เกิด​ใหม่​อีก​ครั้ง​ ทำ​ไมมัน​ยุ่ง​ขนาด​นี้​วะ​ มี E-Book​ แล้วนะคะ พร้อมตอนพิเศษ​2​ตอน​ค่ะ

ตอนที่ 13 : บทที่ 13 เพื่อ​แผ่นดิน​

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 381
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    21 ก.ค. 63




"ท่านซินเทียน ผู้บุกรุก​เป็น​คน​ของ​ส​ำ​นัก​ใด​ขอรับ"


เฟิงหลุนสอบถาม องครักษ์​ซินเทียน


"จากที่ตรวจสอบยังไม่แน่ชัดขอรับฮูหยินรอง แต่คาดว่ามาจากตระกูลฉีขอรับ ซึ่งตอนนี้ข้าส่งข้าส่งข่าวนี้ไปให้ท่านแม่ทัพที่วังหลวงแล้วขอรับฮูหยินรอง" ซินเทียนรายงาน


" น่าแปลกนะ ทำไมต้องบุกมาที่จวนท่านแม่ทัพ ในช่วงเวลาที่ท่านแม่ทัพไม่อยู่ด้วยวะ" เฟิงหลุนพึมพำอย่างงงใจ


" มีอันใดที่ฮูหยินรองสงสัยหรือขอรับ" อ้าวเทียนถาม ตตนเห็นสีหน้าแปลกๆของฮูหยินรองก็นึกอยากรู้ว่าฮูหยินจะมีแนวคิดวิเคราะห์​แยกแยะเรื่องนี้เช่นไร


" ก็ตอนนี้เกอฉีจินเยวี่ยนมาเป็นอนุของท่านแม่ทัพแล้ว เหตุไฉน​จึงมีผู้บุกรุกจวนของท่านแม่ทัพกัน แล้วมาบุกรุกในช่วงเวลาที่ท่านแม่ทัพไม่อยู่ในจวนด้วย ท่านว่ามันแปลกไปหรือไม่ท่านซินเทียน ท่านอ้าวเทียน" เฟิงหลุนแยกแยะที่ละประเด็น


"หากว่าคนร้ายที่บุกมาเป็นคนของสำนักสกุลฉี แล้วเหตุไฉน​บุกมาที่เรือนใหญ่​เลย มันน่าสงสัยจริงๆนะท่าน" ฮูหยินคนงามวิเคราะห์​


" แล้วฮูหยินรองมีความคิดเช่นไรขอรับ" ซินเทียนอยากฟังความคิดของฮูหยินรอง ว่าที่ฮูหยินเอกของจวนท่านแม่ทัพ


"ข้าว่า ที่คนร้ายบุกเข้ามาในจวนมันอาจจะไม่เกี่ยวกับท่านแม่ทัพ แต่อาจเกี่ยวข้อง​กับข้าเป็นแน่" เฟิงหลุนกล่าวต่อไป


"เหตุ​ใดฮูหยินรองถึงกล่าวเช่นนี้ขอรับ" ซินเทียน และอ้าวเทียนรอฟังสิ่งที่ฮูหยินรองของจวนคิด



อยากรู้ความคิดของฮูหยินรองผู้จะต้องเป็นใหญ่​คุมจวนของท่านแม่ทัพในภายภาคหน้า​นั้น จะมีความคิด แยกแยะ และวิเคราะห์​เช่นไร จะสมกับที่เป็นฮูหยินเอกที่ผู้คนเคารพยำเกรงหรือไม่


" คนร้ายบุกเข้ามาที่จวนท่านแม่ทัพ 5คนซึ่งแต่บะคนนั้นก็มีฝีมือเก่งกาจไม่แะ้พวกท่าน ท่านต้องระวังเอาไว้ให้ดี อาจก่อเรื่องได้" เฟิงหลุนกล่าวกับองครักษ์​ซินเทียน


"ขอรับฮูหยินรอง" ซินเทียนก้มศีรษะ​รับคำ


"เหตุที่บุกจวนท่านแท่ทัพนั้น ข้าคิดว่ามันมาจากข้า1ส่วน ท่านแม่ทัพรับเกอสกุบฉีมาเป็นอนุ ดังนั้นเมื่อผ่านคืนวันวสันต์​มาแล้วก็ต้องอยากได้ตำแหน่งที่สูงขึ้นแน่นอน ดังนั้น ตำแหน่งที่ยังเหลือในจวน คือฮูหยินรองและฮูหยินเอก" คนงามแจกแจงความคิด



"ถ้าหากข้านั้นได้ตายไป ผู้ใดกันที่จัเป็นฮูหยินรองแทนข้าได้เล่า ในเมื่อเพลานี้มีแค่ข้าเพียงเท่านี้ที่ มีตำแหน่งใหญ่​คุมจวน ท่านว่าใช่หรือไม่" ฮํหยินคนงามถามยิ้มๆ


องครักษ์​ทั้ง2คนเห็นด้วยในสิ่งที่ฮูหยินของจวนแยกแยะให้ฟัง


"ดังนั้นการที่คนร้ายบุกจวนท่านแม่ทัพในครานี้ไม่เกี่ยวข้องกับท่านแม่ทัพ เพราะว่าเลือกมาในช่วงท่านแม่ทัพออกจากจวนไปแล้ว ตัดท่านแม่ทัพทิังไป ตอนนี้เหลือเพียงข้า ฮูหยินรอง และอีกประเด็นคือราชบัลลังก์!!" เฟิงหลุนหวังว่าที่พูดไปในวันนี้องครักษ์​ทั้ง2จะนำความไปบอกหยางอี้แบบไม่ให้ขาดตกบกพร่อง​แม้แต่คำเดียว


"การแย่งชิงราชบัลลังก์​ ท่านแม่ทัพออกหน้าชัดเจนว่าจะอยู่กับฝ่ายใด สกุลฉีมีอง​ค์ชายใหญ่หนุน สกุลของฮองเฮาก็ฮองเฮาและองค์​ชาย4หนุน ทางด้านหวงตี้ก็แต่งตั้งองค์ไท่จื่อมาแล้ว การแย่งชิงราชบัลลังก์​ มันน่ากลัวกว่าที่คิด อำนาจไม่เข้าใครออกใคร​ หรอกนะ ท่านว่าเช่นไร" เฟิงหลุนอธิบาย​ไปก็ยิ้มไป


" ข้าไม่แปลกใจอันใดที่คนร้ายบุกเข้ามาที่จวนท่านแม่ทัพ การตัดผลประโยชน์​ออกไป1 อะไรๆมันก็ดีกว่าใช่หรือไม่" เฟิงหลุนถามยิ้มๆ


" ใช่ขอรับฮูหยินรอง" ซินเทียนพอใจกับคำถามและคำตอบที่ฮูหยินคนงามจำแนกแยกแยะ


" ท่านแจ้งท่านแม่ทัพแล้วใช่ไหม​ท่านซินเทียน"


" ข้าแจ้งแล้วขอรับ" ซินเทียนบอกกับฮูหยินของจวน


" พวกท่านมองหน้าข้า มีอันใดหรือขอรับ" เล่นมองหน้าเหมือนกับจะยกเขาขึ้นหิ้งจุดธูป​บูชาเขายังไงยังงั้น


"พวกข้าดีใจ​ที่ท่านแม่ทัพมีผู้ที่เคียงกายเคียงใจเช่นฮูหยินรองขอรับ" อ้าวเทียนดีใจเหลือแสน ที่วันที่กลับวังหลวง ท่านแม่ทัพสัมผัส​ถึงกลิ่นหอมของดอกม่อลี่ ทำให้ท่านแม่ทัพสะดุดใจ จนถึงกับข้องเกี่ยวเกี้ยวพา จนนำพาให้อนุ9มาเป็นฮูหยินรองในหนนี้



"อืออ ขอบใจท่าน อ้อ เรื่องอนุเกอเล่าเป็นเช่นไรบ้างขอรับ" เฟิงหลุนอยากรู้ว่าผงกำยานใช้ได้ผลแค่ไหน


" ข้าให้คนสอดแนมอยู่ขอรับ" อ้าวเทียนรายงาน


"อืมมม ดีจจริง อ่ะ นั่น อนุเกอสกุลฉีนี่" เสียงอุทานออกมา ซินเทียน อ้าวเทียนต่างหันไปมองเกอคนงาม ที่บัดนี้ร่างนั้นแต่งชุดด้วยผ้าสีเหลืองนวลไข่ นำพาให้อนุเกอดูเด่นเป็นสง่ายิ่งนัก



"เฟิงหลุน ท่านพี่อยู่ที่ใด้ ข้าอยากคุยด้วย" ฉีจินเยวี่ยนบุกมาที่เรือนใหญ่​อย่างทระนง​ในตัวของตนยิ่ง ไม่มีความนอบน้อม​ ไม่มีความยำเกรงว่าตนนั้นเป็นเพียงอนุเท่านั้น



เป็นซินเทียนและอ้าวเทียนที่ไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด​ เกอสกุลฉีช่างหยาบคาย​และยะโส​เป็นอย่างยิ่ง ซินเทียนและอ้าวเทียนหน้าตึงๆเดินมาขวางไว้ ก่อนที่จะได้เอ่ยถ้อยคำอันใดออกมา เฟิงหลุนก็ห้ามเอาไว้ก่อน


"พวกท่านไม่ต้องทำอันใด ข้าจะจัดการเอง" เฟิงหลุนก้าวไปด้านหน้าของซินเทียนและอ้าวเทียน ก่อนที่จะมองหน้าฉีจินเยวี่ยนชัดๆ อืมมมงามจริงๆ รูปร่างเย้ายวนชวนให้ผู้ชายอยากนำพาให้ขึ้นสวรรค์​ทั้ง​วัน


"เมื่อครู่เจ้าถามข้าเช่นนั้นหรือ" เฟิงหลุนถามยิ้มๆ


สงสัยยาแรงเกิน ต้องปรุงเพิ่มแล้วสิ


"ข้าถามเจ้า เจ้าก็ตอบข้ามาสิ เจ้าจะเอื้อนเอ่ยอันใดให้มากความนัก"


"ข้าเป็นใคร เจ้าเป็นใคร เจ้าจำไม่ได้เช่นนั้นหรือ ฉีจินเยวี่ยน เจ้าจึงทำท่ายะโสใส่ข้า" เฟิงหลุนในโหมดโหดมาแล้วนะครับ


"ข้านั้นเป็นฮูหยินรองของจวนข้าไม่มีเหตุจำเป็นอันใดที่จะต้องตอบคำถามของเจ้า เจ้าไม่เคารพข้าแม่แต่น้อย เจ้าหยิ่งยโส​ไม่พอ เจ้ายังก้าวร้าวใส่ข้าผู้คุมจวน " เฟิงหลุนโหดเบาๆ ก็เจ็บถึงใจ


"นี่เจ้าคงไม่รู้กระมังว่าค่ำคืนที่ผ่านมา ท่านพี่และข้าร่วมผ่านคืนวสันต์​มาด้วยกันอย่างเร่าร้อน​ ท่านพี่นั้นพอใจข้ายิ่งนัก แล้วเต้าจะมากล่าวอะไรได้อีกเล่า ว่าเจ้านั้นเป็นฮูหยิน เพราะอีกไม่นาน ตำแหน่งนั้นมันจะเป็นของข้า" ฉีจินเยวี่ยนเยาะเฟิงหลุน ที่ไม่ได้ร่วมคืนวสันต์​อันเร่าร้อน​ดั่งเช่นตัวเขา



" เจ้าเป็นอนุของท่านแม่ทัพ การที่ท่านแม่ทัพจะเสพภิรมย์​กับเจ้ามันผิดแผกตรงไหนหรือ มันเป็นเรื่องปกติหรือไม่ ฉีจินเยวี่ยน เพราะมารดาของเจ้าก็ชะเง้อคอยาวคอยบิดาของเจ้าเมื่อ บิดาเจ้าไปร่วมคืนวสันต์​สวาทกับอนุคนอื่น ใช่ไหมเล่า" พูดไปยิ้มไปดั่งคนมีความสุข​


" แล้วเจ้าจะรู้ว่าถูกไล่ออกจากจวนมันปวดรวดร้าว​เพียงใด ข้าจะรอวันนั้น มันไม่นานหรอกนะเฟิงหลุน" ฉีจินเยี่ยนเค้นเสียง



" หึหึ เอาไว้ให้มันถึงวันนั้นก่อนเถิด แต่ครานี้ เจ้าเป็นเพียงแค่อนุ เจ้าไม่ควรเรียกท่านแม่ทัพว่าท่านพี่ หากไม่ได้รับอนุญาต​จากท่านแท่ทัพ และเจ้าเองก็ควรอ่อนน้อม​ถ่อมตน​ให้มากกว่านี้นะ บิดามารดา​ของเจ้าได้สั่งสอนเจ้าหรือไม่ ฉีจินเยวี่ยน ว่าไปที่ใดก็ให้นอบน้อมเข้าไว้ เพราะเรานั้นมาใหม่ อย่าไปทำยะโสโอหัง​ใส่เจ้าของที่ของเขา ไม่เช่นนั้นเจ้าจะลำบากเอาได้ รึว่าสกุลของเจ้านั้นไม่ได้สอนเจ้ามา เจ้าจึงไม่เห็นหัวผู้ใด" เฟิงหลุนจัดหนัก


" นี่เจ้า " ฉีจินเยวี่ยนหน้าแดงสลับขาว มือนั้นกำแน่น เมื่อเจอคำพูดบาดจิตของเฟิงหลุน


" เจ้ากลับไปในที่ของเจ้า อย่าออกมาพ่นคำที่ฟังแล้วน่าคลื่นไส้​เช่นนี้อีก ท่านซินเทียน ส่งอนุฉีถึงเรือนด้วยนะขอรับ" ฮูหยิน​คนงามก้มศีรษะ​นิดๆ ก่อนที่จะมองฉีจินเยวี่ยนด้วยหางตา ก่อนจะสะบัดชายเสื้อเดินไปที่ศาลาในสวนดอกไม้


"ขอรับฮูหยินรอง" ซินเทียนก้มศีรษะ​เป็นการน้อมรับคำสั่งของฮูหยินของจวน


" เชิญ​อนุฉีกลับเรือนขอรับ" เสียงเข้มๆตาดุๆ ทำให้ฉีจินเยวี่ยนรีบกลับเรือนของตน


"ข้าจะเก็บความแค้นวันนี้ไว้ในอกข้า ข้าจะทำให้ท่านแม่ทัพ ไล่มันออกจากจวนให้ได้" ฉีจินเยวี่ยนแค้นใจ


"อย่าพยายาม​เลย มันไม่มีวันเป็นขริงได้หรอกนะ เชิญ​เข้าเรือนขอรับ" นี่ก็ไล่เก่ง


"เชิญ​ขอรับ" หน้านิ่งแต่นัยเย็นชา​ ทำให้ฉีจินเยวี่ยนรีบเข้าในเรือนทันที


ซินเทียนส่งสัญญาณ​ลับให้กับหน่วยสอดแนม ด่อนจะไปอารักษ์​ขาฮูหยินของตนต่อไป





วังหลวง


ห้องทรงพระอักษร​


หวงตี้ทรงประทับนั่งที่พระเก้าอี้ประทับ สีทองเด่นเป็นสง่า พระกรนั้นจับที่ฎีกา​ สายพระเนตรจับจ้องไปที่ตัวหนังสือ เมื่อ​อ่านฎีกา​เสร็จ​แล้ว​ หวงตี้ก็พระสรวลเบาๆ


ฝั่งซ้ายขวาที่มีทั้งราชเลขาธิการ​ ทั้งเสนาธิการ​ ทั้งหลายนั่งตามลำดับยศขั้น สายพระเนตรมองดูเหล่าขุนนางที่จงรักภักดี​ต่อพระองค์​ ทำให้พระองค์​ทรงแย้มพระสรวล​เบาๆ ก่อนที่จะมองไปที่หยางอี้ แม่ทัพคู่พระทัยของพระองค์


"ท่านแม่ทัพหยาง" ตรัสกับหยางอี้


"พะย่ะค่ะหวงตี้" หยางอี้ก้มศีรษะ​รอฟังว่าหวงตี้จะตรัสอันใด


"เจิ้นเห็นว่าท่านเพิ่งรับอนุมาเมื่อวันวาน เหตุไฉน​ท่านยังต้องมาเข้าวังด้วยเล่า" หวงตี้ตรัสถามยิ้มๆ


เหล่าขุนนางก็ขำขัน ว่าท่านแม่ทัพผู้เก่งกาจคนนี้จะรับมือเกอสกุลฉีได้หรือไม่



" กราบทูล​หวงตี้​พะย่ะค่ะ อันว่าบุรุษ​นั้นควรมีภรรเดียว ผู้ใดที่เข้ามาหากระหม่อม กระหม่อมย่อมไม่ปรารถนา​ให้ภรรยา​ของประหม่อมต้องเสียใตพะย่ะค่ะ" หยางอี้ทูลหวงตี้ไปตามความจริง


"ว่างๆท่านแม่ทัพนำฮูหยินรองมาพบเจิ้นด้วยนะท่านแม่ทัพ" หวงตี้ตรัส


"พะย่ะค่ะ " แม่ทัพหยางอี้รับพระบัญชา


หวงตี้นั้นมีพระสหายรุ่นน้องคือหยางอี้ คบกันเป็นสหายตั้งแต่เยาว์​วัย​ พระองค์​จึงรู้ทุกอย่างที่หยางอี้ทำแม้ท่านแม่ทัพจะไม่กราบทูล​ หวงตี้ก็ทรงเข้าพระทัยในสิ่งที่ท่านแม่ทัพทำอย่างที่สุด



เพราะรู้ว่า ท่านแม่ทัพนั้นทำเพื่อพระองค์​ ทำเพื่อราชบัลลังก์​ และทำเพื่อประชาชนของหวงตี้



กาลนี้มีผู้คิดคดต้องการราชบัลลังก์​ทองของพระองค์​ แม่ทัพหยางอี้ยอมเสียสละเพื่อจัดการขวากหนามของพระองค์​และองค์ไท่จื่อ แล้วแบบนี้หวงตี้จักไม่ขอบคุณ​ได้อย่างไรกัน



"การที่เจิ้นเป็นหวงตี้ ที่อยู่เหนือคนใต้หล้า แต่พวกท่านรู้หรือไม่ ว่าเจิ้นนั้นอยากรักเดียวใจเดียวกับชายา2ของเจิ้นที่สุด แต่เพราะราชบัลลังก์​ทองแห่งนี้ ที่ทำให้เจิ้นรักเดียวใจเดียวไม่ได้ เพราะราชบัลลังก์​นี้ที่ทำให้พระชายา2ของเจิ้นต้องทุกข์​ใจ จนถึงกับสิ้นชีพไป ผู้ใดว่านั่งบัลลังก์​ทองเหนือคนใต้หล้านั้นประเสริฐ​กันเล่า ราชบัลลังก์​นี้ทำให้เจิ้นต้องจากดวงใจของเจิ้นไปตลอดกาล​ การที่ผู้คนอยู่ใต้หล้าต้องหมอบกราบเจิ้น หาใช่ความสุขของเจิ้นไม่" หวงตี้ตรัสอย่างเศร้าพระทัย



เหล้าข้าราชบริพาร​และเหล่าขุนนางที่ยังจงรักภักดี​ต่างก้มหน้ารับฟังในสิ่งที่หวงตี้ตรัส ต่างก็สงสารหวงตี้เป็นที่สุดที่ไม่อาจทำตามพระราชหฤทัย​ของพระองค์ได้


หยางอี้มองเห็นความโดดเดี่ยว​ของหวงตี้ที่คนใต้หล้าหมอบกราบ ยิ่งทำให้หยางอี้ต้องการขจัดขวากหนามที่ทิ่มแทงพระราชหฤทัย​ของหวงตี้ให้หมดสิ้น


แผ่นดินของหวงตี้จะต้องสะอาดและเป็นสีทอง จะต้องสวยสดงดงามสมพระราชหฤทัย​หวงตี้แน่นอน



แม่ทัพคู่พระราชหฤทัย​ของหวงตี้ บอกกับตนเองอย่างแน่วแน่ เพื่อแผ่นดินนี้ แม้ตายจักไม่หวั่นเกรง ขอแค่ราชบัลลังก์​และประชาชน​ยังอยู่ดี การตายของแม่ทัพหยางอี้ย่อมเป็นการตายที่มีความสุข​ ตลอดกาล​


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น