เสวียนชิง [璇清] โหลด E-BOOK ฟรี

ตอนที่ 6 : ตอนที่ 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,918
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 119 ครั้ง
    13 ก.ย. 61

“แม่นางจาง”

เสียงของฟู่หย่าจือที่ดังขึ้นหน้าประตู ทำให้เสวียนชิงชะงัก นางหลับตาลงเพื่อปรับอารมณ์ กระทั่งลุกขึ้นแล้วเดินออกไปเปิดประตู

“ข้ามารบกวนท่านหรือไม่”

“ไม่เลย ข้ากำลังนั่งคิดอะไรเพลินๆ”

“ท่านพ่อกับท่านลุงกลับมาแล้ว หากท่านอยากจะไปคารวะ…”

“เช่นนั้นรอสักครู่” นางเดินกลับเข้าไปในห้องเพื่อหยิบกระบี่ก่อนจะก้าวออกมา

ฟู่หย่าจือกวาดตามองกระบี่อีกครั้ง ก่อนปรายตามองห่อสัมภาระห่อเล็กที่น่าจะเป็นเสื้อผ้า ในบรรดาข้าวของทั้งหมดจอมยุทธ์หญิงผู้นี้กลับเลือกหยิบกระบี่ออกมา แทนที่จะคว้าของมีค่าออกมาจากห่อผ้า เห็นชัดว่าเป็นคนให้ความสำคัญกับกระบี่ประจำกาย

“ดูท่านให้ความสำคัญกับกระบี่มาก เห็นทีคงฝึกวรยุทธ์มานาน”

เสวียนชิงยิ้ม “ผู้ฝึกยุทธ์ทุกคนย่อมให้ความสำคัญกับกระบี่คู่กาย นี่นับเป็นเรื่องธรรมดา แต่หากว่าคฤหาสน์ตระกูลฟู่มีกฎข้อห้ามมิให้พกพาอาวุธ…”

“ไม่มีเรื่องแบบนั้นแน่นอน ท่านลุงของข้าเองก็เป็นชาวยุทธ์ แม้ปกติจะมีข้อห้ามเช่นนี้ แต่เพราะท่านลุงเองก็อยู่ที่นี่ ทั้งยังมีชาวยุทธ์ที่มีชื่อเสียงมากมายมาเป็นแขก ดังนั้นเรื่องนี้ย่อมได้รับการละเว้น”

เสวียนชิงพยักหน้าเข้าอกเข้าใจ ในใจของนางลอบยิ้ม แสร้งทำเป็นสุภาพนอบน้อม แต่ไม่ว่าจะฟังอย่างไรนี่ก็คือคำเตือนว่าจ้าวยุทธภพอยู่ที่นี่ หากผู้ใดคิดจะทำอะไร ก็สมควรใคร่ครวญให้จงหนัก

เสวียนชิงแค่นยิ้ม คำขู่เช่นนี้นางไหนเลยต้องกลัว อีกฝ่ายใช้ฟู่จิ้งอันผู้เป็นลุงมาขู่นาง แต่ฟู่จิ้งอันไหนเลยจะทัดเทียมเสวียนหมิงบิดาของนางได้!!

 

ก้าวแรกในห้องโถงตระกูลฟู่ เสวียนชิงซึ่งเดินตามฟู่หย่าจือเข้ามายังห้องโถงก็มีอันต้องชะงัก ในคลองสายตามองเห็นเงาร่างคุ้นตาได้อย่างชัดเจน แต่ถึงอย่างนั้นนางก็เก็บอาการได้อย่างรวดเร็ว กระทั่งเสียงของเจ้าบ้านเอ่ยทักขึ้น ในยามที่ร่างของหญิงสาวทั้งสองเดินผ่านประตูเข้าไป

“เจ้ามาแล้วหรือ” ฟู่หนิงยิ้มให้บุตรสาวคนโต ก่อนจะมองตรงไปยังเสวียนชิงด้วยดวงตาเต็มไปด้วยคำถาม

หลายคนสูดลมหายใจเข้าทันทีที่มองเห็นใบหน้าของหญิงสาว บางคนเลิกคิ้วมองด้วยความสงสัย บางคนถึงกับซุบซิบกันว่านางใช่คุณหนูเล็กตระกูลฟู่หรือไม่

ทุกคนไหนเลยจะสังเกตเห็นว่ามีบุรุษผู้หนึ่งยืนขมวดคิ้ว กระทั่งจดจ้องไปยังร่างของเสวียนชิงเขม็ง ดวงตาคมเข้าฉายแววสับสน งุนงง กระทั่งในที่สุดดวงตาคู่นั้นก็ปรากฏเค้าแห่งความยุ่งยากขึ้นมา

“หรือนี่ก็คือคุณหนูเล็กตระกูลฟู่”

หนึ่งในชาวยุทธ์ในห้องเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย

ฟู่หนิงอึกอักก่อนจะรีบปฏิเสธ ทั้งยังส่งสายตาตำหนิไปยังบุตรสาวคนโต “ท่านเข้าใจผิดแล้ว แม่นางท่านนี้เป็นสหายของจือจือ นางเพิ่งจะเดินทางมาถึงเมื่อเช้า”

“ทำให้พวกท่านเข้าใจผิดเช่นนี้ต้องขออภัยด้วย แม่นางจางเป็นสหายที่จือจือเชิญมาเป็นแขก ได้ยินว่ามีผู้อาวุโสหลายท่านมาถึง ดังจึงพาแม่นางจางมาคารวะตามมารยาท”

ใบหน้างดงามราวกับโฉมสะคราญที่แม้จะอยู่ในชุดเรียบง่ายของบุรุษ กระนั้นความงามตามธรรมชาติที่ไร้การแต่งเติม ก็ทำให้หญิงสาวที่ยืนนิ่งอยู่กลางห้อง ดึงดูดสายตาของคนในห้องโถงเอาไว้เป็นตาเดียวกัน แต่ถึงอย่างนั้นท่าทีของนางก็ยังคงเยือกเย็น หาได้แสดงความประหม่าออกมาให้เห็น

“แม่นางฟู่เกรงใจไปแล้ว แม่นางท่านนี้แซ่จางหรือ”

“คารวะผู้อาวุโสทุกท่าน ข้าน้อยแซ่จาง มีนามว่าเสี่ยวชิง”

เสวียนชิงยิ้มที่มุมปาก ก่อนค้อมกายลงคารวะผู้อาวุโสในห้อง

ท่าทีของนางไม่ได้นอบน้อมจนเกินไป และไม่ได้มีท่าทีหยิ่งยโส ดังนั้นหลายคนจึงไม่ได้สังเกตว่าในยามที่นางกวาดสายตาไปรอบห้องนั้น ดวงตาคู่งามกลับหยุดลงยังร่างสูงเบื้องหลังฟู่หนิง ทั้งสองสบตากับครู่หนึ่ง จากนั้นเสวียนชิงก็ดึงสายตากลับไปด้วยท่าทีเฉยชา

มองดูกระบี่เล่มใหญ่ที่มีแถบผ้าสีน้ำเงินพันโดยรอบ ทุกคนเพียงประหลาดใจเล็กน้อย แต่ถึงอย่างนั้นกลับไม่ได้ให้ความสนใจ เนื่องจากยังไม่เคยได้ยินจอมยุทธ์หญิงแซ่จางมาก่อนในยุทธภพ ดังนั้นจึงเข้าใจว่านางคงจะไม่ได้มีชื่อเสียงหรือเป็นที่รู้จักเท่าไรในหมู่จอมยุทธ์

หลังจากพูดคุยไปตามมารยาทฟู่หย่าจือกับเสวียนชิงก็ขอตัวออกมา เนื่องจากจะอย่างไรเสวียนชิงเองก็ไม่ใคร่จะมีส่วนร่วมในการสนทนากับเหล่าจอมยุทธ์อาวุโสภายในห้องโถงอยู่แล้ว

ในระหว่างที่กำลังเดินไปตามทางเดินเพื่อกลับเข้าไปในเรือนรับรองนั้น เสียงทุ้มก็รั้งหญิงสาวทั้งสองเอาไว้ อันที่จริงต้องบอกว่าเขาตั้งใจหยุดฟู่หย่าจือเอาไว้มากกว่า แต่เพราะเสวียนชิงเดินเคียงข้างมากับหญิงสาว ดังนั้นนางจึงต้องหยุดไปด้วยตามมารยาท แต่กลับไม่ยอมหมุนกายไปมองเจ้าของเสียง

“คุณหนูใหญ่”

ฟู่หย่าจือหมุนตัวกลับไปยังเจ้าของเสียง รอยยิ้มสว่างไสวของหญิงสาวปรากฏขึ้น เพราะนางจดจำเสียงของอีกฝ่ายได้

“พี่ตงเฉิน” หญิงสาวก้าวกลับไปหาร่างสูงที่เดินเข้ามาตามทางเดิน ผิดกับเสวียนชิงที่ยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ทั้งยังไม่ยอมหันหลังกลับมา

“เมื่อครู่ฮูหยินใหญ่ให้คนตามหาท่านอยู่” ตงเฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

ฟู่หย่าจือมีท่าทีสงสัยแต่ก็เงยหน้าขึ้นมองใบหน้าเรียบเฉยของตงเฉิน สายตาของเขามองตรงไปยังแผ่นหลังของคนที่เอาแต่ยืน นางคิดว่าเขาอาจสงสัยในตัวสหายคนใหม่ของตน จึงพยายามเอ่ยเพื่อแก้สถานการณ์

“ข้ากำลังจะพาแม่นางจางกลับไปยังเรือนรับรอง”

“ฮูหยินอาจมีเรื่องสำคัญ ท่านไปเถิด ข้าจะดูแลแขกของท่านเอง” เขาตอบเสียงเรียบก่อนจะเดินไปยังหญิงสาวอีกคนที่ยืนนิ่ง

ฟู่หย่าจือก้าวเข้ามา ก่อนจะแนะนำคนทั้งสองให้รู้จักกัน โดยที่นางไม่ได้สังเกตเห็นท่าทีแปลกๆ ระหว่างคนทั้งคู่เลยแม้แต่น้อย “แม่นางจาง ข้าขอแนะนำให้ท่านรู้จัก เมื่อครู่เขาเองก็อยู่ในห้องโถงแต่เพราะคนเยอะ ท่านอาจจำได้ไม่หมด ท่านนี้คือพี่ตงเฉินเป็นคนคุ้มกันที่ท่านพ่อของข้าขอร้องให้มาช่วยดูแลความปลอดภัยของคนตระกูลฟู่”

“คนคุ้มกันหรือ” เสวียนชิงส่งเสียงถามด้วยความประหลาดใจ นางเงยหน้ามองชายหนุ่มที่เดินมาหยุดตรงหน้า ก่อนที่จะยิ้มออกมาที่มุมปาก “ดูท่าทางจอมยุทธ์ท่านนี้คงจะมือไม่เลว หาไม่ตระกูลฟู่ไหนเลยจะขอความช่วยเหลือจากท่าน” ดวงตาเรียบเฉยสานสบกับชายหนุ่มนิ่ง ก่อนที่จะละสายตาไปมองฟู่หย่าจือ

“ปีที่แล้วพี่ตงเฉินเคยช่วยชีวิตท่านพ่อของข้าเอาไว้ ฝีมือเขานับว่าร้ายกาจมาก”

“อ้อ ที่แท้เรื่องก็เป็นเช่นนี้”


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 119 ครั้ง

69 ความคิดเห็น