แม่ทูลหัวของฉัน(yuri)

ตอนที่ 1 : ยุวมาสหลับใหลในใกล้สาง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    13 ก.ค. 63

ตอนที่๑

ยุวมาศหลับใหลในใกล้สาง





ในยามรุ่งอรุณสาดทอสุริยาลงมากระทบยอดหน้าจัวของเรือนพระยาบดินทร์

เสียงโห่ของขันหมากก็ดังสนั่นกึกก้องไปทั้งบางเพราะในวันนี้เป็นฤกษ์ยามงามดีที่บุตรสาวคนเดียวของท่านจะได้ออกเรือนกับชายหนุ่มผู้ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นนักรบนักรักที่เก่งกาจที่สุดในเมืองนครพุตตาล

ซึ่งนั้นก็คือ'คุณพระวรรณวรนาถ'

ที่ในอดีตเคยเป็นแม่ทัพนำกองกำลังปราบปรามเสือใหญ่ทางใต้จนราบคาบทำความชอบอย่างใหญ่หลวงส่งผลให้สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงได้มีพระราชโองการพระราชทานสมรสให้แต่งกับ'แม่เอิบ'

พร้อมกันนั้นก็ได้มอบลูกสาวคหบดีจีนสงคนงามนามว่าแม่พุดซ้อนตบแต่งเป็นเมียหลวงพระราชทานไปด้วยคู่กัน

ด้วยเหตุนี้คุณพระนาถจึงเลือกที่จะทำพิธีแต่งแม่เอิบยอดกัลยาก่อนเป็นอันดับแรกส่วนแม่พุดซ้อนถือว่าค่อยรับขวัญพานพุ่มในวันรุ่งขึ้น

ด้วยเหตุนี้ในวันนี้ที่เรือนพระยาบดินทร์จึงคราคร่ำไปด้วยหมูเหล่าแขกเหรื่อ

มากมายที่มาร่วมเป็นสักขีพยานให้กับเจ้าบ่าวเจ้าสาวที่ศักดิ์และยศเท่าเทียมกัน

เหมาะสมดุจกิ่งทองใบหยก

ด้วยเหตุนี้จึงทำให้แม่นายอย่างแม่อุษาผู้ซึ่งเป็นมารดาของฝั่งเจ้าสาวยิ้มแป้นเปรมปรีด้วยความสุขสมแถมสบัดพัดจีนกล่าวรับไหว้แขกทุกท่านที่พากันขึ้นมาในเรือน

หลังจากผ่านประตูเงินประตูทองมาได้ในที่สุดคนเป็นเจ้าบ่าวในชุดผ้าแพรสีม่วงก็ยกหลังมือขึ้นปาดเหงื่อมีอาการเหนื่อย

เพลี่ยเต็มกำลังแต่ก็ยิ้มสู้และเดินตามเถ้าแก่ชายไปนั่งยังกลางเรือนยกมือไหว้ผู้เป็นพ่อแม่ยายด้วยความนอบน้อม

"ไหว้พระเถิดพ่อคุณ"พระยาท่านรับไหว้

"ขบวนขันหมากวันนี้กระผมตระเตรียมอย่างดีเพื่อให้เกียรติน้องเอิบของคุณพ่อตรวจดูสินสอดก่อนเถิดขอรับ"

คุณพระนาถเป็นชายมีลักษณะมีลักษณะเป็นชายวัยสามสิบสี่ปีใบหน้างามคมเข้มไว้หนวดเคราไรเขียวบนแก้มพลัดแป้ง

แต่พองามแววตาสุขุมดังพยัคฆ์มีน้ำเสียงห้าวหาญสมดังแม่ทัพนายกองฝ่ายหัวหมู่ทะลวงแต่มาบัดนี้กลับหน้าแดงกล้ำถึงใบหูเมื่อเห็นคนเป็นเจ้าสาวก้าวย่างออกมาจากหอนอนด้วยชุดสไบสีชมพูกลีบบัว

ผมแม่คุณรัดเกล้าด้วยเครื่องทองงามสกาวล้อมรอบด้วยปิ่นเพชรปิ่นพลอยสว่างหวาบไหว

โฉมพักตร์งามเฉิดฉินแต้มปากด้วยสีชาดแดงแต่พองามส่วนวงคิ้วแม่กันดุจคันศร

ยามย่างเดินออกจากเรือนด้วยผ้าถุงสีเขียวเข้มยกลายมัจฉาว่ายวนก็แลดูสะโอดสะองราวนางฟ้านางสวรรค์เยืองกายินมาชมเมือง

ในขณะที่กำลังตกตะลึงความงามของเจ้าสาวฝั่งคนเป็นเถ้าแก่จึงสะกิดให้คุณพระนาถรู้สึกตัวเพราะตอนนี้น้ำหมากจากปากกำลังหยุดแหมะๆ ดูขบขันดีที่ขุนขาบผู้เป็นเพื่อนเจ้าบ่าวมือไวพอจะรีบเข้าไปช่วยเช็ดให้ทันท่วงที

“ไหว้พี่เขาสิแม่เอิบ"

คนเป็นแม่สั่งจึงทำให้บุตรสาวขยับตัวเข้าไปพนมมือไหว้คนเป็นเจ้าบ่าวซึ่งนวลเธอก็ยอมทำตามอย่างว่าง่ายด้วยการกราบแทบตักซึ่งเขาก็รับไหว้พร้อมทั้งเอาฝ่ามือลูบไล้กระหม่อมบางนั่นเองทำให้คุณพระนาถได้สบเนตรออเจ้าใกล้ๆ พลันนึกรักนึกเอ็นดูในดวงกมลนักหนาต่างกับฝั่งสาวที่ตาแข็งไร้ซึ่งอารมณ์ขวยเขินสะเทินอายอีกทั้งสายตายังหลบหนีลงมองพื้นก็เลยทำให้ชายหนุ่มนึกหลงเข้าใจว่าเจ้าดวงสุดากำลังประหม่ามิรู้ตัวว่าควรจะแสดงสีหน้าเช่นไร

"วันนี้น้องของพี่งามเหลือเกิน"

"ขอบน้ำใจเจ้าค่ะ"

"พี่ขอให้คำสัตย์จะรักและยกยอเจ้าเป็นที่หนึ่งและถนุถนอมเลี้ยงดูแม่จนแก่เฒ่านะแม่เอิบ"

"เจ้าค่ะ"

แม่เอิบกล่าวตอบรับด้วยน้ำเสียงเนือยๆ เพราะสายตาตนตอนนี้กำลังจดจ้องไปยังอีกคนที่กำลังอยู่ในที่นั่งฝั่งแขก

เจ้าของสไบสีขาวนวลที่กำลังแย้มยิ้มให้คนเป็นพี่อย่างเศร้าสร้อยในตอนนั้นเองเมื่อหยาดน้ำตาคลอหล่นลง

ทางฝั่งแม่เอิบก็รีบปาดป่ายมันทิ้งเสียและเดินตามคนเป็นเจ้าบ่าวไปนั่งยังเก้าอี้เพื่อให้แขกเอาน้ำสังข์รดโดยคนแรกที่มาเจิมหน้าผากให้เจ้าบ่าวและเจ้าสาวก็คือพระยานครสวรรค์ที่มาพร้อมคุณหญิง

นอกจากนี้ท่านยังมีศักดิ์เป็นลุงแท้ๆ ของแม่เอิบอีกด้วย

"ข้าขอให้พวกเจ้ารักใคร่กลมเกลียวกันไปนานๆ ถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชรนะ...ส่วนแม่เอิบหลานลุงก็ขอให้อย่าได้มีโรคภัยเลยนะหลาน"

"ขอบพระคุณเจ้าค่ะ"

ฝ่ามือที่พนมถูกรดน้ำแล้วฝูกข้อไม้ข้อมือซ้ำแล้วซ้ำด้วยแขกมากหน้าหลายตาที่ส่วนใหญ่เป็นญาติผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่าย

จนกระทั้งมาถึงคนสุดท้ายนั้นก็คือ

"ข้าขอให้คุณพี่และขุนพระมีลูกมีหลานเต็มบ้านเต็มเมืองนะเจ้าคะ"

เจ้าน้องพุดซ้อนเอ่ยคำอวยพรด้วยรอยยิ้มเต็มหน้าก่อนจะตักน้ำลอยดอกมะลิมารดน้ำให้คุณพระนาถและหญิงที่ตนรักซึ้งรักมั่นเพียงผู้เดียว

"ขอบน้ำใจนะแม่"

คุณพระนาถเอ่ยแต่ฝั่งเจ้าสาวข้างตัวกลับไม่ได้เอ่ยปากเพราะพูดไม่ออกได้แต่เหลือบมองเจ้าตากลมที่ใจหาญมางานแต่งของตนราวกับไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย

นี่แม่ยังมีหัวใจรึไม่หนอ...แม่พุด

เหตุไฉนใยถึงยกยิ้มเหมือนเจ้าดีใจที่เห็นพี่ออกเรือนกับเขา

ครั้นเมื่อพิธีการเสร็จสิ้นจนถึงฤกษ์พิธีส่งตัวเจ้าบ่าวเจ้าสาวเข้าหอกันสักทีหลังฝั่งเจ้าบ่าวถูกเลี้ยงเหล้าเสียหลายไหก็เมามายจนมืดค่ำต้องให้เพื่อนที่เป็นทหารด้วยกันแบกมาส่ง

ทันทีที่ก้าวเข้าประตูเรือนและฟังเสียงประตูปิดลงแล้วนั้นแม่เอิบเธอก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ๆ เพราะ

เหนื่อยล้าเต็มทนอยากจะล้มตัวนอนที่พื้นเสียให้ได้แต่ทว่าตนก็ต้องมาถอดเสื้อผ้าของคนผัวออกแล้วหาน้ำมาเช็ดหน้าตาล้างกลิ่นเหม็นสาบของเหล้าออก

ไม่ว่าจะกี่ปีที่พบกันแม่เอิบก็ไม่เคยคิดกับพี่ชายคนนี้เกินคำว่าพี่น้องเลยสักคราเดียว

ตั้งแต่เล็กจนใหญ่มีครั้งไหนบ้างที่ไม่ได้เล่นรึคุยกันมีหรือที่เธอจักมิรู้ว่าคุณพระวรรณวรนาถหมื่นไวยท่านนี้เจ้าชู้มากรักเป็นนักหนาที่เรือนก็มีเมียบ่าวมิรู้กี่หาบกี่กระบุง

หากรักเข้าจริงมีหวังคงได้หึงหวงและมีศึกตบตีแย่งชิงความรักความเสน่หาจนตายกันไปข้าง

ซึ่งคุณเอิบเธอมิได้ต้องการชีวิตทุกข์ระทมอย่างนั้นสักเพียงนิดเดียว

"น้องรู้ว่าท่านยังไม่หลับ-รีบลืมตามาคุยกับน้องดีเถิด"

"ข้าคิดว่าแม่จะต้องการเป็นเช่นนี้เสียอีก"

คนที่แกล้งสลบลืมตาแล้วลุกขึ้นนั่งดีๆ แล้วมองคนเป็นเมียนั่งข้างเตียงในชุดที่ผลัดสไบและเครื่องประดับออกไปจนหมดสิ้นเหลือเพียงร่างอ้อนแอ้นอรชร

ในชุดผ้าแพรสีดอกกรรณิการ์พันกับผ้าถุงสีเขียวคาดเข็ดขัดนาก

"คุณพี่ไม่อยากร่วมหอกับน้องนั้น...น้องรู้ดีแก่ใจที่แต่งมาเพราะขัดรับสั่งหลวงไม่ได้เพราะงันจึงอยากจะตกลงน่ะเจ้าค่ะ"

"งันเชิญน้องว่ามาเถิด"

"ข้อแรกนั้นข้าจะออกไปนอนที่ห้องใต้ดินส่วนคุณพี่ก็นอนกับแม่นวลเมียบ่าวของคุณพี่ที่น้องไปไถ่ตัวมาจากสำนักยายแฟง"

"เหตุใดจึงจึงไม่อยากเข้าหอปรนนิบัติ? "

"ท่านน่าจะรู้ดีว่าเพราะอะไร"

แม่เอิบเธอตอบพลางถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยมากๆ ก่อนจะตบโต๊ะเรียกแม่นวลที่หลบอยู่หลังฉากกั้นออกมา

ซึ่งคุณพระนาถก็ตกใจอยู่มิใช่น้อยที่เห็นนางในดวงใจมาอยู่เบื้องหน้าตนมันช่างเหมือนฝันเสียจนเผลอขยับตัวไปดึงตัวนุชน้องมากอดเต็มรักเพราะคิดว่านางจะตายเสียแล้วเมื่อตอนผู้เป็นพ่อสั่งให้เอาตัวแม่คุณไปขายให้กับพวกอั้งยี่หลังเกลี่ยกล่อมให้มาเป็นนางเล็กๆ ท้ายเรือนของตนมิสมเร็จ

ครั้นเห็นสองหนุ่มสาวโผเข้าหากันแล้วกอดกันทางฝั่งคุณเอิบเธอจึงก้าวเดินออกไปเพื่อเปิดประตูทางลงไปชั้นใต้ดินที่ซึ่งแต่ก่อนมันเคยเป็นที่ขังทาสที่ทำความผิด

พอจุดโคมไฟเสร็จอนงค์นางก็ย่างเดินไปทางที่เชื่อมกับทางไปเรือนริมน้ำ

ที่นั้นเองจะเป็นที่หลับนอนของตน

ส่วนตอนเช้าก็แค่ตีเนียนกลับไปยังห้องตามเดิมทำเหมือนว่าเมื่อคืนตนได้ผ่านการเข้าหอแล้วในตอนที่ถึงเรือนตนก็พบว่าเรือนแพยามนี้ได้มีคนผู้หนึ่งที่ได้มายืนรอเองอยู่ในชุดกี่เผ้าสีแดงเลือดนกพอและเห็นกันจึงรีบกวักมือเรียก

"นึกเสียว่าจะไม่มาเสียแล้ว"

ทางฝั่งด้านคุณพระวรรณวรนาถหลังกอดถามไถ่แม่นวลจนจบลงก็ได้ทราบความว่าหลังจากตนไปปราบโจรขบถที่สงขลาก็เหมือนว่าแม่เอิบจะรู้ล่วงหน้าว่าหากเขาทำผลงานได้ก็มิแคล้วเจอพระราชทานสมรสจึงทำการไปไถ่ตัวแม่นวลออกมาเพราะสืบรู้ว่าแม่นวลคือรักแรกของเขา

ประจวบเหมาะที่แม่นวลซื่อๆ จึงตอบรับข้อเสนอของแม่เอิบมารับหน้าที่เป็นนางหน้าไฟเข้าหอแทน

"อย่าคิดเสียว่าทำแทนเลยเจ้าค่ะเพราะคุณเอิบบอกว่าจงใจให้งานนี้เหมือนงานแต่งข้ากับท่าน"

แม่นวลเอ่ยหลังจากก้มลงหมอบกราบแทบเท้าของคุณพระผู้ซึ่งเคยมีเมตตาต่อตนยามเยาว์วัยเสร็จแล้ว

ถึงแม้ว่าแม่นวลจะเป็นลูกที่เกิดจากทาสแต่ความงามก็หาได้ลดน้อยไม่แถมผิวยังเหลืองนวลสุดปลั่งดังทองเจือ

ผมก็ม้วยตามแบบสาวมอญรามัญ

เสียดายแผ่นหลังที่เคยเนียนในตอนนี้กลับมีรอยหวายเฆี่ยนจางๆ ให้แสนสงสานจับใจมากกว่าชิงชังที่แม่คุณบัดนี้หาใช่เป็นสาวบริสุทธ์ดังเก่าก่อน

"มาเถิดแม่นวลมาขึ้นเตียงในวันนี้แม่เอิบทำดีถูกใจฉันนัก"

ทหารหนุ่มกล่าวก่อนโอบอุ้มนงเยาว์ในท่าเจ้าสาวแล้วนำมาวางลงบนเตียงเพื่อเชยชมสมอุราจวบจนกระทั้งดึกค่อนคืนจึงซบสลบคาอกนางไป

๐ยุวมาศหลับใหลในใกล้สาง

แม่นวลนางกอดกกถนุถนอม

คุณพระวรรณเชยชมเเม่จอมทอง

จับประคองลิ้มลองประทุมถัน

ณ.ฉับพลันเสียงสนั่นลั่นครืนครืน

ล้วนชื่นมื่นเริงใจเกษมสันต์

ระเริงเลห์เหลี่ยมรสสวาทกัน

ทั้งพลับพลาเรือนพลันสนั่นคลอน…

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น