แม่ทูลหัวของฉัน(yuri)

ตอนที่ 5 : เป็นร่มโพธิ์ยืนยงสถาพร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    13 ก.ค. 63




​




  

เมื่อไม่มีบ่าวบนเรือนทางแม่เจิมก็จึงเปิดปากพูดในสิ่งที่ตนนึกสงสัยมาตลอดทางที่มาว่า “เป็นความจริงรึที่ท่านเป็น”

“จริง” แม่พุดซ้อนกล่าวโดยไม่รั้งรอให้เพื่อนถามจบ

“เพียงแค่ช่วงนี้ต้องสวมบทบาทเป็นเมียหลวงพระราชทานเพื่อสืบความการทุจริตของคุณพระนาถ”

“แล้วคุณพระทุจริตจริงหรือไม่?” แม่เจินถามต่อ

“ไม่แน่ชัดเพราะเราก็พึ่งมาวันนี้-แต่รู้เรื่องที่ใหญ่กว่าแทนที่เลยต้องพึ่งให้คุณพี่ไอริสช่วยเป็นหูเป็นตาในวัง”

“วันนี้ฉันเข้าไปสืบความที่จวนเจ้าฟ้าทินกรได้ความว่าตอนนี้กำลังซ่องสุ่มกำลังพลเพื่อจะ…” แหม่มสาวเว้นเพื่อให้ดาหรารับช่วงต่อเพราะตนคอแห้งอยากจะกินน้ำลอยดอกมะลิ

“กบฏ”

คนที่รอฟังข่าวพยักหน้าเข้าใจก่อนจะถอนลมหายใจออกมายาวเหยียดแล้วเตรียมแผนการณ์ในใจเงียบๆ ระหว่างถามต่อ

“รู้วันเวลาชัดเจนหรือเปล่า”

“มันคงคลาดเคลื่อนแล้วเพราะข้าเจอพบเห็นเข้าก่อน-ดีที่ปิดหน้าหนีเข้าห้องคุณท้าวดาราทันท่วงที”

“ถ้างันก็” พุดซ้อนปรายตามองนางผินซึ่งนางก็รับรู้งานโดยมิต้องบอกทางคำพูด

“นายหญิงวางใจเถิดเพราะข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง”

แล้วบ่าวสาวก็รีบลุกจากไปเพื่อทำหน้าที่สอดแนมยังวังของเจ้าฟ้าทินกรผู้กำลังสวมบทเป็นหมูป่วยในอ่วมแต่คนวงในรู้ดีว่ามันคือเสือร้ายห่มหนังแกะรอวันก่อจราจลอยู่

“ช่วงนี้พี่ไอริสพักก่อนก็ได้นะเจ้าคะ”

“ใช้เสร็จก็ไล่กันเลยหรือไร” คนพี่ตัดพ้ออย่างรู้ทันเพราะ'เมื่อใดที่น้องผู้มียศสูงกว่านางผู้นี้ได้เอ่ยปากว่าให้พักก็คือไล่ไปเนื่องจากไม่อยากใช้อีกหรือไม่ก็หมดเรื่องจะวานกัน

“เปล่าเจ้าค่ะ…ข้าแค่เห็นว่าท่านเหนื่อยแล้ว”

“แล้ววันนี้ไปตลาดกับคุณหญิงเอิบได้ปรับความเข้าใจกันแล้วรึยังรู้หรือเปล่าว่าเมื่อวานซืนแม่คุณเธอมาปรับทุกข์กับพี่เสียหน้าดำคร่ำเครียดกลัวแต่ว่าเจ้าจะโกรธจนชังน้ำหน้าไปทั้งชีวิต”

“ซื้อผ้าให้วันนี้เสียหลายพับจะให้เคืองลงรึเจ้าคะ” แม่พุดน้อยตอบด้วยใบหน้าอารมณ์เบิกบานขึ้นจากเดิมเพราะวันนี้เจอคุณพี่เธอซื้อทั้งผ้าเอยเข็มเอยสะดึงตรึงผ้าเอยแล้วยังมาอาศัยที่เผลอแอบหย่อนขวดน้ำอบฝรั่งลงในตะกร้าหมากกันอีก

ช่างน่ารักน่าชังดีเชียว

“แล้วแม่เจินไปทำกระไรที่แถวตรอกคนจีน-วันนี้ฉันเห็นหนา”

“เอ่อ…”

คราวนี้มีคนหน้าแดงถึงสองคนนั้นคือคนถูกถามและคณิกาโฉมยงค์แถมยังแดงแข่งกันเอาแต่สะกิดให้กันตอบจน'เจ้านายน้อย'นึกสงสัยหนักกว่าเดิม

“เขาไปเล่นเพื่อนกันน่ะน้องสาว”

“หื้ม…”

“อย่าไปถามเลยมีอะไรถามพี่เถอะ” ไอริสกล่าวพร้อมคลี่พัดสีขาวพัดบังฝน'ลูกชุบ'ที่เจอขว้างใส่จากคนมีคดีสวาทที่อับอายเพื่อนจนหาที่ระบายแทน

“อ๋อเป็นเช่นนี้เอง” น้องเธอเข้าใจแจ่มแจ้ง

“ถ้าเช่นกันฉันขอตัวกลับก่อนหนา”

“อ้าวแม่ดาจะกลับแล้วรึถ้างันไอขอไปด้วย”

“งันฉันก็กลับก่อนนะ” แม่เจินคลายข้อสงสัยแล้วก็ไม่มีเหตุผลจะอยู่ต่อเพื่อรบกวนเพื่อนจึงกลับตามแม่หญิงสองคนทันที

“งันเดี๋ยวฉันเดินไปส่งพวกแม่ล่ะกัน”

แม่พุดซ้อนรีบลุกขึ้นยืนเพื่อไปส่งสหายเพราะจำได้ว่าถ้าปล่อยให้เดินกลับกันเองจะเสียมารยาทพอลับร่างของแขกไม่ทันไร

ร่างหนึ่งก็เดินออกมาจากดงป่ากล้วยพร้อมกลิ่นของน้ำปรุงจันกระพ้อแสนคุ้นเคยชวนให้นึกเย็นสันหลังวาบขณะหันกลับไปเผชิญหน้าตรงๆ

“โถ…นึกว่าผู้ใด”

“ไม่ยักรู้ว่าแม่คุณมีมิตรสหายเยอะเพียงนี้”

“คุณพี่น้อยใจหรือเจ้าคะ?” คนน้องยกยิ้มงดงามสว่างดุจแสงทินกรอบอุ่นยามรุ่งอรุณนั่นจึงส่งผลให้คนน้อยใจต้องเบือนสายตาหนีแล้วกำโคมไฟแน่นพร้อมเอ่ยปากโต้แย้งว่า

“ผู้ใดน้อยใจกัน…แม่อย่ามาหาว่ากันเชียว”

“ก็เห็นอยู่ยังจะไม่ยอมรับอีกรึเจ้าคะ”

“ไม่ได้น้อยใจ”

“…”

“พี่พูดจริงๆ เหตุไฉนใยเจ้าไม่เชื่อกันเล่า”

แม่เอิบเธอยามนี้ประหนึ่งเด็กที่พยายามแก้ต่างกับมารดาว่าตนไม่ได้น้อยใจซึ่งยิ่งเน้นย้ำเสียงหนักแน่นเพียงใดไอ้คนน้องเล่าก็ไม่เชื่อเลยเลยทำให้หัวเสียอยากจะจับน้องมาฟาดก้นสั่งสอน

“พวกเขาแค่มาหาเพราะคิดถึงไม่มีอะไรมากดอกเจ้าคะ”

“แล้วจะมาอธิบายทำไม” แม้ในใจจะโล่งราวยกภูเขาออกจากอกได้แต่แม่เอิบเธอก็แสร้งตีขรึมทำเสียงแข็ง

“ก็ไม่อยากให้คุณพี่เข้าใจผิดก็เท่านั้นเองเจ้าค่ะ”

“อื้ม”

“แล้วนี่มาหากันเพราะธุระกงการอันใดเจ้าคะ?”

“แค่อยากมาขอนอนด้วย”

“แล้วคุณพระนาถ”

“ไปหาแม่นวลแต่คุณแม่ท่านยังไม่เข้าหอพระแล้ว”

“อ๋อ”

“จะให้พี่นอนด้วยหรือไม่?”

แม่เอิบถามด้วยน้ำเสียงไม่เชิงวิงวอนเพราะรู้ว่าไม่มีเหตุผลอันใดที่คนน้องจะไม่ให้ตนนอนด้วย

แต่ในลึกๆ ก็มีแอบหวั่นใจว่าน้องจะไม่ให้ค้างแรมด้วย

“แล้วตอนเช้าจะไม่มีคนว่าเอาหรือคะ?” ไอ้นอนน่ะนอนได้แต่เวลารุ่งสางจะไม่มีบ่าวไพร่เอาไปเล่าต่อจนถึงหูคุณหญิงฝางหรือ

“พี่ตื่นเช้าพอไปทางลับได้”


“ถ้าเช่นนั้น” มือน้อยจับมือขวาของคนพี่แล้วออกแรงจูงด้วยดวงตาพราวระยับราวดารกาจรัสแสง



“ก็ขึ้นเรือนกันเถิดเจ้าค่ะ”





โฉมเอยโฉมยงค์มิลังเล

ก้าวบาทตามติดแม่นวลศรี

แสนรักแสนหวงแม่คนดี

ภัยเภทราคีอย่าแผ้วพาน

โอ้กัลยาอฐิฐานต่อเทวา

. ทวยเทพทั่วทิศาฟังสดับอฐิฐาน

เป็นร่มโพธิ์สถาพรยืนยงนาน

แผ่สาขากันลมอย่าล้มเลย

**

ให้น้องเธอได้ยึดได้บังองค์

บังแดดบังฝนร่มเย็นเป็นสุขี

ขอมีแรงขับกล่อมแม่โสภี

ให้นานปีนานวันอย่าหมดไป

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น