My Lady เกมรัก เเผนร้าย

ตอนที่ 24 : ห่วงใย...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 31
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    14 ก.พ. 62

“คุณอยากกลับไปที่ร้านไหม?”

“ก็อยากไปนะ ฉันไม่ได้ไปที่ร้านมาตั้งนานแล้ว”

“คุณไม่ต้องเป็นห่วง เรื่องร้านของคุณน่ ระหว่างที่คุณรักษาตัวอยู่เนี่ย!น้องพริม กับไอ้วิทย์กำลังช่วยกันดูแลร้านของคุณอยู่ ไม่ต้องเป็นห่วง

“อย่างนั้นหรอกหรอ…. งั้นคุณพาฉันไปที่ร้านหน่อยได้ไหม!

“ได้สิ พรุ่งนี้พบกับว่าจะพาคุณไปพอดี เพราะวันพรุ่งนี้ผมจะให้คุณออกจากโรงพยาบาลพรุ่งนี้ ดีไหม!

“อืม……”

“งั้นวันนี้ก็นอนก่อนเถอะ พักผ่อนนะเตรียมร่างกายให้พร้อม พรุ่งนี้ผมจะพาคุณกลับบ้าน”

ห๊ะ!..... เมื่อกี้ฉันฟังไม่ผิดใช่ไหมเขาบอกว่าพรุ่งนี้ฉันจะได้กลับบ้าน แถมยังต้องไปที่ร้านอีก อยู่โรงพยาบาลจนเบื่อแล้ว ในที่สุดก็ได้กลับบ้านสักที คิดถึงบ้านจะตายอยู่แล้ว ฉันไม่ต้องคนในกรอบสี่เหลี่ยมแบบนี้อีกแล้ว ถึงแม้ว่าในอนาคตฉันจะได้เข้ามาที่นี่บ่อยในฐานะอื่นก็ช่างเถอะ แต่ตอนนี้ขอให้หลุดจากตรงนี้ไปก่อนฉันจะขอบคุณมาก เออ! แล้วอีกเรื่องนึงฉันเองไม่ได้เข้าไปที่ร้านตั้งนานแล้วตั้งแต่ ที่ฉันมาเข้าโรงพยาบาล ไม่รู้ว่ามันจะเป็นไงบ้างนะถึงแม้ว่า มียั้ยพริมดูแลแล้วก็เถอะ แต่ในฐานะเจ้าของร้านก็อดห่วงไม่ได้อยู่ดี ว่าถ้าฉันหายไป พวกเขาจะเป็นยังไงเราน้องๆที่รับมาดูแล

“คุณ นอนเถอะคุณต้องเก็บแรงไว้พรุ่งนี้เช้า…”

“อืม….มึงก็เหมือนกันนะรีบนอน เดี๋ยวพรุ่งนี้จะรับไหมฉันไม่ไหวนะ เดือนนี้ก่อน  

“ครับผม...นอนเถอะเดี๋ยวพรุ่งนี้ตื่นสาย”

•••••••••••••••••••


[เช้าวันถัดมา….]

วันนี้ฉันตื่นเช้าเป็นพิเศษ เริ่มจากดีเจที่ตัวเองได้กลับบ้านสักทีหลังจากที่ได้อยู่ห้องสี่เหลี่ยมสีขาว นี่มาเกือบเป็นเวลา 2 เดือนวันนี้แหละจะได้เป็นอิสระสักที กับการที่ตัวเองต้องออกจากห้องสี่เหลี่ยมนี้ แล้วนานๆไปก็จะเริ่ม ลังเลแล้วนะว่าที่ตื่นเช้า ถ้าฉันมีอาการตื่นเต้น ตัวการนอนไม่หลับกันแน่! ทำไมถึงพูดแบบนี้น่ะหรอ ก็เพราะว่าตั้งแต่มาอยู่ที่โรงพยาบาลนี้ ฉันมีอาการกึ่งหลับกึ่งตื่นนานอยู่พอสมควร ที่พูดแบบนี้ก็เพราะว่าทุกวันในเวลานอนของคนไข้ เราพนักงานพยาบาลตอนกลางคืนก็จะมาตรวจเวรดูความเป็นไปเป็นนะคนไข้อยู่แทบจะ 24 ชั่วโมง เพราะฉะนั้นก็เป็นอีกเหตุผลนึงที่ทำให้ฉันมีอาการกึ่งหลับกึ่งตื่นแบบนี้ แต่ฉันก็ไม่คิดที่จะพึ่งยานอนหลับอะไรหรอกนะ เพราะรู้ว่ายานอนหลับมันต่อร่างกาย

“เสร็จหรือยังคุณ เข้าห้องน้ำนานไปแล้วนะ”

“ อีกแป๊บนึงจะเสร็จแล้ว”

ผ่านไปอีก 5 นาที ฟ้าใสก็เดินออกจากห้องน้ำในห้องพัก ที่วันนี้เธอจะนอนเป็นวันสุดท้ายก่อนที่จะเดินทางออก ในไม่กี่นาทีที่จะมาถึง

“ รอนิดรอหน่อยไม่ได้ “ เสร็จแล้ว…..

“ถ้าคุณเสร็จแล้วแล้วก็ลงไปกันเลย เพราะว่าผมเสียค่าใช้จ่ายทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว”

โอ้โห! บางทีการที่มีเขาคอยจัดการทุกอย่าง มันจะสะดวกขนาดนี้เลยหรอ โง่เหมือนกันนะเนี่ย! เอาล่ะในเมื่อเขาบอกว่า จัดการทุกอย่างด้วยตัวเองเรียบร้อยแล้วเราก็เดินหน้าออกจากห้องพักนี้กันเถอะ….บ๊ายบายนะห้องพักที่ฉันอยู่มาเกือบ 2 เดือน ที่สุดฉันก็ได้ออกจากห้องแบบถาวรสักที ตอนนี้ฉันคิดอยู่ในใจ ว่าถ้าเป็นไปได้ ถ้าฉันป่วยยังไงถ้าไม่สาหัสจริงๆฉันจะขอไม่มาอยู่ห้องสี่เหลี่ยมอีกเลย ถึงแม้ว่าภายในห้องนี้ จะมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันเหมือนอยู่บ้านก็เถอะ แต่ความรู้สึกมันต่างกันอย่างไรโรงพยาบาลมันก็คือที่รักษาคนป่วย ส่วนที่บ้านก็คือที่พักที่แท้จริงของคำว่ามนุษย์

ทันทีที่ออกจากห้องพัก ฉันก็ต้องมาอยู่กับคนไข้นอกที่กำลังทยอยกันตรวจตามห้องตรวจต่างๆตามแผนกอายุรกรรม และเดินไปที่ทางออกของตึกโรงพยาบาลเพื่อจะนั่งรถไปข้างนอก และยิ่งกว่านั้นคือคนขับรถในวันนี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน นกกระจาบคุณหมอหนึ่ง ที่ดูแลฉันมาตลอดนั่นแหละ! เขาบอกกับฉันว่าให้นั่งรออยู่ที่หน้าประตูของตึกห้องพักคนไข้ส่วนเขาเอง จะเดินไปเอารถส่วนตัวมารับตรงที่หน้าตึกให้รอตรงนี้สักครู่นึง เดี๋ยวเขากลับมาโดมิแนนท์รถที่เขาขับเป็นประจำก็มาจอดรถที่หน้าตึกแล้วเขาก็บอกกับฉันว่าให้ขึ้นรถไปพร้อมกับเขา

“พร้อมกลับบ้านหรือยังคะ“

“พร้อมมากเลยค่ะ พี่หนึ่งพาหนูไปจากที่นี่ทีค่ะ

“ได้เลยค่ะ….หน้าตอนนี้หิวหรือยังคะ?”

“ หิวมากเลย….”

เมื่อเขาได้ยินแบบนั้นจากปากของฉันเสร็จ เขาก็ขับรถพาฉันไปที่ร้านอาหาร เขาบอกว่าเป็นร้านประจำของเขา เลือกกินอาหารกลางวันกันก่อนเพื่อเพิ่มกำลัง  ก่อนที่จะไปลุยทำงานที่ร้านกาแฟประจำของฉัน หวังว่านะ ไม่ได้ไปที่ร้านนา มันคงจะไม่มีอะไรเปลี่ยนไปมากกว่ากันตกแต่งร้านแบบใหม่นะ เพราะได้ยินจากปากของพี่หนึ่ง ว่าระหว่างที่ฉันรักษาตัวอยู่มีการปรับปรุงงานแบบใหม่ คราวนี้แหละขอไปดูหน่อยซิ ว่าระหว่างที่ฉันไม่อยู่ มันจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง

[บันทึก พิเศษของทักษกร]

เวลา 05:45น. [ โรงพยาบาล]

วันนี้ผมตื่นแต่เช้า และดูเหมือนว่าผมจะตื่นขึ้นมาก่อน คนตัวเล็กที่กำลังนอนอยู่บนเตียงอย่างหลับสนิท  สัตว์ที่เมื่อวานผมเข้าประชุมและลงความเห็นว่าคนตัวเล็กที่ผมกำลังดูแลอยู่เบอร์นี้ทุกๆวัน เธอสามารถช่วยตัวเองได้อยู่ในระดับหนึ่ง และก็เธอคงมีอาการเบื่อโรงพยาบาลอยู่สักพัก ผมก็เลยลงมติว่า  วันนี้มันก็คือเช้าวันนี้แหละนะ ผมจะส่งเธอกลับบ้าน นั่นแหละคือกิจกรรมที่ผมจะทำในวันนี้ให้เธอ

(จะนอนขี้เซาไปถึงตอนไหนเนี่ย เด็กคนนี้ขี้เซาทั้งตอนที่ได้สติและไม่ได้สติเลยนะเราอ่ะ)

ความจริงผมก็บ่นเธอไปอย่างนั้น ตามปกติเธอก็มีบุคลิกที่น่ารักพออยู่แล้ว เป็นประจำตัวของเธอแต่เวลาที่เธอนิ่ง หรือเวลาที่เธอนอนหลับก็ดูน่ารักดี ระหว่างนั้นผมก็ก้มดูนาฬิกาที่ข้อมือของตัวเอง ก็พบว่าเกือบได้เวลาที่เธอจะต้องตื่นขึ้นมาทำธุระส่วนตัวของเธอ  ตอนนี้แหละเป็นเวลาที่เหมาะที่สุด ที่ผมจะไปเตรียมของอะไรบางอย่างให้เธอก่อนที่เธอจะออกจากโรงพยาบาล

“สายแล้วๆ ถ้าผมไปสายกว่านี้รับรอง ว่าคนตัวเล็กเอากันไม่มีชุดใส่กลับบ้านแน่เลย ต้องรีบเรา!

คิดได้แบบนั้นผมก็ต่อสาย แผนที่ร้านซักรีดที่ผมฝากชุดของคนตัวเล็กทิ้งไว้แต่เมื่อคืน ถ้าจะให้เธอใส่ในวันนี้ เพื่อไปดูที่ร้านและกลับบ้าน โชคดีหน่อยที่ร้านที่ผมเอาเสื้อของเธอไปทำความสะอาด มันก็คือร้านตัดสูทประจำของแข็งและดี ถ้าเป็นร้านอื่นผมคงโดนด่าหูชา ก่อนที่จะได้เสื้อกลับคืนมา ในฐานะที่พวกเธอต้องเปิดร้านเช้าเกินไป

“ฮัลโหลค่ะคุณหนึ่ง…..”

“ชุดที่ผมฝากไว้เรียบร้อยหรือยังครับ”

“ เรียบร้อยแล้วล่ะค่ะ คุณหนึ่งจะรับเลยไหมคะ”

“โอเคเลยเวลาตรงเป๊ะ! ผมจะใกล้ถึงนะของพรุ่งนี้นะ อีก 10 นาทีจะถึงนะ ช่วยเตรียมทุกอย่างให้ผมหน่อยครับ พี่แป้ง”

“รับทราบค่ะเออ”

ผมใช้เวลา 10 นาทีอย่างที่กล่าว  เดินทางมาถึงร้านซักรีดชุดทิ้งไว้วันนี้มารับชุดที่ผมฝากไว้ และเตรียมตัวที่จะเดินทางต่อไปที่ โรงพยาบาลก่อนที่คนตัวเล็กจะตื่นมาก่อนที่เธอจะเห็นความลับที่ผมพยายามปิดไว้ทั้งหมด กว่าจะมาถึงที่นี ขามาผมใช้เวลาไม่นานแล้วก็เดินทางมาถึงร้านซักรีดจุดหมายปลายทางที่ผมแจ้งไว้ตั้งแต่แรก แต่ขากลับไม่สิมันน่าจะมีปัญหา เรากว่าจะคุยธุระกับพี่แป้งคนที่ช่วยทำชุดที่ผม ก็ปาไปเกือบชั่วโมงแล้ว ออกมาอีกทีก็ต้องเผชิญกับรถติดของชีวิตคนเมืองอีกประมาณ 30 นาทีแล้วก็เดินทางมาถึงโรงพยาบาลจุดมุ่งหมายต่อไป เพื่อทำเซอร์ไพรส์คนตัวเล็ก

ทันทีที่ผมเดินไปถึงห้องพัก ผมพยายามมองซ้ายมองขวามองหาคนตัวเล็กก็ตอนนี้เธอกำลังทำอะไรอยู่ ก็พบว่าเธอกำลังอยู่กับเหล่าพยาบาลที่วันนี้มาทำหน้าที่เป็นวันสุดท้าย ก่อนที่เธอจะออกจากโรงพยาบาลวิจัยผมเลยตั้งใจว่า ชุดที่ได้มาเอาไปให้เธอโดยตรงราชาเป็นคำถามแล้วผมค่อยตอบว่าชุดนี้มันมาจากไหน

“ตื่นแล้วหรอคุณ…..

“แค่แล้ว ถ้ายังไม่หิวฉันจะมานั่งอยู่ตรงนี้หรอ

(ฮั่นแน่มีก่อกวนด้วย ) แสดงว่าหายดีแล้วถึงได้มาพูดเล่นอะไรแบบนี้ ดีล่ะถ้าพูดได้ดีขนาดนี้แล้วก็ถือโอกาสเอาชุดที่ผมซื้อมาไว้ตั้งแต่แรกเอาให้เธอตอนนี้เลยดีกว่า นอกจากชื่อฉันให้ความสนใจกับคนตรงหน้าเรียบร้อยแล้วสาวน้อยในอุดมคติของผม เขาก็กลับมาให้ความสนใจกับชุดที่ ถือมาอยู่ในมือแทน “แล้วนั่นชุดอะไรอ่ะเป็นชุดของฉันหรอ

“อืม….ใช่แล้วแ คือวันนี้เป็นวันกลับบ้านของคุณผมก็เลย ออกไปหาชุดใหม่ให้คุณเปลี่ยน แฮนด์ชุดของโรงพยาบาล

“อย่างนั้นหรอ…..ฉันมีความสำคัญกับคุณขนาดนั้นเลยหรอ”

“ก็ประมาณนั้น แต่ผมรู้สึกว่าผมอยากจะดูแลคุณให้ดีเป็นพิเศษ”

(.......)

“อ้าว ไม่ต้องถามอะไรแล้วหนูรีบไปเปลี่ยนชุดเถอะ ที่พี่จะเปลี่ยนใจไม่พาไปเที่ยวก่อนที่เราจะไปร้านกัน

ใช่ฟังไม่ผิดหรอกผมกะว่าทันทีที่เธอออกจากโรงพยาบาล ผมกะว่าจะพาเธอไปหาอาหารเช้ากินสักหน่อย ถือว่าเป็นอาหารเช้ามื้อแสนอร่อย ที่เธอรอคอยมานานก็ว่าได้ แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันนะสิ่งที่จะพาเธอไปในวันนี้ มันจะถูกปากเขาหรือเปล่า เพราะว่าทุกครั้งที่ผมเป็นไข้หรือมีอาการป่วยหนักๆ คุณแม่ก็ชอบให้ผมมาทานสิ่งนี้เป็นประจำ แม่เคยบอกกับผมว่าสิ่งนี้คือเป็นอาหารบำรุงร่างกายที่ดีที่สุด นั่นก็คือหัวปลาตุ๋นยาจีนนั่นเองแหละ… ตอนเด็กๆผมชอบมากแม่บอกว่ามันเป็นอาหารของคนจีน แต่ไม่เห็นว่ามันมีประโยชน์ก็เลยเวลาที่ผมแม่ชอบต้มหรือจะมาซื้อที่ร้านหมีเป็นประจำ แต่ผมก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่าเธอจะชอบคันที่ผมชอบหรือเปล่า อันนี้มันต้องมาลุ้นกันแล้วล่ะครับ! งานนี้เราต้องให้คุกกี้ทํานายกันแล้วล่ะครับ ว่าเธอจะมีทีท่ายังไงกับสิ่งที่ผมจะพาเธอไปกิน เป็นมื้อเช้าของวันแรกที่เธอออกจากโรงพยาบาล

“เสร็จหรือยังคุณ….นานไปแล้วนะ”

“บ่นอยู่ได้ เป็นผู้หญิงนะกูต้องขอตัวนะนิดนึงสิ”

“ นี่….คุณผมจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วนะ ตอนนี้เหลือแต่คุณนี่แหละ”

“รู้แล้ว….เสร็จแล้วๆ หุ่นอยู่ได้เป็นคนแก่หรือไง!

ทันทีที่เธอเดินออกมาจากห้องน้ำในห้องที่พัก โรงพยาบาลผมกลับถึงต้องตาโตกับชุดที่เธอใส่ ไม่ใช่เพราะว่าเซ็กซี่หรอกนะ เพราะเธอแต่งตัวได้สูงวัยรักซะมากกว่า ผมถึงต้องยืนอยู่แบบนี้

“เป็นอะไร….”

“เปล่า …… ผมแค่นิดหน่อย เอาล่ะพร้อมหรือยังเดี๋ยวเราจะออกจากโรงพยาบาลนี้แล้วนะ แล้วเดี๋ยวนะคุณรอผมอยู่ที่หน้าตึกนะเดี๋ยวผมเอารถมารับ

“อืม”

เราสองคนเดินลงจากห้องพร้อมกัน เมื่อพวกเราลงมาถึงชั้น 1 ของตัวตึก ผลก็เลยขอตัวแย่กมาจากเธออีกทางหนึ่งถ้าจะไปเอารถมารับเธอที่รออยู่ที่หน้า แล้วไปทานอาหารเช้าพร้อมกันกับเธอสองคน เพื่อห้องอาหารรสจัดมาก หลังจากที่ไม่ได้กินมาตั้งนาน เพราะว่าอาหารภายใต้โรงพยาบาลส่วนใหญ่มีรสชาติจืดปานกลาง เพื่อทำให้คนไข้ทุกโรคภายในโรงพยาบาลสามารถทานร่วมกันได้ (แต่ข้อยกเว้นตรง Food Court ของโรงพยาบาลแหล่งที่มีรถจัดขึ้นมาหน่อย เพื่อให้บุคคลทั่วไปเราก็บรรดาหมอพยาบาลมาทำการแทนที่จะออกไปทานข้างนอก)

ผมไปรับเธอขึ้นมาบนรถเรียบร้อยแล้วเราก็มุ่งหน้าสถานีต่อไปที่เราจะไปถึง นั่นก็คือภัตตาคารอาหารจีน (ใช่หรอ) ไม่ใช่มันก็แค่ร้านอาหารเล็กๆที่เป็นอาหารจีนที่เป็นเซต เพื่อความสะดวกในการบริการลูกค้านั่นเอง เรียกได้ว่าร้านนี้ที่ผมจะพาเธอไปนั้น Exclusive ที่สุด ทำไมน่ะหรอ ก็เพราะว่าร้านนี้เนี่ยถ้าเราไม่โทรสั่งดูจองโต๊ะไว้ก่อน รับรองหมดสิทธิ์แน่นอน เพราะมันเป็นร้านเล็กๆที่มีขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่พอสมควร  พอที่จะบริการลูกค้าอย่างทั่วถึง เดี๋ยว!เรามาดูปฏิกิริยาของน้องสาวตัวเล็ก หนีก่อนดีกว่าว่าเธอจะแสดงท่าทางยังไงไม่เห็นดาวที่ผมพาที่นี่

[จบการบันทึกของทักษกร]


เขาถามฉัน ว่าฉันหิวหรือเปล่า พอได้คำตอบที่ตัวเองต้องการ ก็พาฉันมาที่ร้านอาหารการตกแต่งสไตล์จีน แต่ก็ไม่ได้หวือหวาอะไรมาก แต่ดูลักษณะภายนอกแล้วกูจะพายเวทสุดๆไปเลย ฤดูจะอินดี้อยู่ไม่น้อยดูจากจำนวนโต๊ะและการสำรองที่นั่ง ของร้านน้อยกว่าภัตตาคารตั้งเยอะ หอพักเชียงรายที่มีร้านเสร็จแล้วก็พาฉันมานั่งตรงที่ โต๊ะกลมสไตล์จีนและเขาก็นั่งอยู่ที่ข้างฉันแบบไม่หายอยาก

“ นั่งตรงนี้นะคะ…”

. “ ขอบคุณค่ะ….แล้วคุณพาฉันมาที่นี่ทำไมคะ”

“ ก็หนูบอกว่าหิวข้าวไม่ใช่หรอคะ

“ก็ใช่ แต่ฉันไม่ได้คิดนี่ว่านายจะพาฉันมาที่ร้านอาหารจีนแบบนี้”

“นิดหน่อยเอง  คุณเพิ่งหายป่วยหนักผมก็เลยอยากจะพาคุณมาทานอะไรดีๆบ้าง เพราะว่าเวลาผมหายป่วยคุณแม่ ชอบต้มหัวปลาให้ผมทานประจำเลย คุณทานแบบที่ผมทานบ้าง”

“นายนะ….”(หินอ่อน!!)

ก็แปลกใจอยู่เหมือนกันนะ ที่เขาพาฉันมาที่ร้านอาหารแบบนี้ในเวลาที่ฉันหายป่วย คืออยากกลับบ้านทีเดียวเลย แต่ไหนๆก็มาแล้ว อะ แทนมื้อนี้ยังมีคนเลี้ยงโดยที่ไม่ต้องขออีกรับรองเลยว่างานนี้เนี่ยฉันจะกินให้พุงกางไปเลย “ฮาๆ”

“หัวเราะอะไรอยู่คนเดียว…”

“ เออ เปล่าค่ะ (ถ้าเราบอกไป เขาก็จะรู้หมดสิว่าเราหัวเราะเรื่องของเขาอยู่ ถ้าเป็นไปได้ไม่บอกดีกว่า จริงไหม )

“ตกลง...คุณจะทานอะไร แต่ที่แน่ๆผมขอสั่งหัวปลาต้มยาจีนที่ 1ครับ อยากจะทานอะไรเพิ่มสั่งได้เลยนะ

“รับทราบค่ะ…

โอ้โห! ดูแล้วสงสัยร้านนี้จะเป็นร้านประจำของเราจริงๆแหละ ดูจากการสั่งอาหารให้กับเด็กเสิร์ฟดูคล่องมากเลย แถมดูเหมือนว่าจะสนิทกันเป็นพิเศษด้วยนะแต่ถ้านาบ่อยอีกหน่อยก็คงไปทำครัวเองละมั้งจริงผู้ชายคนนี้ถ้าดู แล้วจะเพอร์เฟคไปไหนทำเป็นแทบจะทุกอย่างแบ่งคนอื่นทำบ้างก็ได้นะพ่อคุณ นอกจากจะเป็นหมอแล้ว เป็นอย่างอื่นได้อีกไหมเนี่ย ดูจากท่าทางแล้วทำเป็นซะทุกอย่างขนาดนี้

ไม่เอา….ตอนนี้เลิกสนใจคนที่คอยตักอาหารให้ฉันก่อนดีกว่า แต่กลับมาสนใจอาหารที่กำลังจะมาเสิร์ฟที่โต๊ะดีกว่า ดูซิว่าของที่เราสั่งไปแล้วมันจะมีอะไรบ้าง แล้วก็มาถาม ว่าจะกินอะไรเพิ่มไหมแต่รู้สึกว่าสิ่งที่สั่งมาเนี่ย จะเป็นฝีมือเขาทั้งนั้นเลยนะในการสั่งน่ะ ทันทีที่อาหารมาถึงโต๊ะ กลิ่นหอมยั่วยวนพม่า มันเลยทำให้น้องของฉันที่ทำงานมาตั้งนาน เริ่มทำงานหนักเป็นคุณ 2 ไปเลยทีเดียว ของที่สั่งมาแต่ละอย่างน่ากินทั้งนั้นเลย  (ดูว่าฉันหิววะ!)

“อาหารมาแล้วค่ะคุณหนู…. น่าทานไหมครับ “

“น่าทานมากเลย อาหารพวกนี้มันทำให้หนูท้องหนูร้องเต็มไปหมดแล้วเนี่ย!

“อย่างนั้นหรอ เราถ้าลงมือทำกันเลย”

อาหารที่เขาสั่งมาแต่ละอย่าง มีการพูดด้วยนะ ว่าการที่เขาสั่งมาแต่ละอย่างอร่อยในรูปแบบไหนถ้าแบบนี้ มันจะทำให้ฉันน้ำลายสอเป็น 10 เท่าเลยทีเดียว ถ้าเป็นแบบนี้จะไม่ให้ฉันหิวได้ยังไงล่ะ เขาเปิดมาซะขนาดนี้

“อันนี้ก็อร่อยนะ...เอาไหม!

“ขอบคุณค่ะ….”

“แต่อันนี้คือต้องกินเลย ต้มหัวปลาพี่จะบอกว่าของโปรดพี่เลยนะ”

“นี่….ถ้าอร่อยมากก็ทานไปเองสิคะ”

“ทานด้วยกันสิ ใจร้อนนะเรา เอาเถอะรีบทาเดี๋ยวเราจะได้ไปที่ร้านกาแฟของหนูต่อ”

เราสองคนใช้เวลากินข้าวเกือบจะชั่วโมงแต่ก็ยังไม่ถึงครึ่งชั่วโมง  Perfect! ทำเวลาได้ดีมากกับการทานข้าว แต่เขาก็มีแอบถามนะว่าจะทานของหวานต่อเพิ่มหรือเปล่า แต่ตอนแรกฉันคิดว่าสำรับอาหารคาวกินข้างนอกละบ้างก็น่าจะดี แต่สำหรับของหวาน โหลดมาไว้ใจรักของฉันเถอะค่ะ  เพราะฉะนั้นฉันเลยตอบเขาไปว่า ฉันขอไปทานเค้กที่รักแต่พี่ไม่ได้ทำผิดที่รักนะพรุ่งนี้ คิดถึงรสชาติเค้กช็อกโกแลตร้านประจำ

เอาล่ะ! จุดมุ่งหมายต่อไปคือ ร้านของฉันเองขอไปดูหน่อยสิ ว่าตอนนี้ร้านเป็นยังไงบ้าง ไม่ได้มานานแล้วเหมือนกันนะเนี่ย ฝันว่าเพื่อนสนิทของฉันจะต้องอยู่ที่ร้านเหมือนกันนะไม่ใช่คาดกัน ถ้าเป็นแบบหลัง ก็คงเสียเวลาแน่นอน

“ถึงแล้ว….



เขาใช้เวลาในการขับรถทั้งหมดอบ เท่าที่ฉันรู้สึกได้ก็ประมาณ 15 นาทีไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เขาก็ขับรถมาจนถึงร้านพอดีเป๊ะ โชคดีนะที่ฉันติดอาการกึ่งหลับกึ่งตื่นมาจากที่โรงพยาบาล เพราะฉะนั้นฉันก็พอที่จะสัมผัสได้เพราะตอนนี้กำลัง ขับรถไปอยู่ตรงไหนของถนนติดต่อไม่ได้รู้แน่ชัดอะไรขนาดนั้นหรอกแล้วด้วยความที่ร้านอยู่ ใกล้กับโรงพยาบาลมากๆตอนนี้จากที่พวกเรารับประทานอาหารกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาจึงทำการปรับรถมาเส้นทางเดิม ตามเส้นทางไปและกลับตามโรงพยาบาล  ตอนแรกที่มาถึงฉันก็แปลกใจอยู่ไม่น้อยนะที่ร้านดูกริ่งไป ไม่อยู่มันเปลี่ยนไปซะขนาดนี้เลยหรอ

“โอ้โห! เปลี่ยนไปมากเหมือนกันร้านน่ะ

“ถูกใจล่ะสิ….”

“ก็นิดหน่อย ความจริงฉันอยากได้ร้านแบบนี้มาตั้งนาน แต่ฉันก็คิดไม่ออกแล้วว่าจะทำยังไงกับร้านเดิม ว่าจะไปหา ของตกแต่งเพิ่มเติมแต่ก็ไม่มีเวลาสักที

“ฮาๆ มันก็จริงนะ ถ้าพี่มาหาหนูแต่ละรอกบ ก็เห็นงานยุ่งตลอดเลยไม่รู้ว่าหนูงานยุ่งจริงๆอ้ายหรือว่าตั้งใจที่จะหลบหน้าที่กันแน่

โอ๊ย! เห็นแบบนี้แล้ว ฉันอยากมองบนไปซัก 10 รอบตะกี้เขาพูดถึงอ้ายเลยคิดมาได้ยังไงเนี่ยว่าฉันหลบหน้าเขา แต่มันก็แค่จาก 100% ที่ฉันหลบหน้าเขามันก็เป็นแค่ 20% เท่านั้นแหละที่ฉันตั้งใจที่จะหลบหน้าเขาส่วนใหญ่ ฉันจะเป็นประเภทแบบงานยุ่งซะมากกว่าคิดมาได้ไง  มาถึงนี่แล้วไม่เหนื่อยทุกคนก็ไม่รู้แล้วว่าฉันมา เข้าไปเซอร์ไพรส์พวกเขาหน่อยดีกว่า ก็หวังว่าจะตกใจแต่นะ หลังจากที่หายไปนานเลย

“ว่าไงทุกคน…. ( โชคดีที่ว่าเรามาก่อนร้านเปิด ถ้าไม่อย่างนั้นคงอายคนอื่นตายแน่)

“พี่ฟ้า….

ทุกคนที่อยู่ภายในร้านเรียกชื่อฉันอย่างพร้อมเพียงกัน โดยที่ไม่ได้นัดหมายกันมาก่อนจะว่าไปมันก็รู้สึกดีเหมือนกัน คิดถึงบรรยากาศแบบนี้มานานแล้ว ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงไม่น่าเชื่อว่าทุกคนจะเป็นห่วงฉันถึงขนาดนี้ ตกใจดีเหมือนกันนะที่พวกเขาเอ่ยชื่อฉันแบบพร้อมเพียงแบบนี้ ทั้งที่ปกติถ้าพวกมันไม่ได้ทำงาน ก็จะตีกันแทบตาย แต่เป็นแบบนี้มันก็ดีแล้วล่ะนะดีกว่าที่จะมาเถียงกันก่อนเปิดบาส แต่ณเวลานี้ฉันรู้สึกว่าคนที่จะดีใจที่สุด สำหรับเรื่องที่ฉันมาที่ร้านเลยตอนนี้ ก็คงหนีไม่พ้นเพื่อนสาวที่น่ารักของฉัน ที่คอยดูแล ร้านตลอดเวลาที่ฉันไม่อยู่ที่นี่ เธอคงเหนื่อยมากสินะ ตอนนี้ไม่ได้พูดอะไรเลยแต่ฉันพยายามสื่อสารทุกอย่างที่ไม่สามารถสื่อสารด้วยคำพูดออกมาผ่านทางดวงตา ฉันก็ได้แต่หวังว่าสิ่งที่ฉันกำลังสื่อสารคนที่ได้รับสาร เขาจะเข้าใจในสิ่งที่ฉันกำลังจะบอกทุกคนต่างเล่นกันพูดเรื่องราวของตัวเองที่ได้เจอมาในแต่ละวันระหว่างที่ฉันไม่อยู่ จนฉันแทบจะฟังไม่ออกว่าใครกำลังพูดอะไร นี่แหละบรรยากาศที่คุ้นเคย!

“ทุกคนยังมีเสียงเจื้อยแจ้วไม่หยุดเลยนะ”

“ ขอโทษค่ะ….พอดีพวกเราดีใจที่พี่ฟ้ากลับมานะคะ”

“อืม”

“พวกเราเป็นห่วงพี่ฟ้านะคะ”

“จ๋า…. ยังไงก็ต้องขอบคุณทุกคนนะที่เป็นห่วงพี่

“ครับ/ ค่ะ”

“เอาล่ะ….เอาแบบนี้นะเดี๋ยววันนี้ เพื่อเป็นการชดเชยพี่คิดว่าพี่จะอยู่กับพวกเราจนถึงร้านปิด เลยดีไหม

(ฉันให้สัญญากับน้องๆทั้งหลายพร้อมกับหันหน้าไปทาง ผู้ปกครองจำเป็นของฉันในตอนนี้ เมื่อส่งสัญญาณว่า ขออนุญาตอยู่ที่ร้านหรือเปล่า จนกว่าจะถึงเวลาที่จะปิดร้าน เพื่อทำให้ทุกคนสบายใจ และสิ่งที่ฉันได้กลับมานั้นก็คือคำตอบที่น่าพอใจคือการพยักหน้าและยิ้มอ่อน  เพื่อเป็นการบ่งบอกว่าเขาอนุญาตให้ฉันอยู่ที่นี่ต่อจนกว่าฉันจะพอใจ)

และฉันก็ได้แต่ขอบคุณเขาในใจ กับทุกๆเรื่องที่ผ่านและทุกๆเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้น

“เอาล่ะ ทุกคนนี่ก็ได้เวลาใกล้ที่จะเปิดร้านแล้วนะ พี่ว่าทุกคนเตรียมตัวก่อนดิ รับรองพี่ไม่ได้หายไปไหนแน่นอน”

“ค่ะ /ครับ

เมื่อทุกคนได้ยินสัญญาณแบบนั้น ก็จะพากันไปทำหน้าที่ของตัวเองที่ได้รับมอบหมายเอาไว้ตั้งแต่ต้น คนหนึ่งก็อยู่หน้าเคาน์เตอร์คอยรับแขก ส่วนอีกคนนึงก็มาทำหน้าที่อื่นๆๆภายในร้านที่ตัวเองสามารถทำได้ ฉันปลูกฝังคนไว้ตั้งแต่แรก ทุกคนอยากกินหน้าที่ของตนเองและผู้อื่น ใครทำได้อะไรก็ทำ อย่าเกี่ยงกันก็ตรงนี้เขาไม่ได้อยู่ตรงไหนทำไม่ได้ จงทำสิ่งที่ที่ตัวเองทำได้ไม่ดีที่สุดก็พอ ส่วนอะไรที่ทำไม่ได้ มันก็คือการใช้เวลาในการฝึกฝน ไม่นานจนมากกว่าที่ตัวเองจะทำได้ ระหว่างนี้ก็อยู่ในก็มาที่นี่แล้วก็ถือโอกาสเดินรอบๆร้านกันหน่อยดีกว่า ดูซิว่าจะมีความเปลี่ยนแปลงอะไรมากขนาดไหน

“ แก...ขอคุยอะไรด้วยหน่อยสิ!”

“ได้สิ…”

ลูกเราทั้งสองคนก็พากัน ตรงที่มุมหนึ่งของร้านที่มีความเงียบสงบเป็นส่วนตัวนิดนึง เพื่อจะคุยอะไรบางอย่าง แต่ก็ไม่รู้ว่ามันมีความสำคัญหรือเปล่านะ! พอมาถึงโต๊ะคนที่เปิดฉากพูดคุยก็ไม่ใช่ใครที่ไหนมันก็คือเพื่อนสาวของฉันเองนี่แหละ ที่เธอจะเปิดฉากคุยกับฉันก่อน ถ้าจะให้เดานะคงหนีไม่พ้นเรื่องของพี่หนึ่งอีกตามเคย

“อะไร ยังไง แกกับ พี่หนึ่ง

“ก็ไม่ยังไง ก็ตามปกตินี่นา แล้วมีอะไรแปลกหรอ”

“จริง! ฉันว่าไม่น่าใช่นะเพราะว่าเมื่อกี้ฉันเห็นนะ ว่าเธอสองคนทำอะไรกัน”

“ ทำอะไรอ่ะ….”

“เพื่อที่พวกแกส่งสายตาหากันตอนที่แกคุยกับพนักงานอยู่แล้ว ฉันเห็นนะว่าพวกแกทำอะไรกันอยู่

ขนาดนั้นเลยหรอ….ทีเรื่องแบบนี้แล้วก็ตาไวเกิน บางทีก็ตาไวเกินไปก่อนที่คนทำจะรู้ตัวซะอีก ถามหน่อยเถอะทีกับเรื่องเรียน เธอมีความตั้งใจอะไรแบบนี้ไหมสุดยอดไปเลยความเป็นนักสืบโคนันของนายเนี่ยไม่มีใครเกินจริงๆ แต่ใช่ว่านางจะเห็นแค่การกระทำของฉันเพียงคนเดียวหรอก มันก็หน้าเหมือนกัน ที่พวกเธอสองคนก็อยากสนิทกัน ลองไปคิดดูแล้วสิ่งที่พี่หนึ่งเคยบอกว่าท่าทีของพวกเขาจะไป แล้วอยู่ดีๆเรามาสัมผัส เราก็รู้สึกว่ามันคงแปลกดีนั่นแหละ นั่นจะมีอาการหน้าแดงทุกครั้งชื่อเพื่อนชายของพี่หมื่นไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม เเฮ่ๆ ไหนๆก็อยู่กันสองคนไม่มีใครเห็นไม่มีใครรู้ ถือโอกาส  แกล้งนางหรือว่ากัน เพื่อให้เป็นการไม่เสียเวลา

“แหม….แหมเเซวเก่ง พูดแต่เรื่องของฉันนะทีเรื่องของเธอ อะไรยังไง

เพราะฉันยิงคำถามเมื่อไปถึงกับนิ่ง อาการแบบนิ่งๆแบบนี้แสดงว่าเรื่องที่ฉันพูดเป็นความจริงสึนะ เพื่อนของฉันจะมีความรัก โชคดีนะเพื่อน แต่ก็ขอให้อยู่ในขอบเขตของความเป็นผู้หญิงอย่าว่ากันนะ

[บันทึกพิเศษของ ทักษกร]

พอทานข้าวเสร็จแล้วผมก็พากัน ขึ้นรถเพื่อเดินทางไปที่ร้านกาแฟตัวของเธอเองและหวังว่าคุณจะมาฝากท้องเรื่องของหวาน ที่ร้านกาแฟของเธอนี่แหละระหว่างที่เธอทำงานและตรวจการให้เรียบร้อย ระหว่างที่รอผมก็จะมาสั่งเค้กที่ร้านมีกินเผมไม่อยากจะทิ้งเธอคนเดียว ช่วงนี้ระวังที่เธอออกจากโรงพยาบาล ฝันว่าจะมีคนมาทำร้ายเธอได้ตลอดเวลาถ้าเป็นไปได้ผมก็อยากอยู่กับเธอแทบจะ 24 ชั่วโมงด้วยซ้ำถ้าไม่ติดว่า เธอจะมีความรำคาญก่อนซะอีกระหว่างรอก็มีสายเข้า มองตรงที่หน้าจอก็จะเป็นเพื่อนชื่อมาว่า มาม๊า

สำหรับผู้หญิงคนนี้ผมจะตัดสายไปโดยไร้เหตุผล คนแก่ต้องทั้งสิ้นใจรักและพูดจาเพราะเหมาะกับเธอ ถ้าไม่ทำละนะรับรอง บ้านตัวเองก็ยังไม่ได้เข้า แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่าเธอจะโทรมาทำไมทั้งๆที่ อีกประเดี๋ยวไม่กี่ชั่วโมงผมก็จะกลับไปถึงบ้าน พร้อมกับบุคคลที่เขานัดหมายตั้งแต่เด็กแล้วเนี่ย!

“ฮัลโหล….ว่าไงคะคนสวย โทรมาหาหนูมีอะไรค่ะ (เดี๋ยว…..ผมผู้ชายแท้นะ!)

“ ปากดีนะเรา หนูพาน้องฟ้าไปไหนคะ”

(นั่นไง...งานผมงอกแล้ว เมื่อเช้าผมลืมบอกกับครอบครัวไปว่าวันนี้ผมพาน้องฟ้า ออกมาด้านนอกแล้วอ่ะ บอกว่าวันนี้เธอต้องออกจากโรงพยาบาล แล้วที่สำคัญอีกไม่กี่ชั่วโมงผมก็จะพาเธอไปที่บ้านของเธอ แต่ตอนนี้รู้สึกว่าเขาที่ทำให้เธอรู้ไว้เป็นพิเศษนะ จะตอบยังไง! ที่พวกเราไม่เจ็บกันทั้งสองคน)

“เออ...คือว่า….

“ตอบมาดีๆนะเรา ถ้าตอบไม่ดีเราโดนแน่!”

“วันนี้เป็นวัน….ที่ลบออกจากโรงพยาบาล คุณก็เลยพาน้องมาที่ร้านกาแฟของน้องนิดหน่อยครับ”

“เฮ้อ….ค่อยยังชั่วก็นึกว่าน้องจะมีอันตรายอะไร เราก็ดูแลน้องดีๆแล้วกันนะ”

“ครับ…. ไม่มีอะไรเพิ่มอีกไหมคะ

“ก็แม่จะบอกว่า...ดูแลน้องดีๆแล้วก็พาน้องกลับบ้านอย่างปลอดภัยด้วย”

ผมก็วางสายไป ไม่ยอมฟังคำสั่งจากแม่ผู้เกิดเเกล้าอย่างดี ไปดูคนตัวเล็กหน่อยดีกว่าว่าตอนนี้เธอกำลังทำอะไรอยู่ ไหนๆก็ทิ้งเธอไว้นานละ เข้าไปหาเธอหน่อยบางทีเธออาจยังจะได้ อะไรผมจะได้เธอได้ทัน ผมเดินเข้าไปในร้านและตอนนี้ก็ไม่เห็นใครนอกจากน้องๆพนักงาน ที่อยู่ภายใต้การดูแลของเธอ แต่ยังไงก็ไม่ได้เห็นตัวเธออยู่ดีเธออยู่ไหนนะ ค่าสายตานิดเดียวก็ไม่ได้  มองหานอกร้าน ในร้านก็ไม่เจอ ตอนนี้เหลืออยู่ที่เดียวแล้วแหละ ก็คือภายในสวนบริเวณร้านนะ ตอนนี้ในใจผมหวังแค่ว่าเธอจะไม่ไปไหนไกล ยิ่งตอนนี้เธอเดินไม่ถนัดด้วยขอให้เป็นห่วงออก

และสุดท้ายผมก็เจอ! ตัวเธอสักทีหาตั้งนาน ถ้าไม่มีแขกที่ร้านก็คงตะโกนหาเธอเหมือนเธอกำลังหลงป่าอยู่(หายไปไหนนะไว้ตลอดเลย นี่ขนาดหมายังไม่หายป่วยยังหายไปเร็วขนาดนี้ แล้วถ้าขาหายป่วยจริงๆแล้วคงจะตามหาเธอได้ยังไงให้เร็วที่สุดแล้วเนี่ย ซนจริงๆเลย)


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น