เกิด​ใหม่​อีก​ครั้ง​ ทำ​ไมมัน​ยุ่ง​ขนาด​นี้​วะ​ มี E-Book​ แล้วนะคะ พร้อมตอนพิเศษ​2​ตอน​ค่ะ

ตอนที่ 27 : หวงไท่จื่อ-หลูเหอจิ้ง ตอนพิเศษ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 356
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    16 ส.ค. 63

 

ค่ายบูรพา

 

ยามซวี (19.00-20.59 น.) มีม้าเร็วจากวังหลวงมาถึงประตูค่ายบูรพา ทหารเวรที่หน้าประตูค่ายเมื่อตรวจสอบจนถี่ถ้วนแล้วก็มั่นใจว่าไม่ใช่ฝ่ายศัตรู ก็ปล่อยให้ม้าเร็วเข้าไปในค่ายได้ โดยมีทหารนำทางพาเข้าไปแล้วจึงปิดประตูใหญ่ให้สนิทดังเช่นเดิม

 

ฝ่ายม้าของผู้นำทางก็ควบขี่มาส่งถึงกระโจมท่านแม่ทัพ ก่อนจะเข้าไปรายงานแม่ทัพหนุ่มประจำค่าย

 

หลูเหอจิ้งกางแผนที่ยุทธศาสตร์ กำลังอธิบายแผนให้กับรองแม่ทัพและทีมศึกฟัง เมื่อได้ยินเสียงม้าควบมาแต่ไกลก็พอรู้ว่ามีสาสน์มาถึงตนแน่

 

"ท่านแม่ทัพขอรับ ม้าเร็วมาจากหวงตี้ มีราชโองการถึงท่านแม่ทัพขอรับ" นายทหารผู้นำม้าเร็วมาส่ง รายงานแม่ทัพของตน

 

"ให้เข้ามา" เสียงเข้มๆ ของท่านแม่ทัพ

 

"ขอรับ" นายทหารรีบออกไปเชิญหน่วยส่งข่าวจากวังหลวงให้เข้ามาได้

 

"คาราวะท่านแม่ทัพ และรองแม่ทัพ ข้านำราชโองการมาส่งให้กับท่านแม่ทัพขอรับ" นายทหารแจ้งจำนง

 

" แม่ทัพบูรพาหลูเหอจิ้งรับราชโองการ" ทุกคนคุกเข่าอย่างพร้อมเพรียง

 

" เนื่องด้วยเจิ้นเห็นว่าแม่ทัพหลูเหอจิ้งนั้นได้ทำความดีเพื่อแผ่นดินมาตลอด ความผิดในครั้งนี้เจิ้นจึงลงโทษแต่เพียงเท่านี้ และด้วยความดีที่แม่ทัพหลูได้ทำมานานเจิ้นจึงมอบสมรสพระราชทานให้ ขอให้ท่านแม่ทัพหลูเหอจิ้งเข้าวังหลวงเพื่อเตรียมตัวเข้าพิธีโดยเร็วที่สุด จบราชโองการ" นายทหารผู้อัญเชิญราชโองการมา เมื่ออ่านจบก็ยิ้มระรื่นขึ้น

 

ทางฝั่งแม่ทัพก็ตะลึงกันเป็นแถวที่ผู้นำทัพของพวกตนจะมีฮูหยินพระราชทานแล้ว ราชโองการนี้ดียิ่งนัก

 

" หลูเหอจิ้งรับราชโองการ ขอทรงพระเจริญหมื่นปีหมื่นหมื่นปี" แม่ทัพหนุ่มลุกขึ้นรับราชโองการจากมือนายทหารจากวังหลวง นายทหารก็ยืนรอ จนท่านแม่ทัพขมวดคิ้ว

 

"เจ้ามีอันใดหรือ" ทำไมไม่ไปพักเล่า

 

"มีกระแสรับสั่งจาก เอ่อ หวงไท่จื่อขอรับ" นามนี้ทำให้หัวใจท่านแม่ทัพกระตุก

 

" มีอันใด" หัวใจเต้นแรง

 

" หวงไท่จื่อตรัสว่า ให้รีบกลับโดยเร็วพะยะค่ะ" นายทหารหนุ่มยังพูดไม่จบ ท่านแม่ทัพก็พยักหน้าแล้วสะบัดมือไล่ แล้วตนจะทำเช่นไร ในเมื่อข้อความต่อจากนี้มันสำคัญ

 

" เอ่อคือหวงไท่จื่อตรัสว่า ถ้าคิดถึงเรื่องในป่า ก็อย่าคิดมากนัก คนในป่ารอคอยอยู่ขอรับ" กล่าวเสร็จก็รีบออกจากกระโจมท่านแม่ทัพทันที

 

หลูเหอจิ้งเป็นอึ้ง เมื่อนายทหารแจ้งเรื่องในป่า ฉับพลันนั้น ใบหูของท่านแม่ทัพก็แดงเรื่อ ก่อนจะรวบรวมแผนที่ยัดใส่มือของรองแม่ทัพ

 

" รองแม่ทัพ ท่านรับเอาแผนที่นี่ไปเถิด ศึกษายุทธวิธีให้ดี ข้าจะเตรียมตัวกลับวัง พวกท่านเองก็กลับเข้ากระโจมเถิด" แม่ทัพหนุ่มรีบไล่

 

"ขอรับท่านแม่ทัพ" รองแม่ทัพก็อึ้งๆ ที่ท่านแม่ทัพเหมือนจะรีบกลับไปแต่งงาน สงสัยคงอยากได้ฮูหยินมานานแล้วกระมัง

 

เมื่ออยู่คนเดียว ท่านแม่ทัพก็หน้าแดง มีรอยยิ้มแต่งแต้มใบหน้า ก่อนจะรีบไปที่คอกม้าเพื่อกลับวังหลวง เตรียมตัวเข้าพิธีสมรสพระราชทาน

 

" ย่าห์!! " ท่านแม่ทัพหนุ่มควบม้าเข้าวังหลวงด้วยหัวใจที่เต้นแรง!!

 

 

 

 

จวนท่านแท่ทัพหยาง

 

หลังจากผ่านพิธีสมรสพระราชทานได้5วัน ก็มีเหตุบางอย่างเกิดขึ้นที่จวน

 

"โอ้กกก!! อูแหวะ!!! " เสียงอ้วกดังออกมาจากห้องนอนของท่านแม่ทัพ เหล่าองครักษ์และบ่าวไพร่ต่างสงสัยว่าผู้ใดไม่สบายกันระหว่างท่านแม่ทัพและฮูหยินเอก เพราะท่านแม่ทัพเอาแต่นอนซม และจะอาเจียนตลอดทั้งวัน ส่วนฮูหยินก็หิวได้ทั้งวันเช่นกัน

 

"ท่านพี่เป็นอย่างไรบ้างขอรับ" ฮูหยินคนงามถาม มือลูบหลังเช็ดเหงื่อให้สามีด้วยความเป็นห่วง

 

"หลุนเอ๋อร์ สามีจะอ้วก สามีเหนื่อยยิ่งนัก" สามีที่รักกอดเอวของฮูหยินแน่นๆ ซุกซบใบหน้าคมลงที่ตักของภรรยา พลางสูดดมกลิ่นหอมๆ เข้าปอดอย่างชื่นใจ

 

"ข้าจะให้ท่านซินเทียนไปตามท่านหมอนะขอรับ" คนงามเป็นห่วง สามีทานอะไรไม่ได้หลายวันแล้ว แต่ตนนั้นกลับทานเอาๆ จนรู้สึกว่าช่วงนี้ตนเองจะอ้วนขึ้น

 

" ฮึ ไม่ สามีไม่อยากเจอหมอ เหม็นกลิ่นยา" ว่าเข้าไปนั่น

 

"ถ้าเช่นนั้นตามท่านผู้เฒ่ามาดีกว่า เห็นว่าสุขสบายอยู่ในวังหลวง" ว่าแล้วก็กำหนดจิตถึงท่านผู้เฒ่า เรียกให้มาที่จวนทันที

 

"ท่านผู้เฒ่า ท่านมาที่จวนท่านแม่ทัพด้วย ท่านแม่ทัพไม่สบาย มาไวไวด้วยนะท่าน ท่านจะสุขสบายเกินไปแล้วนะท่านรู้หรือไม่ " ไม่เรียกเฉยๆ นะ ยังต่อว่าท่านผู้เฒ่าอีก

 

ฝ่ายปรมาจารย์เหอจู่ เมื่อได้รับกระแสจิตส่งข่าวจากเสี่ยวหลุนก็หน้าดำหน้าแดง ดูมัน! ดูมัน!

 

"หนอยยย เจ้าเสี่ยวหลุน บังอาจว่าข้านัก" ก่อนจะหายวับไป

 

" ว่าอันใด บ่นเก่งนะเจ้า" ท่านเหอจู่ส่งเสียงมา

 

" ท่านเอาแต่ขลุกอยู่ในวังไม่สนใจอันใดเลย ท่านรู้หรือไม่แม่ทัพไม่สบาย" ว่าไปนั่น

 

"อ๊ะๆๆๆ นั่นมันหน้าที่เจ้านะ เจ้าเป็นภรรยา หาใช่ข้าเป็นไม่" ท่านผู้เฒ่าแยกเขี้ยว

 

" ท่านแม่ทัพอ้วกตลอดเวลาทานอะไรไม่ได้เลยท่าน" สีหน้าเป็นกังวลของฮูหยินรัก ทำให้ท่านแม่ทัพชื่นใจ

 

" สามีไม่เป็นอันใด หลุนเอ๋อร์" มือใหญ่ลูบเบาๆ ที่ใบหน้ากระจ่างใสของผู้เป็นภรรยารัก สายตาของแม่ทัพหนุ่มจับจ้องไปที่ฮูหยินด้วยความรักสุดหัวใจ บรรยากาศตลบอบอวลไปด้วยสีชมพูหวานๆ

 

ท่านผู้เฒ่าเห็นแล้วก็ส่ายหน้า เจ้าพวกนี้ไม่เกรงใจตนเลย

 

"แฮ่ม เกรงใจข้าหน่อย" หน้าตาขึงขัง

 

"ไหนข้าขอดูหน่อยสิ ท่านแม่ทัพท่านเป็นอันใด ขอข้าตรวจดูก่อน" เดินมาใกล้ๆ ท่านแม่ทัพ พลางใช้ฝ่ามือไล่ตรวจตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า มีไอปราณบางๆ ลอยขึ้นจากร่างแม่ทัพหนุ่มกระทบฝ่ามือท่านผู้เฒ่า

 

เฟิงหลุนงงๆ ตรวจแบบนี้ก็ได้หรา

 

"อืม ร่างกายปกติ" ท่านผู้เฒ่ามีสีหน้าแปลกๆ

 

"ปกติยังไงหรือท่าน ทำไมท่านแม่ทัพอ้วกหล่ะ" เฟิงหลุนงง

 

" ร่างกายท่านแม่ทัพมีบางอย่างที่ปฏิพัทธ์กับสิ่งที่มีจิตวิญญาณ2ดวง" ท่านผู้เฒ่าเอ่ย

 

"จิตปฏิพัทธ์เหรอขอรับ" มันคือการที่สามารถเชื่อมกับสิ่งที่มีชีวิตที่มองไม่เห็นอย่างงั้นเหรอ แล้วมันคืออะไรหล่ะ

 

" ถูกต้องแล้ว มีจิตวิญญาณ2ดวงที่มีจิตปฏิพัทธ์ถึงท่านแม่ทัพ" ท่านผู้เฒ่าย้ำ

 

แม่ทัพหยางอี้มอง2คนคุยกันก็งงงวย ตนนั้นไม่เข้าใจในสิ่งที่ทั้ง2คุยกัน ภาษาที่คุยก็ผิดแปลกไปจากภาษาของตน ทำให้นั่งงงวยในดงคน2คนอยู่แบบนั้น

 

"ข้าว่าข้ามีจิตปฏิพัทธ์กับบางสิ่งขึ้นมาเหมือนกัน ข้าขอตรวจเจ้าหน่อยนะเสี่ยวหลุน" ท่านเหอจู่บอก เฟิงหลุนงงๆ แต่ก็ยอมให้ท่านผู้เฒ่าตรวจ โดยตนนั้นนั่งอยู่ที่เตียงนอนหย่อนขาลงมา

 

ท่านผู้เฒ่ากำหนดจิต พลางไล่จินตันขึ้นลง มีไอปราณบางๆ ไหลออกจากร่าง จนเมื่อรู้แน่ชัด ก็เผยรอยยิ้มออกมาทันที

 

" หึหึ ข้ารู้แล้วว่าเหตุใดท่านแม่ทัพถึงมีอาการอ้วก" ท่านเหอจู่ยิ้มๆ

 

"อันใดหรือขอรับ" ท่านแม่ทัพอยากรู้

 

"มี2ชีวิตในท้องของเสี่ยวหลุน จิตปฏิพัทธ์นี้ส่งให้ท่านแม่ทัพรับเต็มๆ ทำให้มีอาการอยากจะอาเจียนตลอดเวลา พูดง่ายๆ และชัดเจนนั่นคือ เสี่ยวหลุนท้องเจ้าแฝด และท่านแม่ทัพเอง ก็แพ้ท้องแทนเจ้าเสี่ยวหลุน" ท่านผู้เฒ่ายิ้ม แววตาชอบใจ

 

"ท้อง!!! " ท่านแม่ทัพ

 

"แฝดด้วย" เฟิงหลุน

 

"ใช่ เสี่ยวหลุนท้องเจ้าแฝด" ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

 

พ่อแม่มือใหม่ถึงกับอึ้ง ทำอันใดไม่ถูก ได้แต่เงอะๆ งะๆ ด้วยความตื่นเต้น

 

ฝ่ายองครักษ์ด้านนอกเมื่อปราณสูงย่อมรับรู้ถึงสิ่งที่ท่านผู้เฒ่ากล่าวออกมาได้ ทำให้ต่างตื่นเต้น ที่จวนแห่งนี้จะมานายน้อยๆ มาวิ่งเล่นถึง2คนด้วยกัน องครักษ์แต่ละนายหน้าตาสดชื่นแจ่มใส แววตาเต้นริกๆ ด้วยความสุข

 

"แล้วข้าจะทำอันใดบ้างขอรับ ข้าผู้ชาย แล้วจะคลอดทางด้านไหน แล้วจะเจ็บมากไหม แล้วท้องข้าจะฉีกรึเปล่า แล้วข้า.."

 

"พอๆๆๆ เสี่ยวหลุน เจ้าพอก่อน เจ้าถามข้าเยอะแยะแบบนี้ข้าตอบไม่ทัน" ท่านผู้เฒ่าเบรค

 

"ข้อแรก เจ้าเป็นเกอ ข้าว่าเจ้าคงลืม ลืมไปว่าเกอสามารถตั้งครรภ์ได้ จิตของเจ้าและตัวตนของเจ้าแต่หนหลังเป็นชายก็จริง แต่ครั้งนี้ตัวตนของเฟิงหลุนเป็นเกอ เมื่อเจ้ามาอยู่เจ้าก็เป็นเกอไปด้วยเจ้าลืมแล้วหรือ" ท่านผู้เฒ่าเตือนความทรงจํา

 

เออว่ะ ใช่เลย

 

" แหะ ใช่เลย ข้าลืม" เฟิงหลุนเป็นเขินๆ

 

" ข้อ2 เจ้าท้อง ก็เหมือนสตรีที่ท้อง ท้องมนุษย์สามารถขยายออกได้ไม่ต้องกังวลว่าท้องจะแตก ข้อ3 การคลอดต้องใช้วิธีผ่า แล้วข้าจะเป็นคนทำคลอดให้กับเจ้าเอง" ท่านผู้เฒ่าเอ่ยกับฮูหยินคนงามของท่านแม่ทัพ

 

"ในเพลานี้ ท่านแม่ทัพต้องอาเจียนบ่อย คงต้องเหนื่อยและซูบ ข้าจะจัดเทียบตัวยาเอาไว้ ให้บ่าวไพร่นำไปต้ม เคี่ยวจนเหลือเพียง1จอกเท่านั้น นำมาให้ท่านแม่ทัพดื่ม3วัน แล้วอาการจะอาเจียนจะหายไป ส่วนเจ้าเสี่ยวหลุน เจ้าโชคดีที่ไม่มีอาเจียน แต่เจ้าต้องระมัดระวังการเดิน อย่าเดินเร็วนัก เพราะเริ่มท้องยังอยู่ในระยะเวลาอันตราย ห้ามยกของ ห้ามคิดมากเรื่องอันใด เพราะจะส่งผลไปถึงเจ้าแฝด ห้ามเจ้ากินเผ็ดและเค็ม รวมทั้งอาหารมันด้วย เจ้าเข้าใจหรือไม่" ท่านผู้เฒ่าเอ่ย

 

" ขอรับ" เฟิงหลุนยิ้ม

 

" ส่วนเรื่องคืนวสันต์นั้นสามารถทำได้แต่ต้องระวังและอย่าแรงจนเกินไป" อึ๋ยยยย พูดตรงจังนะท่าน

 

เฟิงหลุนอายจนหน้าตาแดงก่ำไปหมด แต่ถูกใจท่านแม่ทัพยิ่งนัก

 

" หึหึ ถ้าหากว่าฮูหยินของข้าขอแรงๆ หล่ะท่าน" ท่านแม่ทัพเอ่ยถามยิ้มๆ

 

"ท่านพี่" เฟิงหลุนขัดเขิน

 

" 555 ท่านก็ต้องทำท่าที่ไม่ขัดต้องการตั้งครรภ์ของฮูหยินของท่าน" ท่านผู้เฒ่าตอบยิ้มๆ

 

เวรกรรม นี่เขามาถึงจุดที่นั่งฟังเรื่องแบบนี้แล้วต้องเขินแล้วเหรอ แต่ก่อนเคยเขินที่ไหนกัน

 

วงวารเฟิงหลุน

 

 

 

 

พระราชวัง

 

ที่ท้องพระโรง

 

หวงตี้ว่าราชกิจ ทรงสดับรับฟังในสิ่งที่ขุนนางทั้งหลายเสนอชี้แนะ แล้วไตร่ตรองก่อนจะวางงานให้เหล่าขุนนางแต่ละส่วนรับไปทำ

 

ขณะที่การจัดการราชกิจดำเนินไปเรื่อยๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่ไม่ตึงเครียด นายทหารที่เฝ้าประตูท้องพระโรงก็ขานนามที่ทำให้ทุกผู้ยิ้มออกมาได้

 

"แม่ทัพบูรพาหลูเหอจิ้ง เข้าเฝ้าได้" สิ้นเสียงของนายทหาร ร่างสูงของแม่ทัพบูรพาก็ก้าวข้าวมาอย่างองอาจสมเป็นแม่ทัพผู้เกรียงไกร

 

"กระหม่อมหลูเหอจิ้ง ถวายพระพรหวงตี้ ขอทรงพระเจริญหมื่นปีหมื่นหมื่นปี" คุกเข่าถวายพระพรเสร็จก็ก้มหน้ารอพระบัญชาจากหวงตี้

 

" เจิ้นขอบใจท่านแม่ทัพ เชิญลุกขึ้นเถิด ท่านได้รับราชโองการแล้วใช่หรือไม่" หวงตี้ตรัสถามแม่ทัพบูรพา

 

"พะย่ะค่ะ" แม่ทัพบูรพา

 

" ถ้าเช่นนั้นท่านมีข้อสงสัยหรือโต้แย้งบ้างหรือไม่" ตรัสถามอีกรอบ

 

"กระหม่อมจะต้องเข้าพิธีสมรสกับสตรีคนใดพะย่ะค่ะ" แม่ทัพอัดอั้นตันใจ

 

" คงยังไม่รู้ ถ้าเช่นนั้นเจิ้นจะบอกให้ ว่าผู้ที่จะเข้าพิธีสยุมพรกับท่านในครานี้ หาใช่สตรีหรือบุตรของผู้ใดไม่" หวงตี้ตรัสยิ้มๆ

 

" แต่คนผู้นั้นเป็นโอรสของเจิ้นเอง หวงไท่จื่อ ท่านยอมเข้าพิธีสยุมพรในครานี้หรือไม่ท่านแม่ทัพ" หวงตี้ตรัสด้วยพระสุรเสียงอบอุ่น

 

ขณะนี้ขุนนางทุกคนเงียบกริบ รอคอยท่านแม่ทัพตอบ แต่ท่านแม่ทัพคงจังงังอยู่ สติหลุดหายไปไกลโพ้นแล้ว

 

"ว่ากระไรท่านแม่ทัพ หากยังนิ่งเช่นนี้ เจิ้นจะถือว่าท่านแม่ทัพปฏิเสธ เจิ้นจะยุติพิธีสยุมพรในครานี้แล้วหนา" เสียงเตือนจากหวงตี้ ทำให้หลูเหอจิ้งฟื้นคืนสติ

 

"รับด้วยเกล้าพะย่ะค่ะ" ท่านแม่ทัพยินดีเป็นที่สุด

 

"ฟู่วววววว" เสียงถอนลมหายใจของขุนนางทุกคนดังออกมาพร้อมๆ กัน เพราะลุ้นว่าแม่ทัพคนเก่งจะตอบว่าอย่างไร ยอมหรือไม่ เมื่อท่านแม่ทัพยอมแต่ง ทุกท่านจึงโล่งอกและผ่อนคลายลง

 

"ถ้าเช่นนั้นท่านแม่ทัพกลับจวนไปพักเถิด ไปเตรียมตัวเข้าพิธีในอีก4ซิงซี (4อาทิตย์หรือ1เดือน) ท่านพร้อมหรือไม่" หวงตี้ทอดพระเนตรว่าที่พระชามาดา (ลูกเขย) ของพระองค์นิ่งๆ

 

จะให้เป็นสะใภ้หลวงก็เห็นทีจะไม่ได้ โอรสของพระองค์พร้อมที่จะอยู่ด้านล่างของแม่ทัพบูรพาเหลือเกิน

 

"พร้อมพะย่ะคะ" ตอบรับด้วยสีหน้านิ่งๆ แต่ผู้ที่ผ่านโลกมาเยอะย่อมรู้ว่าในใจของแม่ทัพหนุ่มแสนจะชื่นบานเพียงใด

 

"ถ้าเช่นนั้นก็เชิญท่านแม่ทัพกลับจวนเถิด" ตรัสอนุญาตให้กลับได้

 

"ทรงพระเจริญหมื่นปีหมื่นหมื่นปีพะย่ะค่ะ" ถวายพระพรเสร็จก็ออกมาจากท้องพระโรงด้วยสีหน้าแสนจะพิกล ทั้งประหลาดใจ ทั้งอึ้ง และแสนจะยินดี มีทุกอารมณ์ในใบหน้านั้น

 

ขณะที่กำลังจะกลับจวน ราชองครักษ์ของหวงไท่จื่อก็เข้ามาหาท่านแม่ทัพ

 

"เรียนท่านแม่ทัพ หวงไท่จื่อรอท่านแม่ทัพที่สวนส่วนพระองค์ขอรับ" ราชองครักษ์รายงานหน้านิ่ง

 

"ขอบใจท่าน" กล่าวขอบใจตามธรรมเนียมก็เดินตามราชองครักษ์หนุ่มไป

 

 

 

ตำหนักรอง สวนส่วนพระองค์

sds

Credit​ Google​  (ดอกอิงฮวาหรือดอกซากุระ)​

 

ร่างสูงสง่าอยู่ในชุดสีฟ้าแดง มีกวานทองประดับที่ศีรษะ ยืนมองดอกอิงฮวาที่กำลังผลิดอกอย่างสวยงาม แขนแข็งแกร่งนั้นไขว้ที่กลางหลัง

 

ร่างสูงสง่าที่เต็มไปด้วยบุญบารมีนั้นยืนคิดถึงเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านมาและกำลังจะมาถึง อย่างพึงพอใจ

 

ในที่สุด สิ่งที่คิดและฝันมานาน ก็เดินมาทางมาถึงแล้ว รอแค่ว่า เจ้าของความฝันอีกครึ่งเต็มใจที่จะสานความฝันและความสุขไปกับตนหรือไม่ เดี๋ยวคงได้รู้กัน

 

"หวงไท่จื่อพะย่ะค่ะ ท่านแม่ทัพบูรพามาถึงแล้วพะย่ะค่ะ" ราชองครักษ์รายงาน

 

"ให้เข้ามา" หวงไท่จื่อตรัสด้วยพระพักตร์เรียบนิ่ง

 

"พะย่ะค่ะ" ราชองครักษ์รีบนำพาท่านแม่ทัพมาพบหวงไท่จื่อ แล้วพวกตนก็รีบหลบออกไป คอยอารักขาอยู่ห่างๆ ปล่อยให้ว่าที่คู่อภิเษก ได้คุยกันอย่างสะดวกจะเป็นการดีที่สุด

 

" ถวายพระพรหวงไท่จื่อ ของทรงพระเจริญ" คุกเข่าถวายพระพรตามธรรมเนียมประเพณีเสร็จเรียบร้อยก็ลุกขึ้นยืน โดยยืนห่างจากหวงไท่จื่อไม่มากนัก

 

"ยืนอยู่ไกลเช่นนี้ ทำไมท่านไม่ยืนอยู่ริมทางเข้าสวนเลยหล่ะท่านแม่ทัพ" หวงไท่จื่อกัดเบาๆ

 

"ถ้าหวงไท่จื่อต้องการ กระหม่อมก็จะไปพะย่ะค่ะ" ท่านแม่ทัพก็ใช่ย่อย

 

"หลูเหอจิ้ง" หวงไท่จื่อพระพักตร์แดงก่ำ แววพระเนตรวาววับ

 

"พะย่ะค่ะ" ก้มศีรษะลงมาเพียงนิด ที่อาจหาญทำให้คู่อภิเษกกริ้วท่านแม่ทัพสำนึกหรือ ขอบอกว่าไม่

 

"เจ้านี่นะ อีกแค่4ซิงซีจะอภิเษกกับข้าแล้ว เจ้ายังจะทำให้ข้าโมโหอยู่อีก" พระพักตร์ยังแดงก่ำ

 

" หวงไท่จื่อ ตรัสดีๆ สิพะย่ะค่ะ" แม่ทัพหนุ่มปราม

 

" เราอยู่กันคามลำพัง เอ่ยวาจาเช่นใดใครจะรู้" ขยับเข้าไปใกล้ท่านแม่ทัพ แต่แม่ทัพหนุ่มก็ขยับถอยหลัง ทำให้หวงไท่จื่อพระพักตร์แดงก่ำขึ้นมาอีกรอบ

 

" ท่านจะถอยหลังไปไย หยุดตรงนั้นนะเหอจิ้ง" ตวาดเสียงดังอย่างไม่อาจจะทนอีกต่อไปแล้ว ราชองครักษ์ต่างหูผึ่ง ยังไม่เข้าพิธีอภิเษกก็ทะเลาะกันแล้ว จะรอดหรือไม่นะ หวั่นใจเหลือเกิน

 

ขาแกร่งของท่านแม่ทัพหนุ่มหยุดลง พลางเงยหน้าสบพระเนตรคมกล้าของผู้ยิ่งใหญ่ในอีกไม่ช้านี้ ก่อนที่จะอมยิ้มนิดๆ เมื่อเห็นว่าพระพักตร์งามนั้นแดงก่ำลามไปถึงพระกรรณแล้ว

 

มองภาพตรงหน้าด้วยความขุ่มชื่นในหัวใจ แม่ทัพหนุ่มใจสั่นขึ้นมา หวงไท่จื่อช่างงามนัก งามดั่งเทพเซียนที่มนุษย์ธรรมดาเอื้อมไม่ถึง

 

เท้าแกร่งที่ขยับถอยหลัง บัดนี้กลับขยับไปด้านหน้า จนมายืนชิดพระบาทของหวงไท่จื่อ อย่างไม่รู้ตัว

 

หวงไท่จื่อทอดพระเนตรด้วยความคิดคำนึง ทรงอยากสัมผัสมือคู่นั้นของท่านแม่ทัพดูบ้าง ว่ามือใหญ่นั้นจะสากเท่าใด

 

เพียงแค่คิดคำนึง พระกรของหวงไท่จื่อก็ตวัดเอวของท่านแม่ทัพจนแนบชิดสนิทกันทันที

 

"หวงไท่จื่อ" แม่ทัพหนุ่มตกใจ กังวลว่าจะมีผู้ใดเข้ามาพบ เกรงว่าจะมิเป็นอันดีกับดวงใจของตน แต่หวงไท่จื่อกลับยกพระดัชนี (นิ้วชี้) ขึ้นแตะที่พระโอษฐ์ ก่อนจะมีเสียงออกมา

 

"ชู่วววววว" ดวงพระเนตรแพรวพราวนัก

 

"เจ้าว่า ข้ารอเจ้ามานานเท่าใด รอให้เจ้ามาทำเช่นนี้กับข้านานเท่าใดแล้ว แต่เจ้าก็หลบเลี่ยงทุกคราไป เหตุใดครานี้เจ้ายังจะหลบเลี่ยงข้าอีกเล่า" ตรัสเบาๆ แต่สะเทือนถึงหัวใจของแท่ทัพหนุ่ม

 

"หวงไท่จื่อจะเป็นสมมุติเทพองค์ต่อไป มันไม่เหมาะสมที่กระหม่อมจะอยู่ชิดใกล้" เพราะรักจึงไม่อยากดึงคนที่ตนรักมามัวหมอง

 

" แต่ครานี้สมมุติเทพองค์นี้ได้ลงมาหาเจ้าแล้ว เหอจิ้ง เจ้าไม่รักข้าแล้วกระนั้นหรือ ที่ชายป่านั้น เจ้าบอกรักข้า หรือว่าข้าจะจำผิดไป" ตรัสไปก็พระพักตร์แดงไป ส่วนแม่ทัพหนุ่มนั้นไม่ต้องเอ่ยถึง แดงลามไปถึงลำคอเสียแล้ว

 

"ที่กระหม่อมเคยกล่าวไว้ กระหม่อมยังรู้สึกเช่นเดิมพะย่ะค่ะ" ความอบอุ่นลอยวนทั้งคู่

 

" ถ้าเช่นนั้น เจ้าจุมพิตข้าที" หวงไท่จื่อไม่พูดพล่ามทำเพลง จัดการด้วยพระองค์เอง ถ้ารอให้แม่ทัพหนุ่มเป็นฝ่ายจุมพิตพระองค์ คงรอเป็น10หนาวแน่

 

พระโอษฐ์เรียวสวยนั้นทาบประกบริมฝีปากของท่านแม่ทัพบูรพา ดวงพระเนตรสบกับดวงตาของอดีตพระสหาย ก่อนที่จะเพิ่มแรงเคล้าเคลียแรงที่ปากนุ่มขึ้นตามลำดับ

 

จุมพิตนี้เต็มไปด้วยความคิดถึง ความรัก และความสิเน่หา ที่ทั่งคู่มีให้กัน

 

แม่ทัพหนุ่มเมื่อถูกองค์ไท่จื่อรุก คราแรกนั้นก็ตะลึง แต่พอตั้งสติได้ ก็สวนกลับ เรียวลิ้นของหลูเหอจิ้ง ตวัดดูดดึงชิวหาอ่อนนุ่มของยอดดวงใจ พลางดูดดึงเต็มอารมณ์วาบหวามและกระหายยิ่ง

 

"อืมมม" เสียงครางเบาๆ ที่ไม่มีผู้ใดจะมารับรู้ได้ ว่าเสียงนั้นเป็นของผู้ใดกัน

 

"อาา เจ้าจูบเก่งเกินไปแล้วนะ" หวงไท่จื่อตรัส พระเนตรนั้นมีความฉ่ำหวานหยาดเยิ้มด้วยความสิเน่หา และหิวโหย

 

"พระองค์ยั่วยวนกระหม่อม" ท่านแม่ทัพขัดเขิน ในป่ายังไม่เขินมากนักเพราะไม่มีผู้ใดมาเห็น แต่นี่พระตำหนัก องครักษ์ก็ยังคงอยู่แม้จะอยู่ไกล แต่ก็มองเห็นได้ ถ้าตั้งใจมอง ทำให้แม่ทัพหนุ่มขัดเขินหนัก แต่กลับไม่ยอมถอย

 

"ข้าอยากจุมพิตเจ้าแบบนี้มานานนัก และข้าก็รู้ว่าเจ้าคิดอย่างเดียวกับข้า" สบตาแม่ทัพอีกครั้ง

 

ครานี้ไม่มีเสียงต่อว่าแล้ว เพราะริมฝีปากทั้งคู่ประกบกันอย่างแนบแน่น

 

"กระหม่อมยกหัวใจของกระหม่อมให้กับท่านหวงไท่จื่อ พร้อมๆ กับชีวิตของกระหม่อม ก็ยกให้กับท่านเพียงผู้เดียวเท่านั้น ไม่ว่าจะสุขจะทุกข์ ข้าแม่ทัพหลูเหอจิ้ง จะอยู่ข้างพระองค์ตลอดไป" แม่ทัพหนุ่มเอ่ยแบบทื่อๆ แต่ก็ออกมาจากใจ หวงไท่จื่อยินดีและมีความสุขที่สุด ก่อนอ้อมแขนของแม่ทัพบูรพาจะสวมกอดพระวรกายผ่องนั้นด้วยความรักและสิเน่หาสุดหัวใจ

 

"ข้าดีใจที่ได้ยินคำนี้ ข้าพึงใจเจ้ามานาน ตั้งแต่เป็นสหายครั้งเยาว์วัย ต่อจากนี้ไป ข้าจะไม่ปล่อยมือไปจากเจ้าแน่เหอจิ้ง" ตรัสแล้วก็จุมพิตที่คางสากๆ ของแม่ทัพในดวงพระทัย ก่อนจะสบตากัน

 

"หนทางจะยาวไกล ข้านั้นไม่หวั่น ขอแค่มีเจ้าร่วมเคียงข้างไปกับข้าก็เพียงพอแล้ว" หวงไท่จื่อแย้มพระโอษฐ์ก่อนที่จะจับมือของท่านแม่ทัพแน่นก่อนที่จะจุมพิตอีกครั้งและอีกครั้งใต้ต้นอิงฮวา

 

รสจุมพิตของทั้งสองยังคงตราตรึงตราบนานเท่านาน

 

 

 

           The  End❤️

 

 

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

ฝาก E-book ด้วยนะคะ  จะมีเพิ่มขึ้นมาอีก 2ตอนพิเศษค่ะ     ขอบคุณที่ติดตามนะคะ  รักทุกคนค่ะ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น

  1. #1 thig (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2563 / 09:15

    จบแบบแฮปปี้จ้าาา
    #1
    1
    • #1-1 141603HH(จากตอนที่ 27)
      24 สิงหาคม 2563 / 09:28
      ขอบคุณที่ชอบนะคะ💖 ฝากE-Bookเรื่องนี้ด้วยนะคะ มีพิเศษ2ตอนค่ะ ทั้ง2คู่ต่างมีเจ้าก้อนน้อยๆมาเป็นแก้วตาดวงใจนะคะ💕 https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&book_id=130203
      #1-1