เกิด​ใหม่​อีก​ครั้ง​ ทำ​ไมมัน​ยุ่ง​ขนาด​นี้​วะ​ มี E-Book​ แล้วนะคะ พร้อมตอนพิเศษ​2​ตอน​ค่ะ

ตอนที่ 25 : ชำระความ!!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 356
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    14 ส.ค. 63

 

 

แม่ทัพหยางอี้กลับไปที่จวนของตน ก็พบกับการทำลายล้างของกองกำลังว่านอี้เทาและระเบิดที่เฟิงหลุนฝังไว้รอบๆ จวน

 

 

เข้ามาในจวนไม่พบสิ่งใด แต่ก็เห็นร่องรอยการต่อสู้และการรื้อค้นเต็มไปหมด ใจของแม่ทัพหนุ่มหวั่นวิตกมากขึ้นเรื่อยๆ แม้จะพยายามหักห้ามใจไม่ให้คิดไปไกล เพราะตนรู้ว่าเฟิงหลุนนั้นเก่งและฉลาด

 

 

แต่ตนก็อดที่จะห่วงหวงและหวาดวิตกไม่ได้

 

"นายท่านขอรับ" เสียงซินเทียนที่โรงครัวใหญ่ ทำให้ท่านแม่ทัพต้องรุดไปดู

 

แล้วก็ไปเจอกับบางสิ่งบางอย่าง ที่ทำให้หัวใจของแม่ทัพหนุ่มเต้นกระหน่ำ

 

"ฝา!! " เสียงแหบพร่าถามขึ้น

 

 

"ขอรับ ฮูหยินรองเคยกล่าวไว้ว่า ถ้าจวนตัว ฮูหยินถึงจะลงไปที่ช่องทางนี้ และจะใช้ปราณปกปิดฝาเอาไว้ ไม่ให้ผู้ใดดึงออก" ซินเทียนเอ่ย

 

"แล้วเหตุใด ฝาถึงเปิดออก หลุนเอ๋อร์ลืมปิดฝาเช่นนั้นหรือ หรือว่าขณะที่กำลังลงไป ว่านอี้เทาก็มาพอดี หรือว่าว่านอี้เทาลงตามหลังไป" คิดอะไรก็ไม่ได้ซักอย่าง ทำให้ใจของแม่ทัพหนุ่มหวาดวิตกมากยิ่งขึ้น

 

 

ห่วงทั้งฮูหยินและห่วงทั้งบ่าวไพร่ที่ไปซ่อนตัวล่วงหน้าในครั้งก่อน แล้วก็กลัวว่าว่านอี้เทาจะค้นพบและอาจจะฆ่าบ่าวไพร่ของตนก็อาจเป็นไปได้

 

 

ใจท่านแม่ทัพในครานี้ไม่อาจนิ่งสงบได้ดั่งเหมือนที่ออกศึก คราใดที่ออกศึก แม่ทัพหนุ่มใจนิ่งสงบ ไม่คิดฟุ้งซ่าน มีการวางแผนการรบและการหลอกล่อศัตรูเอาไว้เสมอ แต่ครานี้ไม่ใช่! เพราะคนที่เป็นดั่งดวงใจไม่รู้จะปลอดภัยจากว่านอี้เทาหรือไม่

 

" เช่นนั้นพวกเราก็ลงไปเถิด จิ้นไห่ ปิดฝาผนึกปราณด้วย" ท่านแม่ทัพสั่ง ก่อนจะลงบันไดลงไป ตามด้วยซินเทียน

 

" ขอรับท่านแม่ทัพ" จิ้นไห่ก้าวลงในช่องทางลับ แล้วทำการปิดฝา อัดไปด้วยพลังปราณ

 

 

ก่อนจะรีบตามผู้เป็นนายไป

 

 

 

 

ฝั่งเฟิงหลุน

 

 

"อั่ก!!! " เฟิงหลุนกระอักเลือดออกมากองโต เพราะผลจากการปะทะกันเมื่อครู่

 

"ฮูหยิน" เสียงองครักษ์และบ่าวคนสนิทตกใจ แต่เขายกมือห้ามไว้ได้ทัน ก่อนจะรีบโคจรพลังที่วิ่งพล่านไปทั่วทันที

 

"หึหึ ฮูหยินของแม่ทัพหยางอี้เก่งไม่เบา แล้วเหตุใดหลีเอ๋อร์ถึงบอกว่าเกอแบบเจ้าไม่มีพลังจินตัน ทั้งๆ ที่เมื่อครู่สู้กับข้า ปราณของเจ้ามันสูงมาก" ว่านอี้เทาสงสัย ตนสู้กับฮูหยินของแม่ทัพหยางมาได้สักครู่ พลังปราณของเกอผู้นี้สูงนัก

 

"ทั้งๆ ที่ข้า อั่กกก!!! " ว่านอี้เทายังกล่าวไม่จบ ก็กระอักเลือด เหล่ากองกำลังทุรชนเมื่อเห็นว่า รองแม่ทัพประจิมกระอักเลือด บาดเจ็บก็ตกใจทันที ชักกระบี่เตรียมตัว พร้อมมองหาผู้ที่ทำให้ท่านรองแม่ทัพบาดเจ็บไปด้วย

 

 

"แปะ แปะ" เสียงปรบมือดังอยู่ข้างบน

 

 

ทุกคนรีบมอง ไม่เว้นแม้แต่องครักษ์ของท่านแม่ทัพหยางอี้

 

เฟิงหลุนรีบกลืนโอสถอีกครั้ง วันนี้เขาเสียพลังไปมาก เพราะสู้ทั้งวันแล้ว ไหนจะถูกผงกำยานพิษอีก พลังปราณแทบไม่มีเหลือแล้ว

 

 

"ฮูหยินเจ้าคะ" บ่าวคนสนิทเรียก

 

เหล่าองครักษ์รีบกรูเข้ามา กำลังจะรีบถ่ายเทพลังปราณ ก็ถูกฮูหยินคนงามห้ามไว้ได้ทัน

 

 

"อะไรของพวกท่านกัน เอะอะก็จะถ่ายพลังปราณ คิดถึงเหตุการณ์ต่อไปด้วยท่าน เผื่อเจอหนักกว่านี้ แล้วจะเอาพลังที่ไหนสู้กันเล่า" ฮูหยินคนงามเซ็ง รู้แหละว่าห่วง แต่ช่วยคิดถึงตอนต่อไปด้วย รอบนี้ท่านเหอจู่มาช่วยทัน แต่ยังไง ท่านก็ต้องไปที่เมืองหลวง เหล่าซากศพยังคงอยู่ พวกกบฏอีก ท่านผู้เฒ่าคงทิ้งมาได้ไม่นาน

 

 

" เสี่ยวหลุน เจ้ารีบโคจรพลังเจ้าซะ" ท่านผู้เฒ่าเอ่ย ก่อนจะหันหน้ามาสนใจกับผู้ที่ทำให้ตนต้องรีบออกจากวังหลวงมา

 

 

"เจ้ารักษาตัวเจ้าดีไหม เจ้าเจ็บมากแล้วนะ" เอ่ยกับว่านอี้เทา พร้อมๆ กับสะบัดมือเบาๆ ก่อนที่จะมีลมวูบเข้ามา เหล่าทรชนต่างก็หายใจติดขัดขึ้นมา ตาเหลือกลาน มีความรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างเข้าไปบีบรัดหัวใจของพวกตน บีบอย่างแรก ทำให้เหล่าทรชุนเจ็บหัวใจและหายใจไม่ออกเสียแล้ว

 

" อั่กกกก " เลือดออกจากปากและจมูก เหล่ากองกำลังดิ้นพล่านด้วยความทรมาน ก่อนที่จะตาเหลือก แน่นิ่งกันไปทั้งกอง ยกเว้นคนสนิทของรองแม่ทัพและว่านอี้เทาที่รีบโคจรพลัง

 

 

เหล่าองครักษ์และบ่าวคนสนิทของฮูหยินมองเหตุการณ์นี้ด้วยความตกตะลึง พลังของท่านผู้เฒ่าสูงส่งยิ่งนัก แต่เพราะความเป็นห่วงฮูหยินของตน ทำให้เลิกสนใจท่านผู้เฒ่าและท่านรองฯ ประจิมไปชั่วคราว​

 

 

ปรมาจารย์เหอจู่ลอยวูบมาจากต้นไม้ ก่อนที่จะสะบัดมือไปทางว่านอี้เทา ทำให้ทั้งนายและข้ารับใช้คนสนิทต่างหายใจไม่สะดวก รีบโคจรปรับจินตันอย่างรวดเร็วและฉุกละหุก​

 

ท่านผู้เฒ่าเดินเข้ามาหาเฟิงหลุน หลังจากยืนมองสภาพของฮูหยินรองแล้วก็ส่ายหน้า แต่แววตามีรอยพอใจ เจ้าเก่งมากแล้วเสี่ยวหลุน

 

"ใช้เวลาไม่นาน พลังปราณของเจ้าขึ้นระดับสูงแล้ว เยี่ยมมาก เสี่ยวหลุน" ท่านผู้เฒ่าเอ่ยชม ก่อนจะเดินอ้อมไปด้านหลังของเฟิงหลุน เหล่าองครักษ์รีบถอยหลัง เปิดทางให้ท่านผู้เฒ่า

 

"ฟิ้ววว!! จึ่ก!! ฟุ่บ!! " ท่านผู้เฒ่าเหอจู่ จี้จุดพลังจินตัน ก่อนที่จะถ่ายเท พลังรูปแบบใหม่ให้ฮูหยินคนงาม เพื่อรักษาอาการเจ็บ รักษาพิษจากผงกำยาน ต้องใช้ไฟปราณระดับสูง ควบคู่ไปกับการทานโอสถ แต่เมื่อครู่ มีตัวยาละลายไปทั่วร่างแล้ว แสดงว่าคนงามกินโอสถเข้าไป

 

" อึ่ก!! " เฟิงหลุนสะอึกเมื่อท่านผู้เฒ่าจี้จุดเปิดจินตัน พลังปราณที่วิ่งวุ่นก็ยิ่งวิ่งวุ่นหนัก ไหลหมุนวนตามเส้นเลือดใหญ่ของเขาอย่างรวดเร็ว เขาร้อน ร้อนมาก เหงื่อออกตามไรผมและใบหน้า ก่อนที่จะออกตามร่างกาย ไอปราณพวยพุ่งออกมา เป็นสีดำ แสดงว่าพิษของผงกำยานนั่น กำลังถูกขับออกมา

 

ท่านผู้เฒ่าเห็นดังนั้นก็เปลี่ยนพลังจากพลังร้อนเพื่อขับไล่พิษก็เปลี่ยนเป็นพลังเย็นเพื่อการรักษา

 

เมื่อพลังร้อนขับไล่พิษเรียบร้อยก็ต้อนพลังจินตันให้เข้าสู่จุดๆ เดียวแล้วสงบนิ่ง ปล่อยให้พลังเย็นไหลหมุนวนเข้ามาตามเส้นเลือดเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บจากการปะทะกับว่านอี้เทา และรักษาเจ็บจากการถูกพิษผงกำยาน

 

เมื่อความเย็นเข้าสู่ร่างกาย จากที่ไรผมและตัวตนของเกอฮูหยินเต็มไปด้วยเหงื่อ บัดนี้กลับกลายเป็นเหน็บหนาวแทน

 

 

ปรมาจารย์เหอจู่เห็นแล้วก็ยิ้มพอใจ ก่อนจะเดินตรงไปที่เหล่าองครักษ์ที่บาดเจ็บจากการถูกผงกำยานพิษเล่นงาน แล้วทำการรักษาทุกคน จนหายดี

 

 

เมื่อรักษาทุกคนเรียบร้อย ท่านผู้เฒ่าก็ลุกขึ้นยืนมองไปทางว่านอี้เทา ที่ตอนนี้โคจรพลังปราณเสร็จแล้ว

 

 

แต่ตนคงไม่ต้องทำอันใดต่อไปแล้ว เพราะผู้ที่จะกระทำต่อไป มาถึงเรียบร้อย

 

 

วูบบบบ!!

 

 

ท่านแม่ทัพหยางอี้ มาถึงก็ ปรายตามองไปทางว่านอี้เทาและเหล่ากองกำลัง2กอง ที่ล้มตายด้วยอาการตาเหลือกและเลือดทะลักออกจากปากและตา

 

 

ฝีมือท่านผู้เฒ่าสินะ มองท่านเหอจู่อย่างรู้ทัน ก่อนจะรีบตรงไปหาดวงใจของตนทันที

 

"ท่านแม่ทัพ" เหล่าองครักษ์คุกเข่าทำความเคารพผู้เป็นนายเหนือหัว วันนี้พวกตนทำหน้าที่ไม่ดี ทำให้ฮูหยินรองต้องบาดเจ็บ พวกตนทั้งหมดพร้อมรับการถูกลงโทษจากผู้เป็นเจ้าชีวิต

 

 

"เฟิงหลุนเป็นเช่นใดบ้าง" เดินเข้าไปหาคนงาม เห็นตัวสั่นเพราะความเหน็บหนาวก็นึกรู้ว่าท่านผู้เฒ่าคงรักษาอาการถูกผงกำยานพิษ ก็เบาใจได้ ก่อนจะมองสำรวจไปทั่วคนของตน ที่ส่วนหนึ่งนั่งคุกเข่า พร้อมรอรับโทษจากตน แล้วหันไปมององครักษ์อีกกลุ่มที่ได้รับบาดเจ็บ ตอนนี้กำลังถูกท่านผู้เฒ่าทำการรักษา

 

 

"อ้าวเทียน และองครักษ์ทุกนายฟังข้า เหตุการณ์นี้พวกเจ้าประมาทศัตรูเกินไปจนทำให้ฮูหยินและพวกพ้องต้องบาดเจ็บ กลับเข้าจวนแล้ว  ข้าจะทำโทษพวกเจ้า" สิ้นสุดเสียงของท่านแม่ทัพ เหล่าองครักษ์ที่คุกเข่าก็ส่งเสียงขึ้นมาพร้อมกัน

 

 

"พวกข้าพร้อมรับโทษจากท่านแม่ทัพขอรับ" แล้วลุกขึ้นยืน

 

 

" จิ้นไห่ ซินเทียน ไปดูคนเจ็บ"  สั่งงานเสร็จก็เดินไปหาท่านผู้เฒ่า

 

 

" เรียบร้อยหมดแล้ว ข้าจะกลับเข้าวังหลวง หวงตี้ยังควบคุมเจ้าพวกนั้นไม่ได้มาก เกิดหลุดจากพลังควบคุมจะยุ่ง" ท่านผู้เฒ่าบอกกับแม่ทัพ

 

 

" ขอรับ ขอบคุณท่านผู้เฒ่าที่มาช่วยหลุนเอ๋อร์ได้ทันการ" หยางอี้ประสานมือก้มหัวให้ท่านผู้เฒ่า ปรมาจารย์เหอจู่กล่าวก่อนที่จะหายวับไป

 

 

" เสี่ยวหลุนฉลาดและเก่งมาก ที่สู้มานานขนาดนี้ได้ทั้งๆ ที่ฝึกควบคุมจินตันได้ไม่กี่ราตรี ความสามารถของฮูหยินของท่านไม่ธรรมดานะท่านแม่ทัพ"

 

 

แม่ทัพใหญ่ของหวงตี้ยิ้มอย่างภาคภูมิใจ ก่อนจะเดินไปหาว่านอี้เทา

 

 

ที่ตอนนี้พลังปราณเข้าที่  พร้อมที่จะสู้แล้ว

 

 

 

 

ที่ชายป่าอีกฝั่ง

 

"เจ้าจะดึงข้าไปไหนกันเหอจิ้ง ข้าต้องเข้าวัง ข้าห่วงเสด็จพ่อ" ปิงจิงเหลียนเอ่ย ตนเดินตามคนผู้นี้มาหลายชั่วยามแล้วนะ เหนื่อยแต่ไม่อยากพูด เดี๋ยวจะหาว่าตนกระจอกแล้วจะนั่งบัลลังก์ทองในภายภาคหน้าได้อย่างไร

 

 

"ท่านเหนื่อย?? " หลูเหอจิ้งหยุดกะทันทัน

 

 

ปึ่ก!!!

 

 

" อูยยยยย หยุดทำไมเล่า" จมูกของหวงไท่จื่อชนเข้าที่ศีรษะของแม่ทัพบูรพาหลูเหอจิ้งเต็มแรง

 

 

"ชู่วววว" แม่ทัพบูรพาใช้นิ้วชี้แตะที่ริมฝีปาก

 

".....? " หวงไท่จื่อเงียบลง ก่อนที่จะเปิดสัมผัสรับรู้

 

 

ได้ยินเสียงบางอย่างมาแต่ไกล ทำให้ทั้งคู่มองตากัน แล้วก็ค่อยๆ ก้าวเดินไปอย่างไร้เสียงและเก็บไอปราณไปด้วย

 

สิ่งที่ทั้งคู่เห็น นั่นคือ แม่ทัพใหญ่หยางอี้ รองแม่ทัพประจิมว่านอี้เทา และคนสนิทของรองแม่ทัพ ยืนประจันหน้ากัน

 

 

หวงไท่จื่อทอดพระเนตรไปด้านหลังของท่านแม่ทัพก็พบว่าฮูหยินรองของแม่ทัพคู่พระทัยหวงตี้ นั่งขัดสมาธิโคจรกำลังภายในอยู่ ก็เข้าใจได้เป็นอย่างดี ว่าคงถูกว่าอี้เทาทำร้ายมาแน่

 

แต่ว่า ฮูหยินรองของท่านแม่ทัพไม่มีจินตันแล้วเหตุใดถึงโคจรพลังจินตันได้ด้วยเล่า หวงไท่จื่อ งง มันต้องมีบางอย่างเป็นแน่

 

"ท่านมาตามล่าฮูหยินของข้าด้วยเหตุผลใด รองแม่ทัพประจิม" หยางอี้มองพี่ชายของอดีตฮูหยินลำดับ4ของตนด้วยแววตานิ่งๆ แต่เย็นเฉียบ

 

 

"ถ้าไม่เพราะเกอต่ำๆ ผู้นี้ น้องของข้าคงไม่ถูกเจ้าขับไล่ออกจากจวน จนต้องอับอายไปทั่วเช่นนี้แน่ ข้าเป็นพี่จะทนเห็นน้องถูกพวกเจ้ารังแกได้เยี่ยงไรกัน" ว่านอี้เทาเดือด ที่แม่ทัพใหญ่ไม่แสดงท่าทีวิตกกังวลอันใด

 

 

"น้องสาวของท่านทำร้ายผู้อื่นแล้วข้าจะละเว้นด้วยเหตุใด ดีแค่ไหนที่ข้าไม่บั่นคอนางทิ้ง ยังคงไว้ชีวิตของนางจนไปใส่ไคล้ฮูหยินของข้า" แม่ทัพใหญ่ หน้าตึง ตาวาว ทำร้ายเฟิงหลุนแทบทุกวัน แล้วเหตุใดตนจะต้องปล่อยไปด้วยเล่า

 

 

"ท่านหมดรักน้องสาวข้า ท่านจึงกล่าวเช่นนี้ เกอผู้นี้มีอันใดดีกว่าน้องสาวของข้า น้องสาวข้าเกิดในตระกูลสูง แล้วเกอผู้นั้นเกิดมาในตระกูลใด เจ้าถึงขับไล่ไสส่งหลีเอ๋อร์ออกจากจวน" ท่านรองแม่ทัพประจิมเดือดดาล

 

 

"เฟิงหลุนมีดีกว่าว่านชิงหลีแน่ และข้าไม่เคยคิดรักว่านชิงหลี ถ้าไม่เพราะหวงตี้ประทานมาให้    คิดว่าข้านั้นจะสู่ขอน้องสาวของท่านมาเป็นฮูหยินรองหรือ"  วาจาของท่านแม่ทัพกรีดหัวใจของว่านอี้เทาจนเลือดพุ่ง

 

 

" ความดีของหลุนเอ๋อร์นั้นมีเยอะแยะมากมาย   ที่ทำให้ข้ารัก ข้อแรก ฮูหยินของข้าไม่เคยคิดทำร้ายผู้ใด ถ้าผู้อื่นไม่ร้ายมาก่อน ข้อ2 ฮูหยินของข้ามีความฉลาด และเก่งทุกอย่าง ที่น้องสาวของท่านทำไม่ได้ ข้อ3 น้องสาวของท่านทำร้ายตบตีฮูหยินของข้าทุกวัน แล้วเหตุใดข้าถึงจะปล่อยให้ผู้ที่ทำร้ายคนของข้าอยู่ต่อไปเล่า"   เสียงเย็นๆเอ่ย

 

" ข้าไม่ฆ่านาง มันก็เป็นบุญแล้ว แต่คงไม่รอดแล้วหล่ะท่าน เพราะเพลานี้ หวงตี้รับสั่งให้ตามล่าตระกูลสายหลักสายรองของผู้กบฏแล้ว   ย่ำรุ่ง หวงตี้จะพิจารณาโทษเอง อาจจะตัดคอ หรืออาจจะแขวนคอ หรืออาจจะประทานยาพิษให้ ท่านคิดว่าน้องสาวของท่านและตระกูลของท่านควรเจอในรูปแบบใดดีหล่ะ"  แม่ทัพหนุ่มร่ายยาว พลางจ้องมองรองแม่ทัพประจิมด้วยแววตาเยียบเย็น

 

ว่านอี้เทาใจสั่นรัวๆ ตนพลาด พลาดที่ไม่นำครอบครัวของตนหลบหลีกไป พลาด เพราะนึกว่าองค์ชายใหญ่จะได้ครองราชย์ ตนพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย

 

 

"เจ้าลุกขึ้นมา มาสู้กับข้าสิ แค้นข้ามากมิใช่หรือ" แววตาพยัคฆ์จ้องเหยื่อ รองแม่ทัพประจิมใจสั่นรัวๆ แต่ศักดิ์ศรีมันค้ำคอ ทำให้ลุกขึ้นจับกระบี่สู้

 

 

คนสนิทของตนชักกระบี่ออก ซินเทียนก็กระโจนเข้ามาสู้

 

 

ผู้เป็นแม่ทัพหนุ่มจ้องตาพี่ชาย อดีตฮูหยินรองนิ่งๆ ก่อนจะเริ่มสู้กันในเพลงกระบี่แรก การต่อสู้ของบุรุษที่มีเกียรติเป็นถึงแม่ทัพใหญ่และรองแม่ทัพประจิม เป็นไปอย่างดุเดือด สมเกียรติสมฐานะ แต่กลับมาสู้กันเพราะเรื่องส่วนตัวที่ไม่สามารถปล่อยวางเรื่องศักดิ์​ศรี​ได้!

 

ปิงจิงเหลียนมองอย่างเข้าใจ ฮูหยินของท่านแม่ทัพ  มีดีกว่าที่ผู้ใดจะเทียบ แล้วเหตุใดท่านแม่ทัพคู่พระทัยของหวงตี้จะไม่รักได้เล่า

 

หวงไท่จื่อ ก็คำนึงไปถึงหวงไท่จื่อเฟยของพระองค์ แม้การอภิเษกของพระองค์จะมาจากการเมือง แม้ไม่ได้รักในหวงไท่จื่อเฟย แต่พระชายาของพระองค์ก็เป็นหญิงที่ดี 

 

 แต่เป็นพระองค์เองที่ไม่รักดี ที่ปันใจให้กับใครบางคน!! ใครบางคนที่เห็นพระองค์เป็นแค่สหาย คำนึงย้อนไปแล้ว ก็ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย

 

 

หลูเหอจิ้งมองการสู้กันของท่านแม่ทัพใหญ่แล้วก็เลื่อนสายตาไปที่ฮูหยินของท่านแม่ทัพก็พอเข้าใจว่า ท่านแม่ทัพคงรักฮูหยินของตนมาก รักมาก จึงสู้เพื่อรัก แล้วตนหล่ะ สู้เพื่อรักหรือยัง

 

 

สายตาของหลูเหอจิ้งหันมามองพระพักตร์ของหวงไท่จื่อ แววตาของท่านแม่ทัพบูรพา มีความอ่อนหวานอยู่ในนั้น แววตาที่ไม่เคยใช้มองสตรี หรือเกอใดมาก่อน แต่สายตาอ่อนหวานนั้นกลับมองมาที่หวงไท่จื่อเพียงองค์เดียว

 

ปิงจิงเหลียนหันกลับมา ตา2คู่จ้องกันนิ่ง ก่อนที่ท่านแม่ทัพบูรพาจะกล่าวเบาๆ แต่กลับดังอยู่ในพระทัยของหวงไท่จื่อ

 

"ข้าเป็นสหายของหวงไท่จื่อ มาตั้งแต่วัยเยาว์ แม้มีความรู้สึกมากกว่าสหาย แต่เพราะข้านั้นต่ำต้อยเกินกว่าจะเอื้อมมือดึงรั้งท่าน ข้าจึงปล่อยให้ท่านอภิเษก มองท่านเสพสมกับสตรีอื่นๆ ที่ไม่ใช่ข้า แม้จะเสียใจและเจ็บปวด แต่สิทธิ์ที่จะหวงห่วงท่าน ข้าไม่มี"  หวงไท่จื่ออึ้งไป ที่ท่านแม่ทัพบูรพากล่าววาจาที่พระองค์อยากฟังมานาน

 

" ท่าน...... " ถึงกับตรัสไม่ออก

 

" ข้าจะนำท่านไปส่งที่วังหลวง และข้าก็พร้อมรับโทษฑัณฑ์นั้นจากหวงตี้แล้ว เชิญเสด็จพะย่ะค่ะ หวงไท่จื่อ" หลูเหอจิ้งแกะเชือกที่ผู้ข้อพระกรออก ก่อนจะขยับถอยหลัง แล้วผายมือ เพื่อเชิญเสด็จหวงไท่จื่อกลับวัง

 

ปิงจิงเหลียนหัวใจบีบอัด กว่าจะรู้ว่ารัก ต่างคนก็ต่างเสียใจกันมาแล้ว ทำไมช่วงที่มีชีวิตอยู่ถึงไม่รักไม่ทำดีต่อกันนะ จะได้ไม่เสียใจภายหลัง

 

คิดได้ดังนั้น พระบาทของหวงไท่จื่อก็ย่างก้าวมาหาท่านแม่ทัพบูรพา ท่ามกลางเสียงสู้กันของแม่ทัพใหญ่คู่พระทัยหวงตี้ที่ดังมาให้ได้ยิน

 

เมื่อยืนชิดติดกัน ตาก็สบตากัน ก่อนที่ฝ่าพระหัตถ์ของหวงไท่จื่อจะยกขึ้นมาลูบใบหน้าสากๆ ของแม่ทัพบูรพา หลูเหอจิ้งเป็นอึ้ง

 

พระพักตร์ของหวงไท่จื่อ แดงปลั่ง พอๆ กับใบหน้าของหลูเหอจิ้ง ที่ออกสีระเรื่อก่อนจะแดงลามไปที่ใบหู แม่ทัพหนุ่มยังไม่ทันได้คิดอันใด พระโอษฐ์นุ่มสีชมพูของหวงไท่จื่อ ก็ประทับที่ริมฝีปากของตนเสียแล้ว

 

ตา2คู่สบกัน แววหวานเอ่อล้นออกมาจากดวงตาคู่นั้น ก่อนที่หลูเหอจิ้งจะได้สติ แล้วบดริมฝีปากของตนเข้ากับโอษฐ์นิ่มๆ ของคนสูงศักดิ์อย่างไม่อาจทนได้อีกต่อไปแล้ว

 

"อ้ากกกกกกก" เสียงร้องด้วยความเจ็บปวด

 

ทั้งคู่ได้ยินเสียงนั้นต่างก็ผละออกจากกันอย่างเขินๆ ก่อนที่จะมองไปทางที่ได้ยินเสียงก็พบว่า แขนของว่านอี้เทาขาดไปแล้ว1ข้าง ขาของรองแม่ทัพถูกฟันจนห้อยรุ่งริ่ง พอๆ กับคนสนิทที่ถูกซินเทียนฟันจนขาขาด

 

เสียงร้องครางอย่างเจ็บปวดและโหยหวนของว่านอี้เทาและคนสนิท ทำให้ทั้งคู่ได้สติ แต่กลับนำพาให้หวงไท่จื่อประกบโอษฐ์นุ่มลงที่กลีบปากของหลูเหอจิ้ง อีกครั้ง จูบของทั้งคู่ครั้งนี้เป็นจูบที่เต็มไปด้วยความรักที่กดดันจากคำว่าสหาย มันจึงเต็มตื้นในหัวใจอย่างที่สุด

 

 

 

ตัดกลับมาที่แม่ทัพหยางอี้

 

หลังจากฟันฉับเข้าที่แขนและขาของว่านอี้เทา จนแขนขาด ขาร่องแร่ง ร่างของรองแม่ทัพประจิมนอนกลิ้งเกลือกอยู่กับพื้นด้วยความทรมานปางตาย

 

เสียงร้องโหยหวนดังออกมาจากปากของว่านอี้เทา ทำให้สายตาของแม่ทัพใหญ่มีแววเยาะหยัน นี่หรือรองแม่ทัพประจิม เก่งตรงไหนหรือนี่

 

"หึหึ สู้กันไม่ถึงครึ่งเค่อ ท่านรองแม่ทัพก็แขนขาดเสียแล้ว ข้าเสียใจจริงๆ " สีหน้าแววตาเยาะหยัน ยิ่งทำให้ว่านอี้เทากระอักเลือดหนักขึ้น

 

"ท่านเข้ามาประจำการเป็นรองแม่ทัพได้เยี่ยงไร    ไยถึงไม่มีความเก่งกาจที่เหมาะสมกับตำแหน่งรองแม่ทัพเลยหล่ะท่าน ผู้ใดที่ครองตำแหน่งนี้  ต้องเป็นผู้ที่มีความสามารถทุกด้าน ไม่ใช่ได้ตำแหน่งมาเพราะบิดาเป็นใหญ่ในราชสำนักช่วยดัน มันใช่หรือไม่" ปลายกระบี่แตะไปที่คางของรองแม่ทัพหนุ่ม ก่อนจะดันขึ้น สบตากัน

 

แววตาของว่านอี้เทามีแววเคียดแค้นต่อหยางอี้เป็นที่สุด

 

" อ้อ ท่านเคียดแค้นชิงชังข้า อันที่จริง ถ้าข้าฆ่าท่านตอนนี้มันก็ง่ายนิดเดียว แต่ข้าอยากให้ท่านไปฟังน้องสาวของท่านในคุกเย็นอีกทีก่อนนะท่าน รุ่งขึ้นค่อยฟังการตัดสินโทษจากหวงตี้ ซินเทียน อ้าวเทียน  ไห่จู" เรียก3องครักษ์เข้ามา

 

"ขอรับท่านแม่ทัพ" องครักษ์ทั้ง3คุกเข่ารอรับคำสั่ง

 

" นำตัวของรองแม่ทัพและคนสนิทไปที่คุกเย็นในวังหลวง สังเกตุดูด้วยว่าในคุกเย็นวางกำลังเป็นเยี่ยงไร หละหลวมหรือไม่ ถ้าหละหลวมนำมาแจ้งข้า ไปได้แล้ว" คำสั่งของแม่ทัพถือเป็นอันสิ้นสุด

 

"ขอรับท่านแม่ทัพ" องครักษ์3นายค้อมศีรษะ ก่อนจะอุ้มเอารองแม่ทัพประจิมและคนสนิทแล้วทะยานหายวับไป

 

" เฟิงหลุนเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง" ท่านแม่ทัพปรี่เข้าไปหาคนงามของตนอย่างเร่งรีบ

 

" ข้าดีขึ้นแล้วท่านพี่ พิษจากผงกำยานขับไล่ออกหมดแล้ว" เฟิงหลุนเอ่ยด้วยสีหน้าที่แช่มชื่นขึ้น

 

สามีตัวโตรีบถลาเข้ามากอดร่างแน่งน้อยเข้าสู่วงแขนแกร่ง กอดร่างนุ่มนิ่มแน่นๆจนเฟิงหลุนประท้วง

 

"ท่านพี่ อย่ากอดข้าแน่นได้หรือไม่ ข้าหายใจไม่ออก" ฮูหยินคนงามเอ่ยอ้อมแอ้ม

 

เหล่าองครักษ์และบ่าวคนสนิทต่างก็รีบเบือนหน้าหนี กลั้นขำกับความน่ารักของฮูหยินของพวกตน  ฮูหยินท่านช่างน่ารักนัก

 

"สามีเป็นห่วงภรรยามาก เจ้ารู้หรือไม่" หยางอี้จุมพิตหน้าผาก นวลๆ ของคนในอ้อมกอด

 

"ข้ารู้ ขอบคุณท่านพี่ที่รักและเป็นห่วงข้า" เฟิงหลุนกอดตอบ  สามีแน่นๆ ซุกใบหน้าลงที่อกแกร่งของแม่ทัพหนุ่ม ก่อนจะหลับตาพริ้มด้วยความสุขใจ

 

"ในวังเป็นอย่างไรบ้าง" ถามด้วยความอยากรู้

 

" ท่านผู้เฒ่าปลุกซากศพขึ้นมาต่อสู้ จึงทำให้ฝ่ายเราไม่มีผู้ใดบาดเจ็บล้มตาย และเพลานี้ จับผู้ที่คิดคดต่อบัลลังก์หวงตี้ได้แล้ว วันรุ่ง สามีจะนำพาเจ้าไปที่ลานประหารนะเจ้า" สามีตัวโตบอกกับภรรยาอย่างไม่ปิดบัง

 

" อื้มมมม ดีแล้ว หมดห่วงไปได้แล้วหล่ะ" คนงามโล่งใจ

 

" ท่านพี่" เอ่ยเบาๆ เสียงอ้อนๆ

 

" ว่าอันใดเจ้า" สามีตอบกลับ

 

" ข้าหิวจังเลยขอรับ ท่านพี่พาข้าไปที่ถ้ำทีนะ นะ" สู้เสร็จก็หิว เลยอออดอ้อนสามีที่รักให้พาไปที่หลบภัย​ของบ่าวไพร่

 

" หึหึ   ถ้าเช่นนั้นสามีจะพาเจ้าไปที่ถ้ำก่อนนะ เจ้าจะได้รับสำรับอร่อยๆ "   สามียิ้มขำ พอๆ กับเหล่าคนสนิทและองครักษ์ทั้งหลาย ที่ได้ยินฮูหยินของจวนอ้อนท่านแม่ทัพเพราะหิว   ต่างก็ก้มหน้ากลั้นขำด้วยอาการไหล่สั่นไหวกันทุกคน

 

" ขอรับ" สบตากับสามีตัวโตแล้วก็ยิ้มสดชื่น

 

แม่ทัพหนุ่มอุ้มคนงามขึ้นมาก่อนจะทะยานพาคนในอ้อมกอดไปรับสำรับทันที

 

เหล่าองครักษ์​ก็นำพาคนสนิทของฮูหยินตามมาติดๆเช่นกัน

 

เฟิงหลุนยิ้มๆ    จุ๊บเบาๆ ที่คางสากๆ ของสามี    ก่อนที่จะเบือนสายตาไปที่ชายป่า    แล้วเกิดการขมวดคิ้ว   เมื่อเห็นว่าที่ชายป่านั่นมีผู้ชาย2คนกอดจูบกันอยู่ และถ้าสายตาของตนจำไม่ผิด นั่นองค์ไท่จื่อนี่นา แล้วมาจูบกับใครในป่านี่นะ!!!

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น