My Lady เกมรัก เเผนร้าย

ตอนที่ 22 : หวงของ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 57
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    11 ก.พ. 62


Miguel  มิเกล


ผ่านไปกว่า 3 อาทิตย์คนตัวเล็กของผมก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะตื่นฟื้นขึ้นมา ดูจากอาการภายนอกด้วยความที่เวลาผ่านไปจะนานพอสมควร อาการภายนอกร่างกายของเธอฟื้นฟูเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว ตอนนี้ก็เหลือแค่ 100 เธอคิดขึ้นมามองสภาพของตัวเอง ส่วนผมน่ะหรอคนดูแลเธอเป็นอย่างดี ตามหน้าที่ของหมอ และคอยมาดูแลตัวเธอเองในฐานะคนเฝ้าไข้สภาพเธอแบบนี้แล้วก็ ผมก็อยากเห็นหน้าคนที่ทำร้ายเธอจริง! ทำไมถึงทำร้ายกันได้ลงคอ เอาถึงขั้นหมดสติได้ขนาดนี้ถ้าเกิดเจอหน้ามันมีตอนนี้เนี่ยนะ ผมรอตัวเองเหยียบมันจมดิน

แล้วก็ระหว่างที่ 3 อาทิตย์ที่ผ่านมาผมก็แวะไปที่ร้านกาแฟของ อาทิตย์ที่ผ่านมาผมก็แวะไปที่ร้านกาแฟของใช้น้อง อาทิตย์ที่ผ่านมาผมก็แวะไปที่ร้านกาแฟของเขาน้องเขาซึ่งตอนนี้ก็ได้เพื่อนมาคอยดูแลรักษาร้านไว้ ระหว่างรอให้เจ้าของร้านตัวจริงไปบริหารเองในวันที่ใกล้จะมาถึง

“ทำไมไม่ตื่น สักทีคะรู้ไหมว่าทุกคนรออยู่” (รวมถึงผมด้วยนะ)

ผมก็ทักไปอย่างนั้นแหละทั้งๆที่รู้ว่า เงินมันอาจจะไม่มีสัญญาณตอบรับ จากบุคคลที่ ผมคุยด้วย

อยู่ๆก็มีคนมาภายในห้องพัก เดินอ้อมมาทางด้านหลังโดยที่หมอหนึ่งไม่รู้ตัวเลยว่ามีคนจนเขาสัมผัสได้มีคนมาอยู่ ยืนซ้อนอยู่ข้างหลังเท่านั้นเอง (กว่าจะรู้ตัวนะ)

“อ้าว! แพรว

“ ใช่ค่ะฉันเองไม่ต้องกลัวหรอกค่ะ”

“ครับแล้วคุณมาทำอะไรที่นี่แหละ”

“ เออ อ๋อพอดีดิฉันได้ยินข่าวว่าน้องฟ้าคู่หมั้นของคุณ เข้าโรงพยาบาลนะคะก็เลยคิดว่าจะมาเยี่ยมสักหน่อย

“ หรอ งั้นเราก็ต้องขอขอบคุณมากนะที่มาเยี่ยม

“ ไม่เป็นไรค่ะ คู่หมั้นของคุณก็เหมือนเพื่อนกันฉันนั้นแหละค่ะ”

ต่อจากนั้น…….พวกเขาทั้งสองคนก็นั่งคุยกันอยู่สักพักโดยที่มีบุคคลอย่างน้องฟ้า อยู่คั่นกลางระหว่างพวกเขา

[ร้านกาแฟ]

ผ่านไป 3 อาทิตย์ทุกอย่าง ก็ดูลงตัวไปซะทุกอย่าง ทางออกพนักงานและลูกค้าประจำก็ต่างทยอยมาอย่างที่เคยเป็นเมื่อก่อนหน้านี้ ไม่เห็นจะมีลูกค้าใหม่เพิ่มมาด้วย เห็นน้องๆเขาบอกว่าเป็นลูกค้าชาวต่างชาติพักนี้จะมาใช้บริการร้านกาแฟของเราบ่อยๆ และวันนี้ก็เช่นกันที่เขาจะแวะมาที่ร้านในเวลาบ่ายของทุกวัน ถามว่าฉันเคยเห็นหน้าเขาไหมก็ตั้งแต่เปิดร้านมาฉันก็เคยเห็นหน้าพ่อบ้างอย่างเช่น วันนี้ที่ฉันอยู่ที่หน้าเคาน์เตอร์

“ Excuse Me ขออนุญาตนะครับขอสั่งกาแฟหน่อย

“ได้ค่ะ วันนี้คุณมิเกลจะรับอะไรดีคะ”

“วันนี้ผมขอ เป็นแฟนคุณได้ไหมครับ”

เมื่อตะกี้เขาบอกว่ายังไงนะฉันได้ยินเท่าไหร่ เขาก็คงพูดเล่นอยากรู้ว่าฉันในแต่ละวันละมั้งทำไมหรอ ก็เพราะเขาพูดแบบนี้ทุกวันจนฉันชินไปแล้วแหละ

อ๋อ  เคยได้ยินเขาบอกนะว่ามิเกล เขาเคยรู้จักกับฟ้าเพื่อนสนิทของฉันด้วย แล้วถ้าฉันกลายเป็นฟ้าเขาคงจะรู้สึกดีมากกว่านี้ละมั้ง แต่ก็ไม่รู้นะมิเกลเขาเคยรู้จักเพื่อนสนิทของฉันตั้งแต่ตอนไหน แล้วอยู่ๆก็มีใครบางคนเดินเข้ามาขัดจังหวะที่พวกเราคุยกัน แถมพูดจาในสิ่งที่ฉันไม่ได้คาดคิดว่าเขาจะพูดออกมาด้วยปากของเขาเอง

“หรือว่าจะไม่ได้ล่ะครับ เธอเป็นแฟนของผมเอง

(เดี๋ยวก่อนฉันเป็นแฟนกับเขาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน รู้ตัวก็ตอนนี้แหละขี้โกหกชะมัดเลย !) ไม่ได้!เราต้องแก้ตัวแล้วเดี๋ยวคนอื่นภายในร้านจะเข้าใจกันผิดไปหมด

“ ใครเป็นแฟนนายไม่ทราบ (เท่านั้นยังไม่พอยังเอาตัวของตัวเอง อยู่ใกล้เราอีก) ทำจนฝ่ายตรงข้ามคิดว่าพวกเราเป็นแฟนกันจริงๆ

“ ไม่ใช่นะคะเราสองคนไม่ใช่แฟนกัน”

“ ตกลงแล้วคุณจะทำอะไรคุณมายืนอยู่ตรงนี้ นานแล้วรบกวนผู้อื่นเขา”

จริงดิ เขามายืนอยู่ที่ตรงหน้าเคาน์เตอร์นานแล้วแหละ แต่ไม่เห็นจะสั่งเลยสักทีก็ไม่รู้ว่าเขาจะกินอะไร มัวแต่คุยกันอยู่นั่นแหละ ฉันก็ไม่เข้าใจว่าทำไม นายวิทย์เขาพูดแบบไม่รับสายแบบนี้วันนี้เขาเป็นอะไรกันแน่อยู่ดีๆก็ อารมณ์ขึ้นเดี๋ยวก็อารมณ์ลง เขาเป็นอะไร

“ถ้าอย่างนั้น วันนี้ขอเป็น ลาเต้เย็นก็แล้วกัน”

“ ได้ค่ะ รับอะไรเพิ่มอีกไหมคะ”

“งั้นผมขอเป็น เค้กช็อคโกแลต ของทั้งหมดทานที่นะครับ”

“ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะ”

หลังจากที่เขาสั่งเมนูทั้งหมดที่เขาอยากกินวันนี้ วันนี้เขาบอกว่าจะพาทุกอย่างที่ร้านสงสัยเขาจะเอางานมาของตัวเองมาทำด้วยละมั้ง เพราะทุกครั้งที่มาที่ร้าน เขามักจะสั่งขนมกับน้ำเรียบร้อยแล้วก็สั่งแบบชนิดที่เอากลับบ้าน

“ถ้าอย่างนั้น พี่ของฝากลูกค้าหลายท่านด้วยนะดูแลด้วย”

ได้ยินแบบนั้นฉันก็ส่งไม้ต่อ น้องพนักงานที่อยู่ภายในร้านอยู่ใกล้ๆกันกับฉันส่วนตัวฉันขออนุญาตเคลียร์ปัญหาโลกแตกกับคนที่แอบอ้างฉัน เป็นแฟนกับเขาก่อน  แบบนี้ได้ยังไงฉันยังโสด อยู่นะจะมาพูดแบบนี้ได้ยังไงมันเท่ากับปิดโอกาสฉันชัดเลยว่าแต่ตอนนี้มันอยู่ไหน ถ้าเจอนะจะบ่นให้จมเลย บังอาจ มาบอกว่าฉันเป็นอะไรกับนายงั้นหรอพูดซะขนลุกเลย ตอนอยู่กับพี่หนึ่งก็ทีนึงแล้วยังมาตอนนี้อีก มันจะมากเกินไป

ในที่สุด ก็เจอเดินหายตั้งนานที่แท้ก็มาหลบอยู่หลังร้านเอง แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่าทำไม ต้องเดินมาที่หลังร้านทำที่ตัวเองสามารถนั่งอยู่หน้าร้านและแบบสบายๆ

“หลบอยู่ที่นี่หาตั้งนาน”

“ แล้วคุณพรีม จะตามหาผมทำไมครับ”

(ที่แบบนี้แล้วก็ ทำมาเป็นพูดสุภาพ) “ก็ฉันจะมีเรื่องเคลียร์กับนาย)

“เรื่อง?

“กรณีที่นายบอกกับลูกค้าคนนั้นว่า เราสองคนเป็นแฟนกัน”

“แล้ว ยังไง”

หมายความว่ายังไงกัน ที่เขาพูดไปเมื่อกี้ กับสิ่งที่เธอพูดกับฉันในตอนนี้มันคนละอย่างที่เขาจะได้ออกไปเมื่อกี้เลยนะเนี่ย ผู้ชายคิดอะไรก็ไม่มีใครรู้หรอก ขนาดฉันเองก็ยังไม่รู้เลยว่าเขาคิดยังไงแล้วฉันจะไปค้นหาความจริงที่เขาแสดงออกมาเมื่อกี้แต่ใครกันล่ะนอกจากที่จะปล่อยให้เขาเอ่ยปากออกมาเองว่าสิ่งที่ฉันคิดที่เกี่ยวกับเขา มันถูกหรือผิด

“ก็เรานั้นไปบอกเขาอย่างนั้นได้ยังไงในเมื่อเราไม่ได้เป็นอะไรกันจริงๆ เดี๋ยวคนอื่นเขา เข้าใจกันผิดหมด”

“ทำไม ถ้าจะบอกว่าผมตั้งใจที่จะให้มันเป็นแบบนั้น เธอจะว่าไง”

••••••••••••••••

[โรงพยาบาล]

ห้องพักคนไข้ที่เงียบสงัด ตอนนี้มีแต่น้องฟ้าที่นอนอยู่แต่กลับมีสัญญาณแปลก เหมือนน้องฟ้าจะฟื้นจากอาการหมดสติ ทั้งที่ภายในห้องดูเงียบสงบไม่มีใครอยู่เลยสักคนแม้กระทั่งพยาบาล  ยิ่งคนดูแลแทนพี่หนึ่งแล้วแล้วก็วันนี้พี่หนึ่งบังเอิญมีประชุมก็เลยทิ้งน้องฟ้าไว้ภายในห้องพักอยู่คนเดียว โดยที่ไม่รู้เลยว่าคนที่เขามียามเฝ้าไข้มาตลอดทั้ง 3 อาทิตย์นั้นกำลังจะได้สติกลับคืนมา

คนที่หมดสติมาทั้งหมด 3 อาทิตย์ค่อยๆลืมตาขึ้นอย่างช้าช้าเพื่อมองหาบริเวณที่ตัวเองอยู่

นี่ฉันหลับไปนานเท่าไหร่แล้วเนี่ย...ทำไมรู้สึกว่าเวียนหัว ที่นี่ที่ไหน ทุกคนหายไปไหนกันหมดไปนานเท่าไหร่ เมื่อฉันได้สติ ฉันรู้สึกว่านอนมานานจนรู้สึกว่าอยากจะ เปลี่ยนท่าบ้างอะไรบ้างสงสัย นอนมานานจนฉันรู้สึกว่าตัวเองหนักตัว

“ ตื่นแล้วหรอ….”

เขาถามมา ฉันอยากตอบกลับอยู่หรอกแต่ฉันรู้สึก คอแห้งอยากกินน้ำขึ้นมาทันทีแล้วฉันจะไปสื่อสารกับเขาได้ยังไงกันทั้งๆที่ตอนนี้อยากสื่อสารแทบตาย จะดูแล้วเหมือนเขาจะรู้ว่าฉันกำลังจะต้องการอะไร

“อยากกินน้ำหรอ ?”

ทำยังจะรู้ว่าฉันกำลังจะต้องการอะไร ถามตรงประเด็นเป๊ะเพื่อที่จะสื่อสารให้เขารู้เข้าใจฉันก็เลยมองผ่านปลายสายตาว่าอยากกินน้ำ( หรือว่าเขาจะรู้อยู่แล้วถ้าเราหิวน้ำเป็นแน่นะ) เมื่อเห็นฉันแบบนั้นเขาก็รีบ เทน้ำจากเหยือกน้ำที่ตั้งอยู่ข้างเตียงโต๊ะวางของใส่แก้วมาให้ฉันอย่างเร็วที่สุด

อ้าว เขาเอาน้ำใส่แก้วมาให้ฉันจะรออะไรล่ะฉันก็รีบเอาน้ำแก้วนั้นมาถือในมือของตัวเองสิจะรออะไร ในเมื่อตอนนี้คอแห้งจะตายอยู่แล้วเนี่ย

“งั้นระหว่างนี้ ผมขอตรวจร่างกายคุณหน่อยแล้วกันนะ “

เขาไม่รอช้าช้าพอพูดจบ เขาก็พาร่างตัวเองมานั่งอยู่ข้างฉันทันทีพร้อมกับเครื่องมือทางการแพทย์ก็คือหูฟังของหมอ เขาค่อยๆตรวจไปทีละอย่างด้วยความที่ตอนนี้ไม่มีอุปกรณ์อะไรบ้างเราก็แค่ตรวจด้วยมือเปล่า วัดไข้ด้วยมือเปล่าจะมีก็แค่ อุปกรณ์วัดคลื่นหัวใจผ่านหูฟังหมอตอนนี้ฉันรู้สึกว่ายิ่งเขาเอาหน้ามาใกล้ฉันเท่าไหร่ ใจฉันก็ยิ่งเต้นแรงขึ้น แล้วมันจะแรงขึ้นเรื่อยๆทุกครั้งที่เขาเอาหน้ามาใกล้กับหน้าฉันด้วย ไม่รู้ว่าพี่เขาตรวจ เขาจะสัมผัสถึงจังหวะการเต้นของหัวใจของฉันไหม ยิ่งเข้ามาใกล้เข้าไปเรื่อยๆฉันก็ยังเต้นแรงขึ้นไปเรื่อยๆ  

“ใจคุณเต้นแรง ……”

ตอนนี้ฉันก็ทำได้แค่พยักหน้าตอบคำ พร้อมกับดื่มแล้วจากที่เขาส่งมาให้ฉัน ตั้งแต่แรกด้วย จริงสิถ้าฉันหลับไปนานขนาดนี้แล้วเรื่อง ร้านล่ะระหว่างที่ฉันไม่ได้ไปมันเกิดอะไรขึ้น  ในที่นี้ก็ไม่มีใครแล้วนอกจากเขาที่รู้ว่าตอนนี้โลกภายนอกจะเป็นยังไงบ้างนอกจากเขาที่ตอนนี้รู้ทุกเรื่อง ( เท่าที่ฉันรู้สึกอะนะ !)

“ใจคุณเต้นแรง สงสัยคุณจะหายใจไม่ค่อยทั่วท้องนะ ผมคิดว่ารอคุณนั่งพักอีกสักเดี่ยวอาการคงจะดีขึ้น”

“อืม…….นี่ นายขอถามอะไรหน่อยได้ไหม

(........)

“ฉันนอนอยู่บนเตียงนี้มานานเท่าไหร่แล้ว”

“ 3 อาทิตย์

คำตอบแบบสั้นๆแต่ได้ใจความ ไม่น่าเชื่อจากวันนั้นมาถึงวันนี้ นอนนิ่งอยู่บนเตียงนี้มาเป็นเกือบเดือนอย่างนี้หรอไม่น่าเชื่อเลยจริงๆแล้วอย่างนี้ร้านล่ะปิดไปนานขนาดนี้ ร้านฉันไม่เจ๊งไปก่อนหรอ ฉันไม่ได้เข้าร้านมาตั้ง 3 อาทิตย์น้องๆที่อยู่ที่ร้านจะคิดยังไงกันเนี่ย

“เออ คือ …….

“อะไร นิ่งแบบนี้จะถามเรื่องร้านใช่ไหม

เฮ้ย! Amazing ขั้นสุดตกลงนายเป็นใครกันแน่เนี่ย พูดยังกะรู้ว่าฉันกำลังคิดอะไรอยู่นายเป็นใครกันแน่คงไม่ใช่อับดุลหรอก เดาอารมณ์ยากจริงๆเลย แล้วในเมื่อที่เราอยากรู้จริงๆเราก็ตอบเขาไปสิ

“อืม……..”

“ถ้าเกิดว่าคุณจะถามผมเรื่องนั้นนะ ผมว่าไม่ต้องเป็นห่วงหรอกระหว่างที่คุณกำลังนอนอยู่ที่นี่เพื่อนของคุณ ไปช่วยดูแลตอนที่คุณไม่อยู่เรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องห่วง

“เพื่อนฉัน ! ใครล่ะ

“ถ้าอย่างนั้นคุณก็คิดไปก่อนนะผมขอไปคุยธุระแป๊บนึงเดี๋ยวกลับมา แต่ว่า!ระหว่างที่ผมไม่อยู่ก็อย่าไปทำอะไร ที่ผมไม่อนุญาตอีกล่ะ

ห้ามทำอะไรที่ไม่ได้รับอนุญาตจากเขา นี่ฉันต้องมาฟังคำสั่ง อีกแล้วหรอแต่ที่ฉันข้องใจมากกว่านั้นว่าแค่ออกคำสั่งแค่นั้นแล้วทำไมเขาต้องอ้อนแม่ของเขามาใกล้กับหน้าของฉันด้วย แค่นี้ก็ใจเต้นจะตายอยู่แล้ว แค่ออกคำสั่งทำไมต้องเอาหน้ามาใกล้ได้ขนาดนี้ล่ะ  โอ๊ย!ป้าใจบ่ดี นานไปแล้ว ……ถ้านานกว่านี้ก็สลบคาเตียงแล้วค่ะ

[บันทึกพิเศษ….ของทักษกร]

ในที่สุด เธอก็ตื่นขึ้นมาได้สักทีผมรอ อยู่ได้ตั้งนานในที่สุดการรักษาของผมก็ได้ผล แถมมันอาจจะได้ผลเกินคาดด้วยซ้ำ ดูเธอตอนนี้ตื่นขึ้นมา ยังไม่ถึงชั่วโมงก็ยังถามคำต่อคำไม่มีขาดถามเรื่องนั้นเรื่องนี้ ผมหาคำตอบแทบจะไม่ทันโดยเฉพาะเรื่องร้านกาแฟของเธอ นี่แหละ! บุคคลที่ชื่อฟ้าใสตัวจริง เธอกลับมาหาผมแล้ว

เฮ้ย จริงสิมัวแต่ดีใจ ลืมโทรรายงานคุณนายแม่กับคุณป้าเฉยเลยเกือบลืมไปแล้วไหมล่ะรีบโทรไปบอกเขาดีกว่าพวกท่านสักหน่อยดีกว่า ก่อนที่ทุกคนในบ้านจะเป็นห่วงไปมากกว่านี้

“ แม่ครับ น้องฟ้าได้สติแล้วนะ”

“จริงหรอ

“เดี๋ยวถ้าแม่จะมาหาน้อง ก็มาได้เลยนะครับ”

“ งั้นเดี๋ยวแม่โทรไปบอก กับคุณป้าก่อนนะ”

“ตามนั้นแหละครับ แล้วเจอกันนะคุณแม่คนสวย”

“ ตามนั้นนะจ๊ะ เดี๋ยวเจอกันเจ้า ลูกชาย”

เรียบร้อยไปอีกหนึ่งอ่ะโดยที่ผมไม่ต้องทำอะไรเลย ญาติของพวกเราสองคนถ้าได้ยินเรื่องแบบนี้พวกเขาทั้งหมด จะลิงค์เข้าหากันโดยอัตโนมัติโดยที่ผมไม่ต้องทำอะไรเลย นอกจากการรอให้พวกเขามาเจอกันที่นี้ ส่วนที่เหลือตอนนี้ก็ขอแอบดูคนที่กำลังฟื้นจากการงบประมาณก่อนแล้วกันไม่รู้ว่าตอนนี้กำลังทำอะไรอยู่เราจะกลับอยู่ในภวังค์อยู่ตั้งนาน ไม่รู้ว่าตอนนี้จะทำอะไรอยู่นะ !

ทักษกรหลังจากโทรศัพท์ถูกวางสายไปเขาก็ไม่น่าเดินไปลงห้องพักของฟ้า ที่กำลังนอนได้สติอยู่ภายในห้อง แต่สิ่งที่เขาได้เห็นเมื่อเขาเดินเข้าไปในห้อง ก็คือ ผู้หญิงคนที่เขามาหากำลังจะเดินลงจากเตียง แต่สุดท้ายก็เป็นลมเกือบจะล้มแต่ก็ยังดีที่ทักษกร เดินมาประคองตัวเธอได้ฉันตอนที่เธอจะล้มลงพื้นห้อง

ผมเห็นแบบนั้นก็ตกใจอยู่ไม่น้อยว่าเธอกำลังจะทำอะไร อยู่ๆก็กระโดดลงจากเตียงขนาดนี้ แต่ที่มากกว่านั้นอาการผิดปกติ ในตัวเธอเล็กน้อย ปกติถ้าเป็นคนชอบคนอื่นถ้าจะยืนคาเตียงขนาดนี้ก็คงทำได้แต่ทำไมเพราะว่าเป็นเธอ มันถึงกลับทำไม่ได้ แบบนี้มันต้องเช็คสักหน่อยแล้วก่อนเที่ยงกันจะลามไปมากกว่านี้ แต่ก็ไม่รู้ว่าเธอจะยอมให้ผมเช็คในที่ผมหวังไว้หรือเปล่าก็ ดูสิพอตื่นขึ้นมาก็เถียงได้จัง ผมรีบเดินเข้าไปประคองตัวเธอไม่ให้ล้มเกือบจะไม่ทันอยู่แล้วเกือบไปแล้ว! อุตส่าห์บอกแล้วนะ ก็รับปากเป็นอย่างดีแล้วทำไมทำอย่างนี้ล่ะดื้อจริงๆแบบนี้มันน่าตีไหมล่ะ

“ระวังหน่อยสิแล้วนี่จะไปไหน อยู่ๆก็ลงเตียงมาแบบนี้”

“คือ! ฉันอยากเข้าห้องน้ำ”

“งั้นเดี๋ยวผมไปส่ง”

“ไม่เป็นไรฉันไปเองได้ ขอบคุณนะ”

นั่นไง ความดื้อของเธอเริ่มแผลงฤทธิ์แล้วผมกะไว้แล้วแหละยังไงเธอก็ไม่อยากให้ไปส่งก็เลย จังหวะนี้ขอดูเธอแบบห่างๆหน่อยก็แล้วกันเพราะผมสังเกตเห็นว่าเธอมีอาการแปลกๆหลังจากฟื้นขึ้นมา

ว้าย …….!

ดูเหมือนทรงตัว ตัวเองไม่ได้นะพอเห็นแบบนั้นผมเลยรีบวิ่งเข้าไปประคองพระอุ้มตัวเธออย่างเร็วที่สุด แล้วรีบเอามือเข้าไปในห้องน้ำ เพราะเธอบอกว่าปวดเบา

“ อยู่นิ่งๆนะ เดี๋ยวผมพาไปเอง

(..........)

ทักษกรลงไปอุ้มเธอแล้วเดินไปที่ห้องน้ำถามไม่ลังเล เรื่องไม่กี่ก้าวเขาก็เดินไปถึงห้องน้ำที่อยู่ภายในห้องพัก  

“ถึงแล้ว แล้วถ้าเฃ้าเสร็จแล้วก็เรียกผมได้นะรออยู่ห้องนี้แหละ”

“ อืม  ยังอีกยังไม่ออกไปข้างนอกอีกฉันจะทนไม่ไหวแล้วนะ”

“ก็ทำ ธุระของคุณไปสิเพิ่งจะมาสนใจทำไม”

“ฉันจะเข้าห้องน้ำได้ไงล่ะ ในเมื่อคุณยังจ้องฉันอยู่แบบนี้ออกไปเถอะฉันปวดไม่ไหวแล้ว”

“ให้ผมช่วยไหมล่ะ…….

“ช่วยอะไร ! รีบออกไปเลยก่อนที่ฉันจะหมดความอดทนคนทะลึ่ง

เมื่อได้รับคำสั่งแบบนั้น ทักษกรเลยกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่ หัวเราะกับท่าทางของคนตรงหน้าแล้วก็เดินออกไปอยากติดข ำทักษกร ตั้งใจที่จะยั่วให้เธอคืนกับเขาด้วยความสนิท หลังจากที่ไม่ได้ทำแบบนี้มาตั้งนาน  พลานเดินออกไปอย่างติดตลกในท่าทางของหญิงที่เขารอคอย

[จบบันทึกของ ทักษกร]


นี่! เขาตั้งใจจะทำอะไรกับฉันกันแน่ มายั่วโมโหกันตั้งแต่ตอนนี้ จะมีสักวันไหมที่เขาจะไม่กวนประสาทฉันแบบนี้ แต่ถ้ามองดูดีๆก็คิดออกแล้วว่าไม่เคยมีสักวันเลย ขนาดเมื่อกี้เขามาส่งฉันที่หน้าห้องน้ำยังจำพ่อมาอยู่ในห้องน้ำด้วยกันอีกถามว่าฉันเป็นใจไหม ไม่เคยมี ฉันแล้วปวดหัวจริงๆเลยกับผู้ชายคนนี้ยิ่งตอนนี้สมองของฉันไปหมดแล้วยังฟื้นฟูไม่ได้เต็มที่ 100% ร้อยเขาออกไปจนฉี่จะราดแล้วเนี่ยวิ่งจะมาคิดทะลึ่งกันอีก

“ให้ผมช่วยไหม…..”

“ ช่วย! ช่วยบ้าอะไร รีบออกไปตอนนี้เป็นพอก่อนที่จะหมดความอดทนไปมากกว่านี้ ไปเลยคนทะลึ่ง! “

“5555…งั้นเดี๋ยวผมไปรอคุณข้างนอกนะ.”

“ เออ! ไปเลย

ไม่ชอบเลย….คนกวนประสาทแบบนี้แล้วฉันจะอยู่รอดไหมวะ ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว ตอนนี้คิดอยู่ในใจอยู่อย่างเดียวแหละ ใครก็ได้ช่วยมาอยู่คั่นกลางระหว่างฉันกับเขาที ขอร้องล่ะใครก็ได้ ดูสิ! ขนาดฉันป่วยยังกวนประสาทได้ขนาดนี้ถ้าเกิดตั้งสติสตางค์เต็มร้อย เขาจะกวนฉันประมาณไหนกันแน่เนี่ยแค่คิดก็เหนื่อยแล้ว

ฟ้า ใช้เวลาเข้าห้องน้ำรวมทั้งหมดประมาณ 10 นาทีเธอก็ทำธุระส่วนตัวของเธอเสร็จเธอก็เดินมาตรงหมอส่วนตัวของเธอ เข้ามาช่วยประคองตัวเธอเข้าไปที่เตียงโดยทันที แบบที่ไม่ต้องเอ่ยปากบอกอะไรมองตาก็รู้ใจว่างั้น ส่วนคนดูแลก็ดูแลประคบประหงมเป็นอย่างดี  หมอหนึ่ งพาฟ้ามานั่งขี้บนเตียงพร้อมจะบอกอะไรบางอย่าง ทิ้งไว้ให้เธอสงสัยเป็นความใน แต่ดูเหมือนว่าสิ่งที่เขาบอกเหมือนเขากำลังจะทำคือการตรวจร่างกายของหนูฟ้า เพิ่มเติมจากที่ข้อมูลมีอยู่แล้ว

“เดี๋ยวคุณนั่งรอตรงนี้ก่อนนะ”

อยู่ดีๆเขาก็บอกว่าให้ฉันมานั่งอยู่บนเตียงรอสักแป๊บนึง แต่ก็ไม่รู้ว่าเขาจะทำอะไรกับตัวฉันนะ ฉันเริ่มสงสัยว่าว่าเขาจะทำอะไรกับตัวฉัน ความรู้สึกตอนนี้เริ่มกังวลแล้วสิว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับตัวฉัน แล้วอีกอย่างณตอนนี้ฉันรู้สึกว่าร่างกายแต่ฉันเองก็ไม่เต็มร้อย ตอนนี้ยืนก็ไม่ได้นานเท่าไหร่ รู้สึกดีไม่น้อยกว่าเดิมแบบนี้ละมั้งที่เขามีความสนใจจะขอตรวจร่างกายของฉันเพิ่ม

แล้วหลังจากที่ฉันรอเขามาประมาณ  20 นาที ได้หลังจากที่เขาเดินออกจากห้องไปแล้วเขาก็กลับมา พร้อมอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่บรรจุ ผ่านรถเข็นวางอุปกรณ์ อุปกรณ์แต่ละอย่างมันเริ่มทำให้ฉันมีความกังวลอยู่ในใจไม่น้อยนะ

----------------------------------------------------------_---
• painting by:.Ichiko_wiri
• photo by: Instagram @viuehara

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น