แม่ทูลหัวของฉัน(yuri)

ตอนที่ 4 : โรงรับชำเราบุรุษ(2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    13 ก.ค. 63




​





บทที่๔

ณ.โรงรับชำเราบุรุษ (๒)



"เพล้ง!! "

เสียงแก้วตกลงมาแตกพร้อมกับร่างแขกที่ไม่ได้รับเชิญพุ่งเข้ามาจากทางหน้าต่างลงมาภายในห้องอย่างร้อนรนส่งผลให้เจินหมี่กับดาหราต้องผละออกจากกันด้วยความตระหนกตกใจ

พอลองมองมาที่ต้นเหตุก็กำลังตรงเข้ามายังบนเตียงโดยไม่สนใดๆ ทั้งนั้นแล้วเอ่ยว่า

"ข้าหลบหนีภัยที่นี้สักครู่เถิด"

"จะหลบอย่างไง? เหตุใดไม่ไปใต้เตียงรึในตู้"เจินหมี่ว่าก่อนจะสะพรึ่งรอบสองเมื่อคนที่ปิดหน้าด้วยผ้าดำทรงคล้ายบุรุษพอถอดออกมาจะกลายเป็นสตรีงามพิไลอันแสนคุ้นเคย…

ดวงตาสีฟ้าราวไพลินกับผมดำขลับดุจสีหมึกจีนให้ตายก็ไม่มีวันลืมว่าคือเจ้าแหม่มเย่อหยิ่งไอริส

"แค่คิดว่าวิธีนี้เห็นผลดีกว่า"

จบคำอาภรณ์บนตัวด้านบนของไอริสก็ถูกปลดออกจนหมดแล้วพุ่งเข้าไปจับคนผิวขาวเจินกดลงเตียงแล้วก้าวขึ้นมาคร่อมบนตัว

ลงปากบดจูบอย่างเร่าร้อน

ทำให้คนเจอรุกอย่างไม่ได้ตั้งตัวเกิดอาการขนลุกเกลียวพอจะดิ้นให้หลุดก็มือไม้ตายเฉียบพลัน

สภาพเลยกลายเป็นสาวน้อยเจอแหม่มขืนใจเจอปากบางย้ำยีเทียวเลียตระหวัดจวกชิมความหวานในปากอย่างหน้าไม่อาย

ปัง!!

บานประตูห้องด้านหลังถูกพลักออกแต่ทว่าคนที่หลงบทปลุกปล้ำชาวบ้านไม่คิดหยุดการกระทำ

ทางดาหราที่มีไหวพริบจึงเอาผ้าแพรมาคลุมอกแล้วออกหน้าแทนสองร่างที่ยังติดพันกันอยู่


"มีอะไรหรือพี่ชาย? "

"คือพวกข้าหาชายใส่ชุดสีดำไม่ทราบว่าพวกแม่เห็นบ้างหรือไม่? "

ชายผู้สวมชุดเจ้าหน้าที่เทศาภิบาลถามพลางเบือนหน้าหนีฉากเล่นเพื่อนอันแสนเร่าร้อน

"ไม่เลยจ้ะพี่ชาย...เกรงว่าท่านจะผิดหวังเสียแล้วเพราะพวกข้าไม่เห็นชายชุดดำมาเลยสักคนเดียว"

"งันรึ-ถ้าเช่นนั้นข้าขอตัว"

ทันที่ชายหนุ่มจากไปทั้งห้องก็กลับมาสงบเว้นแต่เพียงไอริสที่เจอพลักอกออกโดยสาวน้อยใต้ร่าง

ถ้าหากมีมีดในมือเชื่อเลยว่าหล่อนคงเอามาปักทรวงแม่คนสารเลวนี่แล้ว


"ขอบน้ำใจแม่มากนะดาหรา"

"พี่สาวเคยช่วยข้าไว้-เรื่องนี้มิหนักหนาเท่าไหร่ดอกอย่าได้ขอบใจเลย"

คณิกาคนงามกล่าวยิ้มๆ ก่อนจะเข้าไปช่วยนายหญิงเจินฝูกปมผ้ารัดอกดีๆ

"ฉันไม่ยักรู้ว่าแม่คุณรู้จักกับเถ้าแก่เนี้ยเจิน"

ไอริสถามพลางเอือมมือไปใต้ลิ้นชักโต๊ะแต่งตัวเพื่อจะหยิบกุจแจมาไขเอาเสื้อผ้าตัวเองใต้เตียงด้วยความเคยชิน

"รู้จักเพียงผ่านทางไม่ได้สนิทอันใดมากนัก"

ดาหราตอบตามตรงซึ่งตอนนี้ถือว่าปรนนิบัติไม่ได้แล้วในตอนนี้เพราะรู้ดีว่าไอริสย่อมมาพูดคุยธุระกับตนต่อนอกจากหลบภัยสับร่าง

ด้วยเหตุนี้จึงกำลังหาเหตุผล'ส่งแขก'ในใจ


"คนหน้าไม่ง่าย-เจ้าจักไม่รับผิดชอบที่มาจูบฉันรึ"

แขกที่ว่าเริ่มมีน้ำโหขึ้นมาจึงเอ่ยทวงความรับผิดชอบ

"จะให้รับอันใด...ค่อยเอาอัฐิพรุ่งนี้เถิด"

คนเป็นพี่กล่าวตอบอย่างใจเย็น

"ข้าไม่ใช่คณิกา"

"แล้วจะเอาอันใดก็มันจำเป็นหนิ"

"คำขอโทษพูดไม่เป็นหรือ"

"ขอโทษ...แล้วออกไปได้แล้วข้าจะคุยธุระ"

เกือบจะดีแต่ประโยคหลังนั้นทำเอาเถ้าแก่เนี้ยฉุนหนักกว่าเดิมแต่ฉับพลันก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นชั่วร้ายเมื่อนึกอันใดได้

"เจ้าสองคนมีแผนจะทำการไม่ดีเป็นแน่"

"ถ้าใช่จะร่วมรึไม่เล่า"

ถ้าร่วมก็ปล่อยถ้าไม่ก็จำเป็นที่ต้องปิดปากหล่อนเสีย...แหม่มไอริสนึกต่อท้าย

พลางลูบกล่องยาสั่งตรงตำหูไพลินข้างขวาตัวเองนัยต์ตาสีฟ้าเหลือบมองแม่หมวยตาตี่ด้วยอารมณ์เยือกเย็นเพื่อรอฟังคำตอบ

"แน่นอนว่าเรื่องครื้นเครงนี้ข้าย่อมไม่พลาด"

ทางด้านฝั่งหนึ่งเมื่อถึงเรือนใหญ่คุณหญิงเอิ่บเธอก็หยุดตรงหัวกระไดเพื่อตักน้ำจากตุ่มมาล้างที่เท้าของเจ้าของส่วนแม่พุดซ้อนน้องเธอก็คอยดูอยู่ห่างๆ เนื่องเพราะใจนึงก็อยากตามขึ้นไป

แต่ลำพังตนเป็นเพียงเมียน้อยถ้าแม่เรือนไม่ออกปากเอ่ยชวนให้ขึ้นมีหรือจะกล้าถอดรองเท้าขึ้นไปกับพี่เขาได้

ทางด้านคนเป็นพี่ก็เหมือนจะเดาใจน้องเธอได้จึงหันมาบอกว่า

"รีบขึ้นมาเถิด"

"จะดีหรือเจ้าคะ"

แทนคำตอบคุณเอิบเธอพยักหน้าแล้วครางตอบ

"คุณพระท่านให้อีคุณฉันมาตามคุณหญิงให้ไปหาเจ้าค่ะเพราะรอนานแล้ว"

นางขาบเดินลงจากเรือนมาบอกส่งผลให้แม่หญิง

เอิบตอบไปด้วยน้ำเสียงเนิบๆ ว่า

"ข้ารู้แล้วรีบไปบอกว่าประเดี๋ยวข้าจะไป"

พอมาถึงกลางเรือนคุณเธอก็ยกมือไหว้ผัว

"น้องไหว้คุณพี่เจ้าค่ะ"

"ไม่ต้องพิธีดอก...ได้ยินว่าเจ้าพาน้องพุดไปที่ตลาดท่าเรือวันนี้เป็นเยี่ยงบ้าง"

บุรุษผู้นั่งบนโต๊ะแท่นเอ่ยด้วยถ้อยคำเป็นห่วงเป็นโดยข้างกันมีแม่นวลคอยนั่งทุบต้นขาให้

พอแม่เอิบไล้สายตาดูก็พบแม่ยายนั่งข้างซ้ายเพื่อพับกลีบบัวบูชาจึงหายสงสัยว่าเหตุใดคุณพระนาถถึงได้แสดงอาการห่วงใยถามไถ่ตน

"สนุกดีเจ้าค่ะก็มีซื้อข้าวของมาฝากคุณแม่กับคนในเรือนพร้อมทั้งเอางบที่ได้จากเจ้าคุณพ่อมาซื้อข้าวสารเข้ายุ้งแล้วนี่คุณพี่และคุณแม่ได้ทานกับข้าวกับปลาแล้วรึยังเจ้าคะ? "

พอเมียเอกถามคุณพระนาถท่านก็ยกยิ้มและเดินไปจับมือแม่ทูลหัวมานั่งที่แท่นด้วยกันพลางยกมือหนาตบเบาๆ ที่หัวไหล่มนแววตามองลึกซึ้งทำเหมือนรักเมียคนนี้สุดใจขาดดิ้น

"ไม่มีแม่-ฉันกินมิลงดอกก็ได้แต่ชะเง้อคอมองหาเมียว่าเมื่อไหร่จะมาเสียที"

"น้องขอโทษด้วยที่มาช้าค่ะ"

เมื่อคนผัวจะเล่นลิเกให้แม่ดูมีรึที่เมียที่ดีจะไม่ร่วมด้วยช่วยกัน

"แล้วแม่พุดซ้อนเล่าทำไมไปอยู่ไกลปานนั้น-เธอก็เมียฉันอีกคนใยต้องคุณเข่า"

พอเห็นเมียแก้วอีกคุณพระท่านก็ทักทายตามมารยาท

เพราะพึ่งเจอแม่อบรมหยกๆ ว่าให้ฝนตกทั่วฟ้าไม่ใช่ตกใส่ผู้ใดผู้หนึ่ง

"น้องมาส่งคุณพี่อีกเดี๋ยวก็กลับแล้วค่ะ"

"ไม่อยู่ทานกันก่อนหรือแม่พุด"

คุณหญิงฝางเอ่ยชวนลูกสะใภ้หลวงเพราะลึกๆ มีความเอ็นดูในตัวแม่คุณอยู่ไม่น้อยเพราะเห็นออเจ้าวิ่งเล่นแต่เล็กๆ อีกทั้งพระยาเกียรติก็เป็นเกลอของคุณหญิงแต่แรกรุ่นและฝากฝังให้ดูแลแม่พุดแทนบิดามารดา

จึงไม่ลืมให้คนเป็นลูกชายถนอมเมียคนสุดท้องให้มากๆ


"ดิฉันก็อยากอยู่นะเจ้าคะแต่จำได้ว่าทำงานค้างไว้ต้องรีบไป...ขอกราบลาเจ้าค่ะ"


เมื่อกราบลาเสร็จแม่พุดซ้อนก็ลุกขึ้นยืนแล้วถือตะกร้าเดินออกไปในทันทีโดยไม่มีใจแลกลับมามองหลังยลยินภาพแสลงตาแสลงใจ


พอมาถึงที่เรือนตัวเองแม่พุดซ้อนก็พบว่าค่ำนี้มีแขกมาเยือนเสียหลายคน

ทั้งแม่เจินแม่หญิงไอริสผู้เป็นประดุจพี่สาวร่วมอุทรของตัวเองและหญิงผู้หญิงหน้าตางามหยาดฟ้ามาดินผิวพรรณเกลี้ยงเกลาดุจลูกพระยานาหมื่น

แต่เกรงว่าจะไม่ใช่เพราะแม่หล่อนทาชาดที่ปากแดงแจ๋และกันคิ้วจนโค้งราวใบหลิวองค์เอวอรชรอวบอิ่มในชุดฮั่นฝูสีเขียว

ถ้าพิศดีๆ เห็นทีคงจะเป็นดาวเด่นเบอร์หนึ่งแห่งสำนักโคมเขียวยาวแฟง


"พวกท่านมารอข้านานแล้วหรือ? "


คนพึ่งมาถึงกล่าวขึ้นหลังเดินมานั่งที่แท่นไม้สัก

"ไม่นานเท่าไหร่"แม่เจินตอบ

พอดาหราเจอแม่พุดมองหนักเข้าก็รีบยกมือไหว้แนะนำตัว

"อีฉันชื่อดาหราเจ้าค่ะเป็นบ่าวตามรับใช้คุณเจิน"

"ไม่ต้องไหว้ๆ กันดอก-อย่ามากพิธีเลยแม่หญิง"

พุดซ้อนรีบห้ามปรามเพราะแต่เดิมตนไม่ใช่คนเจ้ายศเจ้าอย่างอะไร


"มีธุระกงการอันใดถึงมาหากันเล่าเจ้าคะ? "


"ข้ารู้ในสิ่งที่เธอจะทำหมดแล้วแม่พุด"

แม่เจินตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ แต่คนฟังพลันเปลี่ยนสีหน้ามาถมึนทันทีทันใดราวกับคนละคน

"ขอเดาว่าท่านอยากร่วมไม่งันคงไม่อยู่ถึงตอนนี้"

เพราะคนรู้แล้วไม่ร่วมถือว่าไม่อาจจะปล่อยให้มีหัวอยู่บนบ่าไปได้...ข้อนี้แม่พุดรู้ขึ้นใจถึงได้กำชับพี่นางไอริสหนักหนาว่า

ห้ามบอกใครแม่กระทั้งเพื่อนคนสำคัญอย่างพี่หญิงเอิบเธอเพราะความลับไม่เคยมีในโลกแต่สำรับบางทีถ้าพูดความจริงออกมาจุดจบก็คือความตาย





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น