เกิด​ใหม่​อีก​ครั้ง​ ทำ​ไมมัน​ยุ่ง​ขนาด​นี้​วะ​ มี E-Book​ แล้วนะคะ พร้อมตอนพิเศษ​2​ตอน​ค่ะ

ตอนที่ 26 : ฮูหยินเอก ตอนจบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 461
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    14 ส.ค. 63

 

ที่ถ้ำลับ

 

ทุกๆ คนมองฮูหยินของจวนทานอาหารด้วยความปลื้มปริ่ม ฮูหยินคนงามทานเอาทานเอา ไม่พูดไม่จากับใครแม้แต่ผู้เป็นสามี

 

ท่านแม่ทัพเห็นดังนั้นก็ตาพราว คนงามของตน ดูท่าจะหิวมากเป็นพิเศษ ถึงได้ทานมากขนาดนี้ ปกติไม่ได้จัดสำรับเพิ่ม แต่นี่ รอบที่2แล้ว ที่คนงามทาน

 

แววตาของท่านแม่ทัพใหญ่ ยิ้มด้วยความสุข มือใหญ่ลูบที่กลุ่มผมนุ่มสลวยของฮูหยินคนงามเบาๆ อย่างรักใคร่เอ็นดู

 

เฟิงหลุนเงยหน้าขึ้นเห็นแววตาของแม่ทัพหนุ่มก็ยิ้มเขินๆ อึ๋ยยยย ทำไมต้องจ้องเขาด้วยแววตาหวานเยิ้มแบบนี้ด้วยนะ มันสยิวอ่ะ

 

"ท่านพี่" ปากคาบเต้าหู้ แต่ยังมีกะจิตกะใจเอ่ยถามสามีตัวโต

 

"ว่าอันใดเจ้า" ท่านแม่ทัพถามคนผู้เป็นภรรยา

 

"ข้าไปกับท่านด้วยได้หรือไม่" ถามไปมองหน้าผู้เป็นสามีไป กินไป

 

"ไปดูหวงตี้ตัดสินโทษงั้นหรือ" รู้ใจกันดี

 

"ขอรับ"

 

"ไปได้ สามีจะพาภรรยาไป ตอนนี้เจ้าทานให้อิ่มก่อนเถิด จะไอ้อาบน้ำแล้วนอน" ท่านแม่ทัพห่วงใยคนตัวเล็กดีจริงๆ

 

"ขอรับ" ยิ้มหวานๆ ส่งไปให้ท่านแม่ทัพ

 

 

 

 

ที่ชายป่า

 

"ข้าว่าเราควรกับวังหลวงพะยะค่ะหวงไท่จื่อ" หลูเหอจิ้งเสียงแตกพร่า เมื่อถูกหวงไท่จื่อรุกจนตั้งหลักไม่ทัน  ตนเป็นแม่ทัพที่อยู่แต่ในฐานทัพและสนามรบ ไม่ได้ข้องเกี่ยวกับสตรีหรือเกอ แน่นอนย่อมไม่เชี่ยวชาญเรื่องกาม แต่คนที่รุกตนนี่สิ  เชี่ยวชาญแน่ เพราะในวังมีสตรีหรือเกอมากมายที่คอยปรนเปรอให้กับหวงไท่จื่อ

 

ชั่ววูบแห่งการคิด ความหวงแหนก็พุ่งขึ้น แต่ก็ต้องระงับใจ ไม่ให้ออกนอกหน้าจนเกินไป ตนไม่มีสิทธิ์ไปหวงห้ามหวงไท่จื่อตรงนี้  ท่านแม่ทัพบูรพาหน้าหงอยๆ   

 

 

หวงไท่จื่อทอดพระเนตรแล้วก็พอเข้าพระทัยจึงละมือจากแท่งทองของพระสหายคนสนิทออก

 

 

"เจ้าคิดมากไปใย ข้าเลิกคิดมากแล้ว เจ้ามีสิทธิ์หึงหวงข้าได้ เพราะเจ้าเป็นสหายของข้า" หวงไท่จื่อตรัส

 

ท่านแม่ทัพบูรพาอึ้ง นี่ที่จูบกันเมื่อครู่  สหายเขาจูบกันด้วยหรอกหรือ

 

 

เมื่อเห็นหน้าหมดอาลัยตายอยาก  ของพระสหายคนสนิท หวงไท่จื่อก็มีแววขำในดวงเนตร ก่อนจะเป็นฝ่ายดึงแขนของท่านแม่ทัพเดินออกไปที่ริมป่า  พร้อมที่จะกลับเมืองหลวงแล้ว

 

 

"เรากลับวังกันเถิด เจ้ากลัวหรือไม่เหอจิ้ง" ตรัสถามสหายคนสนิทด้วยแววพระเนตรขำขัน แต่หลูเหอจิ้งผู้ที่หัวใจปลิดปลิวไปแล้วก็เดินตามแรงลากของหวงไท่จื่ออย่างเรี่ยวแรงหดหาย  จึงเดินแบบซังกะตาย​ตามแรงลากของพระสหายคนสนิท?? 

 

"ไม่กลัวพะยะค่ะ" หลูเหอจิ้งตอบออกไปด้วยเสียงแผ่วเบา

 

แม่ทัพบูรพายังคงอึ้ง และ ณจังงังอยู่  จึงไม่เห็นว่าหวงไท่จื่อนั้นระริกระรี้เป็นพิเศษ ถ้าได้เห็นคงอยากชกอกตนจนตัวตายเป็นแน่

 

 

 

พระราชวัง

 

หวงไท่จื่อประทับที่พระเก้าอี้ ทอดพระเนตรขุนนางที่ยังจงรักภักดีด้วยพระเนตรนิ่งๆ ก่อนจะเสพระเนตรไปที่หวงไท่จื่อ ที่มาถึงพอดี

 

 

"ถวายพระพรหวงตี้ ทรงพระเจริญหมื่นปีหมื่นหมื่นปี" เสียงถวายพระพรดังขึ้นมาจากคนทั้งคู่ 

 

"จิงเหลียน ได้ความหรือไม่" ตรัสถามหวงไท่จื่อของพระองค์

 

"หม่อมฉันไร้ความสามารถพะยะค่ะหวงตี้" หวงไท่จื่อไม่อาจส่งพระสหายไปตายได้

 

"เฮ้อ" เสียงถอนพระปัสสาสะดังแผ่วๆ ออกมา แต่ผู้มีปราณมากย่อมรับรู้ได้

 

หวงไท่จื่อก้มพระเศียร พอๆ กับแม่ทัพบูรพา

 

หวงตี้ผินพระพักตร์ไปที่ด้านซ้าย ก็เจอกับท่านผู้เฒ่าเหอจู่ ที่มองพระองค์อยู่   ก็พยักพระพักตร์1ครั้ง ก่อนจะเอ่ยกับพระโอรสของพระองค์

 

"จิงเหลียนเจ้ามานั่งเถิด"

 

"ขอบพระทัยหวงตี้" หวงไท่จื่อลุกขึ้น ก่อนจะทอดพระเนตรไปที่พระสหายของพระองค์ ห่วงแสนห่วง แต่พระองค์ไม่อาจทำอันใดได้ ถ้าเป็นพระเสาวนีย์ของผู้เป็นใหญ่ในใต้หล้า

 

 

"ท่านแม่ทัพบูรพา ท่านเข้าร่วมกับเหล่ากบฏเพราะเหตุใด" ตรัสถาม แม้พระองค์จะรู้เหตุผลของคนตรงหน้าก็ตาม

 

"ทูลหวงตี้ กระหม่อมไม่เคยคิดล้มล้างราชบัลลังก์ของหวงตี้ และไม่ได้เข้าร่วมกับเหล่ากองกบฏ แต่ที่กระหม่อมมาที่วังหลวงเพราะรู้ว่าแม่ทัพใหญ่หยางอี้มาแน่นอน กระหม่อมมีเรื่องราวที่ต้องชำระกับแม่ทัพหยางพะยะค่ะ" ตอบตามความเป็นจริง

 

"เรื่องอันใด" หวงตี้ตรัสถาม

 

" หลูล่วน น้องของกระหม่อม ถูกท่านแม่ทัพขับไล่ออกจากจวนพะยะค่ะ กระหม่อมเลยจะมาไตร่ถามพะยะค่ะ" แม่ทัพบูรพาเล่าความจริงให้หวงตี้ฟัง

 

ตนนั้นไม่คิดจะก่อกบฏ แต่ที่มาวันเดียวกันเพราะรู้ว่าจะต้องได้เจอแม่ทัพหยางเป็นแน่ แต่แล้วก็ไม่ได้เจอ ข้อข้องใจก็ยังไม่ทันได้ชำระ ตนก็ไปชำระเรื่องหัวใจก่อน

 

" เรื่องส่วนตัวของท่านกับแม่ทัพหยาง เจิ้นจะไม่ยุ่ง แต่ท่านทำผิดที่บุกมาที่พระราชวัง อันเป็นที่ประทับของหวงตี้ ท่านจะต้องได้รับโทษ ท่านรู้หรือไม่" ตรัสถามนิ่งๆ

 

"พะยะค่ะ กระหม่อมพร้อมรับโทษพะยะค่ะ" ก้มศีรษะลงรอรับโทษจากผู้เป็นใหญ่เหนือใต้หล้า

 

" ประทานยาพิษของเจิ้นให้กับฮองเฮาเสวี่ยนซินและแม่ทัพฮ่าวเนี่ย" สุระเสียงเยียบเย็นดังก้องห้องทรงงาน

 

ความเงียบปกคลุมไปทั่วบริเวณทันที

 

" รับด้วยเกล้าพะยะค่ะ" หลูเหอจิ้งรับสนองพระราชโองการของหวงตี้

 

" ส่วนท่าน ทำผิด เจิ้นจะลงโทษท่านแน่ เพลานี้จัดการตามที่เจิ้นสั่งเป็นพอ"

 

"พะย่ะค่ะ ขอทรงพระเจริญหมื่นปีหมื่นหมื่นปี" สนองพระราชโองการเสร็จก็ลุกขึ้นยืน

 

หวงไท่จื่อถอนหายใจด้วยความโล่งอก พระองค์ยอมรับว่าทรงหวาดกลัวพระทัยของหวงตี้​ยิ่งนัก เห็นพระสรวลด้วยความปีติ แต่ก็รับสั่งประหารได้ในชั่ววินาที

 

" ออกป่าวประกาศไปทั่วแคว้น ว่าย่ำรุ่ง เจิ้นจะตัดสินโทษผู้ที่กบฏต่อแผ่นดิน!! " รับสั่งด้วยสุระเสียงกร้าว

 

"รับด้วยเกล้าพะยะค่ะ" ทุกคนคุกเข่าน้อมรับพระบัญชา

 

"ท่านแม่ทัพบูรพา เจิ้นจะไปที่คุกเย็น ท่านก็ไปด้วย เจิ้นอยากเห็น ว่าท่านจะประทานยาพิษให้กับฮองเฮาเสวี่ยนซินได้จริงหรือไม่" หวงตี้ตรัสแล้วทอดพระเนตรสหายของหวงไท่จื่อ

 

 

"พะยะค่ะหวงตี้​" ก้มศีรษะแล้วถอยหลังออกมา รอคอยให้ผู้เป็นใหญ่เหนือคนเสด็จผ่านไป หวงไท่จื่อเสด็จตามหลัง จึงค่อยตามเสด็จ

 

 

 

คุกเย็น

 

ผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดินเสด็จเข้ามาในลูกกรงเหล็ก ทรงยืนทอดพระเนตรฮองเฮาของพระองค์ด้วยความเฉยชา

 

"ฝะ ฝ่าบาท ฝ่าบาทปล่อยหม่อมฉันนะเพคะ ฝ่าบาทจับหม่อมฉันมาทำไมเพคะ" สุรเสียงของฮองเฮาสั่นด้วยความหวาดกลัว

 

"เจิ้นมาประทานความรักให้กับเจ้าอย่างไรเล่า เสวี่ยนซิน" สุระเสียงนั้นเย็นชา​ยิ่ง

 

 

"รักหม่อมฉันก็ทรงปล่อยหม่อมฉันสิเพคะ" พระกรเรียวสวยสั่นๆ นั้น ลูบไล้พระเพลาและพระบาทของพระสวามี

 

 

" ฮองเฮากระทำอันใดผิด เจ้ารู้หรือไม่" ตรัสถามนางหงส์แห่งวังหลวง

 

" หม่อมฉันเปล่านะเพคะ" ฮองเฮาเสวี่ยนซินปฏิเสธอย่างรวดเร็ว

 

"เช่นนั้นหรอกหรือ แม่ทัพบูรพา" รับสั่งกับหลูเหอจิ้ง

 

" พะยะค่ะ" คุกเข่ารับพระบัญชา

 

"นำตัวท่านแม่ทัพฮ่าวเนี่ยและองค์ชายใหญ่มาหาเจิ้น" สะสางกันให้หมดในคราเดียว

 

"พะยะค่ะ" หลูเหอจิ้งไปทำตามพระประสงค์

 

"ฝ่าบาทจะทรงทำอันใดเพคะ" ฮองเฮาหวาดกลัวนัก

 

" ใจเย็นๆ เสวี่ยนซิน เจ้าอย่าเพิ่งหวาดกลัวไป ยังมีอีกเยอะที่เจ้าต้องหวาดกลัว เจ้าค่อยๆ คิดไปนะ" สุระเสียงเย็นชา

 

" ฝ่าบาทใยพระทัยร้ายกับหม่อมฉันนัก ไม่เคยนึกรักหม่อมฉัน แต่กลับรักเพียงซูเฟยอ้ายเยว่เพียงเท่านั้น ทั้งๆ ที่นางเป็นแค่ชาวบ้านต่ำๆ แต่หวงตี้​กลับให้ความสำคัญกับนางจนลืมคิดถึงหม่อมฉัน" ฮองเฮาทรงเคียดแค้นยิ่งนัก

 

 

"  การที่เจ้าถูกแต่งตั้งเป็นนางหงส์แห่งใต้หล้า มันไม่เพียงพอต่อความต้องการของเจ้าหรอกหรือเสวี่ยซิน เจ้าจึงวางยาซูเฟยของข้า " หวงตี้ทอดพระเนตรฮองเฮาด้วยพระเนตรเยียบเย็น

 

 

" มันสมควรตายแล้ว ชายาของหวงตี้ทั้ง4 ต่างไม่คิดยำเกรงหม่อมฉันที่เป็นถึงฮองเฮา และที่สำคัญอ้ายเยว่กลับได้พระทัยของหวงตี้ไป แล้วจะให้หม่อมฉันมองดูสิ่งที่ทิ่มแทงใจของหม่อมฉันไปทำไมเล่า" น้ำเสียงเย้ยหยัน

 

หวงไท่จื่อ แทบกระอักโลหิต ที่พระมารดาของพระองค์สิ้นชีพเพราะความรักที่หวงตี้ประทานให้

 

หวงไท่จื่อทอดพระเนตรฮองเฮาด้วยพระทัยแค้นเคือง

 

 

" เช่นนั้นหรอกหรือ ถ้าเช่นนั้นเจิ้นจะถามเจ้าต่อไปเสวี่ยนซิน"

 

" กระหม่อมนำท่านแม่ทัพฮ่าวเนี่ยมาแล้วพะยะค่ะ" แม่ทัพบูรพาคุกเข่ารายงานหวงตี้

 

"นำตัวเข้ามา"

 

 

 

พลั่ก!!!

 

"อั่ก!! " เสียงดังออกมาพร้อมๆ กัน

 

"ฝ่าบาทไว้ชีวิตกระหม่อมด้วย" แม่ทัพฮ่าวเนี่ยคร่ำครวญ

 

 

" เสด็จ​พ่อ"  องค์​ชายใหญ่ครางเบาๆ  ความผิดที่กระทำฉายชัดเข้ามา  ทำให้ปิงจิงอี๋น้ำตาไหล

 

" อดีตท่านลักลอบเป็นชู้กับฮองเฮาของเจิ้นได้   ไยไม่คิดว่าเจิ้นจะสั่งบั่นคอเจ้าได้เล่า   ท่านแม่ทัพฮ่าวเนี่ย" พระเนตรคมปรายมองแม่ทัพฮ่าวเนี่ย

 

"กระหม่อมเปล่าพะยะค่ะ" หัวโขกที่พื้นแรงๆ 3ที

 

"เจิ้นเป็นหวงไท่จื่อ มีหวงไท่จื่อเฟยเป็นชายาเอก และแทบนับครั้งได้ ที่เจิ้นร่วมคืนย์​งบหวงไท่จื่อเฟย แล้วหวงไท่จื่อเฟยจะมีบุตรได้เยี่ยงไร" รับสั่งพลางทอดพระเนตรทั้งคู่ ที่ร่วมมือกันแทงพระองค์

 

" พวกเจ้ามีสิเน่หาต่อกันมา ก่อนที่เสวี่ยนซินจะได้อภิเษกกับเจิ้น เมื่ออภิเษกแล้วก็ยังไม่หักห้ามหัวใจ ยังแอบลักลอบพบกัน คิดว่าเจิ้นไม่รู้หรือ เจิ้นรู้ทุกอย่าง ที่เจ้า2คนกระทำ แต่เจิ้นไม่สนใจเพระอันใด พวกเจ้ารู้หรือไม่ เพราะใจเจิ้นสิเน่หาต่ออ้ายเยว่ของเจิ้นเพียงผู้เดียว สตรีใดๆ ล้วนไร้ความหมาย และที่เจิ้นจะบอกพวกเจ้า นั่นคือ เสวี่ยนซิน ไม่เคยได้เสพสมกับเจิ้นแม้แต่ครั้งเดียว เพราะผู้ที่ร่วมเสพสมนั้นเป็นเพียงจอมยุทธ์พเนจร ที่เจิ้นนำมามอบให้กับเจ้าอย่างไรเล่า เสวี่ยนซิน" ทุกคนเมื่อได้ฟังต่างนิ่งอึ้ง หวงตี้ช่างร้ายนัก

 

" สิ่งที่เจ้าร่วมมือกันกำจัดซูเฟยของเจิ้น เจิ้นจะเอาคืนทีเดียวให้สาแก่ใจ ต่อจากนี้มาพูดถึงความผิด ที่ร่วมมือกันชิงราชบัลลังก์ของเจิ้นกันต่อไปเถิดหนา" หวงตี้แววพระเนตรเย็นชาสุดขั้วหัวใจ​

 

" บิดามารดาของปิงจิงอี๋ กล้าที่จะยุแยงบุตรของตนให้ช่วงชิงบัลลังก์ทอง   ที่ต่อไปจะต้องเป็นของหวงไท่จื่อจิงเหลียน    คิดจะช่วงชิงทั้งๆ ที่ไม่ใช่โอรสของเจิ้น ที่เจิ้นให้ใช้แซ่ปิงเพราะถือว่าเอ็นดูเจ้าปิงจิงอี๋ แต่หาใช่เพราะรักเจ้าไม่ บุตรที่เกิดกับชู้ เจิ้นคงรักไม่ลง ความผิดครั้งนี้ สมควรแล้วที่จะต้องโทษประหาร9ชั่วโคตร" หวงตี้รับสั่งยังไม่จบ แม่ทัพฮ่าวเนี่ยก็เอ่ยทะลุกลางปล้อง

 

" ฝ่าบาท ไม่นะพะยะค่ะ ที่กระหม่อมลอบเป็นชู้ เหตุเพราะเสวี่ยนซินยั่วยวนกระหม่อมต่างหาก" ด้วยความรักตัวกลัวตาย ทำให้ใส่ไคล้เสวี่ยนฮองเฮา

 

" ท่าน ท่านกล่าวเช่นนี้ได้เยี่ยงไร เปิ่นกงผิดหวังนัก" ฮองเฮาพระทัยแหลกสลายที่คนรักกลับกล่าวเพื่อเอาตัวรอดเพียง​ผู้เดียว

 

" มันเป็นเช่นที่ข้ากล่าวออกมา" แม่ทัพฮ่าวเนี่ยยืนยัน ไร้ซึ่งศักดิ์ศรีของลูกผู้ชาย

 

"น่าละอายยิ่งนัก แอบเป็นชู้ลับหลังเจิ้นยังไม่พอ กลับกล่าววาจาไร้ซึ่งเกียรติและศักดิ์ศรีของแม่ทัพใหญ่ในแผ่นดิน" หวงตี้เย้ยหยัน​

 

 

" ฟังคำตัดสินของเจิ้น แม่ทัพใหญ่ฮ่าวเนี่ยทำผิดประเพณีด้วยการลักลอบเป็นชู้กับเสวียนฮองเฮา และก่อกบฏมีความผิดถึงโทษประหาร9ชั่วโคตร เจิ้นมีเมตตาประทานยาพิษให้ จะดื่มเองหรือจะให้แม่ทัพบูรพาเอาให้ดื่ม" สุระเสียงของหวงตี้เย็นเยียบ

 

"ฝ่าบาท กระหม่อมขอประทานอภัย ละเว้นชีวิตของกระหม่อมด้วยพะยะค่ะ" ท่านแม่ทัพผู้เคยรุ่งโรจน์ขออภัยโทษจากหวงตี้

 

" เห็นว่าจะไม่ได้ ถ้าเจิ้นละเว้น แล้วต่อไปผู้อื่นจะทำแบบท่าน เจิ้นจะต้องละเว้นอีกหรือ ท่านแม่ทัพหลูเหอจิ้ง รับคำสั่ง!! " หวงตี้รับสั่งหาแม่ทัพบูรพา

 

" พะยะค่ะ" หลูเหอจิ้งเตรียมรับราชโองการ

 

" จัดยาพิษชนิดแรงให้ท่านแม่ทัพฮ่าวเนี่ย เพื่อเป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูลฮ่าว" แววพระเนตรลุกโชติช่วง

 

" รับด้วยเกล้าพะยะค่ะ" แม่ทัพบูรพานำยาพิษที่ออกฤทธิ์เฉียบพลันมา1จอก เดินตรงมาหาท่านแม่ทัพฮ่าวเนี่ย

 

 

"มะ ไม่นะ ถ้าผู้ใดเข้ามาฮองเฮาตาย! "

 

 

เช้ง!!!?

 

 

แม่ทัพฮ่าวเนี่ยจนมุม ต้องใช้มือบีบคอเสวี่ยนฮองเฮาแน่น พระนางตาเหลือก เมื่อหลอดลมถูกปิดกั้น

 

เหล่าทหารรีบชักกระบี่ออกเพื่อคุ้มกันหวงตี้

"แม่ทัพบูรพา ท่านรออันใด นำยาพิษไปให้แม่ทัพฮ่าวเนี่ยดื่มเร็วเข้า"สุรเสียงเฉียบขาด​

 

 

" พะยะค่ะ" หลูเหอจิ้ง เดินเข้าไป แม่ทัพฮ่าวเนี่ยจนมุม จึงบีบคอเสวี่ยนฮองเฮาอย่างแรง พระนางตาเหลือก ถลนออกมานอกเบ้า    ฮองเฮา​น้ำพระเนตรไหลด้วยความเสียพระทัยที่ผู้เป็นที่รักของพระนางฆ่าพระนางด้วยมือของตนเอง

 

 

" จะ จะ เจ้า ฆ่า ข้า ทะ ทำ มะ ไม" พระนางสิ้นใจอย่างทรมาน เลือดออกจากปาก จมูก และดวงตา ดวงเนตรที่ถลนออกมาจากเบ้า ช่างน่ากลัวยิ่งนัก มันจ้องมองท่านแม่ทัพฮ่าวเนี่ยอย่างอาฆาตมาดร้าย

 

 

"มะ ไม่ ไม่นะ ข้าไม่ได้ฆ่าเจ้า หวงตี้ต่างหากที่ฆ่าเจ้า" จากแม่ทัพผู้เกรียงไกรกลับกลายมาเป็นคนวิปลาสไปเสียแล้ว

 

"จะทำอย่างไรดีพะยะค่ะ" หลูเหอจิ้งถามหวงตี้

 

"จัดยาไป ไม่ต้องละเว้น หากมันแกล้งบ้า จะเป็นภัยต่อราชสำนักได้" สมแล้วที่ครองบัลลังก์ทอง มองการณ์ไกลได้เด็ดขาดนัก

 

" รับด้วยเกล้าพะยะค่ะ" แม่ทัพบูรพา จัดการดึงตัวของแม่ทัพฮ่าวเนี่ยด้วยปราณ แล้วจับปากอ้าขึ้น กรอกยาพิษลงไป แล้วปิดปากทันที แม่ทัพใหญ่ดิ้นรน ต่อสู้ แต่ไม่อาจสู้แรงของแม่ทัพหนุ่มหลูเหอจิ้งได้ ยาพิษจึงไหลลงในลำคอ!!

 

" อั่กก!! " แม่ทัพใหญ่ตาเหลือกลาน ดิ้นรนอย่างทรมานเมื่อพิษออกฤทธิ์เร็วกว่าที่เคย พิษนั้นกัดกินตับไตและหัวใจของท่านแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นไปแล้ว

 

 

"อ้ากกกกกกกก" ความเจ็บปวดทรมานเมื่อร่างกายถูกกัดกินด้วยพิษ ตาเหลือก ร่างชักเกร็ง น้ำลายฟูมปาก มือและเท้างอเกร็ง ก่อนที่ดวงตาทั้งคู่จะถลนออกมานอกเบ้า พร้อมๆ กับเลือดที่ออกจากตา จมูก และปาก ส่วนทวารหนักและทวารเบาเป็นของเหลว ด้วยเมื่อมนุษย์ถึงกาลดับสูญ ธาตุทั้ง5ก็แตกดับ นำสิ่งของจากร่างกายพุ่งออกมาด้วย ดั่งเช่นแม่ทัพฮ่าวเนี่ยเป็นต้น

 

 

ทุกผู้ทุกนามมองไปที่ท่านแม่ทัพฮ่าวเนี่ยและฮองเฮาเสวี่ยนซินอย่างสยองขวัญ

 

 

หวงตี้ทอดพระเนตรด้วยพระทัยนิ่งๆ ก่อนจะนึกไปถึงยอดดวงใจของพระองค์ อ้ายเยว่

 

 

"เยว่เอ๋อร์ พี่นั้นกำจัดผู้ที่ทำร้ายน้องได้แล้วนะ อีกไม่นาน ถ้าโอรสของเราขึ้นครองราชย์ พี่จะไปอยู่กับน้อง น้องจงมารับพี่ด้วย" ทรงกล่าวกับยอดดวงใจของพระองค์ภายในพระทัย ก่อนจะเสด็จกลับพระตำหนัก ตามด้วยเหล่าราชบริพารที่จงรักภักดี

 

 

ทิ้งเสียงร้องไห้โหยหวนเอาไว้ ในคุกเย็น  พร้อมๆกับที่เสียงฝ่าเท้า​เดินหายลับไป!!

 

 

 

 

ย่ำรุ่งที่ลานประหาร!!!

 

 

ขุนนางทุกระดับชั้นมาที่ลานประหารอย่างพร้อมเพรียงกัน การนี้มีแม่ทัพหยางอี้ที่พาฮูหยินรองเฟิงหลุนมาด้วย นับเป็นครั้งที่2 ที่แม่ทัพใหญ่ของแผ่นดินนำฮูหยินรองออกงาน ผู้ใดที่ได้พบเห็นต่างก็มั่นใจแล้วว่า เกอผู้นี้จะมีวาสนาเป็นถึงฮูหยินเอกเป็นแน่

 

เฟิงหลุนมองไปที่พระที่นั่งสีทอง คลุมด้วยผ้ารองนั่งสีทองปักลายมังกรตัวใหญ่ เป็นของหวงตี้ ทางขวามือถัดจากหวงตี้เป็นเก้าอี้สีทองปักลายหงส์สยายปีก น่าจะเป็นเก้าอี้ประทับของหวงไท่จื่อ และเหล่าขุนนางตามชั้นตามลำดับ

 

 

ฝั่งด้านซ้ายแม่ทัพหยางอี้นั่งเป็นผู้แรก และเรียงต่อๆ ไปตามยศศักดิ์

 

ด้านหน้านั้นมีนักโทษนับพัน ที่จับคุกเข่า ทุกคนตาแดง ร้องไห้โหยหวน ฟังดูน่าอดสูยิ่ง

 

คนงามใจไม่ดี ทำให้สามีผู้เป็นที่รักยิ่ง ไม่สบายใจ จึงยกมือลูบผมนุ่มสลวยเบาๆ เพื่อคลายความกังวลของฮูหยินคนงาม

 

 

"ไม่เป็นไรนะเจ้า" สามีที่รักเอ่ยอย่างเข้าใจและเป็นห่วง

 

ฮื้อออ สาวๆ จะหาสามีดีๆ แบบนี้ได้จากที่ไหนนะ นอกจากเขาที่เป็นคนได้มา แค่ก! แค่ก! ????

 

"เจ้าคิดลามกอยู่ใช่ไหม หลุนเอ๋อร์" ท่านแม่ทัพหน้าโหดกล่าวเรียบๆ แต่แววตาขำขัน

 

 

"ข้าเปล่าซักหน่อย" คนงามอุบอิบ

 

 

" เจ้าหน้าแปลกไป" แววตาพราว

 

 

"เห!!!! แปลกอันใดขอรับ" งง แปลกตรงไหน

 

 

"หน้าเจ้าเดี๋ยวซีดเดี๋ยวแดงอย่างไรเล่า" กล่าวจบก็อมยิ้ม แล้วจิ้มแก้มนุ่มๆ ของฮูหยินรัก

 

 

" อื้ออ ท่านพี่ ข้าเขินนะขอรับ" เฟิงหลุนแก้มแดงปลั่ง ที่สามีตัวโตแสดงความรักความเอ็นดูตนต่อหน้าเหล่าขุนนาง

 

 

ทุกคนต่างอึ้งที่ท่านแม่ทัพสุดโหดแสดงความรัก ความหวานกับภรรยา ทุกคนต่างไม่นึกไม่ฝันว่าท่านแม่ทัพจะมีอารมณ์แบบนี้กับเขาด้วย

 

ทุกๆ คนต่างอึ้ง ณ จังงังกันไปหมด

 

" หวงตี้เสด็จ" ทหารขานนามของหวงตี้ ทำให้เหล่าขุนนางต่างได้สติ รีบคุกเข่าเตรียมการถวายพระพรหวงตี้

 

เมื่อชายฉลองพระองค์สีทอง ปักดิ้นด้วยเส้นไหมสีทองลวดลายมังกร สะบัดผ่านหน้าของขุนนางทุกคน เสียงถวายพระพรก็ดังก้องไปทั่ว

 

 

"ถวายพระพรหวงตี้ ขอจงทรงพระเจริญหมื่นปีหมื่นหมื่นปี"

 

 

"ขอบใจทุกท่าน ลุกขึ้นเถิด" สุรเสียงแห่งอำนาจและพระบารมีดังออกมาจากโอษฐ์ ทำให้เฟิงหลุน ขนลุกซู่ขึ้นมา

 

 

"ขอบพระทัยหวงตี้" ข้าราชบริพารทุกท่านต่างลุกขึ้นแล้วไปนั่งที่เก้าอี้ตามยศของตนต่อไป

 

เฟิงหลุนเพิ่งมีโอกาสได้เห็นพระพักตร์ของหวงตี้ก็วันนี้ พระพักตร์ของหวงตี้แม้จะพระชนม์ย่าง40 ชันษา ก็ยังคงหล่อเหลา ไม่แพ้คนข้างกายของตนเลย แค่ก! แค่ก!

 

 

แต่ที่เฟิงหลุนขมวดคิ้ว ไม่ใช่อะไรหรอก โน่น ท่านผู้เฒ่าโน่น นึกว่ากลับฐานที่มั่นแล้ว ที่ไหนได้ อยู่กับหวงตี้นี่เอง

 

 

เห!! อยู่กับหวงตี้??? คนงามชักจะงง หรือว่าจะมีเรือผีโผล่ขึ้นมาอีกเรือ คนงามนั่งไล่นับเรือต่างๆ ของตนกับท่านแม่ทัพ- จูล่งกับฉีจินหลิน- องไท่จื่อกับท่านแม่ทัพบูรพา ที่เห็นในป่าเมื่อวาน แล้วยังจะมาท่านผู้เฒ่ากับหวงตี้อีก เหวยยยย มันจะจบยังไงหล่ะทีนี้

 

 

คนงามไม่ทันได้ฟังที่หวงตี้ตรัส เพราะมัวแต่นับมือไล่เรียงเรือผีอยู่นั้น ท่านผู้เฒ่าเหอจู่ เหมือนจะรู้ว่าเสี่ยวหลุนคิดอันใดอยู่ ก็ใส่ปราณเข้าไปที่นิ้ว แล้วดีด!!!!

 

 

ฟิ้วว!! 

 

 

ไปที่หน้าผากของฮูหยินคนงามท่านแม่ทัพหยาง1ดอกเน้นๆ

 

 

"โอ๊ยยย ซี้ดดดด" คนงามคราง ทำให้สายตาของทุกคน ไม่เว้นแม้แต่หวงตี้และหวงไท่จื่อ ก็ทอดพระเนตรมาทางฮูหยินของท่านแม่ทัพกันอย่างพร้อมเพรียง

 

 

"เจ้าเป็นอันใดหลุนเอ๋อร์" ท่านแม่ทัพเห็นว่าหน้าผากนวลเนียนของคนตัวเล็ก​มีรอยแดงๆ อยู่ ก็ชักจะเป็นห่วง เตรียมจะพาฮูหยินคนงามกลับจวนอยู่รอมร่อ

 

 

"อูยยยท่านพี่ ดะ เดี๋ยว อยู่ก่อน ข้าถูกท่านผู้เฒ่าดีดปราณเข้าใส่ขอรับ" พอฮูหยินคนงามกล่าวจบ แม่ทัพหนุ่มก็หันไปมองที่ท่านผู้เฒ่าอยู่ ก็เห็นว่าพยักหน้าหงึกหงัก เล่นเอาหยางอี้ปวดหัวกับการเล่นเป็นเด็กๆ ของทั้งคู่

 

 

สายพระเนตรของหวงตี้มีแววขบขันและเอ็นดูขึ้นมาชั่ววูบก่อนจะตัดสินโทษของเหล่ากบฏต่อไป

 

 

" การก่อกบฏของขุนนางในราชสำนักของเจิ้น รวมทั้งฮองเฮาและองค์ชายใหญ่เป็นความผิดร้ายแรง เจิ้นจะลงโทษประหารชีวิตด้วยการตัดคอ เพื่อให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่ผู้คนทั่วไปจะได้ไม่กระทำผิดคิดคดต่อแผ่นดินอีกครา  ส่วนฮองเฮา​และแม่ทัพฮ่าวเนี่ยนั้นสิ้นขีพแล้วที่คุกเย็น​" หลังจากที่หวงตี้ตัดสิน เสียงกู่ก้องของเหล่าราษฎรที่มาฟังคำตัดสินต่างก็แซ่ซ้องและชื่มชมในความเด็ดขาดของหวงตี้

 

" ได้เวลาแล้ว เพชรฆาตประจำที่" หวงตี้รับสั่งถึงเพชรฆาตที่ทำหน้าที่ประหารผู้กระทำผิดรวมทั้งวงศาคณาญาติรวม9ชั่วโคตร ให้รอรับการโยนไม้สีแดงจากหวงตี้

 

 

"ประหาร!!!! " หวงตี้ทำการโยนไม้สีแดงลงมาที่ลานประหาร

 

 

ฉับ!!!!!!!

 

ฉั๊วะ!!!!!

 

การประหารเหล่าผู้กบฏ​และเหล่าวงวารญาติเครือของผู้กระทำผิดเริ่มขึ้น ท่ามกลางเลือดไหลนอง  กลิ่นคาวคละคลุ้ง​ไปทั่ว เฟิงหลุนเห็นแล้วถึงกับจะเป็นลม ไม่นึกไม่ฝันว่าที่จะประหารนั้นคนจะมากมายขนาดนี้

 

 

ทุกคนมองกันได้ยังไง แต่ว่ามันก็คงเป็นเรื่องปกติของยุคนี้ ถ้าไม่เด็ดขาด ไม่ฆ่าเขา สักวันเขาก็จะย้อนกลับมาฆ่าตนเองแน่ ช่างน่ากลัวจริงๆ การที่แขวนชีวิตไว้บนเส้นด้ายตลอดเวลาแบบนี้

 

เฟิงหลุนสยองขวัญ​

 

 

 

หลังจากที่ทำการประหารเสร็จสิ้น ขุนนางทุกระดับชั้นก็ไปเข้าเฝ้าหวงตี้ที่ท้องพระโรง

 

"ศึกในครานี้ เจิ้นจะปูมบำเน็จ รางวัลให้ทุกท่านที่ร่วมสู้ ร่วมคิด ร่วมวางแผนมากับเจิ้น โดยเฉพาะท่านแม่ทัพหยางอี้ เจิ้นจะออกราชโองการแต่งตั้งให้ท่านเป็นกรณีพิเศษ" พระปรางยกขึ้นเล็กน้อยเมื่อทอดพระเนตรเห็นฮูหยินคนเดียวของพระสหายของพระองค์

 

 

"ขอบพระทัยหวงตี้" ท่านแม่ทัพยิ้มเมื่อสิ่งที่หวังจะได้สมดั่งใจแล้ว

 

 

" ฮูหยินหยาง" หวงตี้รับสั่งถึงเฟิงหลุน เล่นเอาคนงามชะงัก หิวก็หิว ไหนจะพิธีการมากมายอีก ทำให้เฟิงหลุนไม่คิดจะฟังอันใด เมื่อหวงตี้รับสั่งถึง ก็สะดุ้งทันควัน

 

 

"พะยะค่ะ" คุกเข่าข้างๆ สามีของตน

 

 

"ที่แผนเป็นไปได้ด้วยดี ส่วนหนึ่งมาจากแผนของฮูหยินแม่ทัพหยาง เจิ้นขอทราบนามของเจ้าได้หรือไม่" หวงตี้ตรัสยิ้มๆ

 

 

"กระหม่อมมีนามว่าเฟิงหลุน แซ่อ้าย มีนามเป็นทางการว่าหยางเฟิงหลุนพะยะค่ะ" ฮูหยินหยางถวายคำตอบแก่หวงตี้

 

ทหวงตี้​ทรงพอพระทัยยิ่ง ที่แม่ทัพเอกของพระองค์มีฮูหยินที่เก่งและฉะฉาน สามารถร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่ของสามีไปตลอดรอดฝั่งได้

 

" เจิ้นดีใจที่เพลานี้เจิ้นได้พบฮูหยินของท่านแม่ทัพ เจิ้นขอขอบใจ ที่เจ้าคิดแผนการต่างๆ เป็นขั้นเป็นตอน และได้นำคนผู้หนึ่งมาช่วยเจิ้น ทำให้เจิ้นรักษาทหารหาญของเจิเนไว้ได้ เจิ้นจะออกราชโองการให้กับหยางฮูหยินเพื่อเป็นการตอบแทน" หวงตี้รับสั่ง ก่อนจะสังเกตุว่าคนงามหน้ามุ่ย จึงรับสั่งถามต่อไป

 

 

" มีอันใดไม่พอใจหรอกหรือ" รับสั่งถาม

 

 

" ไม่มีพะยะค่ะ แต่กระหม่อมหิวข้าว" จบคำพูดของคนงามก็เรียกเสียงหัวเราะให้กับทุกคน ไม่เว้นแม้กระทั่งหวงตี้ หวงไท่จื่อและท่านผู้เฒ่า ที่เอ็นดูฮูหยินของท่านแม่ทัพเหลือเกิน

 

 

 

 

 

จวนท่านแม่ทัพหยาง

 

 

หลังจากผ่านวันประหารมาแล้ว ได้3ซิงซี [3อาทิตย์] ก็มีราชโองการจากหวงตี้มาที่จวนของท่านแม่ทัพ

 

" หยางฮูหยินรับราชโองการ" ขันทีที่สนองเบื้องยุคลบาทนำราชโองการมาให้แก่เฟิงหลุน

 

 

เฟิงหลุนและเหล่าองครักษ์ บ่าวไพร่ทุกคน ต่างคุกเข่ารับราชโองการของหวงตี้อย่างตื่นเต้น

 

 

"เนื่องด้วยฮูหยินรองหยางเฟิงหลุน เป็นผู้ที่ทำประโยชน์แก่แผ่นดิน เจิ้นจึงมีราชโองการแต่งตั้งให้เป็นฮูหยินเอกของแม่ทัพหวงตี้ และจะประทานมงคลสมรสให้ การนี้เจิ้นได้มอบทรัพย์สินของมีค่ามามอบให้กับหยางฮูหยินเป็นการขอบคุณด้วย" ขันทีเฟิง อ่านราชโองการจบด้วยสีหน้ายิ้มๆ

 

" ทรงพระเจริญหมื่นปีหมื่นหมื่นปี" หยางเฟิงหลุนรับราชโองการด้วยสีหน้าปลื้มปิติ นี่เขาจะมีสามีเป็นตัวเป็นตนแล้วนะ แค่ก! แค่ก! ขันทีฟงมองฮูหยินเอกของท่านแม่ทัพด้วยความเอ็นดู

 

เฟิงหลุนมอบถุงทองให้แก่ขันทีฟงเป็นการขอบใจตามธรรมเนียม

 

"ลำบากขันทีแล้วขอรับ" คนงามเอ่ยยิ้มๆ

 

" มิได้ๆ ข้าต้องขอตัวกลับก่อน หวงตี้ทรงมีราชกิจเยอะ ข้าต้องคอยสนองเบื้องพระบาทพระองค์" ขันทีฟงยิ้ม

 

"น้อมส่งขันทีฟงขอรับ" ก้มศีรษะส่งขันทีกลับวัง

 

หลังจากพ้นหลังของขันที

 

 

"เย้!!!!!!! " เสียงเฮดังลั่นจวน ที่ฮูหยินของของทุกคนได้เป็นฮูหยินเอกแล้ว

 

 

เฟิงหลุนมองแล้วยิ้มๆ ก่อนจะถือราชโองการกลับเข้าห้องไป

 

 

 

วังหลวง

 

" เสด็จพ่อตรัสอันใดรึพะยะค่ะ" หวงไท่จื่อตกพระทัย

 

"พ่อบอกว่า จะออกราชโองการให้แม่ทัพเหอจิ้งเข้าพิธีอภิเษก" หวงตี้รับสั่ง พลางทอดพระเนตรมองโอรสของพระองค์นิ่งๆ

 

 

"กับผู้ใดพะยะค่ะเสด็จพ่อ" ถามด้วยเสียงแหบแห้ง

 

 

"กับเจ้าอย่างไรหล่ะ จิงเหลียน" ตรัสอย่างรู้พระทัยโอรสของตนเอง

 

 

"เสด็จพ่อ!!! " หวงไท่จื่อตกพระทัย และดีพระทัย นิ่งอึ้งไปชั่วอึดใจ ก่อนพระสติจะกลับคืน

 

 

"เจ้าไม่แต่ง?? " ถามโอรส

 

 

"แต่งพะยะค่ะ ลูกแต่ง" พระเนตรแพรวพราว หวงตี้ทอดพระเนตรแล้วก็ชื่นในพระอุรายิ่งนัก ลูกมีความสุข ใยผู้เป็นบิดาจักไม่มีความสุขเล่า

 

 

" เยว่เอ๋อร์เจ้าเห็นหรือไม่ จิงเหลียนจะมีความสุขกับคนที่รักแล้วนะ เยว่เอ๋อร์รอพี่ก่อนนะ อีกไม่นานพี่จะไปอยู่กับเจ้า"

 

 

" ขันทีฟง ออกราชโองการให้แม่ทัพบูรพากลับเข้าวังเพื่อเตรียมตัวอภิเษกกับหวงไท่จื่อ"

 

 

" พะยะค่ะ" ขันทีฟงรับสนองพระบรมราชโองการ

 

 

 

 

ที่จวนแม่ทัพหยางอี้

 

 

วันรุ่งจะถึงพิธีมงคลนั่นคือสมรสพระราชทาน ทำให้ทุกคนในจวนต่างตื่นเต้นดีใจ ไม่ยอมหลับไม่ยอมนอน ต่างก็คุยกันโขมงโฉงเฉงดังลั่นไปทั่วจวน ทำให้ฮูหยินของท่านแม่ทัพนอนไม่หลับ ต้องกรอกตามองเพดานไปมา

 

"ท่านพี่" ถามคนที่กอดตน ว่านอนหรือยัง

 

 

"ว่าอันใด ฮูหยินรัก" ท่านแม่ทัพหอมแก้มฮูหยินรักเบาๆ

 

 

"ข้า.... เอ่อ" คนงามไม่รู้จะพูดอันใด

 

 

"ว่าอันใดเจ้า" สามีมองหน้า

 

 

"คือว่า ว่า ข้าหิวขอรับ" เสียงอ่อยๆ ของเจ้าตัว ทำให้ท่านแม่ทัพหัวเราะดังลั่นจวน เสียงที่บ่าวไพร่คุยกันเงียบลงทันทีที่ได้ยินเสียงหัวเราะของท่านแม่ทัพ

 

 

"ท่านพี่ ท่านขำข้า" หน้ามุ่ย ก็คนมันหิว

 

 

"เจ้าเพิ่งทานไปเมื่อ1เค่อนี่เองนะเจ้า" สามีขำ

 

" จะ1เค่อ รึครึ่งเค่อ ข้าก็หิว นะท่านพี่ ให้แม่ครัวทำอาหารให้ข้าที ข้าหิวมากๆ เลย" คนงามอ้อน

 

"เช่นนั้นฮูหยินนั่งรอสักครู่" ท่านแม่ทัพจัดการตามที่ฮูหยินคนงามต้องการ

 

 

เวลาไม่นาน ท่านแม่ทัพก็นั่งมองฮูหยินของตนนั่งทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อย

 

หยางอี้มองคนงามทานอาหารด้วยความสุขที่ล้นเหลือ ขอบคุณสวรรค์ ขอบคุณท่านผู้เฒ่าที่นำพาเฟิงหลุนมาให้กับตน

 

นำพาหัวใจที่หายไปทั้งชีวิตกลับมาให้กับตนแล้ว มือนี้จะจับมือของหลุนเอ๋อร์ตลอดไป ข้าสัญญา ท่านแม่ทัพลูบศีรษะคนงามพลางให้คำมั่นอยู่ในใจ ก่อนจะจูบขมับฮูหยินของตนพลางเอ่ยคำมั่น

 

 

"สามีรักเจ้านักหลุนเอ๋อร์ อยู่กับสามีนะ อย่าจากสามีไปไหน เข้าใจหรือไม่" แม่ทัพหนุ่มมองตาคนงาม

 

 

"ข้าก็รักท่าน ท่านพี่ ข้าจะไม่ไปจากท่านแน่นอน แต่ตอนนี้ท่านพี่อย่ากวนข้าสิขอรับ ข้าหิวนะ" เฟิงหลุนว่าเข้าให้

 


หมดกันความหวานซึ้ง ท่านแม่ทัพหัวเราะหึหึในลำคอ ก่อนจะหอมแก้มคนงาม1ทีอย่างรักใคร่​หลงใหล​

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น