My Lady เกมรัก เเผนร้าย

ตอนที่ 29 : ผมตั้งใจเอามาให้คุณ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    28 เม.ย. 62


มองดูนาฬิกาตอนนี้ก็ใกล้เวลาที่ ทั้งสองคนจะไปทำเป็นหน้าที่ของเพื่อนเจ้าบ่าวและเจ้าสาวเต็มทีแต่ตอนนี้ในฐานะของตัวฉันเองที่เป็นเพื่อนเจ้าสาวยังไม่มีเสื้อผ้าที่ถูกใจที่จะไปทำหน้าที่เลยเพราะฉะนั้นหลังจากที่กินอาหารกลางวันกับ นายวิทย์ เมื่อฉันตั้งใจแบบนั้นแล้วฉันก็เลยขออนุญาต คนที่จะมาอยู่ข้างตัวฉันตอนนี้ พี่เขามาส่งที่ร้านเสื้อไม่ใช่สิ ต้องบอกว่าฉันไม่เชื่อบังคับให้เขามาส่งที่ ร้านชุดราตรีขาประจำของฉันซึ่งเจ้าของร้านก็ดูจะสนิทกับฉันอยู่พอสมควร ฉันก็เลยสามารถไม่ต้องพูดอะไรมากในการนัดหมายให้เขามาดูชุดที่จะออกงานของฉันในวันนี้

และในไหนคนข้างตัวก็ติดรถมาด้วยแล้วฉันก็เลยจะต้องขอความช่วยเหลือจากเขาสักหน่อย  นั่นก็คือฉันไม่หายให้เขาว่างมากจนเกินไปฉันก็เลยพาเขามาภายในร้านของพี่รินคนสนิทของฉันด้วย เพื่อทำอะไรน่ะหรอคงไม่ต้องบอก พาผู้ชายมาซะขนาดนี้จะทำอะไร นอกไปซะจาก  ที่จะให้เขาช่วยเลือกชุดราตรีสำหรับคืนนี้ไปอีกแรงนึง ไม่ใช่อะไรหรอกเวลาฉันเจอชุดเยอะๆฉันมันจะเลือกอะไรไม่ถูกที่มันบอกเกี่ยวกับตัวฉันฉันก็เลยต้องหาตัวช่วยสักหน่อย ปกติฉันก็ใช้ตัวช่วยที่เป็นผู้หญิงหรอกนะ แต่ด้วยความบังเอิญวันนี้มีผู้ช่วยเป็นผู้ชายว่ะ…

.” hi!  สวัสดีค่ะน้องพริม”

“ สวัสดีค่ะพี่น้ำริน ไม่ได้เจอกันตั้งนานนะคะ”

“ นั่นน่ะสิคะเราไม่ได้เจอกันนานตั้งแต่พี่ไปเรียนต่อที่(เมืองนอกนะคะ

นี่…..  แหละค่ะ พี่น้ำรินดีไซเนอร์ส่วนตัวของฉัน ซึ่งเธอจะรู้จักสัดส่วน ฉันเป็นอย่างดีเนื่องจากคนทั้งครอบครัวของฉันตอนนี้ หันกลับมาใช้บริการร้านของพี่น้ำรินกันยกครอบครัวเลยจ้า หลังจากที่ฉันโทรคอนเฟิร์มพี่เขาประมาณได้ 15 นาที พี่เขาก็ทำการปิดร้านเพื่อจะรับลูกค้าแค่ฉันเพียงคนเดียว ทำไมตอนนี้รู้สึกว่ามันจะรบกวนคนอื่นมากเกินไปยังไงก็ไม่รู้ แถมหล่อนยัง โทรมาแบบเงียบๆ แบบให้ตกใจกันทั่วหน้ากันเลยทีเดียว ทำอะไรไม่ค่อยได้เกรงใจคนที่มาด้วยกับฉันเลย ตัวฉันเองก็ตกใจนะแต่คนที่จบใจมากกว่าเห็นจะเป็นคนที่อยู่ข้างตัวฉันตอนนี้นี่แหละระวังเดินเข้ามาในร้านก็เห็นเงียบๆตลอดทาง  แล้วก็ไม่ต้องแปลกใจนะที่พี่เขาจะพูดภาษาไทยคำอังกฤษคำ เนื่องจากพี่เขาอยู่เมืองนอกมาเป็นเวลานานมีเพื่อนนั่งกินอยู่มาก

“ แล้ว…. นี่ใครอ่ะคะ”

( นั่นไงหนีไม่พ้นจริงๆด้วยเช่นกะไว้ตั้งแต่แรกแล้ว  ว่าสำหรับผู้ชายคนนี้มันเห็นได้ชัดเลยว่า คนอย่างพี่น้ำรินมาก็ เผลอไม่ได้จำเป็นต้องทัก)

“ แฟนหรอคะ”

“ เออ…. ไม่ใช่นะคะคุณพี่ คิดไปไกลแล้ว”

( คิดไปไกลแล้วพี่สาวฉัน คิดออกมาได้ไงว่าคนที่อยู่ตอนนี้เขาเป็นแฟนฉัน  คิดมาได้ยังไง! แล้วไอ้นี่ก็ยืนนิ่งยืนยิ้มอยู่ได้ ขอโทษนะคะคุณกำลังฝันอะไรอยู่หรอคะ ไม่ช่วยแก้ข่าวอะไรเลย)

หลังจากที่ทั้ง 3 คนยืนคุยกันอยู่ตั้งนานก็ได้เวลานั่งที่โซฟาตัวกว้าง พืชจะดูงานชุดเดรสที่ฉันต้องการให้เร็วที่สุดเพราะตอนนี้ก็ จะใกล้เวลาที่จะต้องไปทำหน้าที่ของเพื่อนเจ้าสาวรอบ 2 อีกแล้ว แต่ตอนนี้ฉันรู้สึกว่า นายวิทย์ เขาจะขอดูแลฉันเป็นอย่างดีระหว่างที่มีงานด้วยกัน แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นลองชุดนะถ้าคุยงานกันเสร็จก็ถึง Step ของการลงชุดเรียบร้อยแล้วแหละแต่ตอนนี้ยัง!

“ สรุปแบบไหนคะ”

“ เออ…. พอดีหนูอยากได้ประมาณ ชุดเดรสสั้น สีพาสเทล ให้มันดูเข้ากับแหวนแต่งงานของเพื่อนหนูสักหน่อย”

“งั้นเดี๋ยว… เราเอาชุดพาสเทลทั้งหมดออกมาลองเลยดีกว่าไหมคะ”


คุณต้องขนาดไหนหรอคะ มันจะรบกวนพี่เกิน ไปหรือเปล่า”

“ โอ๊ย! ไม่หรอกค่ะแค่นี เป็นเรื่อง Easy Easy มากๆ การเลือกชุดที่เพอร์เฟคที่สุดเนี่ย มันเป็นหน้าที่ของดีไซเนอร์อย่างพี่อยู่แล้วล่ะค่ะ คุณน้องไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ”

เมื่อฉันได้ยินดีไซเนอร์ส่วนตัวของฉันทำแบบนั้นแล้ว ฉันก็เลยหันไปหาความเห็น จากนายวิทย์ ผู้ชายที่เป็นผู้ช่วยของฉันในวันนี้ในการเลือกชุดที่จะไปทำหน้าที่เพื่อนเจ้าสาวและเพื่อนเจ้าบ่าวพร้อมกัน และสิ่งที่ฉันได้ตอบกลับมานั่นก็คือ การพยักหน้าตอบรับ ข้อมูลทั้งหมดที่ได้ยิน เพลงแค่นั้น( ข้อมูลที่มันเยอะไปกว่านี้ ไม่ได้หรอ) ทำแบบนี้บ่อยๆฉันจะตัดสินใจเองไม่ถูก

“ เตรียมของทุกอย่างเรียบร้อยแล้วนะคะคุณน้อง เชิญค่ะ”

ฉันนั่งรออยู่ที่โซฟาชุดรับแขกของร้านอยู่สักพักนึงก่อนที่ฉันจะได้สัญญา ที่บ่งบอกว่าทุกอย่างเตรียมพร้อมสำหรับทำให้ฉันได้ลองชุดที่สวยที่สุด พร้อมที่จะเป็นเพื่อนเจ้าสาวเรียบร้อยแล้ว ฉันว่าฉันได้ยินสัญญาณฉันก็ได้บอกกับคนข้างๆตัวกับฉันว่า

“ เดี๋ยวฉันมานะ!

“อืม… เชิญครับ”

 เอาล่ะค่ะ….. กิจกรรมต่อไปนี้ชื่อการเดินเข้าเดินออกอย่างมาราธอนคือการทดลองสวมใส่ชุดราตรีที่เหมาะสมกับ คุณหนูพรีม  เพื่อจะไปทำหน้าที่ของเพื่อนเจ้าสาวให้ดีที่สุด เพราะฉะนั้น อินโทรมาค่ะ!

~•~•~•~•~•~•~•~•~•~•~•~•

[ บันทึกพิเศษ ของ  วิชญ์กร]

ย้อนเวลากลับไป ในช่วงเวลาเช้าของงานแต่งงานและพิธีรดน้ำสังข์ของเจ้าบ่าวเจ้าสาวในเวลาพักของเจ้าบ่าวเจ้าสาวผมก็ได้เจอลูกค้าที่สนิทที่สุดซึ่งเป็นผู้หญิงที่กำลังเดินตรวจงาน แต่ดูสีหน้าของเธอเลยตอนนี้มันดูว่าถ้าทีมไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่ ถ้าจะไม่ค่อยดีแล้วไง ไปโชว์ความเป็น สุภาพบุรุษกันหน่อยดีกว่า

“ เดี๋ยวมานะเว้ย”

‘ จะไปไหนวะเป็นเพื่อนกันก่อนสิ!”

“ เจอ เป้าหมายแล้วโว้ย”

“ อะไรของมึงวะ”

 เมื่อทักษะการได้ยินแบบนั้นก็หันหน้าไปตามเสียงที่ เพื่อนใช้ของเขาบอกมาอีกทีนึงก็เจอหญิงที่มีท่าทีที่จะเป็นสเปคของ ตัวผมเองซึ่งมันก็รู้ว่าสเปคสาวของผมเป็นคนยังไงแล้วมันก็เดาไม่ผิด ผมจะความสัมพันธ์กับเพื่อนสาวที่เป็นเจ้าสาวในวันนี้อีกต่างหากสมกับที่เป็นมันจริงๆเลยเพื่อนผมคนนี้นอกจากที่จะแต่งงานไปก่อนแล้ว ยังมีความพิเศษอีกมันก็คือ ความรู้สึกว่าเป็นพี่แต่ว่ามันก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไรเกี่ยวกับคุณสักเท่าไหร่เหมือนกับมันรู้อยู่ในใจอยู่แล้ว

“ แหม...... พอเจอสาวก็ทิ้งเพื่อนเลยนะ”

“ เดี๋ยวตอนเย็นเจอกัน เดี๋ยวจะมาทำหน้าที่ให้”

“ เออ…. ฉันจะรอดูผลงานและกัน”

หลังจากที่ได้ยินเพื่อนผมบอกไปแบบนั้นผมก็จะพยายาม ไม้ทำงานตอนเย็นละกันนะแต่ตอนนี้ภารกิจของผมคือการพิชิตใจเขา เด็กสาวที่อยู่ตรงหน้าผมตอนนี้ ตอนนี้อยู่คนเดียวด้วย จังหวะเหมาะเหมาะแล้วเราเข้าไปทักเลยดีกว่าของแบบนี้มันต้องรีบทำคะแนน

“ เป็นยังไงบ้าง”

“ อย่าเพิ่งมายุ่งกับฉันตอนนี้ได้ไหม”

“ ทำไมละ ผมก็ยังเห็นคุณยังว่างอยู่นี่”

( ตัวนะว่าง แต่ตอนนี้สมองกับท้องใช่ไหมค่อยว่าง)

“ เมื่อตะกี้ผมได้ยินอะไรนะ”

“ ป่ะ… เปล่า ฉันไม่ได้พูดอะไรนี่ นายหูฝาดไปเองมั้ง”

“ แล้ววันนี้คุณทานอะไรหรือยัง”

“ ยังเลย… ฉันว่าพอเสร็จงานนี้ฉันจะไปหาของกินสักหน่อย”

“ ถ้าแบบนั้นผมขอเป็นเจ้ามือเลี้ยงข้าวคุณสักหน่อยนะ ผมจะพาไปกินของอร่อย”

ผมจะไม่รอให้เขาตอบกลับหรือปฏิเสธอะไรทั้งนั้น ผมจะใช้ความผลิตการของผมพาตัวเธอไปให้ผมเลี้ยงข้าวนะเดี๋ยวนี้เลย ถ้าตัวเธอไปตอนนี้ยังดีกว่าปล่อยให้เธอหิวโซ ในหน้าที่ของเพื่อนเจ้าสาว เพราะตามปกติแล้วผมดูจากเพื่อนสาวของกลุ่มแล้วนะ ใครที่ทำหน้าที่เป็นเพื่อนเจ้าสาวก็ไม่ต่างจากหน้าที่ของเจ้าสาวสักเท่าไหร่ เนื่องจาก คนที่ทำหน้าที่นี้จะไม่ค่อยได้กินอะไรในงานเลี้ยง เพราะฉะนั้นผมก็เลยถือโอกาสพาเธอ ไปเลี้ยงข้าวให้อิ่มท้องซะตอนนี้เลย

เพราะฉะนั้นตอนนี้ก็เลย ผมจูงมือเธอโดยที่ไม่ต้องรอเธอแบบปฏิเสธหรือตอบตกลงอะไร ออกจากโรงแรมที่จัดงานงานแต่งของเพื่อน โดยที่เธอเลยคิดว่าอยากจะกินอาหารไทยแต่ขอร้านแบบอยู่ใกล้ๆกับงานเนื่องจากจะมาให้ทันเพื่อจะทำหน้าที่ ของเพื่อนเจ้าสาว ไม่นานผมก็มาร้านอาหารไทยสาขาประจำของผมพอดี

“ ทำไมพาฉันมาที่ร้านนี้ล่ะ”

“ ก็… เมื่อตะกี้คุณบอกว่าอยากกินอาหารไทย ผมก็เลยพามาร้านประจำของผมซะเลย”

“ โอ้โห! ฉันสั่งได้อย่างกับพิซซ่าเลยหรอ”

“ แน่นอน! สำหรับคุณถ้าคุณต้องการอะไร ผมจัดหาให้ได้ทุกอย่างแหละ  เอาล่ะมีโต๊ะว่างพอดีเลยรับไปนั่งเล่นดีกว่าเนาะ”

โชคดีจังเลยในเวลาที่เรามาตอนนี้มันมีโต๊ะว่างเหลืออยู่ 2 ที่นั่งพอดี มันก็เลยขาดเราได้ไปนั่งรอและสั่งอาหารที่เราอยากกินกันทันเวลาที่เราจะต้องไปทำภารกิจต่อไปพอดี ผมก็เลยจูงมือของเธอไปที่โต๊ะที่เราหมายนปองไว้ตั้งแต่แรก

ตายแล้ว! ตอนนี้ผมจับมือถือจนชินไปซะแล้วสิต่อจากนี้ก็คงจะยากถ้าจะให้ผม ปล่อยมือจากเธอทั้งที่เธอไม่ยินยอมถึงแม้จะยินยอมแล้วก็เถอะ ผมก็ไม่มีทางจะปล่อยเธอไปเด็ดขาด

“ ฉันเพิ่งสั่งได้ตามสบายเลยนะ สำหรับมื้อนี้ผมเลี้ยงเอง”

“ นายพูดเองนะ พูดแล้วอย่าคืนคำ”

หลังจากที่เราตกลงกันได้เรียบร้อยแล้วผมก็เลยทำกัน สั่งเด็กเสิร์ฟ ไม่มาที่โต๊ะเพื่อสั่งอาหาร คนจะสั่งแค่ฟังๆอย่างแต่คนที่สั่งเยอะมากที่สุดก็เห็นจะเป็นคนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของผมนี่แหละ ไม่รู้ว่าเธอจังเลยเธอมาจากที่ไหน ที่สั่งไว้ซะว่า เธอหิวมาจากที่ไหนก็ไม่รู้ล่ะสิ แต่ก็นี่แหละนะเสน่ห์ของเขา อยากกินก็จัดให้หมด จึงรออยู่สักพัก อาหารที่พวกเราทั้งสองคนต่างก็มาเสิร์ฟตามลำดับ ทยอยมาส่งทีละจาน สองจาน มาจนเยอะเกิน จนแทบจะกินไม่หมดอยู่แล้วเนี่ย มีกันอยู่สองคน ระหว่างที่อาหารมาเสิร์ฟและ 2 คนก็ทยอยกินอาหารที่ มีอยู่แล้ว

“ นายฉันกินของคาวเสร็จแล้ว ฉันอยากกินของหวานด้วย”

“ เอาสิ…. คุณอยากทานอะไรล่ะเดี๋ยวผมจัดให้”

“ จะฉันจะคอยดู”

“อืม รีบกินเถอะ เดี๋ยวจะได้ต่อของหวานกันต่อเลย”

“  ฉันรู้สึกว่าฉันจะลืมอะไรไปบางอย่าง”

“ นี่…. อะไรล่ะที่ลืมน่ะ”

“เออ!  ฉันนึกออก แล้วว่าฉันลืมอะไร”

“ แล้วคุณลืมอะไรล่ะ คนสวย”

“ ฉันว่าฉันลืมชุดสำหรับปาร์ตี้คืนนี้น่ะสิ ฉันว่าฉันจะไปเอาชุดอาฟเตอร์ปาร์ตี้เดี๋ยวก่อนเข้างาน ในไปส่งก่อน แล้วเดี๋ยวฉันจะโทรนัดกับพี่รินดีไซเนอร์ส่วนตัวของฉันเอ

“ ได้ครับเดี๋ยวจัดให้”

เส้นนี้ก็เป็นเหตุผลที่ทำให้ผมนั่งอยู่ที่โซฟากลางบ้านกลางเมืองแบบนี้ รอ ตุ๊กตาของผมเปลี่ยนชุดเพื่อเป็นงานสำหรับเพื่อนเจ้าสาวของเขาในคืนวันนี้ คืนนี้นะใครว่าเธอไม่สวย แต่ผมรู้สึกว่าเธอจะ สวยสำหรับคนที่สุดแล้ว  เวลานับต่อจากนี้ไป รอวันที่เธอเลือกชุดที่ตรงนี้ระหว่างโซฟา และห้องลองชุดจะกลายเป็นรันเวย์ เพื่อการร้องชุดไปงานปาร์ตี้วันนี้

[ บันทึกพิเศษของ  วิชชากร]

( ในเวลาต่อแต่นี้ไปลองชุดราตรีแบบยาวและแบบสั้นสำหรับผู้หญิง เพิ่งไปงานปาร์ตี้หลังแต่งงานของเพื่อนสาว ของ  พริมา หลังจากที่พี่มาสั่งให้วิชากรรออยู่หน้าห้องเสื้อเพื่อคอยดูว่าชุดอันไหนเหมาะสมกับเธอกว่าที่เธอจะได้ชุดที่เหมาะสมและดูเข้ากับเธอได้ก็ใช้เวลาอยู่นานพอสมควร ชื่ออะไรอยู่นั้นที่ฉันเดินเข้าห้องเดินออกห้อง เป็น สิบรอบ  มันก็ยังไม่ได้ชุดที่เหมาะสมกับเธอและชุดที่เธอถูกใจสักที)

******************************

               ห้องแต่งตัว

[ ก๊อก ก๊อก  ก๊อก]

ในที่สุดผมก็เดินเข้ามาในห้องแต่งตัวของเธอได้แล้ว  แต่อันที่จริงต้องแต่งตัวของผมก็อยู่ด้วยกันนะ ห้องของเราสองคนก็ไม่ได้ต่างอะไรกันมาก  หวังว่าเธอจะกำลังอยู่ในห้องนะ ก่อนที่จะเข้าห้องตัวเองก็ขอเข้าห้องน้องเขาก็แล้วกัน เผื่อของบางอย่างที่เป็นกล่องกำมะหยี่ไปให้เธอก่อนที่จะเข้าไปในงานเพราะเวลานี้คนที่อยู่ศูนย์กลางของงานจะต้องมีความสวยที่สุด

( ทักษกรยืนรออยู่หน้าห้องแต่งตัวของฟ้าใสอยู่สักพัก  ก่อนที่จะมีใครบางคนมาเปิดประตูต้อนรับเขา เพื่อจะเชิญชวนนะคะเดินเข้าไปด้านในของห้องแต่งตัวนั้น)

“ มาแล้วค่ะ…. มาแล้ว”

“ ขออนุญาตนะ ครับพี่ลิซ่า”

“ อ้าว…. คุณหนึ่ง มีอะไรหรือเปล่าคะ  ว่าแต่ของที่อยู่ในมือนั่นแหละ”

“ ของของคนที่อยู่ในห้องนั้นนะครับ”

หลังจากที่พี่ลิซ่าได้ฟังคำตอบจากปากคนที่อยู่หน้าประตู ว่าเขาตั้งใจเดินมาหาใคร พวกเขาก็เลยส่งสายตาเหมือนกับรู้กันอยู่แค่สองคน และดูเหมือนว่าเธอจะเปิดทางให้คนที่อยู่หน้าห้องเดินเข้ามาในห้องแบบง่ายดาย เรื่องของที่อยู่ในมือก็เป็นกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงิน ตามที่ พี่ลิซ่าได้บอกไว้แต่ก็ไม่รู้ว่า ขอข้างในนั้นจะเป็นอะไร

“ ดูสิ…...ใครมา”


ฉันหันไปตามเสียงเรียกและคำถาม ที่อยู่หน้าประตูของห้องลองเสื้อของฉันเอง ก็พบว่า เจ้าบ่าวกำมะลอของฉันเดินเข้ามา ไม่สิต้องบอกว่าเขาเป็นเจ้าบ่าวเพียงแค่ในนามของฉันเดินเข้ามาหาฉัน พร้อมกับในมือของเขามีกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินและดูเหมือนว่า เขาจะเอากล่องนั้นมามอบให้ฉันโดยเฉพาะ อย่าบอกนะว่า! มันเป็นของขวัญสำหรับฉัน แต่ความจริงเขาไม่จำเป็นหรอกอะไรต้องให้ฉันอีกแล้วนะ เพราะว่าของที่ฉันได้รับมาจากครอบครัวเขา มันก็จะมากเกินพอ มันมากเกินไปกว่าที่ฉันจะต้องไปแล้ว  มาขนาดนี้แล้วทักสักหน่อยดีกว่าเดี๋ยวจะหาว่าเราเป็นคนเสียมารยาท

“ มีอะไรเหรอนาย….. ถึงข้อมูลหาฉันถึงในห้องนี้เลยอ่ะ”

“ ผมเข้ามาในห้องนี้ไม่ได้สินะ!”

“ เปล่า…. ฉันก็แค่ แปลกใจที่นายเข้ามาในห้องทั้งที่ยังไม่ถึงเวลา”

“ พอดีผมเอาของขวัญมาให้นะ”

“ ของขวัญ!”

เลิกงานกะเวลาไม่มีพิษว่าเขาจะต้องมีอะไรแปลกๆอยู่ดีๆเขาไม่ยอมที่จะเข้าห้องฉันมาแบบง่ายๆคือพี่แบบนี้หรอกนอกจากที่เขาจะมีเรื่อง ที่ฉันคาดไม่ถึงแบบนี้เนี่ย หมอนี่ จะเข้ามาหาฉันแบบดีๆแบบชาวบ้านเขาไม่เป็นเลยหรือไงเนี่ย เจอหน้ากันแต่ละครั้งทำไมมันต้องมีประโยคฉันตลอดเวลาด้วยเหน็บแนม  แล้วฉันจะอยู่กับเขารอดไหมเนี่ย

“ เดี๋ยว อีกสักครู่พี่จะเข้ามาใหม่นะคะ”

พี่ลิซ่าพูดกับเราสองคนไปแบบนั้นแล้วเธอก็รีบเดินออกจากห้องของฉันไปที่ไม่เดินเหลียวหลังด้วยอีกต่างหาก ถ้าคนรอบข้างมีปฏิกิริยาแบบนี้เนี่ยนะ รับรองว่า มันต้องมีอะไรแปลกๆอีกแน่เลย

เอาล่ะต่อไปเราสองคนก็อยู่กันตามลำพังแล้วแหละ ดูซิน้องไผ่ที่เขาจะเอาของขวัญมาให้ฉันแล้วดูท่าทางดูเหมือนว่าเขาจะต้องการที่จะพูดอะไรบางอย่างกับฉันเป็นการส่วนตัวเข้าไปด้วยนะ บรรยากาศภายในห้องก็เงียบไปแล้ว ก็ถามเลยละกัน

“ ฉันว่า….”

“หึม….!”

“ ที่ นายมาในห้องแต่งตัวของฉันตอนนี้ฉันว่า  แต่งตัวของ ไม่ใช่ว่านายแค่อยากจะมาหาฉันแค่นั้นใช่ไหม”

“ ผมชอบความรู้สึกคุณอยู่อย่างนึงมันมีความไวดีจังเลยนะ”

“ แล้วตกลงนายมีอะไรอ่ะ แล้วถ้าอยากให้ฉันช่วยก็อย่าลีลาให้มากนัก”

“ถ้าอย่างนั้น! ผมขอเข้าเรื่องเลยละกัน คือว่า ภายใต้งานแต่งของเรา จะมีหรอพนักงาน ที่ผมคาดว่า จะเป็นฝ่ายโกงบริษัทของ ของคุณอยู่ด้วยและป้ายความผิดให้พ่อของคุณ”

“ ว่าไงนะ….. นี่เขายังกล้ามางานแต่งงานของเราด้วยหรอ”

ทักษกร พูดออกมาแบบนั้น พร้อมก็เดินก้าวขาแบบยาวๆแล้วเดินเข้ามาอยู่ตรงหน้าของฟ้าใสพร้อมกับเจรจาอะไรบางอย่าง ที่นอกเหนือไปจากการวางแผนในการจับคนร้ายและจับโกหกของคนโกงบริษัท ทักษกร ตั้งใจที่จะเดินเข้าไปหาเธอยืนอยู่ตรงหน้าเธอ และมองเธอด้วยสายตาที่ ดู อบอุ่น มากกว่าที่เคยเป็นแล้วมันดูชัดเจนมากกว่า ทุกครั้งที่ใช้สายตาคู่นั้นมองเธอ

พูดแบบธรรมดาๆเหมือนคนอื่นบ้างก็ได้ทำไมต้องใช้สายตาแบบนี้กับฉันด้วย จะว่าไปแล้วฉันก็ไม่เคยได้ยินสายตาแบบนี้ส่งเขามาก่อนนะถึงแม้ว่าฉันจะเคยเห็น มุมอ่อนโยนของพ่อบ้างก็เถอะแต่สายตาอ่อนโยนแบบนี้ฉันเองก็ยังไม่เคย ที่จะได้เห็นและได้สัมผัสมันเลย

“ คุณ….”

ฉันบอกตามตรงนะว่าฉันตกใจอยู่ไม่น้อย ที่ดีๆเขา ก็มีปฏิกิริยาที่ อยู่นิ่งลง และกดโทรน้ำเสียงที่ต่ำลง น้ำเสียงแบบนี้มันดูเหมือนกับ เขามีความเป็นผู้นำอยู่พอสมควรอยู่เหมือนกันนะ แล้วดูเหมือนว่าเขากำลังจะบอกอะไรบางอย่าง กับฉัน

(.....)

“ ระหว่างที่คุณอยู่ในงานคุณ อย่าออกห่างจากตัวผมนะ”

“ ทำไม….. นายเป็นห่วงฉันหรอ”

สงสัยจะเขินถามเรื่องแบบนี้แล้วก็เงียบขึ้นมาทันที มาพร้อมกับความเฉไฉ ในการเปลี่ยนเรื่อง แต่ตอนนี้ ใครจะไปห้ามก็ได้ล่ะเราก็ต้องให้เขาเปลี่ยนไปตามลมของเขานั่นแหละ ในเมื่อเขาเปลี่ยนเรื่องฉันก็ต้องไปตามน้ำจะต้องไปเปลี่ยนเรื่องตามเขาก่อนที่เราจะไม่มีเวลาคุยกันต่อจากนี้เพราะว่าเราต้องแยกกันไปเปลี่ยนชุดของตัวเองแล้วก็เจอ ฝ่ายตรงข้ามกันในอีก 2 ชั่วโมงข้างหน้า


“ แล้วของที่คุณ ถือน่ะ อะไรหรอ”

“ ของขวัญ!”

“ ของขวัญของใครล่ะ”

“ ผมตั้งใจเอามันมาให้คุณ”

ข้อสอบยากแค่ไหนเมื่อพูดแบบนั้นแล้วเขาก็เลยนำกล่องที่ฉันซ่อนไว้ตั้งแต่แรก  แล้วเอากล่องนั้นเลือดมาไว้ข้างหน้าที่มองเห็นจากสายตา ได้อย่างชัดเจน กล่องมันมีขนาดใหญ่พอสมควร ในเมื่อเขาบอกเองว่าเขาเอากล่องนั้นมาให้ฉัน ฉันก็เริ่มอยากรู้แล้วสิ ของในกล่องนั้นมันจะเป็นอะไร

( ทักษกร ค่อยๆเลื่อน กล่องกำมะหยี่ที่เขาตั้งใจเอามาให้หญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้ จากตอนแรกมันอยู่ด้านหลังของเขาเพื่อจะซ่อน ไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามรู้ตัว แต่ตอนนี้ เขาพร้อมแล้วที่จะ กล่องนั้นให้เธอเขาเลยเอากรอกนั้นมาไว้ตรงหน้าหญิงสาวมองเห็นได้อย่างชัดเจน นอนกับเปิดและมอบสิ่งนั้น เข้าไปสู่ในตัวของหญิง ดูที่เธอไม่ต้องปฏิเสธ เรื่องขอเปิดกล่องมาก็จะไปกลับของขวัญชิ้นพิเศษที่สุดตั้งแต่เขาเคยเอาให้ผู้หญิงคนอื่นมา พอเปิดกล่องมาก็รู้ได้ทันทีเลยว่าสิ่งนั้นคืออะไร มันก็คือ well ที่มันเป็นมงกุฎสำหรับเจ้าสาว แอบทำสิ่งนี้มาเป็นเวลานานพอสมควร มันเป็น มงกุฎระดับเพชรที่เหมาะสำหรับเจ้าสาวที่กำลังจะแต่งงานผู้หญิงทุกคนย่อมอยากเป็น เจ้าหญิง งานแต่งของตัวเอง จริงไหม)

“ เดี๋ยวผมใส่ให้นะ…..”

ณ เวลานี้ฉันนึกว่าตัวเองติดอยู่ในภวังค์แล้วแหละ  ก็ดูสิผู้หญิงร้อยทั้งร้อย รวมถึงชั้นเองด้วยเนี่ยนะ เขาก็ต้องการผู้ชายที่ใส่ใจเอาใจเป็นธรรมดาอย่างตอนนี้ฉันก็รู้สึกว่าตัวเองเป็นเจ้าหญิงในสายตาของเขาไปเรียบร้อยแล้วถึงแม้ว่าเขาจะปฏิเสธฉันก็เถอะ

“ ขอบคุณนะ”

“ถ้าคุณใส่แล้วผมว่ามันดูเหมาะกับคุณดีนะ”

“ ขอบคุณค่ะ”

“ อย่าลืมนะว่าตลอดทั้งงานคุณอย่าออกห่างจากตัวผมเด็ดขาด”

“ รับทราบแล้วค่ะ”

“ แล้วก็อีกอย่าง ในช่วงเย็นนี้พวกขี้โกงบริษัทของพวกเราเขาจะมาที่งานแต่งงานของเราสองคนด้วยเพราะฉะนั้นคุณอย่าทำอะไรบุ่มบ่าม ให้ผมต้องเป็นห่วงด้วย”

นี่ที่เขาพูดมาเนี่ยคือว่าเขาเป็นห่วงฉันอยู่แล้วใช่ไหมในมุมที่เขาเป็นคนแบบหยาบกระด้างแบบนี้เขาก็มีมุมอบอุ่นอะไรของเขาอยู่เหมือนกันนะเนี่ย ตอนนี้ฉันก็แค่ทำได้แค่ยิ้มกับมันแล้วขอบคุณเขาอยู่ในใจถึงแม้ว่าฉันจะมีโอกาสขอบคุณเขาด้วยตรงก็เถอะ แต่คิดว่าฉันจะกล้าทำแบบนั้นไหมล่ะ

“ วันนี้คุณสวยมากเลยนะ”

“ ขอบคุณค่ะ

“ แล้วถ้าคุณออกไปข้างนอกนะอย่าทำตัวเป็นมีพิรุธล่ะเดี๋ยวคนอื่นเขาจะรู้หมดว่าทั้งหมดที่เราสร้างมาทั้งหมดเนี่ย คือการแต่งงานแบบหลอกๆแล้วอีกอย่างนึงถ้าคุณไม่อยากให้ความแตก ก็ พยายามอยู่ใกล้ผมไว้ก่อนก็แล้วกัน”

ฉันกำลังชื่นชมนาอยู่เลย ทำไมความอบอุ่นนี้ทำไมมันอยู่ได้ไม่นานนักนะกับผู้ชายคนนี้เนี่ย ฉันกำลังเคลิ้มกับสิ่งที่เขาพูด มันจะเสียคำพูดดีๆไปกับกิริยาที่อ่อนโยนไปก็ตอนที่เขาพูดกับฉันประโยคสุดท้ายก่อนที่จะเดินออกไปจากห้องนี้แล้วปล่อยให้ฉันอยู่คนเดียวแบบนี้นี่แหละ นิสัยนะ! ฉันนั่งอยู่คนเดียวสักพักก่อนที่เขาจะออกไป แล้วเราไม่กี่นาทีพี่ลิซ่าก็เข้ามาจัดการกับตัวฉันต่อนั่นก็คือการเตรียมตัวที่จะไปร่วมงานเย็นของเย็นนี้นั่นเอง

“ ฉันล่ะไม่เข้าใจสิ่งที่เขาทำเลยจริงๆ เดี๋ยวก็ดีเดี๋ยวก็ร้าย ฉันเองก็ตามอารมณ์เขาไม่ถูกนะเนี่ยเขาเป็นผู้ชายจริงๆหรือเปล่าอารมณ์ขึ้นลงเหมือนกับสตรีมีเมนส์มาคิดอย่างนั้นแหละ”

[ ร้านลอง ชุดของน้ำริน]

ทั้งนั้นสองคนนั้นเขาวายกับเรื่องของบริษัทแต่สำหรับคนทางนี้แล้วก็วุ่นวายกับการลองชุดราตรีแบบสั้น เพื่อจะไปงาน After Party งานแต่งของเพื่อนสามีตอนเย็น ดูตอนนี้สิเลิกชุดเดรสที่ต้องการก็ยังไม่ได้ที่ต้องการสักทีนึกอยู่ตั้งนานแล้วเนี่ย ที่มาเดินเข้าเดินออกจนปวดขาแทนที่จะสวยแล้วเนี่ยก็ยังไม่ได้ชุดที่ดูเก๋แล้วโดดเด่นจากสายตาคนอื่นสักที แด่คนที่มองชุดแล้วบอกว่าไม่ผ่านก็คงหนีไม่พ้น นายวิทย์  เป็นคนสแกนชุดให้เขาเดินเข้าเดินออกไม่ยอมให้ผ่านสักที!

“ โอ๊ย….. ฉันลองมาหลายชุดแล้วนะ ไม่มีอันไหนถูกใจเลยหรอ”

“ ผมว่า… ไม่นะเพราะว่าชุดที่คุณใส่มันสามารถมองเห็นได้ทั่วไป”

“หึม….”

“ ผมว่าสำหรับคุณแล้ว คุณเหมาะกับชุดที่มันดูเก๋ๆไม่ซ้ำใคร เพราะถ้าคุณใส่ชุดราตรีที่เหมือนกับท้องตลาดทั่วไปเนี่ย ผมว่ามันไม่ใช่คุณ”

ถ้าเขาพูดมาแบบนั้นฉันว่าก็คงจะจริง เพราะฉันเองก็รู้สึกว่า ตั้งแต่ชุดแรกมาถึงชุดนี้ตั้งแต่ที่ฉันใส่ ไม่เหมาะกับฉันเลยจริงๆ ฉันคิดอยู่สักพักก่อนที่ฉันจะได้ยินเสียงของพี่น้ำรินที่บอกว่า…

“ ถ้าถามหาชุดแบบนั้นพี่ว่าพี่มีนะ!

“เอ๋!”

เธอแบบนี้ฉันก็เลยต้องจำเป็นเข้าไปในห้องลองเสื้ออีกรอบนึง เพื่อตั้งใจที่จะลองชุดเดรส ที่พี่น้ำรินบอกว่า ชุดนั้นเหมาะกับฉัน และเพื่อนส่งมาให้ที่ร้านแบบร้อนจี๋ ฉันเดินจนเหนื่อยแล้วนะถ้าชุดนี้ไม่ได้ก็ไม่ต้องส่งไม่ต้องใส่หมดแล้ว After Party อะไรฉันจะไม่สนอีกแล้วนะ

หลังจากที่ชุดที่เจ้าของร้านได้บอกไว้ มาส่งเธอกลับไปที่ห้องลองเสื้ออีกครั้งนึงเพื่อจะสวมใส่ชุดนี้ ตามคำยุแยงของเจ้าของร้าน และบุคคลที่มาด้วย

รอไปอีกประมาณ 20 นาที

“ ชุดนี้พี่ว่ามันเหมาะกับหนูมากเลย มันดูเก๋ๆไม่เหมือนใครตามที่คุณวิทย์เขาบอกเลย ของพึ่งส่งมาให้ใช้สดๆร้อนๆเลย”

นั่นเป็นคำชมแรกหลังจากที่ฉันลองชุดมาตั้งนาน มันคือคำชมจากเจ้าของร้านอย่างพี่รินนั่นเอง (เอ๋! จะเรียกได้ว่าคำชมได้หรือเปล่านะ) หลังจากได้คำชมจากเจ้าของร้านเป็น ที่เรียบร้อยแล้ว ฉันก็หันกลับไปหาคนที่เขากำลังรอฉันอยู่ เขาถึงกับทำตาค้างเลยหรอ คนอย่างฉันเนี่ยนะทำผู้ชายตาค้าง สิ่งที่ฉันเห็นอยู่ตัวนี้แทบจะไม่น่าเชื่อกับสิ่งที่เขาทำตอนให้ฉันตอนนี้เลย

“ เป็นยังไงบ้างคะคุณวิทย์…. สวยไหม

ทำไม…. ฉันเปลี่ยนชุดแค่เนี้ยทำยังไงตาค้างก็เลยหรอแถมคนถามก็ยังนิ่งอีกถึงกับต้องพูดตะกุกตะกักเหมือนกับหุ่นยนต์ใส่ถ่าน ขนาดนี้เลยหรอฉันทำให้คนอื่นได้ขนาดนี้แล้วหรอ ถึงแม้ว่าหลักฐานมันจะอยู่ตรงหน้าฉันก็เถอะที่ทำให้คนอื่นตาค้างได้แต่ยังไงฉันก็ไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองสักเท่าไหร่เลย จะว่าไปพ่อเขาเป็นแบบนี้ฉันก็นึกถึงหุ่นยนต์ Robot ที่ถามคำตอบคำนี้เหมือนกันนะเนี่ย

“ สวยดีครับ…”

“ ขอบคุณที่ชมนะ”

หลังจากนั้นพวกเขาสองคนก็ยืนสบตาอยู่ในภวังค์ดูกันสักพัก จ้องตากันไปจ้องตากันมาเอาง่ายๆจ้องซะจนคนรอบข้างแทบจะหยุดไม่ได้แทบจะอยู่ด้วยไม่ได้นะเนี่ยจนต้องขัดจังหวะ ทั้งๆที่ตัวเองก็เป็นคนรอบนอก 1 พี่น้ำรินเท่าไหร่แต่ด้วยความที่ตอนนี้พี่น้ำรินเขาอยู่คนเดียวมันก็เลยมีความจำเป็นต้องขัดจังหวะสักนิดนึงก่อนที่ จะมีกองทัพมดมาขึ้นร้านพื้นที่ทำมาหากินของเขาซะก่อน  แบบนี้มันต้องจับแยกอยู่กันสักแป๊บนะก่อนที่จะมีอาการอิจฉาอยู่ในๆแบบนี้

“ ขอโทษนะคะ ขออนุญาตให้ ทั้งสองคนออกห่างกันสักแป๊บนึงนะคะ ก่อนที่คนข้างนอกอย่าง พี่จะอิจฉาเอา!”

 เมื่อทั้งสองคนได้ยินประโยคแบบนั้นจากที่ทั้งสองคนกำลังมองตากันอย่างหวานซึ้ง พอได้ยินประโยคนั้นจบทั้งสองคนก็ต่างแยกย้ายหันหน้า ไปคนละทิศคนละทางพรีม หันไปทางซ้าย สวนวิทย์หันไปทางขวาทั้งสองคนต่างมีความเขินอายกันทั้งคู่เฉยๆถ้าแสดงออกอย่างชัดเจนพวกเขาสองคนก็คงตัวบิดโดยเฉพาะฝ่ายอยู่ทุกอย่างพริมเขา

“ แหม….. พูดแซวแค่นี้ถึงกับหันหน้าหันหลังให้กันเลยหรอคะ เอาล่ะค่ะอย่ามัวแต่เขินกันเลยแบบนี้ เดี๋ยวก็ไปงานแต่งงานเพื่อนไม่ทันหรอก”

“ เออจริงด้วย…..”

“ แล้วไม่ทราบว่าคุณผู้หญิงคะ จะรับบริการแต่งหน้าด้วยไหมคะ แล้วสำหรับคนผู้ชายต้องการจะเอาชุดจากร้านพี่ หรือเปล่าเดี๋ยวพี่จัดให้”

หลังจากทานฉันเสร็จเรียบร้อยด้วยชุดและการแต่งหน้าแต่ฉันก็ยังไม่ได้ ให้คำตอบที่เคารพนะว่าฉันจะใช้บริการการแต่งหน้าจากที่เขาหรือเปล่า ที่เขาก็หันไปถามผู้ร่วมทริปของฉันอ้วนหรือว่าสนใจที่จะเช่าชุดหรือซื้อชุดจากร้านของพี่เขาหรือเปล่า ความเร็ว พี่จะเอาชุดแล้วไปงานพร้อมกัน โดยที่ฉันสวมชุดที่จะไป งานเอาไว้ก่อนแล้ว แต่กลับได้คำตอบที่ว่า

“ ขอบคุณค่ะพี่ริน…. แต่ผมเองคงไม่รบกวนอะไรมากกว่าที่ พาพริมเขามาเปลี่ยนชุดหรอครับ”

“ ทำไมล่ะคะ สำหรับเพื่อนน้องพริมแบบนี้ พี่เต็มใจนะ จะลองดูก่อนก็ได้”

“ ไม่เป็นไรหรอครับ... พอดีผมมีชุดสูทอยู่ที่คอนโด”

ว่าไงนะ…. แสดงว่าฉันต้องไป ที่คอนโดเขาอีกแล้วใช่ไหมเนี่ยทั้งๆที่ฉันตั้งใจตั้งแต่แรกอยู่แล้วว่าถ้าแต่งตัวเสร็จแล้วฉันจะเข้าไปที่โรงแรมเลย แต่นี่คืออะไรทำไมฉันต้องเข้าไปที่คอนโดเขาด้วย หมอนี่! บางทีจะสนใจอะไรถามฉันก่อนได้ไหมถามว่าฉันเต็มใจหรือเปล่าที่จะไปกับแกเนี่ย และสุดท้ายฉันก็ก้าวมาถึงสเต็ปสุดท้ายในการแต่งตัวสักทีนั่นคือการแต่งหน้าทำผม ให้ดูสะพรึง เหมาะสมกับการเป็นเพื่อนเจ้าสาวของฉันแล้วก็ไม่พลาดที่จะบอกช่างแต่งหน้าอย่าง พี่รินว่าถอดแต่งหน้าโทนอ่อนแต่งหน้าแบบไม่แต่งหน้าจะขอตาเด็ดๆปากคนอ่อนก็เท่านั้นเองส่วนองค์รวมอื่นๆก็ขอแบบขาว สู้เจ้าสาวก็พอ แล้วต่อกันอีกด้วยความหล่อ

~~~~~ อินโทรมา~~~~~


Paerm

ในที่สุดฉันก็แต่งตัวเซ็กซี่นั่งอยู่ตั้งหลายชั่วโมงบางทีฉันก็เพิ่งรู้เหมือนกันนะเนี่ยว่ากันเป็นเจ้าสาวต้องมีความอดทนมากขนาดนี้ต้องมานั่งรอให้เขา ทั้งคนช่วยแต่งตัว ช่างแต่งหน้า อย่างที่ลิซ่า ทำผมแต่โชคดีหน่อยที่ ช่างทำแต่งหน้าและช่างทำผมของฉันมันคนคนเดียวกันอย่างพี่ลิซ่านั้นเอง มันทำให้เราอยากทำหน้าที่ในการให้ทุกคนทุกท่านอยู่ในตัวฉันที่ใช้เวลาแค่ 2-3 ชั่วโมงในการแต่งตัวแต่งหน้าแต่งผมทั้งหมด บริการแต่งหน้าทำผมเป็นเจ้าสาวมันก็ลำบากอยู่เหมือนกันนะ

“ อีก 10 นาทีเจ้าสาวพร้อมถ่ายรูปนะคะ”



นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น