แม่ทูลหัวของฉัน(yuri)

ตอนที่ 3 : โรงรับชำเราบุรุษ(1)nc.นิดๆ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    13 ก.ค. 63



บทที่๓

ณ.โรงรับชำเราบุรุษ(1)


"ระวังหน่อยสิแม่คุณประเดี๋ยวจะพลัดตกน้ำเข้าดอก..."

เสียงของแม่เอิบเธอบอกคนน้องระหว่างเห็นน้องเจ้าลุกขึ้นจากเรือเพื่อจะก้าวขึ้นท่าน้ำโดยมิพึ่งบ่าวมาช่วยประคองเลย

นั่นเลยอดเตือนด้วยความห่วงใยมิได้

ถึงกระนั้นคนตัวอรชรในสไบสีนวลยังหันมาโต้เสียงหวานอีก

"รู้แล้วเจ้าค่ะ...น้องเคยลงเรือคนเดียวลงบ่อยไม่หงายหลังตกน้ำง่ายๆ ดอก"

เมื่อแม่เอิบลงจากเรือได้ก็ทำทีส่งมือที่สวมกำไลทองมากวักให้คนน้องประคองเนื่องเพราะตนเกิดอาการหน้ามืดตาลาย

ดูท่าน่าจะเป็นเพราะเมื่อคืนนอนดึกไป

ทางแม่พุดซ้อนเลยรีบเข้าประคองด้วยความห่วงใย

"จับแล้วห้ามปล่อยนะแม่คุณ"

"ถ้าไม่ไหวจะนั่งพักสักประเดี๋ยวก็ได้นะเจ้าคะเดินไปไม่กี่ก้าวมีร้านขายน้ำอ้อยอยู่"

ดังคาดเจ้าน้องเธอมัวแต่ห่วงจนมิเฉลียวใจส่วนตางามก็สอดส่ายสายตาหาร่มพอให้นั่งพักได้

"ไหวแต่อยากให้มีประคอง...มิได้หรือ"

พอหันมาเห็นสายตาวาววับราวเด็กอ้อนมารดาเพื่อกินนทเจ้าพุดเธอก็เกิดอาการประหม่าจนแก้มแดงเถือก

ยิ่งแสงตะวันรอนสาดส่องวงหน้างามจน

สว่างผุดผาดนำพาให้เผลอมองจนลืมตัวทำให้คนพี่ต้องเน้นย้ำ

"ว่าเยี่ยงไรกันเล่า-ได้รึไม่"

"ตกลงว่าหน้ามืดรึอยากให้กันประคอง"

คนพี่ยกยิ้มเผล่แล้วตอบว่องไวราวกับเด็กเจ้าเลห์เพทุบายผิดกับภาพลักษณ์คุณหญิงผู้เรียบร้อยน่าเคารพชวนให้นึกอยากจะหยิกให้เนื้อเขียวเสียโดยแท้

"ย่อมต้องเป็นสองอย่าง"

"ขาดความอบอุ่นมากทีเดียวรึเจ้าคะ? "

"แล้วแม่คิดว่าฉันขาดรึไม่"

"ขาดเจ้าค่ะ"

"เช่นนั่นก็ประคองต่ออย่าบ่นเทียว"

จบคำคุณเอิบเธอก็กางพัดโบกไปมาแรงๆ เพื่อขับไล่กลิ่นเหม็นฉุนของเหล้าสาโทจากร้านซุ่มยาดองที่เอาเหล้า

มาใส่โอ่งดินแดงตั้งขายนับได้สามโอ่ง

มีเหล่าลูกค้าเป็นบุรุษทั้งยศทหารกับเสมียนไปจนไพร่เบี้ยไพร่สมกุลีจีน

หาสตรีบางตาแต่ก็ใช่ว่าไม่มีอยู่เลย

ตอนนี้ทั้งสองเข้ามายังกลางตลาดท่าเรือโกศีลที่ซึ่งมากล้นไปด้วยกลุ่มคนหลากเชื้อชาติที่มาทำการค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้ากับเมืองพุดตาล

แน่นอนว่าเมื่อคนค้ามากคนซื้อก็เยอะ

ซึ่งเจ้าหน้าที่เทศาภิบาลได้จัดระเบียบแผงร้านเป็นทางให้ง่ายต่อการหาสินค้า

แล้วจุดมุงหมายของทั้งสองกัลยาก็คือบริเวณซุมกระโจมขายผ้าดิบและผ้าไหมตัดชุดของร้านเถ้าแก่เฉินพ่อค้าผ้าจากฉางอานที่ล่องสำเภามาตั้งตัวที่เมืองได้แปดปีจนพูดภาษาสยามคล่องแคล้ว

แม่เอิบเธอหันมาบอกคนข้างกายที่กำลังตาลุกวาวราวเด็กเจอขนมหวานว่า

"ไปเลือกสิแม่คุณเดี๋ยวทว่าราคากี่อัฐิกี่เฟื้องก็ให้มาเก็บที่ฉัน"

"เจ้าค่ะ"

คนน้องรับคำก่อนจะปล่อมมือออกจากแขนคนพี่ไปหาเถ้าแก่เฉินทันทีและสอบถามถึงผ้าฝ้ายขาวล้วนซึ่งก็ได้ความว่า

"มีมากทีเดียวล่ะขอครับแม่หญิงไม่ทราบว่าแม่หญิงจะเอาสักกี่พับกี่คืบดี? "

"สักสี่พับแล้วกันเถ้าแก่"

"อาๆ ได้ขอรับ…"

พลันเถ้าเจ้าของร่างผอมไว้ผมรวบหางม้าฝูกด้วยผ้าไหมสีขาวก็หันไปสั่งลูกน้องด้วยภาษาจีนฺแต้จิ่วเพื่อเตรียมสินค้าระหว่างนี้ก็ผายมือไม้แนะนำสินค้ามาใหม่ให้แก่แม่พุดซ้อนฟังเพื่อที่จะได้สนใจและซื้อไปเพิ่มอีกสักพับ

ระหว่างนั้นเองพี่ก็มุ่งความสนใจ

ไปที่ร้านขายน้ำอบน้ำปรุงที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้งอบอวนมันจะไม่สะดุดตาเลยถ้ามีน้ำปรุงกลิ่นทั่วไปเนื่องจากสาวชาววังเขาปรุงน้ำอบน้ำหอมแข่งประชันกันตลอดเวลาแล้วคนที่ได้ที่เอกเสมอก็คือแม่เอิบ

เพราะแม่เอิบคิดสูตรน้ำปรุงที่หอมติดทนนานจนกล่าวขานว่าไปนั่งตำหนักใครถึงแม้ตัวจะลุกไปแล้วแต่กลิ่นก็ติดทนถคงสี่วันไม่จางหาย

แต่ทว่ามันมีขวดแก้วทรงเจียระไนคล้ายเพชรทรงกลมแล้วปิดผนึกด้วยจุกไม้ส่วนข้างในมีน้ำสีชมพูอ่อนๆ พอลองคว้ามาดมใกล้ๆ จึงได้กลิ่มหอมหวานถูกใจนักหนา

รับรู้ได้ทันทีว่านี่ไม่ใช่กลิ่นของดอกไม้ไทยแน่นอนเพราะดมนานเข้ามิมีกลิ่นพิมเสนรึกลิ่นผิวมะกรูดเจือเลยสักเพียงนิด

"แม่หญิงท่านตาถึงทองโดยแท้เจ้าขวดนี้เป็นหัวน้ำหอมที่ข้าทดลองสั่งมาลงขาย

ที่แคว้นโกสัมพีมีคนชอบเยอะทีเดียว"

"มันทำมาจากดอกอันใดรึ? "

"กุหลาบทะเลทรายผสมผลไม้หายากจากแดนไกลข้าเองก็เพียงแต่รับมาขายไม่ทราบมากถ้าท่านสนใจข้าก็ลดให้ในราคาถูกๆ "

คุณหญิงเธอดมไปพลางตรึกตรองในใจจนในที่สุดก็ตกลงซื้อมาสามขวดเรียกได้ว่าเหมาเลยที่เดียวนอกจากนั้นยังเลือกซื้อกลิ่นดอกมะลิกับหอมหมื่นลี้เพื่อจะนำไปฝากเมียบ่าวทั้งสามคนของสามีเพื่อหวังฝูกมิตรไมตรีดีกว่าเป็นศัตรู

เพราะไหนๆ ก็ร่วมเรือนร่วมสามีด้วยกันแล้ว

แต่ทว่าเจ้าขวดน้ำหอมฝรั่งสีชมพู่ขวดเล็กนี้หอมหวานดีแท้มันน่าจะดีไม่หยอก

ถ้าหากว่าไปพรมบนตัวเจ้าดอกพุดน้อย

"คุณพี่เจ้าขา-น้องเลือกผ้าเสร็จแล้ว"

เสียงใสกังวานฉุดให้คนพี่ออกจากความคิดของตัวเองมารีบดึงถุงอัฐิแดงข้างเอว

ออกมาทันที

"เท่าไหร่หรือ? "คุณเอิบหันไปถามกับเถ้าแก่ร้าน

"รวมทั้งสิ้นสองร้อยเฟื้องขอรับแม่หญิง"

นับว่าไม่แพง…

เเม่คุณนึกพลางล้วงเงินออกมาส่งให้บุรุษตรงหน้าจนครบถ้วนตามจำนวนที่ร้องขอก่อนจะสั่งให้บ่าวผู้ชายที่ตามมาสามนายมาขนข้าวของไปใส่เรือรวมไปถึงไหว้วานให้ยายประกายพาสาวใช้ของแม่พุดซ้อน

ไปซื้อข้าวส่วนตนจะพาน้องไปทำธุระ

มองมาจากชุมพรก็รู้เลยว่าคนพี่คิดจะทำสิ่งใดถึงได้ไล่คนอื่นไปจนหมดเหลือเพียงพวกหล่อนตามลำพังสองต่อสอง

"ไปหาอะไรกินกันดีหรือไม่"

แม่เอิบชวนน้องหลังเดินเคียงกันออกมาจากกระโจมเถ้าแก่เฉินซึ่งคนน้องก็พยักหน้าเห็นพ้องต้องด้วย

"แล้วแต่คณพี่จะเห็นสมควรเถิดเจ้าค่ะ"

"เเม่อยากจะกินอะไร? "

"ขนมจีนน้ำยาไก่เจ้าค่ะ"

คนน้องตอบเพราะได้กลิ่นหอมของน้ำเครื่องแกงน้ำยาขนมจีนเคี่ยวชวนให้น้ำลายสอกันเลยทีเดียว

ในตลาดโกศีลจะมีสิ่งใดดีเท่าขนมจีนน้ำยาไก่กระทิของยายสองเรือนเล่าถึงขนาดคุณท้าวในวังยังมาทาบทามไปเป็นแม่ครัวที่วังเสียหลายหนแต่ยายเธอก็มินำพาถึงกับลั่นวาจาว่าจะขอขายขนมจีนที่ตลาดจนตาย

ไม่เข้าไปในวังเป็นอันขาด

"งันก็ไปเถิด"

ต่อจากนั้นรู้ตัวอีกแม่หญิงคนงามก็ได้มานั่งมองเด็กน้อยกินขนมจีนโรยหน้าด้วยผักสดจนพูมจานเป็นจานที่สี่

ดูทรงแล้วเห็นทีจะต้องลองหัดทำขนมจีนบ้างเผื่อได้ล่อลวงแม่น้องเธอมาที่เรือนใหญ่บ่อยๆ

"อิ่มรึไม่? "

"ยังเจ้าค่ะ"

ตอบไปก็ซวกตับไก่นิ่มๆ เนื้อมันอร่อยเข้าปากไปท่าทางกินจริงจังมากทำเอาคนพี่ที่กินไปสามคำกุมอก

เอาเถิด...เด็กกำลังกินกำลังโตเห็นกินได้ก็ดีใจแล้วหมดเท่าไหร่นั่นก็ช่างมัน

เสียประไร

"ถ้ากินกันเรียบร้อยแล้วเราไปเดินดูหาซื้อแป้งสอพองกันเสียหน่อยดีหรือไม่? "

แม่เอิบเอ่ยชวนเพราะลึกๆ แล้วอยากจะใช้เวลาร่วมกับคนน้องให้นานไม่อยากที่จะด่วนกลับเรือนไปเผชิญเรื่องวุนวายเรื่องหน้าที่ของเมียเอกที่ต้องคอยทำบัญชีกับตรวจตราบ่าวไพร่ในเรือน

พวกงานผู้หญิงเหล่านี้จะบอกปัดก็มิงามเพราะมันคือหน้าที่ที่เมียเอกจะต้องรับผิดชอบ

พอนึกมาถึงตอนนี้แม่หญิงก็แสดงสีหน้าปลงๆ จนคนน้องกล่าวถาม

"คุณพี่กำลังกลัดกลุ้มเรื่องอันใดอยู่หรือเจ้าคะ? "

"มิมีอันใดดอก"แม่เอิบฝืนยิ้ม

นั่นเลยทำคนน้องคิดแปลความเป็นสิ่งอื่น

"ถ้าหากเป็นเรื่องลูก"

"พี่ไม่นึกอยากมี"

"เหตุใดถึงไม่อยากมีเล่าเจ้าคะ? "

เพราะว่ามันมีไม่ได้เยี่ยงไรเล่า…

"พี่สุขภาพไม่ดีหมอเลยบอกว่าไม่สมควรมีลูกเพราะดังนั้นจึงไปไถ่ตัวแม่นวลมาปรนนิบัติคุณพระแทน...เจ้าอย่ามัวซักถามพี่เลย-รีบกินเถิดจะได้รีบไปกันหากบ่ายแก่ๆ แดดก็จะยิ่งร้อนนะแม่คุณ"

คนพี่ตัดจบดื้อๆ เล่นเอาคนน้องก้มหน้าตักขนมจีนเข้าปากไปด้วยความรู้สึกครึ่งๆ กลางๆ เหมือนตนทำอะไรผิดแบบไม่รู้ตัว

พุดซอนจมในความเศร้าหมองไม่ทันไรคนพี่ก็เอ่ยมาว่า

"ขอบน้ำใจแม่มากนะที่เจ้านั่นเป็นห่วงพี่แต่พี่ไม่เป็นอันใดจริงๆ "

เล่นยิ้มหวานให้กันแบบนี้ใครจะเคืองลงกันได้เล่า

"เจ้าค่ะ"

"ดูนั่นสิ"คนพี่บอกพลางแตะหัวไหล่ให้คนตัวเล็กดูพระปรางค์ยอดทองที่ด้านตรงข้ามแม่น้ำระหว่างเดินดูข้าวของด้วยกันหลังทานขนมจีนกันเรียบร้อยแล้ว

"แม่ว่าสวยหรือเปล่า"

"สวยอยู่เจ้าค่ะ"

"แค่สวยอยู่รึ? "

"มีสิ่งที่งามกว่าพระปรางเจ้าคะ"

"สิ่งไหน"

"คุณพี่ของน้อง…"

พอเจ้าน้องตอบให้คนพี่แจ้งใจจบก็เกิดอาการหน้าแดงเสียเองจึงแสร้งเบือนสายตาไปทางอื่นจนพบกับร่างคนคุ้นเคยในชุดฮั่นฝูสีม่วงเข้ม

กำลังเดินหายเข้าไปในตรอกโรงรับชำเราบุรุษ*

"นั่นแม่เจิน-เพื่อนแม่มิใช่หรือนั่นเหตุใดถึงไปในตรอกนั้น"

เป็นแม่เอิบเสียเองที่กล่าวเพราะรู้จักกับผู้หญิงคนนี้ดีเพราะหมดทั้งวงสังคมสตรีชั้นสูงหาน้อยคนที่จะไม่ผ่านหูผ่านตากับ

'เจินหมี่'ลูกสาวคหบดีมั่งคงแห่งเยาวราชแถมยังมีป้าเป็นเจ้าจอมคนโปรดของพระเจ้าอยู่หัว

"อาจจะมาธุระมั้งเจ้าคะแต่ว่าเรารีบกลับเรือกันเถิดเจ้าค่ะป่านฉะนี้พวกบ่าวคงเอาของลงเรือกันแล้ว"แม่พุดซ้อนล่ะความสนใจมาชวนกลับแทนแม้ว่าลึกๆ จะอยากอยู่ให้นานกว่านี้

"อื้ม"

ณ.หอโคมเขียวแม่แฟงยามพลบค่ำ

เป็นช่วงเวลาที่เหล่าแม่นางน้อยสะคราญวัยสะพรั่งแต่งกายด้วยชุดเกาะอกเปิดเนื้อหนังมังสาพากันมาโบกสะบัดผ้าเช็ดหน้าอบกระดังงาน้ำปรุงกันเจื้อยแจ้วเพื่อเรียกลูกค้าผู้ชายให้มาใช้บริการ

หนึ่งในนั้นคือยายแฝงผู้เปรียบประดุจแม่พญานางของที่นี้

นางมีลักษณะเป็นสาวร่างสูงตาตี่มีไฝใต้ตาข้างขวาประทิมโฉมด้วยการทาปากแดงแจ๋ตัดผมทรงปีกจับไรด้วยน้ำมันมะกอกมันย่องไว้จอนยาวเฟื้อยดูโก้หรูคาดอกด้วยผ้าแพรสีน้ำหมากอย่างดีที่สั่งมาจากสำเภาจีนที่คอจนถึงข้อมือก็ห้อยระเย้าด้วยทองยองเปล่งประกายแวววาวมิต่างจากเมียพระน้ำพระยาเผลอๆ อาจมั่งมีกว่าเสียอีก

วันนี้ลูกค้าก็อุ่นหนาฝาคั่งเช่นเดิมส่วนใหญ่ก็คือหน้าเก่าๆ เป็นเจ้าสั่วโรงสีเจ้าคหบดีเปรมชัยแต่สิ่งผิดปกติคือดาวเด่นแห่งหอยังไม่มีวี่แววโผล่หน้าออกมาเลย

ไม่รู้ว่าไปมุดอยู่หลืบไหนของมันกันหนาแม่ลูกสาวคนงามของข้า...นี่ก็มีลูกค้ามาถามหาได้สิบคนแล้ว

"อีพิกุลเอ็งเห็นแม่ดาหราน้องสาวเอ็งออก

มาจากชั้นบนหรือไม่? "

"ไม่เห็นเลยจ้ะแม่"พิกุลหยุดโบกผ้าหอมแล้วหันมาตอบแม่ใหญ่แฟง

"อกอีแป้นจะแตก-ไปอยู่ไหนของมันหนอ

โอ้ยงันเอ็งก็ไปตามมันทีบอกว่าข้าเรียกไปๆ "


ในขณะเดียวกันคนที่ยายแฟงถามหาก็ยังคงถูกทรมานด้วยรสแรงเสน่หาจากเถ้าแก่เนี้ยเจินอยู่

"อื้อ! ~พี่สาวข้ายอมแล้ว"

ดาหราที่คุกเข่าเกาะหัวเตียงร้องครางเสียง

แห่บพร่าจ้องมองคนที่กำลังใช้ลิ้นรังแกตรงส่วนนั้นของเธอไม่หยุดราวกับขาดกามรสมาหลายปีถึงได้ไม่ถนอมกันเสียเลย

ดาหราถึงจะคอดขอดได้แต่ก็ขยับสะโพกใส่สู้ลิ้นเรียวจนกระทั้งเสร็จสมอารมณ์หลั่งน้ำหวานออกมาจนเปียกชุ่ม

"แต่ข้ายังไม่อิ่มเลย"

เจินหมี่เลียริมฝีปากที่เปรอะน้ำรักของนางโลมคนงามพอดาหราขยับตัวลงมาทับอกเธออย่างออดอ้อนให้รู้สึกว่าไฟที่มอดริบกลับมาลุกโชนอีกเพราะเจ้ามือน้อยนั่นซุกซนเป็นหนักหนามาเที่ยวควานมาบีบเคล้นทรวงอกจนชูชันสู้นิ้วนวล

"แต่ข้าน้อยต้องมีแขกนะเจ้าคะ"

กริ้ง..

เหรียญบาทสี่บาทตราแผ่นดินถูกล้วงออกจากถุงผ้าสีม่วงทิ้งกองลงบนหัวเตียงนั่นคือการประการอ้อมๆ ว่าจะเหมาตัวดาหราไว้ปรนปรอนางเพียงผู้เดียวในคืนนี้

ดาหราขยับยิ้มตรงมุมปากตามประสาผู้หญิงหน้าเงินเริ่มใช้จริตมารยาจูบพรมลงซอกคอของนายหญิงที่สวยสง่ามีชิวหาพาเพลินน่ายกย่อง

"วันนี้ได้กินอะไรมารึยัง? "เจินหมี่ลูบฝ่ามือลงบนพรมหญ้านุ่มสากมือก่อนจะซ่อนนิ้วเรียวลงไปในกลางแอ่งสวาท

ปากก็ทำหน้าที่เลียวนเม็ดบัวบนยอดประทุมอวบขาวพอสอดลงสุดนิ้วดาหราจึงครางเสียงรัญจวนหวานิออกมาแล้วตอบสนองด้วยการบีบดอกบัวตูมของนายหญิงคืน

"ยังเจ้าค่ะแต่ตอนนี้อีฉันอยากจะกลืนพี่สาวมากกว่า"

เจินหมี่ยกยิ้มตรงมุมปากเอ็นดูในความยั่วยวนของสาวนางโลมจับปลายคางเจ้าหล่อนเชยขึ้นมาสบตาหงส์ของตน

"ให้สมคำของแม่เถอะ"

จากนั้นก็ทาบปิดปากน้อยด้วยรสจูบร้อนแรงสองร่างงามเริ่มตระหวัดรัดพันกันด้วยไฟเสน่หาที่ประทุขึ้นมาเผาไหม้กันและกันอย่างไร้ทางจบง่ายๆ

ถ้าไม่เจอมารมาพจญเข้าเสียก่อน!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น