My Lady เกมรัก เเผนร้าย

ตอนที่ 31 : Morning...!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 51
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    18 พ.ค. 62

[ โรงแรมที่ใช้เป็นเรือนหอ]

เวลา 5:30 น

วันนี้ฉันตื่นเช้าเป็นพิเศษ ฉันก็ต้องมีจุดที่สนใจเป็นพิเศษเช่นกัน จุดแรกก็คงหนีไม่พ้น กับอะไรบางอย่างที่กำลังอยู่ข้างตัวคนฉันในตอนนี้ ฉันฝันไปหรือเปล่าเนี่ย! นี่ฉันกำลังแต่งงานกับเขาแล้วจริงๆแล้วใช่ไหม ตอนนี้ฉันกำลัง นอนเตียงเดียวกับเขาแล้วนอนข้างเขามาทั้งคืน

และถึงแม้ว่าเมื่อวานเราจะทำกิจกรรมกันมาทั้งวันทั้งในเวลาเช้าและในเวลากลางคืนกว่าจะได้นอนจริงจัง ก็ปาไปเกือบเที่ยงคืน แล้วแล้วสิ่งที่ทำมันก็จะทำให้เราคงจะหลับสนิทแต่ไม่เลย มันกลับทำให้ตาฉันแทบจะไม่ปิดจากเบ้าตาโดนเลยด้วยซ้ำ นี่ฉันกำลังเกิดอาการตื่นเต้นหรือกลัวกันแน่เนี่ยฉันเริ่มเราอารมณ์ของตัวเองไม่ถูก ไม่แน่ใจตัวเราเองก็ตื่นเช้าแล้ว ไปทำหน้าที่ของภรรยาไหนดีกว่าเดี๋ยวเราจะโดนดุเอา

( แล้วสิ่งแรกที่เราควรทำให้เขา คืออะไรกันวะเนี่ยไปไม่ถูกแล้วเนี่ยไม่ต้องหมั่นไส้นะคือการแต่งงานครั้งนี้เป็นครั้งได้ เพราะฉะนั้นอย่าทำตาดุใส่เราล่ะ ที่เราไม่รู้อะไรเลย)

จากที่ฉันฟังจากที่เขาพูดเมื่อคืนฉันจับใจความได้ว่าหลังจากพรุ่งนี้เช้าซึ่งก็เป็นวันนี้เนี่ยนะ ฉันได้ยินว่าเขาจะทำงานเลยไม่พัก เพราะฉะนั้นวันนี้เขาก็คงเข้าออฟฟิศแล้วมั้ง ไปเลือกสูทแล้วชุดทำงานให้เขาก่อนดีกว่าจะเซอร์ไพรส์เขาซะหน่อย  แต่ต้องรอหลังจากที่ฉันทำภารกิจส่วนตัวของตัวเองเรียบร้อยแล้วนะ หลังจากนี้นายก็รอไปก่อนแล้วกันนะจ๊ะ

****************************

เวลา 7:00 น

ประจวบเหมาะกับการทำทุกอย่างเรียบร้อยแล้วทั้งเรื่องของฉันเองแล้วก็ เรื่องของคนที่มาร่วมหอลงโรงของฉันในวันนี้ด้วยทำทั้งงานบ้าน แล้วก็เรื่องส่วนตัว หันกลับมาภายในห้องนอนอีกที คนที่ร่วมเตียงกับฉันเมื่อคืนเขากำลังตื่นแล้วตอนนี้ เขากำลังเดินงัวเงียมาตรงที่เชลล์ล้างหน้าในห้องน้ำ ก็เลยถือโอกาสนี้ถามความคืบหน้าเขาก่อนเลยละกันนะ โดยที่เขา เอ่ยปากทักเราก่อน

“ Morning นะคุณ”

“ morning เหมือนกันนะคุณ”

“ ตื่นมานานแล้วหรอ”

“ ก่อนคุณแค่ชั่วโมงครึ่งเอง

“ว้า…. เราน่าจะตื่นพร้อมกันนะ”

“ อะไรตื่นก่อนแค่นี้ผิดหวังอะไรนักหนา( พูดจาอะไรแปลกๆตั้งแต่เช้าเลยผู้ชายคนนี้นี่!) เออ... ขอถามอะไรหน่อยสิ”

“หืม?”

“ วันนี้คุณจะเข้าบริษัทเลยหรือเปล่า”

“ ผมก็ว่าอยู่นะ แล้วถ้าเข้าบริษัทจริงคุณก็ต้องไปกับผมด้วย”

“ห๊ะ….. งั้นฉันขอเวลาเตรียมตัวอีกสักหน่อยแล้วกันนะ

“ ได้งั้นเราแยกย้ายกันไปเตรียมตัวของตัวเองกัน”

“ ได้ค่ะ อ๋อ! ถ้าคุณอาบน้ำของตัวเองเรียบร้อยแล้วเนี่ยชุดสูทของคุณอยู่ที่ ห้องเสื้อผ้านะคะ”

ครับ... ขอบคุณนะครับ”

 ฉันฟังไม่ผิดใช่ไหม เมื่อตะกี้เขาขอบคุณเรา บางทีการทำดีอะไรสักอย่างไรก็ตามเราเองเราเองก็ไม่ค่อยได้อยากได้อะไรที่ใหญ่โตมากนัก เพียงอยากได้แค่คำขอบคุณก็เท่านั้นเหมือนกับฉันในครั้งนี้ที่ฉันทำดีในฐานะหน้าที่ของตัวเองที่มีอยู่ในปัจจุบัน อย่างน้อยฉันก็ คำขอบคุณที่ยิ่งใหญ่จากเขา ถึงแม้ว่าฉันจะไม่คาดคิดว่าจะได้ยินจากปากเขาโดยตรงก็ตาม เอาล่ะ!  รีบแต่งตัวกันก่อนดีกว่าก่อนที่ เราจะเสร็จช้ากว่าเขาแล้วก่อนที่แม่นมของเขาจะเดินเข้ามาบนห้อง แล้วมาตามหาพวกเราทั้งสองคนทั้งทั้งที่เราสองคนก็ยังไม่พร้อม

ครึ่งชั่วโมงผ่านไป

ในตอนนี้ฝ่ายชายที่มาร่วมห้องของเขาในวันนี้ได้ทำการจัดการตัวเองได้เป็นที่เรียบร้อยแล้วตอนนี้ก็เหลือเพียงแค่ฟ้าหญิงที่กำลังแต่งตัวตัวเองให้พร้อมสำหรับภารกิจในวันนี้ แล้วดูเหมือนว่าคนที่กำลังจะเสร็จก่อน หมายถึงการแต่งตัวและการเตรียมความพร้อมทั้งหมดก่อนนะ และดูเหมือนว่าเขาจะแต่งตัวเสร็จก่อนเขาแค่ไม่กี่นาที

“ เสร็จหรือยังคุณ”

“ อีกแป๊บนึงนะ”

“ รีบหน่อยก็ดีนะคุณพอดีมีคนโทรมาเรียกเราจะอยู่ข้างล่างแล้วแหละ”

“ รับทราบค่ะ”

***************************



[ คอนโด ของ วิทชกร]

เวลา 7:00 น

เหตุการณ์ต่อจากเมื่อคืน หลังจากที่ผมได้ทำการไปส่งเธอที่คอนโดของตัวเองแล้ว ผมก็ไม่คิดว่าจะไปทะเลทะไหลที่ไหนต่อนอกจากนั้นเลยเพราะว่า จากงานแต่งเพื่อนทั้งหญิงและชายของผมจากของทั้งตอนเช้าและตอนเย็น มันก็ทำ ผมเสียพลังงานไปมากพอสมควรเลยอ่ะมันก็เลยทำให้ผมหมดแรงตั้งแต่เดินก้าวเท้าเข้ามาในห้องคอนโดของตัวเองโดยอัตโนมัติโดยที่ไม่ต้องพึ่งยาหรือว่าเพื่อนของวิเศษอะไรเลย ที่จะทำให้ผมรับโดยอัตโนมัติแบบนี้ ว่าแล้วก็ห่างจากตัวเธอมาประมาณเกือบจะ 5 ชั่วโมงได้แล้วมั้ง! ผมว่ารีบโทรหาบุคคลที่ผมกำลังสารภาพรักไปเมื่อคืนดีกว่า ก่อนที่เธอจะเปลี่ยนใจไปมากกว่านี้

เมื่อสมองของวิทย์เค้า คิดได้ขนาดนี้แล้วเขาก็ไม่รอช้าที่จะเอามือถือของตัวเองที่อยู่บนหัวเตียงมากดต่อสายหาคนที่อยู่ในใจเขา ตั้งแต่เมื่อคืนทันทีแบบไม่รอช้า แล้วก็ไม่ได้คิดเลยว่าบุคคลไปสายนั้นกำลังทำอะไรอยู่

[ ตูด…. ตูด…]

วิทย์เขารอคนไปใส่รับสายอยู่นานพอสมควรก่อนที่ จะมีสัญญาณตอบรับว่าคนปลายสายกำลังรับสายเขายังมีอาการงัวเงียยังมีอาการพึ่งตื่นจากการหลับมาเป็นเวลาหลายชั่วโมง

[ คอนโดของ พรีมมา]

“ ใครโทรมาแต่เช้าเนี่ย! คนจะนอน”

จากเหตุการณ์เมื่อคืน ฉันจัดกิจกรรมธรรมดาฉันก็ใช้พลังงานไปเยอะพอสมควรแล้วนะวิ่งงาน After Party

แถมยังรายการต่อไปนี้คนที่ชื่อแม็ก มาก่อกวนฉันอีก  การใช้พลังงานก็ไม่แปลกของเดิมก็หมดเป็น 2 เท่าแล้ว โทรมาแบบนี้มันก็ ไปอีกหลายๆเท่าเลย มอนิ่งตอนนี้มีคนโทรมาหาฉันแต่เช้า อยากรู้เหมือนกันว่าใครโทรมา

และด้วยความที่ตัวเองมีความอยากรู้อยากเห็นแบบล้วนๆเลย ฉันก็เลยตั้งหน้าตั้งตาที่จะกดโทรศัพท์ที่มีเสียงดังขึ้นก่อกวนการหลับการนอนของฉันแบบที่มองหน้าจอด้วยซ้ำว่าใครโทรมา คอยดูนะถ้าไม่มีอะไรสำคัญแล้วก็ฉันจะด่า กลับไม่คิดชีวิตเลยคอยดู

“ ฮัลโหล”

เธอกดรับสาย จากปลายสายโดยที่มีอาการงัวเงียและตัวติดอยู่กับเตียงที่แสนนุ่มของเธอ  และสิ่งที่เธอได้ยินต่อจากนี้ที่ตอบกลับมา มันก็ทำให้เธอ ตัว เด้งโยงนั่งตัวตรงอยู่บนเตียงอย่างที่ไม่ได้ตั้งตัว

“ ตื่นหรือยังจ๊ะที่รัก”

พอดีเสียงแบบนั้นฉันก็เลยเอาหน้าจอมาดูให้มีความชัดเจนขึ้นมาหน่อยว่าตอนนี้ใครกันนะ ที่มารบกวนสมาธิในการหลับในการนอนของฉันในเวลานี้ซึ่งมันรบกวนมากพอสมควรเพราะว่าจากเมื่อคืนมาถึงตอนนี้เธอยังนอนไม่ถึง 8 ชั่วโมงด้วยซ้ำ  แต่ถ้าฉันฟังจากเสียงฉันก็พอที่จะแน่ใจกับคำตอบที่อยู่ในใจของฉันตั้งแต่แรกว่าตอนนี้ใครกำลังโทรมาหาฉัน

“ ยังไม่ตื่น แล้วกรุณาใช้คำดีๆด้วยค่ะ คุณวิทย์”

“ ลุกขึ้นมาจากเตียงเลยจ๊ะที่รักจ๋า”

“ ยัง! ยังไม่หยุดอีกแล้วใครล่ะคะที่เป็นที่รักของนายไม่ทราบ”

“ สรุปตื่นยัง”

“ โอ้โห! ถ้านายจะมาขณะนี้ฉันตื่นแล้วก็ได้”

“ แล้ววันนี้คุณจะไปไหนปะ”

“ ทำไม! วันนี้คุณจะแปลงร่าง เป็นคนขับรถฉันหรือไง”

“ ก็ไม่รู้สิ ถ้าคุณให้ผมเป็นผมก็ยินดี”

“ ได้ เดี๋ยวอีกครึ่งชั่วโมงค่อยมารับฉัน”

“ จัดไปเลย”

ด้วยเหตุผลนี้ฉันก็เลยหลังจากวางสาย ก็เลยพาร่างตัวเองที่กำลังวนมาอยู่เนี่ยไปชำระร่างกายให้สะอาดเพื่อเตรียมตัวที่จะออกไปข้างนอกพร้อมกับคนรับส่งคนพิเศษอย่างเขาซึ่งอีก ครึ่งชั่วโมงเขาจะมารับตามคำสั่งของฉันตั้งแต่แรก ไปอาบน้ำแล้วไปเตรียมชุดสวยๆมาใส่ ก่อนที่คนขับรถคนพิเศษเขาจะมาถึงก่อนกันเถอะ

“ ว่าแต่วันเนี้ย! เป็นการนั่งข้างคนขับรถเป็นของวันแรกของฉัน จะใส่ชุดอะไรดีนะ”

20 นาทีผ่านไปไวเหมือนโกหก

ในที่สุด ฉันก็แต่งตัวเสร็จทันพอที่จะได้มานั่งรอเขาที่ล็อบบี้ของคอนโดเป็นที่เรียบร้อยแล้วมองซ้ายมองขวายังไม่มีรถคันสีขาวหรู มาซักคันเลยดีจริงๆ แนเขาก็ยังไม่มาถือโอกาสหาอะไรกินแถวๆครับพี่เลยละกัน เพราะฉันได้ยินมาว่า ช่วงเช้าของทุกวันนี้วันธรรมดาหรือวันหยุด มักจะมีบุฟเฟ่ต์อาหารเช้าสำหรับคอนโดฉัน มีทุกวันแต่ฉันมักจะไม่ได้มาใช้บริการเพราะว่าช่วงเวลาที่เร่งรีบของชีวิตคนในเมืองนั่นแหละที่ทำให้ฉันต้องขาดอาหารเช้าต้องไปตายเอาดาบหน้าทุกครั้ง ที่ฉันออกตัวไปทำงานในเวลาเช้า ครั้งนี้เป็นเวลาอันดีกันเลยทีเดียวค่ะที่จะถือโอกาสลองชิมอาหารเช้าของ คอนโด

แต่ก็ไม่ทันที่จะต้องหยิบอาหารหรือขนม ที่จะเอาไปกินในเวลาเช้า เพราะใครบางคนที่ฉันกำลังรออยู่ตั้งแต่แรกเขาก็เดินเข้ามาจากด้านทางด้านหลัง แล้วเอ่ยทักอย่างที่ฉันไม่เคยได้ตั้งตัวมาก่อน เส้นแบบนี้ทุกครั้งเวลาที่ฉันกับเขาอยู่ข้างกันแทบจะตลอด

“ ทำอะไรคุณ”

“อุ้ย….! มาไม่ให้ซุ่มให้เสียง ตกใจหมด”

(55555) ตกใจหรอคุณผมขอโทษนะ

“ พูดจาแปลก ถ้าฉันมาแบบนี้บ้างคุณจะตกใจไหมล่ะ”

“ ก็สมควรอยู่ที่ต้องตกใจ”

“ ดีนะที่ฉันไม่เผลอทำใจเล็กๆ ที่อยู่ในมือของฉันตอนนี้มันแตกไป แล้วถ้ามันเป็นแบบนั้นน่ะนะรับรองฉันต้องจ่ายหนี้คอนโดมาอีกเป็นร้อยเท่าเลยแหละ”

‘ ขอโทษอีกครั้งนะคุณเกือบจะโดนใจนี่ซะแล้วสิ”

( ฉันถอนหายใจแบบยาวๆแบบรัวๆเลยค่ะ เพราะลงใจที่ไม่ต้องจ่ายค่าปรับอะไรทั้งนั้น และฉันก็แอบดีใจด้วยที่เข้ามาทำก่อนที่จะฉันจะตัดสินใจทานอะไรไปมากกว่านี้)

พูดยังไม่ทันขาดคำเขาบังคับให้ฉันทำตามคำสั่งของเขา เรียบร้อยเขาก็บังคับให้ฉัน วางจานช้อนส้อมที่กำลังถืออยู่แล้วเดินตามหลังขอไป เธอจะไปขึ้นรถ เพื่อออกเดินทางไปทำงานตามคำสั่งของฉัน

ฉันขึ้นรถมาเรียบร้อยแล้ว ฉันถึงกับต้องอึ้งเพราะว่า เขา ทำการดูแลฉันเป็นอย่างดี เข้าปกครองเอวฉันมาขึ้นรถยังถนอมซึ่งฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกันนะว่ามันจะทะนุถนอมอะไรขนาดนั้น ฉันเข้าใจว่าฉันเป็นผู้หญิง แต่ตอนนี้ฉันไม่ได้ป่วยไหมล่ะ ทำไมถึงต้องประคองกันขนาดนี้ดูไปดูมาฉันก็เริ่มอึดอัดเหมือนกันนะเนี่ย

“ เข็มขัดครับ”

ทันทีที่ฉันกำลังจะ เปิดไฟจิ๋วขัดที่อยู่ด้านข้างคนขับของตัวเอง ฉันก็ได้เจอกับ สิ่งที่เขา ตั้งใจจะทำให้ฉันตั้งแต่แรกแล้วมั้งฉันคิดไว้ในใจนะแต่ก็ไม่รู้เขาจะทำจริงหรือเปล่ามันก็คือเขาว่าเข็มขัดที่อยู่ด้านที่ฉันกำลังถืออยู่ นำมาถือเองแล้วเอามารับตัวฉันคือความปลอดภัย ไอ้ตรงนั้นก็เข้าใจแต่ทำไมหน้ามันต้องใกล้ขนาดนี้ด้วย ใกล้มาก ใกล้ไกล มันใกล้จนใจฉันอยู่ไม่สุขเลยเว้ย แค่คาดเข็มขัด ทำไมหน้าต้องใกล้ขนาดนี้ด้วย

“ มา… เดี๋ยวผมคาดเข็มขัดให้”

“เออ”

“ อ้าวเรียบร้อยแล้วครับ”

“ ขอบคุณค่ะสำหรับการคาดเข็มขัดที่ใกล้ที่สุดในสามโลกของคุณ”

“ ว่าแต่วันนี้คุณจะไปไหนครับคนสวย”

“ ก็… ไปทำงานสิ นายไม่มีงานทำไง”

“ มี….”

“ งั้น เราสองคนก็แยกไปทำงานของตัวเอง”

“ ใจร้าย…. เดี๋ยวตอนเย็นเราไปกินดินเนอร์ด้วยกัน”

“ เอาแบบนั้นก็ได้”

***********************************

[ ห้องพักในโรงแรมเรือนหอ]

ภายในห้องเรือนหอที่ทั้งสองคนนอนไป เมื่อคืนถูกตกแต่งไว้เป็นเหมือนเดิมแล้วเนื่องจากมีแม่บ้านคอยมาดูแลห้องทั้งทั้งที่เขาทั้งสองคนยังไม่ได้ออกจากห้องแม่บ้านอะไรช่างรู้เวลาที่ทำความสะอาดเหลือเกิน แต่ก็นั่นแหละนะ จากห้องที่รกรุงรังจากการตื่นนอนของพวกเขาทั้งสอง ในตอนเช้าพอมาถึงตอนนี้มันถูกทำความสะอาดจนเป็นที่เรียบร้อยแล้วมันรุมเรียบหรู มีระดับเหมือนห้องวีไอพีเหมือนเดิมแล้วแหละ ส่วนตัวฉัน ตอนนี้อยู่ในห้อง เปลี่ยนชุดสำหรับที่จะพร้อมที่จะทำงานของวันนี้ระหว่างที่แม่บ้านกำลังเก็บกวาดห้องให้เรียบร้อยอยู่นั่นแหละ ฉันโทรกลับมาแต่งตัวของตัวเองหลังจากที่ปล่อยให้คุณผู้ชายสำหรับตระกูลนี้ จัดการแต่งตัวของตัวเองเสร็จก่อนนะเขาไป 20 นาทีที่แล้ว

“ เสร็จหรือยังคุณ”

“ เสร็จแล้วค่ะรออีกแป๊บนึงนะ”

“ เดี๋ยวผมให้เวลาคุณอีก 10 นาทีก่อนที่คนที่บ้านผมเขาจะเรียกพวกเราทั้งสองคน ลงไปทานข้าวพร้อมกันนะ”

“ ทราบแล้วค่ะขอบคุณค่ะ”

ระหว่างที่ฉันกำลังจัดการกับตัวเองให้เรียบร้อยที่สุดในสามโลก อยู่นั่นแหละ ฉันก็เผลอไม่ได้ยินเสียงริงโทนของโทรศัพท์ฉันก็นึกสงสัยอยู่เหมือนกันว่าใครกันนะโทรเข้ามาหาตั้งแต่เช้า ตอนแรกฉันก็นึกว่าเป็นโทรศัพท์ของฉันแต่ฟังไปฟังมาเสียงนี้มันไม่ใช่ว่ะ ถ้ามันไม่ใช่ก็ต้องเป็นของใครอีกคนที่กำลังร่วมห้องกับฉันอยู่ เริ่มอยากรู้สิใครโทรมา แต่ฉันก็เก็บ ความสงสัยของตัวเองไว้พร้อมมาโฟกัสกับชุดของตัวเองที่อยู่ตรงหน้ากระจกตอนนี้ หันซ้ายหันขวาดูความเรียบร้อยให้ถึงที่สุดแล้วเดินออกไปหาเขาที่รออยู่ที่โซฟากลางห้องพัก

“ ใครโทรมาเหรอ นาย”

“ โครงข้างล่างน่ะ สงสัยจะโทรมาบอกให้พวกเราลงไปทานข้าวพร้อมกับพวกเขา”

“ งั้นหรอ….”

“ ทำไมคุณหึงผมหรือไง”

‘ เปล่าซะหน่อย”

“ อ้าวหรอ…. งั้นก็แล้วไป”

คนบ้าอะไรเนี่ย! ยียวนกวนประสาทแต่เช้าเลย นี่ฉันต้องเจอแบบนี้ไปทุกเช้าเลยเนี่ย เริ่มรู้สึกไม่ปลอดภัยแล้วสิทำยังไงดีวะเนี่ย จะแยกนอนคนละห้องเดี๋ยวคนอื่นเขาก็สงสัย  ฉันว่าระหว่างเราสองคนตั้งกฎไว้ดีกว่า เพื่อความปลอดภัยของตัวฉันเอง แต่ๆ แต่ว่าแต่ มันจำเป็นต้องหน้าใกล้ขนาดนี้ไหมแค่กวนประสาทอย่างเดียวช่วยเขาบ้าตายอยู่แล้วทำไมต้องมาหน้าใกล้ขนาดนี้ด้วย

ทักษกรพูดไปด้วยพร้อมกับเลื่อนหน้าของตัวเอง ให้เข้าใกล้กับคนตัวเล็กขึ้นไปเรื่อยๆ แล้วคนตัวเล็กของเขาก็เลื่อนหน้าออกไปเรื่อยๆไม่รู้เพราะความตื่นเต้นหรือว่าความหวาดกลัวในตัวเขากันแน่ ไม่ใช้สายตา ของคนทั้งสอง ประสานตากันอยู่สักพัก เพื่อจะสื่อสารอะไรสักอย่างต่อกันมานานพอที่จะมีใครขัดจังหวะกลางคันก็เป็นได้ ระหว่างที่พวกเขาสองคนกำลังจ้องตาอย่างหวานซึ้งกันอยู่นั้นโดยที่รู้ความอะไรอยู่กันแค่สองคน จู่ๆก็ได้ยินเสียง มีคนมาเคาะประตูห้องพักของพวกเรา

[ ก๊อก…. ก๊อก… ก๊อก]

“ คุณหนูทั้งสองคะ คุณผู้หญิงคุณผู้ชายรออยู่นะคะ แต่งตัวกันเสร็จลงไปทานข้าวที่ล็อบบี้ด้านล่างนะคะ”

เสียงนั้นทำให้พวกเขาทั้งสองคนที่กำลังติดอยู่ในภวังค์ ฟื้นสติขึ้นมาให้รู้ตัวว่า ตอนนี้ตัวเองกำลังอยู่ในอ้อมกอดของกันและกันอยู่ เลขกำลังประสานสายตาสื่อความหมายอะไรสักอย่าง ที่ทำให้อีกฝ่ายได้รู้ความหมายที่ตัวเองสื่อ คนที่เป็นฝ่ายที่เอ่ยปากพูดก่อน ก็เป็นเขาเองนั่นแหละ

“ มีคนมาตามแล้วนะ”

“ นั่นสิ งั้นเราลงไปกันเลยไหม เดี๋ยวพวกเขารอนานนะ”

“ นั่นสินะ นี้นะฉันขอถามอะไร อีกหน่อยได้ไหม”

“ อะไรหรอ”

“ ถ้านายมาทำงานบริษัทแล้ว แล้วงานที่โรงพยาบาลล่ะ ในจะทำยังไง”

“ คุณถามเรื่องนี้มาก็ดีเลยผมก็ยังคิดไม่ออกเหมือนกันว่า จะทำยังไงต่อกับเรื่องพวกนี้ดี ตอนเนี้ยเราลงไปทานข้าวกันก่อนเถอะเดี๋ยวผู้ใหญ่รอ”

 เมื่อตกลงกันได้แบบนั้นเราสองคนก็เดินลงไปทานข้าวมื้อเช้าพร้อมกันโดยที่มีผู้ใหญ่และคนในครอบครัวของพวกเราทั้งสองคนไปนั่งรอที่ โซนห้องอาหารเรียบร้อยอยู่แล้ว สงสัยที่ระหว่างรอพวกเราสองคนลงมาทานข้าวพร้อมกับพวกเขา เขาคงกินอาหาร เลิศรสอย่างเอร็ดอร่อยๆเรียบร้อยไปซัก 2 3 จานได้แล้วมั้ง ทำไมถึงคิดแบบนั้นน่ะหรอ ดูพวกเขาสิยิ้มหน้าบานเป็นจานดาวเทียมกันเลย ยิ่งบรรดาเด็กๆด้วยแล้วฉันเห็นในจาน มีแต่ซูชิ ปลาแซลมอนพรีเมี่ยม ปลาแซลมอนนี่แหละของโปรดสำหรับเด็กๆและมันเป็นของโปรดสำหรับฉันด้วยแหละถ้าใครที่รู้จริงก็จะรู้ว่าเราเป็นคนที่ชอบกินปลาแซลมอนมาก

“ เดี๋ยวๆ ฉันเดินเองได้ไม่ต้องจำเป็นต้องจับมือหรอก”

“ ไม่เป็นไรผมเต็มใจ”

“ เคยถามฉันสักคำไหม”

“ ไม่จำเป็น”

ไปถึงโต๊ะอาหารเขาก็จัดการเป็นสุภาพบุรุษ โดยการที่ เขาเดินนําหน้าฉันไปก่อนตอนแรกฉันก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่าเขาเดินหน้าก่อน หน้าฉันไปทำไม อีกไม่กี่วินาทีผ่านไปฉันก็เพิ่งเข้าใจกับการกระทำที่เขาทำต่อหน้าฉันในตอน นี้ว่า เขาตั้งใจ ที่จะมาเลื่อนเก้าอี้ฉันนั่ง เพื่อเป็นเกียรติในการร่วมวงรับประทานอาหารเช้าของครอบครัวของเราทั้งสองครอบครัว ระหว่างที่เล่นเก้าอี้อยู่นั้นเขาก็กระซิบเพียงเบาๆให้พวกเราได้ยินกันแค่สองคน

“ เชิญครับ นายหญิง!”

“ ขอบคุณค่ะ”

ว้าย!...... ตายแล้วเมื่อตะกี้เขาเรียกฉันว่ายังไงนะ นะนาย  หญิง งั้นหรอฉันแค่เป็นเจ้าสาวกำลังของเขาเขาต้องเต็มใจเต็มที่กับฉันขนาดนี้เลยหรอ ถึงขั้นต้องเรียกคำว่านายหญิงออกมาจากปากผู้ชายเย็นชาอย่างเขาจริงๆนะเนี่ย แต่ถ้านายจะเรียกฉันแบบนี้ขอเวลาฉันตั้งตัวสักแป๊บนึงได้ไหม อยู่ๆก็มา เรียกฉันแบบนี้ฉันตั้งตัวไม่ทัน( ฟ้าใส บ่นอุบ หลังจากสังเกตพฤติกรรมของเขา ตั้งแต่เราสองคนเดินลงมาจากห้องพร้อมกัน) และการกระทำของเขาในคราวนี้อยู่ภายใต้ความดูแลจากสายตาของพ่อกับแม่ของเราทั้งสองคน

“ คุณป้าคะพวกเขามาแล้วค่ะ”

“ เห็นแล้วจ้ะ”

พอพวกเรามาถึงที่โต๊ะอาหารก็กลายเป็นจุดสนใจของทุกคนที่มาร่วมโต๊ะอาหารในเช้าวันนี้ เท่านั้นยังไม่พอ เขายังเอ่ยปาก เหน็บแนมพวกเราที่กำลังเดินมาอยู่ที่โต๊ะแล้วบวกกับพฤติกรรมที่เขาทำ ให้ฉันตอนหน้าพวกเขา ในตอนเช้านี้อีกด้วย การกระทำของเขาฉันแทบจะ แทรกแผ่นดินหนี บอกเลยฉันอายมาก นึกไปนึกมาฉันไม่อยากจะหยิกคนที่ทำพฤติกรรมแบบนี้กับฉันที่เนื้อเขียวเลย

“ เช้านี้คุณจะทานอะไรดีล่ะ”

“ ขอคิดดูก่อนละกันนะ ดูจากเมนูสิน่ากินทั้งนั้นเลย”

“ งั้นผมขอ เป็น โจ๊กไก่ไข่ลวก ก็แล้วกันนะครับ”

ตายละเขาสั่งแล้ว แล้วเราจะสั่งอะไรล่ะ ถ้าเราสั่งมาแบบนี้ เดี๋ยวเขาก็จะคิดว่าเราสั่งเหมือนเขาล่ะสิ แต่เวลาตอนเช้าเนี่ยมันคิดอะไรไม่ออกจริงๆนะว่าเราจะกินอะไร ยิ่งระบบรับรถของเรามันไม่ปกติในยามเช้าด้วยสิ ทำไงดี ฉันนิ่งเงียบอยู่สักพักเขาก็มีข้อเสนอ

“ นี่คุณ! ถ้าคุณจะนิ่งอยู่นานขนาดนี้คุณจะสั่งเหมือนผมก็ได้นะผมไม่ได้ว่า”

(.......)

“ ถ้ายังงั้นฉันขอ 2 ทีละกันนะคะ

ฉันบอกกับพนักงานประจำตัวของเราไปแบบนั้น ทำไมฉันถึงกลับมาสั่งเมนูนี้อีกครั้งก็เพราะว่าหนึ่งฉันชอบ 2 ชั้น ไม่อยากสั่งตามเขา แต่เป็นเหตุผลที่ฉันชอบจริงๆในการทานโจ๊กไก่ใส่ไข่ แถมเป็นเมนูที่ทานได้ง่ายอีก จะมีใครบ้างที่ไม่ชอบเมนูนี้เนี่ย

“ Wow ทั้งสองคน สั่งเมนูเหมือนกัน เลยนะเราสองคนน่ะ”

“ อ๋อค่ะ”

คุณแม่ของพี่หนึ่งที่กำลังทานข้าวของตัวเองอย่างเอร็ดอร่อยรู้สึกว่าเธอกำลังทานข้าวต้มกุ้ง มันก็ดูน่าอร่อยดีเหมือนกันนะ ฉันมองดูไปรอบๆภายในโต๊ะอาหารของกลุ่มพวกเรา เรื่องนี้ฉันก็เห็นพวกผู้ใหญ่เขาจะสั่งโจ๊กหรือข้าวต้มตามความถนัดของแต่ละคนแต่ส่วนใหญ่ที่ ที่เป็นเด็กจะกินปลาแซลมอน รู้สึกว่าเป็น ปลาแซลมอนย่างละมั้ง เมนูนั้นฉันก็อยากกินนะแต่ถ้าฉันมากินตอนเช้าแบบนี้มันก็คงไม่ดีเท่าไหร่ล่ะมั้ง

“ หนูฟ้า นี่หนูก็ชอบ โจ๊กไก่เหมือนพี่หนึ่งเขาเหมือนกันหรอจ๊ะ”

“ ค่ะคุณแม่ พอดีหนูชอบทานมันในเวลาเช้านะคะ ในกรณีที่ลิ้นรับรสอะไรไม่ได้ ก็มีเมนูนี้ราคาเป็นตัวช่วย”

“ อ๋อเหรอจ๊ะ ดีจังเลย รู้ไหม โจ๊กไก่เนี่ย ก็เป็นของโปรดของพี่หนึ่งเขาเหมือนกันนะ”

“ อ๋ออย่างนั้นหรอกเหรอคะ งั้นคราวหน้าถ้าดิฉันไปบ้านคุณหญิงเดี๋ยวฉันจะ ทำเผื่อ อนึ่งด้วยละกันนะจ๊ะ”( คุณแม่ของฉันพูดเสริมระหว่างรับประทานอาหาร”

“ งั้นดิฉันก็ขอฝากด้วยนะคะคุณหญิง”

และดูเหมือนว่าสองสาวผู้สูงวัยสำหรับครอบครัวของพวกเราสองคนดูท่าจะเข้าขากันได้เป็นอย่างดี เนยต่างพูดเรื่องราวของลูกของตัวเอง อย่างสนุกสนานบนโต๊ะอาหารเช้าในวันนี้ ก่อนที่ทุกคนจะหันกลับไปแห่งความสนใจกับอาหารบนหน้าของตัวเอง

“ แล้วนี่ลูกจะเข้าบริษัทเลยหรือเปล่า”

อยู่ๆบุคคลที่อยู่กลางวงโต๊ะอาหารก็เอ่ยปากขึ้น ก่อนที่ทุกคนจะแยกแกไปทำหน้าที่ของตัวเองก็ขอเคลียร์เรื่องธุระหรือการทำงานในแต่ละส่วนที่เสียก่อน

“ ถ้าพ่อบอกให้ผมเข้าผมก็จะเข้าครับ”

“ งั้นเอาแบบนี้ พรุ่งนี้เรากลับบ้านใช่ไหมตอนเช้าหนูอยากจะไปดูที่โรงพยาบาลก่อนไหมลูก”

“ ไปดูหน่อยก็ดีเหมือนกันครับ ผมทิ้งมาตั้งหลายวันแล้ว งานจะมีปัญหา”

“ ได้ งั้นเดี๋ยวตอนบ่ายพ่อจะประชุมแล้วให้หนูเข้าบริษัทนะ/ หนูด้วยนะหนูฟ้า”

ฉันตกใจอยู่เหมือนกัน อยู่ๆคุณลุง ก็ไม่บอกกับฉันว่าพรุ่งนี้ฉันเข้าบริษัทไปพร้อมกับอีตา พี่หนึ่ง ไบโพล่านี้อีกคน จะเอาฉันไปด้วยทำไมนะทั้งๆที่ฉันก็ไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย

“ ทานต่อเถอะ”

“ แล้วเราทั้งสองคนมีแพลนไปไหนหรือเปล่าสำหรับวันนี้”

ฉันกำลังจะอ้าปาก บอกกับลูกคนบ้าแล้วคุณพ่อคุณแม่ของฉันว่ายังไม่มีแพลนอะไรเลย ความคิดก็ ไม่ทันกับคนที่อยู่ข้างตัว ชิงคำพูดของฉันออกไปก่อน แถมตอนนี้ก็ยังใช้คำพูดมาพาดพิงกับฉันอีก แล้วคำพูดพวกนี้ถามฉันสักคำไหมว่าฉันอยากไปดูกับนายหรือเปล่า ด้วยความอยากรู้อยากเห็นฉันเลยทำการกระซิบข้างหูให้ได้ยินกันเเค่สองคน

“นิ…..นนาย!จะทำอะไรเคยจะถามก่อนไหม”

“ไม่ล่ะ….มันไม่จำเป็นที่จะถาม”

นี่เขาเป็นอะไรของเขาเนี่ยจากเมื่อวานกับเมื่อกี้ชั่วโมงที่แล้วก็ ยังดีๆอยู่เลย แล้วทำไมมันมาลงความผิดที่ฉันนะเนี่ย เมื่อเขาคิดได้ดังนั้นน่ะนะ  หลังทานข้าวเสร็จ เขาก็เลยจูงมือฉันให้มาเปลี่ยนชุดเพื่อทำกิจกรรมร่วมกับเขาในวันนี้ แต่ฉันเองกลับรู้สึกว่า มันไม่ใช่แค่การจูงมือแบบธรรมดาทั่วไป คนภายนอกที่มองเห็นอาจจะบอกว่า เป็นการจูงมือแบบสวีทหวานแหวว แต่สำหรับตัวฉันเองเนี่ย ใช้คำว่า Sweet มันก็คงจะมากเกินไป ทำไมหรอก็ดูแรงดึงที่เขาดึงฉันเวลาเดินสิฉันไม่ใช่ควายหรือว่าสัตว์เลี้ยงของเขานะเขาดึงฉันเจ็บมือหมดแล้ว

“ เดี๋ยวนาย จะให้ฉันไปไหน”

“ ก็ไปทำกิจกรรมไง ที่นี่มีกิจกรรมให้ทำเยอะเลยนะ”

“ แต่เดี๋ยว! นายปล่อยฉันก่อนได้ไหมล่ะ ฉันเดินเองได้”

และด้วยเหตุนี้เขาก็เลยรักฉันมาที่ห้องเพื่อจะเปลี่ยนชุด แล้วพอมาถึงห้องพวกเราก็ต่างคนต่างพื้นที่ของตัวเอง แต่ก็ยังดีหน่อยที่เขาปล่อยให้ฉัน เปลี่ยนชุดด้วยตัวเอง แต่ถ้ามันมากกว่านั้นแล้วก็ ฉันคงทนเขาไม่ไหวแน่ๆทั้งๆที่แต่งงานมาแค่คืนเดียว












นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น