เกิด​ใหม่​อีก​ครั้ง​ ทำ​ไมมัน​ยุ่ง​ขนาด​นี้​วะ​ มี E-Book​ แล้วนะคะ พร้อมตอนพิเศษ​2​ตอน​ค่ะ

ตอนที่ 10 : บทที่10 วางเกม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 405
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    11 ส.ค. 63

บทที่10​  วางเกม

 

ที่เรือนใหญ่​     เรือนอวี้หลิง

ฮูหยินรองนั่งอย่างเบื่อๆ​  ช่วงนี้ท่านแม่ทัพเข้าวังทุกวันและบางวันไม่กลับจวน​  หรือบางทีกลับมาแล้วก็ดึกดื่น​ เข้าห้องมาก็มานอนกอดเขา​  พอยามเหม่าก็จากไป​  ทำเหมือนเขาแอบเป็นชู้กันงั้นแหละ​!! เฮ้อออ

"ฮูหยินรองเป็นอันใดเจ้าคะ" อวิ๋น​ยี่เห็นผู้เป็นนายนั่งถอนหายใจทิ้งอย่างงงๆ​ ฮูหยินของพวกตนมีเรื่องกลุ้มใจอันใดกันนะ

"ข้าเบื่อ" คนงามบอกบ่าวคนสนิทของตน

"เบื่ออันใดเจ้าคะ" ชิงชิงถาม

"ก็ท่านพี่​ ช่วงนี้โหมงานอย่างหนักเข้าวังทุกวัน​ กลับจวนก็ดึกดื่น​ ข้าห่วงท่านพี่"  เฮ้อออเป็นแบบนี้มาเป็นเดือนๆแล้วหนา

"ท่านแม่ทัพคงมีราชการ​เยอะเจ้าค่ะ" ลี่จิวเอ่ย

"อื้มมม" เฮ้ออออ

บ่าวไพร่ยังคงมองหน้าผู้เป็นนายอย่างกังวล​ใจ​  นายของพวกตนมีเรื่องไม่สบายใจแล้วพวกตนจะมีความสุข​ได้เช่นไรกัน

 

ยาม​โฉว่ (01.00-02.59 น.)​

เรือนอวี้หลิง

 

ร่างสูงเปิดประตูห้องนอน​เดินเข้ามา​ในห้องที่มีเพียงแสงไฟริบหรี่และแสงจากดวงจันทร์​ส่องมาทางหน้าต่างที่คนงามแง้มไว้   ก่อนจะหยุดนิ่งมองร่างบางที่หลับอยู่บนเตียงนอนอันใหญ่​

ร่างสูงของหยางอี้ก้มลงงหอมแก้มนวลเนียนเบาๆก่อนจะลุกไปเปลี่ยน​เสื้อเพื่อชำระร่างกาย​ ก่อนที่จะขึ้นเตียงนอนกอดคนร่างบางๆอย่างแสนคิดถึง

นานนับเดือนมาแล้วที่เขาว่างเว้นคืนวันวสันต์​สวาทกับร่างบางนี้เพราะราชกิจยุ่งสุดใจ​  ทำให้เขาต้องรีบจัดการขวากหนาม​เพื่อไม่ให้ขวากหนาม​นั้นมาตำมือน้อยๆของเฟิงหลุน

หยางอี้มองฮูหยินคนเดียวของตนก่อนจะอมยิ้มนิดๆ​ ความคิดถึงมันล้นในอกจนเมื่อได้พบจึงค่อยบรรเทาจางไป

ร่างบางขยุกขยิกเมื่อรับรู้ได้ว่ามือหนาๆสากๆลูบไล้ทั่วใบหน้าของตน​ จึงลืมตาขึ้น​ ตาสบตา​ ความคิดถึงโหยหา​คนทั้งคู่อย่างรุนแรง​  เฟิงหลุนน้ำตาไหลอย่างไม่อาจห้าม​  เขาสะอึกสะอื้น​กอดสามีแน่น​ พร้อมๆกับต่อว่าต่อขาน​คนร่างโต

"ฮึก​ ท่านพี่​ ข้าคิดถึง​ท่าน​ ท่านใจร้ายกับข้านัก​ ท่านไม่คิดเลยหรือว่าข้ารอท่านข้าอยากเจอท่าน​ ข้าอยากกอดท่านแน่นๆแบบนี้" ยิ่งพูดน้ำตายิ่งไหลออกจากตาคู่งาม

 

หยางอี้เห็นร่างบางร้องไห้เขาก็เจ็บใจตนเองที่ทำให้คนที่รักต้องน้อยใจและร้องไห้​  เขาจึงกอดกระชับร่างแน่งน้อยเข้าแนบอกอย่างปลอบขวัญ​

" สามีขอโทษ​นะเจ้า​  สามีทำงานหนักจนลืมคิดไปว่ามีเจ้ารออยู่​  สามีขอโทษ​นะคนดี​  "คนตัวโตจุ๊บที่หน้าผากนวลก่อนจะหลับตาซึมซับ​ความคิดถึงที่มีต่อร่างบางนี้ให้ลงลึกในจิตใจ

ก่อนจะเอ่ยบางคำที่ทำให้ร่างบางๆนิ่งไป

"เมื่อ1เดือนก่อนนั้น​สามีโหมงานหนักเพราะมีบางเรื่องให้ต้องรีบจัดการ​ นั่นคือการกบฏ​"เอ่ยให้คนเป็นภรรยา​เข้าใจว่างานนี้มันหนักมาก

"และสิ่งที่ได้รับข่าวมาจากคนของเรานั่นคือ​ ท่านเสนาฉี​  มีราชครู​เหอ​สกุลเดิมของเชี่ยหนิง และสกุลเดิมของเหวินฮู   ที่ซ่องสุมกำลังพลอยู่  แต่ที่แน่ๆคือฉีจินเยวี่ยน​ บุตรเกอของท่านเสนานั้นอยู่เบื้องหลังการกบฏมีเจ้านายใหญ่​นั่นคือองค์ชายใหญ่" ป้าดดด​  สุดยอดจริงๆ​  เกออายุ18หนาวแต่กลับคิดการใหญ่​ได้ขนาดนี้​ สุดยอด​ๆ​ แต่ก็นะ.คนสมัยโบราณ​เป็นแม่ทัพตั้งแต่18-19หนาว​ บางคนเป็นฮ่องเต้​ก็อายุราวๆนี้กัน​ คงไม่แปลกอะไรที่ฉีจินเยวี่ยนจะคิดการกบฏ​

เมื่อเห็นคนร่างบางตาโตเขาก็กอดร่างบางแน่นพร้อมจูบเบาๆที่หน้าผาก

" ลำพังแค่ฉีจินเยวี่ยนนั้นไม่เท่าไหร่ที่เข้าร่วมกบฏ​เพราะเรื่องของสามี" เห!!! 

" เกอนั่น​ อยากได้ท่านพี่!! "  เอาตรงๆนะอยากได้ผัวจนถึงก่อกบฏ​ได้เลยเหรอ​  สุดยอดเกินไปแล้ว

"ใช่​  สามีเลยวางแผนกับหวงตี้และไท่จื่อ​ รวมถึงคนของหวงตี้ที่จงรักและภักดี​ ต่างก็ได้ข้อสรุปออกมาว่า​  ให้สามีสู่ขอตบแต่งฉีจินเยวี่ยนเป็นอนุ" ห่ะ!!! 

 

" อนุ?" พูดไม่ออกบอกไม่ถูกกันเลยทีเดียว

"คนดี​เจ้าอย่าคิดมากนะ​  ต่อให้รับอนุ​ สามีก็จะเป็นสามีของเจ้าแต่เพียงผู้เดียว" หยางอี้ร้อนรนเมื่อร่างบางๆเงียบไป

ความเงียบบังเกิด​ขึ้นมาอย่างปัจจุบัน​ทันด่วน

อะไรกันนี่!!  ไม่ค่อยได้เจอกันเลย​ พอได้เจอกันกลับมาบอกว่าตนต้องมีอนุ​  นี่เขาตื่นขึ้นมาเพื่อรับฟังคำๆนี้หรือนี่

มันไม่มีทางออกอื่นนอกจากการรับอนุแล้วหรือ

หรือท่านพี่ของเขาต้องใจเกอผู้นั้นจึงเสนอเรื่องการรับอนุขึ้นมากันแน่!!! 

"มันไม่มีทางออกอื่นแล้วหรือท่านพี่​" มองตาคนตัวใหญ่​

สามีหลบตา​  อ้อ! 

"คือว่า​  สามีต้องการให้เกอสกุลฉีมาเป็นอนุของสามี" ใบหน้าและแววตาของเฟิงหลุนนิ่งเรียบ

แต่หยางอี้ร้อนรนรีบกล่าวต่อไปเพื่อไม่ให้คนตัวบางต้องเสียใจและเข้าใจสามีคนนี้ผิดไป

"แต่เจ้าฟังสามีก่อน​ อย่าเพิ่งคิดไปไกลว่าสามีอยากสัมผัส​ตัวตนของเกอสกุลฉี" เสียงเว้าวอนของสามีทำให้เฟิงหลุนมองสบตาที่มีแต่ความจริงใจบอกออกมา

" ที่สามีเสนอเรื่องการรับอนุเพราะรู้ว่าเกอสกุลฉีต้องการสามีและวันนั้นก็วางยาสามี​ แต่เจ้ารับเคราะห์​ไปแทน" ฮึ! คิดแล้วมันแค้น​ กล้าวางยาเขา​ อ้อไม่ใช่เขา​สิ​   เกอและหญิงสกุลฉีผู้นั้นกล้าวางยาสามีเขาแต่ตัวเขากลับเป็นคนถูกวางยาแทนจนเป็นเหตุให้​ตนต้องเสียเอกราชให้สามีครอบครอง​

 

"เมื่อมีการกบฏ​โดยมีสามี​เป็น​เหตุผล​ของเกอสกุลฉี​ สามีเลยวางเกมเอาไว้​  เพื่อตัดต้นตอแห่งปัญหา​แล้วจึงสรุปได้ว่าสามีนี้จะต้องนำเกี๊ยวแดงไปรับอนุสกุลฉีคนพี่" ตาวาวๆเปล่งประกาย

" เจ้าอย่าเสียใจไปเลยหนาคนดี​ ตัวสามีนี้ปักใจเพียงเจ้า​ ไม่เคยคิดจะโอบกอดหรือหอมแก้มผู้ใดอย่างเช่นหอมแก้มเจ้า​  ​ สามีต้องการเพียงแค่เจ้าผู้เดียว"จูบหน้าผากปลอบขวัญ​คนตัวเล็ก

" แม้ว่าสามีจะเสนอให้รับอนุ  แต่สามีเองไม่ได้อยากร่วมหลับนอนหรือรับมาอุ่นเตียงเพราะมังกรตัวใหญ่ของสามีมีเพียงเจ้าผู้เป็นภรรยา​ที่ได้ครอบครอง​และเป็นเจ้าของ"หอมแก้มฮูหยินเพียงคนเดียวของตน​ พลางจ้องตาคนงามนิ่งๆเพื่อให้คนตัวบางรับรู้หัวใจของตน​    แหะ! กำลังเคลิ้ม​ๆซึ้งๆก็​ดันมาตกหน้าผาเพราะคำว่ามังกรตัวใหญ่​!! 

สงสัยท่านพี่จะเป็นนักแสดงตลกเก่าแน่

" เจ้าเข้าใจสามีหรือยังหลุนเอ๋อ​ร์​"สามีตัวโตสบตาคู่สวยของฮูหยินเพียงคนเดียว

"ขอรับ" พยายาม​เข้าใจแล้วกัน​  เพราะเขาก็ไม่ได้อยากจะงอนคนตัวโตเท่าไหร่นัก​  เพื่อบ้านเมืองแม่ทัพหยางอี้ทุ่มเทแค่ไหน​  ตัวตายไม่ห่วงห่วงแค่ราชบัลลังก์​และประชาชน​จะอยู่กันยังไง​  เขารู้ซึ้ง​ดีว่าสามีของตนนั้นสำคัญ​ต่อบ้านเมืองและประชาชน​เป็นที่สุด

เรียวแขนโอบกอดเอวของสามีแน่น​ ก่อนจะแนบริมฝีปาก​บาง​ๆของตนลงบนปากหนานุ่มของสามี​  ตามองตา​ ส่งความรู้สึกผ่านทางสายตาให้คู่ของตนรับรู้​  ก่อนจะจูบอย่างลึกซึ้ง​และเร่าร้อน​     

 

​เฟิงหลุนมอบใจมอบกายให้กับสามีเพราะตนเองก็ต้องการ​ให้สามีมอบความรักให้​  เขาจึงเรียกร้องเอากับคนตัวโตเป็นระยะๆ​ 

      ทั้งคู่ต่างมอบความรักความคิดถึง​  มอบความห่วงหา​ และความหวงแหนส่งไปให้คู่ของตนจวบจนเช้าวันใหม่​จึงสงบลง

 

 

 

จวนลับภายในเมืองแห่งหนึ่ง

มีเงาหลายร่างซุ่มอยู่ในมุมมืด​  ภายในจวนนั้นมีทหาร​  มียอดยุทธ​์หลายคน​เดินเวรยามตลอด​เวลา​   ภายให้ห้องนอนนั้นมีผู้มีอำนาจนั่งอยู่​  และมีเกอคนสำคัญ​ในภาระหน้าที่​นี้

"เจ้าแม่ทัพนั่นกราบทูลหวงตี้ว่าขอพระราชทาน​ตบแต่งอนุคนใหม่​  นั่นก็คือเจ้า​  ฉีจินเยวี่ยน​" เสียงลึกลับและมีอำนาจนั้นกล่าว

"จริงหรือขอรับ" ฉีจินเยวี่ยน​ ตาลุกวาว  ที่ผ่านมานับเกือบ3เดือนที่เขาเพียรมานะขอพบท่านแม่ทัพที่กระทรวง​ จนได้พบทุกวัน​ ไม่นึกเลยว่าท่านแม่ทัพที่ตนปักใจนั้นจะรับตนเป็นอนุ

​​​​​​" เจ้าอย่าดีใจไป​  ได้ข่าวว่าเฟิงหลุนฮูหยินของเจ้าแม่ทัพนั่นเป็นสาเหตุ​ให้เชี่ยหนิงและเหวินฮูต้องโทษ​และถูกขับไล่ออกจากจวน​  จนแม้แต่ตอนนี้ก็ไม่ทราบชะตากรรม" เสียงมีอำนาจนั้นกล่าวต่ออย่างจะเตือนสติผู้ร่วมขบวนการ​

"ข้าย่อมดีใจเพราะข้านั้นปักใจรักแค่ท่านแม่ทัพมานานนับ3เดือนแล้ว​ ตั้งแต่งานชมดอกฝ​ู​ห​รง​ที่จวนข้า​  ถ้าวันนั้นไม่มีฮูหยินรองผู้นั้นมาด้วย​ ข้าเชื่อว่าท่านแม่ทัพต้องรับข้าเข้าเป็นอนุตั้งแต่คืนนั้นแล้ว​" ตาวาวโรจน์​ยามเอ่ยถึงเฟิงหลุน

"ฮึ​ ตอนนี้ก็สมใจอยากของเจ้าแล้ว​  เจ้าก็มาทำให้ข้ามีความสุข​หน่อยสิ"ตาวาวๆของคนมีอำนาจบอก​ 

 

 เกอร่างงดงามเย้ายวนชวนใจสั่น​ ลุกขึ้นปลดเปลื้อง​เสื้อผ้า​ของตนออกจนเปลือยกาย​ล่อนจ้อน​  ความงามของร่างเย้ายวนนั้นทำให้คนมีอำนาจกลืนน้ำลายลงคอด้วยความกระหาย​หิว​  ถ้าเจ้าแม่ทัพหน้าตายนั่นได้เชยชมร่างนี้จะต้องหลงไหลจนโงหัวไม่ขึ้น​เป็นแน่​   

 

เกอสกุลฉีผู้นี้รูปร่าง​งดงามเย้ายวนแถมยังเก่งกาจเรื่องอุ่นเตียงจนทำให้ตนหลงไหลมานานแล้ว

 

มือเรียวสวยลูบไล้แก่นกายทองที่แข็งเป็นลำของผู้มีอำนาจ

 

​​​​​​ก่อนที่ปากสวยๆนั้นจะอ้าอมดูดกินความยาวใหญ่​อย่างที่ใจต้องการ​ เสียงครางกระเส่าของผู้มีอำนาจบ่งบอกว่าพออกพอใจต่อการปรนเปรอ​นี้เพียงใด 

 

เกอสกุลฉีนั้นก็พึงพอใจอย่างยิ่งยวด​ การที่ตนได้ร่วมรักกับคนผู้นี้นั้นหาใช่เพราะความรักแต่เพราะมังกรของผู้นี้ยาวใหญ่​ถูกใจตนยิ่ง​  ทิ่มแทงช่องทางดอกเบญจมาศ​แต่ละครั้งทำให้ตนเสียวซ่านแทบใจขาด​

 

ไหนจะอำนาจที่อีกฝ่ายมีเขาจึงเข้าร่วมขบวนการ​ในครั้งนี้ด้วย​ ซึ่งตอนนี้มาได้ครึ่งทางแล้ว​  คนที่ตนต้องการกำลังจะตกหลุมของตนแล้วอีกในไม่ช้า​  ตนนั้นรอได้

 

 

เสียงร้องครวญคราง​ของสองร่างที่ร่วมรักกันอย่างเร่าร้อนและรุนแรงดังลอดออกจากจวนมาตลอดคืน​ จนถึงยามเฉิน   (07.00-08.59​ น.)​ เสียงครางอย่างสุขสมนั้นจึงเงียบไป

 

 

​​​​​​ห้องทรงงาน​ในพระราชวังหลวง

 

ฮ่องเต้​ แคว้นปิง รัชสมัย​ปิงที่22​  พระองค์​มีพระวรกายสูงใหญ่​ พระพักตร์​เข้มคม พระฉวีนวลเนียนดั่งแสงจันทร์​และพระเนตรคมดุกล้า

 

พระองค์​ประทับที่เก้าอี้ประทับสีทอง​ พระหัตถ์​นั้นจับพู่กัน​ส่วนโต๊ะทรงพระอักษร​นั้นมีพระราชฎีกา​จำนวนหนึ่งวางอยู่

 

ด้านพระพักตร์​ฝั่งขวาของพระองค์​นั้นมีองค์​ไท่จื่อปิงจิงเหลียนนั่งที่เก้าอี้สีทอง

พระพักตร์​ฝั่งซ้า​ยมีราชครูเทาอี๋​    แม่ทัพหยางอี้​   พระกรมคลัง​   เสนาธิการทหารบก​ เสนาธิการกรมกลาโหม​  และหัวหน้าราชองครักษ์​ส่วนพระองค์​

 

ทุกคนมีสีหน้าตึงเครียดยกเว้นหวงตี้และหยางอี้​  ที่มีทีท่าสบายๆ

 

นั่งฟังการรายงานและวางแผนทุกๆข้อที่มีปัญหา​

 

"การกบฏ​ที่ทุกท่านเป็นกังวลนั้น​ เจิ้นเห็นด้วยกับแม่ทัพหยางอี้​  ในเมื่อเป็นเหตุแม้จะแค่ปลายเหตุแต่การขจัดปลายเหตุนั้นมันก็เป็นการตัดตอนไม่ให้ขยายลามไปอีก​  ส่วนต้นเหตุนั้นคือราชบัลลังก์​  เจิ้นเองก็จะให้ได้ครองครองไปตามที่ต้องการ" พระสุรเสียงราบเรียบ​ แววพระเนตร​คมกล้าดั่งคนที่ฉลาดและล้ำลึก

 

" เปิดประตูวังเพื่อล้อมวัง​  คือกลยุทธ์​ของเจิ้นกับท่านแม่ทัพ​ พวกท่านพึงพอใจกับกลยุทธ์​นี้หรือไม่"หวงตี้ตรัสถามผู้ร่วมประชุม​

 

​​​​​​" ทรงพระปรีชา​ยิ่งพะย่ะค่ะ"ทุกๆคนน้อมรับในแผนการนี้

 

ในเมื่ออยากได้ราชบัลลังก์​ ก็ให้นั่งราชบัลลังก์​ไปเถิด​  ส่วนผู้ที่อยากเป็นอนุ​ อยากเป็นส่วนหนึ่งในร่างของท่านแม่ทัพนั้นก็ให้ได้เป็นไป​   เกมนี้วางไว้แล้ว​ แค่เฝ้ามองเหตุการณ์​ว่าฝั่งใดจะเพลี่ยง​พล้ำและฝั่งใดมีกลวิธี​ที่ดีกว่ากันเท่านั้นเอง!!! 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น