เกิด​ใหม่​อีก​ครั้ง​ ทำ​ไมมัน​ยุ่ง​ขนาด​นี้​วะ​ มี E-Book​ แล้วนะคะ พร้อมตอนพิเศษ​2​ตอน​ค่ะ

ตอนที่ 7 : บทที่7 งาน​ชม​ดอก​ฝู​ห​รง​ครึ่งหลัง​ บท​สุดท้าย​

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 549
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    11 ส.ค. 63

บทที่​ 7​ งาน​ชม​ดอก​ฝู​ห​รง​  ครึ่งหลัง​ บท​สุดท้าย​

 

ฮูหยินรองคนงามของท่านแม่ทัพถึงกับตาโตเมื่อท่านแม่ทัพโยนเผือกร้อนๆมาให้เขาซะงั้น

 

"นี่คือฮูหยินรองของข้า​ หลุนเอ๋อร์เจ้าแนะนำตัวหน่อยเถิดเจ้า​  สามีรู้ว่าเจ้าเหนื่อย  ที่เสน่ห์​ของสามีเจ้ามันแพรวพราว​  แต่สามีไม่ได้ตั้งใจนะเจ้า" เอาเข้าไป​  หมั่นไส้แท้​  อดีตอี๋เหนียงตาขุ่นใส่สามีตัวดีแต่แล้วกลับขนลุกซู่​เมื่อเจอสายตาพิฆาต​ทั้ง4คู่มองจ้องมา

 

 

หยึยยย!! 

 

 

"ข้าขอแนะนำตัวอีกครั้งนะขอรับ​  ข้าชื่อเฟิงหลุน​ หรือเรียกอย่างเป็นทางการนั่นก็คือหยางเฟิงหลุนเป็นฮูหยินรองลำดับ1ของท่านแม่ทัพหยางอี้​   ในการนี้ท่านเสนาธิการทหาร​ได้กล่าวว่าให้สามีของข้ารับและถนอมน้ำใจบุตรของ​ท่าน  ซึ่งข้าเองเห็นว่าไม่เหมาะสม​เท่าที่ควร​ จึงขอกล่าวได้ดังต่อไปนี้"  คนงามของจวนแม่ทัพหยางอี้เอ่ยยิ้มๆ

 

 

​​​​​​" อนึ่งถ้าให้สามีของข้ารับและถนอมน้ำใจบุตรเกอและบุตรีของท่านคงไม่ได้เพราะบุตรของท่านไม่ใช่อนุของสามีข้า​ หรือว่าท่านทั้งสองจะให้บุตรของท่านมาเป็นอนุของท่านแม่ทัพ​ ถ้าเช่นนั้นข้าเองก็ไม่ขัด​ ถ้าคิดว่าการเป็นอนุของท่านแม่ทัพมันคือสิ่งดี" คนวามกวาดสายตาไปรอบๆครอบครัวท่านเสนาฯ

 

" ถ้าหากบุตรทั้งสองของท่านยังไม่ได้แต่งออกจากเรือนเดิมไปเข้าจวนชายใดมันไม่เหมาะเป็นอย่างยิ่งหากจะมาชม้ายชายตาแพรวพราวให้กับสามีข้าหรือท่านเสนาธิการทหาร​เห็นว่าเป็นสิ่งดีงาม  ข้าว่าด้วยเกียรติ​ของท่านเสนาธิการทหาร​ย่อมคงไม่ต้องการให้บุตรของตนไปเป็นอนุชายใดเป็นแน่แท้หรือว่ายอมให้บุตรของท่านเป็นอนุท่านแม่ทัพกัน"  จำแนกแจกจ่าย​กันอย่างเท่าเทียมเรียกสายตาขุ่นมัว​จากสายตาทั้ง4คู่ได้เป็นอย่างดี​ 

 

 

แตกต่างจากสามีตัวดีที่มีรอยยิ้มที่มุมปากนิดๆถ้าไม่สังเกตุ​จะไม่เห็นเป็นแน่

 

​​​​​​" 2​  ถ้าสามีของข้ารับบุตรของท่านเป็นอนุ​ บุตรของท่านที่มีเกียรติ​มีศักดิ์ศรี​จะทนได้ไหมถ้าวันหนึ่งท่านแม่ทัพโปรดปราน​อนุคนอื่นๆมากกว่าตนและไม่มาหาเลย​   ท่านเสนาธิการทหาร​ยอมได้ไหมขอรับที่บุตรของท่านจะต้องเสียใจและต้องทนทุกข์​  แต่ถ้าท่านเสนาธิการทหาร​และฮูหยินเอกรับได้​  อ้อถ้าบุตรทั้ง2ของท่านรับได้ด้วยข้าก็จะยอมแบ่งสามีข้าให้กับบุตรของท่านใช้ร่วมด้วยได้ขอรับ"  หึหึหน้าขาวกันไปถ้วนหน้าเลย​   แต่ท่านแม่ทัพเจ้าเสน่ห์​กลับส่งเสียงหึหึในลำคอเบาๆแววตาเจ้าเล่ห์​แสนกลที่ส่งมาให้เขา

 

 

ฮึ​ หมั่นไส้

 

 

​​​​​​" ข้าขอบคุณ​ในน้ำใจที่ท่านเสนาธิการทหาร​มีต่อข้า​ อันที่จริงเป็นเรื่องสุดแสนเสียดายยิ่งถ้าบุตรคนงามของท่านเสนาธิการทหาร​จะเป็นอนุของชายอื่นแทนที่จะเป็นข้า​  เพราะความงามของทั้งคู่​  ข้าว่าไม่มีชายใดปฏิเสธ​ความงดงามในบุตรของท่านเป็นแน่" กล่าวอย่างแสนเสียดาย

 

​​​​​​" บุตรของท่านเสนาธิการทหารคนโตนั้นช่างงดงามหมดจดรูปร่างสะโอดสะองเย้ายวนชวนฝัน​ ข้ามั่นใจว่าชายใดก็ตามที่ได้ยลความงามของเกอบุตรของท่านจะต้องหลงไหลจนถอนสายตาไม่ขึ้นอย่างแน่นอน"  ท่านแม่ทัพเจ้าเสน่ห์​เอ่ยหยอดจนบุตรท่านเสนาธิการทหาร​ทั้ง2ปลาบปลื้มนัยน์ตา​ชวนเคลิ้มฝัน

 

 

​​​​​​" ส่วนบุตรีคนน้องนั้นก็สวยสดยิ่ง​ อายุเพียง16หนาวแต่กลับเย้ายวนและงามล่มเมือง​ยิ่งนัก​  โดยส่วนตัวของข้านี้นิยมชมชอบ​ความสวยความงาม​ และยิ่งสุขใจที่มีความงามเย้ายวนอยู่ข้างกายผู้ใดได้มาเห็นก็คงอิจฉา​ข้าเป็นแน่​  บุตรีของท่านมีเสน่ห์​ล้นเหลือทำให้ชายใดที่ได้ยลได้มองคงต้องใจสั่นและต้องการไขว่คว้ามาไว้อย่างเต็มใจแน่นอน​  ไม่มีชายใดปฏิเสธ​ความงามล่มเมืองนี้แน่"    เอ่ยไปชมความงามของบุตรท่านเสนา​ไป​ สายตากะลิ้มกระเหรี่ยแพรวพราวอย่างคนเจ้าเล่ห์​ 

 

 ส่วน2ศรีพี่น้อง​ก็ส่งสายตาเยาะๆมาทางเฟิงหลุน​    ไรวะ! 

 

 

​​​​​​" แต่ข้ามิอาจหักในน้ำใจของฮูหยินรองของข้าได้จึงต้องขอโทษ​ท่านเสนาธิการทหาร​และฉีฮูหยินด้วยแม้จะเป็นการหักความต้องการของตนเองมากเพียงใด​ก็​ตามแต่ด้วยความเสียดายที่บุตรทั้ง2ของท่านจะมาเป็นอนุของข้าแล้วนั้นจะต้องผิดใจกับฮูหยินรองข้าเองก็คงยอมเสียดายหยกชิ้นงามๆ2ชิ้นนี้แล้ว"  เอ่ยอย่างเสียดาย  ที่พลาดจากการรับอนุผู้งดงามทั้ง2  ทำเอาครอบครัว​ท่านเสนาธิการทหาร​มองมาที่เขาอย่างเคืองแค้น   ที่เฟิงหลุนเป็นต้นเหตุ  ไม่ให้ท่านแม่ทัพผู้เก่งกาจรับบุตรของตนเข้าจวน​ 

 

 

เออแปลกดี​ คนอะไรอยากให้ลูกตนเป็นอนุแต่เหนือสิ่งอื่นใด​ แม่ทัพเจ้าเล่ห์​พูดให้ตนเองเป็นพระเอกแต่เขากลายเป็นตัวร้ายไปเสียแบบนี้น่ากระโดด​งับหูจริงๆ

 

เห็นสายตาเกรี้ยวกราด​ของบุตรท่านเสนาธิการทหาร​ทั้ง2คนแล้วเฟิงหลุนถึงกับขนลุก​ อะไรจะอยากได้ผัวจนตัวสั่นขนาดนี้วะ!! โอ๊ยยยย​ ม๊าาเรียกรถพยาบาล​ให้เสี่ยวหลุนที​ เสี่ยวหลุนกลัว

 

 

ทันใดนั้นบ่าวของจวนท่านเสนาธิการทหาร​ก็กระหืดกระหอบ​มารายงานผู้เป็นนาย

 

 

"ท่านเสนาฯขอรับ" บ่าวเหนื่อยแสนเหนื่อย

 

 

"เจ้ามีอันใด" ท่านเสนาธิการทหาร​ตาเขียวเสียงเหี้ยมส่งไปให้บ่าวของตน​  บ่าวผู้นั้นจำต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างหวาดกลัวแต่จำเป็นต้องรายงานผู้เป็นนาย

 

 

"องค์​ไท่จื่อ​เสด็จ​แล้วขอรับ" ตาโตเลยสิท่าน​ แหมมมม

 

"เช่นนั้นข้าต้องขอตัวท่านแม่ทัพเพื่อไปรับเสด็จ​องค์​ไท่จื่อ​ก่อนนะขอรับ​ แล้วข้าจะแวะมาหารือใหม่" ยังจะมาคุยไรอีก

 

"ตามสบายเถิดท่านเสนาฯ" แม่ทัพคนเก่งก้มหัวพร้อมๆกับเฟิงหลุนก้มหัวให้แต่กลับได้สายตาที่เป็นอริจากครอบครัวท่านเสนาธิการทหาร​มาแทน

 

โหยยยยยยไรวะนี่! ข่อยหล่ะงึดหลาย

 

​​ท่านเสนาธิการทหารชักชวนฮูหยินและบุตรชายบุตรีและบุตรเกอไปรับเสด็จ​องค์​ไท่จื่อทันที

 

เหล่าข้าราชบริพาร​และบรรดาฮูหยินและบุตรของขุนนางต่างเข้าแถวเป็นระเบียบ​เรีบยร้อย​เพื่อรอรับเสด็จ​องค์​ไท่จื่อ

 

"องค์​ไท่จื่อเสด็จ" เสียงขันทีคนสนิทขององค์ไท่จื่อขานนามองไท่จื่อ​เสียงดังฟัง​ชัด​

 

เมื่อเห็นชายฉลอง​พระองค์สะบัดผ่านเข้ามาข้าราชบริพาร​และขุนนางขุนพลรวมทั้งเหล่าฮูหยิน  ต่างค้อมกายลงต่ำเพื่อเป็นกายถวายพระพร​ต่อองค์ไท่จื่อ​ 

 

 

เมื่อองค์ไท่จื่อเสด็จ​มาตรงหน้าที่เหล่าราชบริพารค้อมกายจึงหยุดนิ่งเพื่อให้เหล่าข้าราชบริพาร​กล่าวถวายพระพร​

 

 

"ถวายพระพร​องค์​ไท่จื่อขอทรงพระ​เจริญ" เสียงถวายพระพร​ดังกึกก้องไปทั่วจวน

 

 

"ตามสบายเถิดท่านทั้งหลาย" องค์​ไท่จื่อตรัสก่อนจะเสด็จ​ไปนั่งที่เก้าอี้สีทองตามหลังด้วยขันทีและเหล่าราชองครักษ์​5นาย

 

 

เมื่อองค์ไท่จื่อนั่งที่เก้าอี้​เรียบร้อยแล้วขันทีและราชองครักษ์​ทั้ง5ก็ขยับกายรายล้อมองค์ไท่จื่อเป็นจันท์เสี้ยวทันที

 

 

เมื่อเหล่าขุนนางเห็นองค์​ไท่จื่อนั่งเรียบร้อย​ก็ตามกันไปนั่งเป็นลำดับขั้นและตามยศศักดิ์​

 

องค์​ไท่จื่อเสด็จ​มาแล้วงานก็เริ่มต้นขึ้น​  เหล่าขุนนางทั้งหลายต่างชื่นชมการแสดงของนางระบำและความงามของดอกฝูหรงเหมือนกับเป็นดอกไม้ดอกเดียว​ในโลก   ทั้งๆที่ทุกจวนและทุกพื้นที่ย่อมมีดอกฝูหรงปลูกไว้เป็นแน่​ แต่ความเอาหน้ามีมาทุกยุคทุก​สมัย​   ทำให้เฟิงหลุนมองอย่างเบื่อๆ

 

 

ฝ่ายสามีสุดที่รัก? เมื่อเห็นภรรยา​เซ็งๆเลยชวนร่ำสุราคนละจอก​  คนงามเองก็ไม่ขัดเพราะโลกนุ้นตนเองชอบดื่มมาก

 

 

หลังจากสองสามีภรรยา​ร่ำสุราไป3-4จอกตาของฮูหยินคนงามก็เริ่มฉ่ำนิดๆแวววาวหน่อยๆทำให้สามีผู้รักภรรยา​ยิ่งหัวเราะชอบใจ

 

 

ทั้งคู่คุยกันกระหนุงกระหนิง​อย่างมีความสุขเหมือนโลกนี้มีแค่เราสอง​ คนตัวบางชี้ทางขวาคนตัวหนาก็ยิ้มรับ​  พอคนตัวหนาชี้ไปทางซ้าย​คนตัวบางก็ยิ้มแย้มหัวเราะต่อกระซิก​ ทำให้กลายเป็นจุดสนใจได้เป็นอย่างดี

 

 

งาน​เลี้ยงดำเนินไปอย่างรื่นเริง​เพราะเหล่าสาวงามมาเริงระบำดีดกู่เจิง​อย่างไพเราะเพราะพริ้ง​ถูกอกถูกใจ​ของคนทั่วงาน​   สุรานารีมีไม่ขาดเหล่าขุนนางทั้งหลายมีความสุขยิ่งนัก

 

องค์ไท่จื่อมองเห็นความชื่นมื่นของข้าราชบริพาร​แล้วอยากจะกลับพระตำหนัก​ ในขณะที่​ตนดำรงตำแหน่ง​เป็นหวงไท่จื่อต้องร่ำเรียนต้องศึกษา​กลยุทธ์​ทุกอย่างแทบไม่ได้หลับนอน   แต่ข้าราชบริพาร​ของหวงตี้กลับมีความสุข​ร่ำสุราเคล้านารีกัน

 

 

พระองค์กำลังจะลุกขึ้นเพื่อเสด็จ​กลับพระตำหนักแต่สายพระเนตร​กลับเหลือบไปเห็นท่านแม่ทัพคู่พระทัยของหวงตี้​

 

หวงไท่จื่อจึงมองหยางอี้นิ่งๆ  พระองค์จึงได้เห็นว่าท่านแม่ทัพหน้าตายของหวงตี้นั้นช่างมีอารมณ์​ขันยิ่ง​ (ซึ่งตามเวลาปกติไม่มี​)​ หัวเราะต่อกระซิก​และกระซิบกระซาบ​กับเกอผู้หนึ่งที่เพ่งมองแล้วก็งดงามผ่องใสเหมือนเทพเซียน

 

 

แต่ก็ยังพอที่จะคุ้นตาอยู่บ้างจึงเอ่ยกับกงกงคนสนิท​  เมื่อกงกงคนสนิทมองไปที่แม่ทัพหยางอี้เพ่งมองเกอผู้นั้นแล้วก็นึกได้ว่านั่นอนุ9ของจวน​  จึงก้มลงพูดคุยกับผู้เป็นนายของตนทันที

 

 

ไท่จื่อก้มพระเศียร​ลงก่อนจะอมยิ้มเล็กๆ​ ทรงยืดพระวรกายตรงก่อนจะตรัสเสียงดังฟัง​ชัด​

 

 

"ท่านแม่ทัพหยาง" องค์​รัชทายาท​ตรัสเรียกท่านแม่ทัพหยางอี้

 

 

"พะย่ะค่ะหวงไท่จื่อ" คนตัวโตรีบลุกจากเก้าอี้  ไปคุกเข่าก้มหัวลงเพื่อรับฟังที่ไท่จื่อจะรับสั่งถ้อยคำต่อไป

 

 

"เปิ่นหวางเห็นผู้ที่อยู่ข้างกายท่านแม่ทัพ​  เปิ่นหวางไม่แน่ใจนักว่าจะใช่อนุ9ของจวนท่านแม่ทัพหรือไม่​ หรือเปิ่นหวางความจำเลอะเลือน​ ถ้าเป็นเช่นนั้นเปิ่นหวางคงต้องขออภัย" องไท่จื่อตรัสยิ้มน้อยๆมองคนตัวบางๆ1ทีก่อนจะหันไปจ้องมองท่านแม่ทัพ  คู่พระทัยของหวงตี้​1ทีก่อนจะคุยกับกงกงก่อนจะผงกพระเศียร​1ครั้ง

 

 

เหล่าข้า​ราชบริพารทั้งหลายเมื่อได้ยินสิ่งที่ไท่จื่อตรัสต่างก็เงียบเสียงลง​   ต่างคนต่างก็หูผึ่งอยากฟังเรื่องราว​ของท่านแม่ทัพ

 

​ โดยเฉพาะ​ครอบครัว​ของท่านเสนาธิการทหาร​ ที่ต้องอ้าใบหูให้กว้างๆเพื่อที่จะได้ฟังชัดๆ

 

​ ตามที่ขุนนางทั้งหลายทราบว่าท่านแม่ทัพนั้นได้มีฮูหยินพระราชทาน​มาจากหวงตี้4คน​ แล้วเกอผู้นี้มาจากที่ใดกัน   ถึงได้เป็นฮูหยินลำดับ1แล้วท่านแม่ทัพก็นำพาเข้าชมงาน

 

"ทูลหวงไท่จื่อ​  พระองค์ทรงปรีชายิ่งแล้วพะย่ะค่ะ​  เกอข้างกายกระหม่อมนั้นเป็นอนุ9นามว่าเฟิงหลุน​ หรือหยางเฟิงหลุนพะย่ะค่ะ​   หลุนเอ๋อของกระหม่อมนั้นเดิมทีเป็นเพียงอนุ9ที่ไร้ค่าและไร้เกียรติ​ในสายตาของคนทั่วไป ​​​​​​ จวบจนฮูหยิน​รอง​ลำดับ1กระทำความผิดกระหม่อมเลยปลดฮูหยินรองลำดับ1และฮูหยินทุกคนออกจากตำแหน่ง  รวมทั้งลงโทษ​และขับไล่ออกจากจวนหยางพะย่ะค่ะ"  เสียงฮือฮา​ดังขึ้นมา

 

 

  เมื่อท่านแม่ทัพปลดเหล่าฮูหยินทุกคน  และไล่ออกจากจวนหยางด้วย​ 

 

ทั้งนี้ทั้งนั้นฮูหยินทั้ง4นั้นเป็นฮูหยินพระราช​ทานจากหวงตี้​

 

   การที่ท่านแม่ทัพปลดและไล่ออกจากจวนนั้นต้องเป็นเรื่องที่ใหญ่พอสมควร​  และที่สำคัญ​งานชมดอกฝ​ู​ห​รง​นี้ก็มีสายข่าวของฝ่ายบรรดา​ฮูหยินทั้ง4แน่

 

​  ท่านแม่ทัพประกาศ​ออกมาเช่นนี้ไม่กลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นหรือไม่อย่างไร

 

 

"ถึงขั้นไล่ออกจากจวนและทำการปลดฮูหยินพระราชทาน​ ต้องกระทำความผิดอย่างแรงกล้า​  ใช่หรือไม่ท่านแม่ทัพ" กรมคลังขั้น2เอ่ยถามคนผู้นี้เป็นสายข่าวของตระกูล​เหอตระกูล​เดิมของอดีตฮูหยินรองเชี่ยหนิง

 

 

"หึหึ​  การทำลายเรือนของผู้อื่นท่านว่าผิดหรือไม่  และเรือนที่ว่านั้นคือเรือนของหลุนเอ๋อร์ของข้า  และเป็นพื้นที่จวนตระกูล​หยาง​    การกลั่นแกล้งอนุคนอื่นๆท่านว่าผิดหรือไม่​   การใส่ร้ายผู้ที่ด้อยกว่าเล่าผิดหรือไม่​  ถ้าท่านบอกว่ามันไม่ผิด​ ถ้าเช่นนั้นให้บุตรของท่านไปเป็นอนุของจวนอื่นบ้างสิ​  แล้วจะรู้ว่าการที่ถูกคนอื่นๆกลั่นแกล้ง​และใส่ร้าย​ รวมทั้งทำร้ายมันไม่ผิดและสมควรที่เหล่าฮูหยินเอกทั้งหลายสมควรกระทำกับอนุที่ไร้ทางสู้​  ถ้าท่านทั้งหลายในที่นี้บอกว่าการตบตีอนุและเมียรองคนอื่นๆสมควรแล้วที่ฮูหยินเอกจะกระทำก็แสดงว่าจิตใจนั้นต่ำช้ายิ่ง"  เสียงฮือฮา​ดังขึ้นอีก​ กระทบใจฮูหยินเอกของขุนนางทั้งหลายเพราะตนนั้นก็สั่งการให้เหล่าข้ารับใช้​ไปตบตีอนุของสามีอยู่บ่อยๆ

 

 

​​​​​​" และถ้าสามีหรือจวนใดทำเฉยเมย  ทั้งๆที่เหล่าฮูหยินเอกทำผิด  แต่กลับไม่ได้ให้ความสำคัญ​กับเหล่าอนุทั้งหลายแสดงถึงจิตใจคนผู้นั้นว่าเลวและต่ำช้าเช่นกัน​  ไม่ว่าอนุ​ หรือฮูหยินทุกคนต่างเป็นคน​ ไม่มีผู้ใดอยากมาเป็นอนุให้ผู้ที่มียศรังแกและเกลียดชัง  แต่เพราะพวกเขานั้นไม่มีทางไป  และไร้ค่าตามที่พวกท่านเห็น  จึงมีอนุตามกันมาหลายต่อหลายครั้งและไม่ได้รับความสนใจจากเจ้าของจวน   ปล่อยให้ภรรยา​เอกกระทำต่ออนุอย่างโหดร้ายทุกวัน  โดยที่ไม่ช่วยเหลืออันใด​   ก็ไม่สมควรที่จะเกิดมาเป็นบุรุษ​

 

เพราะแค่บรรดาเมียทะเลาะกัน  ผู้เป็นสามียังปกครองไม่ได้ทีหน้าทีหลังก็อย่าได้คิดมีอนุ" ท่านแม่ทัพจัดเต็ม

 

 

​​​​​​" ที่จวนของกระหม่อมมีเรื่องเช่นนี้ขึ้นมา​  ทำให้กระหม่อมตัดสินใจที่จะล้างบางผู้ที่มีอำนาจจากตระกูล​เดิมและไม่รักดี​ในอำนาจของตน​  ผู้ที่ใช้อำนาจที่หวงตี้ประทานมาให้ไปทำร้ายผู้อื่น​  เมื่อจัดการเด็ดขาด​แล้วการแต่งตั้งอนุุ9ให้ดำรงตำแหน่งเป็นฮูหยินรองลำดับ1จึงเกิดขึ้นพะย่ะค่ะ" กราบทูลต่อองค์ไท่จื่อ

 

 

​​​​​​" เป็นการสมควรแล้วที่ท่านแม่ทัพจัดการขั้นเด็ดขาด​  การกระทำตนแบบนี้จะเป็นภัยของความมั่นคงต่อไปในไม่ช้านี้แน่"องค์ไท่จื่อตรัส​ พระองค์เห็นสมควรตามที่ท่านแม่ทัพ​กล่าวมา

 

 

เพราะคนพวกนั้นอยากได้อำนาจของแม่ทัพหยางอี้

 

จึงกราบทูลให้จัดฮูหยินพระราชทานให้กับแม่ทัพหยาง​เพื่อกำราบท่านแม่ทัพที่ยิ่งใหญ่​เกินกว่าใครแต่ถูกท่านแม่ทัพนำไฟร้อนมาใส่พวกนั้นแทน​  การตอบแทนที่สมน้ำสมเนื้อ​ที่​สุด

 

 

"หยางฮูหยิน" ตรัสนามของเฟิงหลุน​ ก่อนมองใบหน้าสวยใสนั้นยิ้มๆสหายของหวงตี้สายตากว้างไกลจริงๆ

 

 

"พะยะค่ะ​ องค์​ไท่จื่อ" อะไรหว่า

"ขยับมาตรงหน้าเปิ่นหวางทีเปิ่นหวางมองไม่ชัด" ตรัสเรียบๆแต่พระเนตรพราวระยับ

"พะย่ะค่ะ" เฟิงหลุนค้อมศีรษะ​ก่อนที่หยางอี้จะมาประคองแล้วโอบเอวพาเดินไปตรงหน้าหวงไท่จื่อ

 

"องค์​ไท่จื่อทรงพระ​เจริญ​พะย่ะค่ะ" ถวายพระพร​กันรอบ2

 

"กระหม่อมมีนามว่าเฟิงหลุน​ หรือหยางเฟิงหลุนพะย่ะค่ะ"คนงามถวายพระพร​แล้วแนะนำตัวเองเสร็จ​สรรพ

 

"ตามสบายเถิด​ เปิ่นหวางนั้นคุ้นเคยกับท่านแม่ทัพยิ่งเพราะท่านแม่ทัพเป็นแม่ทัพคู่พระทัยของหวงตี้​ เปิ่นหวางแปลกใจยิ่งแล้ว  ที่ท่านแม่ทัพนำพาฮูหยินของเรือนออกงานชมดอกฝูหรงได้​      ทั้งๆที่กาลก่อนท่านแม่ทัพไม่นำพาผู้ใดเข้าร่วมชมงานเลยแม้ซักหนเดียว​  แต่พอได้เจอท่าน​  เปิ่นหวางเข้าใจท่านแม่ทัพแล้วว่าเป็นเพราะเหตุใด​" สมกับเป็นองค์รัชทายาท​  มีลูกล่อลูกชน

 

" ขอบพระทัยองค์ไท่จื่อพะย่ะค่ะ"แม่ทัพคนเก่งถวายความขอบคุณ​

 

" เปิ่นหวางมีเรื่องจะสอบถามหยางฮูหยินซักนิดจะได้หรือไม่"  แหมมองค์​ไท่จื่อเอ่ยขนาดนี้แล้วจะให้บอกว่าไม่ได้ตนจะถูกตัดคอไหมหนอ

 

" มิได้พะย่ะค่ะ​ องค์​ไท่จื่อโปรดตรัสถามกระหม่อมได้เลยพะย่ะค่ะ"  ถามมาได้เลย​ กระผมไม่กล้าบอกว่าถามไม่ได้หรอกนะ​

 

 

" หากว่าหวงตี้ทรงพระราชทาน​ฮูหยินเอกมาให้ท่านแม่ทัพ​ ฮูหยินรองลำดับ1จะมีความเห็นว่าเช่นไร" คำถามโคตรจะเชือด

 

"กราบทูลไท่จื่อ​  อันว่าสามีภรรยา​ย่อมเป็นเหมือนคนคนเดียวกัน​  แต่ถ้าวันใดที่สามีมีอีกชีวิต1เข้ามา​ ผู้เป็นภรรยา​ย่อมจะต้องเสียใจเป็นแน่" ท่านแม่ทัพมองตาฮูหยินรองคนงามยิ้มๆ​    ทำไมต้องยิ้มด้วย​ เสียว​สันหลังนะ! 

 

" แต่ในเมื่อเป็นของพระราชทาน  แม้ไม่อยากให้สามีรับแต่ก็ต้องยอมตัดใจรับ  เพื่อให้สามีพึงพอใจ​ แต่ใจของภรรยาทุกคนไม่มีผู้ใดดีใจและมีความสุข​นัก ที่เห็นสามีผู้เป็นที่รักและเป็นทั้งชีวิต​ของตนต้องไปนอนเรียงเคียงหมอนกับผู้อื่นแทนตน"

 

 

"กระหม่อมเองก็คงเสียใจยิ่ง  ที่ต้องเห็นท่านแม่ทัพย่างก้าวเข้าเรือนฮูหยินเอก​  เพราะเหตุการณ์​นั้นกระหม่อมเองก็เจอมาแล้วตอนที่กระหม่อมเป็นเพียงอนุ9​ ที่ต้องกลั้นใจมองท่านแม่ทัพย่างกรายเข้าที่เรือนอนุคนอื่นๆ​ คำว่าสามี​ คือสุดที่รักและสุดชีวิต​ของคนเป็นภรรยา​  ภรรยา​รักและซื่อสัตย์​ ภักดี​ต่อสามีจนตัวตาย  แต่สามีเล่า​  ได้รักใคร่ภรรยา​ของตนมากเพียงใดกัน​  แรกเริ่มมีอนุหรือฮูหยินคนอื่นๆเป็นเพราะอำนาจ​ แต่หลังจากนั้นคงเป็นความต้องการ​ของผู้เป็นสามีเป็นแน่แท้​ ด้วยเห็นสตรีและเกอต่างสวยสดงดงามรูปร่าง​ขาวผ่องเป็นยองใยเลยหลงไหลได้ปลื้มจึงแวะเวียนหาทุกเช้าค่ำแต่ภรรยา​นั้นเล่า​  มีผู้ใดคิดถึงจิตใจบ้างหรือไม่ว่าต้องร้องไห้เจ็บปวด​เพียงใด" เฟิงหลุนร่ายยาว​ ฝากคำบอกเล่านี้ไปให้สามีทุกๆคนรับรู้หัวใจของภรรยา​ทุกคน

 

 

เป็นเพราะรักสามีจึงกระทำกับอนุ   

 

" การที่สามีมีอนุหรือแต่งสตรีอื่นๆเข้าจวน  และให้ความสนใจ​มากกว่าภรรยา​  ทำให้ภรรยาเกิดความเสียใจ​ แค้นใจ​  น้อยเนื้อต่ำใจ  จนเป็นเหตุให้​ฮูหยินกระทำต่ออนุ​ เหตุ​เพียงคำว่ารักสามีจนตัวเองต้องเสียใจ​ พะย่ะค่ะ​  กลับกันหากภรรยา​ของตนถูกชายอื่นจับจ้องและชื่นชมบ้างสามีจะยินดีหรือไม่ที่ภรรยาของตนถูกชายอื่นโลมเลีย​"  บัดนี้ไร้แล้วซึ่งเสียง​  แค่เพียงลมหายใจก็ยังได้ยิน​  เฟิงหลุนพูดกระทบไปทั่ว​      ให้คนเป็นสามีและภรรยา​สำนึกและคิดไตร่ตรอง​ว่าควรกระทำเช่นใดต่อไป

 

ทุกๆคนในงานต่างอึ้งไปเพราะไม่คาดคิดว่าฮูหยินท่านแม่ทัพจะพูดได้ตรงกับที่ตนเป็น​  การรับอนุปฏิบัติ​มาอย่างช้านานจนเป็นเรื่องปกติไปเสียแล้วที่จะมีอนุ  แต่พวกตนกลับหลงลืมความรู้​สึกของภรรยาไป

" อืม​ เปิ่นหวางเข้าใจแล้ว​  เปิ่นหวางเองก็ได้กระทำผิดต่อพระชายาของเปิ่นหวางเองเช่นกันและมั่นใจทุกๆท่านในที่นี้ย่อมกระทำแบบเดียวกับที่หยางฮูหยินเอ่ยเป็นแน่แท้" องค์​ไท่จื่อตรัส

 

 

"เปิ่นหวางจะทูลหวงตี้ในเรื่องนี้​  ไม่แน่ว่าอาจยกเลิกการรับฮูหยินรองและรับอนุเข้าจวนเสียที"ตรัสยิ้ม​ๆ​ 

 

 พระองค์​ทรงพอพระทัยในคำตอบของเฟิงหลุนยิ่ง​  และเข้าใจแล้วว่าเหตุใดท่านแม่ทัพถึงนำพาฮูหยินรองคนนี้มาชมงาน   คงเป็นที่แน่ชัดแล้วว่าเกอผู้นี้คือฮูหยินเอกต่อไปในไม่ช้านี้แน่

 

" กงกงของรางวัล​  เปิ่นหวางจะประทานรางวัลแก่หยางฮูหยิน"องค์​ไท่จื่อรับรางวัลมาจากกงกงและประทานให้ฮูหยินแม่ทัพหยาง

 

"ขอบพระทัยองค์ไท่จื่อพะย่ะค่ะ" เฟิงหลุนหมอบกราบรับของรางวัลจากองค์ไท่จื่อก่อนกล่าวขอบพระทัย

 

ปิ่นปักนั้นช่างสวยงามและล้ำค่ายิ่งนัก​   ปิ่นปักนั้นเป็นสีทองตัดกับ​เม็ดอัญมณี​สีมรกต​ที่ฝังลงในปิ่นปักทำให้ดูสูงค่ายิ่ง​  เหมาะสมกับฮูหยินคนงามของท่านแม่ทัพผู้เกรียง​ไกรแล้ว

 

" เปิ่นหวางยินดีกับท่านด้วยหยางอี้ที่ได้เจอฮูหยินที่ต้องการเจอมานาน​  ผู้ที่จะร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่​กับท่านแม่ทัพ​  ผู้ที่มีความคิดช่วยเรื่องงานของท่านให้ก้าวไกล​ คนผู้นั้นอยู่ข้างๆท่านแม่ทัพแล้ว​  ท่านจงรักษ​าไว้ให้ดี​   ผู้ที่งดงาม​  ผู้ที่เก่ง​ ผู้ที่ฉลาด​ และผู้ที่ดีเหนือใครย่อมเป็นที่ต้องการของผู้อื่นเป็นแน่​   ท่านแม่ทัพพาฮูหยินของท่านกลับไปนั่งที่เก้าอี้เถิด​   เปิ่นหวางถึงเวลากลับตำหนักแล้ว"  องค์​ไท่จื่อตรัสกับหยางอี้

 

 

" ขอบพระทัยหวงไท่จื่อ​ ขอทรงพระเจริญ​พะย่ะค่ะ"  ทั้งคู่ถวายความเคารพ​  ก่อนที่ท่านแม่ทัพจะจับมือคนตัวเล็กแล้วโอบเอวพาไปนั่งที่เก้าอี้ตัวเดิม

 

 

เมื่อนั่งเรียบร้อยคนตัวโตก็สบตาคนตัวเล็กนิ่งๆ  มือหนาเอื้อมมาปัดปอยผมออกจากวงหน้านวลเนียนให้อย่างทนุถนอม​  ท่ามกลางสายตา​ ชื่นชอบ​  อิจฉา​ ริษยา​ และพิกล​ และอีกหลายแววตา​ แต่ทั้งคู่หาได้สนใจไม่

 

 

"เห! ท่านมองตาข้านานแล้วนะ​ มีอันใดกัน" มองแปลกๆชักสงสัย? 

 

 

"สามียินดี​และภูมิใจ​ยิ่งนักที่กลับมาจากทัพในครานี้  สามีวนเวียนแต่กับเจ้า​ ทำให้ทุกๆอย่างของเจ้าฝังลงในใจผู้เป็นสามี​  สามีขอโทษ​เจ้าด้วยภรรยา​ ที่กาลก่อนสามีผู้นี้ละเลยต่อเจ้า"  แม่ทัพเอ่ยอย่างเสียใจ

 

มือบางๆลูบไล้มือหนาเบาๆอย่างปลอบใจ

 

" ข้าไม่เป็นไร​ ท่านอย่าคิดมาก​ ข้าเองก็ขอบคุณ​ท่านนะที่ท่านให้ความเป็นธรรม​แก่ข้าแทนที่จะเลือกผู้ที่ท่านโปรดปราน​"  ไม่วายแอบกัดเบาๆ​ หุหุ

 

 

" สามีภูมิใจ​ยิ่งที่ตัดสินใจ​ถูกที่ให้เจ้าเป็นฮูหยิน​   กาลก่อนนั้นสามีเจ้ามัวแต่หลงไหลในกามที่ผู้อื่นปลุกขึ้นมา  ทำให้ละเลยสิ่งที่ดีที่สุดไป​ ต่อไปนี้สามีจะไม่มีการทำเช่นนั้นอีก​  สามีสัญญา"  สมกับเป็นชายชาติทหาร​ เมื่อสิ่งที่ตนพลาดและกระทำผิดก็สำนึกและยอมรับในสิ่งผิด  คนผู้นี้น่าชื่นชม​ยิ่ง​     ชีวิตของเฟิงหลุนช่างผกผัน​ยิ่งนัก​ จากเป็นคนในยุคศตวรรษ​ที่​22​ กลับต้องย้อนมาจีนโบราณ​แถมมาแล้วก็ยังต้องเป็นอนุอีก​  แต่ตอนนี้ชีวิตพลิกผัน​กลายร่างเป็นฮูหยินไปซะแล้ว​  แถมตอนนี้ยังได้เข้าเฝ้าองค์​รัชทายาท​อีก​  ชีวิตนี้มีรสชาติ​จริงๆ

 

 

"ขอบคุณ​ท่านพี่" ยิ้มหวานๆให้ซักนิด

 

 

"องค์​ไท่จื่อ​เสด็จ​กลับ​วังหลวง" กงกงขันทีขององค์​ไท่จื่อขานเสียงดังกึกก้อง

 

 

เหล่าข้าราชบริพาร​ต่างคุกเข่ารอส่งเสด็จ​กลับวังหลวง

 

 

อง​ค์ไท่จื่อลุกจากเก้าอี้เสียงข้าราชบริพาร​ต่างถวายพระพร​ไปทั่วลานจัดงาน

 

 

" น้อมส่งเสด็จ​ไท่จื่อ​ ขอทรงพระ​เจริญ" ไท่จื่อสะบัดชายฉลองพระองค์​ก่อนสาวพระบาทเดินออกจากงาน​  ตามหลังไปด้วยกงกงขันทีคนสนิทและราชองครักษ์​5นาย

 

งานชมดอกฝูหรงยังคงดำเนินต่อไป​   เสียงขอชนจอกสุราก็ดังขึ้น​  ส่วนสามีของตนนั้นตอนนี้ก็มีเหล่าขุนนางมาขอชนจอกสุราด้วยเช่นเดียวกัน​  แถมยังมีผู้มาเผื่อแผ่​ชนจอกสุรากับเขาอีกด้วย

 

 

ท่านแม่ทัพมองมาตาวาวๆแต่คนเหล่านั้น​กลับไม่เห็น​   คนพวกนี้หาเรื่อง​ตายมาให้เขาแล้ว

 

 

เวลาผ่านไปเฟิงหลุนที่เบื่อหน่ายงานแบบนี้จึงอยากกลับเรือนตนแล้ว​ กำลังจะสะกิดสามีให้พากลับแต่สายตากลับเห็นเกอคนงามและบุตรีงามล่มเมืองของท่านเสนาฯถือจอกสุรามาคนละจอกตรงดิ่งมาทางเขา​  เอ๊ยยเปล่าๆตรงดิ่งมาทางท่านแม่ทัพต่างหาก

 

 

"ท่านแม่ทัพข้าฉีจินเยวี่ยนขอ ชนจอกสุรากับท่านซักจอกได้หรือไม่" เกอคนงามมองท่านแม่ทัพด้วยแววตาหยาดเยิ้ม​  พาให้เฟิงหลุนขนหัวลุก​   น่ากลัวแท้!

 

 

ส่วนคนน้องก็ไม่น้อยหน้ามองท่านแม่ทัพด้วยสายตายั่วยวนพร้อมที่สุดที่จะเป็นอนุ​   ยื่นจอกสุราชั้นดีส่งให้ท่านแม่ทัพก่อนเอ่ยด้วยเสียงอ้อนๆฉอเลาะ​ยิ่ง

 

 

" ข้าฉี​จินหลิง ขอยกจอกสุรานี้ให้กับท่านแม่ทัพเจ้าค่ะ​  ข้าอยากให้ท่านดื่ม"  มองสบตากับท่านแม่ทัพอย่างเต็มใจที่สุดที่จะฉุดกระชากท่านแม่ทัพเข้าห้อง​  เฟิงหลุนอ่านแววตาคนงามได้เป็นแบบนี้

 

 

หยางอี้รับจอกสุรามาถือไว้คนละข้างพลางสบตากับคนพี่และคนน้องพร้อมกับยิ้มหวานๆยั่วยวนใจสาวๆส่งไปให้ก่อนจะเอ่ย

 

 

" ข้าขอบใจพวกเจ้านัก​ สุราจอกนี้ของพวกเจ้า​  ข้าจะรับเอาไว้แต่ว่าข้าคงจะรับมาดื่มมันก็คงไม่ดี​ เช่นนั้นข้าจะยกสุราจอกนี้ให้ฮูหยินของข้าดื่มแทนนะ​  หลุนเอ๋อร์เจ้าดื่มสุรานี้แทนสามีของเจ้าเถิด" เอาหล่ะเหวยยยยงานงอก! 

 

 

พวกเจ้าอย่ามองข้าแบบนั้นข้าไม่ได้อยากจะดื่มเหล้าของพวกเจ้านะ

 

เฟิงหลุนยื่นมือไปรับจอกสุราจากสามีด้วยสายตาขุ่นๆ  ก่อนจะยกขึ้นดื่มจนหมด! ท่ามกลางความตกใจของพี่น้องตระกูลฉี​ ที่ไม่รู้ว่าตกใจอันใด

 

 

" ข้าดื่มเสร็จ​แล้ว​"  ยื่นจอกสุราคืนให้​   2พี่น้องทำหน้าเจื่อนๆก่อนจะรับจอกสุรามาแล้วรีบเดินหายไป​  เฟิงหลุนงงๆ​ ไรวะทำไมทำท่าแปลกๆเหมือนใส่ยามาเลย​    เอ๊ะ​!!!!   ใส่ยา

 

 

หรือว่า2พี่น้องนั่นใส่ยามาจริงๆ​  ขณะนั้นเองร่างกายของเฟิงหลุนก็มีบางอย่างเปลี่ยนไป

 

 

ความร้อนวูบวาบตามลำตัว​  อาการร้อนรนและความต้องการที่จู่ๆก็พุ่งขึ้นมา  ทำให้เฟิงหลุนรู้แล้วว่าตนถูกวางยาเซ็กซ์​ ไม่ใช่สิตนไม่ได้ถูกวางยา​ แต่คนที่ถูกวางยามันคือหยางอี้ต่างหาก  แต่เขาดันซวยแทน​   ตายแน่งานนี้​  เอกราชที่รักษามาได้ไม่นานถึงเวลาต้องสูญเสีย​แล้ว​  ฮือออ

 

 

เฟิงหลุนกระสับกระส่าย​ร้อนรนขึ้นเรื่อยๆ  จนแทบจะทนไม่ไหวแล้ว​  เหงื่อออกตามหลังตามไรผมและฝ่ามือ​ ร่างกายร้อนวูบวาบมองเห็นรูปร่างของหยางอี้​  เฟิงหลุนก็เกิดความอยากอย่างรุนแรง​   

 

 

"ห​ยะ​   หยาง​  อี้​" เสียงแผ่วๆของเฟิงหลุนถูกเสียงเฮฮาของคนอื่นๆที่เข้ามาชนจอกสุรากับสามีเขาไปจนหมด​  เฟิงหลุนกำลังแย่​ 

 

 

จิ้นไห่สังเกต​เห็นอาการของฮูหยินรองก็รีบสะกิดหยางอี้ที่กำลังคุยและยกจอกสุราขึ้นดื่ม

 

 

เมื่อหยางอี้หันมาเห็นคนตัวเล็กก็ตกใจรีบตวัดร่างภรรยา​ตนเข้าสู่อ้อมกอดตนทันที

 

 

" หลุนเอ๋อร์​เจ้าเป็นอันใด" ถามเสียงสั่นๆด้วยความตกใจกลัวว่าคนตัวบางจะถูกพิษ

 

 

"ข้า​   ถูกวางยา" เฟิงหลุนพูดกระท่อน​กระแท่น​  ลมหายใจร้อนๆรดผิวอกแกร่งของท่านแม่ทัพจนสัมผัส​ได้

 

 

"จิ้นไห่เจ้าจัดการทางนี้​   ซินเทียนไปเตรียมตัวข้าจะพาฮูหยินกลับจวน" องครักษ์​3นายก้มหน้ารับคำสั่ง

 

 

ก่อนที่ร่างสูงจะพยุงคนตัวบางให้เดินออกมา​ แต่คนตัวบางไร้ซึ่งเรี่ยวแรง​แล้วเดินต่อไม่ได้​  หยางอี้เลยจัดการอุ้มคนตัวบางๆเดินเร็วๆไปที่นอกจวนทันที

 

 

อุ้มคนตัวเล็กๆเดินผ่านผู้คนในงาน​  ขุนนางมากมายต่างคนต่างมองคนทั้งคู่  แม้แต่2พี่น้องตระกูล​ฉี  ที่มองเห็นเหตุการณ์​นี้อย่างเจ็บแค้น​ สายตาเฟิงหลุนปะทะกับสายตา2พี่น้องพอดี​  ความถือดี​  ความเกลียด​ชัง​    ความอยากได้ทำให้ไม่ปกปิดสายตานั้นเลยซักนิด

 

 

เฟิงหลุนซบใบหน้าลงกับอกแกร่งอย่างกำลังหาที่พึ่ง​ แม่ทัพหยางร้อนใจยิ่งนักที่คนตัวเล็กอาการหนักกว่าเดิมเมื่อมาถึงรถม้าก็ตะโกนลั่นให้รีบกลับจวนทันที

 

 

"กลับจวน" ท่านแม่ทัพตะโกนก้องเสียงเข้มจัด

 

 

"ขอรับ"  รถม้าเคลื่อนตัวออกจากจวนเสนาทันทีที่ผู้เป็นนายขึ้นรถม้าเรียบร้อย​

 

 

เฟิงหลุนเมื่ออยู่ในรถ  ก็รีบถอดเสื้อผ้าออกอย่างเร่งรีบ  แต่ก็ถูกมือท่านแม่ทัพตะครุบ​มือน้อยๆนั้นอย่างว่องไว  พลางเอ่ยเสียงเข้ม

 

 

"หลุนเอ๋อร์เจ้าทำอันใด"เสียงเข้มแววตาวาววับ! 

 

 

"ท่านพี่​  ข้าร้อน​ ข้าถูกวางยากำหนัด​  ท่านพี่ข้าทนไม่ไหว​ ช่วยข้า   ช่วยข้าที"   เฟิงหลุนน้ำตาไหลอย่างน่าสงสาร​ แต่คนมองอย่างท่านแม่ทัพกลับมองภรรยา​ตนที่มีน้ำตาอย่างน่ารักน่าชังและน่าจูบยิ่งนัก​ 

 

 

"หลุนเอ๋อร์เจ้าช่างงามนัก  สามีใจสั่นไปหมดแล้ว"   ตวัดร่าง บางๆที่ร้อนวูบวาบไปตามเนื้อตัวเข้ามากอดไว้แน่น​ เฟิงหลุนรีบแอ่นกายให้สามีจับและขยำขยี้เผื่อเขาจะเลิกร้อนวูบวาบซักที

 

 

"อื้มมมท่านพี่​  ท่านช่วยข้าที​ ข้าทนไม่ไหว"   ปากบางๆจูบปากหนาของสามีก่อนจะสอดลิ้นล่วงล้ำเข้าไปในโพรงปากอย่างคนที่ทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว!!! 

!!!!! 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น