My Lady เกมรัก เเผนร้าย

ตอนที่ 30 : ท่านผู้ปกครอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 36
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    8 พ.ค. 62


Far-sai

ได้เวลาถ่ายรูปก่อนที่จะเข้าห้องงานจริงแล้วสินะ

มีเจ้าหน้าที่ที่คอยดูงานมาขอให้สัญญาณว่าตอนนี้ใกล้จะถึงเวลาที่จะถ่ายรูปเดี่ยวของเจ้าบ่าวเจ้าสาวและรูปของครอบครัวเรียบร้อยแล้ว  เรียงลำดับมาจากใครมาก่อนคนนั้นต้องถ่ายก่อน แล้วคนที่มาเป็นคนแรกก็คงหนีไม่พ้น ไม่ไม่ใช่ฉัน แต่เป็นเจ้าบ่าวกำมะลอของฉันมากกว่าละมั้งที่มาก่อนเวลาตั้ง 20 นาที

“ เดี๋ยวถ่ายรูปเดียวกันก่อนนะคะ”

“อ๋อค่ะ”

รออยู่ไม่นานในที่สุดการถ่ายรูปเดี่ยวของเขาก็เสร็จสิ้นลง คิวต่อไปก็คงเป็นฉันที่ต้องถ่ายรูปต่อจากเขา นี่มันถ่ายรูปพรีเวดดิ้งหรือว่าถ่ายรูปเป็นที่ระลึกสำหรับเจ้าบ่าวเจ้าสาวกันแน่เนี่ยรู้สึกว่าการถ่ายรูปรอบนี้มันจัดเต็มยิ่งกว่าตอนถ่ายรูปพรีเวดดิ้งนะเนี่ยเพราะเต็มไปหมดเลย บล็อกแต่งฉากเต็มไปหมด

ทันทีที่ได้ยินสัญญาณฉันก็เดินไป มาร์คกิ้งที่พนักงาน จัดเตรียมไว้

“ เชิญทางนี้เลยค่ะคุณฟ้าใส”

“ ค่ะ….”

“ เดี๋ยวตอนถ่ายรูปนะคะ ไม่ต้องเพลงทำตัวตามสบายคิดว่าตอนนี้ฟ้าใสกำลังอยู่คนเดียวนะคะแล้วก็ตรงหน้าเป็นธรรมชาติที่สวยงาม คิดว่าตัวเองอยู่ภายใต้สวนดอกไม้ที่สวยงามธรรมชาตินะคะ”

ให้คิดว่าตัวเองอยู่ภายใต้ทุ่งดอกไม้ทุ่งลาเวนเดอร์เนี่ยนะ ทั้งๆที่ตอนนี้ก็อยู่ที่ตึกสูงเนี่ยนะ ฉันจะทำได้ไหมเนี่ย แต่ก็ขอลองดูก่อนก็แล้วกันได้ไม่ได้ก็ไปเช็คหน้ากล้องกันอีกทีถึงแม้เวลามันจะมีน้อยก็เถอะ หลังจากนั้นช่างภาพก็เก็บภาพของฉันอีกประมาณ 2-3 ช็อต ซึ่งเป็นรูปเดี่ยว ก่อนที่จะมีข้อเสนอที่ว่า

“ เดี๋ยวเชิญเจ้าบ่าวเจ้าสาวถ่ายรูป ร่วมกันเป็นที่ ระลึกหน่อยนะคะ”

ระหว่างที่เราสองคนกำลังช่วยกันถ่ายรูปเล่นให้ความร่วมมือกันอย่างขะมักเขม้นอยู่นั้น เราก็สังเกตเห็นว่ามีใครบางคนกำลังมาร่วมกลุ่มกับพวกเรา อยู่ซึ่งพวกเขากำลังโบกมือทักทายพวกเราหลังจากที่ หลังกล้องของช่างภาพ

“ คุณ ดูสิ ยั้ยพรีม มาแล้วทางโน้น”

“  ผมเห็นแล้วแหละ ว่าแต่คนเตรียมพร้อมแล้วนะสำหรับอีกสักครู่เดี๋ยวรอถ่ายรูปกันอีกยาวเลยนะ”

“ห๊ะ”

“ เตรียมใจไว้เลยวันนี้คุณต้องเหนื่อยแน่ๆ แล้วอย่าลืมสัญญาของเราล่ะ ทั้งเรื่องการเซ็นสัญญา และเรื่องที่คุณต้องมาอยู่ใกล้ผมตลอดทั้งงานวันนี้ด้วย”

**************************

แล้วก็เป็นไปตามอย่างที่เขาบอกจริงๆ ฉันถ่ายรูปกับครัว รู้จักถ่ายรูปกับเขาเรียบร้อยแล้ว ฉันก็ต้องมาถ่ายรูปกับแขกเที่มาในวันนี้ ซึ่งเป็นแขกและพยานของพวกเราทั้งสองคน ( ซึ่งพวกเขาไม่รู้เลยว่านี่มันอาจจะเป็นการแต่งงานแบบร็อคๆก็เป็นไปได้) ฉันเองก็เริ่มหายใจไม่ออกแล้วนะเนี่ยใส่ชุดนี้มาตั้งแต่เช้า รัดติ้วไปหมดแล้ว กินเยอะก็ไม่ได้ ทั้งๆที่หิวจะแย่อยู่แล้ว ตอนนี้ฉันอยากตะโกนออกไปมากเลยว่า หิวข้าว!

“ ถ่ายรูปกันตรงนี้หน่อย….”

“พรีม ฉันคิดว่าตอนแรกแกจะมาไม่ทันแล้วนะเนี่ย”

“ โทษทีพอดีมาช้าไปหน่อย”

“ ใช่เหรอจ๊ะ แล้วนี่มากับใครล่ะ อย่าคิดว่าฉันไม่เห็นนะ”

“ เออคือ…. นี่ๆเดี๋ยวยั้ยน้ำรินกับพวก จะมานะ”

ฉันทำผ้าภาคขยิบตาเพื่อให้เป็นสัญญาณว่าเรื่องนี้เรารู้กันแค่สองคน ถ้าเพื่อนในกลุ่มคนอื่นมาเขาจะไม่รู้เรื่องนี้ระหว่างความสัมพันธ์ระหว่างพรีมกับคุณวิทย์  แล้วก็เดินออกจากห้องเพื่อไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป

*************************


1 ชั่วโมงครึ่งผ่านไป….

“ วันนี้ยินดีด้วยนะคะเจ้าสาวมือใหม่”

“ งานแต่งสวยมากนะยินดีด้วย”

“ รักกันนานๆนะทั้งคู่เลย”

“ มีหลานให้พวกเราอุ้มไวๆนะ”

“ หันมาทางนี้หน่อยค่ะ ถ่ายรูปกันหน่อย”

คำพูดเหล่านี้ฉันได้ยินไหมเป็นชั่วโมงแล้วเนี่ย ไม่ใช่ว่ารำคาญพวกเขาที่มาร่วมงานอยู่หรอกนะ แต่แค่ฉันรู้สึกเบื่อกับสถานการณ์ตอนนี้มากๆเลย ไปไหนก็ไม่ได้ มีแต่คนถ่ายรูป ต้องปั้นหน้าใส่หน้ากากยิ้มต่อหน้าทุกคน ถึงแม้ว่าฉันจะไม่เต็มใจกับการแต่งงานอันนี้สักเท่าไหร่ก็เถอะ แต่ก็มาถึงขนาดนี้แล้วจะถอยก็ไม่ได้สินะเราอ่ะ ลงเรือกับเขาแล้วยังไงเราก็ต้องหาเราและเขาไปให้รอด สินะ  สู้โว้ย! ว่าแต่ตอนนี้คุณเจ้าบ่าวของฉันมันหายไปไหนเนี่ย เนี่ยนะแล้วก็บอกว่าฉันอยู่ใกล้เขาแทบจะตลอดเวลาห้ามหายไปไหนแต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าคนที่ห่าง มันจะไม่ใช่ฉันแล้วสิ

“ แกกำลังมองหาได้หรอเห็นหันซ้ายหันขวาตั้งแต่เช้าแล้วมีอะไรหรือเปล่า/ แหม…. จะมีอะไรล่ะนอกจากที่มันเองจะมองหาเจ้าบ่าวของมันเองเนี่ย”

มองหาเขาอยู่ตั้งนานในที่สุดก็เจอสักทีแต่ก็เจอกันทีก็ตอนที่ พิธีกรภายในงานเชิญให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวขึ้นเวที กันเลยทีเดียว ฉันก็เลยถือโอกาสถามเขาเลยว่า

“ คุณหายไปไหนมา”

“ ขอโทษทีนะพอดีผมไปตรวจรอบนี้หน่อยนะ”

“ งั้นก็แล้วไป…. ฉันคิดว่าคุณจะเป็นอะไรไปซะอีก เรายังไม่ได้เริ่ม อะไรเลย”

“ คุณเป็นห่วงผมหรอ”

“ เปล่า...ไปเถอะเขาเรียกขึ้นเวทีแล้วนะะ

โอ๊ยเกือบหลุดปากแล้วเรา!  ดีนะที่คนที่ดำเนินรายการของเราในวันนี้โดยให้เราขึ้นบนเวที ก่อน แล้วถ้าไม่ทำแบบนี้นะรับรองวันนี้คงไม่รอด มันคงต้องคือความจริงออกมาแน่ๆ ว่าเราเป็นห่วงเขา

“ ขอเชิญเจ้าบ่าวเจ้าสาวขึ้นบนเวทีคะ”

และหลังจากนั้นพิธีการจากบนเวทีก็ดำเนินขึ้นไปเรื่อยๆ มาจนถึงสัมภาษณ์ความรู้สึกของเจ้าบ่าวเจ้าสาวในการแต่งงานในครั้งนี้ ความรู้สึกของผู้ปกครองทั้งสองฝ่าย มาจนถึงการโยนช่อดอกไม้ของเจ้าสาวบนเวทีเพื่อสิ่งเร้าดวงว่า ไกลอาจจะเป็นเจ้าสาวคนต่อไป ต่อมาก็เป็นอาฟเตอร์ปาร์ตี้ยาวจนถึงเป็นเวลาเข้าฤกษ์เวลาเข้า เข้าหอของบ่าวสาวนั่นเอง มาถึงจนถึงตอนนี้ฉันก็เดาอารมณ์ตัวเองไม่ถูกว่าตัวเองจะตื่นเต้น หรือว่ามีความกลัวอยู่ในใจกันแน่ หรือว่าตอนนี้ฉันเป็นอะไรก็ไม่รู้ทุกอย่างมันสิเข้าไปในหัว ของฉันไปหมดแล้ว ฉันไม่อยู่ตรงนี้ได้ยังไง ฉันคิดในระหว่างที่ ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย เอ่ย คำอวยพรก่อนที่เราจะเข้าห้องหอแบบจริงจัง  เหล่าผู้ปกครองต่าง อวยพรกันก่อนเข้าห้องหออย่างจริงจัง ต่อไปนี้สินะที่เป็นสงครามในชีวิตจริง เรียงลำดับจากครอบครัวของฝ่ายชายก่อน

“ ถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชรนะลูก จะทำอะไรก็ขอให้มีสติกันทั้งคู่เลยนะ’

“ ค่ะ/ ครับ”

“ แล้วสำหรับหนูฟ้าใสนะลูก เรียกพ่อกับแม่ได้แล้ว เราจะได้มาเป็นครอบครัวเดียวกันสักทีไง”

“ ได้ค่ะ…. คุณแม่”

จริงด้วยสินะ! ในสถานะที่เรายืนอยู่ตรงนี้ ตอนนี้มันก็คือเป็นลูกสะใภ้ของเขานี่หว่า แล้วถ้าเราจะเรียกพวกเขาแบบคุณลุงคุณป้า ห้างหุ้นแบบเดิม มันก็จะดูไม่สมจริงนะสิก็ในเมื่อเราอยู่ในฐานะลูกสะใภ้ของเขาแล้วนี่เรียกเขาหน่อยจะเป็นไรไปหลังจากที่คุณพ่อคุณแม่ของพี่หนึ่งเขาอวยพรเรียบร้อยแล้วก็เป็นตาของคุณพ่อคุณแม่ของเราบ้าง

“ มีอะไรที่ต้องมาปากหวานใจกันก็ขอให้ทั้งคู่ใจเย็นนะลูก แล้วค่อยๆคุยกัน ดับปัญหาเพื่อเกิดปัญญา จำไว้นะลูกว่า หัวใจก็เหมือนแก้ว ถ้ามันแตกมันเอากลับคืนมาไม่ได้ แม่กับพ่อก็หวังว่าจะเข้าใจในสิ่งที่พวกเราสองคนพูดกันนะ”

“ขอบคุณครับ/ค่ะ”

“ เอาล่ะ ได้เวลาให้พวกเขาสองคนอยู่ด้วยกันแล้ว งั้นเดี๋ยวพวกเราทั้งหมดออกไปข้างนอกกันดีกว่า”

พอพูดจบพวกเขาก็พากันเดินออกเป็นแถวยาวเป็นขบวนรถไฟฟ้ากันเลยทีเดียวแหละ ทั้งทั้งที่ยังไม่ได้ฟังคำที่ฉันอยากจะบอกกับเขาต่อไปเลยว่าจะพูดอะไร ออกจากโรงเรียน แสดงให้เห็น แถมกำชับด้วยว่า คืนนี้ทั้งคืนเราทั้งสองคนอย่าออกจากห้องโดยเด็ดขาด ตอนนี้ในหัวของฉันคิดว่าทำไมล่ะทำไมพวกเราถึงออกจากห้องไม่ได้ ทั้งๆที่ใน ความเป็นจริงแล้ว คนร้ายที่ทำร้ายบริษัทของฉันกำลังอยู่ที่ปลายจมูก

เราใช้ชื่อเราทั้งสองคนส่งเราผู้ใหญ่ออกจากห้องหอของพวกเราเรียบร้อยแล้ว  เดี๋ยวก็เลยมานั่งระดมความคิดกันเพื่อจะดำเนินแผนในขั้นต่อไปในวันพรุ่งนี้ด้วยกันที่นั่งผสมหัวกันที่ปลายเตียงของห้องหอ

“ ว้าย!  มีคนจะทำอะไร”

อยู่ๆเขาก็อุ้มชั้นลอยละลิ่วจากพื้น อย่างกับตัวฉันเมาเท่า ขนนกแต่ความจริงแล้วตัวฉันน่ะหนักประมาณข้าวสารกิโลกรัมนึงเลยนะแต่ว่าเขาทีเดียวแล้วรอเลยเนี่ย เขาทำแบบนี้ก็ตกใจเหมือนกันนะ

“ ขอผมดูขาคุณหน่อย”

“ เดี๋ยว... ฉันเดินเองได้ไม่เป็นไร”

แต่ผมเต็มใจที่จะอมคุณเพราะคุณ ยืนแล้วก็เดินแบบใส่ส้นสูงมาตั้งแต่เช้า คงจะเหนื่อยน่าดู”

  เขาอุ้มฉันมานั่งที่บนเตียงนุ่มๆโดยที่ฉันไม่ได้ตั้งตัวโดยที่เขา อุ้มแบบตัวลอย ในคราวเดียว

“ เจ็บไหม”

“ นิดหน่อย แต่ก็ไม่เป็นไรเพราะ แผลแค่นี้ฉันทนได้”

“ ขอผมดูหน่อย”

เขาพูดอยู่เท่านั้น พูดยังไม่จบด้วยซ้ำ เขาก็เอามือตัวเองมาคว้าเท้าของฉันไปวางที่ต้นขาของเขา น้ำหนักมือของคนเป็นหมอ มันต้องเมาขนาดนี้เลยหรอ หรือเขาตั้งใจที่จะไม่ให้ฉันเจ็บไปมากกว่านี้กันแน่ ความจริงในใจฉันก็คิดจะถอดรองเท้าส้นสูงๆคู่เนี้ย ตั้งแต่ตอน บ่ายแล้วแหละแต่ก็ทำไม่ได้ เพราะว่า แขกอยู่กันเยอะเกินไป

เขานวดอย่างเบามือมากๆ จนฉันแทบจะเคลิ้มหลับเข้าไปเลยทีเดียว งานวันนี้ก็เหนื่อยพอตัวอยู่แล้วพ่อเข้ามาทำแบบนี้ มันเลยทำให้หนังตาฉันจะปิดไปเรื่อยๆ แล้วนี่คืนนี้ฉันต้องมานอนห้องเดียวกับเขาจริงๆใช่ไหมเนีย ยิ่งพูด ยิ่งขนลุกค่ะ

“ ตอนภายในงานน่ะ นายไปที่ไหนมาหรอ”

“ พอดีมีคนบอกว่าผู้ถือหุ้นในบริษัทเรามากเกิน 50% ก็เลยอยากจะไปดูกล้องวงจรปิดสักหน่อย”

“ สงสัยเส้นของนายจะถูกนะ เพราะคนที่น่าสงสัยทั้งหมดฉันเจอมาทุกคนแล้ว แต่ฉันก็ไม่ได้ทำอะไรหรอกนะเพราะว่าในกันชนไว้ใช่ไหมว่าฉันไม่อยากทำนอกเหนือคำสั่ง”

“ หรอ”

“ ใช่ ฉันเห็นแล้วก็น่าหมั่นไส้จริงๆเลยอยากถลกหนังพวกเขาออกมาเลยทีเดียวเลยแหละ”

“ โดดเดี่ยวจังเลยนะคำตอบน่ะ… “

“ เออนี่นาย ฉันขอถามอะไรเพิ่มอีกหน่อยได้ไหม”

“ ได้สิคุณจะถามอะไรล่ะ”

“ วางแผนต่อไปว่ายังไงนะ ฉันจะได้ช่วยนายถูก”

“ เดี๋ยวผมจะอธิบายให้คุณฟังทีหลังแต่ตอนนี้ผมว่า ไม่คุณนอนพักผ่อนก่อนดีกว่า แล้วพรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่”

และด้วยเหตุผลนี้ มันก็คงทำให้ฉัน นอนหลับได้อีกประมาณ 24 ชั่วโมงหรือมากกว่านั้นก็ได้เพราะวันนี้เหนื่อยมาทั้งวันแล้วนี่  แล้วฉันจะทำอะไรต่อก็ไม่ได้จำเป็นที่จะต้อง เชื่อฟังคำสั่งของเขา ทั้งๆที่เราก็เหนื่อยพอกันทั้งคู่แต่ทำไมเขาถึงเสียสละให้ฉัน ได้ถึงขนาดนี้ ขอบคุณมากนะ ขอบคุณจริงๆ และฉันเคยจะสัญญากับตัวเองไว้ว่า เมื่อเขาไม่ทิ้งเรา เราก็จะไม่ทิ้งเขาเช่นกัน ตอนนี้ขอไปชำระร่างกายและเตรียมตัวอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าที่จะมาถึงดีกว่า

[ อีกด้านหนึ่งของโรงแรม]

ถึงแม้ว่าตัวเมนหลักหยังเจ้าบ่าวเจ้าสาว ทำหน้าที่เข้าห้องหอเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่งงานเลี้ยงก็ยังไม่เลิกราเพราะว่า ยังมีงานปาร์ตี้ After Party ต่อไปเพื่อเพิ่มความสนุกของแขกที่มาร่วมงานในช่วงของวัยรุ่นในการสละโสด โดยที่มีสาวที่ชื่อ พรีม่าเธออาจจะมีอาการหิวจากการดูแลงานทั้งหมดของวันนี้เขาก็เลยมุ่งตรงมาที่ มุมอาหารค็อกเทลม็อกเทลต่างๆ ที่ทางเจ้าหน้าที่ จัดเตรียมเอาไว้ตั้งแต่แรก

“โอ้ย! เมื่อไหร่จะเลิกมันปวดไปหมดเเล้ว”

เพิ่งรู้เหมือนกันว่าการเป็นเพื่อนเจ้าสาวมันต้องปวดร้าวทั้งตัวขนาดนี้ หาอะไรกินพร้อมกับหาที่นั่งดีกว่าเราไม่ไหวเเล้ว!

พรีมมากำลังหาที่นั้งเหมาะสำหรับอยู่เงียบๆ เเต่ก็ไม่เป็นผลมาก่อกวนจนได้เเต่ไม่ใช่คนเดิม คยนั้นคือเเฟนเก่าเราเองจะทำไม่เห็นก็ไม่น่าได้เพราะเขาทักเราก่อน จะหลบหน้าหนีก็หนีไม่ได้แล้วสินะ ตอนนี้ฉันขอแค่ภาวนาอยู่ในใจว่า ใครก็ได้มาช่วยฉันที

“ ว่าไงจ๊ะคนสวย มีคนบอกว่าวันนี้เราเป็นเพื่อนเจ้าสาวนี่”

“ ค่ะ”

“ ลืมแนะนำตัวไป ยังจำพี่ได้ไหม”

ทำไมฉันจะจำคนที่ทำให้ฉันไม่กล้ารักใครมาถึงทุกวันนี้ ไม่ได้ล่ะ เขาคนนี้แหละทำให้ฉันไม่กล้าที่จะรักใครมาถึงปัจจุบันทั้งๆที่ฉันอยากที่จะเปิดหัวใจไปรักใครสักคนนึง ซึ่งเขาก็รอฉันจนถึงทุกวันนี้ก็เถอะนะ

“ พี่แม็ค”

“ ความจำดีนี่”

ตอนนี้ขอใครก็ได้ พาฉันออกไปจากตรงนี้สักที ฉันไม่อยากยืนอยู่ตรงนี้แล้ว ยิ่งต่อหน้ากับผู้ชายคนนี้ ฉันยิ่งมีความไม่อยากเข้าไปใหญ่เลย ฉันไม่อยากหาเรื่องเขา จนงานมงคลของเพื่อนฉันต้องล่มสลายลง เพราะต้นเหตุคือฉันที่ทําร้าย มันลงจากมือของฉันเองขอร้องล่ะใครก็ได้ ช่วยพาฉันออกไปจากตรงนี้ทีพาฉันไปไหนก็ได้

“ เป็นสาวแล้วนี่ แล้วมีแฟนหรือยัง”

“ เธอคือ….”

“ พริม…. ไม่อยู่นี่เองผมหาตั้งนาน”

โอ๊ย! ตอนนี้มันเหมือนสวรรค์ฟ้าเปิด หรือว่า นรกส่งมาเกิดกันแน่ ตอนนี้ฉันขอใครก็ได้ที่มาช่วยฉันออกไปจากตรงนี้แต่ไม่ใช่เขาคนที่ชื่อ วิทบ์น่ะ มันต้องไม่ใช่เขาสิ แต่เดี๋ยวก่อนนะ ในเมื่อเขามาแล้วเราก็ต้องใช้ให้เป็นประโยชน์ ถ้าฉันส่งสายตาให้เขาแค่นี้ ฉันก็หวังว่าเขาจะดูออกนะว่าฉันกำลังจะสื่อสารกับเขาเรื่องอะไรก็ในเมื่อเขาบอกกับฉันเองว่า เขารู้ใจฉันที่สุดนี่นา

“ นาย ฉันก็กำลังจะหานายอยู่เหมือนกัน หายไปไหนมาเนี่ย รอตั้งนาน”

เอาก็เอาค่ะ…. เรื่องเดินมาถึงขนาดนี้แล้วมันคงไม่มีใครผ่านมาอีกแล้วแหละให้เขาช่วยหน่อยก็ได้มั้ง  ตอนนี้ฉันรีบวิ่งเข้าไปหาเขาเลยค่ะไม่รอช้าไปแล้ว ที่ไปขอความช่วยเหลือจากอีกคนก่อนที่อีกคนจะเข้ามาใกล้ฉันได้มากกว่านี้ดีกว่า

“ คนนี้ใคร”

พ่อมึงเป็นแบบนี้แล้วเนี่ยฉันเลยต้องมากระซิบข้างหูกับคนข้างตัวฉันเดี๋ยวนี้เลยค่ะเพราะว่าให้เขาแพ็คของฉันเดี๋ยวนี้เลยให้ปลอมตัวเป็นแฟนของฉันก็ได้ตอนนี้ความถือตัวของฉันคงไม่เหลืออะไรแล้ว

“ ช่วยฉันหน่อยนะคะ”

“ ถ้าผมชอบคุณคุณต้องมีค่าตอบแทนให้ผมสักหน่อยก็ดีนะ”

“ เอางั้นหรอ”

“ ใช่ ถ้าไม่อย่างนั้นผมก็ไม่ช่วยนะ”

“ ก็ได้ๆ อยากได้อะไรว่ามา”

เมื่อที่เราตกลงกันได้เรียบร้อยแล้วฉันก็เลยลาเขาไปประจันหน้ากับพี่แม็ค ที่กำลังจ้องมองมาทางเราสองคนอย่างตาไม่กระพริบ มาถึงขนาดนี้แล้วก็ต้องสู้โว้ย เป็นไงเป็นกัน ถึงยังไงแล้วในความเป็นจริงแล้ว คนที่อยู่ข้างฉันตอนนี้ก็มีแต่เขาคนเดียวเท่านั้นและเป็นคนที่ฉันเลือกตั้งแต่แรกแล้วด้วย แต่เพียงแค่ฉันยังไม่ได้พอเขาก็เท่านั้นเอง

“ ขอโทษนะครับ มีอะไรกับแฟนผมหรือเปล่าครับ”

( แหมพอฉันเปิดโอกาสให้พูดอะไรบางอย่างเกี่ยวกับฉัน นายถึงขั้นต้องมาเป็นเจ้าข้าวเจ้าของทะเลกี่ทีเดียวเลยหรอเนี้ย ให้ฉันตั้งตัวบ้างก็ดีนะ)

“ นี่เธอทั้งสองคน…”

ทางด้านของ แม็ก ที่รอพวกเขาประจันหน้า กลับแปลกใจกับสิ่งที่ วิทย์ชกร เอ่ยปากพูดออกมา แต่ก็ได้ตอบกลับด้วยฝีปากจากผู้ชายที่อยู่ข้างตัวฉันตอนนี้ปากจัดจน ฉันเริ่มแปลกใจละว่าคนๆนี้เป็นผู้ชายหรือผู้หญิงเนี่ยผู้ชายอะไร ปากจัดยิ่งกว่าผู้หญิงซะอีก

“ ใช่ครับคุณเข้าใจไม่ผิดหรอก พวกเราสองคนเป็นแฟนกัน เพราะฉะนั้นคุณต้องการอะไรจากแฟนผมครับ

“ นางยังไม่รู้ใช่ไหมว่าผู้หญิงที่อยู่ข้างในตอนนี้ เขาเคยเป็นแฟนของฉัน

“ ผมรู้ แล้วสำหรับเรื่องนี้ ผมไม่แคร์หรอก ว่าเขาเคยเป็นของใคร แต่ปัจจุบันเขาเป็นของผมก็พอ”

พอได้ยินประโยคนี้เข้าไป มีอาการหูดับตัวแข็งตัวเรียบร้อยแล้วจ้า นี่เขาพูดจริงใช่ไหม แต่ยังไงมาถึงขนาดนี้แล้วก็ต้องเชื่อแล้วนะเพราะดูจากสีหน้าและแววตามันแตกต่างจากที่ฉันเคยเห็นมาก่อนมากเลย ตอนนี้ฉันก็แค่อยากขอบคุณเขาอยู่ในใจ ที่ว่าขอบคุณว่าฉันเลือกคนไม่ผิด ที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่กับเขา พอพูดจบประโยคเขาตั้งใจที่จะพาฉันออกไปจากตรงนี้เขาก็เลยถือแขนฉัน พยายามจูงไปพร้อมกับเขา แต่ก็ไปไม่พ้นเพราะว่าม พี่แม็คจับมือของฉันอีกข้างขวางอยู่ ฉันก็พอเข้าใจสิ่งที่เขาแสดงออกมาอยู่หรอกนะ แต่ก็ไม่คิดว่ามันจะเยอะขนาดนี้

พอคนที่ชื่อแม็ก จับมือของพี่มาอยู่สักพัก อยู่นานพอสมควรก่อนที่ วิทย์เค้าอยู่ตรงนี้ไม่ไหวเขาก็เลยกระชากแขนของพริมาออกจากตรงนั้นให้เร็วที่สุด

“ ไปกันเถอะ”

“อืม”


[ บันทึกพิเศษ ของวิทชกร]

เว็บแรกที่ผมสังเกตเห็นเธอใส่ชุดนี้ หมายถึง พริม พริมา ตอนแรกผมเห็นผมก็คิดว่ามันเซ็กซี่เกินไป มันดู มิดชิดนะแต่ว่าดูจากเนื้อผ้าแล้วมันเหมือนซีทรูมากเกินไป แต่ผมก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าชุดนี้มันเหมาะกับเธอจริงๆผมก็เลยยอมให้เธอใส่ชุดนี้ออกงานของเพื่อนเธอในคืนนี้  แถมผมยังลดตัวไปช่วยเป็นแฟนปลอมๆให้เธออีกทั้งที่ในใจอยากเป็นแฟนตัวจริงก็เถอะแต่ยังไงก็ช่วยไม่ได้หรอกนะรักเขาไปแล้วนี่เขาสั่งอะไรเราก็ต้องทำถูกไหม

“ คุณจำไว้เลยนะว่าถ้าพวกเราเข้าไปในงาน เราต้องแกล้งไม่รู้จักกัน โอเคนะ”

“ รู้แล้วน่าย้ำเป็นรอบที่ 10 แล้วเนี่ย ย้ำบ่อยๆระวังคนจะสงสัยเอานะคุณ”

“ เออ..   ก็ฉันกลัวคุณลืมนี่นะ แถมวันนี้เราต้องมาทำงานด้วยกันอีกอย่าให้พวกเขาสงสัยล่ะ”

ผมได้ยินแบบนี้มาตั้งแต่ผมออกจากคอนโดหลังจากที่ผมแต่งชุดสูทเพื่อนเจ้าบ่าวเสร็จเรียบร้อยแล้วเนี่ย เธอก็ยังย้ำแค่เรื่องเดิมแต่ผมว่านะมันจะหลุดแล้วมีพิรุธก็จงที่เธอย้อมผมบ่อยๆนี่แหละ ขนาดขึ้นลิฟท์มาใกล้จะถึงสถานที่จัดงานเขาก็ยังพูดเรื่องนี้ไม่หยุดรับรองถ้าใครได้มาได้ยินเข้านะ ไม่น่าจะรอดทั้งคู่ทั้งเราและก็เธอด้วยแหละถ้าเธอยังอยู่แบบนี้เนี่ยนะ

“ ผมว่าก่อนที่มันจะสายไปมากกว่านี้นะ เราแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตัวเองกันก่อนเถอะ”

“ นั่นน่ะสินะ… เดี๋ยวนั้นเขาจะสงสัยกันไป อีกคู่”

“ เพราะฉะนั้นนะเราแยกกันไปทำหน้าที่ของตัวเองแล้วมาเจอกันที่หน้าเวที  เคลียร์!”

“ รับทราบแล้วค่ะ ท่านผู้ปกครอง”

นี่!.... แล้วผมไปกลายเป็นผู้ปกครองเธอตั้งแต่เมื่อไหร่กันแน่เนี่ย เพราะว่าผมจำได้ว่าขอเธอเป็นแฟนยังไม่ได้ขอเป็นผู้ปกครองสักหน่อย แต่ผมก็ไม่ได้รู้อีกแล้วนะ ว่างสิ่งที่ผมขอไปเธอจะตกลงหรือเปล่าตัดภาพมาตอนนี้แหม กำชับของเสร็จเรียบร้อยแล้ว เธอก็เดินสะบัดตูดไปไหนก็ไม่รู้ สงสัยจะไปหาเพื่อนเจ้าสาวของเธอมั้ง แต่พอเธอเป็นแบบนี้มันก็น่ารักดีเหมือนกันนะเนี่ย และในใจผมก็หวังว่าน้าคนนะที่จะเห็นเธอในรูปแบบนี้  แต่ผมก็รู้สึกโมโหที่เธอต้องเอารูปร่างแบบนี้ของเธอที่ซ่อนรูปเนี่ยไปให้คนอื่นเขาเห็น พูดแล้วมันน่าโมโหจริงเชียว

“ มาแล้ว…. โทษทีที่มาสาย”

“ พูดยังไม่ทันขาดคำมาแล้วไง”

“ อะไรหรอ กำลังมาเอาอะไรกูอยู่ กูรู้สึกว่า มีเซ้นส์แล้วสิ”

“เปล่า!”

“ แน่ใจ…. แล้วตกลงพวกแกกำลังเผาอะไรฉันอยู่”

“ เอาน้า….. แล้วทำไมตอนนี้แกถึงมาสายล่ะอย่าบอกนะว่าไปเปย์สาวมาน่ะ”

“ มันก็ไม่เชิงอะไรขนาดนั้นหรอก นี่แกมี  Time Machine ติดตัวฉันยังไงเนี่ยรอบรู้เรื่องของฉันไปซะทุกอย่าง”

“ เอาเหอะ ถ้าพร้อมเดี๋ยวก็เลิกเองแหละไม่บังคับหรอก สำหรับเรื่องวันนี้ก็ขอฝาก ด้วยละกันนะฉันอาจจะดูแลแขกไม่ทั่วถึงสักเท่าไหร่”

“ ครับคุณเพื่อน”

เอาตรงๆนะ ร้อยวันพันปีผมก็เคยเห็นแต่ ผู้หญิงที่คอยจับกลุ่มเม้าท์กันไม่ว่าจะเป็นเรื่องผู้ชายหรือเรื่องของคนรอบข้าง แต่ผมก็เพิ่งรู้เหมือนกันนะว่าผู้ชายก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน ใครไม่อยู่ โดนยับเลย แต่ผมก็ไม่รู้หรอกนะว่าพวกเขาเมาแล้วผมไปนานสักเท่าไหร่แล้ว เพราะว่าตั้งแต่ผมเดินออกไปจากห้องนี้ตั้งแต่เมื่อเช้านะมาถึงตอนนี้ ก็นับว่าหลายชั่วโมงอยู่ที่ออกจากห้องนี้ไปไม่รู้ว่าพวกนั้นมันเม้ากันได้กี่เรื่องแล้วก็ไม่รู้

เมื่อเจ้าหน้าที่มาบอกระยะเวลาในการให้พวกเราทั้งหมดทั้งเพื่อนเจ้าบ่าว และเจ้าบ่าวเอง ออกไปรับแขกพวกเราก็เดินหน้าไปพร้อมกัน ช่วงเช้าจะมีเพื่อนเจ้าบ่าวเพลงแค่คนเดียวนั่นก็คือผม ซึ่งมันเป็นงานแค่เล็กๆ ไม่มีอะไรมากแค่ดูความเรียบร้อยแต่งานสำหรับตอนเย็นพวกเรามีเพื่อนเจ้าบ่าวถึง 3 คนด้วยกันรวมถึงผมด้วย ถือได้ว่าเป็นงานในช่วงเย็นที่เบาภาระผมไปได้มากเลยทีเดียว ตอนเย็นก็จะแยกกันส่วนเจ้าบ่าวก็ดูแลแขกทั้งหมดแต่ก็ไม่ได้ทั่วถึงด้วยตัวคนเดียวแล้วนะเราก็ต้องมีเพื่อนเจ้าบ่าวยังพวกผมเป็นตัวช่วย เบอร์โทรของฝ่ายเจ้าบ่าวเจ้าสาวแยกทำหน้าที่ของตัวเอง  กร คนที่ มาสมทบที่หลังก็ได้รับหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยทั้งหมดของงาน ส่วนไอ้ต้า ที่มาพร้อมกับแฟนของมัน ก็ขอให้มันช่วยดูแลแขกทั้งนั้นหน้างานก็แล้วกันพร้อมกับเพื่อนผมเจ้าสาวท่าทางจะเหมาะ ส่วนผมน่ารักอยู่ใกล้กับเรื่องของกินอยู่แล้วใครบางคนเขาชอบกินมันก็ช่วยไม่ได้แล้วนะ ที่ผมจะเดินตามเธอไป



งานยาวมาจนถึงตอนเย็นนี่แหละ จัดงานปกติที่เป็นงานที่เหล่าบรรดาผู้ใหญ่ที่ไม่ได้มาตอนเช้าก็กลับมาตอนเย็น จนมาถึงตอนนี้กลายเป็นงานของ After Party ก็ยังไม่พอ ผมที่อยู่ข้างของคนนี้ตอนนี้เธอก็ยังกินไม่หยุดอีกตามเคย  ทำไมคุณถึงรู้นะหรอ ผมคอยสังเกตพฤติกรรมของเธอตลอดแหละทำอะไรที่เกี่ยวกับเธอหรอกนะอย่างตอนนี้ก็เช่นกันกับเพื่อน ของผมอยู่แต่สายตาผมก็ไปสังเกตเห็นเธอกำลังเดินสังเกตอะไรมากๆงานอยู่คนเดียว

“ มองอะไรอยู่วะ”

“ เปล่านิ”

“ อย่ามาโกหกเลยกูเห็นว่ามึงกำลังมองหญิงคนนั้นที่กำลังอยู่ที่อาหารอยู่”

“ ตาดีไปนะพวกมึงอ่ะ”

“ แน่นอน พวกกูซะอย่างเรื่องแบบนี้ไม่มีพลาดหรอก”

“หึ!”

“ ว่าแต่หนูจะไม่เข้าไปทักเขาหน่อยหรอเห็นยืนอยู่คนเดียวด้วยนี่!”

“ ก็ว่าจะทำอยู่”

“ ถ้าคนนั้นเขาถูกสเปคนายก็ไปทักเขาเลยสิรออะไรล่ะช่วยอะไรกันไม่ได้หรอกนะนอกจากที่จะช่วยตัวเอง”

เท่านั้นไม่พอสงสัยพวกคนนี้เขาจะเข้าตากับเพื่อนของผมมากเลยทีเดียวแหละ เขาก็เลย ด้านหลังให้เดินไปทางเป้าหมายที่เล็งไว้ตั้งแต่แรก

เธอช่วยอะไรไม่ได้แล้วนะเพื่อนดันมาซะขนาดนี้ ก็ขอเล่นไปตามน้ำก่อนแล้วกันแล้วที่นอกเหนือไปกว่านั้นน่ะ ระหว่างที่ผมกำลังเดินเข้าไปหาเธอ อยู่ดีๆผมก็สังเกตเห็นผู้ชายบางคน ดูทีท่าเหมือนกับเธอจะรู้จักเขา แต่ดูไม่เต็มใจที่จะเห็นหน้าเขาสักเท่าไหร่ แตกต่างกับฝ่ายตรงข้ามที่เดินเข้ามาหาเธออย่างจงใจ ผมคิดว่าอย่างนั้นนะก็ดูหน้าตอนนี้ของเขาสิมือหนึ่งถือแก้วไวน์ สีหน้าดู ระรื่นผิดปกติ ยิ้มแป้นเป็นจานดาวเทียมมาเลย มาท่าทางแบบนี้ก็ขอยืนดูอยู่สักพักก็แล้วกันถ้ามีท่าทีที่แย่ลงก็เดี๋ยวค่อยเข้าไปช่วยเธอก่อน

ภาพที่ผมกำลังมองเห็นอยู่ตรงหน้าอยู่ตอนนี้ ผมกำลังมองเห็นเขากำลังยืนฉุดกระชาก คนของผมอย่างแรง ใจนึงผมก็อยากเดินเข้าไปช่วยแต่อีกใจนึงก็อยาก มองดูท่าทีให้แน่ใจซะก่อน เดี๋ยวเผื่อผมจะเข้าไปดูแลเธอได้ผิดวิธีผู้หญิงคนนี้ยิ่งเข้าใจอะไรยากๆอยู่ ถึงแล้วผมจะ เห็นแล้วไม่พอใจก็เหอะ! ดูไปดูมาผมก็ทนดูไม่ได้แล้วจะต้องเดินเข้าไปห้ามใช้แล้วแหละ

( ความคิดออกคำสั่งให้ร่างกายเดิน เข้าไปห้ามทั้งสองคนที่กำลังยืนทะเลาะอย่างคนหนึ่งเต็มใจได้อีกคนนึงยังไม่เต็มใจ  ณ จุดนี้เป็นไงเป็นกันที่จะต้อง…)

“ ปล่อยฉันนะ”

“ ทำไมฉันต้องปล่อยเธอล่ะ”

“ บอกให้ปล่อยไง”

ภาพที่ผมเห็น เป็นภาพที่นับว่าสะเทือนใจผมพอสมควร ก็ดูเขาทำกับเธอสิ ชุดดึงเธอแทบ จะยืนไม่อยู่กับที่ อยู่แล้วเนี่ย แต่จะว่าไปตัวของเธอเองก็ แรงก็ไม่ใช่น้อยนะแต่สำหรับผู้ชายคนนี้ ดูตอนนี้ที่เขาทำสิ แค่เขาสะกิดเธอแค่นิดเดียว ก็ทำให้ผู้หญิงเขา ตัวปลิวได้แล้ว ผมทนดูไม่ได้แล้ว

“ ปล่อยเธอ”( ผมไม่อยากเห็นเธอดูแย่ไปมากกว่านี้ ผมก็เลยเดินเข้าไปห้ามหรือที่ส่งเสียงไปก่อนตัว แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่กลัวผมเลยสักนิดเดียว ผมก็เลย บอกกับไปอีกครั้งด้วยเสียงที่ดังกว่าเดิม)

“ ปล่อยเธอซะ”

“ นายเป็นใคร ถึงกล้ามาออกคำสั่งกับฉัน”

ผมรีบเดินเข้าไปพร้อมกับ เอามือของตัวเองด้านซ้ายไป อกเอวของเธอในทันทีเพื่อจะพาเธอออกไปจากสถานการณ์ที่เลวร้ายแบบนี้ ที่เร็วที่สุด และดูเหมือนกับว่าเธอจะรู้ว่าผมกำลังจะตั้งใจจะทำอะไรเธอไม่มีท่าทีที่จะขัดขืนเลยแม้แต่น้อย เธอได้แต่นิ่งแล้วพูดอะไรไม่ออก แล้วคอยดูพฤติกรรมที่ผมจะทำเป็นระดับต่อไป

“ คุณไม่ต้องรู้หรอกว่าผมเป็นใคร แต่ผมจะขอให้คุณ รู้ไว้ว่า คุณอย่ามายุ่งกับผู้หญิงคนนี้ ดาวรีบขอโทษเธอซะ/ นาย”

( พวกเราทั้งสองคนมองตากันโดยที่ไม่ได้นัดหมายอย่างต้องการคำตอบของอีกฝ่าย)

“ ว่ายังไง…. ขอโทษมาสิ/ วิทย์ พอเถอะอายคนอื่นเขา”

[ จบบันทึกพิเศษของวิทชกร]

ทันทีที่เขาเดินมาช่วยฉันได้ตรงเวลาที่ พี่แม็คเขาจะมาฉุดกระชากลากถูฉันไปมากกว่านี้ ดีที่เขาจะมาช่วยฉันทัน ขอเป็นพระเอกขี่ม้าขาวของฉันหรือไงกันนะ ช่วยฉันให้ทันเวลาทุกทีที่ฉันมีปัญหาและฉันก็ตกใจเหมือนกันนะที่เขากำลังพูดแบบนั้นกับพี่แม็คแต่ดูท่าทางมันจะแทงใจดำพี่เขาพอสมควรเลย

“ ก็ได้….แต่สำหรับผู้ชายคนนี้ผม ให้ เขาขอโทษคุณก่อน”

“ ขอโทษ”

“ ก็แค่เนี้ย อย่าให้เปลืองแรง”

พอเขาแปลงร่างเป็น Husky ตัวโตต่อหน้าทุกๆคนภายในงานแต่งของเพื่อนของตัวเองเรียบร้อยแล้วเขาก็กลายเป็นแมวน้อยในสายตาของฉันในทันทีที่เขาทำอยู่เนี่ย ฉันอยากจะตั้งตัวแทบไม่จะไม่ทันด้วยซ้ำ เขาปรับอารมณ์เร็วเกินไป เมื่อตกลงกันได้เรียบร้อยแล้วเขาก็พาฉันออกมาจากนอกงานในทันทีโดยที่ไม่ได้สนใจสินค้าอะไรเลยหรือแม้กระทั่งเจ้าบ่าวเจ้าสาวที่เป็นเจ้าของงานในครั้งนี้ก็ตามทีเถอะ แล้วเขาก็ยังจับมือฉันไม่เลิก  แต่ก็ถ้าเขาทำให้ฉันซะขนาดนี้ก็ให้รางวัลเขาหน่อยจะเป็นไรไป รายการจับมือก็ได้เสียหายอะไรมากเท่าไหร่เลยนี่แทบจะไม่ได้เสียหายด้วยซ้ำ

“ สำหรับวันนี้ขอบคุณนะนาย”

“ เรื่องอะไร”

“ ขอบคุณสำหรับทุกเรื่อง”

ไม่เอาละ ผมขอเปลี่ยนเป็นรางวัลอื่นแทนได้ไหม”

“ อะไรล่ะถ้าฉันทำได้เดี๋ยวฉันทำให้”

แน่ใจหรอ ผมว่าสำหรับเรื่องนี้คุณทำได้แน่นอน

 เฮ้ย! อะไรกันเนี่ย อยู่ดีๆทำไมฉันรู้สึกว่าตัวเองหน้าร้อนผ่าวขนาดนี้ก็ได้ ตอนนี้ฉันคงแดงไปถึงหูแล้วมั้งเนี่ยแต่โชคดีหน่อยตอนนี้เป็นตอนกลางคืนจะมองหน้าแทบจะไม่เห็นชัดด้วยซ้ำ  ฉันก็เริ่มเข้าใจในสิ่งที่เขาขอ ก็จะไม่เข้าใจได้ไงล่ะในเมื่อเขาจ้องตาฉันซะขนาดนี้ ถ้าจะจ้องขนาดนี้ฆ่าฉันให้ตายก่อนดีกว่ามั้ง

“ เออ.. แล้วมันอะไรล่ะ ที่จะขอฉันน่ะ”

“ มาเป็น….. แฟนผม!”


นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น