[ GINTAMA / OC ] GIRL OF SHINSENGUMI

ตอนที่ 10 : NATSUME

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 225
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    28 พ.ค. 62








-10-











               เกล็ดหิมะลอยละลิ่วในอากาศ ความหนาวเหน็บแทรกเข้ามาตามผิวหนัง พื้นผิวดินถูกปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวสะอาดตา เด็กคนอื่นต่างพากันวิ่งเล่นจับเกล็ดหิมะสนุกสนาน
               แม้ร่างกายจะหนาวเหน็บแต่ความอบอุ่นที่แผ่สื่อกันยังคงอยู่
               เราสองคนจับมือแน่น ส่งความอบอุ่นแทรกผ่านเนื้อผ้าหนานุ่มของถุงมือ
               พวกเราเหมือนกัน หน้าตา นิสัย ทุกอย่างล้วนเหมือนกันเสียแบบอย่างกับแกะ พวกผู้ใหญ่ต่างกันเรียกเราว่าฝาแฝด
               เราไม่ปฎิเสธกันและกัน กลับกันทุกครั้งที่มีคนพูดถึงเรามักจะเข้าหากันมากกว่าปกติ พวกเราชอบอยู่ด้วยกัน ไปไหนด้วยกันและเสียส่วนใหญ่ พวกเรามักคิดเหมือนกัน
               อย่างเช่นตอนนี้
               ความเงียบสงบของชานพักของศาลเจ้าถูกทำลายลงด้วยเด็กผู้หญิงเนื้อตัวมอมแมม เธอมีผมสีดำยาวประบ่า ยุ่งเหยิงเสียนึกว่าเป็นคนจรจัด เนื้อผ้าเปื้อนไปด้วยดินเขม่า
               พวกเรามองเธอด้วยความสนใจละคนแปลกใจ ไม่มีใครกล้าเข้าหาพวกเราในระยะเกิน 2 เมตร ล้วนบอกไม่อยากให้เราเป็นอะไรเพียงเพราะฐานะครอบครัวสูงส่งกว่าคนอื่น
               แต่เด็กคนนั้นกลับได้สนใจไม่
               "เอาสักหน่อยไหม?"
               เด็กคนนั้นยื่นก้อนกลมสีขาวมา มันเป็นซาลาเปาสีขาวนวล พวกเรามองหน้ากันก่อนที่จะตัดสินใจรับมันมา ไม่ปฎิเสธท้องที่เริ่มประท้วงเพราะเห็นของกิน
               พวกเรากินมันอย่างเงียบๆจนหมด
               บางอย่างในตัวของเด็กผู้หญิงคนนั้นทำให้เราปรับตัวเข้าหากันมากขึ้น แรงบีบจากอุ้งมือเกิดขึ้นจากทั้งสองฝ่าย พวกเราสบตากันก่อนที่จะแอบลอบมองหน้าเด็กหญิงปริศนา
               เธอเหมือนกับพวกเรา
               ไม่มีใครเข้าใจ






               นัตสึมิกำลังเซ็ง


               เซ็งแบบสุดจะบรรยาย เซ็งแบบมากถึงมากที่สุด งานทุกอย่างถูกเคลียร์หมดแล้วตั้งแต่ได้รับมอบหมายมาตั้งแต่แรกๆ ฮิจิคาตะหลังจากผ่านเรื่องวันนั้นไปก็ดีขึ้นมาก นัตสึมิเองก็รู้สึกดีอยู่หน่อยแต่คงดีกว่านี้ถ้าไม่วอแวเธอเสียคนอื่นให้ฉายาเพิ่มว่าเป็นคุณพ่อ


               อารมณ์แบบตอนไปกินข้าวที่โรงอาหารเหมือนทุกทีกับพวกในหน่วยคนอื่นๆ เห็นว่าโต๊ะมันเต็มหมดแล้วเลยถือวิสาสะไปนั่งกับท่านรองหัวหน้าแต่มันกลายเป็นว่า


               'เอามายองเนสหน่อยไหม?'
               'นัตสึ มายองอร่อยมาก'
               'อันนี้ต้องกินคู่กับมายองเนส มันดีที่สุด!'

               ต่อจากนั้นไม่นานตอนกินข้าวฮิจิคาตะก็จะติดห้อยสอยมาด้วยทุกครั้ง ไม่รู้ติดใจอะไรกับการขยั้นเขยอให้เธอกินมายองเนสขนาดนั้น


               แต่สิ่งที่ทำให้นัตสึมิเซ็งที่สุดคืออริตลอดกาลอย่างโอคิตะ โซโกะต่างหาก ผ่านมาร่วมอาทิตย์เขาไม่สนใจเธอเลยด้วยซ้ำ--ไม่ มันไม่ได้หมายถึงสนใจอย่างนั้น เธอหมายถึงมันก็ดีที่โอคิตะไม่สนใจเธอมากเหมือนแต่ก่อนแต่อีกคนกลับทำท่าทางห่างเหินเสียเหมือนเธอไปขโมยกางเกงในตัวโปรดของเจ้าตัวเข้า


               และสาบานได้--นัตสึมิไม่เคยขโมยกางเกงใคร


               โอคิตะไม่พูด ไม่คุย หากมีหน้าที่ปฎิบัติที่ต้องทำด้วยกันเจ้าตัวจะให้คนในหน่วยมาด้วย สั่งการผ่านลูกน้องตัวเอง พอเธอทำอะไรไม่ถูกใจก็แค่ชายตามองแวบเดียวแล้วทำเหมือนเธอเป็นธาตุอากาศเสียอย่างนั้น


               น่าหงุดหงิดเป็นบ้า


               อึดอัดด้วย


               นัตสึมิคิดว่าการไม่คุยอะไรกับโอคิตะเลยมันก็ดี ใช่ มันดีที่ไม่มีใครก่อกวนตลอดเวลาแต่พอเอาเข้าจริง เหอะ..ทำหน้าเหมือนเห็นเธอแล้วจะตายให้ได้แบบนั้นมันหมายความว่ายังไง เธอไม่ได้สนใจหรอกนะแต่มันแค่น่าหงุดหงิด น่าหงุดหงิดจริงๆ


               เธอซะงัก โรงฝึกดาบถูกยึดครองด้วยคนที่อยู่ในหัว โอคิตะยังคงฝึกหวดดาบต่อไปโดยไม่แยแสนัตสึมิที่เพิ่งเดินเข้ามา ขนาดจับดาบไม้มาฝึกบ้างโอคิตะยังไม่คิดจะหันมามอง มาแกล้ง มาจิกกัดเหมือนที่เคย


               บรรยากาศอึดอัดเข้ามาจู่โจมภายในไม่กี่นาที นัตสึมิกลอกตา เธอแอบเห็นเขาปรายตามองแวบเดียวแล้วไปฝึกต่อที่มุมของตัวเอง ไม่ชอบเลยแหะ


               ฟึ่บ!


               "นายเป็นอะไร?"


               นัตสึมิวาดดาบไปขวางหน้าคนที่กำลังหวดอย่างมันส์มือ โอคิตะละสายตาจากดาบไม้ในมือขึ้นมามอง ใบหน้าที่เกาะไปด้วยหยาดเหงื่อไม่แสดงอารมณ์อะไรยิ่งทำให้เธอหงุดหงิดเสียยิ่งกว่าเดิม


               "โอคิตะ!"เผลอตระคอกออกไปเสียงดังตอนที่เขาเมิน โอคิตะเบี่ยงตัวออกห่าง นัตสึมิรู้ทันทีว่าโอคิตะจะเดินหนีจึงวาดดาบใส่เข้าที่ตัวแบบไม่ยั้ง เสียงไม้กระทบกันดังเปรี้ยะโอคิตะกันดาบได้อย่างท่วงที เธอเห็นท่าทีตกใจเพียงแค่แวบเดียวก็กลับกลายเป็นเหมือนเดิม


               น่าหงุดหงิดอีกแล้ว


               "เป็นอะไรก็บอกกันสิวะ"


               เปรี้ยะ!


               "ไม่บอกแล้วจะรู้ไหมว่าเป็นอะไร"


               เปรี้ยะ!


               "อยู่ๆก็มาทำแบบนี้มันน่าหงุดหงิดนะเว้ย!"


               เปรี้ยะ!!


               ดาบไม้ของโอคิตะกระเด็นออกไปไกล เจ้าตัวไม่คิดจะไปเก็บเหมือนกับที่เอาแต่ตั้งรับแรงกระแทกของนัตสึมิ ริมฝีปากบางขบกันแน่นเสียจนได้ยินเสียงฟันเสียดสี นัตสึมิหงุดหงิด หงุดหงิดทั้งการกระทำของโอคิตะ หงุดหงิดทั้งการเมินเฉย หงุดหงิดบรรยากาศอึดอัดและการไม่โต้ตอบอะไรสักอย่าง


               ทั้งที่มีช่องโหว่ให้ฟาดดาบเข้าใส่แต่เขาไม่เลือกที่จะทำ


               แม่งเอ้ย


               แกร็ก


               นัตสึมิโยนดาบไม้ลงพื้น มันแรงพอเพราะความหัวเสีย เธอไม่คิดจะเก็บมันขึ้นมา รู้ตัวเลยว่าตอนนี้หน้าตัวเองฉายชัดความหงุดหงิดมากแค่ไหน เธอกรอกตาอีกรอบที่โอคิตะยังคงเงียบ ได้ ต้องการแบบนี้ก็จัดให้


               "ถ้าไม่อยากคุยมากนักก็เรื่องของนายเลยละกัน!"


               พอกันที






               "อะไรล่ะนั้นโดนหนุ่มหักอกมาเหรอจ๊ะ"


               หลังจากที่กระแทกก้นนั่งลงบนโซฟาน้ำเสียงกวนประสาทก็ดังขึ้นต้อนรับทันที คนพูดปรายตามองเธอผ่านช่องโหว่ของซีคิตส์ที่ชอบนักหน้า ปลายเท้าถูกฟาดลงบนโต๊ะประจำของตัวเอง


               นัตสึมิกอดอก หน้าบูดบึ้ง


               "อะไรล่ะนั้น โดนผู้ชายปฎิเสธรักจริงๆเรอะ"


               เธอล่ะเบื่อโอเวอร์แอ็คติ้งของกินโทกิเสียจริง อะไรคือการวางซีคิสต์ลงแล้วรีบปรี่มาหาขนาดนั้นแล้วหน้าอย่างนัตสึมิเนี่ยนะจะโดนหักอก ล้อเล่นแล้ว เธอยังไม่มีใครให้ชอบเลยสักนิดส่วนสาเหตุที่ทำให้ถ่อมาถึงที่นี่ก็..


               หน้าโอคิตะลอยเข้ามาในหัว


               โว๊ย ออกไปเว้ย!!


               แค่นึกก็รู้สึกกรุ่นๆในใจแล้ว ให้ตาย!


               "ไม่มีทั้งนั้นแหละ แค่โมโหหิว"


               กินโทกิทำหน้าไม่เชื่อได้อย่างน่าเตะ"ก็ไปหาอะไรกินซะสิ้ มาหาฉันก็ไม่มีอะไรให้เธอกินหรอกนะ"


               ดูจากสภาพห้องรกๆก็พอรู้อยู่ นัตสึมิตอบในใจ


               "รู้น่า วันนี้จะมาจ้างงาน"พูดงุบงิบ มองกินโทกิที่ดูจะสนใจขึ้นมาหน่อยๆ"ทำให้อารมณ์ดีขึ้นหน่อย"


               "ค่าจ้าง?"


               ริมฝีปากเบะออก นึกหมั่นไส้ กับพี่คนนี้ทุกอย่างเป็นเงินเป็นทองเสียหมด นัตสึมิล้วงกระเป๋าออกมา วางมันลงบนโต๊ะตรงหน้า เธอเห็นดวงตาเป็นประกายพร้อมกับเสียงพึมพำที่บอกว่า"ไม่ต้องกินข้าวซาดาฮารุแล้วเว้ย"


               เหลือเชื่อ คนคนนี้กินอาหารหมาประท้วงท้องเรอะ?


               ภารกิจแรกของกินโทกิเริ่มขึ้นทันทีที่ก้าวขาออกนอกร้านสารพัดรับจ้าง นัตสึมิทักทายทามะหุ่นยนต์สาวที่กวาดหน้าร้านโอโทเซะอยู่ เจ้าหล่อนยิ้มและทักทายกลับเหมือนเช่นทุกเคย


               "เอาล่ะวันนี้จะทำอะไรกันดีจ๊ะน้องสาว"พร้อมกับท่อนแขนหนักๆที่ฟาดมาวางบนไหล่ นัตสึมิตัวเซตามแรงกินโทกิที่ดูอารมณ์ดีนักอารมณ์ดีหนา


               "ฉันจ้างนายก็คิดเอาเองสิ"


               "เดี๋ยวนี้ปากคอเราะร้าย"กินโทกิออกแรงบีบแก้มเธอแล้วดึงยืดออกจนแสบปาก นัตสึมิโวยวายตีมือหนาออกห่างแต่มันกลับยึดเหนียวคล้ายปลาหมึก กว่าจะเอาออกได้ก็ปาไปหลายนาทีพร้อมกับเสียงกลั้วหัวเราะลั่นจากปากของกินโทกิ


               เธอจ้างทำให้อารมณ์ดีนะเว้ย ไม่ใช่อารมณ์เสียกว่าเดิม!


               "อานัตตี้น้อออ!!"


               โครม!


               นัตสึมิเบี่ยงตัวหลบออกห่างจากกินโทกิ เสียงอึกทึกของสัตว์สี่ขาดังทั่วย่านคาบูกิโจ ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าน้ำเสียงอันเป็นเอกลักษณ์นี่เป็นของใคร นัตสึมิยกยิ้มสมเพชใส่กินโทกิที่หน้าคมำจูบพื้นมีซาดาฮารุนั่งทับอยู่ มันแลบลิ้นหอบแฮกมองเธอด้วยดวงตากลมแป๋ว น่ารักดีจริงๆ


               "ลื้อออกมาลาดเวรเหรอน้อ"


               "เปล่าหรอก"ตอบออกไปพร้อมกับเกาคางซาดาฮารุไปด้วย ขนนุ่มจังวุ้ย


               "หรือว่าลื้อมาเที่ยว! ให้อั้วพาทัวร์ไหมน้อ"


               "ก่อนที่จะเม้าท์กัน เธอช่วยเอาไอ้สี่ขานี่ออกจากตัวฉันก่อนจะได้ไหม"


               "โอ๊ะ"คางุระร้องขึ้นเหมือนเพิ่งรู้ตัวและดูเจ้าตัวจะเพิ่งรู้ตัวจริงๆอย่างที่แสดงออก คางุระบอกให้ซาดาฮารุขยับตัวออกห่างเผยให้เห็นกินโทกิที่ถูกเหยียบย้ำ เจ้ารุ่นพี่หัวขาวยันตัวยืนขึ้น ปัดฝุ่นออกจากตัว หน้าตาเซ็งกะตาย


               "อั้วนึกว่าที่ซาดาฮารุเหยียบเป็นอุจิหรอกน้อ"


               กินโทกิคิ้วกระตุก


               "ก็ว่าทำไมซาดาฮารุไม่หลีกที่แท้ก็เป็นลื้อนี่เองแต่ลื้อก็ไม่เห็นต้องบอกเลยน้อ ของต่ำๆก็อยู่ให้เหยียบก็ถูกแล้วนี่น้อ"


               นัตสึมิซี๊ดปาก คางุระก็ใช่ว่าจะปากร้ายน้อยแค่ไหนแต่เจ้าตัวพูดด้วยท่าทีไม่รู้สาคล้ายจะกวนประสาทกันมากกว่าเลยไม่น่าโกรธ ไม่อยากคิดเลยว่าหากเจ้าหล่อนโตขึ้นกว่านี้ สกิลปากจะเพิ่มมากขนาดไหน


               "นี่เธอด่าฉันเรอะ"


               "อั้วพูดความจริงน้อ"


               แล้วการใช้กำลังเล็กๆน้อยๆก็เกิดขึ้นระหว่างหัวหน้าสารพัดรับจ้างกับลูกจ้าง นัตสึมิหัวเราะแห้งๆ ก่อนที่จะเอียงคอสงสัยตอนที่เห็นลูกจ้างอีกคนของกินโทกิวิ่งมาทางนี้ด้วยสภาพไม่ต่างจากเพิ่งลุยน้ำมา


               ชินปาจิหอบหายใจ ทั้งตัวเต็มไปด้วยเหงื่อ ดูแวบเดียวก็รู้ว่าเจ้าตัววิ่งมาไกลขนาดไหน


               "โธ่ คางุระจัง คุณกินอย่าเพิ่งตีกันเองสิครับ"และได้ผลทั้งคู่หยุดตีกันอย่างง่ายดาย คางุระกระโดดออกห่างแล้วทำหน้าเหมือนเพิ่งนึกอะไรขึ้นได้


               "อากินจังน้อ"


               กินโทกิหันไปมองคนเรียกแต่คำตอบที่ได้มาจากชินปาจิ


               "คุณเคียวชิโร่เรียกพบน่ะครับ"






               นัตสึมิถูกติดห้อยสอยตามมาด้วยเป็นธรรมดา ถึงจะไม่ได้สนใจอะไรสักเท่าไรแต่แอร์เย็นๆกับสถานที่หน้าตื่นตาตื่นใจก็เรียกให้เธอสนใจได้ไม่น้อย


               เคียวชิโร่ที่ว่าเป็นผู้ชายผมทอง หน้าตาจัดว่าดีถึงขั้นดีมาก เท่าที่จับใจความได้จากการที่พวกกินโทกิคุยกันคือผู้ชายคนนี้เป็นโฮสต์อับดับหนึ่งของที่นี่ก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไรนัก ออร่าเขาเจิดจ้ามากกว่าที่จะเป็นคนธรรมดา


               "หา? จะเลิกเป็นโฮสต์เหรอ?"เสียงชินปาจิทำให้นัตสึมิดึงความสนใจกลับมาที่เดิม อีกฝ่ายยิ้มหน้าระรื่นแล้วตอบรับเสียงใส


               "ครับ จะปิดโฮสต์แห่งนี้แล้วไปทำร้านโมเดลแทน"เคียวชิโร่ว่าพร้อมกับยกหุ่นกัมดั้มขึ้นมา"ผมตั้งชื่อร้านแล้วนะครับ ชื่อร้านว่าฮาโมเคียวชิโร่"


               "พูดยังไงอย่างนั้นล่ะครับคุณเคียวชิโร่ ไม่ตลกเลยสักนิดเดียวสมัยนี้ไม่มีใครเล่นกันหรอกนะครับ"นัตสึมิพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดชินปาจิ คางุระมองชินปาจินิดหน่อย สองแขนยกขึ้นมากอดอก


               "ใช่แล้วน้อ อย่างน้อยก็น่าจะทำมินิโฟเวลแล้วตั้งชื่อว่าแด๊ดเคียวชิโรมากกว่า"


               "แบบนั้นยิ่งหนักกว่าเดิมอีก!"


               "ว่าแต่เกิดอะไรขึ้นเหรอน้อ"


               นัตสึมิหันไปมองเคียวชิโร่ที่มีสีหน้าไม่สู้ดีนัก เริ่มอยากรู้เหตุผลที่เคียวชิโร่คิดจะปิดร้านแห่งนี้


               แต่เดี๋ยวนะ.. ทำไมเหตุการณ์มันคุ้นๆเหมือนร้านของพี่โอทาเอะ..


               "เป็นถึงโฮสต์เบอร์หนึ่งของคาบูกิโจเลยนะหรือว่าจมูกที่ไปเสริมซิลิโคนมันเน่าอ่อน้อ"


               "มีหลายเรื่องที่ผมรู้สึกว่ามันอิ่มตัวแล้วน่ะครับ"เขายิ้มอ่อนล้า ดวงตาสั่นไหวนิดหน่อย นัตสึมินั่งมองสังเกตุอาการเงียบๆข้างกินโทกิที่ยังไม่พูดอะไรมากนัก เด็กหญิงขมวดคิ้ว เหมือนเขามีอะไรบางอย่างอยู่ในใจที่บอกไม่ได้คล้ายจะเป็นเรื่องใหญ่เกินตัว ไม่มีเหตุผลคำว่าอิ่มตัวจะพอให้ปิดร้านใหญ่ๆแห่งนี้แน่นอน


               ดูๆแล้ว ร้านนี้ก็ใช่ว่าจะทำรายได้ได้น้อยขนาดไหนออกจะเยอะมหาศาลด้วยซ้ำไป ยิ่งสาวคาบูกิโจที่ชื่นชอบ หลงกลง่ายกับกลลวงของผู้ชายหน้าตาดีแล้วนัตสึมิคิดว่ามันเป็นเรื่องง่ายที่จะทำเงินได้เยอะเลยด้วยซ้ำไป


               "เพราะงั้นวันนี้เลยเชิญร้านรับจ้างสารพัดมาดื่มเป็นลูกค้าคนสุดท้าย"เคียวจิโร่ว่าแล้วหยิบรถของเล่นขึ้นมา นัตสึมิเห็นจากหางตาว่ากินโทกิก็เริ่มขยุกขยิกเล่นเจ้าของเล่นสีล้อนั้นด้วย


               "คุณฮาจิโร่ มันเกิดอะไรขึ้นกันเหรอครับ"ชินปาจิที่ดูท่าจะไม่ได้คำตอบจากเคียวจิโร่ก็หันมาถามผู้ชายอีกคนที่ยืนอยู่ข้างโต๊ะ เขามีทรงผมเอฟโฟ่ เห็นทีไรมักนึกถึงไซโต้ตลอดที่ตอนนี้เธอก็ยังไม่มีโอกาสได้เข้าไปทำความรู้จักสักที


               "เอ่อ..รู้จักมาดามนากามิไหมครับ"


               "ฮาจิโร่!"


               เคียวจิโร่ร้องขัดขึ้นมา ว่าแล้วไม่มีผิดว่าเรื่องนี้ต้องมีรับลมคมไหน นัตสึมิมองฮาจิโร่ด้วยความใคร่รู้ ตัวละครใหม่ที่ถูกพูดถึงคือสาเหตุที่ทำให้ที่นี่ปิดกิจการ


               "มาดามนากามิ?"เธอทวนชื่อ ฮาจิโร่พยักหน้าก่อนที่จะเริ่มเล่าด้วยใบหน้าไม่สู้ดีนักไม่ต่างอะไรจากเคียวจิโร่ที่เริ่มคิดหนักไปเรื่อยๆ


               "ครับ มาดามนากามิเป็นมาดามปริศนาที่ว่ากันว่าเป็นนักท่องราตรีแห่งเอโดะของแท้ ถ้าเธอเอียงไปทางใดทางนึงก็ส่งผลไปครั้งนึงเลยก็ว่าได้ คนที่ควบคุมมาดามได้ก็เท่ากับควมคุมเมืองยามราตรีได้ทั้งหมดเลยทีเดียวราวกับว่าธิดาแห่งความมั่งคั่งลงมาโปรดและจากไปทิ้งทรัพย์มหาศาลไว้"


               นัตสึมิลอบกลืนน้ำลาย จากที่ฮาจิโร่เล่ามาไม่ต่างอะไรจากการมีผลดีเข้าตัวเลยแต่ทว่าสาเหตุหลักที่แท้จริงกลับเป็นประโยคต่อไปที่เขาเพิ่งพูดมา


               "แต่ว่าเมื่อเธอไปที่ไหนจะไม่กลับมาเป็นครั้งที่สองสมกับเป็นเทพธิดายามราตรี--จริงๆแล้วเมื่อวานก่อนมาดามท่านนี้ก็มาร้านนี้ ที่ร้านนากาฮาระของเราแต่ว่า..ตอนที่มาดามกำลังจะกลับ เธอได้พูดกับเราไว้ว่า'อาทิตย์หน้า เวลาเดียวกันนี้ดิฉันจะแวะมาที่นี่อีกค่ะ'"


               "เอ๊ะ? ก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอครับ"ชินปาจิยิ้มแต่นัตสึมิกลับคิดอีกแบบ การที่มาดามท่องราตรีประจำไม่คิดจะกลับมาทวนร้านเดิมซ้ำแต่นัดกันเอาไว้แบบนี้มันต้องมีอะไรสักอย่างที่เธอถูกใจ--ไม่ก็อาจจะมีอย่างบางที่เธอคิดจะทำ


               "เปล่า..ไม่ใช่หรอกครับ"ฮาจิโร่ส่ายหัว"มาดามเธอก็รู้ดีว่าตัวเองมีพลังที่สามารถทำให้รูปร่างของเมืองบิดเบี้ยวได้ ต่อให้เป็นร้านที่เธอถูกใจมากแค่ไหนก็ไม่สุงสุงไม่สร้างความสนิทสนมอะไรทั้งนั้น การที่มาดามจงใจจะกลับมาร้านเราอีกนั้นนั้นเท่ากับว่าเธอจะนำหายนะมาสู่เมืองของเรา พรุ่งนี้เธอจะไม่ได้มาในฐานะเทพธิดาโชคดีแต่มาในฐานะยมทูต"


               บรรยาอึดครึมเริ่มเข้าคลอบงำ นัตสึมิมองหน้าฮาจิโร่ตาไม่กระพริบ สามหน่อที่เหลือก็ไม่ต่างจากกันมีแต่เคียวชิโร่เท่านั้นที่กุมมือตัวเองแน่น


               "ทำไมล่ะ? มีเรื่องอะไรที่ทำให้เธอไม่พอใจเหรอครับ"เป็นชินปาจิอีกตามเคยที่เอ่ยปากถาม


               "เธอเป็นถึงนักท่องราตรีขั้นเทพที่อาจจะทำให้เธอไม่พอใจก็เป็นได้"


               "สรุปก็คือถ้าไม่เลิกทำร้านนี้ก็จะถูกทำลาย?"นัตสึมิสรุปเองเสร็จสรรพ เธอเลิกคิ้วขึ้นข้างนึงเป็นเชิงถามว่าถูกไหมแต่การตอบรับจากการแสดงสีหน้าไม่สู้ดีก็ทำให้รู้ว่าตัวเองคิดถูก


               "มิน่าเล่าถึงไม่เห็นโฮสต์คนอื่นๆเลย"กินโทกิว่าพร้อมหันซ้ายหันขวา นัตสึมิก็สังเกตุมาตั้งแต่เข้าร้านแล้ว ร้านใหญ่โตแต่กลับมีแค่สองคนเท่านั้นมันก็ดูแปลกพิลึกไป


               "ครับ ทุกคนกลัวมาดามกลับมาอีกเลยไม่มีใครกล้าออกมาทำงานแล้ว"ฮาจิโร่ถอนหายใจ


               "ขอโทษด้วยนะครับเป็นเพราะพวกเราอยู่ที่นี่ก็เลยทำให้ทั้งเมืองต้องเดือดร้อนแต่ว่า..ต่อให้ร้านนี้ถูกทำลายแต่ว่าเมืองนี้ผมจะปกป้องให้ได้"


               "แต่ว่าสภาพแบบนี้จะไหวเหรอครับ"


               นัตสึมิที่กำลังหูพึ่งฟังทั้งคู่คุยกันต้องหยุดลงกระทันหัน ชุดสูทสีเลือดหมูถูกยื่นมาต่อหน้าด้วยฝีมือของกินโทกิ ไม่รู้ว่าคนเป็นพี่เอาชุดนี้มาจากไหนแต่ก็ยอมใส่ๆตามคางุระและชินปาจิที่กำลังเช็คผมกันอยู่


               แล้วว่าแต่เจ้าพวกนี้มันไปเปลี่ยนชุดตอนไหน..?


               "ไม่ว่ายังไงก็ต้องลองดูสักตั้ง ต้องทำให้มาดามอารมณ์ดีให้ได้"


               "กี่คนเหรอ"


               นัตสึมิได้ยินเสียงร้องว่าเอ๊ะดังออกมาจากทั้งคู่ที่หันหน้ามาหากินโทกิที่เพิ่งพูดไป เราสี่คนยืนเรียงกันคล้ายบอยแบรนด์ กินโทกิกระชับสูทสีขาวเข้าที่


               "ต้องใช้อีกกี่คน--ฉันถามว่าต้องการชายหนุ่มรูปงามอีกกี่คน"แล้วเราสามคนก็พากันจุดบุหรี่ที่ปลายม้วนของกินโทกิให้จุดไฟอย่างพร้อมเพรียง


               "แล้วอีกอย่าง"กินโทกิช้อนตาขึ้นมอง ริมฝีปากเหยียดยิ้มชั่วร้าย"มาดามอะไรนั้นรวยแน่ๆใช่ไหมผู้จัดการ"


               อ้อ นัตสึมิลืมไปสนิทว่ากินโทกิหน้าเงินมากแค่ไหน


               "จงฟังให้ดี!จากนี้ไปจะตระเวนทั่วคาบูกิโจเพื่อเฟ้นหาชายหนุ่มรูปงามที่มาต่อกรกับมาดาม"กินโทกิออกคำสั่งพร้อมกับหมุนตัวคล้ายลูกข่างสุดท้ายก็หยุดเมื่อตอนเหยียดขาตรงแล้วชี้นิ้วขึ้นฟ้า


               "พร้อมกันรึยัง just do it!"


               "วิ้งๆ"


               นัตสึมิเหมือนได้ยินเสียงสะท้อนของกินโทกิดังเล็ดออกมา งงตัวเองเหมือนกันที่ร่างกายไปทำตามเจ้าพวกนั้น รู้สึกว่าตัวเองเริ่มเพี้ยนเข้าทุกวินาทีเมื่ออยู่กับกินโทกิ เคียวชิโร่ก็ได้มองแหยๆอยู่ตรงหน้าประตูไม่ได้เข้ามาร่วมแจมอะไร


               "ขอเดิมพันด้วยชีวิตของเราเลย!"ชินปาจิว่าพร้อมเลื่อยแขน


               "วู้วๆ"แล้วนัตสึมิก็ป้องปากร้องวู้วตามกินโทกิและคางุระ


               "เรื่องแค่นี้สิวๆน้อ วู้ว"


               "เย่"แล้วก็เผลอตบมือตามอีกสองหน่อที่เหลือหลังจากที่คางุระสะบัดปอยผมหน้าเสร็จ


               "เอ๊ะ"นัตสึมิหยุดตบมือเมื่อเห็นคางุระส่งซิกมาว่าถึงตาเธอแล้ว นัตสึมิคิ้วกระตุก เธอต้องทำอะไรแบบนั้นด้วยเหรอ พอเห็นสายตาคาดหวังมาจากกินโทกิและชินปาจิก็อดไม่ได้ที่จะต้องกลั้นใจทำมันบ้าง


               เด็กหญิงหมุนตัว สะบัดปอยผมหน้าตามคางุระ เลียนแบบการกระชับสูทของกินโทกิแล้วยิ้มยีฟันเหมือนชินปาจิ"งานเล็กงานใหญ่ ไว้ใจเราได้!"


               "วี๊ดวิ้วว"คราวนี้เป็นเสียงผิวปากของทั้งสามหน่อ นัตสึมิกุมขมับกับความเพี้ยนที่โดนป้ายยามา


               "มาตราฐานของแมวมองต่ำสุดอยู่ที่บอนด์เซ็นสูงสุดอยู่ที่ซิลเวอร์เซ็น"


               อะไรล่ะนั้น ไม่เห็นจะเช้าใจเลยสักนิด


               นัตสึมิหัวเราะแห้ง ปล่อยให้สามหน่อที่เหลือเถียงกันไป แยกตัวออกห่างจากทั้งสามคนแล้วบิดตัวไปมาคลายความเมื่อยลำตัว


               "ขอโทษที่รบกวนนะครับ"นัตสึมิมองคนที่เดินมายืนข้างๆ อีกฝ่ายยิ้มเจื่อน เด็กหญิงเหล่มองคนที่กำลังอธิบายระดับมาตรฐานของแมวมองอะไรนั้นก็ได้แต่ยกยิ้มเหนื่อยใจ


               "ไม่เป็นไรหรอก ฉันว่าเขาก็ดูสนุกดี"อะไรที่เกี่ยวกับเงินกินโทกิก็มักเป็นแบบนี้ตลอดนั้นแหละ


               "ถึงอย่างนั้นก็เถอะ"เคียวชิโร่ยังคงมีรอยยิ้มประดับเอาไว้ตามประสาโฮสต์"แล้วนี่..ลูกจ้างใหม่เหรอครับ?"


               นัตสึมิหัวเราะแผ่วเบา นับถือเคียวชีโร่ที่ขนาดหน้าตาแปลกใจยังคงความหน้าตาดีไว้ได้อยู่อีก


               "ฉันเป็นน้องเขาน่ะ"ชี้ไปที่กินโทกิที่กำลังพูดจาหลงตัวเองอย่าง


               "พวกเรามันหล่อคับจอเดี๋ยวคนอื่นจะคอยหมองไปด้วยเดี๋ยวจะทำให้ลูกค้าคนอื่นๆกดดันกันเปล่าๆอ่ะนะ"


               "สรุปก็ไม่ได้คิดจะรวบรวมคนหล่อเลยใช่ไหม!"ชินปาจิโวยวาย


               "เอ่อ..คือว่าขอโทษนะครับ"


               เคียวชิโร่ที่นิ่งเงียบมาตลอดพูดชึ้นมาบ้าง เขายิ่งยิ้มเจื่อนไปใหญ่กับคำพูดของกินโทกิที่ดูหลงตัวเองล้านแปดนัตสึมิหน่ายใจอย่างสุดจะสามารถ


               "คุณรับจ้างสารพัดครับ ขอบคุณมากที่ช่วยเหลือกันแต่งานโฮสต์นั้นใช่ว่าจะทำกันได้ง่ายๆนะครับ เจอหน้าปุ๊บต้องเรียกแขกได้เลยจากนั้นก็ต้องมีเสน่ห์ดึงดูดเวลาพูดคุยกับลูกค้าด้วยนะครับ"


               เธอไม่ได้ฟังอะไรต่อหลังจากนั้น นัตสึมิเดินดูของที่วางแผงขายอยู่ข้างทาง มันดูน่าสนใจไม่หยอก เธอเลือกดูของสองสามอย่างแล้ววางกลับที่เดิม มันน่ารักมากก็จริงแต่ให้ซื้อนัตสึมิก็ไม่มีเงินพอที่จะใช้จ่ายมากเท่าที่ควร


               พอมาอยู่ที่ซินเซ็นงุมิ การบริหารเงินทุกอย่างนัตสึมิต้องเป็นคนจัดการเองทั้งหมดเพราะเวลาปกติแค่แบมือขอเงินมัตสึไดระก็คว้ากระเป๋าตังค์มาให้แล้ว


               "สนใจชิมน้ำสมุนไพรไหมครับ"เสียงทุ้มที่เพิ่งแตกหนุ่มร้องทัก นัตสึมิละสนใจจากของที่ระลึกจากแผงขายหันไปมองชุ้มเล็กๆที่ตั้งขึ้น มันถูกวางอยู่ริมสุดข้างร้านขายเสื้อ มีแก้วน้ำเล็กๆบรรจุด้วยน้ำสีใสวางโชว์ คนร้องเรียกเป็นเด็กผู้ชายคนนึงที่สวมหมวกปิดบังใบหน้าไว้


               เธอเดินเข้าไปหา ก้มๆมองๆน้ำสมุนไพรที่ว่า กลิ่นมันหอมเตะจมูกดี


               "ชิมฟรีได้แน่เหรอ?"


               "ครับ"นัตสึมิเห็นมุมปากอีกฝ่ายยกยิ้ม ปัดความสงสัยที่ว่าลักษณะท่าทางของเด็กหนุ่มตรงหน้าคุ้นออกจากหัว ยกแก้วน้ำที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นสัมผัสริมฝีปาก นัตสึมิจิบมันสองสามคำก็ไม่เห็นมีอะไรผิดแปลก เธอตัดสินใจกระดกมันหมดแก้วท่ามกลางรอยยิ้มแปลกๆของเด็กรุ่นเดียวกันตรงหน้า


               "เฮ่ย นัตสึมิอย่ากินอะไรซี้ซั่ว--..นัตสึ..มิ?"


               กินโทกิเสียงขาดห้วง นัตสึมิหันไปมองคนเป็นพี่แล้วเลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถามว่ามีอะไรแต่สิ่งที่ได้รับกลับมาเป็นหน้าตาช็อคโลกของคนที่เหลือ เธอเพิ่งเห็นว่าไม่ได้มีแค่พวกกินโทกิกับเคียวชิโร่แต่มีผู้ชายที่ใส่กล่องลังอีกคนกับพี่สาวโอทาเอะด้วย และนั้น--เธอเห็นคอนโด้ยืนอ้าปากค้างอยู่ตรงนั้น


               ทำไมต้องดูตกใจขนาดนั้นด้วย?


               "อะไร เรียกแล้วไม่พูดนี่หมายความว่าไง--เอ๊ะ"


               นัตสึมิซะงัก ยกมือขึ้นมากอบกุมรอบลำคอ รู้สึกว่าเสียงตัวเองดูทุ้มผิดปกติ พอมองลงที่มือทั้งสองข้างก็เห็นขนาดมือที่ใหญ่ขึ้นกว่าเก่าแถมส่วนสูงคางุระกับชินปาจิก็ดูเตี้ยลง


               เดี๋ยว..คนบ้าอะไรจะเตี้ยลงกัน

               มีแต่เธอนั้นแหละที่สูงขึ้น

               ความคิดพิลึกแทรกเข้ามาในหัว นัตสึมิต่อต้านตัวเองในใจขั้นสุดว่าไม่มีทางเป็นไปได้แต่พอหันไปมองภาพสะท้อนในกระจกร้านซุปเปอร์ทุกอย่างกลับช็อคค้างกว่าเดิม


               ใบหน้าเรียวคม กลุ่มผมสีดำถูกเซ็ตขึ้นอย่างดี ดวงตาสีทัมทิบคมกริบและส่วนสูงที่เพิ่มขึ้นมาอีกเป็นกระลอก พร้อมกับขนาดตัวที่อกผายไหล่พึง นัตสึมิเลื่อนมือมาจับแก้มต้วเอง ตบมันเบาๆว่าใช่ฝันรึเปล่า ความเจ็บแล่นแปร๊บเข้ามาทำให้รู้ว่านี่เป็นความจริง


               เธอกลายเป็นผู้ชายโดยสมบูรณ์


               "ฮ่าๆๆๆ"


               เสียงกลั้วหัวเราะดังมาจากเด็กหนุ่มที่ขายน้ำสมุนไพร นัตสึมิเหมือนตัวเองโดนหลอกเข้าให้ ใบหน้าหล่อคมค่อยๆหันไปมองคนที่ดูสูงเท่ากัน เด็กคนนั้นถอดหมวกออก เผยให้เห็นใบหน้ากวนส้นที่คุ้นเคย


               ไม่ใช่แค่หนึ่งแต่เป็นถึงสอง


               "อากิระเห็นหน้าเมื่อกี้ไหม"


               "ตลกเป็นบ้าเลยล่ะอาการะ"


               ไอ้ฝาแฝดนรก!!!!


               นึกเข่นเคี้ยวในใจ อยากทุบหัวตัวเองที่เผลอไปกินหญ้าที่ฝาแฝดพวกนั้นยื่นให้ เด็กหญิงในคาบชายหนุ่มกัดฟันกรอดได้ยินเสียงอุทานของกินโทกิว่าฝาแฝดด้วยแต่เธอไม่ได้สนใจนัก มองคนที่หน้าตาเหมือนกันกับแกะหมุนตัวกันไปมาแล้วหยุดที่โอบเอวกัน


               "ไฮ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะนัตสึมิ/ไฮ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะนัตสึมิ"


               ไม่ต้องมายิ้มแป้นเลยพวกแกน่ะ!


               "โอ๊ะ ต้องเรียกว่านัตสึมิเมะล่ะ"


               "ดูสิ ตัวสูงเหมือนพวกเราแล้ว"


               "ไม่เตี้ยแล้วล่ะ/ไม่เตี้ยแล้วล่ะ"


               นัตสึมิกุมขมับ อยากปล่อยโฮออกมากับความปั่นประสาทของพวกนี้ อากิระและอาการะเข้ามายืนจับๆหมุนๆเธอเป็นว่าเล่น นัตสึมิ ไม่สิ ต้องเรียกว่านัตสึเมะทำหน้าตายยาก บอกตัวเองไปว่าฤทธิของยาบ้าๆนี่คงหายไปเอง


               อากิระและอาการะเป็นฝาแฝดที่วุ่นที่สุดเท่าที่นัตสึมิเคยเจอ ปกติพวกนั้นมักเงียบๆแต่พออยู่กันไปนานเข้ากลับกลายเป็นว่าเธอโดนพวกนี้แกล้งด้วยไม่ซ้ำแต่ละอย่าง อากิระและอาการะเป็นพวกสมองดี ไม่ผิดแปลกเท่าไรนักที่จะผลิตของไปแกล้งคนอื่นเขาไปทั่วแต่นัตสึมิไม่คิดว่าพวกนี้จะบ้าถึงขยายกิจการขายของแปลกๆมาถึงคาบูกิโจ


               "หุบปากไปเลย"นัตสึ(มิ)เมะปัดมือฝาแฝดที่ลูบหัวเธอออก ทำหน้าไม่ชอบใจใส่พวกที่ดี๊ด๊ามองดูผลงานตัวเองด้วยความชอบใจก็ได้แต่ถอนหายใจ เพี้ยนไม่มีใครเกิน


               "ฉันมีน้องชายเหรอเนี่ย"คิ้วขวากระตุกขึ้นมาอย่างไม่ทราบตอนได้ยินเสียงบ่นกระปอดกระแปดของกินโทกิ รุ่นพี่หนุ่มท้าวแขนลงกับหัวเธอแต่มันกลับดูเก้ๆกังๆเพราะส่วนสูงที่เราเกือบเท่ากัน


               หนึ่งในข้อดี นัตสึเมะคิดว่าตัวเองไม่มีทางสูงได้ขนาดนี้


               "ว่าแต่พวกนายเป็นเพื่อนกับนัตสึเมะเรอะ?"


               นัตสึเมะ? แหม พูดได้เต็มปากเชียวนะ


               "ใช่แล้ว!"ฝาแฝดประสานเสียง เอือมมือกอดคอกันแล้วชี้ไปที่พี่น้องตัวเอง


               "นี่อากิระ"


               "นั้นอาการะ"


               "เอ๊ะ หรือนายจะเป็นอากิระ"


               "ไม่สิ ฉันต่างหากอาการะ"


               บอกแล้วว่าพวกนี้มันเพี้ยน..


               "สรุปชื่ออารากาฮาระคุงสินะ แหม ชื่อยาวกันจริงๆ"


               อ้อ ลืมไปว่ามีคนที่เพี้ยนกว่าอยู่อีก


               "ไม่ใช่อารากาฮาระมะแต่เป็นอากิระกับอาการะต่างหาก"


               ทั้งคู่ประสานเสียงแล้วเดี๋ยวทำไมชื่อมันยาวกว่าเดิมวะ


               แต่ยังไม่ทันที่หนึ่งในฝาแฝดได้พูดอะไรมากไปกว่านี้นัตสึเมะเห็นอะไรขาวๆทองๆพุ่งมาทางนี้พร้อมกับหัวของสองฝาแฝดสะบัดไปทางเดียวกันด้วยแรงของพัดกระดาษ


               ป๊าบ!


               "นี่พวกแกมาก่อเรื่องอะไรอีกห้ะ!"


               "นายท่าน!"


               นัตสึเมะหันมาสนใจคนที่มาใหม่ ผู้ชายผมทอง ใบหน้าคมติดหวานและดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลที่คุ้นเคย


               คนคนนี้ เหมือนเคยเห็นที่ไหน?


               "ขอโทษที่เจ้าพวกนี้มันสร้างเรื่องไว้ด้วยนะครับ"คนที่สองฝาแฝดเรียกว่านายท่านโค้งตัวขอโทษ กินโทกิโบกมือบอกปัดแล้วบอกไม่เป็นอะไรทั้งๆที่เธอสมควรเป็นคนพูดประโยคนั้น เขาถอนหายใจเหนื่อยใจ จังหวะที่เงยหน้าขึ้นมาทำให้เราสบตากันโดยอัตโนมัติ


               เหมือนมีอะไรดังเปรี๊ยะระหว่างเรา


               นัตสึเมะเหมือนนึกอะไรขึ้นออกตอนที่ได้กลิ่นน้ำหอมจากตัวผู้ชายตรงหน้า


               "คุณ!"และดูเหมือนเขาจะจำได้แม้ว่านัตสึมิจะอยู่ในร่างผู้ชายก็ตาม ริมฝีปากยิ้มกว้างแล้วคว้ามือที่เธอขึ้นไปจับ"นัตสึมิใช่ไหมครับ!"


               เธอพยักหน้าขึ้นลงช้าๆ


               "ผมคาโอรุ จำได้ไหมครับ?"


               ก็พอจะลางๆอยู่เหมือนกัน


               "นี่อย่าบอกนะว่านายท่านแอบชอบนัตสึมิ!!"


               ห๊ะ? สองฝาแฝดป้องปากสุดเสียงจนคาโอรุปล่อยมือออกโดยพลัน หน้าทั้งหน้าแดงเหมือนมะเขือเทศสุกอีกฝ่ายยกมือปิดปากแล้วเหล่ตามามองเธอเป็นระยะ


               เฮ้ย--เอาจริงดิ นัตสึเมะอ้าปากพะงาบ โดนกินโทกิกระทุ้งศอกใส่เหมือนจะแซว มีคางุระป้องปากแซวเป็นระยะ เธอยกมือขึ้นเกาหัวแก้เก้อ ไม่รู้จะทำตัวยังไงเลยเลือกที่จะเดินไปหาพวกคางุระแทน


               "แต่น่าเสียดายนะ"


               "นายท่านต้องอกหักละล่ะ"


               "เพราะเธอน่ะไม่สนใจเลยล่ะ"


               เสียงสองฝาแฝดแว่วเข้ามาในโสตประสาท นัตสึมิในร่างเด็กหนุ่มไม่ได้สนใจกับเสียงทะเลาะเบาะแว้งของคาโอรุเท่าไร พอเดินเข้ามาใกล้แบบนี้ คางุระดูตัวเล็กกว่าเดิมสักอีก


               "ลื้อหน้าตาดีจังน้อ ดีกว่าอาชิปาจิอีก"


               "หมายความว่ายังไงน่ะคางุระจัง!"


               นัตสึเมะหัวเราะขึ้นจมูก เหลือบตามองโอทาเอะที่มองมาอยู่ก่อน พอเธอรู้ตัวว่าถูกมองกลับพี่สาวก็แก้มแดง หลบสายตาด้วยท่าทีเขินอาย


               เฮ้ยพี่..เธอก็เป็นผู้หญิงนะเว้ย


               "นัตสึ..มิ"คราวนี้เป็นคอนโด้ที่ดูรับไม่ได้"หลานฉันกลายเป็นผู้ชายอกสามศอกซะแล้ว--รู้ไหม ว่าอาคอนโด้น่ะเก็บรูปถ่ายหนูตอนเด็กๆไว้เยอะแค่ไหน"คอนโด้ว่าพร้อมคว้ากรอบรูปใหญ่ที่ถูกอัดด้วยรูปเธอตอนเด็กไว้ น้ำตาหนองหน้ามองด้วยสายตาเว้าวอน แล้วนั้นไปเอารูปเธอมาจากไหน?


               "ไร้สาระ"


               เปรี้ยง!


               เหมือนมีสายฟ้าฟาดผ่านใจกลางคอนโด้ คนเป็นอาอ้าปากค้าง นัตสึเมะคิดว่าตัวเองพูดด้วยน้ำเสียงปกติเหมือนที่พูดเป็นประจำแต่ที่คอนโด้รับ(มโน)รู้กลับเป็นน้ำเสียงทุ้มกดต่ำพร้อมกับใบหน้าเย็นชา


               คอนโด้สะอื้น วิ่งหนีออกไปพร้อมกับกรอบรูปที่อัดรูปเธอไว้ นัตสึเมะเกาหัวแบบงงๆก่อนที่จะยักไหล่ไม่สนใจ คิดว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิดเลยค
ช่างมัน

               "ปล่อยไว้แบบนั้นจะดีเรอะ"


               "อะไร?"


               กินโทกิพยักเพยินไปทางสองฝาแฝดกับคาโอรุ พอหันไปมองก็เห็นว่าคาโอรุแทบจะกินหัวฝาแฝดได้อยู่แล้วแต่อากิระกับอาการะกลับยิ่งทำตัวกวนประสาทเข้าไปอีก


               "อ๋าาา!!"


               นัตสึเมะสะดุ้ง เคียวชิโร่ที่เพิ่งฟื้นจากการสลบเมือดเมื่อกี้(ที่ไม่รู้ว่าสลบเพราะอะไร)วิ่งไปจับมือกับคาโอรุใหญ่ พอคนผมทองและหน้าตาดีอยู่ด้วยกันแล้วนัตสึเมะเหมือนเห็นแสงสีทองอร่าแผ่ออกมารอบตัวทั้งอยู่ยังไงอย่างนั้น รู้สึกปวดตาจนยกนิ้วขึ้นมาบัง


               "หน้าตาผ่าน หุ่นผ่าน กลิ่นผ่าน"


               เคียวชิโร่จับคาโอรุหมุนตัว แอบเห็นว่าแอบดมกลิ่นเต่าด้วย พอหันไปเห็นสองฝาแฝดก็ยิ่งตาเป็นประกายเข้าไปใหญ่


               "นี่สิที่ตามหา!"เคียวชิโร่ดีใจโอเวอร์แอ็คติ้งในขณะที่พวกเรางงกันไปไก่ตาแตก"พวกคุณพอมีเวลาว่างเป็นโฮสต์กันไหมครับ?"


               คาโอรุตาโต แอบเห็นดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลนั้นตาเป็นประกาย เจ้าตัวหัวเราะร่าแล้วสะบัดผมโอเวอร์ไม่ต่างจากกันพร้อมกับหยิบดอกกุหลาบ(ที่มาจากไหนไม่รู้)ถือไว้"ถ้าหมายถึงโฮสต์ที่ได้ดูแลเหล่าเจ้าหญิง ผมว่างเสมอครับ"


               "เก๊กหล่ออีกแล้ว/เก๊กหล่ออีกแล้ว"


               เคียวชิโร่ดูไม่สนใจกับคำพูดของฝาแฝดเท่าไรนัก เขาดูสนใจหน้าตามากกว่าด้วยซ้ำไป


               "แล้วนี่..ใช่เพื่อนของคุณกินใช่ไหมครับ?"


               เคียวชิโร่หันมาถามรุ่นพี่ข้างตัวแต่กลับซะงักค้างทุกอย่างเวลาเห็นหน้าเธอ นัตสึเมะเลิกคิ้วขึ้น กำลังคิดว่าตัวเองมีอะไรผิดปกติรึเปล่า อ้อ ลืมไป มันผิดปกติหมดทุกอย่างเลยนี่หว่า..


               สายตาอีกฝ่ายไล่มองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า เท้าจรดหัว ทุกอย่างอยู่ในสายตาของนัตสึเมะ เริ่มรู้สึกไม่ดีขึ้นมาตะงิดคล้ายจะเป็นลางร้ายของความวุ่นวาย


               และก็ไม่ต่างจากที่คิดเท่าไร..





               นัตสึเมะเกาหัวตัวเองด้วยความงงงวย ไม่รู้ว่าเคียวชิโร่คิดอะไรแต่ตัวเธอเองก็ถูกถีบส่งให้มายืนล่ออยู่หน้าร้านฮากามาฮาระแล้วซะงั้น คำสั่งของเคียวชิโร่ที่รับมา(และเธอก็งงๆอยู่นิดหน่อยเลยเผลอเออออออกมาอย่างเห็น)คือเรียกลูกค้าสาวๆให้ได้มากที่สุดในระยะนี้


               เขาบอกว่าถ้าเป็นเธออาจจะช่วยได้


               ในขณะเดียวกันเคียวชิโร่ก็กำลังทดสอบพวกกินโทกิที่ทำอะไรสักอย่างอยู่ เห็นบอกว่าทดสอบความเป็นโฮสต์อะไรแบบนั้น นั้นก็ยิ่งไม่เข้าใจไปกันใหญ่ว่าทำไมเธอถึงไม่ได้รับบททดสอบอะไรแบบนั้นบ้างแต่กลับถูกส่งมาที่หน้าร้านพร้อมกับฝาแฝดนรกและคนหัวทองที่ดูเปล่งประกายตลอดเวลา


               คาโอรุในร้านโอทาเอะวันนั้นกับคาโอรุคนที่เหมือนเจ้าชายต่างกันลิบลับ แทบไม่อยากจะเชื่อว่าเป็นคนเดียวกันก็ตอนที่อีกฝ่ายเรียกแขกได้จนรุมล้อมขนาดนั้น


               นัตสึเมะถอนหายใจ เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องทำยังไง ทั้งชีวิตเกิดมามีแต่จับดาบ ของกิน นอนและงานคุณหนูที่ทำแล้วเละออกมาทุกทีไม่ต่างอะไรจากพวกฝาแฝดที่ยืนงงท่ามกลางสาวๆนั้นหรอก


               แต่ขนาดพวกฝาแฝดนั้นยังเรียกแขกได้ทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรก็ดูดีกว่าเธอเป็นไหนๆ


               นัตสึเมะนึกหัวเราะตัวเองอยู่ในใจ เป็นผู้หญิงแต่ต้องมาเอาใจผู้หญิงด้วยกันเนี่ยนะ ตลกร้ายที่สุด


               คลิ๊ก..


               มีอะไรบางอย่างกลิ้งตกลงมาจนถึงรองเท้า พอหยิบมันขึ้นมาถึงได้รู้ว่าเป็นพวงกุญแจกลมๆขนาดเท่าฝ่ามือ หมายถึง ขนาดเท่าฝ่ามือเธอตอนปกติไม่ใช่ผู้ชายอกสามศอกแบบนี้


               "เอ่อ..ขอโทษนะคะ"มีผู้หญิงเดินเข้ามา หล่อนถือกระเป๋าขนาดพอดีปลายสายของพวงกระเป๋ามีบางอย่างขาดออกจากกัน ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าพวงกุญแจนี่เป็นของเจ้าหล่อน นัตสึเมะยื่นมันคืน"ขอบคุณนะคะ"


               "ครับ"


               เธอตอบเพียงเท่านั้น ไม่ชินกับเสียงตัวเองเลยสักนิดแถมกระดากปากไม่ชินกับการพูดคงพูดครับด้วย


               ตั้งใจว่าจะหันหลังกลับไปหาพวกคาโอรุแต่ท่าทางอึกอักของผู้หญิงข้างหลังดันดึงความสนใจไปหมด นัตสึเมะเลิกคิ้วเป็นเชิงถามว่ามีอะไรรึเปล่า ขอบคุณระยะที่ไม่ใกล้และไม่ห่างกันมากนักทำให้เธอไม่ต้องก้มหัวคุยกับผู้หญิงที่มีส่วนสูงน้อยกว่า


               พอเห็นแบบนี้ก็พอเข้าใจแล้วว่าทำไมกินโทกิถึงได้ชอบฟาดแขนมาตามไหล่กับหัวเธอนัก แบบนี้ไม่ต่างอะไรจากพนักพิงแขนดีๆเลยด้วยซ้ำไป


               "เอ่อคือ..เป็นโฮสต์เหรอคะ?"


               คำถามถูกส่งกับมา นัตสึเมะคิดหาคำตอบ ไอ้ตัวเราก็ไม่ใช่โฮสต์ด้วย ถึงวันนี้จะถูกวานให้เป็นโฮสต์ชั่วคราวก็เถอะ จะให้ตอบไปก็ใช่ว่าจะตอบได้เต็มปาก


               นัตสึเมะลูบต้นคอ มองสบกับดวงตาคล้ายกวางของอีกฝ่าย คำพูดของเคียวชิโร่ที่บอกให้เรียกแขกให้ได้เยอะที่สุดผุดขึ้นมาในหัว


               "ก็..คงงั้นมั้ง"เธอตอบเสียงเบา เปลี่ยนจากลูบต้นคอด้วยความประหม่ามาเกาเข้าที่พวงแก้มเพราะรู้สึกคันนิดๆ"ถ้าว่าง จะมานั่งคุยกันก็ได้นะครับ"


               และไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าการกระทำที่ไม่ได้ตั้งใจกับคำพูดที่อยากช่วยเคียวชิโร่ดันทำใจดวงน้อยของหญิงสาวเต้นโครมคราม


               "ก..ได้ค่ะ! มะ ไม่ทราบว่าชื่ออะไรเหรอคะ"


               นัตสึเมะไม่เข้าใจเท่าไรว่าหล่อนจะหน้าแดงขนาดนั้นไปเพื่ออะไร


               "นัตสึ.. เอ่อ นัตสึเมะครับ"เกือบบอกไปว่านัตสึมิเข้าจนได้ อีกฝ่ายพนักหน้าหงึกหงัก เจ้าหล่อนคุ้ยหาของในกระเป๋าสักพักก่อนที่จะยื่นอะไรบางอย่างออกมา


               โทรศัพท์?


               "คือว่าขอเบอร์ติดต่อได้ไหมคะ..พะ พอดีเผื่อฉันมาทางไม่ถูกจะได้ ทะ โทรหาคุณ"


               แอ๊ดดดดด!!!


               เสียงแตรรถดังขึ้นเรียกความสนใจได้ไม่ยาก นัตสึเมะหันไปสนใจต้นเหตุไม่ได้สนใจผู้หญิงที่ยิ้มแห้งค่อยๆเก็บโทรศัพท์ตัวเอง ตรงหน้าที่เห็นคือผู้หญิงต่อแถวยาวเถือกไปจนถึงกลางถนนทำให้รถสัญจรไปมาไม่ได้


               สาเหตุเป็นใครอื่นไม่ได้นอกจากคาโอรุที่ยิ้มโปรยเสน่ห์เรี่ยราด


               "เจ้าหญิงทุกคนช่วยขยับเข้ามาด้วยนะครับ อย่าให้ลงถนนกันนะ"


               ใบหน้ายิ้มแย้มไปด้วยพราวเสน่ห์ของเจ้าชายและรอยยิ้มจริงใจถูกส่งไปให้กับสาวๆที่ต่อแถวยาวเหยียด นัตสึเมะคิดว่านั้นไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนักเพราะผลตอบรับที่ได้ดันเป็นเสียงกรี๊ดกร๊าดของเหล่าสาวๆและจำนวนที่เพิ่มขึ้น


               พอเห็นแบบนี้เธอว่าเก้าอี้โฮสต์อับดับ 1 ของคาบูกิโจของเคียวชิโร่ได้สั่นไหวแล้วล่ะมั้ง


               "ไม่ไหวเลยแฮะ/ไม่ไหวเลยแฮะ"


               ฝาแฝดที่พากันแทรกผ่านออกมาจากบรรดาสาวๆได้ว่า หน้าของอากิระและอาการะเต็มไปด้วยความแหยแก เจ้าตัวไม่เคยเจอแบบนี้มาก่อนแน่ถึงได้ทำท่ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกขนาดนั้น


               "ทำไมถึงโดนรุมขนาดนั้น"


               ผลตอบรับเป็นทั้งคู่หยักไหล่เซ็งจิต


               "นายท่านน่ะชอบอะไรแบบนี้ล่ะ"


               "เขาชอบเอาใจสาวๆ!"


               "และชอบลากเราไปเอี่ยวด้วย!/และชอบลากเราไปเอี่ยวด้วย!"


               นัตสึเมะยิ้มแหยกับฝาแฝดที่ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ อากิระเหล่มองคนข้างตัวเธอแล้วร้องออกมาเสียงดัง


               "มีคนกล้าทักนัตสึเมะด้วยแหละ!"


               "ว้าว! เหลือเชื่อชะมัด"


               "อะไร?"คิ้วขมวดมุ่น ยังไม่ทันที่ฝาแฝดจะได้พูดผู้หญิงคนนั้นก็ขอตัวออกห่างไปตอนไหนก็ไม่รู้


               "เอ้า ไปซะแล้วล่ะ"


               "ไม่เกิน 5 นาทีจริงๆด้วย!"


               แล้วเธอก็หันมาถามอีกรอบว่า"อะไร?"อะไรคือสิ่งที่พวกนี้กำลังพูดกันอยู่เนี่ย ไม่เห็นจะเข้าใจเลยสักนิด นัตสึเมะคิดว่าวันนี้ตัวเองคิดว่าไม่เข้าใจอะไรหลายเรื่องแล้วนะ


               "นี่ไม่รู้ตัวจริงๆเหรอ"อาการะถามยิ่งทำให้สงสัยเข้าไปใหญ่


               "เธอน่ะ"อากิระชี้เข้ามา นัตสึเมะชี้เข้าที่ตัวเองด้วยความงงงวย


               "ปล่อยออร่าออกมาเยอะเกินไปแล้ว!"


               อะไรวะ???


               "ออร่า? อะไรเนี่ย"


               "ก็เธอน่ะมีเสน่ห์ ยิ่งเป็นผู้ชายแบบพวกผู้หญิงชอบแล้วด้วย"


               "หน้าคม! อกผายไหล่ผึง! แถมดูเย็นชา! อย่างกับเจ้าชายน้ำแข็งแหน่ะ"อากิระเสริมทับคำพูดของฝาแฝดตัวเอง"และเพราะเป็นแบบนั้นถึงได้ไม่มีใครกล้าเข้ามายังไงล่ะ"


               "หมายความว่า..?"


               "หมายความว่าพวกนั้นน่ะไม่กล้าเข้ามาหาเธอน่ะซี่"


               "ถึงเข้ามาก็ไม่ถึง 5 นาทีหรอก!"


               "พวกเราน่ะคำนวณไว้เรียบร้อยแล้วล่ะ!/พวกเราน่ะคำนวณไว้เรียบร้อยแล้วล่ะ!"


               นัตสึเมะกุมขมับ เริ่มตาลายกับภาพฝาแฝดที่พูดขึ้นมาทีละประโยค เริ่มจะแยกไม่ออกแต่ก็พอเดาทางได้อยู่บ้าง


               "นั้นก็เท่ากับว่าฉันเรียกแขกไม่ได้?"


               "เรียกได้แน่ถ้าเธอดูเป็นมิตรกว่านี้!"ทั้งคู่ประสานเสียง


               ปี๊ดดดด


               ยังไม่ทันได้ถามอะไรต่อเสียงนกหวีดก็ดังขึ้น การจราจลของสาวๆเบาบางลงเหลือแค่พวกเธอเท่านั้น คาโอรุน้ำตาแทบหนองหน้าตอนที่เหล่าแขกที่เรียกมาได้หายลับไปเพราะมีรถตำรวจเข้ามาจอดที่หน้าร้าน


               คิ้วขวากระตุก เหมือนจะมีเรื่องวุ่นวายขึ้นมาจริงๆ


               และเรื่องวุ่นวายที่ว่าอาจจะเป็นกินโทกิที่โผล่ออกมาจากประตูหลังของรถตำรวจพร้อมกุญแจมือกับพวกคนอื่นๆที่เหลือที่พร้อมกันใส่กุญแจมือกันเป็นแถบ


               หรือจะเป็นรถตำรวจซินเซ็นงุมิสุดคุ้นตาและคนขับคือคนที่เธอฟาดดาบไม้ใส่ตอนเช้ากับรองหัวหน้าหน่วยที่โผล่ออกมาจากข้างคนขับดีล่ะ


               "รถตำรวจของจริงล่ะ"


               นั้นไม่ใช่เรื่องที่น่าภูมิใจนะอากิระอาการะ




               "อ่า..ทุกคนครับคือผมขอให้ทุกคนช่วยเรียกลูกค้าแล้วทำไมทุกคนถึงถูกจับซะเองล่ะ"เคียวชิโร่เหงื่อตก มองกลุ่มคนที่ใส่กุญแจเรียงรายคนนั้นรวมถึงคาโอรุที่ก่อจราจลสาวๆขึ้นมาด้วย นัตสึเมะจะพยายามไม่สนใจสายตาเหมือนลูกหมาที่ถูกส่งมาของคาโอรุให้ช่วยนั้นด้วย


               เธอไม่ถูกจับไปด้วยเพราะอยู่ห่างคาโอรุพอสมควร สองฝาแฝดก็สลัดสาวออกมาได้เลยไม่โดนหางเลข


               นัตสึเมะคิดมาตลอดว่าถ้าหากฮิจิคาตะและโอคิตะเห็นเธอในสภาพนี้จะเป็นยังไง จะตกใจเหมือนคอนโด้ ยอมรับได้เหมือนกินโทกิหรือจะโวยวาย ตอนนี้รับรู้ได้แล้วว่าทั้งคู่ไม่รู้สึกอะไรเลยเพราะคิดว่าเธอเป็นพลเมืองคนนึงของคาบูกิโจเท่านั้น


               อ่าฮะ พวกนั้นจำไม่ได้ว่าเธอคือนัตสึมิ


               เจ็บแค้นฉันใด หน้าตาก็ไม่ได้เปลี่ยนไปมากนะจะบอกให้!(?)


               "ผู้จัดการ ถ้าไม่มีตำรวจงี่เง่านี่ล่ะก็พวกเราจะได้ลูกค้าเพิ่มขึ้นมาสักสองสามคน จริงไหมอิซาโอะ"กินโทกิที่นั่งซ้อนทับอยู่หลังคอนโด้ว่าขึ้นมา แอบเห็นว่าคาโอรุก็พยักหน้าหงึกหงักสมทบด้วยซะงั้น


               "จริงงง พูดถูกต้องแล้วครับ ตำรวจสมัยนี้แย่จริงๆอ่ะแค่นี้ก็มาจับกันด้วย เมืองนี้อยู่ยากขึ้นมาทุกวันแล้ว"


               แหม ตัวเองก็เป็นตำรวจไม่ใช่รึยังไง นัตสึเมะอยากจะตระโกนถามซะจริง


               "แล้วแกไม่ใช่หัวหน้าตำรวจรึยังไงกัน"


               "นั้นน่ะเป็นอดีตไปแล้ว"นัตสึเมะเห็นอะไรบางอย่างถูกยื่นมา เหมือนจะเป็นกล้วยและคอนโด้ก็ดันอ้าปากกินมันคล้ายกอลิล่า"ตอนนี้ฉันทิ้งตำแหน่งและศักดิ์ศรีเพื่อคุณโอทาเอะ--ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะเอาดีด้านทาส โฮสต์คาร์แทนไงล่ะ งั่มๆ"


               "คุณคอนโด้ถ้าจะเป็นทาสนี่ต้องเริ่มตั้งแต่สมัยโจมงเลยนะครับ"นัตสึเมะเหลือบมองโอคิตะที่พูดขึ้นมาบ้าง ท่าทางเขายังดูปกติดี พอเห็นหน้าโอคิตะแล้วความรู้สึกที่ทำไปเมื่อตอนเช้าก็จู่โจมขึ้นมากะทันหัน เธอสะบัดหัวไล่ความคิดนั้นทิ้ง ก็สมควรแล้วนี่ โอคิตะน่ะ อยู่ๆก็มาทำตัวแบบนั้นใครจะทนกัน


               ไม่มีใครชอบโดนเมินหรอก เธอก็ด้วย


               "กลับกันได้แล้วถ้าอยากทำงานกับรถล่ะก็ก็ไปทำงานสายตรวจในเมืองนู้นไป"ฮิจิคาตะว่า ดึงแขนคอนโด้ให้ลุกขึ้นแต่คนเป็นหัวหน้ากลับดื้อดึงอยู่กับพื้นแทน


               "เป็นโฮสต์ก็สามารถปกป้องเมืองได้เหมือนกันแหละ!ถ้าขืนปล่อยไว้เมืองนี้ก็ถูกมาดามทำลายย่อยยับหมดเลย!"


               "พูดอะไรไม่เห็นรู้เรื่อง"โอคิตะ


               "กินน นายช่วยพูดอะไรให้หน่อยสิว่าถ้าไม่มีตัวเอสอย่างฉันน่ะจะลำบากแค่ไหนทั้งหนวดขาวทั้งลูฟี่ก็ไม่ยอมอยู่เฉยแน่"


               นัตสึเมะมองคอนโด้ด้วยสายตาว่างเปล่า ไม่อยากเชื่อว่าคนที่ใส่กางเกงในตัวเดียวแล้วร้องโวยวายตอนนี้คือคนที่มีศักดิ์เป็นลุง


               "เพี้ยนชะมัด"สองฝาแฝดพึมพำ"เหมือนนายท่านเลย"


               ก็ยังโยงเข้าคาโอรุได้หมดล่ะนะเจ้าพวกนี้


               เธอไม่ได้สนใจเสียงเอะอะของคอนโด้อะไรต่อนัก เหลือบไปเห็นสีหน้าของเคียวชิโร่แล้วก็รู้สึกไม่ดีขึ้นมาอีกกระรอบ เธอเห็นสายตาที่เหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ก่อนที่จะแปรเปลี่ยนเป็นสายตาที่มีแต่แววประกาย


               เหมือนกับตอนที่เห็นหน้าคาโอรุ


               "กลับเร็วเข้า!"


               "ม่ายยยย ปล่อยกอลิล่าออกไปน้าาา ผู้จัดการรร"


               "เอ่อ อย่าเพิ่งไปจะได้ไหมครับ"เคียวชิโร่รั้งไว้ คอนโด้ที่แหกปากโวยวายมาตลอดร้องดีใจแต่กลับถูกเคียวชิโร่เหยียบหน้าเข้าให้ใช้เป็นทางผ่านถึงตำรวจสองนาย"ไม่ได้หมายถึงกอลิล่า"เคียวชิโร่จับไหล่ทั้งสองข้างของฮิจิคาตะและโอคิตะไว้ นัตสึเมะเหมือนเห็นลางออกมากลายๆ"แบบนี้..แบบนี้แหละ! อาจจะได้เรื่องก็ได้นะ"



               ไม่นานนักทุกอย่างก็ถูกเตรียมพร้อมไว้ สองตำรวจหนุ่มถูกจับเนื้อแต่งตัวด้วยชุดสูท นัตสึเมะเท้าคางมองด้วยความไม่สบอารมณ์ แค่คิดว่าจะมีเรื่องวุ่นๆตามหลังหัวก็หมุนติ้วแล้ว ไหนจะมีอาการะกับอากิระที่ยั่วโมโหคาโอรุได้ทุกวินาทีนั้นอีก ไม่รู้ว่าไปทำอีท่าไหนถึงได้โดนคาโอรุไล่กระทึบ แต่สองฝาแฝดก็ยังคงคอนเซ็ปเดิม หัวเราะได้แม้กระทั่งจะโดนด่า


               "ผมนี่เล็งใครไม่พลาดจริงๆ"เคียวชิโร่พูดอย่างภูมิใจ มองฮิจิคาตะที่ใส่สูทพร้อม หลังจากนั้นพวกเขาก็คุยอะไรกันต่อสักอย่างที่เธอขี้เกียจจะฟังเพราะดันสนใจเข้ากับอีกเรื่องพอดี


               เรื่องของผู้ชายที่อยู่ในหัวกับผู้หญิงที่เอนซบขนาบข้างนั้น


               ไม่รู้ว่าโอคิตะไปเรียกแขกมาจากไหนถึงได้มีผู้หญิงมาซบอกได้ถึงสองคนขนานนั้น ท่าทางเจ้าตัวก็ดูภูมิใจไม่น้อยถ้าดูจากมือที่โอบไหล่สองสาวนั้นไว้ล่ะก็นะ


               นัตสึเมะขมวดคิ้วมุ่น ไม่เข้าใจอีกแล้วว่าทำไมตัวเองถึงดูไม่สบอารมณ์นัก นั้นอาจจะเป็นเพราะโอคิตะอยู่ในหัวตลอดเพราะเราผิดใจกัน(ด้วยเรื่องอะไรไม่รู้)แต่เจ้าตัวก็ยังยิ้มหน้าระรื่นกับสาวๆได้อยู่ล่ะมั้ง


               "..."


               โอคิตะเงยหน้าขึ้นมาจากสาวๆที่ขนาบข้างตัว เขาคงรู้ตัวแล้วว่าโดนมองอยู่ นัตสึเมะเองก็ไม่คิดจะหลบสายตา เธอยกไวน์ขึ้นมาจิบทั้งที่สายตาเราสองคนสบเข้าหากัน


               แววตาคู่นั้นสั่นไหว


               ไม่เข้าใจว่าโอคิตะคิดอะไรและไม่เข้าใจตัวเองด้วยว่าทำไมต้องลุกขึ้นยืนออกไปนอกร้านเวลานี้


               "พวกเธอน่ะพิเศษกว่าใครเลย"


               นั้นเป็นคำพูดของโอคิตะประโยคสุดท้ายที่นัตสึเมะได้ยิน เหมือนเจ้าตัวกำลังจะพูดกับฮิจิคาตะว่าการทำเงินของโฮสต์มันง่ายอะไรเถือกนั้น เธอจับใจความได้เท่านี้นอกนั้นก็รับได้เพียงเสียงเรื่องยนต์รถและเสียงพูดคุยของคนในคาบูกิโจ


               "อุ้ยตาย เด็กใหม่เหรอจ๊ะ"นัตสึเมะซะงัก ออกมาจากหลังบานประตูสีทองได้ไม่นานก็ถูกทักด้วยน้ำเสียงที่ถูกดัดแหลม นัตสึเมะมองไป เจ้าของเสียงเป็นชาย..ไม่สิ หญิงสาวที่หน้าคล้ายผู้ชายทุกตารางนิ้ว หนวดเฟิ้มและขนหน้าแข็งแถมยังตัวใหญ่..ใหญ่มาก


               "คะ ครับ.."


               "โฮะๆ เคียวชิโร่นี่ตาถึงดีจริงๆ"แล้วกระเทยเป็นฝูงก็ถยอยกันเข้าไปในร้าน นัตสึเมะตั้งสติ กว่าจะประมวลผลกับคนพวกนั้นได้ก็ถูกล่วงเกินอย่างจับหน้าอก จับผม จับหน้าไปหลายทีและหลายคน


               "นี่เป็นร้านที่ดื่มไม่อั้นได้ใช่ไหม"


               ยังไม่ทันได้พักหายใจกับเหล่าชายแต่งหญิง ผู้หญิง เน้นน้ำว่าผู้หญิงแท้ๆก็เดินเข้ามาถาม โซซัดโซเซ หน้าแดงกล่ำลามไปถึงลำตัว หล่อนเป็นผู้หญิงสวยคนนึงแม้จะมีรอยแผลเป็นยาวบนใบหน้า


               "เอ่อ หัวหน้าคะยืนดีๆสิคะ"


               อ่าฮะ คอนเซ็ปเดิมเหมือนพวกตะกี้เป๊ะๆ คือมากันเป็นฝูงเลยก็ว่าได้


               "เอิ๊ก! ช่างมันเถอะน่า สรุปนี่ใช่ร้านที่ว่านั้นใช่ไหม เอ้าถอยไป"แล้วพี่แกก็ผลักนัตสึเมะออกห่าง หายวับเข้าไปในประตูบานนั้นไปอีกคนตามด้วยคนที่เหลือที่หันมาขอโทษขอโพยกับหัวหน้าตัวเองและแสดงสีหน้าเห็นอกเห็นใจ


               ไม่นานนักเด็กผู้หญิงก็เดินตรงเข้ามา หล่อนคงเป็นเด็กผู้หญิงที่ดูปกติดีถ้าคนที่ตามหลังมาไม่ใช่ผู้ชายร่างกายบึกบึนด้วยมัดกล้ามทาหน้าแต่งหญิงมาด้วย พีคสุดคงเป็นผู้ชายที่ใส่เพียงผ้าเช็ดตัวหุ้มตัวหนีบมาด้วยกะลังมังใส่สบู่เหลว


               เฮ้ย..


               "ฉันขอเข้าไปหน่อยนะ"


               แล้วก็เดินเข้าไปกันหมดยกขโยง


               นัตสึเมะเกาหัว คิดว่าข้างในคงไม่เป็นอะไรหรอกมั้ง มีเคียวชิโร่อยู่ทั้งคนคงเอาได้อยู่-- เด็กหญิงในร่างชายหนุ่มเดินออกมารับลม ตัดสินใจนั่งลงบนราวบันไดของร้าน มองบรรยากาศแสงสีเสียงที่พราวระยับกับรับลมเย็นๆก็ดูดีไปอีกแบบ


               เธอหลับตาลง รับกลิ่นถนนและเครื่องยนต์เข้ามา รับสายลมแผ่วเบาที่ปะทะเข้ากับผิว


               ไม่รู้ตัวว่าทุกอย่างถูกจับจ้องด้วยสายตาของใครบางคน


               "ขอโทษนะคะ"ดวงตาคมเปิดขึ้นมองผู้หญิงตรงหน้า หล่อนใส่ชุดสีดำทั้งตัว ทั้งหมวก ชุด ถุงมือและกระเป๋า นัตสึเมะลงจากราวบันได โค้งตัวให้หญิงสาวตรงหน้า


               มีออร่าบางอย่างบอกเธอว่าคนนี้คือคนที่ทำให้เรื่องทุกอย่างเกิดขึ้น


               "พอดีฉันจองเอาไว้"


               "รู้แล้วล่ะครับ"นัตสึเมะตอบเสียงนุ่ม ผายมือไปทางประตูบานใหญ่"เชิญได้เลยครับ"


               มาดามพยักหน้ารับ หล่อนก้าวเดินขึ้นบันไดเตี้ยๆไปในขณะที่นัตสึเมะกำลังหาจังหวะเหมาะๆกระโดดขึ้นไปนั่งที่เดิม มาดามหันกลับมามองอีกครั้ง


               "แล้วคุณไม่กลับเข้าไปข้างในเหรอคะ?"


               "อ้อ ไม่ล่ะครับ ฉันถนัดรับแขกแบบนี้มากกว่า"เปล่า ถนัดอู้งานต่างหาก"พวกเขารอคุณอยู่นะ"


               มาดามไม่ได้พูดอะไรต่อ นัตสึเมะก็ไม่คิดจะชวนคุย หล่อนก้าวเดินอีกขั้นแต่ดูเหมือนจะไม่ทันได้มองถึงได้ทำท่าจะล้มไปข้างหน้า


               พรึบ


               ตัวมาดามถูกดึงเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นหอมของดอกจัสมิน นัตสึเมะปล่อยมือออกจากข้อมือขาว ถอยตัวออกห่างแล้วลูบต้นคอ


               "ขอโทษที่ล่วงเกิน--ไม่เป็นอะไรนะครับ?"


               "ค่ะ"


               แล้วหล่อนก็เดินหายเข้าไปด้านใน ไม่นานนักที่จะได้ชมวิวสวยๆตอนกลางคืนทุกคนที่เคยเข้าไปตอนแรกก็ถยอยออกมา จากที่ดูคนที่ไม่ออกมาคิดว่าคงเป็นหัวหน้าของแต่ละกลุ่มเพราะนัตสึเมะไม่เห็นร่างสูงใหญ่ สาวหน้าแดงและสาวปิดตาข้างนึงออกมาด้วย


               นั้นก็ไม่ใช่เรื่องของเธออยู่ดี


               แปะ..


               แปะ..แปะ..


               หยาดน้ำฟ้าตกกระทบกับใบหน้า นัตสึเมะปราดน้ำฝนออกจากหน้าตัวเอง ฝนเริ่มตกมาปอยๆ คิดว่าอีกไม่นานก็คงหนักขึ้นตามแรง นัตสึเมะยืนพิงกับประตูบานใหญ่ ยังไม่คิดที่จะอยากเข้าไปเท่าไรนัก ขอยืนรับน้ำฝนแบบนี้ยังดีกว่า


               "ไม่เข้าข้างในเหรอครับ"


               "แล้วทำไมนายถึงมาอยู่ตรงนี้ได้ล่ะ?"


               เคียวชิโร่หัวเราะ ใบหน้าเปียกไปด้วยหยาดน้ำฝนไม่ได้ทำให้ระดับหน้าตาดีลดน้อยลงเลยจริงๆ


               "นั้นน่ะสิครับ"


               "มาดามอยู่ข้างใน"เธอว่า เคียวชิโร่ดูตกใจนิดหน่อย เขาทำท่าจะเดินกลับเข้าไปในร้านแต่นัตสึเมะดึงแขนไว้"เธอเข้าไปนานพอแล้ว อีกหน่อยคงออกมา"


               เคียวชิโร่ดูไม่เข้าใจ


               "ไม่ลองส่งเธอขึ้นรถตรงนี้ล่ะ"


               นัตสึเมะเดินกลับเข้าไปในร้าน ปล่อยให้เคียวชิโร่ยืนอยู่ตรงนั้น ท่ามกลางสายฝนในร้านดูไร้เสียงของข้างนอก เธอแทบไม่ได้เสียงฝนเลยสักนิดเดียว นัตสึเมะเดินเข้าไปสักพักก็เห็นมาดามเดินออกมาอย่างที่คิด


               มุมปากยกยิ้ม


               "สนุกไหมครับ"


               เธอไม่ได้พูดอะไรแต่นัตสึเมะแอบเห็นว่าระดับมุมปากเธอยกขึ้นมานิดหน่อย"ก็ดีนะคะ"


               "งั้น..ก็เดินทางปลอดภัยนะครับ"นัตสึเมะผายมืออีกรอบ"หวังว่าจะชอบกับร้านของเรา"



               "คุณผู้หญิง คืนนี้ตัดสินใจจะไปที่ไหนกับใครได้รึยังครับถ้าหากยังล่ะก็ขอเชิญเข้าที่ร้านนาคาฮามากะเพื่อพักปีกก่อนไหมครับ"



               นัตสึเมะยิ้มออกมา สมแล้วที่เป็นเคียวชิโร่ถึงสามารถพูดอะไรมีเสน่ห์แบบนี้ได้แต่รอยยิ้มก็หุบลงตอนที่เห็นสภาพร้านที่เละไปหน้ากอง


               คาโอรุหมดสติ เปลือยท่อนบน


               อากิระ อาการะกอดคอดื่มเหล้า


               และกินโทกิ ฮิจิคาตะที่นอนจมแก้วบั่นดี


               ไม่รวมถึงพวกโอทาเอะที่ดื่มเหล้าเหมือนน้ำเปล่านั้นอีก ชินปาจิก็เหมือนจะตายให้ได้ คางูระ โอเค เด็กๆคงได้เวลาเข้านอนแล้ว เธอจะทำเป็นมองไม่เห็นว่าในมือถือแก้วอะไรไว้อยู่


               "ละทิ้งหน้าที่แบบนี้ไม่ดีเลยนะ"


               นัตสึเมะซะงัก เธอหันไปมองโอคิตะที่เดินโซเซนิดหน่อย แก้มสีระเรื่อบ่งบอกได้ดีว่าเจ้าตัวก็ดื่มมา เธอไม่ได้พูดอะไรเพียงแต่เดินผ่านโอคิตะไปดึงคอเสื้อกินโทกิและฮิจิคาตะให้นอนดีๆที่โซฟา


               "นัตสึมิ"


               คราวนี้อีกฝ่ายเรียกชื่อชัดเจน เจ้าของชื่อซะงักอีกครั้ง ดวงตาเรียวคมเผลอเบิกกว้างโดยไม่รู้ตัว โอคิตะรู้ว่าเธอเป็นนัตสึมิงั้นเหรอ? ทั้งที่ตอนเจอกันเธอไม่ได้ทำท่าทีรู้จักเขาเลยด้วยซ้ำ นั้นไม่ใช่เพราะอะไรนอกจากความขุ่นเคืองในใจเท่านั้น


               "นายรู้?"


               "คุณคอนโด้พูดออกมาหมดแล้ว"หันไปมองคนเป็นลุงก็เห็นร่างกายเปลือยเปล่าที่มีหัวปลาปิดส่วนสำคัญเอาไว้ ใบหน้าฟกช้ำไปด้วยรอยแดงและบวมเป่ง แก้มแดงๆชัดเจนว่าคงเผลอพูดออกมาตอนเมาแหลก


               "แล้ว?"เธอเลิกคิ้ว ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง พอดูแบบนี้แล้วส่วนสูงเธอกับโอคิตะก็เท่ากันเป๊ะ แอบภูมิใจตัวเองนิดหน่อยเพราะชาตินี้คงไม่มีทางสูงขึ้นได้เร็วทันใจเท่านี้มาก่อน


               "ยังโกรธอยู่รึไง"


               "โกรธ?"นัตสึเมะแค่นหัวเราะ"ฉันจะโกรธอะไรนายได้"


               โอคิตะนิ่งเงียบ เธอข่มอารมณ์ลง ไม่อยากพาลใส่โอคิตะเหมือนเมื่อเช้าอีก มันดูไร้สาระดีแต่ถ้าย้อนกลับไปได้เธอก็จะทำแบบเดิม มันน่าหงุดหงิดจริงๆที่ถูกเมินกันตรงๆแบบนั้น


               ขนาดตอนนี้ที่โอคิตะเอาแต่เงียบมันยังดูไม่ชอบใจเลยสักนิดเดียว


               "ขอโทษ"


               เป็นอีกครั้งที่เท้าทั้งสองข้างหยุดเดินกระทันหัน เพราะโอคิตะเอาแต่เงียบเธอเลยตัดสินใจจะเดินผ่านเขาอีกรอบ ตั้งใจว่าจะไปจับอาการะกับอากิระแยกออกจากวงเหล้า พวกนั้นอายุพอๆกับเธอ การดื่มของมึนเมาไม่ใช่เรื่องดี อย่างน้อยนัตสึเมะก็ยังมีจิตสำนึกในการพ้นวุฒิภาวะ


               แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็แอบลองชิมไปแล้วแหละ ตั้งแต่งานโอทาเอะก็ไม่แตะอีกเลย รสชาตแย่เหมือนมายองเนสไม่มีผิด ต่างกันตรงที่มันขมแทนหวานอมเปรี้ยว


               นัตสึเมะหันกลับไปมองโอคิตะอีกรอบ พบว่าเจ้าตัวก็มองมาก่อนแล้ว เขาไม่หลบสายตาและนัตสึเมะเองก็ไม่คิดว่าตัวเองควรหลบสายตาด้วยเช่นกัน


               "ฉันผิดเอง"โอคิตะพูดเสียงแผ่วเบาเหมือนเด็กที่ยอมรับผิด


               "แล้วนายโกรธอะไรฉันนัก?"คราวนี้นัตสึเมะวางท่าเป็นผู้ใหญ่ดุเด็ก เลียนแบบท่ากอดอกของกินโทกิที่ชอบดุเธอตอนเด็กๆ พอได้ยินคำขอโทษที่มาจากปากหนักๆของหัวหน้าหน่วย 1 แล้วก็เริ่มรู้สึกดีขึ้นมาหน่อยๆ ความคุ่นเคืองที่มีอยู่ในใจหายวับเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น


               นัตสึเมะตั้งใจว่าจะหยอกล้อกับโอคิตะให้รู้สึกผิดไปอีกสักนิดแต่คำพูดของฝ่ายตรงข้ามกลับทำให้เธอเองสตั้นไปซะงั้น


               "ฉันไม่ชอบเวลาเธออยู่กับคุณฮิจิคาตะ"


               นัตสึเมะปิดปากตัวเอง ยิ่งสายตาจริงจังถูกส่งมาก็ยิ่งตอกย้ำความคิดในหัว ความรู้สึกนึกคิดไตร่ตรองหลงเชื่อกับความคิดตัวเองเป็นเท่าตัว


               อย่าบอกนะว่าโอคิตะหึงฮิจิคาตะน่ะ?







TBC.




มีแต่คนคิดว่าเป็นตอนสลับเพศ5555555

ทุกคนนนมันไม่ใช่น้าาา ตอนนี้มันเป็นตอนโฮสต์จ้า

จริงๆแล้วเราก็ว่าจะแต่งตอนสลับเพศแหละแต่ดูยุ่งยากจังเลยไม่แต่ง(เปล่าขี้เกียจ55555)


ตอนนี้จะเห็นได้ชัดเลยนะคะว่าน้องผ่านมาเยอะจริงๆ เป็นเด็ก 16 ขวบที่รู้จักคนเยอะมาก5555 อยากให้ทุกคนเอ็นดูสองฝาแฝดเราเหมือนที่เราเอ็นดูน้อง ฮื่อ เราชอบลุคฝาแฝดมากเลยตัดสินใจสร้างขึ้นมา อยากบอกว่าตัวละครทุกตัวที่โผล่มาสำคัญหมดแน่นอนค่ะ ทุกคนมีบทบาทของตัวเอง แอบกระซิบว่าคาโอรุเป็นตัวสำคัญด้วยนะจะบอกให้ คิกค้าก


ตอนต่อๆไปมีตัวละครเพิ่มมาแน่นอน ฉันจะป้อนผู้ชายให้น้องเยอะๆเผื่อนังโอคิตะจะเริ่มรุกมากกว่านี้ให้นัตสึมิรู้ตัวสักที5555


ขอบคุณที่ติดตามนะค่า จุ๊บบบบ♡




ช่วงนี้จะไม่ค่อยได้อัพถี่แล้วนะคะเนื่องจากต้องแบ่งเวลาทำเรื่องอื่นๆ
น้องอยากติดมหาลัยแล้วอ่ะ ไม่ไหวจะอ่านสือหนักๆเลย ฮื่อ






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

46 ความคิดเห็น

  1. #35 l a b e l l e (@BellaRose12) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 / 21:49
    น้องแฝดดดดดด
    #35
    0
  2. #34 pnc-cc (@pnc-cc) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 / 21:36
    น้อง เข้าใจผิดแล้วไปไกลแล้ว!!!! ตอนนี้รู้สึกเอ็นดูคู่แฝดตั้งแต่ประโยคแรกเลยค่ะ น้องแฝดดูน่ารัก
    #34
    0
  3. #33 l a b e l l e (@BellaRose12) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2562 / 16:42
    ตอนสลับเพศในตำนาน

    คุณกินสวยมาก555555555
    #33
    0
  4. #32 Minny45210 (@Minny45210) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2562 / 07:34
    ตอนนี้มันหรือตอนสลับเพศ สงสารชินปาจิมากกว่าตอนนี้55555+
    #32
    0
  5. #31 °N_naya° (@noey_onpreeya) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 21:17
    น้องต้องหล่อเเน่ๆ5555
    #31
    0
  6. วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 21:15
    น้อนเป็นผู้ชาย !!!!!!
    #30
    0