My Lady เกมรัก เเผนร้าย

ตอนที่ 21 : ผู่้ช่วย!....

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 39
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    26 ม.ค. 62

หลังจากที่ผมกลับบ้านเตรียมอุปกรณ์สำหรับเฝ้าคนไข้พิเศษอย่างน้องฟ้า เป็นรอบที่เท่าไรคุณก็ยังไม่รู้หรอกนะ ที่แน่ๆหลังจากวันนี้เป็นต้นไปเสื้อผ้าบางส่วนที่บ้านแบ่งไปที่โรงพยาบาล บ้างแล้วช่วงนี้ผมยาวมากจนไม่มีเวลากลับมาที่บ้าน เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะทำให้คุณสะดวกที่สุดในเวลานี้ คงจะหนีไม่พ้นคือการขนสัมภาระของตัวเอง เพื่อไปตั้งรกรากห้องนอนห้องน้ำที่โรงพยาบาลชีวิตของคนเป็น หมอ!

และที่มากกว่านั้นก็หนีไม่พ้น อาหารของกินที่ขาดไม่ได้สำหรับชีวิตของคนเป็นแบบผม ความปัจจัย 4 ก็มาในชีวิตจริงเครื่องนุ่งห่ม อาหาร สิ่งของอุปโภค แต่ส่วนผมยาวคงไม่ต้องเอาติดตัวไปหรอก ก็เพราะสิ่งที่ผมจะไปอยู่ต่อไปนี้ก็คือแหล่งที่ผลิตยาที่เยอะที่สุดในบรรดาละแวกนี้ยังไงล่ะถูกไหม!

ลูกจ๋า แม่ช่วยเตรียมอาหารในส่วนของลูกเรียบร้อยแล้วนะ”

“ขอบคุณครับแม่”

“แน่ใจหรอว่าเราไหว….?

“มาถึงขนาดนี้มันก็ต้องไหวล่ะครับแม่ ตัดสินใจแบบนี้เองก็ต้องสู้ตายจนถึงที่สุดล่ะครับ”

“ หรอ….แม่เชื่อใจหนูนะ ถ้าลูกแม่ตั้งใจที่จะทำอะไรแล้วก็ต้องทำให้ได้สิ จริงไหม

ผมเข้าใจนะว่าคุณแม่กำลังเป็นห่วงคุณอย่างมาก เพราะปกติถ้าผมเรียนหมอเมย์ก็ต้องเข้าใจอยู่แล้ว ผมต้องเสียสละหลายๆอย่างพร้อมกัน เวลากิน เวลาพัก เวลาเล่น ผมก็แทบจะไม่มี วันนี้คิดว่าผมขาดไหมสำหรับเวลาต่างๆที่ผ่านมา  บอกเลยว่ามีความ ขาดค่อนข้างที่จะมากนั่นก็คือความใสซื่อบริสุทธิ์ของเด็ก สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมอยู่ได้มันก็คือความจริงของชีวิต

“ยังไงก็ตามเถอะ เรามีเวลาเราก็พักบ้างอย่าปล่อยให้ตัวเองป่วยไปอีกคน”

“รับทราบค่ะนายแม่ แม่ก็คอยดูแลตัวเองด้วยนะครับอย่าให้ตัวเองป่วยล่ะ ถ้าแม่ป่วยไปอีกคนนึงมันจะไม่มีใครมาดูแลผมตอนผมป่วย ถูกไหม!

“ลูกคนนี้นี่…..เรามีแฟนอยู่แล้วก็ให้แฟนดูแลสิจ๊ะหน้าที่นั้นคงไม่ใช่หน้าที่ของแม่แล้วแหละ”

“55555….”

หลังจากที่ผมเตรียมของทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย ผมก็พาร่างตัวเองออกจากบ้านเพื่อเดินทางไปต่อที่โรงพยาบาลในไม่ช้า ต้องเตรียมร่างกายให้พร้อม ทำไมน่ะหรอไม่ใช่เรื่องของการตรวจคนไข้หรอกมันก็แค่เหตุผลแค่ 1 ส่วนเท่านั้นแต่อีกส่วนหนึ่งก็คงเป็นเพราะผมต้องนั่งขับรถ ของตัวเองเป็นเวลานานพอสมควรกว่าจะถึงโรงพยาบาลซึ่งเป็นจุดหมายของเราในวันนี้

ชื่ออะไรอยู่นานพอสมควรกว่า 2 ชั่วโมงกว่าจะมาถึงโรงพยาบาล ไอมี่เป็นเวลานอกเวลางานผมก็เลยตัดสินใจในการเลือกใส่ชุดไปรเวทในการเข้าคนไข้สุดพิเศษวันนี้ เสื้อยืดกางเกงยีนส์ยาวธรรมดา มันก็คงเหมือนคนธรรมดาทั่วไปคงไม่ได้เป็นจุดเด่นอะไรมากนัก ผมเดินเข้าไปในตัวโรงพยาบาลแล้วก็พบกับหมอแพรว ที่เธอบอกว่าวันนี้จะกลับบ้านพอดี เพราะไม่ได้อยู่เวรกะดึก

“อ้าว...หมอกลับบ้านแล้วเหรอครับ”

“ใช่ค่ะพอดี วันนี้ไม่ได้อยู่เวรกะดึกก็เลยกลับบ้านเลย แล้วหมอล่ะคะ  ขนเสื้อผ้ามาเต็มเลยก็คงจะ….

“อ๋อ….ก็อย่างที่เห็นนี่แหละผมตั้งใจจะมาเฝ้าน้องฟ้าน่ะ พร้อมสแตนบายเคสฉุกเฉินของวันนี้ด้วยล่ะ

“หรอคะ….. คนอย่างน้องฟ้าโชคดีจังเลยนะคะที่มีคุณก็สุดพิเศษอย่างหมอหนุ่มด้วย

“คงไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ คุณก็พูดเกินไป เอาล่ะเดินทางกลับบ้านดีๆนะ บายครับ”

หลังจากทักทายกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผมก็เดินสวนกันอย่างไม่ตั้งใจเธอไปทาง ผมไปทาง ทางออกทางเข้า มันสวนกันอยู่พอดี ว่าไปเราทิ้งน้องชายอยู่กับพี่บัวนานมากแล้วนะ รีบเดินขึ้นลิฟท์ไปถึงห้องพักก่อนดีกว่าก่อนที่คุณจะโดนเอ็ดเอา

“เจ้านายมาแล้ว…. ได้เวลากลับบ้าน!

“อาการของคนป่วยเป็นยังไงบ้าง?”

หลับปุ๋ยๆ เลย

ในเมื่อผมมาแทนเธอแล้ว ผมก็สามารถปล่อยให้พี่สาวของผมคนนี้กลับบ้านได้อย่างสบายใจตอนนี้ก็เหลือเพียงแค่ ผมกับคนที่นอนอยู่บนเตียงที่ไม่รู้ว่าจะตื่นตอนไหนเมื่อไหร่เวลาไหน มันก็ยังไม่มีใครรู้ นอกจากตัวของเขาเอง ตื่นนอนเมื่อไหร่กัน

“การรับงานเท่าไหร่คะเจ้าหญิงน้อย”

ผมเดินไปที่เตียงของเธอแล้วกระซิบที่หู ของเธอเบาๆแต่ก็ไม่ได้มีสัญญาณตอบรับกลับมาเป็นอะไร อีกสักพักอยู่ข้างๆตัวเธอพร้อมกับการจับมือเพื่อให้กำลังใจเธออีกทางหนึ่งไม่ว่าผลลัพธ์มันจะเป็นยังไง

มีคนเคยบอกกับผมว่าการจับมือเป็นการให้กำลังใจ อย่างหนึ่งที่มีปัจจัยสำคัญที่จะทำให้คนที่ป่วยหรือขาดกำลังใจมีแรงที่จะพูดสู้กับสิ่งที่เขากำลังเผชิญอยู่ ไม่มากก็น้อยก็เป็นส่วนหนึ่งของกำลังใจ ที่ทำให้เขาต้องสู้ต่อกับชีวิต

“ไม่หิวบ้างหรือไงคะคนสวย ถึงไม่ตื่นมาหากันวันนี้อาหารน่ากินมากเลยนะหอมมากด้วย Wow! วันนี้ทำข้าวผัดกุ้งไม่รู้ว่าของโปรดของใครแถวๆนี้กันนะอยากรู้จัง….

พูดคนเดียวเหมือนคนบ้าเลยเรา รีบตื่นขึ้นมานะเจ้าหญิง พี่สัญญาว่าถ้าหนูตื่นขึ้นมา จะพาไปกินข้าวที่มีความอร่อยยิ่งกว่านี้หนูอยากกินอะไรพี่ก็จะทำให้กินหมดเลย

พูดไปก็เปล่าประโยชน์ ผมพึ่งรู้เหมือนกันนะการรอคอยทำไมมันยาวนานได้ขนาดนี้ ในฐานะของหมอหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ในการรักษาคนไข้แต่ละคนคำนวณผลเวลาที่จะต้องให้คนไข้ได้สติกลับมาหา บรรดาญาติของตัวเองทำให้ญาติของคนไข้มีความหวัง แต่พอเอาเข้าจริงถึงคราวที่เราจะต้องเป็นฝ่ายรอคอยเหมือนญาติคนไข้ มันก็มีความลำบากอยู่เช่นเดียวกันนะ ตอนนี้ความกังวลทุกอย่างมันตีอยู่ในหัวของผมแทบจะตลอดเวลา   เมื่อไหร่เธอจะฟื้น เมื่อไหร่เธอจะได้สติ เธอจะกลับมาตอนไหน คำถามเหล่านี้มันตีกันอยู่ในหัวผมชอบตลอดเวลาฉันก็หาคำตอบให้ได้

“ตื่นมาสักทีเถอะ ทุกคนกำลังรอหนูอยู่นะ นอนฝันหวานวิธีตอนไหน”

พูดไปก็ไม่มีอะไรตอบกลับมา ทักษกรก็ได้แค่คุยกับคุณพูดจาให้กำลังใจคนบนเตียงที่หลับไหลอย่างเงียบๆ จนไม่ได้สังเกตความผิดปกติ เวลาที่เกิดขึ้นเลย!

(ดูเหมือนว่า…..พี่หนึ่งเขายังไม่รู้ว่าสุดที่รัก เขากำลังจะได้สติกลับคืนมาสินะ นี่แหละนะ! หมออะไรความรู้สึกชาตลอด)

•••••••••••


[อีกด้านหนึ่งของโรงพยาบาล ]

วิทย์กับพริม เดินออกจากลิฟต์ของโรงพยาบาลพร้อมกัน เพื่อจะแยกย้ายกันกลับบ้านของตัวเองเฝ้าไข้กันซะดึกเชียว! แต่ดูเหมือนว่าในส่วนของวิทเองจัดเตรียมตัวเพื่อไปส่ง หญิงสาวที่เดินเคียงข้าง (เดินอยู่ในระนาบเดียวกัน นะความหมายคนละแบบ)

“ คุณเดี๋ยวรอผมตรงนี้ก่อนนะเดี๋ยวผมเอารถมารับ”

แล้วดูอีกด้านหนึ่ง…..ก็ดูเหมือนว่าฝ่ายผู้หญิงจะเป็นคนปฏิเสธ เสียวมากกว่าก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่าเธอเองมีความเกรงใจ เธอคำนึงถึงความไม่ปลอดภัยที่จะปล่อยให้ตัวเอง ไปอยู่กับผู้ชายคนที่อยู่ข้างตัวเธอตอนนี้ บอกเลยแม้ว่าสีหน้าของเธอเธอไม่ได้ ไม่พอใจเขามากสุดเท่าไหร่ แต่ภายในใจมึงคิดว่าถ้าอยู่ตรงนี้ต่อไปเธออาจจะไม่ปลอดภัยชีวิต คิดได้แบบนั้นรีบปฏิเสธก่อนดีกว่า

“ไม่เป็นไร….เดี๋ยวฉันนั่งแท็กซี่กลับเองก็ได้ ขอไม่รบกวนนายละกันนะ”

“มันจะดีหรอ?

“ ดีสิ…..(อย่างน้อยมันก็ดีกว่าที่ฉันจะต้องไปอยู่กับนายแหละ!)

“แต่ผมว่ามันดึกแล้วอันตราย ผมไปส่งเองดีกว่าอย่างน้อยผมก็คงพวกผมไม่ได้ทำร้ายทางอ้อม”

สุดท้ายฉันก็ปฏิเสธเขาไม่ได้ฉันก็ต้องจำใจที่จะนั่ง รถคันเดียวกับเขา ปล่อยให้เขาเป็นสารถี ส่วนฉันหรอก็ปรับตัวเองมาเป็นตุ๊กตาหน้ารถขออย่างที่เลี่ยงไม่ได้ยังไงล่ะ ถามว่า….ฉันอยากเป็นไหมดูจากสีหน้าฉันตอนนี้ก็รู้แล้วมั้ง ความหมายสักนิดเลย ถ้าเป็นไปได้ความแม่นอยู่เงียบๆคนเดียวในมือเล็กๆภายในรถก็พอ ขอให้เขาไม่ต้องคุยอะไรกับฉันเลย

(มันจะเป็นไปได้เหรอ….ในเมื่อคนที่กลายเป็นสารถีอย่างเต็มใจ เตรียมตัวที่จะคุยกับเธอเพื่อไม่ให้บรรยากาศภายในโลกของเขา เงียบจนได้ยินเสีย ปรับอากาศภายในรถยนต์)

รถยนต์ของวิทย์  เดินทางออกจากโรงพยาบาลมาสักพัก แต่ก็ต้องทำใจกับบรรยากาศของสังคมในเมืองที่เวลายิ่งดึก ยิ่งมีรถติดเป็นทางรถไฟอย่างเลี่ยงไม่ได้ แน่นอนว่าพวกเขาทั้งสองคนก็ไม่ต่างจากคนภายในเมืองทั่วไปเผชิญกับรถติด (นี่แหละชีวิตคนเมือง รถติดทีเป็นชั่วโมง!)  แต่สิ่งที่แย่ไปกว่านั้นก็คงหนีไม่พ้นกับบรรยากาศภายในรถที่มีความเงียบสงัดอย่างบอกไม่ถูก อีกคนก็ตั้งหน้าตั้งตาขับรถ ส่วนคนก็นั่นไม่หันหน้าไปมองกระจกรถเพื่อมองบรรยากาศภายนอก ดูไปได้เงียบจังเลย เพื่อให้บรรยากาศที่ไม่เงียบไปกว่านี้คนขับรถจำเป็น *ขอสรรหาเรื่องที่จะมาคุยกับเขางสักหน่อย

“คุณ…..”

หึม!

“เรื่องร้าน...ถ้ามีอะไรให้ผมช่วยก็บอกได้นะ

“ เอาอย่างนั้นหรอ “

“แล้วคุณจะเอายังไงต่อล่ะ ที่นี้!”

“ฉันว่า...แบบเดิมของมันก็ดี อยู่แล้วแต่ฉันว่ามันยังไม่พอ

“ แล้วอะไรล่ะที่คุณคิดว่ามันยังไม่พอ”

ไม่รู้ล่ะ….ตอนนี้คิดไม่ออกขอไปคิดก่อนละกัน  พรุ่งนี้ฉันว่าจะไปดูร้านสักหน่อย ปิดทิ้งไว้นานจะไม่มีงานทำเอา พวกเด็กพาร์ทไทม์ น่ะ”

“แล้วพรุ่งนี้จะให้ผมมารับไปร้านไหน?”

“คิดก่อน! ขับรถไปก่อนเถอะมัวแต่มองฉัน เดี๋ยวก็ไม่ปลอดภัยกันพอดี

                              “ครับผม…..”

(อุ๊ย! ฉันตอบเขาแบบให้มากเกินไปกว่านี้ ทำไมรู้สึกว่าแปลก แต่ก็ช่างเถอะตอบเขาไปแล้วนี่ยังไงก็ปฏิเสธไม่ได้แต่ก็ ถ้าเราไม่คิดแล้วใครมันจะไปคิดกันจริงไหม!)

ว่าแต่...เมื่อไหร่เขาจะขับรถไปถึงบ้านฉันสักทีเนี่ย รอมาเป็นชั่วโมงแล้วเนี่ยก็ยังขับรถไม่ถึงไหนเลยชีวิตของคนในเมืองทำไมมันต้องนั่งบนรถรอได้นานขนาดนี้แหละ  หญิงสาวบ่นยังไม่จบประโยคคนขับรถจำเป็นอย่าง วิทย์ ก็ได้ขับรถมาถึงหน้าคอนโดที่เธออยู่เป็นประจำอยู่แล้ว

“เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมมารับไปที่ร้าน”

อีกแล้วหรอ …..เคยถามความสมัครใจของฉันไหมอิตานี่ แต่ว่าไปฉันไม่ทนกับผู้ชายคนนี้จริงๆใช่ไหมเนี่ย ต่อจากนี้ฉันต้องอยู่กับเขาไปอีกนานเท่าไหร่กันเนี่ย ทำอะไรไม่เคยถามกันสักคำตั้งแต่ตอนนั้นมาถึงตอนนี้

“ อ้าว….เงียบ ถ้าเงียบแบบนี้แสดงว่าตกลงนะ “

“เฮ้ย! คุณฉันไม่ตอบอะไรเลย คิดเองแบบนี้ได้ยังไง

“ คุณเงียบเองช่วยไม่ได้”

“มัดมือชกนะ”

“เป็นอันว่าตกลง งั้นผมไปก่อนพรุ่งนี้จะมารับนะจ๊ะ บ้าย

ฉันเองไม่ได้คำตอบแถมผู้ชายนั้นก็พูดเองเออเอง เผด็จการเหมือนกันเป๊ะ รู้แล้วว่าทำไมพี่หนึ่ง กับคนบ้าอยู่ด้วยกันได้จอมเผด็จการกันเองมาตอนนี้ถึงกับเข้าใจ นิสัยเหมือนกันอย่างกับแกะ เดี๋ยวนะถ้าเป็นแบบนี้ฉันก็ต้องอยู่กับเขาอีกนานเลยสิแล้วระหว่างที่ ฟ้ายังไม่ฝืนฉันก็ต้องอยู่กับเขาให้ช่วยกันดูแลร้านแบบนี้หรอยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว เออ... คิดถึงเรื่องร้านกาแฟของ ฟ้า  เราจะทำยังไงต่อดีล่ะใช่ว่าฉันไม่เคยไปที่ร้านหรอกนะ แต่ฉันคิดไม่ออกว่าฉันจะให้คำตอบกับน้องๆให้ทำงานในร้านยังไงในเมื่อเจ้านายของเขาหายไป แต่ก็เอาเถอะไม่ค่อยคิดเรื่องนี้แล้วกันตอนนี้ขอนอนก่อนนะรู้สึกว่าหมดแรงยังไงไม่รู้ วันนี้ดูดพลังงานไป เยอะมาก!

•••••••••••••••••••


          [คอนโดของ พรีม]

วันนี้ฉันตื่นแต่เช้าไม่ใช่เพราะว่าตื่นเต้นหรอกนะ แต่ตั้งใจที่จะรีบไปที่ร้านก่อนใครบางคน ที่จะมารับฉันไปที่ร้านของฟ้าพร้อมกับเขา หวังว่าฉันจะหนีเขาทันนะ ซึ่งเป็นเวลาปกติซึ่งจะไม่มีอาการตื่นเช้าขนาดนี้ถ้าวันไหนไม่มีเรียนฉันก็จะตื่นประมาณ  9 โมงเช้า แต่ณเวลานี้ ตอนนี้มันคือเวลา ที่เป็นเลข 9 ปรับหัวยังไงล่ะซึ่งในความรู้สึกของฉันนั้น รู้สึกว่ามันเช้ามาก ความจริงฉันก็ตื่นเต้นอยู่เหมือนกันนะว่าจะหนีเขาทันในเวลาที่เขามารับ จะมารับฉันหรือเปล่าความจริงฉันก็อธิษฐานในใจนะ ขอให้ฉันเองหลบหน้าเขาทันทีเถอะ แต่ก็ไม่ทันเร่งเสียงโทรศัพท์ที่ตั้งอยู่บนหัวเตียงเสียงแบบนี้เนี่ยนะ เดาไม่ยากเลยว่าใครโทรมา

“ฮัลโหลว่าไงคุณ…..

“คนนี้ตื่นเช้าดีเหมือนกันนะ พร้อมยังคุณ”

“คุณพูดถึงเรื่องอะไร”

ต้องไปทำงานที่ร้านกาแฟไม่ใช่หรอ ผมมารับคุณแล้วเนี่ยคุณอยู่ไหน?

“แล้วนี่ที่คุณพูด อยู่ที่ไหนคะ”

“น้ำเสียงแบบนี้ แปลกใจหรือไง อีก 10 นาทีผมจะขับรถถึงคอนโดคุณเตรียมตัวให้พร้อมนะ”

ห๊ะ!.....ว่าไงนะจริงป่ะเนี่ย”

“จริงสิคุณ เดี๋ยวเจอกันนะคะที่รัก”

แล้วก็วางสายไป…. ไม่ได้รอฟังคำตอบอะไรเลย วางสายไปเองเลยเราคิดหรอว่าฉันอยากไปกับนายเนี่ย เผด็จการชะมัดแล้วนี่ก็แปลว่า ฉันยังหนีเขาไม่พ้นสินะ แต่ก็ไม่รู้ว่าตานั่นจะอยู่แบบเกาะติดกับฉัน เปิดตลอดทั้งวันหรือเปล่า โอ๊ยแค่คิดก็ปวดหัวแล้ว อ้าวแล้วสรุปว่านี่ฉันกำลังเตรียมอาหารเช้าอยู่เลยนะเนี่ยนั่นก็แปลว่าฉันจะต้องเรียมอาหารเช้าให้เขาอีกชุดนึงสินะ!

คำว่าฉันไม่เต็มใจที่จะทำให้เขานะ ก็ทำไปเพื่อความเมตตาของเพื่อนมนุษย์ว่าแต่เช้านี้จะทำอะไรกินนะเนี่ยรีบก็รีบขั้น แรกเราต้องไปดูวัตถุดิบว่ามันมีอะไรบ้างคิดได้แบบนั้นฉันก็เดินเข้าไฟในครัวดูซิว่ามีอะไรมีอยู่ติดตู้เย็นบ้างยิ่งช่วงนี้ไม่ค่อยได้อยู่บ้านดีด้วย แล้วมันจะมีอะไรเบื่อเนี่ยดูก่อนแล้วกันเก็บเสบียงอาหารของฉันมีขนมปัง ตู้เย็นล่ะ มีแฮมทดแทนเนื้อสัตว์ มายองเนสก็มี ครีมสลัดกุ้งทุกอย่างก็มีพร้อมทั้ง ผักก็ไม่อยู่ในตู้อีกนิดหน่อยตัดสินใจแล้วเมนูง่ายๆในเวลาเร่งรีบในตอนนี้ก็คงหนีไม่พ้นกับ Sandwich อย่างน้อยเท่าที่ฉันรู้เมนูนี้ก็มีสารอาหารพร้อมและดีต่อร่างกายงั้นก็ลงมือเลย

“ทำเลยแล้วกันไม่มีเวลาแล้ว”

20 นาทีผ่านไป

ฉันใช้เวลาเตรียมไม่ถึง 20 นาที ฉันก็เตรียมทุกอย่างได้เป็นที่เรียบร้อยเอาล่ะได้เวลา เอาทุกอย่างที่ฉันทำเตรียมไว้ตั้งแต่แรกแพ็คลงกล่องเริ่มออกเดินทาง ทุกอย่างเรียบร้อยก็ลงไปรอเขาที่หน้าล็อบบี้ ไหนบอกว่าอีก 10 นาทีถึงคอนโด ฉันยังไงล่ะแต่ตอนนี้ฉันทำแซนวิสเสร็จไป 20 นาทีนายก็ยังมาไม่ถึงเลย

“ในที่สุดก็มาสักที รอตั้งนาน

“ขอโทษ ที่ทำให้รอนานนะจ๊ะที่รัก

“ใครที่รักไม่มี

พ่อฉันเป็นรถของเขามาเขาก็คงไม่พลาด ที่จะใช้ปากในการพูดอะไรแปลกๆออกมาสินะจะมีสักวันไหมที่เขาไม่พูดแบบนี้ เออ ตั้งแต่ฉันรู้จักเขามาก็มีช่วงนี้แหละที่เขากำลังพูดจากับฉันแบบแปลกไปกว่าเดิม  เห็นแล้วมันอึดอัดยังไงก็ไม่รู้บอกไม่ถูก ระหว่างที่ฉันได้สร้างคนขับฉันก็พยายามมองไม่น่าเชื่อว่าคุณทีเล่นทีจริงแบบเขาจะมีโมเม้นที่มีความนิ่งแบบนี้ได้เลย เออจริงสิ ก็อยู่ตรงนี้แล้วถามเลยละกัน

“ คุณจะถามคุณว่า ทานข้าวในรถได้เปล่า ?

“ได้สิ …...คุณหิวหรอ?

“ก็ประมาณนึง”

“ถ้าคุณ หิวจะกินผมแทนก็ได้นะ”

“จะบ้าหรอคุณ ถ้าจะให้ฉันกินคุณอะนะฉันกินแซนวิชที่ฉันเตรียมมาดีกว่า”

“ขนาดนั้นเลย5555 ว่าแต่มีส่วนของผมหรือเปล่าล่ะวันนี้ผมก็ยังไม่ได้กินข้าวเช้ามาเลยเนี่ยอีกอย่างผมก็อยากกินฝีมือคุณด้วย ดูซิว่าจะอร่อยขนาดไหน”

“เอางั้นเลย อยากกินหรอเดี๋ยวฉันแบ่งให้”

ว่าแล้วฉันก็จัดการแบ่ง แซนวิชในส่วนของคนขับรถที่ทำเอาไว้แล้วขอให้ผ่านไปด้วยขับรถไปด้วยเรื่องความทุลักทุเล หรือเปล่านะฉันก็ไม่รู้เหมือนกันในฐานะที่เป็นนางฟ้าใจดีแอบช่วยเขาอีกนิดนึงหน่อยละกัน ในฐานะที่เราตอนนี้เป็นคนที่ว่างอยู่สองมือ มือหนึ่งก็ทานแซนวิชในส่วนของฉันเองส่วนมืออีกข้างก็คอยที่จะจับแซนวิชเพื่อป้อนเข้าปากให้กับคนขับรถในยามจำเป็น และกว่าที่จะกินแซนด์วิชให้หมดก่อนรถของเขาก็เล่นมาจนถึงหน้าร้านกาแฟที่เป็นจุดมุ่งหมายของเราพอดี ดูจากสภาพของร้านตอนนี้ถูกปิดสนิทไม่ใช่เพราะว่าไม่มีคนมาใช้บริการ แต่มันคงเป็นเพราะไม่มีใครมาดูแลร้านต่อหลังจากที่ฟ้ามีอาการป่วยหนักนั่นเอง ภายในร้านก็ยังดูเหมือนเดิม มันก็มีเพียงแค่มีผ้าใบคลุมเก้าอี้ไม่ให้เป็นฝุ่นและคอยคลุมบรรดาเคาน์เตอร์และเครื่องชงกาแฟต่างๆ ทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิมที่แตกต่างออกไปก็คือความเงียบที่แทรกเข้ามาเท่านั้นเอง

“ทุกอย่างยังเหมือนเดิมเลยนะ …..”

“นั่นสิ ว่าแต่คุณจะทำยังไงต่อล่ะกับร้าน”

มาถามแบบนี้แล้วใครจะคิดออกล่ะแค่เวลาก็ไม่ทำแบบนี้ เป็นคนคิดไวทำไวจริงๆเลยนะเป็นคนใจร้อนด้วยหรือเปล่าแบบนั้นต่อไปฉันก็คงไม่ไหวหรอกนะ คุณชายสถาปนิกเลือดร้อน

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน บรรยากาศมันดูโล่งโล่งฉันว่าจะเอาต้นไม้มาเสริมนายคิดว่าไง”

“ก็ดีนะ งั้น ผมเดินดูร้านนิดหน่อยนะเผื่อจะมีอะไรเพิ่มเติม”

แล้วฉันก็ปล่อยเขาไปที่เดินสำรวจการแบบหนำใจ ให้เขาช่วยดูหน่อยละกันเผื่อจะช่วยอะไรเราได้ถ้าเราทำคนเดียวมันก็คงไม่ไหวรักออกจะใหญ่ขนาดนี้ดูจากขนาดของตัวร้านก็ไม่ได้ใหญ่มากแต่ก็สามารถเพิ่มเติมอะไรได้อีกเยอะเพราะฉะนั้นก็ให้คำว่าช่วยด้วยกันก็คงไม่เป็นไร ส่วนทางด้านของฉันก็ตอนนี้ดูของที่ขาดเหลือภายในร้านไปก่อนแล้วค่อยซื้อเพิ่มก่อนที่จะเปิดร้านในอาทิตย์หน้า “ฉันนับถือแกจริงๆเลยดูแลร้านพวกนี้คนเดียว สุดยอด!แล้วไหนจะมีเรื่องของที่นายจ้างพนักงานพาร์ทไทม์ล่ะจริงสิ พวกเบอร์โทรของน้องๆพวกนั้นเก็บไว้ไหนกันต้องไม่แพ้ก่อนที่จะกลับบ้านซะแล้วล่ะ จากนั้นฉันก็ เห็นนายวิทย์เดินเข้ามาหาฉันพอดี

“เป็นยังไงบ้างคุณ มีอะไรต้องเปลี่ยนไหม”

“ผมว่าด้านนอกร้านเราจะเอาโต๊ะไปเสริมอีกสัก 2-3 ตัวก็น่าจะได้

ไม่น่าเชื่อว่าความคิดของเขากับความคิดของฉันมันจะตรงกัน ตอนแรกฉันก็คิดว่าข้างนอกร้านมันยังโล่งเกินไปหน่อยยังคิดอยู่เลยว่า จะเอาโต๊ะไปเสริมสัก 2-3 ตัวไม่น่าเชื่อว่าเราสองคนความคิดมันจะตรงกันได้ขนาดนี้ แต่ก็เอาเถอะความคิดแบบนี้ใครก็คิดได้ มันอาจจะเป็นเรื่องใครจะไปรู้ล่ะจริงไหม

“ผมว่า ผมจะช่วยคุณดูแลร้านอีกแรงนะ”

     ฉันขอแรงช่วยจากไหนไม่ทราบแต่ก็ดีเหมือนกันฉันจะได้มีเวลาพักบ้าง แถมเขายังบอกว่า ร้านสังกัดติดตัวมานานเขาจะปรับปรุงให้เสร็จภายในเวลาเดียว ตอนแรกก็คิดอยู่ในใจว่ามันจะเป็นไปได้จริงหรอที่ว่าจะทำทุกอย่างภายในร้านภายใน 1 อาทิตย์แต่ก็เอาเถอะไปไหนก็เอาเขามาช่วยแล้วก็ปล่อยให้เขาทำหน้าที่ของตัวเองไป ในส่วนงานของฉันตอนนี้ก็มีแค่คอยโทรตามพนักงานแต่ กลับมาทำงานที่ทันเวลาที่จะเปิดร้าน

•••••••••••••••••••


3 อาทิตย์ผ่านไปไวเหมือนโกหก !

[โรงพยาบาล]

เวลาผ่านไปกว่า3 อาทิตย์บรรยากาศภายในโรงพยาบาลก็ยังเหมือนเดิม ทุกคนทั้งคนไข้ คนที่คอยรักษาคนไข้อย่างคุณหมอก็คอยเดินเข้าเดินออก ภายในโรงพยาบาลแม่สายและไม่เคยเงียบสงบเลยสักครั้งแต่รู้สึกว่าคนที่ไม่ใช่ว่าจะเงียบสงบมากกว่าบรรยากาศภายในโรงพยาบาล ก็เห็นจะเป็นผู้บริหารหลักของโรงพยาบาลแห่งนี้อย่าง ทักษกร เพราะตอนนี้เขาปฏิบัติทุกอย่างภายในโรงพยาบาลที่ดูเหมือนบ้านของตัวเองอีกหลังนึง แบบไหนหรอเขาทยอยข้าวของสิ่งที่จำเป็นในการดำรงชีวิตย้ายเข้ามาภายในโรงพยาบาลขึ้นไปอยู่ในห้อง ที่เขาทำงานเรื่องเอกสารและแน่นอนว่าเขาย้ายของมาซะขนาดนี้จะเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะกลับไปนอนที่บ้านของตัวเอง

ระหว่าง 3 อาทิตย์ที่ผ่านมาเขาพยายามบริหารเวลาให้ลงตัวที่สุดในการรักษาคนไข้และรักษาคนรู้ใจของเขาไปด้วยตอนเช้าถึงตอนบ่ายเว้นระยะห่างแค่ตอนพักเที่ยง ที่จะมาคอยดูแลน้องฟ้าอย่างเต็มที่ส่วนตอนบ่ายถึงตอนเย็นเป็นเวลาทำงานตามปกติ ส่วนตอนเย็นจนถึงตอนค่ำเวลาเข้านอนเขาใช้เวลาทั้งหมดในการดูแลน้องสาวเป็นรอบที่ 2 เขาทำแบบนี้มาอยู่พักนึงนับตั้งแต่ที่น้องฟ้าลงความเห็นว่านอนพักฟื้นที่โรงพยาบาล ดูที่เขาก็ไม่รู้เหมือนกันคนรู้ใจของเราตื่นขึ้นมามองหน้าเขาในเวลาไหน


นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น

  1. #1 pekun (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 12:48

    เนื้อหาอ่านแล้วมันไม่ไหลลื่นนะ บางประโยคอ่านแล้วงง

    #1
    1
    • #1-1 Ichiko- wiri(จากตอนที่ 21)
      19 พฤษภาคม 2562 / 15:35
      ขอบคุณสำหรับคำติชมนะคะ เดี๋ยวจะเก็บเอาไปแก้ไขนะคะ
      #1-1