุมในวันนี้เป็นของหัวหน้าหน่วย 1 โอคิตะตั้งใจมากกับการฝึกซ้อม ตั้งใจถึงขนาดที่ว่าเธอยืนมองแวบนึงก็ไม่รู้ตัว

               แต่ก็ดีแล้วล่ะที่ไม่รู้ตัวนัตสึเมะยังไม่อยากถูกกล่างหาว่าถ่ำมองใครเขา

               วางคัพเค้กใส่ชามเสร็จก็จัดการชงชาขึ้น อย่างที่อิซาบุโร่ว่าวันนี้อากาศสดใสจัดมันเหมาะที่จะดื่มชาและเค้กดื่มดมบรรยากาศน่าอริยมภ์นี้ แน่นอนว่าเธอไม่กินมันคนเดียวแน่

               แผนการตีสนิทไซโต้ยังอยู่ในหัวแม้เจ้าตัวจะหายวับไปทุกครั้งที่นัตสึเมะอยู่ ครั้งแรกและครั้งเดียวที่เห็นกันจังๆคือตอนเดินผ่านกันคราวนั้น พูดแล้วจะร้องไห้ตั้งแต่ตอนนั้นก็ผ่านไปหลายเดือนอล้ว ความคืบหน้าไม่มีสักหยด

               เช้านี้เลยกระเยี่ยมกระย่องไปมองลอดผ่านประตูห้องไซโต้ พบว่าคุณหัวหน้าหน่วย 3 หลับปุยเป็นเด็ก ขนาดตอนนอนเจ้าตัวยังไม่วายปิดปากเลยคุณเอ๊ย

               นัตสึเมะจัดออกมาเป็น 3 ชุด น้ำชาและเค้กอย่างละ 1 มีทั้งคอนโด้ ฮิจิคาตะแล้วก็ไซโต้ เธอมองเค้กที่เหลือ 3 ชิ้นนิ่งงัน จะกินคนเดียวให้หมดนี่ก็ยังได้แต่หน้าคนที่ฝึกซ้อมดาบในวันนี้กลับเด้งขึ้นมาในหัว

               อ่ะก็ได้ เอาไปครึ่งชิ้นก็พอยังไงนัตสึเมะก็ยังอยากกินสักสองชึ้นขึ้น คนละครึ่งคงไม่เป็นอะไรหรอกมั้ง

               "โอ๊ะ นัตสึ"

               คอนโด้ทัก นัตสึเมะยกยิ้มกลับ วางถ้วยชามน้ำชากับขนมเค้กให้คนเป็นลุง คอนโด้ยังอยู่ในชุดซ้อมดาบอยู่เลยด้วยซ้ำแต่เจ้าตัวก็ยังมานั่งกรอกเอกสารงกๆอยู่ในห้อง เธอนั่งลงข้างกัน เอกเขนกขายาวๆภายใต้กางเกงแสล็คสีดำ เมื่อยขาเมื่อยแขน แบกมันมาทั้งหมดเลยทรงตัวเดินยากไปหน่อย

               "มีโปรเค้กอยู่เลยซื้อมาเผื่อ"เธอว่า รินกาน้ำชาใส่ถ้วย"กินของว่างแล้วค่อยทำงานต่อก็ได้"

               แอบเห็นคอนโด้ทำหน้าซาบซึ้ง

               "ขอบคุณนะ ฉันไม่คิดว่าเธอจะจิตใจดีเผื่อแผ่กันขนาดนี้"

               แล้วปกติเธอมันเป็นแบบไหนฟะ?

               คุยเล่นกันนิดหน่อยตามประสานัตสึเมะก็ขอตัวออกมา แบกถ้วยน้ำชากับเค้กไปวางไว้บนโต๊ะโอคิตะที่อยู่ตรงข้าม ทั้งห้องว่างเปล่าซึ่งมันเป็นเรื่องดี ไหนๆก็แบ่งให้ครึ่งนึงแล้วขอชิมคำนึงละกัน คิดว่าอีกไม่นานเขาคงกลับมาเอง นี่ก็กินเวลาฝึกซ้อมไปนานแล้ว นัตสึเมะเทน้ำชาวางให้เสร็จสรรพก็ย้ายตัวเองไปแง้มประตูเปิดห้องทำงานไซโต้

               เงียบกริบ

               ไซโต้ไม่อยู่อีกแล้ว T T

               แต่ถึงกระนั้นนัตสึเมะก็ยังวางของว่างไว้ที่โต๊ะเตี้ยเหมือนกับของโอคิตะ แปะโพสอิทว่าใครเป็นคนเอามาให้ด้วยถือเป็นหนึ่งในแผนการตีสนิทขั้นที่หนึ่ง ยังไงก็ต้องคุยกับไซโต้ให้ได้!

               "..เพราะงั้นถ้ามาดูถูกกันมากๆหัวอาจจะปลิวขาดได้นะครับ ยังไงก็ระวังหน่อยก็ดีนะครับพอดีแบบว่ายั้งมือไม่อยู่"

               นัตสึเมะหยุดมือที่จะเปิดบานประตูออก ได้ยินเสียงของผู้ชายที่ไม่รู้จักลอดออกมาจากห้องของคุณรองหัวหน้า ได้ยินเขาพูดอะไรสักอย่างที่ไม่ค่อยจะอยากรู้นัก เหมือนจะอวดเบ่งสรรพคุณตัวเองว่ามีดีเรื่องต่อยตีอะไรแบบนั้นแต่ว่านะในหน่วยนี้มันมีคนที่เป็นนักเลงขนาดนั้นอยู่ด้วยงั้นเหรอ?--อ้อ มีกันทุกคนเลยนี่หว่าไอ้นิสัยนักเลงน่ะ เหอะๆ

               "--ฝากตัวด้วยนะครับโทชิ โอ้ว"

               "เย้ ฝากตัวด้วยนะเท็ตสึ"

               นัตสึเมะเลื่อนประตูออกเป็นจังหวะเดียวกับที่อีกฝ่ายทำท่าไฮทัซ ไม่อยากเชื่อว่าคนที่ทำหน้าเหมือนประสาทจะกินยอมทำท่าตามคนที่ดูเป็นเจ้าของประโยคเมื่อครู่

               อยากจะขำให้กับความสุดจะกลั้นของฮิจิคาตะ ต้องมาเห็นว่ารองหัวหน้าทำหน้ามืดมากขนาดไหน นัตสึเมะเชื่อเลยว่าในใจคงไม่ได้คิดอยากไฮไฟว์กับผู้ชายคนนั้นแน่

               "เท่านี้คุณกับผมก็เป็นเพื่อนกันตลอดชีวิตแล้ว เย้"

               "เย้"

               "งั้นจะไปมีเรื่องกับใครก็เรียกได้นะจะได้ไปรวมพลพรรคพวกพร้อมลุยเสมอ"

               "อืมมม รบกวนด้วยนะ!"

               คนที่ชื่อเท็ตสึอะไรนั้นเดินออกไปแล้วดูท่าจะไม่ทันได้มองเห็นนัตสึเมะ เธอเดินออกมาวางของว่างไว้ที่ข้างโต๊ะเตี้ยที่มีเอกสารวางอยู่ ฮิจิคาตะทำหน้าเหมือนจะตายให้ได้กับการสนทนาเมื่อครู่ รอยยิ้มเย็นๆถูกประดับไว้บนหน้าทุกครั้งที่พูดคุยพอทัตสึเดินลับออกไปฮิจิคาตะก็เหมือนคสามอดทนหมดลง รองหัวหน้ากระแทกหัวเข้ากับบานประตูไม้เสียงดังปักหลายครั้ง

               "อุปห์.."นัตสึเมะพยายามกลั้นขำอย่างสุดจะสามารถ

               "ธะ เธอ"เธอปิดปากฉับ ฮิจิคาตะหันหน้ามามองช้าๆ ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยเส้นประสาทที่ปูดขึ้นมาแบบสุดจนทน ออร่าดำทมิฬแผ่รอบตัวรองหัวหน้าจนมิดทั้งที่ดูน่ากลัวขนาดนั้นนัตสึเมะกลับคิดว่ามันน่าตลกจนไม่สามารถกลั้นยิ้มได้

               รองหัวหน้าปีศาจแพ้พ่ายกับเด็กที่ไหนไม่รู้ซะงั้น

               "ก็มันน่าขำจะตายออกทำไมดูอดกลั้นขนาดนั้นอ่ะ"เธอพูดกลั้วหัวเราะ ค้ำแขนไว้กับพื้น อยากจะหัวเราะทุบพื้นดังๆเสียจริง"ปกติเห็นหัวใครที่ไหน"

               "ก็อยากจะตัดหัวมันอยู่เหมือนกัน"

               น้ำเสียงฮิจิคาตะเข้มเสียจนตลก ทั้งหน้าตาที่มีเส้นเลือดปูดนูนตรงขมับหรือแม้แต่มือทั้งสองข้างที่พยายามไม่หยิบดาบออกจากฟักไปไล่ฟันทัตสึ

               "ฮ่าๆ แล้วทำไมถึงต้องยอมขนาดนั้น"เธอถามด้วยความสงสัย ตักเค้กส่วนของตัวเองเข้าปากคำ ฮิจิคาตะนั่งลงข้างกันก่อนจะซดน้ำชาจนหมดถ้วย

               อีกฝ่ายวางกระแทกถ้วยชาลงบนถาดดังปึก

               "คุณคอนโด้ขอมาน่ะสิ"

               คราวนี้เป็นเธอที่เลิกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัย

               "ซาซากิ เท็ตสึโนะสึเกะลูกชายตระกูลซาซากิ ไม่รู้เกิดอะไรขึ้นถึงไม่ยอมทำการทำงานเลยถูกฝากเอามาไว้กับที่นี่ คุณดอนโด้ก็ดันรับคำมาแล้วด้วย"รองหัวหน้าถอนหายใจ ซดน้ำชาที่เทลงไปใหม่อีกกระรอก

               นัตสึเมะก็พอเข้าใจ คอนโด้น่ะใจดีจะตาย เจอแบบนี้ก็นับมาหมดนั้นแหละพอนึกภาพออกเลยว่าเจ้าตัวทำท่ายังไงตอนสั่งฮิจิคาตะ คงจะกอดอกแล้วบอกด้วยใบหน้ายิ้มๆ ใสชื่อแสนจะใจดีอย่างที่เจ้าตัวชอบทำนั้นแหละ

               ว่าแต่ทำไมชื่อคุ้นจังนะ วานภาพคนเมื่อเช้าที่เจอกันทุกรอบก็ผุดขึ้นมาในหัว

               "ซาซากินี่? มิราวามิกุมิ?"ฮิจิคาจะพยักหน้ารับ"แล้วทำไมฝั่งนั้นไม่รับไปล่ะ"

               "ฉันก็สงสัยอยู่เหมือนกัน"

               ฮิจิคาตะเว้นช่วง

               "ไม่แน่ฝั่งนั้นอาจจะไม่ค่อยยินดีกับเจ้านั้นด้วยล่ะมั้ง"


               หลังจากที่นั่งฟังนอนฟังฮิจิคาตะบ่น(เคียดแค้น)เรื่องเท็ตสึแล้วต่อจากนั้นเรื่องราวทั้งหมดก็ดำเนินตามปกติเหมือนทุกวันถึงแม้วันนี้นัตสึเมะจะว่างงานเป็น emproee แต่เธอก็ไม่ปล่อยให้ตัวเองอยู่เฉย นัตสึเมะสิงถิตอยู่กับฮิจิคาจะแทบครึ่งวันที่ผ่านมา คอนโด้สลบเหมือดคาเอกสารอีกแล้วเลยไม่อยากรบกวนนัก ให้จะไปก่อกวนโอคิตะก็ขี้เกียจจะต่อปากต่อคำด้วยทางเลือกสุดท้ายเลยมาตกที่ท่านรองที่ตอนนี้ควบคุมอารมณ์ได้แล้ว

               แต่จะควบคุมไม่ได้ก็ตอนที่ถึงเวลากินข้าวเที่ยงนั้นแหละ

               ฮิจิคาตะควบคุมตัวเองเป็นอย่างมากที่จะไม่ยัดระเบิดใส่ร่างอ้วนท้วมนั้นหรือแม้แต่ยัดใส่ยามาซากิที่ถามถึงเท็ตสึอย่างไม่รู้อะไร เจ้าตัวบอกว่ายินดีด้วยที่มีคนช่วยทำงานเพิ่มอีกคน(เอาเข้าจริงทั้งนัตสึเมะและเท็ตสึก็ไม่มีใครทำงานสักคน)

               เท็ตสึเป็นคนที่ตรงข้ามกับอิซาบุโร่แทบทุกอย่าง อย่าพูดว่าแทบเลยดีกว่า ต่างกันมันทุกอย่างคงจะพูดถูกกว่า อีกฝ่ายเป็นผู้ชายร่างอ้วนท้วม ท่าทางนักเลงจ๋าสวมหมวกและเครื่องแต่งกายผิดระเบียบ นัตสึเมะไม่เข้าใจว่าทำไมต้องพับขากางเกงขึ้นมาข้างนึงด้วย มันไม่เท่ากันเหรอ หรือจะเป็นการใส่แว่นตาดำทั้งที่ข้างในไม่มีแดดเลยก็ตาม เอ๊ะ หรือเจ้าตัวใส่เพราะป้องกันแสงจากไฟนีออนนะ ได้แต่คิดและสงสัย

               เธอนิ่วหน้าหน่อยๆตอนที่ไปรอตักข้าวพร้อมฮิจิคาตะ เท็ตสึได้รับหน้าที่แรกคือการตักข้าวให้กับลูกสมุนอีกสองคน ท่าทางเหมือนเด็กแว๊นท้ายซอยทำน่าหงุดหงิดไปหมดถ้านัตสึเมะกำลังหิวแต่ยังดีที่เธอกินเค้กไปแล้ว--แต่ใช่ว่าจะอิ่มอะไร เธอจะไม่ว่าอะไรเลยถ้าพวกนั้นไม่ทำท่าตรวจยาบ้ากับเธอหรือแม้แต่กับทุกคนไม่เว้นแม้แต่ฮิจิคาตะเอง จะปรี๊ดแตกอยู่แล้วเพราะมัวแต่ลีลาตรวจนู้นตรวจนี่แถมเพลงที่เปิดผ่านลำโพงนั้นน่าหนวกหูชะมัด

               นัตสึเมะกำลังคืดว่าตัวเองจะควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ตามฮิจิคาตะไปติดๆแต่โชคยังดีที่ฮิจิคาตะลากออกมาได้ทันท่วงที

               การกินข้าวของวันนี้เลยผ่านไปพร้อมกับเสียงเพลงที่ดังลั่นโรงอาหารทุกนาที นัตสึเมะเหมือนหูจะแตกให้ได้ คิดว่าออกมาจากที่นั้นหูคงตึงแน่ๆ ไม่มากก็น้อยล่ะ ลำโพงมีกี่ตัวในโรง เปิดเพลงลั่นแบบนั้นอีก เริ่มเข้าใจความรู้สึกฮิจิตาตะมาติดๆเพราะเธอเองก็ไม่สามารถทำอะไรได้เพราะคำสั่งคอนโด้มันค้ำคอ

               มันไม่เชิงคำสั่งนักหรอกก็แค่ 'เอาน่าเท็ตสึน่ะก็น่าสงสารอยู่นาอีกอย่างฝั่งนั้นก็ส่งมาทางเราโดยตรงถือว่าไว้ใจใช่ไหมล่ะเพราะงั้นช่วยดูๆกันหน่อยนะ'

               จะร้องไห้ คอนโด้จะใจดีเกินไปแล้ว

               พอโดนพูดกันแบบนี้ใครล่ะจะไม่กล้าทำตาม นัตสึเมะกล้ำใจที่จะไม่ใช้ความรุนแรง อ่าฮะ--นันรวมถึงฮิจิคาตะที่กำดาบแน่นทุกครั้งที่เห็นหน้าเท็ตสึด้วย เธอจะคิดว่ามันเป็นเรื่องดีที่จะได้เห็นใบหน้าตลกๆของฮิจิคาตะก็แล้วกัน

               อย่างตอนนี้ เรากำลังซ้อมดาบอยู่โดยมีคอนโด้เป็นคนคุมและฮิจิคาตะที่มาสบทบกันข้างหลัง นัตสึเมะที่วันนี้ว่างงานทั้งวันเลยมาร่วมแจมด้วย เธอเปลี่ยนชุดอยู่ในชุดฝึกเหมือนทุกที มันแน่นหน่อยๆแต่ไม่มากเท่าไรก็พอทนได้กับชุดเก่าตอนเป็นผู้หญิง ไม่อยากซื้อใหม่นักเพราะคิดว่าอีกหน่อยคงได้กลับร่างเดิม พวกเครื่องแบบก็ใช้ของหน่วยที่มีไว้สำหรับคนที่สมัครใหม่มันมีเยอะมากจนนัตสึเมะสามารถเอาไป 3-4 ชุดก็ไม่สะเทือนชินเซ็นงุมิ

               เสียงดังเอี๊ยดอ๊าดดังตามพื้นขัดทุกคำพูดของคอนโด้ต่อให้คนมีสมาธิมากแค่ไหนในการรับฟังทุกประโยคที่คอนโด้พูดออกมานัตสึเมะก็เชื่อว่าต้องมีเสี้ยวนึงที่ต้องกลับไปสนใจเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดนั้น มันน่ารำคาญ(อีกแล้ว)แต่นั้นแหละ เธอทำอะไรไม่ได้มากนักนอกจากยืนข้างคอนโด้เงียบๆ

               ไม่เข้าใจว่าเท็ตสึกับผองเพื่อนทำไมถึงมาเล่นบาสกันที่นี่ เขาไม่รู้หรือยังไงว่านี่โรงซ้อมดาบไม่ใช่สนามบาส? แล้วนั้น ทำไมถึงมีห่วงบาสแขวนอยู่ครงนั่นได้วะ..

               "--ก็บอกแล้วไงว่าอย่าเหวี่ยงแต่ดาบอย่างเดียว!ต้องใช้ร่างกายให้ดาบเหวี่ยง เพลงดาบมันอยู่ที่ใจ--สูดหายใจเข้าแล้วปล่อยทุกอย่างออกมาที่ดาบ นี่มันไม่ใช่กีฬากระจอกๆนะอย่าทำมาเป็นเล่..อ่อก!!"

               คอนโด้พูดไม่ทันจบก็โดนลูกบาสที่เด้งมาอีกฝั่งกระแทกเข้าหน้าอย่างจัง นัตสึเมะมองลูกบาสที่กลิ้งตกลงปลายเท้าของคนโดนทำร้าย หน้าคอนโด้ยับยูยี่ อีกฝากหนึ่งของใบหน้าบวมช้ำไปด้วยรอยเขียวรวมถึงเลือดกำเดาไหลที่ออกมาอย่างห้ามไม่อยู่

               คอนโด้มองลูกบาสนิ่งเรียบ เก็บมันขึ้นมา นัตสึเมะสังเกตุเห็นเม็ดเหงื่อที่ไหลตามกรอบหน้า คิดว่าคอนโด้กำลังคิดกับตัวเองว่าคงคิดผิดอะไรทำนองนั้น

               "เฮ้ๆ บอส กอลิคับบอย"พวกเท็ตสึส่งเรียกเรียก สาบานว่าถ้าคนที่โดนไม่ใช่คอนโด้ อิซาโอะที่ใจดีได้ทุกสถานการ์ณแต่เป็นนัตสึเมะที่ตอนนี้เป็นผู้ชายอกสามศอกเต็มตัว--เท็ตสึได้นั่งสงบเจียมตัวเหมือนคนอื่นเขาแน่ไม่ใช่ส่งลูกบาสกลับไปให้เล่นกันอีกรอบแบบคอนโด้

               "ฟังนะขอพูดอีกครั้ง!"คอนโด้ดึงลุคกลับมา นัตสึเมะคิดว่ามันคงสายเกินไปแล้วกับการโดนลูกบาสอัดหน้ามาหยกๆ"ว่ามันไม่ใช่--อ๊อก!!"

               คราวนี้เหมือนมันจะรุนแรงเกินกว่าครั้งแรก คอนโด้ถึงกับล้มลงกับพื้นพร้อมกับเลือดกำเดาที่ทะลักออกมาอีกกระลอก

               เธอคิดว่าเขาคงหมดความอดทนแล้ว คอนโด้ยันตัวลุกขึ้นมา หยิบลูกบาสส่งกลับไปให้เท็ตสึอีกรอบ นัตสึเมะหวังว่ามันจะแรงพอให้เจ้าอ้วนนั้นเซแต่กลับเป็นแรงธรรมดาที่คอนโด้ส่งให้ประจำ

               นัตสึเมะยืนเงียบข้างฮิจิตาตะ รอดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้

               ใบหน้านิ่งเรียบนั้นส่อแววจริงจังไม่สนใจแก้มที่บวมช้ำออกมาจนเห็นได้ชัด คอนโด้กอดอกแล้วพูดประโยคต่อจากเมื่อกี้ นับถือใจความสั่งสอนของหัวหน้าที่จะสอนให้จบก็ตอนนี้ ถือว่ามีความพยายามสูงเลยทีเดียว

               "ฟังนะ!ขอพูดเป็นครั้งสุดท้าย ใช้มือซ้ายประคองเอาไว้!"

               "ไนท์ซู๊ด!"

               "..."

               รู้สึกว่าคิ้วมันจะกระตุกขึ้นมาหน่อยๆ ไม่รู้จะพูดอะไรกับเรื่องที่เกิดขึ้นข้างหน้า ทุกคนทิ้งดาบไม้ที่ฝึกกันไปเล่นบาสเสียอย่างนั้น ยิ่งงงเข้าไปใหญ่ว่ามันมีแป้นบาสติดกันไปแทบให้พวกนั้นซู๊ดลงไปได้ยังไง

               นัตสึเมะบีบหนวดระหว่างคิ้ว ท่าทางคอนโด้คงไม่ได้คิดอะไรกับเท็ตสึแน่ หมายถึงคงไม่คิดลบๆกับเจ้านั้นเหมือนเธอหรือฮิจิคาตะ(ที่รำคาญออกนอกหน้า) พอหันไปมองรองหัวหน้าก็เห็นหน้ามืดไปแล้ว เส้นขมับปูดขึ้นมาให้เห็นจะๆ

               และวันนั้นเกือบทั้งวันนัตสึเมะก็เหมือนตัวเองเป็นฮิจิคาตะสอง เกือบทั้งวันเธอสัญญากับตัวเองว่าจะไม่เนรเทศออกมานอกห้องหรือพาตัวเองไปเจอกับร่างหมูๆของเท็ตสึอีก พูดง่ายๆว่าขังตัวเองอยู่ในห้องเลยจะดีกว่า นัตสึเมะคิดว่าตอนตัวเองรำคาญใครมันคงไม่ดีนัก เธอไม่ได้อยากพาลไปทั่วเท่าไรและโชคก็ยังดีที่วันนี้ทุนเดิมเป็นวันฟรีเดย์ของเธออยู่แล้ว ทุกคนเลยไม่เอ๊ะใจเท่าไรว่าทำไมครึ่งวันหลังถึงไม่เห็นหน้าเห็นตา

               เรื่องนี้ทุกอย่าง(ที่เกี่ยวกับเท็ตสึ)เลยถูกโยนไว้กับฮิจิคาตะ(ที่รับหย้าที่นี้แบบช่วยไม่ได้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว) นัตสึเมะได้ยินว่าสองคนนั้นถูกวานให้ไปลาดตระเวนในเมือง ก็ขอให้โชคดีราบรื่นเหมือนปกติอย่างที่เคยทำเป็นประจำ

               แต่เธอว่ามันคงยากแน่ถ้าดูจากเสียงเพลงบีทหนักๆดังลั่นจากรถตำรวจหน่วยซินเซ็นฯนั้น มันดังจนขนาดที่ว่ารถเคลื่อนตัวออกห่างหน่วยแล้วนัตสึเมะก็ยังได้ยินเต็มชัดสองรูหู

               ดูท่าการดัดนิสัยเท็ตสึคงเป็นเรื่องน่าปวดหัวของฮิจิคาตะมากกว่าเดิมแน่ จุดนี้นัตสึเมะก็ขอให้รองหัวหน้าโชคดีละกัน




               มีเรื่องน่าแปลกใจไม่น้อยหลังจากวันที่ฮิจิคาตะและเท็ตสึไปลาดตระเวน นัตสึเมะกระพริบตาพริบ มันเพิ่งผ่านไปแค่วันกว่าๆแต่ทุกอย่างกลับเปลี่ยนไปจนตามไม่ทัน

               บอกทีเถอะไอ้ผู้ชายร่างกายจ่ำม้ำ หน้าตาบ็องแบ๊วเหมือนผู้ชายตาหวานนี่คือเท็ตสึคนที่ทำตัวน่าถีบตลอดเวลานั้นน่ะ?

               "อะ เอ่อ คือว่ารองหัวหน้าบอกให้เอาให้น่ะครับ"

               เจ้าตัวคลานเข่ามาวางคัพเค้กลงบนโต๊ะเตี้ยๆ ท่าทางหนุงหนิงจนคิดว่าตาฝาด ขนาดขยี้ตาก็แล้วก็ยังเป็นเท็ตสึตาหวานเหมือนเดิม โอ้วมายก๊อด

               เธอพลาดอะไรไปบ้างเนี่ย?

               "อ..อ้อ ฝากขอบคุณโทชิด้วยนะ"ว่าไปแบบนั้นทั้งที่เกาหัวแกรกๆด้วยความแปลกใจ ยกจานเค้กขึ้นมาสำรวจ ใช้ส้อมเขี่ยฐานและมุม ตรวจเช็คว่ามียาพิษอยู่รึเปล่าก็ไม่พบอะไรผิดปกติ กลิ่นเค้กก็ยังเหมือนเดิมด้วย

               แต่ที่น่าแปลกใจพอๆกับเท็ตสึตาหวานแล้วก็คือการที่โทชิไปซื้อเค้กโปรดเธอมาให้วันนี้นั้นแหละแถมพ่วงมาด้วยชากุหลาบชั้นดีที่จิบแล้วก็ต้องยกซดอีกสักสิบยี่สิบครั้ง

               ทุกอย่างดูงงงวยไปหมด สรุปมันเกิดอะไรชึ้นกัน? แค่ผ่านไปวันเดียวเองนะเฮ้ย

               เรื่องนั้นถูกพับเก็บลงไปหลังจากที่จิ้มเค้กเข้าปากไปคำนึง  สมองก็เหมือนถูกลบล้างด้วยความหวานกลมกล่อมของคัพเค้กชิ้นโปรด นัตสึเมะทำหน้าฟิน หน้าเธอคงเหยิ้มน่าดูเวลากินของที่ตัวเองชอบ ไม่รู้มันไม่น่ามองรึเปล่าแต่ช่างมันไปละกัน ยังไงนี่ก็ห้องเธอคงไม่มีใครเดินแวบไปแวบมาตรงนี่หรอก

               "หน้านี่ฟินเชียวนะ"

               อืม ลืมไปว่ามีวิญญาณสิงสถิตอยู่ห้องข้างๆ

               ไม่รู้ว่าโอคิตะได้ยินความคิดหรือยังไงถึงได้โผล่หน้ามายืนเสนอหน้าอยู่หน้าห้องที่เปิดประตูอ้าชารับลมธรรมชาติกันแบบนี้ ได้ข่าวว่าห้องทำงานเขาอยู่อีกฝั่งไม่ใช่เรอะแล้วทำไมถึงเสนอหน้ามาตรงนี้ได้ฟะ หรือจะมาเอาของในห้องนอน? นั้นก็ช่างมัน(อีกแล้ว)ไม่ได้เกี่ยวกับเธอนี่

               "ก็มันอร่อย"เธอยักคิ้วหลิ่วตา"แล้วมาทำไมที่นี่"ถามตอนที่อีกฝ่ายก้าวเข้ามาจากชานระเบียงมาในห้อง นั่งข้างๆกันแล้วถือวิสาวะยกน้ำชาเธอขึ้นจิบ

               "ถือว่าหายกันเรื่องเธอกินเค้กฉันไปครึ่งชิ้น"เดี๋ยวนะ นั้นมันตั้งแต่เรื่องเมื่อวานละรึปะแล้วนั้นก็เงินเธอนะเว้ย แบ่งให้ก็ดีแค่ไหนแล้วอ่ะ

               "ฉันจะไปมิมาวาริกุมิ"นัตสึเมะเลิกคิ้ว ยืดตัวตรงแล้วชี้นิ้วหาเข้าตัวเองว่าชวนกันเหรอ

               "ไปทำไมอ่ะ มันมีเรื่องให้ไปที่นั้นด้วยรึไง"แค่ชื่อหน่วยหน้าของคนคลั่งเมลล์ก็ลอยกระแทกเข้ามาในหัว ไม่รู้ว่าระดับน้ำตาลในเลือดของอิซาบุโร่นำเธอไปยัง

               โอคิตะถอนหายใจ นัตสึเมะคิดทบทวนว่าตัวเองพูดอะไรผิดไป

               "นี่เธอไม่รู้เรื่องเมื่อวานหรือยังไง?"

               นั้นแหละ นัตสึเมะคิดว่าตัวเองไม่ควรขังตัวเองอยู่ในห้องนานจริงๆ พอส่ายหัวให้เป็นคำตอบ โอคิตะก็ส่งสายตามาประมาณว่าไม่ได้เรื่องพร้อมกับส่ายหัวไปมาอย่างระอายใจ นัตสึเมะคิ้วกระตุก อยากถีบอีกฝ่ายให้จมดินกับความกวนส้นนั้น

               "ก็คุณฮิจิคาตะน่ะสิดันไปมีเรื่องกับมิมาวาริกุมิ"

               แล้วยังไงต่อ ส่งสายตาถามในใจพร้อมกับยกถ้วยชากุหลาบมาจิบ ชื่นใจดีจริง

               "ก็แค่ลูกพี่ถูกพวกนั้นจับตัวไปเฉยๆ"

               ฟุ่ง!

               "แค่กๆ--ลูกพี่?"นัตสึเมะเลิกคิ้ว หน้าดำหน้าแดงกับการสำลักน้ำชาที่เพิ่งดื่มเข้าไป เสียดายหน่อยๆแต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาสนใจเรื่องชา บอกเธอทีว่าสิ่งที่ได้ยินมันเพี้ยนไปหรือไม่เธอก็เข้าใจผิดไปเอง

               ลูกพี่ที่ว่านี่คงไม่ใช่..

               โอคิตะหันหน้ามามอง ดวงตากลมๆนั้นใสจนสะท้อนเห็นหน้าตัวเอง แล้วไขข้อสงสัยให้เธอด้วยน้ำเสียงไม่ทุกข์ร้อนเลยสักนิด

               "ก็พี่ชายเธอไง ชามูไรหัวเงินนั้นน่ะ"

               กินโทกิไปทำอะไรอีกวะเนี่ย!!!




               หลังจากที่รู้มาว่ากินโทกิถูกจับอยู่ที่มิมาวาริกุมินัตสึเมะก็ถ่อมาถึงที่พร้อมกับโอคิตะเพื่อยื่นขอการปล่อยตัวเจ้าพี่ตัวดีทันที กินโทกิถูกจับข้อหาก่อการจราจลในทางหลวงที่เบื้องลึกเบื้องหลังบอกมาว่าไปมีเรื่องกับเท็ตสึเข้า เห็นเจ้าตัวบอกว่าดวลแร็ปกันกลางถนนซะด้วย อยากจะกุมขมับตอนที่ได้ยินเสียเหลือเกิน คนบ้าอะไรมันจะไปแร็ปป่าวๆกลางถนนได้วะ ไม่กลัวโดนรถเฉี่ยว รถชนหรือยังไง

               ทั้งนี้ทั้งนั้นนัตสึเมะกลับไม่คิดโกรธเคืองเท็ตสึเท่าไรนัก ตั้งแต่ที่ไปลาดตระเวนกับฮิจิคาตะมา(และเธอคิดว่าตอนนั้นต้องมีอะไรเกิดขึ้นกับเท็ตสึแน่)เจ้าตัวก็ดูอ่อนน้อมขึ้นมามาก ดูตั้งใจที่จะทำตัวให้มีประโยชน์จนไม่กล้าที่จะต่อว่า กลับกันพอก้าวเท้าเช้ามาเหยียบที่มิมาวาริกุมินัตสึเมะกลับคิดว่าสมควรให้กินโทกิอยู่ที่นี่ต่ออีกหน่อย ที่อยากให้อยู่ก็ไม่ใช่อะไร หมั่นไส้ล้วนๆ

               เป็นพี่ที่ทำตัวหาเรื่องวุ่นได้ตลอดเวลาเลยสินะ

               "เฮ้อ"

               คิดแล้วก็ขอถอนหายใจอีกสักรอบ

               "ดูเหนื่อยใจเชียวนะ"โอคิตะเหล่มอง เราเดินไปตามระเบียงที่นำไปสู่ห้องปล่อยตัวของหน่วย มิมารามิกุมิถูกดีไซต์ออกมาด้วยโทนสีขาวเสียส่วนใหญ่ มีระบบอุปกรณ์ที่ทันสมัยและดูหรูแตกต่างจากซินเซ็นงุมิที่เน้นสไตล์ญี่ปุ่นแสนธรรมดาและดูอบอุ่นมากกว่า

               "นิดหน่อย แค่คิดว่าไม่น่ามาปล่อยตัวอะไรแบบนี้"

               "ลูกพี่ได้ยินคงเสียใจแย่"

               เธอไม่ได้สนใจประโยคนั้นเท่าไรเมื่อเดินมาถึงห้องรับรอง เสียงเหล็กขูดกับพื้นกระเบื้องดังเคลือดคลาด เงาสูงใหญ่ที่สะท้อนจากแสงไฟทาบทับลงมาตามพื้นผิว

               "ลูกพี่อยู่ในนั้นคงลำบากน่าดูเลยสินะครับ"

               "ก็ยังดูสบายดีนี่"

               ปึก!

               ทั้งโอคิตะและนัตสึเมะพูดทักทายพร้อมกันกับที่เบี่ยงตัวหลบลูกตุ้มเหล็กที่ถูกคล้องมือกินโทกิไว้ คนเป็นพี่เหมือนเดิมปกติทุกอย่างยกเว้นเจตนาที่ตั้งใจจะทำร้ายร่างกายกันอย่างเห็นได้ชัด นัตสึเมะไม่มั่นใจเท่าไรว่าเขาต้องการเหวี่ยงลูกตุ้มนั้นให้โดนโอคิตะหรือน้องสาว(ในร่างชาย)คนนี้กันแน่

               ปึก!

               พอมาคิดๆว่าเธอทำอะไรให้กินโทกิไม่พอใจรึเปล่า หรือปีนเกลียวอีกฝ่ายไปมากแค่ไหน คำตอบที่ได้ก็ผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ดจนนับไม่ถ้วน

               "ใจร้ายจังเลยนะครับลูกพี่ทั้งๆที่ผมเป็นคนทำเรื่องปล่อยตัวให้แท้ๆ"

               ปึก!

               แล้วโอคิตะก็ก้มหัวหลบลูกตุ้มที่เหวี่ยงมาอีกรอบ

               "อ้อ อย่างนั้นเหรอแต่ดูเหมือนว่าต้นเหตุที่ทำให้ฉันถูกจับจะเป็นพวกแกสินะ"หลังจากนั้นคนเป็นพี่ก็เหวี่ยงลูกตุ้มไปมาหวังให้โดนโอคิตะแต่โอคิตะกลับหลบมันได้ทุกท่วงท่าแถมยังยืนสะบัดฝุ่นที่เกาะตัวให้ดูอีกต่างหาก กินโทกิร้องชิส์ออกมาอย่างไม่พอใจก่อนที่ดวงตาจะหันมามองเธอ

               "ฉันควรจะซึ้งใจที่เธอมาประกันตัวรึเปล่าล่ะ นัตสึมิ"

               อ้าว ทำไมพูดอย่างนั้นล่ะนั้น

               ปึก!

               นัตสึเมะย่อตัวลงหลบลูกตุ้มที่คราวนี้เหวี่ยงใส่เธอ กินโทกิดูแค้นฝุ่งหุ่นจริงๆถึงจะรู้ว่าความจริงแล้วพี่คนนี้จะไม่ได้แค้นอะไรมากมายและเป็นการทักทายแบบเด็กๆ(?)ก็เถอะแต่ถ้าหากเธอหลบไม่ทันหรือพลาดท่ารับรองเลยว่าศพไม่สวยแน่

               "คุณฮิจิคาตะกับเจ้าเบื๊อกอ้วนนั้นต่างหากเล่า ผมไม่มีความผิดเลยนะครับ"โอคิตะว่าแทน กระชับเสื้อคลุมให้เข้าที่"แล้วนั้น ลูกพี่ควรจะดีใจที่นัตสึเมะถ่อมาเพื่อประกันตัวลูกพี่ให้ตั้งแต่รู้ข่าว"

               "เอองั้นฉันก็ไม่ผิดเหมือนกันเว้ยแล้วฉันน่ะไม่ดีใจเลยสักนิด"กินโทกิว่า กระชับโซ่ที่หุ้มลูกตุ้มเหล็กเอาไว้ก่อนที่จะเหวี่ยงมันใส่โอคิตะด้วยแรงที่นัตสึเมะคิดว่ามันแรงมากพอสมควร ทุกอย่างมันเร็วจนแทบขยับตัวไม่ทันและก่อนที่โอคิตะจะโดนลูกตุ้มเหล็กอัดหน้าเสียงปืนก็ดังสนั่นขึ้นพร้อมเหล็กที่ถูกบดระเอียดเป็นชิ้นส่วนยิบย่อย

               ปัง!

               ทุกอย่างเหมือนถูกหยุดเอาไว้ นัตสึเมะเผลอถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก คนที่ยิงกระสุนปืนออกมาคือหัวหน้าหน่วยของที่นี่ อิซาบุโร่

               "ยังไงก็อย่าไปถือสาทางชินเซ็นงุมิเลยนะครับ เอาเป็นว่าผมจะรับผิดชอบทั้งหมดเอง"

               พวกเราสามคนหันไปมองคนที่เพิ่งมาใหม่ นัตสึเมะยืดตัวตรงกลับอย่างเดิม อิซาบุโร่ตอนนี้ดูเป็นหัวหน้าหน่วยมากกว่าคนที่เจอหน้าร้านโดนัทเป็นประจำ เขาเก็บปืนกลับที่ข้างตัว เห็นแวบๆมามีดาบคาดไว้ข้างเอวด้วย

               "ต้องขอโทษด้วยนะครับไม่ทราบว่าเป็นเพื่อนของนัตสึเมะคุงด้วย ผมก็เลยไม่รู้ว่าจะบอกความรู้สึกยังไงดีนะ--ขอเมลล์หน่อยได้ไหมครับ ผมจะส่งเมลล์ไปขอโทษทั้งวันเลย"นั้นไง โรคคลั่งเมลล์อย่างที่คิดไว้ไม่มีผิดแถมยังเปิดฝาโทรศัพท์เตรียมพร้อมแอดเมลล์ซะด้วย

               "ได้ซี่ ใช้ชื่อไอ้ฉลาดแกมโกงแอทโบโคโมะดอทเอ็นอีดอทเด็กทีนะ"

               "แต่ว่าจมูกผมมันดีพอๆกับโนโวแมนเลยนะครับและผมก็ได้กลิ่นเบื้องลึกเบื้องหลังจากคุณน่ะ"อิซาบุโร่ว่าทั้งที่มือยังกดรัวแอดเมลล์กินโทกิอยู่ก่อนที่จะเผลอทำหน้าสงสัยออกมาแล้วร้องหือ นัตสึเมะคิดว่าคงไปเจออะไรเข้าอย่างเช่นรูปเมลล์ของกินโทกิอะไรแบบนั้น กินโทกิน่ะไม่เคยใช้อะไรดีๆสักอย่างนั้นแหละ

               "ถึงชุดนี้จะใส่ไปแค่ตอนเดินไปเซเว่นมาสองวันแล้วก็เถอะ ไม่เหม็นใช่ไหม กลิ่นไม่แรงใช่มะโอคิตะ"

               มองกินโทกิที่ยกรักแร้ตัวเองขึ้นดมไม่พอยังเรียกให้โอคิตะเข้าไปดมด้วยอีกแล้วทีนี้โอคิตะก็ดันไปเล่นด้วยเฉย มีการโบกมือพัดกลิ่นรักแร้กินโทกิเข้าจมูกตัวเองด้วยซะงั้น เพี้ยนมันทั้งคู่จริงเชียว

               "แต่ถ้าจะให้พูดตรงๆก็ถือว่าไม่มีการจับผิดกลิ่นตัวหรอกนะครับ คนๆนี้ถ้าปัดเศษในบัญชีดำแล้วล่ะก็อาชญากรดีๆนี่เอง"นัตสึเมะพยักหน้าเห็นด้วย เห็นว่าอิซาบุโร่ก็มองมาอยู่ก่อน อยากรู้ว่าในใจอีกฝ่ายคิดยังไงเกี่ยวกับพวกเพี้ยนพวกนี้ ไม่แน่ภายใต้หน้านิ่งๆนั้นอิซาบุโร่อาจจะด่าไร้สาระอยู่ในใจก็ได้ แค่คิดก็รู้สึกสงสารตัวเองยังไงชอบกลที่โผล่มารับเคราะห์รับกรรมใช้ชีวิตร่วมกับเจ้าพวกนี้(/กุมขมับ)

               "อย่ามาใส่ร้ายคนอื่นกันแบบนี้สิเฟ้ย คนเราถ้าปัดเศษแล้วก็เป็นอาชญากรทุกคนนั้นแหละ"ไม่วายเจ้าตัวยังจะดมหากลิ่นตัวเองไปมาอยู่"ยิ่งเด็กๆช่วงปิดเทอมหน้าร้อนถ้าไม่นับออกกำลังกายตอนเช้ามันก็อาชกรรมทั้งวันนั้นแหละไอ้บ้า เนอะนัตสึ คุณกินพูดถูกใช่ไหมล่ะ"

               หันมาถามเหมือนออกความเห็นทั้งที่นัตสึเมะไม่เข้าใจสิ่งที่กินโทกิพูดมาเลยสักติ๊ดเดียว เธอส่งสายตาไปมองอิซาบุโร่ให้พูดอะไรสักอย่างขัดขึ้นมาสักประโยคถ้าให้อ้าปากพูดเอาตอนนี้มีหวังสิ่งที่ตัวเองพูดออกมาคงเป็นการก่นด่าพี่ชายหัวขาวคนนี้แน่

               "ค่าคำขวัญและค่าสกู๊ดเตอร์แล้วก็ค่าเสียหายอื่นๆ อยากเรียกร้องเท่าไรก็เชียนใส่หลังใบปลิวนี้มาได้เลยนะครับ"และเหมือนพี่แกจะรู้ความในใจถึงได้พูดมันออกมาแบบพอดิบพอดีมีการโชว์ใบปลิวที่ว่าขึ้นมาด้วย รายระเอียดของใบปลิวเป็นส่วนลดชิ้นขนมเค้กต่างๆที่ทำนัตสึเมะตาวาว"อ้อ ของในใบปลิวนี้ใช้ได้ถึงอาทิตย์นี้นะครับเผื่อนัตสึเมะคุงจะสนใจ"

               "ฉันสนใจมากเลยล่ะ ว่าแต่มีอีกสักใบไหมจะเก็บไปซื้อดู"แล้วทุกอย่างก็เหมือนถูกห่อหุ้มด้วยขนมเค้กและคัพเค้กหลายสิบชิ้น เธอไม่ได้สนใจเสียงบ่นของกินโทกิที่บอกว่าให้เขียนลงในใบปลิวมันไม่พอหรอก มันดูหยามเกินไปเพราะค่าเสียหายเขาที่เป็นประชาชนตาดำๆมันสูงริบรี่เลยขอเขียนใส่กระดาษทิชชูที่อยู่ๆก็มาตั้งกองอยู่ข้างตัวเหมือนเสกได้โดยมีโอคิตะสั่งน้ำมูกอยู่ปลายกระดาษ

               "เชิญเลยครับพอดีผมเก็บเอาไว้เยอะพอสมควร"เขาดันแว่นทรงกลมข้างเดียวขึ้นให้กระชับสันจมูก ยื่นใบปลิวอีกแผ่นมาให้"ผมค่อนข้างอุดหนุดพวกแจกใบปลิว รู้สึกว่าเขาคงทำงานหนักน่าดูและถ้าใบปลิวไม่หมดพวกเขาคงยืนแจกอยู่อย่างนั้นทั้งวัน"

               นัตสึเมะโคลงหัว ดูๆแล้วอิซาบุโร่ก็เป็นคนดีไม่น้อย ทันศคติแบบนี้ก็มีด้วย ยังไม่ทันจะได้อ่านใบปลิวและชื่นชมหัวหน้าหน่วยมิมาวาริกุมิในใจก็รู้สึกถึงอะไรโหวงๆในกระเป๋ากางเกง

               "เอาเป็นว่าผมจะเมมชื่อคุณว่านัตสึคุงและเมมชื่อผมว่าซาบุจังนะครับ ผมจะเมลล์ไปหาคุณทุกครั้งที่มีเวลาว่าง"

               นัตสึเมะร้องเห๊ะออกมาเบาๆตอนที่เห็นโทรศัพท์เครื่องสีแดงเข้มอยู่ในมืออิซาบุโร่มันคลับคล้ายคลับคลาเหมือนเป็นเครื่องที่ใช้อยู่เป็นประจำ พอคลำจับกระเป๋ากางเกงทั้งสองข้างตัวเองก็พบว่ามันว่างเปล่าตอนนั้นแหละที่นัตสึเมะคิดว่าพลาดท่าให้แล้ว

               อิซาบุโร่เอาโทรศัพท์เธอไปแลกเมลล์ตอนไหนวะเนี่ย!?

               อยากจะก่นด่าออกมาดังๆให้คนหน้ามึนได้รู้ นัตสึเมะรับโทรศัพท์ตัวเองที่อิซาบุโร่โยนคืนกลับมาให้พอหมุนเช็คหลายตลบก็พบว่ามันเป็นของตัวเองจริงๆ

               "กว่าจะได้แลกเมลล์ทำผมรอแทบแย่เลยนะครับ"

               เขายิ้มแต่นัตสึเมะคิดว่ามันเป็นรอยยิ้มของปีศาจเสียอย่างไงอย่างนั้น

               "หวังว่านัตสึเมะคุงจะใจดีพอที่จะตอบเมลล์ผมนะครับ ส่งเมลล์ไปคนเดียวมันค่อนข้างเหงา"

               ปีศาจเมลล์ชัดๆเลย

               "--ถ้าซาซากิไม่เอาล่ะเกรงใจ"โอคิตะสั่งน้ำมูกออกไปอีกกระลอกใหญ่ เสียงมันดังจนนัตสึเมะหันกลับไปสนใจ"รองหัวหน้าทางเราเองก็ทำเสียมารยาทไปไม่น้อยถือว่าเจ๊ากันไปก็แล้วกันนะครับ ฟืดด"

               "เฮ้ย!ไม่ตลกนะเฟ้ยแล้วฉันไม่เกี่ยวอะไรด้วยเล่า"กินโทกิโวยวายยกใหญ่ ไม่รู้ที่โวยวายเนี่ยเป็นเพราะปลายทิชชูเลอะไปด้วยน้ำมูกของโอคิตะจนไม่สามารถยื่นขอค่าทดแทนให้อิซาบุโร่ได้รึเปล่า ก็อย่างที่รู้กันกินโทหิน่ะหน้าเงิน

               "ไม่หรอกครับ"คราวนี้คนข้างตัวเธอพูดขึ้นมาบ้าง ใบหน้านิ่งเรียบเหมือนเดิม"ยังไงทางคุณก็ช่วยกำจัดน้องชายขยะของผมให้ทั้งทีถือซะว่าผมจ่ายค่ากำจัดขยะให้ก็แล้วกันนะครับ"

               ขมวดคิ้วกับคำพูดไม่เข้าหูของอิซาบุโร่ที่ว่าเท็ตสึโดยตรงทั้งที่อยู่ในตระกูลซาซากิเหมือนกันแต่กลับรังเกียจกันขนาดนี้มันเป็นเพราะอะไรกัน

               "ส่วนขยะทางนี้เราจะจัดการให้เช่นกัน"นัตสึเมะมองมืออีกฝ่ายที่พูดพลางจับตัวดาบที่อยู่ข้างเอวไว้ หายใจติดขัดนิดหน่อยที่ตีความหมายได้ว่าอืซาบุโร่จะจัดการกับขยะที่ว่ายังไง

               "มันต้องอย่างนี่สิ!ให้คนคนนี้จัดการจ่ายให้ก็ดีแล้ว--เอ๊ะ ว่าแต่ว่าใครเป็นขยะกันวะไอ้บ้าเอ้ย!"เครียดได้ไม่นานนักก็มาปวดขมับกับกินโทกิอีกรอบ คนหัวขาวว่าด้วยท่าทางหัวเสีย ปากระดาษทิชชู่ที่พันรอบตัวเองทิ้งลงพื้น

               "อ้อแต่ผมว่าทางเราจะไม่สามารถกำจัดได้แล้วล่ะครับ"โอคิตะยิ้มมีชัย"แย่จังเลยนะครับทีหลังช่วยคัดแยกขยะด้วยก็ดีนะครับ นึกว่าเป็นขยะที่ไม่ติดไฟสักอีก"

               "ขนาดหน้าหนาวยังไฟลุกโชนไม่ดับเลยถึงจะยังไม่มีปนะโยชน์แต่ก็คงไหม้จะกว่าจะเป็นเถ้าถ่านเลยล่ะมั้ง"นัตสึเมะไม่ได้ออกความเห็น โอคิตะโยนม้วนทิชชู่ไปมันกลิ้งตกลงไปแทบเท้าของอิซาบุโร่ มีกินโทกิที่ถลาตัวไปรับไว้เขาทำหน้าเสียดายแล้วบ่นพึมพำเรื่องเงินไม่หยุด

               เธอกำมือแน่น รู้สึกสมเพชเสียยังไงอย่างนั้นแต่ก็พอเข้าใจกินโทกิพอสมควรว่าเขาอยู่ในยุตที่ต้องทำมาหากิน งานที่รับจ้างทำก็ใช่ว่าจะมีมาเยอะแต่งกระนั้นก็เถอะ..มันต้องขนาดนั้นเลยหรือยังไง..

               "โอคิตะคุงขอเตือนไว้อย่างนึงนะครับ ขยะที่เน่าไปแล้วยังไงก็เอากลับมาใช้ไม่ได้อีกแถมมันยังแพร่เชื้อโรคอีกต่างหากทำให้ของรอบๆผล็อยเน่าเสียไปด้วย"

               "ถ้าไม่รับกำจัดตั้งแต่เนิ่นๆล่ะก็ชินเซ็นงุมิของพวกคุณจะลำบากทีหลังนะครับ"

               โอคิตะไม่ได้พูดอะไรต่อหลังจากที่อิซาบุโร่พูดจบ เขาเดินออกไปจากตรงนี้ นัตสึเมะมองแผ่นหลังที่เคลื่อนห่างออกไปก่อนที่จะก้าวเท้าเดินตามไม่วายส่งสายตาไปปรามกินโทกิที่ทำตัวเหมือนเด็กอีกหน

               "กลับกันได้แล้วกินโทกิ"เธอว่า

               "จะกลับไปได้ยังไงกันเล่า! หมอนั้นเอาสิบล้าน ร้อยล้านหรือพันล้าน เอ๊ะ เขียนศูนย์ไปกี่ตัวหว่า..จำไม่ได้"

               นัตสึเมะผ่อนลมหายใจหงุดหงิด ดูท่ากินโทกิจะไม่กลับออกมาง่ายๆงั้นก็ตัดสินใจทิ้งมันไว้ที่นี่ได้ยินแว่วๆว่าอืซาบุโร่กำลังคุยอะไรบางอย่างกับกินโทกิอยู่ หวังว่าฝ่ายนั้นจะมีน้ำใจพอที่จะไม่จัดการขยะอย่างที่เขาว่าจริงๆ

               ข้างนอกยังมีสายฝนโปรยปรายอยู่ประปราย โอคิตะยืนรออยู่หน้าประตูหน่วยมิมาวาริกุมิ เขาดึงคันร่มสีดำออกมาคันนึงแล้วกางเอาไว้ เธอเดินเข้าไป ส่วนสูงเราและขนาดตัวใกล้เคียงกันจนร่มคันเล็กๆอัดแน่นไปด้วยผู้ชายอกสามศอกสองคน

               ถึงแบบนั้นนัตสึเมะและโอคิตะก็ไม่ได้เบี่ยงตัวออกจากคันร่มกลับกันเรายอมเดินต่อไปแบบนั้น ให้สายฝนกระหน่ำลงมาบนลาดไหลที่โผล่พ้นรองคันร่ม

               "แล้วเธอรู้จักกับหมอนั้นได้ยังไง"โอคิตะเปิดบทสนทนา

               "ไม่รู้ รู้ตัวอีกทีก็รู้จักกันแล้ว"ว่าพลางแค่นหัวเราะ นึกย้อนไปตอนแลกเมลล์ด้วยความเซ็งกะตาย เธอหลบหลีกได้ตลอดแต่มาจนมุมเพราะมาประกันตัวพี่ชายห่วยแตก เฮงซวยสิ้นดี จะเชื่อก็เชื่อเถอะตั้งแต่ที่นัตสึเมะเดินออกมาจากที่นั้นโทรศัพท์ก็สั่นไม่หยุด คาดว่าอิซาบุโร่คงส่งเมลล์ถี่ยิบให้เหมาะกับความต้องการที่อยากแลกเมลล์มาหลายอาทิตย์ติดกัน

               เอาให้คุ้มเลยจ้าพ่อปีศาจคลั่งเมลล์

               "อ้อเหรอ"

               แล้วทุกอย่างก็เงียบลงอีกครั้ง นัตสึเมะเลื่อนสายตาไปมองโอคิตะว่าอีกฝ่ายกำลังทำอะไรแต่กลับดันสบเข้ากับดวงตาสีเดียวกันอยู่ก่อน

               รู้ได้ชัดเลยว่าก่อนหน้านี้อีกฝ่ายมองเธออยู่ก่อนแล้ว

               "ไม่ชินเลยแหะ"เขาว่าด้วยสิ่งที่เธอไม่เข้าใจและไม่มีวันเข้าใจสายตาที่ส่งมานั้นด้วย








               คลืดดด

               'วันนี้ลูกน้องที่ชื่อโนบุคุงซื้อโดนัทมาให้ด้วยล่ะครับ อร่อยมากเชียวถ้านัตสึคุงไม่ตอบเมลล์ล่ะก็ผมจะกินส่วนของนัตสึคุงหมดนะครับ

               ปล.ถ้าอยากกินล่ะก็กรุณาตอบเมลล์'

               คลืดดด

               'ล้อเล่นน่ะ ผมเก็บส่วนของนัตสึคุงไว้แล้วถ้าอยากกินล่ะก็มาที่มิมาวาริกุมิได้เลยแล้วอากาศทางนั้นเป็นยังไงบ้างครับ ทางนี้เย็นสบายได้ที่เชียวครับเหมือนฝนจะตก ผมเลยทำเจ้าตุ๊กตานี่ขึ้นมา

               ปล.ตอบเมลล์บอกสภาพอากาศด้วยครับ'

               คลืดดด

               'นัตสึคุงไม่ตอบเมลล์ผมเลยนะครับ อ่านไม่ตอบแบบนี้ผมเสียใจแย่แต่เพื่อบทสนทนาของเราไม่ว่างเปล่าผมจะส่งเมลล์ถามไถ่คุณตลอดนะครับ

               ปล.กรุณาตอบเมลล์ด้วยครับทางนี้เหงาใจจะแย่'

               "..."

               ปลายนิ้วเลื่อนดูภาพอิซาบุโร่ที่ถูกแขวนคอด้วยเชือกเหมือนตัวตุ๊กตาไล่ฝนที่เจ้าตัวส่งรูปมาข้างบน น้ำตาแทบรื้นไหลตอนเปิดมาเห็นกล่องเมลล์เต็มไปด้วยตัวเลขแดงเถือกจากข้อความของอิซาบุโร่ เธอถูกปลุกจากห้วงความฝันแสนหวานเพราะเสียงสั่นสะเทือนแจ้งเตือนเมลล์เข้า

               ตั้งแต่เช้าจนตอนนี้เกือบเที่ยงอิซาบุโร่ยังไม่ยอมหยุดส่งเมลล์มาหา นึกสงสัยว่างานการฝั่งนั้นไม่มีรึยังไงถึงได้ทำตัวว่างก่อกวนชีวิตอันสงบสุขของเธอนักแถมเมลล์แต่ละกันก็มีรูปแนบประกอบว่าทำแบบนั้นจริงๆด้วย สุดจะเพลีย มิมาวาริกุมิรู้ตัวรึเปล่าว่ามีหัวหน้าแบบนี้?

               คิดชั่งใจสักแปบก่อนที่จะตัดสินใจรัวแป้นพิมพ์ส่งเมลล์กลับไปสั้นๆ

               'เชิญเหงาตายครับ'

               ประโยคเดียวจบ คิดว่าทางฝั่งนั้นคงมีหน้าสั่นกันบ้างแต่ยังไม่ทันได้วางโทรศัพท์ลงข้างตัวมันก็สั่นเป็นเจ้าเข้า

               'ใจร้ายจังเลยนะครับ ผมรู้ว่านัตสึคุงคงไม่ชินกับการตอบเมลล์เป็นแน่แต่อีกหน่อยเดี๋ยวก็ชินเองครับ ผมเองก็เคยเป็น ค่อยๆเรียนรู้เดี๋ยวก็ได้เอง

               ปล.ผมซาบซึ้งใจมากที่นัตสึคุงตอบเมลล์ จะดีใจเป็นอย่างยิ่งถ้าคุณต่อบทสนทนา กรุณาตอบเมลล์'

               หางคิ้วกระตุกยิบ ถามจริงอิซาบุโร่นี่เป็นนักพิมพ์ดีดหรือยังไงถึงได้ตอบเร็วเหมือนหายใจขนาดนี้!

               ปึก!

               วางกระแทกโทรศัพท์ลงกับพื้นเสื่อ ทิ้งมันไว้อยู่แบบนั้นแหละ ไม่อยากยุ่ง กลัวประสาทกินกับเสียงคลืดๆของเมลล์ นัตสึเมะย้ายตัวเองออกจากห้อง ไหนๆก็บ่ายแล้วไปหาอะไรกินหน่อยดีกว่า

               ข้ออ้างอู้งานประจำนั้นแหละไม่ได้อยากไปไหนเป็นพิเศษด้วย

               "โทชิ๊"

               "อะไร"

               พูดเสียงเรียบไม่มีแม้แต่หันมามอง นัตสึเมะหน้ามู่ทู่ นั่งแผละข้างรองหัวหน้าที่ตวัดพู่กันเขียนรายงานงกๆ

               นัตสึเมะสนิทใจกับฮิจิคาตะมากพอๆกับคอนโด้ เท่าที่พูดได้คือเธอเข้าๆออกๆห้องทำงานรองหัวหน้าเป็นว่าเล่น เข้าออกเหมือนเป็นห้องตัวเองเสียยังไงอย่างนั้นแถมเจ้าของห้องก็ไม่ว่าอะไรด้วย ปริปากบ่นก็ไม่มี ฮิจิคาตะเหมือนเป็นพี่ชายคนนึงที่นัตสึเมะนับถือ เขาเป็นคนที่เธอค่อนข้างสบายใจตอนอยู่ด้วย พอๆกับพวกกินโทกิ

               "หิวจัง"บ่นงุบงิบ"อยากกินยากิโซบะ"

               ไปซื้อเป็นเพื่อนหน่อย ถ้าพูดชวนแบบนั้นไปรองหัวหน้ามีแต่ปฎิเสธแน่ๆ

               "โอ๊ะ"อุทานพร้อมกับแบมือรองมือรับขนมปังที่ยากิโซบะที่ถูกโยนมาให้ กระพริบตาปริบๆมองมันก่อนที่เลื่อนไปมองฮิจิคาตะที่กำลังจุดบุหรี่อยู่

               "เอาไปกินซะสิ ฉันยังไม่หิว"

               นัตสึเมะตาเป็นประกาย ซึ้งใจกับรองหัวหน้า เท่ากับว่าข้าวบ่ายวันนี้เธอประหยัดไปได้อีกหลายเยน

               ว่าแต่"ไปเอามาจากไหนอ่ะ?"ถ้าไปซื้อมาแน่นอนว่าเธอต้องเห็น ทางเดินที่จะผ่านห้องฮิจิคาตะต้องเดินมาถึงระเบียงห้องเธอก่อนแต่ตั้งแต่เช้าที่นั่งๆนอนๆอยู่ในห้องก็ไม่มีใครเดินผ่านสักเท่าไรนักนอกจากเท็ตสึ

               เอ๊ะ เท็ตสึ?

               "หมอนั้นซื้อมาให้"เธอโคลงหัวแต่ก็ต้องนิ่วหน้าเมื่อฮิจิคาตะดันขวดมายองเนสมาให้"บีบสักหน่อย อร่อยแน่"

               "งั้นก็ให้ต้นไม้ใบหญ้าอร่อยเอาละกันเนอะ"

               นัตสึเมะแย้มยิ้ม เปิดขวดมายองเยสแล้วบีบใส่ต้นไม้จนหมดขวดท่ามกลางใบหน้าช็อคโลกของฮิจิคาตะ บีบเสร็จก็โยนขวดทิ้งไปโดยมีเจ้าของมันกระโดดไปเก็บ หวังว่าต้นไม้ต้นนี้จะไม่เฉาตายเพราะมายองเนสหรอกเนอะ

               "นี่หล่อนทำอะไรวะเนี่ยย!"

               "ก็เผื่อมีสรรพคุณเลยว่าให้ต้นไม้โตเร็วๆดีกว่า"เธอยักไหล่ไม่แคร์สายตาเฉือดเชือน แกะซองชนมปังแล้วกัดเข้าไปคำนึง อร่อยแหะ

               "อย่ามาแถนะเฟ้ย ฉันรู้นะว่าหล่อนจงใจ! ไม่ชอบมายองขนาดนั้นเชียวเหรอมายองทำอะไรผิดอ่ะ มายอง"

               มันผิดตั้งแต่นายยัดมายองเนสใส่ปากเธอแล้ว!

               อยากตระโกนใส่หน้าแบบนี้บ้างแต่ติดตรงที่ว่ากำลังเคี้ยวขนมปังอยู่ที่ทำได้เลยคือทำหน้าเชิดแล้วทำเสียงขึ้นจมูกให้ดูกวนประสาทเล่น

               "หล่อนมันปีศาจร้าย!--ทำกับมายองฉันลงคอได้ยังไง"

               เอาไปกันใหญ่ เพี้ยนกันไปหมดแล้วนั้น เธอแค่ไม่ชอบมายองเนสกลายเป็นว่าดันกลายเป็นปีศาจร้ายเอาซะงั้น ทำไมยิ่งอยู่ประสาทยิ่งเสื่อมลงทุกวันวะ

               "เพ้อเจ้อน่ะโทชิ พี่เป็นคนให้ฉันเองนะ"กลืนเศษขนมปังลงคอแล้วอ้าปากพูดตาแป๋ว"นั้นเท่ากับว่าฉันทำไรกับมันก็ได้ จะเอาไปปลูกผัก ปลูกสวนมันก็เรื่องของฉันไม่ใช่เหรอ"

               "แล้วใครบอกหล่อนว่าให้อ่ะห๊ะ!"

               "อ้าวไม่ได้ให้เหรอ ว้าแย่จัง"

               ฮิจิคาตะเค่นเขี้ยวในใจมองใบหน้าที่ดูไม่ทุกข์ร้อนอะไรกับสิ่งที่ตัวเองพูด แอ็คติ้งการเบิกตากว้างๆนั้นน่าหมั่นเชี้ยวซะจริง คนอายุมากกว่าถอนหายใจพรูดเห็นแบบนั้นก็ยกกระยิ่มกระย่องในใจ

               หนึ่งที่ชอบอยู่กับฮิจิคาตะคือเขาน่ะตลก ตลกในแบบที่ตัวเองไม่รู้ตัว นัตสึเมะล่ะชอบจริงตอนที่เขาดูประสาทแดก

               "แย่แล้วโทชิ!"

               การปะทะกันทางสายตาหนึ่งเค่นเขี้ยวหนึ่งยั่วโทสะถูกหยุดลงด้วยน้ำเสียงแตกตื่นของคอนโด้ที่วิ่งหน้าตั้งมาหา ใบหน้านั้นผุดกรายด้วยหยาดเหงื่อ

               "เท็ตสึ--"คนเป็นลุงหายใจหอบ"ถูกพวกชามูไรจรจับตัวไป"

               แค่นั้นแหละฮิจิคาตะก็อยู่ไม่ถูกที่ พรวดพราดเข้ามาหยิบดาบที่วางไว้อยู่บนชั้น ทุกอย่างดูรีบร้อนไปหมด นัตสึเมะรู้ได้ทันทีว่าต้องมีการรวมหน่วยไปที่เกิดเหตุ เธอลงจากระเบียงทำท่าจะวิ่งตามไปด้วยแต่ถูกซะงักด้วยมือหนา

               มันออกแรงดึงจนเธอตัวเซไปข้างหลัง เจ้าของฝ่ามือคือโอคิตะที่ห้องทำงานอยู่ข้างกัน ใบหน้านั้นยังเรียบนิ่งเหมือนเดิม

               "เธอรออยู่ที่นี่"

               "แต่ว่า.."

               "ไม่มีแต่"

               เป็นคำสั่งฉียบขาดของฮิจิคาตะที่ทำให้เธอหันไปมองด้วยความไม่เข้าใจ ดวงตาคมกริบนั้นมองมาที่เธอแล้วออกคำสั่งที่ไม่มีทางปฎิเสธได้แม้แต่คอนโด้ที่ดูเห็นดีเห็นงามด้วย

               "อยู่ที่นี่ซะ ฉันไม่ปล่อยให้เธอเสี่ยงตายแน่"

               เพราะแบบนั้นนัตสึเมะเลยได้แต่กำมือแน่นในตอนที่เห็นรถตำรวจหลายคันแล่นออกสู่นอกหน่วย ในซินเซ็นงุมิมีคนอยู่ไม่กี่คนเท่านั้น ปะปรายพอที่จะนับได้ เล็บจิกเข้าที่อุ้มมือจนขึ้นสีขาว ฟ้าถูกย้อมไปด้วยสีเข้ม ไม่เข้าใจว่าทำไมเธอต้องอยู่ที่นี่

               ห่วงความปลอดภัย? ตลกชะมัด ทั้งที่ตอนนี้เธอเป็นผู้ชายแล้ว ทำงานพวกพละกำลังอะไรแบบนั้ก็ได้แล้ว การต่อสู้ก็คล่องตัวดีอีกอย่างนัตสึเมะมั่นใจว่าตอนเป็นผู้ชายเธอทำอะไรหลายๆอย่างได้มากกว่าตอนเป็นผู้หญิง

               แต่นี่กลับอะไร? ทำไมยังถึงได้เป็นแบบนี้อยู่อีก

               ไม่สบอารมณ์เลยสักนิด

               ถามว่าทำอะไรได้รึเปล่าคำตอบคือไม่ ได้แต่ก้มหน้ารับซะตากรรมเดินคอตกกลับห้องตัวเอง ขนาดยามาซากิที่วันๆเอาแต่ตีแบตกับซ้อมบาสยังได้ไปร่วมด้วย พูดแล้วก็เศร้าใจ

               คลืดดด

               นัตสึเมะเหลือบมองแสงแจ้งเตือนเมลล์ที่กระพริบ ถอนหายใจเพลียจิตขนาดที่ว่านึกหน้าอิซาบุโร่ตอนพิมพ์เมลล์มาได้เลย อยากจะทิ้งมันไว้อยู่เหมือนกันถ้าไม่ติดว่าทั้งหน่วยไม่มีใครให้ก่อกวน

               เปิดอ่านสักหน่อยคงไม่เป็นไรมั้ง

               ดวงตากวาดส่องเลื่อนอ่านเมลล์ที่ถูกส่งมา มีเยอะจนนับไม่ไหว กดเลือกเมลล์ล่าสุดก่อนที่รูปที่แนบมาจะดึงความสนใจไป เป็นรูปเจ้าตัวที่ทำหน้านิ่งชูสองนิ้วพร้อมกับฉากหลังเป็นตึกก่อสร้าง เห็นแวบๆว่าติดยูนิฟอร์มคล้ายๆที่เธอใส่อยู่ด้วย

               คิดไปว่าอาจจะตาฝาดแต่ข้อความที่แนบมาว่า

               'วันนี้ผมมาจับกุมคนที่ก่อการจราจลครับ เป็นชามูไรจรปลายแถวจับเจ้าน้องขยะนั้นเป็นตัวประกัน ตอนแรกผมนึกว่าจะง่ายแต่ไม่ติดว่าซินเซ็นงุมิโผล่มาด้วยเรื่องเลยเลยเถิดเลยครับ

               ปล.คิดว่าวันนี้คงมีการลงแรง กรุณาตอบเมลล์ภาวนาให้ผมด้วยนะครับ'

               แล้ว..เธอต้องตอบว่าอะไร..

               ไอ้คนที่เธอภาวนาให้รอดนั้นควรจะเป็นพวกฮิจิคาตะมากกว่ารึเปล่า นัตสึเมะกุมขมับ ไม่รู้ว่าควรจะพิมพ์อะไรตอบกลับไปนอกจากคำด่าท่อที่จะให้อิซาบุโร่โดยตรง

               อยากแช่งให้เขานั้นแหละที่ไม่รอดก็กลัวจะทำร้ายจิตใจ(อันน้อยนิด)ไป

               นัตสึเมะวางโทรศัพท์ลงที่เดิม รู้สึกกังวลใจ ไม่รู้ว่าปานนี้พวกนั้นจะปะทะกันจริงๆอย่างที่อิซาบุโร่ว่ารึเปล่าแต่ชามูไรจรก็ดูแสบจริงๆ อาจจะมีลงไม้ลงมือกันบ้างแน่ ไม่มากก็น้อย

               อยากไปหา

               คำนี้ผุดขึ้นมาในหัวตั้งแต่ที่เห็นเมลล์ คว้าเสื้อคุมหน่วย หยิบดาบที่วางอยู่ข้างตัวตรงปรี่ออกจากห้อง อาจจะเพราะด้วยความรับร้อน นัตสึเมะชนเข้ากับแผลงอกแกร่งดังปัก

               ตัวเซไปนิดหน่อย ลูบสันจมูกที่รับแรงกระแทกเต็มๆแล้วมองคนที่ยืนจังก้าอยู่หน้าห้อง ก้อนเนื้อในอกเต้นกระเส่า อาจจะเพราะด้วยความเต้นต้นหรือแปลกใจ นัตสึเมะไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองอ้าปากเหวอขนาดที่ว่าแมลงวันสามารถบินเข้าปากได้

               "ไซโต้?"

               เจ้าของชื่อไม่พูดอะไร ก้าวเดินเข้ามาในห้องชวนให้เธอต้องเดินถอยหลังไปเรื่อยๆจนสุดท้ายมาหยุดเอาที่กลางห้อง ไม่วายหยิบดาบเธอไปวางไว้ที่ชั้นเหมือนเดิม ไม่เข้าใจตัวเองที่ให้ดาบอีกฝ่ายไปง่ายๆด้วย

               ไม่ชอบการถูกบังคับ ชื่นชอบตามใจตัวเอง

               นั้นเป็นนิยามของนัตสึเมะแต่เธอกลับทำตามเขาทุกอย่างยามที่ดวงตาคมกริบนั้นมองมา จดจ้องอยู่ที่เธอ สะท้อนภาพตัวเอง มีอิทธิพลเหนือสิ่งใด เหมือนมีอะไรบางอย่างให้เธอทำตามที่เขาบอก ไม่ว่าจะเป็นออร่า รัศมีที่เขาแผ่ออกมาไม่รู้ตัว

               ออร่าของเขา บ่งบอกว่าตัวเองเปรียบเหมือนราชสีห์ สัตว์ป่าที่พร้อมขย้ำเหยื่อตัวน้อยอยู่ในกำมือ

               สุดยอด น่าสนใจเป็นบ้า..

               ลืมไปหมดว่าตั้งใจจะทำอะไร อยู่ๆก็มานั่งมองท้องฟ้าตรงชานระเบียงกับไซโต้เฉย

               ชายหนุ่มไม่พูดอะไร เขาดูเป็นคนเงียบๆอย่างที่ยามาซากิเคยพูด เธอเหลือบตาลอบมองทุกครั้งที่มีโอกาส ใจบ้าๆนี่ยังไม่แม้แต่จะหยุดเต้น

               บ้าเอ้ย เป็นบ้าอะไรเนี่ย

               ไม่ได้คิดว่ามันมีความรักอะไรเถือกนั้นแน่ นัตสึเมะคิดว่าเรื่องแบบนี้มันไกลตัวเกินไป เธอไม่ได้หวั่นไหวนอกจากความสนใจและความอยากรู้อยากเห็น

               ทั้งที่มีโอกาสทำความรู้จัก(ตีสนิท) สมองก็ดันโล่งไปหมด พอเอาเข้าจริงนัตสึเมะถึงได้รู้ว่าตัวเองมันดีแต่คิด เก่งแต่ปาก

               "เอ่อ.."ควรเริ่มต้นพูดยังไงดี"เขาสั่งให้มาเฝ้าฉันงั้นเหรอ?"

               เขาที่ว่าหนีไม่พ้นคอนโด้หรือฮิจิคาตะที่ทุกวันนี้เริ่มทำตัวเป็นคุณพ่อมากเข้าทุกที

               ไซโต้พยักหน้า

               เกิดความเงียบขึ้นอีกครั้ง จริงๆมันเงียบทุกครั้ง นัตสึเมะเหมือนอยู่ตัวคนเดียวในห้องนี้มากกว่ารู้ว่ามีหนึ่งชีวิตร่วมหายใจอยู่ในห้องนี้ด้วย สงสัยว่าภารกิจ(ตีสนิท)เปิดปากให้ไซโต้พูดด้วยคงได้ล่มพินาศแน่ เขาดูเป็นคนเข้าไม่ถึงอย่างที่ใครว่า

               นัตสึเมะนึกหาเรื่องคุย ปลายนิ้วเกี่ยวเข้าหากันแน่นแก้ขัดความคิดฟุ้งซ่านและความประมาท เห็นตัวเองตอนนี้ก็ตลกพิลึก เธอเหมือนสาวน้อยแลกแย้มที่อ่านเจอในหนังสือการ์ตูนตาหวานไม่มีผิด

               ไซโต้ ได้โปรดเถอะอ้าปากคุยกับเธอสักที

               เจอแบบนี้ก็พอเข้าใจความรู้สึกของอิซาบุโร่เลย ตอนเขารอให้เธอตอบเมลล์เป็นแบบนี้รึเปล่า เป็นแบบนี้ใช่ไหม ขอโทษนะอิซาบุโร่ที่เมินเมลล์มาตลอด จบวันนี้ถ้าเขายังรอด(?)นัตสึเมะจะ(พยายาม)ตอบกลับเมลล์ทุกเมลล์เผื่อเธอจะได้อานิสงค์และส่วนบุญ ความเมตตาต่างๆนาๆให้ไซโต้พูดกับเธอบ้างสักคำ

               "แล้วนี่นายอยู่ตรงนั้นตลอดเลย?"พยักเพยินไปทางประตู เพราะตอนที่เธอพันพัวจะออกไปก็ชนกับเขาเต็มๆแถมคนที่เซดันเป็นตัวเธอที่ร่างกายแข็งแรงเหมือนผู้ชายจริงๆต่างจากไซโต้ที่ไม่ขยับเขยื้อนสักแอ๊ะ

               ถ้าไม่ยัดหยั่นตัวได้ดีก็แสดงว่าไซโต้ก็อยู่ตรงนั้นนานพอสมควรและโป๊ะเซ๊ะ ไซโต้พยักหน้าอีกรอบ

               "ปกติเป็นแบบนี้เหรอ"อาจจะดูระราบละลวงไปหน่อยแต่ความสงสัยมันไม่เข้าใครออกใคร ไซโต้หันมามอง หายใจสะดุดตอนสบเข้ากับดวงตาคมกริบ ไม่รู้ว่าเขาทำหน้ายังไงเพราะอีกครึ่งซีกถูกปิดคลุมด้วยผ้าแต่เชื่อเถอะ แค่สบตานัตสึมิเมะก็เหมือนถูกสะกดจิตเข้าให้แล้ว

               เขาพยักหน้าสองสามครั้ง เชื่องช้า

               "แล้วสื่อสารกับคนในหน่วยแบบไหน"ก็ดูไร้มารยาทอีกรอบแต่นัตสึเมะก็จะให้เหตุผลเหมือนเดิมเหมือนข้างบนเป๊ะๆ เธอลอบสังเกตุพฤติกรรมคู่สนทนาถ้าพูดอะไรไม่เข้าหูหรือไซโต้มีท่าทีจะชักดาบคู่มาฟัน--นัตสึเมะจะได้กระโดดหลบทันหรือไม่จะได้ร้องขอชีวิตทันท่วงที

               ดูไร้ศักดิ์ศรีดีแต่พอเป็นไซโต้แล้วไม่อยากขะทำร้ายร่างกายอรกฝ่ายเลยสักเสี้ยวเดียว ความสนใจใครนี่มันน่ากลัวเสียจริง ถ้าเปรียบเทียบว่าไซโต้เป็นโอคิตะเธอไม่มีทางถนุดถนอม(ในใจ)และชื่นชมขนาดนี้แน่

               แกร๊ก..

               "..."

               ความคิดนี่มันสมดั่งใจปราถนา ใบหน้าคมตายด้าน ดวงตาทั้งสองข้างเรียบนิ่ง จะยิ้มแห้งก็ยิ้มไม่ได้ ดันหน้าตึงกะทันหันซะงั้นกว่าจะตั้งสติได้ก็เกาท้ายทอยตัวเอง หัวเราะแห้งๆออกมาเสียงดังส่วนตัวนั้นปรี่ออกไปลิดพยังอีกด้านตอนไหนก็ไม่รู้

               "ฮะ--ฮ่าๆๆๆ ฉันแค่ถามเฉยๆนะไม่ได้คิดจะล่วงกะ..เกินอะไร"เพราะงั้นเก็บมือที่จับดาบออกนั้นเถอะ ถ้าจับดาบเฉยๆจะไม่ว่าอะไรเลยแต่นี่ทั้งจับทั้งมองเธอด้วยสายตาที่เดาใจไม่ถูกนั้นด้วย--พูดเลยว่า ขนตูดลุกไปหมด

               "เอ๊ะ"

               ไซโต้ไม่ได้ชักดาบมาฟันเธออย่างที่คิดไว้ อีกฝ่ายหยิบกระดาษปึกนึงออกมาจากในเสื้อแล้วยื่นมาให้ มันเป็นกระดาษเปล่าๆไม่มีอะไรเขียนสักหน้า

               หรือว่าเขาจะใช้ตัวอักษรเป็นตัวกลาง? เหมือนในช่องแชทอะไรแบบนี้น่ะเหรอ

               "เขียนเหรอ?"เขาพยักหน้า นัตสึเมะร้องโอ้

               ไซโต้ดึงมันกลับไป หยิบอะไรสักอย่างออกมาแล้วยุกยิกๆอยู่กับมัน มองๆดูแล้วก็น่ารักเหมือนเด็กตัวน้อยๆดี นัตสึเมะจับหน้าอกด้านที่หัวใจอยู่มันฟูฟ่องเหมือนเป็นคุณแม่เห็นลูกน้อยเสียยังไงอย่างนั้น

               แต่ลูกน้อยที่ว่าก็ดันอายุห่างกันหลายปีโขในขณะที่เธอไม่ 16 เลยด้วยซ้ำ

               ไซโต้เลื่อนมันกลับมาที่เดิม มีตัวอักษรหวัดๆเขียนอยู่ในนั้น เธอขมวดคิ้ว พยายามแกะตัวหนังสือที่เขาจะสื่อ แต่ตลบซ้ายตลบขวาจะมองยังไงตัวหนังสือที่ได้ก็เป็นตัว Z ธรรมดา

               "มันหมายความ--"

               "Zzz(ซี่...).."

               อือ สัปงกกันไปเรียบร้อย

               นัตสึเมะพับกระดาษเก็บเข้าที่เดิม หน้าตาจะร้องไห้ล่อมล่อ สรุปแล้วเธอก็ไม่ต่างอะไรจากคุยคนเดียวเลยสักนิด แถมข้อสรุปแบบจริงจังในวันนี้เลยว่า

               ไซโต้ ชิมารุเป็นคนพิลึก

               ไม่แปลกใจทำไมเข้ากับชินเซ็นงุมิได้

               //ร้องไห้ทั้งน้ำตา







100%

TBC



30% ก็จะประมาณนี้555555 


ตอนนี้เป็นตอนที่ใช้เวลาเขียนนานที่สุดเลยก็ว่าได้ ไม่คิดว่าจะกินเวลาไปขนาดนี้กับตอนอื่นๆใช้เวลาแค่ 2-4 วันเท่านั้น นี่ล่อไปอาทิตย์เลยจ้า

ตอนแรกตั้งใจจะแต่งให้ท้ายตอนแฮปวันเกิดน้องค่ะ ฉันชอบให้น้องเกิดในวันที่เรื่องวุ่นวายแต่พอแต่งเข้าจริงมันแต่งไม่ได้เว้ยแก555555 เลยต้องยกกลับไปแต่งตอนอื่นเอา

ท้ายเรื่องเลยเอาพี่ไซโต้ขวัญใจน้องมาแทน ไซโต้เป็นตัวละครที่เราเอ็นดูมากค่ะ มันแบบน้องงงเป็นน้องที่ไม่เหมือนน้อง ชอบความสัปงกได้ทุกที่ของนางมาก เป็นตัวละครแรกที่เห็นแล้วเอ็นดูมากแม่

เพราะงั้นขอฝากพี่ไซโต้ไว้ในใจทุกคนด้วยน้าค้า♡

และขอแจ้งข่าวอีกสีกหน่อยเกี่ยวกับเรื่องการอัพนิยาย

เกี่ยวกับเรื่องมหาลัยค่ะ ขอพูดเปิดอกเปิดใจเลยว่าตอนแรกเราจะเป็นหมอ สาเหตุที่จะเป็น 1.เงินเดือนแน่นอนและอื่นอีกจิปาถะ เมื่อวันหยุดที่ผ่านมาเรากลับมาคิดทบทวนกับตัวเองหลายครั้งต่อหลายครั้งว่าเราน่ะมาทางนี้จริงๆเหรอ? วันนั้นเป็นวันที่เราเครียดมากค่ะ เราหาตัวเองไม่เจอ ใช่ มันเป็นแบบนั้น

เราชอบเขียน ชอบล่องลอยในจิตนาการ ชอบตัวอักษรที่เรียงต่แกันให้เกิดจิตภาพ เราชอบแบบนั้น แน่นอนสิ่งแรกที่คิด เราจะเป็นนักเขียน แต่ปุจฉาเราอยากทำมันเป็นงานอดิเรกเท่านั้น ถ้าหากทำเป็นอาชีพกลัวว่าตัวเองจะไม่พอกินพอใช้ เรามีพ่อแม่ให้เลี้ยง มีพี่สาว(ที่มีโรคประจำตัว) เท่ากับว่าในครอบครัวนั้นเราเป็นผู้นำเลยก็ว่าได้


สุดท้ายมาจบที่นักจิตเวชและจิตแพทย์ แน่นอนค่ะ เราชอบฟังปัญหาของคนอื่น ส่วนใหญ่แล้วหลายคนชอบเบือกมาปรึกษาเรา พอถามกลับว่าทำไมเลือกมาปรึกษาเขาบอกว่าสบายใจ ตอนนั้นใจฟูเลย ยอมรับเลยว่า 2 อาชีพนี้แรกเริ่มเรามองข้ามมันไป


แต่จนแล้วจนรอดถึงได้รู้ว่าเราหาทางตัวเองเจอแล้วจริงๆ พอรู้ทาง รู้คณะเราก็สบายใจแล้วค่ะ รู้สึกมีจุดมุ่งหมายในการทำแล้วในตอนนี้เหลือเวลาอีก 7 เดือนกว่าเท่านั้นในการอ่านหนังสือสอบ


ประเด็นสำคัญมันอยู่ตรงนี้ เราอาจไม่ได้อัพหรืออัพ อาจจะนานหน่อยจนทุกคนอาจจะลืม(55555) เราอยากทุ่มเทให้กับเรื่องมหาลัยก่อน หากติดอย่างที่ใจหวังคงได้อัพถี่ๆแน่นอน เพราะงั้นทุกคนจะช่วยรอ ช่วยไม่ทิ้งกันได้ไหมคะ


เราไม่แน่ใจว่าการอัพจะเป็นยังไง ปกติแล้วอาทิตย์นึงเราจะอัพ 2 ครั้ง 1 ตอน (สปอย+เนื้อเรื่อง) ตอนนี้อาจจะเป็น 2 3 4 อาทิตย์ต่อตอนก็ไม่รู้


ขอบคุณที่อ่านมาถึงบรรทัดนี้นะคะ ขอบคุณที่ติดตามและเอ็นดูน้อง อย่ากลัวว่าเราจะทิ้ง ไม่ทิ้งแน่นอนค่ะ เราชอบเรื่องนี้และวางพล็อตไว้หมดแล้ว คงแต่งจบแน่ๆ(แต่ไม่รู้เมื่อไร)


ขอบคุณอีกครั้งนะคะ รัก♡


ตัดจบแบบงงๆไหม ฉันก็งงเหมือนกัน55555555


ปล.ตอนนี้ยังไม่ได้แก้คำผิดนะคะ แต่งเสร็จอัพเลยไม่ได้ตรวจทานอะไรทั้งสิ้น แค่นั้นแหละค่ะกรุณาตอบเมลล์









ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 47 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

70 ความคิดเห็น

  1. #39 CrystalPins (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 23:13
    อยากเห็นน้องตอบเมลล์อะ ไม่รู้จะสวนอะไรไปบ้าง55555
    #39
    0
  2. #37 pnc-cc (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 / 21:55
    รอนะคะ เรื่องนี้สนุกมากเลยค่าา!!
    #37
    1
    • #37-1 เอเอ็น(จากตอนที่ 11)
      31 พฤษภาคม 2562 / 21:56
      ขอบคุณนะคะ♡!
      #37-1
  3. #36 pnc-cc (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 / 21:54
    น้องจะอ้างแบบนี้ต่อไปสินะ
    #36
    1
    • #36-1 เอเอ็น(จากตอนที่ 11)
      31 พฤษภาคม 2562 / 21:56
      ต่อให้น้องมีอยู่กับตัวแต่ถ้าน้องขี้เกียจน้องก็จะอ้างแบบนี้ต่อไปค่ะ55555
      #36-1