My Lady เกมรัก เเผนร้าย

ตอนที่ 28 : เดี๋ยวผมช่วย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    13 เม.ย. 62

ลำดับต่อไปหลังจากเสร็จพิธีของทางด้านด้วยของตักบาตรพระสงฆ์เรียบร้อยแล้ว  ระหว่างนี้ฉันก็มาเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อจะเข้าพิธีแบบนั้นก็คือ วิธีการรดน้ำสังข์ ให้ผู้ใหญ่อวยพรการดำรงชีวิตคู่ในวันแต่งงาน แต่ก็เพิ่งรู้เหมือนกันนะเมื่อการแต่งงานต้องมีพิธีรีตองเยอะขนาดนี้ เอาน่า!  ผู้หญิงอย่างเราการแต่งงานก็มีแค่ครั้งเดียวละนะ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นการ แต่งงานแบบหลอกๆก็เถอะ ระหว่างรอที่พวกเขาเตรียมงานกันเราก็ไปดูงานนอกก่อนละกัน

“ ถ้าพร้อมกันแล้ว ขอเชิญเจ้าบ่าวเจ้าสาวมาเตรียมตัวตรงนี้แหละครับ”

( หลังจากที่ได้ คำประกาศตามหาจากทีมงานพวกเราเลยเดินเข้าไปตามพิธีที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรกให้ผู้ใหญ่ส่งเชือก คู่กันผ่านหัว เรียบร้อยก็เจิม เพื่อความเป็นสิริมงคลของเราสองคนถึงแม้ว่ามันจะเป็นแค่การแต่งงานแบบหลอกๆแต่บางทีมันก็รู้สึกว่ามันจะเนียนเกินไปแล้วนะ)

แล้วต่อจากนั้น ทีมงานก็ให้ญาติผู้ใหญ่แล้วเราเพื่อนฝูงของพวกเราสองคนทยอยกันมา ให้คำอวยพรให้กับเราโดยการตั้งแถวเป็นแถวยาวเหมือนรถไฟ อวยพรทีละคน ธีรคุณ ใกล้มากไม่มีคู่ก็อวยพรกันเป็นคู่ เริ่มต้นจากญาติผู้ใหญ่ของพวกเราสองคน มั่นคงหนีไม่พ้นพ่อกับแม่ของพวกเราสองคน

“ คุณแม่….

“ ได้เป็นฝั่งเป็นฝาสักทีนะเรา  โตแล้วนะขอให้เรามีชีวิตคู่อย่างมีความสุขแล้วก็ถือไม้ทองกระบองยอดเพชรนะลูกมีอะไรก็ให้อภัยกันและกัน”

( หลังจากที่คุณพ่อกับคุณแม่ของฉันคุยกับฉันจบประโยค พวกท่านก็หันไปคุยกับ เจ้าบ่าวข้างตัวของฉันต่อ ที่มีประโยคคล้ายๆกัน แต่มันจะมีความพิเศษก็ตรงที่…)

“หนึ่ง!  ยินดีต้อนรับสู่ครอบครัวของเรานะจ๊ะ พ่อกับแม่ก็ขออวยพรให้เราสองคนนะ อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขมีอะไรก็ให้อภัยต่อกันนะอย่าทะเลาะกัน  รับฝากน้องเขาด้วยนะ”

“ ครับ..”

คำตอบที่ได้มาแบบสั้นๆมันก็สื่ออะไรได้อีกหลายอย่าง แต่ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่าเขาจะทำได้อย่างที่เขาสัญญา ไว้กับที่คุณพ่อคุณแม่ฉันได้หรือเปล่า แต่เราไม่สนปีก็ขอ ไม่มีอะไรเกิดขึ้นระหว่างที่เรากำลังสมรสกันแต่งงานนี้ขึ้นเถอะ ถ้ามีอะไรเกิด ขึ้นระหว่างนั้นมันก็คงช่วยอะไรไม่ได้แล้วแหละจะคอยดูต่อไปแล้วกัน

( และเราก็ได้คำอวยพรแบบนี้ไปเรื่อยๆจนแถวหมด มันก็ใช้เวลาอยู่นานเหมือนกันนะแต่ทุกคนจะอวยพรของพวกเราหมดจริงแล้วความอวยพรจะดูคล้ายๆกันแต่ก็มีการอวยพรที่เป็นภาษากันออกไปตามสไตล์ของแต่ละคน แต่การนั่งแบบผมนานๆมันก็ทำร้ายสุขภาพฉันเหมือนกันนะเนี่ย ปวดหลังใช่ไหม ระหว่างเราก็ไปยืดเส้นยืดสายสักหน่อยนะคะ)

ฟ้าใสพยายามลุกขึ้นจากที่นั่งประจำที่ของตัวเองมาเป็นเวลานาน  ดูเหมือนว่ามันจะลุกยากเกินไปหน่อยเพราะว่า เธอมีการนั่งท่าเดียวเป็นเวลานานอยู่พอสมควร

“อึบ….”

“ ไหวไหม…  มาเดี๋ยวช่วย

,” ขอบคุณ”

“ ระวังหน่อยนะค่อยๆลุกขึ้น”

เออ…. เราก็เข้าใจนะว่าเขาตั้งใจที่จะช่วยฉันให้ลุกขึ้นจากพื้น  แต่ถามหน่อยมันจำเป็นต้องใกล้กันขนาดนี้ไหมแต่ดูเหมือนว่ามันจะใกล้ กันมากจนเกินไปด้วยซ้ำ พ่อก็ทำแบบนี้ฉันรู้สึกว่ามันจะไม่ชินยังไงก็บอกไม่ถูกเหมือนกัน แล้วมันจำเป็นต้องใกล้ขนาดนี้ไหม จิตใจไม่อยู่กับตัวแล้วเนี่ยตอนนี้ของหัวหน้าเราสองคนให้ไปหากันเลยดีกว่าค่ะ


(  ระหว่างที่หมอหนึ่งกำลังช่วยฟ้าใสลุกขึ้นจากบนพื้น แถมช่วยอย่างใกล้ชิดอีกต่างหากแต่ก็ไม่ได้รอดพ้นสายตาจากเพื่อนและบรรดาพวกของเราสองคนแต่จนได้ แต่ก็  ไม่ได้มีอะไรมาก พวกเขาก็แค่มองกันแบบห่างๆอย่างห่วงๆฉ

“ มาบอกกันหน่อยนะเราสองคนอดใจกันหน่อยยังไม่ได้เข้าหอกันเลย”

เอ๋!...( หลังจากได้ยินแบบนั้นเราสองคนก็ต่างแปลกใจนะหันหน้ามองกันอย่าง ไม่ได้นัดหมายด้วยความสงสัยด้วยกันทั้งคู่)

“  ได้เวลาแยกออกห่างทั้งคู่ได้แล้วจ้า”

“(.....)”

“ แยกตัวไปเตรียมตัว งานตอนเย็นจ๊ะ ยืนงงอะไรล่ะ!”

****************************


หลังจากที่ฉันแยกจากเขามาได้สักพักก็เดินเข้ามาในห้องแต่งตัวของผู้หญิง  ทันทีที่ห้องมา ฉันก็ได้เจอกับพี่ลิซ่าที่เป็นผู้ช่วยในการแต่งตัวของฉันในวันนี้ทั้งงานเช้าและงานเย็น เพราะมาถึงห้องฉันก็โดนจับ เราสองคนเม้ามอยหอยสังข์กลับ เรื่องราวที่เกิดขึ้นในเวลาเช้าของวันนี้ ความที่เราสนิทกันมากเราเลยสามารถที่จะคุยและใช้สรรพนามที่มีความสนิทกันมากขึ้นได้โดยที่ไม่ต้องข้องใจอะไร

“ เป็นยังไงบ้างคะคุณน้องวันนี้”

“ ก็ดีค่ะ”

“  จะดูสีหน้าของคุณน้องตอนนี้แล้วนะคุณพี่ว่า  น้องดูไม่สดชื่นเท่าไหร่เลยนะคะ”

“ ฉันเป็นแบบนั้นหรอคะ

“ ใช่แล้วค่ะมีเงินแต่งน้องพี่นะคะควรจะมีแต่ความสุข”

“ รับทราบแล้วค่ะคุณพี่”

“ มาค่ะเดี๋ยวพี่จะเกลียดหนูเป็นเจ้าหญิงเลยนะคะ”

*******************

[ บันทึกพิเศษ  ของทักษกร]

ตลอดวิธีการรดน้ำสังข์ในงานแต่งของเรา  ระหว่างที่ผมนั่งอยู่ข้างเธอผมก็คอยสังเกตท่าทางของเธออยู่ตลอด  ผมก็แอบเห็นว่าโดนตาสองข้างของเธอ มันกำลังมีน้ำใสๆ เอ่อล้นออกมาจากดวงตาทั้งสองข้าง  พอผมเห็นแบบนั้น จิตใจของผมตอนนั้นกลับอยากจะไปปลอบเธอซะเดี๋ยวนี้ ไม่อยากคิดจะทำ พิธีนี้อีกต่อไป

ผมได้ คำอวยพรมากมายที่ได้จากญาติผู้ใหญ่และบรรดาเพื่อนของผมที่มา ร่วมงานในเวลาเช้า คนนึงต่ออีกคนนึงยายกับทางรถไฟมันคงไม่แปลกหรอกที่ขาจะเป็นตะคริว หลังจากเสร็จพิธีรดน้ำสังข์

หลังจากเสร็จพิธีผมสังเกตุท่าทางของเธอน่าจะรู้ ลำบากพอสมควรเนื่องจากสงสัยว่าเธอคงจะเป็นตะคริวเข้าแล้วล่ะ จะเป็นก็ไม่แปลกนะ เพราะว่านั่งนานซะขนาดนั้นนี่ขนาดผมเป็นหมอ ถึงแม้ว่า ผมจะเป็นตัวคิวอยู่บ้างแต่ก็ในฐานะผู้ชายนะ ผมก็ต้องคอยดูแลเธออยู่ก่อน ที่จะมาดูแลตัวเอง หลังจากเสร็จพิธีผมก็ ผมก็ให้พนักงานพาเธอไปที่ห้องแต่งตัว เรียบร้อยผมก็มามองแขกที่เหลือภายในร้าน ตอนนี้แต่มีแต่ญาติผู้ใหญ่ที่มาในงานแต่ตอนเย็นอาจจะมีเพื่อนของพวกเรามากันบ้างก็ได้

“ ไง… น้ำ.”

วันนี้เพื่อน เจ้าบ่าวยังไอ้วิทย์ เดินเข้ามาทักผม อย่างที่ผมเห็นตั้งแต่แรกว่าเขาเดินวนเวียนอยู่แทบจะตลอดงานเพื่อดูแลความเรียบร้อยแทนผม มันถือแก้วมา 2 แก้วเต็มมือทั้งสองมือของมัน แล้วมันบอกว่าแก้วนึง เป็นของผมอีกแก้วนึงเป็นของมันแล้วยืนคุยกันอยู่สักครู่

“ เข้าใจนะ…”

“ น้ำแก้วนี้หรอ”

“ ไม่อ่ะ... ทุกเรื่องเลย”

“ ไม่เป็นไรด้วยความยินดี…. แต่ว่าฉันขออยู่อย่างนึง”

“ อะไรล่ะ”

“ ก็ถ้า….  มันถึงคราวของฉันแล้ว ก็อย่าลืมตอบแทนแล้วล่ะ”

แต่ระหว่างที่มันกำลังตอบคำถามผมอยู่นะเนี่ย  สายตาของเพื่อนของผมคนนี้ กวาดไปลบรอบงาน มันคงออกว่าจะให้มีใครบางคนมาที่นั้นมีด้วยละมั้ง ปากก็ตอบคำถาม ส่วนสายตาน่ะ ไม่ได้มองคู่สนทนาเลย ก็มัวแต่มองไปรอบรอบงานหาคนบางคนผมเริ่มแตกใจแล้วสิว่าท่าทางแบบนี้รับรองว่ามันมี แล้วแน่ๆ คนที่รู้ใจนะ

“ แน่นอน….  เพื่อนฉันทั้งคุณยังไงฉันก็ต้องช่วยอยู่แล้ว”

“ เออ  งั้นเดี๋ยวฉันขอตัวก่อนนะ”

“ เจอเป้าหมายแล้วล่ะสิ!”

“ ก็ประมาณนั้น งั้นเดี๋ยวเจอกันนะ”

แหม….! พอเจอผู้หญิงที่เป็นเป้าหมายก็ทิ้งเพื่อน เลยนะ สัญชาตญาณออกสินะ พอมันมีท่าทางแบบนี้แล้วเนี่ย ผมก็เริ่มอยากรู้แล้วสิว่าผู้หญิงคนนั้นเขาเป็นใคร มันจะใช่คนเดียวกันกับที่ผมกับน้องฟ้าคิดหรือเปล่า ตอนนี้ก็ปล่อยมันไปก่อนแล้วกัน เอาไว้ให้มันเป็นปริศนาไว้ก่อน เดี๋ยวถ้าถึงเวลาแน่นอนจะรู้ความลับทั้งหมดเลย คอยดู

เช็คพวกญาติผู้ใหญ่ก็ทยอยกันกลับเรียบร้อยแล้วเดี๋ยว”ก็คงกลับมาในงานตอนเย็นละมั้ง  แล้วเดี๋ยวมันด่าเพื่อนๆของผมที่กำลังทำงานเดี๋ยวตอนเย็นก็คงได้เจอกันใหม่

“ ของที่คุณหนูสั่ง เรียบร้อยแล้วนะ ครับ”

“ ขอบคุณมากนะครับ”

( ผู้ช่วยของ ทักษกรได้ยินกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงิน ให้กับ เขา ก่อนที่ตัวเอง จะกลับไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป)

เอาละ Step ต่อไปที่ผมจะทำ มันก็คือเอากล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินที่อยู่ใน มือของผมในตอนนี้เพื่อส่งมอบ ให้กับเจ้าของที่แท้จริง ว่าแต่เธอตอนนี้ อยู่ไหนนะ

***************************


“ ถ้าวันไหนที่ฉันได้ส่งชุดแต่งงาน แกจะเป็นคนแรกที่จะได้เป็นเพื่อนเจ้าสาวพูดกับฉัน”

คำพูดนี้แหละมันเลยทำให้ฉันต้องมาเป็นเพื่อนเจ้าสาวของเจ้าสาวงานแต่งวันนี้  วันนี้ฉันตื่นตั้งแต่ตี 4 ไม่ใช่ว่าฉันอยากจะตื่นหรอกนะมันเป็นเพราะนาฬิกาปลุกมันบังคับให้ฉันตื่นต่างหากตื่นแต่เช้า  ฟ้ายังไม่สว่างคือจะมาเป็นเพื่อนเจ้าสาวของฉันในวันนี้แต่ก็มีงานให้ทำยุ่งแต่เช้าเลย ข้อความที่เราตั้งใจจะย้ายถิ่นฐานอยู่ที่นี่ประมาณ 2 คืน  ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่มีกิจกรรมไม่ต้องทำเยอะมากเพื่อนเจ้าสาวก็เหมือนจะเป็นตัวแทนของเจ้าสาวที่มาทำหน้าที่ดูแลงานทั้งหมด

ฉันกำลังเดินตรวจงานอยู่รอบรอบบริเวณทั้งหมด จู่ๆก็มีใครบางคนมาทักทายฉันอยู่ด้านหลัง เธอที่ฉันไม่ได้ตั้งตัว

“ คุณ….!”

“ นางหยุดเหรอ ฉันนึกว่านายลงนรกไปแล้ว”

“ แรงอ่ะ!  แต่ผมชอบ”

“ คนอะไร เขาด่ายิ่งชอบเป็นบ้าหรือเปล่าคุณ

“ สำหรับคนอื่นเขาอาจตอบกลับ แต่สำหรับของคุณผมยอม!”

( พวกเขาทั้งสองคนต่างจ้องตากันยังเงียบอยู่ทั้งคู่จ้องมองแบบตั้งใจ จ้องมองแบบเงียบๆทั้งๆที่บรรยากาศรอบข้างมีแต่เสียงเอะอะโวยวาย จงมองเห็นกับคิดอะไรบางอย่างอยู่ในดวงตาได้ตลอดเวลา)

จ้อง…. จ้อง แล้วก็จ้อง ผู้ชายคนนี้ จดจ้องนานเกินไปไหม มันนานจนฉันรู้สึกว่าฉันหิวข้าวแล้วเนี่ยตั้งแต่เช้ากินแค่ขนมปังนิดหน่อยตอนนี้เรื่องอยู่จริงๆจริงจังนะเนี่ยเสร็จงานแล้วก็ขอไปแวะกินอะไรสักหน่อยเถอะ  จะตอนนี้จะจ้องอะไรนักหนาจะพูดออกไปก็จะยังไงยังไงอยู่ แต่ตอนนี้ทนไม่ไหวแล้วเว้ยนานยังไงฉันก็ต้องบอกแล้วแหละผัวหิวเต็มประดาเต็มความอดทนฉันแล้วเนี่ย

“ นี่…  นายจะจ้องฉันอีกนานไหม”

“ ก็จนกว่าคุณจะให้คำตอบผมได้”

“ คำตอบอะไร”

วิทย์ เดินเข้าไปกระซิบข้างๆหูของ พรีม  เพื่อให้พวกเขาได้ยินกันแค่สองคน และจากการกระทำของเขามีตอนนี้มันทำให้ผู้หญิงสาว ร่างบอบบางกำลัง องค์หญิงอยู่ใต้ร่างสูงใหญ่ของฝ่ายชาย

“ ไม่มีอะไรแล้วฉันขอตัวนะ”

“ เดี๋ยว!... จะไปไหน”

“ฉันว่าจะไปหาของกินด้วยตอนนี้ฉันหิวมากเลย”

พญานาคเขาได้ยินแบบนี้เขาก็เลยคิดอะไรดีๆออกแต่มันดีสำหรับเขานะแต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะดีสำหรับคนอื่นหรือเปล่า  ผมคิดอะไรออกแล้ว เธอบอกเองไม่ค่อยหิวใช่ไหมฉันคิดอะไรดีๆออกมาแล้ว ผมคิดว่าจะพาเธอออกไปทานอาหารอะไรอร่อยที่เธอไม่เคยกันก่อน

“ งั้นเดี๋ยวผม ผมพาคุณไปกินของอร่อยๆเอาไหม”

“ ไม่เป็นไรเกรงใจ”

นี่เขาพูดแล้วนะของเขาเมื่อตะกี้ก็จะเอาคำตอบจากฉัน แล้วนี่เขาจะพาฉันไปกินของอร่อยที่เขาบอกอีกนี่เขาต้องการอะไรกันแน่ ผู้ชายกลุ่มนี้มันทำให้ฉันเดาอารมณ์พวกเขาไม่ถูกเลยจริงๆ แหม! ฉันยังพูดไม่ขาดคำเขารากมือฉัน ออกไปจากที่นี่เลยจ้าไม่รอคำตอบหน่อยหรอ

“ แต่ผมเต็มใจที่จะทำ... ไปเดี๋ยวผมพาไปกิน”

ฉันปฏิเสธไม่ได้ใช่ไหมอยู่ดีๆก็ลากฉันไปเลยเนี่ยไม่ถามอะไรเลยสักคำเดียว  ถามหน่อยก็ดีนะเพราะคุณคนที่คุณมาด้วยเนี่ยจะตามคุณไม่ทัน ในที่สุดฉันก็ปฏิเสธอะไรไม่ได้ก็ต้องเดินตามหลังเข้าไปอยู่ดี

( วิทย์ กับพรีม เดินทางออกจากโรงแรมที่ใช้ในงานแต่งงานของเพื่อนของทั้งสองเพื่อจะออกไปทานอาหารหนึ่งที่พวกเขาไว้ ไม่สิ ต้องบอกว่าเป็นความตั้งใจของ มีคนขับรถต้องเป็นของหญิงสาววันนี้เลยดีกว่า)

เราไม่นานเท่าไหร่ก็ได้ขับรถ มาจนถึงร้าน คนขับรถชนวันนี้เขาบอกว่าอร่อย ขอลองมาดูหน่อยซิว่าอร่อยหรือเปล่า  ร้านที่เขาพากันบ้านเลขที่ เขามีการรับประกันว่ามีความอร่อยแน่นอน เพราะว่าเขาเกรงว่ามันเป็นเดือนประจำที่เขามากินตลอด และเป็นร้านที่อยู่ใกล้ๆกับโรงแรม  จากที่ฉัน เอ่ยปากขอไว้ว่าขอร้านที่มันอยู่ใกล้ๆกับโรงแรม เนื่องจากถ้าทานข้าวเสร็จแล้วจะได้เตรียมงานของเพื่อนพวกเราสองคนได้ทันเวลา



“ สั่งอาหารได้ตามสบายเลยนะครับ”

“ ถึงนายไม่สั่งฉันก็จะทำตามที่ใจฉันคิดอยู่แล้วแหละ”

“ วันนี้ผมเลี้ยงเอง”

“ นายพูดเอง!”

“อืม…”

“ งั้นฉันก็จะจัดหนักจัดเต็มไม่รอแล้วนะ”

“ เชิญเลยครับ ตามสบายเลย”

เขาพูดมาแบบนี้จะรอ อะไรล่ะคะ  ไหนๆก็มีเจ้ามือเลี้ยงข้าวแล้วมีวันนี้  สั่งต่อแบบยาวๆ หลังจากได้ยินคำสั่งจากฝ่ายตรงข้าม ฉันก็เลยจัดการเรียกพนักงานประจำร้านมาที่โต๊ะของพวกเราสองคนเพื่อสั่งกองทัพอาหารที่กำลังจะตกถึงเธอของฉันให้วันนี้เลย ดูซิมีอะไรน่ากินบ้าง! และทันทีที่พนักงานมาประจำที่ตกของเรา ฉันก็เลยจัดการสั่งหนองยาวเป็นหางว่าว ความที่เราหิวมาก มันก็เลยหยุดมั่งตอนนี้หิวซะจนสามารถกินช้างได้ทั้งตัวแล้วเนี่ย ตอนแรกก็กะว่า จะหาอะไรกินแถวๆโรงแรมนั่นแหละ แต่พอมาตอนนี มีคนเลี้ยงข้าวทั้งทีจะรออะไรล่ะ

เมื่อได้ยินคำสั่งแบบนั้น….พรีม ก็จัดการ สั่งอาหารที่ตัวเองอยากกินอยากเอาลงท้องจับมาให้หมด ขอพนักงานมาเสิร์ฟที่โต๊ะ ก็พบว่าเขาอาจจะสั่งอาหารมากจนเกินจริง แต่ณเวลานั้นเขาไม่ได้คิดอะไรแล้วแหละเพราะว่าเขาหิวจนไส้กิ่วไปหมดแล้ว  แต่คนที่ตกใจมากกว่า ผู้หญิงนั่นก็คือคนที่ยอมรับที่จะเป็นเจ้านายของเขา พร้อมกับอุทานขึ้นมาว่า

“ โอ้โห! สั่งมาเยอะขนาดนี้คุณจะกินหมด หรอ”

“ ก็ฉันหิว”

“คร้าบ…. เชื่อแล้วว่าหิวสั่งมาเยอะขนาดนี้”

“ ฉันก็สั่งเผื่อคุณด้วยไง  ได้ยินมาว่า คุณก็ยังไม่ได้กินข้าวเลย”

“ ขอบคุณ นะครับ”

“ เป็นค่าตอบแทนในการ พ”าฉันมาทานข้าววันนี้”

“ ว่าแต่คุณชอบกินอาหารไทยหรอ”

“ ใช่... ฉันว่าหันมาหาเราเนี่ยมันมีเสน่ห์นะ  อาหารที่เป็นยา อาหารที่มีรสชาติที่หลากหลายด้วย”

แต่ผมว่านะคนที่มีเสน่ห์มากกว่าอาหารคือคนที่อยู่ด้านหน้าของคุณตอนนี้แหละ สิ่งที่เขาสั่งมา อยู่บนโต๊ะพวกเราสองคนจะกินกันอยู่หรือเปล่าเนี่ย  กินไม่เกรงใจตรงนั้นเลยนะสงสัยจะหิวมาก หิวข้าวนะ สั่งกับข้าวมาประมาณ 3-4 อย่างมาอยู่เต็มโต๊ะ จะลองดูซิ เสียเวลากินไปทั้งหมดเท่าไหร่

*************************

ผ่านเวลาไป 20 นาที

เร็วที่สุด อาหารที่ส่งมาทั้งหมด ไม่ใช่สิ  ต้องบอกว่าพรีม เขาสั่งมาเองก็กินเองเกื่อบทั้งหมด

“ คนนี้ก็กินเยอะเหมือนกันนะ”

“ ใช่สิก็ฉันหิวนี่”

“เชื่อแล้วครับคุณหิว แล้วต้องกัดของหวานเพิ่มไหม”

“ มีด้วยหรอของหวาน”

“ มีสิ  ตรงร้านข้างๆจะมีร้านขนมอยู่คุณอยากทำของหวานใช่ไหมเดี๋ยวพาไป

ไม่ได้ยินแบบนั้นน่ะฉันก็เลยก้มลงมองนาฬิกาว่าตอนนี้เหลือเวลาอีกเท่าไหร่ที่จะต้องกลับโรงแรม  แต่ฉันก็ได้ยินเสียงตอบกลับของเขากลับบอกมาว่า เขาคงกลัวว่าฉันจะเสียเวลาเขาก็เลยบอกกับฉันว่า….

“ ไม่ต้องกลัวหรอก ถ้าคุณอยากกินเดี๋ยวผมจะพาไป”

“ มันจะดีหรอคุณเวลาเหลือไม่มากแล้วนะ”

ผมก็เลยทำท่าทางแบบว่าเอานิ้วชี้ของตัวเองด้านใดด้านหนึ่ง บัญชีซ้ำๆตรงที่ศีรษะของตัวเองเพื่อตอกย้ำว่าทุกอย่างที่เขากำลังทำอยู่นี่ต่อหน้าเธอ  ผมได้ทำการคำนวณเวลาไว้ทั้งหมดแล้วคุณไม่ต้องเป็นห่วง ฉันว่าเธอจะเข้าใจสั่งเสียงที่พบกำลังสื่อสารส่งตรงข้อมูลไปหาเธอ ดูเหมือนเธอว่าจะเข้าใจในสิ่งที่ผมบอก

“ งั้นเราก็ไปกันเลยไหม”

“อืม….”

พอพูดถึงเรื่องของหวานก็เป็นธรรมดาของผู้หญิงที่จะยิ้มตอบรับกับสิ่งอะไรที่มันเป็นน้ำตาลหรือความหมาย ตอนแรกผมก็ไม่รู้หรอกว่าผู้หญิงเขาชอบกินของหวานกัน  แต่ผมก็รับรู้ทุกอย่างได้แล้วก็เรียนรู้ทุกอย่างได้ก็เพราะเธอเพื่อสั่งสอนให้ผมรู้หลายๆอย่างเจอกับเมียมุมของผู้หญิงตั้งแต่ผมรู้จักกับเธอมาผมก็รู้ในแง่มุมของผู้หญิงมากขึ้น  ถึงแม้ว่าภายนอกผมจะเป็นคนเหมือนเจ้าชู้ก็เถอะแต่ความจริงแล้ว ผมได้รู้อะไรมากกว่าที่คุณไม่เคยรู้มาก่อนเกี่ยวกับผู้หญิงคนนี้

“ ไปกันเถอะ…..”

“ เดี๋ยว!...”

วิทย์ เขาจะเดินไปก่อนที่ร้านของหวาน เขาก็เลยตั้งใจที่จะจับมือเขาไว้ก่อน ด้วยความตั้งใจที่ว่าอยากจะไปพร้อมกัน

เขากำลังจะทำอะไร เขาจะจับมือฉันหรอ เอายังไงดีเนี่ย ใจหนึ่งก็อยาก จับมือของเราแต่อีกใจนึงก็อยากปล่อยไม่อยากเป็นจุดเด่นของ ประชาชน ฉันยังไม่ทันคิดเลยจ้าตอนนี้มาแบบเดิมเลย จับมือปุ๊บ พระเดินออกจากหน้าร้านที่เราทานข้าวตั้งแต่แรกไปทันที

“ว้าย……’

“ โทษทีรีบไปหน่อย

“  ดึงแขนจะหลุดอยู่แล้วเนี่ย”

“ โทษที…. ว่าแต่

“ ทำไมตอนที่ผมดึงซะขนาดนั้น  คุณถึงไม่ดึงแขนออกล่ะ”

(.......)

“ แถมตอนที่ผมจะจับมือคุณ คุณก็ไม่ขัดขืนผมด้วย”

“ เอานะน้องดาบอกว่า…. จะเลี้ยงขนมจีนไม่ใช่หรอ ก็ไปสิ”

“ ครับผม”

เมื่อได้ยินแบบนั้นน่ะผมก็เลยพาเขาไปที่ร้านขนมที่อยู่ใกล้กับร้านที่เราทานเข้าไปเมื่อตะกี้  จะลองดูซิว่าเธอกินข้าวไปซะขนาดนั้นแล้วเธอจะกิน ขนมได้เยอะขนาดไหน แต่ได้ยินมาว่าเรื่องขนมผู้หญิงไม่ยอมแพ้



รอไม่นานวิชกรก็พาพิม พิมาน  ไปทานของหวานล้างปากกันต่อด้วยขนมเค้ก  ต่อสิ่งที่เธอส่งมากับไม่ใช่แค่เพียงอย่างเดียว  เธอกลับสั่งบิงซูสตอเบอรี่มาอีกหนึ่งอย่าง โดยให้เหตุผลว่าเป็นของหวานดับร้อนระหว่างนั้นก็มีบทสนทนาใหม่เกิดขึ้นเพราะอะไรหรอนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ แล้วตัวเองก็ไม่ได้ทำสักที

ขนมนี่แหละเป็นของเรามันของผู้หญิงที่ดีที่สุดเพราะว่า  รางวัล ที่ดีที่สุดของวันนี้แล้วแหละ จะว่าไปขนมพวกนี้ฉันก็ไม่ได้กินมาตั้งนานหลังจากที่พ่อของฉันเข้าโรงพยาบาลฉันก็ไม่ได้ห้ามจับไม่ได้กินอีกเลย แต่ฉันรู้สึกว่าตอนนี้ฉันลืมอะไรไปอย่างนึงหรือเปล่าวะ…..

พรีม. นั่งนิ่งเพื่อใช้ความคิดอยู่สักพัก ก่อนที่จะคิดออกว่าตัวเองลืมอะไรไว้ระหว่างวันนี้ คิดได้แล้วก็หันไปหาความช่วยเหลือจากคนข้างๆเธอ และดูเหมือนว่าคนที่อยู่ข้างเธอตอนนี้มีท่าทีที่ แสดงออกมาว่า เต็มใจที่จะช่วยเธออย่างเต็มที่ด้วยซ้ำไป

“ นี่นาย….”

“หืม!”

“ ตอนนี้เหมือนฉันรู้สึกว่าฉันลืมอะไรไปบางอย่าง”

“ อะไรล่ะที่คณลืม!”

ฉันว่าฉันลืม….. ชุดสำหรับงานเย็นนี้น่ะสิ”

(....)

“ ฉันขอเรียกคุณ อย่างนึงสิ”

ผมว่า... สำหรับคุณคุณจะขอให้ผมทำอะไรก็ได้กี่อย่างก็ได้”

หมอนี้…. เปิดโอกาสให้หน่อยก็ไม่ได้เลยนะรีบกลับเป็นขนมครกกันเลยทีเดียวค่ะ เขาปฏิเสธเลยตอนนี้ดีกว่าไหมเนี่ย แต่ก็ช่วยไม่ได้ ดูตอนนี้มัน ถนนเซาเทิร์นวันนี้ตอนนี้ที่จะช่วยฉันได้จะปฏิเสธตอนนี้ก็ไม่ได้ยังไงก็ปล่อยให้เขาช่วยฉันไปก่อนแล้วกัน

“ งั้นเดี๋ยวนายมาช่วยฉันด้วยคิดหน่อยได้ไหม”( เพลงเดรกพร้อมกับเขาแล้วเราก็ใช้เขาเป็นประโยชน์สิจะรออะไรล่ะจริงไหม)

“ ได้สิ….”

อะ….  พอได้ยินแบบนี้แล้วจะรออะไรล่ะคะนอกจากที่จะโทรไปหา  คนที่ทำชุดราตรีฉันเคยเข้าไปหาพี่น้ำรินที่เป็นดีไซเนอร์สัญลักษณ์ที่ใช้ใส่สำหรับออกงานแต่ก็ไม่รู้เหมือนกันนะวันนี้พี่เขาจะอยู่ร้านหรือเปล่าหรือแค่จะให้นอนที่ร้านมาอยู่ร้านแทน

:” พี่ริน วันนี้อยู่ร้านไหมคะหนูกะว่าจะไปดูชุดสำหรับไปงาน ราตรีสักหน่อย”

“ อ๋อ...ได้ค่ะพี่อยู่ร้านพอดี:”

“ งั้นเดี๋ยวเจอกันนะคะพี่ริน”

“ ได้เลย”

ว่าแล้ว.. ต่างคนก็ต่างวางสายของกันและกันในด้านของฉันก็เดินกลับไปที่โต๊ะ  พี่คนเดิมก็เขากำลังนั่งรอฉันอยู่ภายในร้าน แหม!.... เพราะฉันไม่อยู่กินขนมคนเดียวอย่างกับฉันไร้ตัวตนเลยนะยะ  รีบเข้าไปก่อนดีกว่าก่อนที่ขนมบนโต๊ะมันจะหมดไปซะก่อนเดี๋ยวฉันตบกิน นานๆทีจะมีคนเลี้ยงขนมสักทีนึง ขอแบบนี้หายากมันจำเป็นต้องกวาดให้เรียบ

หลังจากวางสายจากดีไซเนอร์ของตัวเองแล้ว เธอก็เดินมุ่งตรงไปที่ภายในร้านขนม ทันทีเนื่องจากอากาศด้านนอกของประเทศไทยตอนนี้มันร้อนมาก ร้อนยิ่งกว่านรกซะอีก

ฝันเห็นเธอก็ไม่เล่นเข้ามาหลังจากที่ผมนั่งอยู่คนเดียวตั้งนาน  เดินตุ๊กตุ๊กๆมาที่นั่น หน้าตาดูสดชื่นแจ่มใสดีแต่แก้มดูแดงไปนิดนึงส่งของข้างนอกอากาศมันจะร้อนจัดมากๆ

“ เป็นยังไงบ้างฝนตกลงช่างเขาอยู่หรือเปล่า”

“  เขาอยู่ร้านพอดีงั้นเดี๋ยวเสร็จแล้วรอไปที่ร้านเขากัน”

เมื่อเราตกลงกันได้แล้วเราก็เลย ช่วยกันจัดการขนมที่อยู่บนโต๊ะของพวกเราให้หมดก่อนที่จะเดินทางไปที่ร้านให้ดีไซเนอร์ที่ฉัน นัดไว้ตั้งแต่เมื่อกี้


นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น