My Lady เกมรัก เเผนร้าย

ตอนที่ 19 : ความสู้สีกเเปลกๆ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 42
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    20 ม.ค. 62


Wit & Prim


                    เช้าวันรุ่งขึ้น….. ตามคำนัดหมายของ 2 ครอบครัวที่ว่าจะไปที่โรงพยาบาลพร้อมกันทั้งหมดทุกคนมารวมตัวกันที่บ้านของ หมอหนึ่งเพื่อมาทานข้าวเช้าพร้อมกันแล้วออก บ้านปูพร้อมกัน บินธรรมดายามเช้าของชีวิตคนเมืองพวกเขาตัดสินใจเดินทางไปที่โรงพยาบาลพร้อมกัน เพื่อผ่านรถติดในยามเช้าชีวิตคนเมืองอย่างเลี่ยงไม่ได้

ใช้เวลาอยู่นานพอสมควรกว่าพวกเขาทั้งหมด จะเดินทางมาจนถึงโรงพยาบาลที่ลูกชาย และลูกสาวของพวกเขาทั้งสองครอบครัว อยู่ข้างในตึกหอพักผู้ป่วยใน เขาทั้งหมดคอย ก็ที่ตรงเคาเตอร์หน้าโรงพยาบาลห้องของผู้ป่วยที่เป็นลูกสาวของพวกเขาอยู่ที่ห้องไหน

“ขอโทษนะคะ…...ขอถามหน่อยได้ไหมคะ”

“เชิญค่ะจะถามเรื่องอะไรคะ”

“เออ….พอดีจะสอบถามว่า คนไข้ชื่อ นางสาว พิชญาภา  ไพศาลกุลอยู่ที่ห้องไหนคะ

ก็ทำต่อไปด้วยความไม่รู้ ว่าลูกสาวตัวเองอยู่ที่ห้องไหนสุดท้ายก็ได้คำตอบว่าลูกสาวของเขาย้ายมาที่ห้องพัก ผู้ป่วย เป็นที่เรียบร้อยในเวลาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา สุดท้ายก็ได้คำตอบพวกเขาจึงเดินหน้าไปที่ห้องพักตามที่เจ้าหน้าที่ที่หน้าเคาน์เตอร์ของโรงพยาบาลบอกทันที ระหว่างทางเดินไปที่ห้องพักก็มีการเดินสวนไปสวนมาระหว่างหมอ คนไข้ และนางพยาบาล วันนี้ก็เป็นเรื่องธรรมดาของสถานพยาบาลที่มีสิ่งพวกนี้เดินผ่านไปผ่านมาอยู่แทบตลอดเวลา ด้วยความที่คุณพ่อและคุณแม่ของ  หมอหนึ่ง เห็นจนชินตาจนเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว ไม่นานญาติผู้ใหญ่ทั้ง 2 ครอบครัวพากันเดินมาจนถึงห้องพักของงน้องฟ้าใส

ทันทีที่พวกเขาเดินทางมาถึงในห้องพักในโรงพยาบาลที่มีลูกสาว ของพวกเขานอนพักอยู่เพราะเขาก็ได้เห็นภาพที่ไม่เคยได้เห็นมาก่อนนอกจากคุณนายหญิง ที่เป็นแม่ของ หมอหนึ่ง เมื่อทุกคนเห็นภาพนี้แล้วก็ต่างมีรอยยิ้มติดหน้าอย่างไม่ต้องสงสัย โดยเฉพาะแม่นิดคุณแม่ผู้ใจดีที่กำลังมองดูลูกชายของตัวเองจับมือของเด็กสาวที่นอน อยู่บนเตียงผู้ป่วยสิ่งที่เธอเห็นมันทำให้เธอยิ้มแทบจะไม่หุบเพราะว่าสิ่งที่ลูกชายของเธอทำอยู่ เธอเองไม่ได้เห็นมานานมากนับตั้งแต่คุณยายของหนึ่งเขาเสียไป ตอนเด็กๆหนึ่ง เขาจะมีความสนิทกับคุณยายมากแล้ววินาทีสุดท้ายก่อนที่คุณอยากจะเสีย ด้วยความที่เป็นเด็กผู้ชายที่ไม่รู้ภาษีภาษา เขาก็เลยทำการจับมือคุณยายก่อนก่อนหมดลม มาถึงตอนนี้เขาจับมือกับเด็กคนนี้แสดงว่า……

เอ๋….มันก็สายแล้วแม่นิดนึงตัดสินใจที่จะปลุก ลูกชายของตัวเองก่อนดีกว่าก่อนที่จะใช้เวลานานกว่านี้มันคงไม่ดี ถ้าไม่นับว่ามีคนมายืนพวกเขาทั้งสองยืนอยู่เต็มห้อง

“หนึ่ง…...ลูก….

(เพื่อเรียกชื่อลูกของตัวเองพร้อมโมโหตัวเองเป็นที่รักของลูกชาย เพื่อเป็นการปกครองให้ตื่นจากการหลับไหล) จนสุดท้ายลูกชายของเธอก็ตื่นจากการหลับไหล

“คุณแม่……(ทักษกรตื่นขึ้นมาห้องพักฟื้นขึ้นมีอาการมึนงง)

•••••••••••••••••••••

ทักษกร ตกอยู่ในภวังค์ของความหลับไหลอยู่พักนึงเขาก็ได้ยินเสียงเรียกชื่อของเขา พร้อมมีใครบางคนจับตัวเขาเขย่าให้ตื่นออกมาจากภวังค์

“หนึ่ง…...ลูก……”

“อ้าว….คุณแม่ มาแล้วหรอครับ

“ใช่จ้ะ เป็นยังไงบ้าง”

“ถามถึงใครครับ น้องรึผม?

“ก็...ทั้งเราแล้วก็น้องแหละ เป็นยังไงบ้าง?

“อ๋อ..ถ้าถามตัวผมก็ยังมีความสบายดีอยู่ครับ”

“แม่รู้….

“ส่วนเรื่องของน้องผมว่า เราทั้งหมดไปคุยกันในห้องทำงานกันดีกว่านะครับ

…..ผมก็ไม่รู้เหมือนกันนะ ว่าพวกเขาเข้ามากันในห้องนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ผมไม่หลับลึกขนาดนี้เลยหรอ ผมยอมรับนะการเป็นหมอมันเหนื่อย แต่มันก็ไม่เหมือนครั้งนี้การเข้าเวรของผมรอบนี้รู้สึกว่ามันจะเหนื่อยเป็นพิเศษยังไงบอกไม่ถูก แล้วผมก็ต้องดูแลคนตัวเล็กอย่างใกล้ชิด เมื่อคืนผมเลยตัดสินใจว่าจะนอนเฝ้าเธอทั้งคืนถึงเช้า ส่งผลมาถึงตอนเช้าของวันถัดมาที่ทุกคนมารวมตัวกันทำหน้าที่ห้องพักของน้องฟ้าในตอนนี้

ส่วนเรื่องของการรายงานอาการของน้องฟ้า ให้ครอบครัวน้องฟ้าได้รู้ ถ้าบอกในห้องนี้มันคงจะไม่ดีแน่อุปกรณ์ก็ไม่พร้อม และอาจจะรบกวนคนที่นอนหลับสนิทอยู่บนเตียงก็ได้ ผมไม่ได้ตัดสินใจที่จะพาทุกคนไปที่ห้องทำงานเพื่อความสะดวกในทุกด้าน และบวกกับว่าคุณพ่อของผมเองไม่ได้มาเยี่ยมที่โรงพยาบาลนานแล้วท่านคงอยากจะรู้ แผนงานแบบใหม่ของโรงพยาบาลไปด้วยละมั้ง ทุกคนมาพร้อมกันตรงนี้แล้วเพื่อถือโอกาสพาทุกคนขึ้นข้างบนทั้งหมดนี่เลยละกัน

คิดได้อย่างนั้น….ไม่ช้าผมเลยพาทุกคนขึ้นไปที่ชั้นบนสุดของโรงพยาบาลตรงไปที่ห้องทำงานของผมเองซึ่งในอดีต มันเคยเป็นห้องทำงานพ่อผม ระหว่างทางเดินไปที่ห้องทำงานด้วยความที่พ่อ สนิทกับเจ้าหน้าที่ทุกนาย ผมเลยเห็นภาพที่พ่อคอยทักทายเจ้าหน้าที่ทุกคนระหว่างรอขึ้นไปที่ห้องทำงาน

ดีที่สุดพูดถึงห้องสักที…..

“เมื่อทุกคนมาพร้อมหน้ากันแล้วนะ อธิบายอาการของน้องเลยละกันนะครับ”

“ได้เลย ลุงกำลังรออยู่เลยเนี่ย”

“ เพื่อเป็นการไม่เสียเวลา ขอชี้แจงอาการของน้องเลยแล้วกัน”

วันนั้นผมก็อธิบายการที่น้องเป็นต้นเหตุที่น้องต้องมาเป็นแบบนี้ ให้ผู้ปกครองของเราทั้งสอง ซื้อเหล้าอยู่นานพอสมควรกว่าจะอธิบายเหตุการณ์ทั้งหมเรียบร้อย แล้วดูเหมือนว่าท่านจะเข้าใจ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา ผมก็เลยถือโอกาสขออนุญาตในการ เฝ้าคนไข้คนนี้ แทน

“ลุง ป้าครับผมขอเป็นดูอาการของน้องเองได้ไหม นั่นก็หมายความว่ารวมถึงการเฝ้าไข้ด้วย”

ทั้งหมดต่างหันหน้าไปมองหน้ากันเพื่อลงความเห็น แต่ผมก็ไม่รู้นะที่ผมพูดไปตรงๆแบบนี้ ท่านทั้งสองจะให้ผมทำตามที่ผมพูดไว้หรือเปล่า ทั้งหมดใช้เวลาอยู่สักพัก แล้วก็ได้คำตอบ

“เราแน่ใจนะว่าจะดูแลน้อง…

“ ครับ”

“ แล้วลูกจะไหวหรอ ทั้งทำงานไปด้วยแล้วดูแลน้องไปด้วยแบบนี้”

“ ครับ ผมขอทำอะไรบางอย่าง ที่นอนบ้านก็คงจะดี ดีกว่าอยู่เฉยๆ”

ผมพูดออกไปอย่างหนักแน่นผมจะดูแลน้องนับตั้งแต่ ที่น้องยังนอนอยู่บนเตียง ต้นถั่วงอกขึ้นมามองเห็นหน้าทุกคนแล้วยิ้มอย่างสดใส มันไม่ใช่อะไรมากหรอกที่ผมอยากพ่อเธออยากดูแลเธออยู่ตอนนี้ก็เป็นข้ออ้างอีกหนึ่งข้อที่ผมอยากทำให้เธอ แล้วเธอจะไม่เห็นก็ตาม ผมอยากให้เธอฟื้นขึ้นมาแล้วเห็นผมเป็นคนแรกที่ฟื้นขึ้นมาก็เท่านั้นเอง สัญญาว่าผมจะดูแลเธอให้ดีที่สุด

“เอาล่ะ ถ้าเราพูดมาซะขนาดนั้น ลุงจะคอยดูแล้วกันนะเราทำได้หรือเปล่า”

(......)

ผมไม่รู้หรอกนะว่าที่ผม ขออนุญาตดูแลน้องฟ้า คำตอบของพวกท่านแต่ผมคิดว่าทุกท่านใบอนุญาตการดูแลเรียบร้อยแล้ว  

ระหว่างที่น้องเขาอยู่ที่โรงพยาบาล ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่ผู้ปกครองจะมาเยี่ยม คนไข้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรนะมันออกจะเป็นเรื่องธรรมดาด้วยซ้ำผมมองดูที่นาฬิกาข้อมือที่สวมอยู่ ตายแล้ว!! ตอนแรกผมตั้งใจว่าจากเมื่อคืน ว่าพรุ่งนี้เช้าIเพิ่งรู้วันนี้เองผมตั้งใจว่าจะไปค้นหาความจริงว่าใครเป็นคนทำร้ายน้องฟ้ากันแน่ โดยที่ผมจะโทรนัดเพื่อนอีกคนนึงไม่พูดแสดงในการสืบหาความจริง เดี๋ยวนะ…..พูดเหมือนว่าตัวเราเองกำลังสิงร่างเป็นโคนันอยู่อย่างนี้แหละ

“หนี่ง! แม่ขอคุยด้วยหน่อย”

ผมได้ยินแบบนี้ ก็รีบเดินตามหลวงพ่อกับแม่ไปที่มุมหนึ่งของให้ทำงาน เพื่อเป็นการศึกษาการประเพณีว่าเราจะเอายังไงกันต่อไป

“เราแน่ใจหรอ ลูก! ว่าเราไหว”

“แม่….ผมก็ไม่แน่ใจนะ แต่ผมจะดูแลเธอให้ดีที่สุด

ผมไม่รู้หรอกว่าพวกผู้ใหญ่เขาคิดกันยังไง แต่ณเวลานี้ผมขอดูแลเธอคนนี้ที่ดีที่สุดก็พอไม่ว่าเธอจะยอมรับหรือไม่ยอมรับ คำสุดท้ายเธอบอก ฉันกะแล้วว่าว่านายต้องมา!! คำพูดแบบนี้มันติดอยู่ในใจผมมา ตลอดตั้งแต่ผมไปเจอเธอในสภาพพี่จะไม่เหลือง อะไรเลยมีแต่บาดแผลบาดเจ็บเป็นตัวเลือกออกเต็มตัวไปหมด  สภาพของเธอแบบนั้นมันทำให้ผมแทบใจสลายลงกับพื้นแล้วอยู่ๆพ่อของผมก็พูดขึ้นมาว่า…..

“ เอานะคุณ ลูกเราตัดสินใจแบบนั้นก็ช่วยอะไรไม่ได้นะ เราดูแลน้องฟ้าไปเถอะ”

“ จะดีเหรอคะคุณ ทำงานก็ทำ ดูแลน้องก็ดูแล มันไม่เหนื่อยไปหรอฉันเป็น ห่วงลูกอะ”

(ที่คุณแม่ห้ามเราทั้งหมดก็เพราะเป็นห่วงเราหรอ มันเป็นเรื่องธรรมดาเป็นห่วงลูก)

“ถ้าแบบนั้น….ป้ากับลุงขอฝากน้องด้วยนะ”

“เออ….เดี๋ยวหนูจะต้องไปเข้าเวรแล้วใช่ไหม เดี๋ยวลุงกับป้าจะดูแลน้องไว้ก่อน เราก็ไปทำงานนี่นะ

“ครับ…”

ทำงานหรอ? ตายแล้วใช่สิ ตายแล้วจริงๆเราต้องรีบหน่อยแล้วแหละ ที่ทุกคนเห็นผมก็วนกระวายเรื่องไปทำงานตอนเช้า แม่ก็ยื่นของสัมภาระที่เตรียมไว้ให้ผม ที่ผมโทร ยำ้กับท่านเมื่อคืนที่ผ่านมาท่านท่านยิ้มอย่างร่าเริงพร้อมกับส่งของในมือส่งมาให้ผม

“อะ…...อันนี้จ้ะ ของที่ลูกต้องการแม่เตรียมไว้ให้หมดแล้ว”

“ขอบคุณนะครับแม่”

ตอนแรกผมคิดว่าจะโทรเข้าไปหา วิทย์ เพื่อนสนิทของผมอีกคนแต่ดูจากสถานการณ์ในตอนนี้นะผมคิดว่า ก่อนที่จะโทรหามันผู้ช่วยตามหาคนที่ทำร้ายนางฟ้า ผมว่าพักไว้ก่อนก็คงจะดี ขอให้เดินออกไปจากวงล้อมของผู้ปกครองของเราทั้งสองคนก่อนเถอะจะคุยอะไรกันดีกว่านี้ ต่อสายคุยกับมันตอนนี้มีหวังพวกท่านเป็นห่วงตายแน่  เมื่อคิดได้แบบนั้นผมก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าจัดระบบร่างกายของตัวเองให้เรียบร้อย แล้วรีบเดินออกจากในห้องก่อนที่ทุกคนจะสงสัย รีบไปโทรหาไอ้วิทย์อย่างที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรก

มาเดินพ้นจากตรงนั้นผมก็รีบต่อสาย ไอ้วิทย์เพื่อนของคุณทันทีแต่ไม่รู้ว่าเวลานี้มันจะรับโทรศัพท์หรือเปล่า? มาถึงขนาดนี้แล้วก็ลองดูหน่อยแล้วกันเผื่อมันจะรับ ผมขอขายอยู่ไม่นานในที่สุดมันก็รับโทรศัพท์ผม  Amazing มากเลยที่มันรับโทรศัพท์ผมยามเช้าแบบนี้

“ฮัลโหลมึง…. “

“ว่าไงโทรมามีอะไร…?

“ บ่ายนี้มึงว่างป่ะ…”

“ทำไม มีอะไรหรอ?

“กูมีเรื่องให้ช่วยกูหน่อย เมื่อคืนน้องฟ้าถูกทำร้ายที่หลัง ร้านของเธอเองตอนนี้บาดเจ็บสาหัสอยู่ที่โรงพยาบาล”

“มันจะดีหรอวะ….”

“ดี ก็อยากรู้เหมือนกัน ว่าใครมาทำร้ายน้อง

ดูทีท่าตั้งแต่แรก ผมก็คิดอยู่แล้วว่ามันต้องตามมาที่โรงพยาบาล นี่ก็ถือโอกาสมันมาให้เร็วที่สุดเลยก็แล้ว พอมันมาถึงค่อยเล่าให้มันฟังอย่างละเอียดที่หลัง ถึงจะโทรหาน้องพรีมเพื่อเป็นตัวช่วยตัวขับไปของผมดูเหมือนว่ามันจะตกลงพี่จะมาหาผมที่โรงพยาบาล ให้เวลามันเดินทางประมาณ 15 นาที นาทีเพราะว่า นาทีเพราะว่าเพราะว่าถ้า นาทีเพราะว่าเพราะว่าฉันที่ทำงาน นาทีเพราะว่าเพราะว่าสถานที่ทำงานของ นาทีเพราะว่าเพราะว่าสถานที่ทำงานของไอ้วิทย์ ก็ไม่ได้ตั้งอยู่ไกลจากโรงพยาบาลอยู่มากนะ

“ได้ อย่างนั้นเจอกันที่โรงพยาบาล อีกครึ่งชั่วโมง”

ฉันให้เวลามัน 15 นาที มันต่อเวลาเป็นครึ่งชั่วโมงสุดยอดเพื่อน แผนสูงนักนะผมก็เหมือนกันว่ามันต่อเวลา 15 นาทีกลายเป็นครึ่งชั่วโมงแบบนี้ผมก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่า  นาทีกลายเป็นครึ่งชั่วโมงแบบนี้ผมก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่ามัน นาทีกลายเป็นครึ่งชั่วโมงแบบนี้ผมก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่ามันเผื่อเวลาไปรับใครหรือเปล่า

ก็ช่างมัน. ….เป้าหมายต่อไปผมจะโทรหา เพื่อนสาวของเธออีกคน สำหรับรายนี้โทรไปแป๊บเดียวก็ติดเธอก็รักษาโดยที่ไม่ต้องรออะไร

“ ฮัลโหลพรีม”

“พี่หนึ่ง….โทรมาทำไมคะ

“นี่เราดูแล้วใช่ไหม ว่าน้องฟ้าเขาเข้าโรงพยาบาล

“อ้าว...นึกว่าเรื่องโกหก สรุปแล้วเป็นเรื่องจริงใช่ไหม คืนที่ไม่โทรมาเล่าให้หนูฟังแล้วตอนนี้ไม่เป็นไรแล้วใช่ไหมคะ”

“เออ….ปลอดภัยแล้ว แล้วเราอยากจะเยี่ยมหน่อยไหม”

“ได้ค่ะ….เจอกัน ค่ะ

ระหว่างรอเขาทั้งสองคนเดินทางมาถึงที่นี่  ผมก็หันมาทำกิจกรรมส่วนตัวของผมบ้างนั่นก็คือ การที่ผมเดินลงไปที่ห้องพักคนไข้ พี่ชื่อ นางสาว พิชญาภาเธอเป็นคนพิเศษของผมเอง ป่านนี้จะเป็นยังไงบ้างเมื่อเช้าก็ไม่ดูผล ที่ออกมา ตามอาการของวันนี้เลย ตรวจหน่อยดีกว่า

ทันทีที่ผมเดินมาถึงห้องพักของน้องฟ้า ก็ได้พบกับความเงียบบรรยากาศก็เหมือนกับบรรยากาศของห้องพักของคนไข้ทั่วไป จะมีความพิเศษหน่อยก็แค่แค่มีขนาดที่กว้างกว่าห้องพักของคนไข้ปกติเท่านั้นเอง ที่เหลือของใช้สอยต่างๆมันก็คล้ายๆกับโรงแรมไม่มีผิด แต่สิ่งที่พิเศษกว่านั้นก็คงเป็นคนไข้สาวน้อยที่นอนอย่างเงียบสงบอยู่ตรงกลางห้อง

“ไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนี้เขาจะฝันหวานไปถึงเมื่อไหร่นะ รีบตื่นมาหากันสักทีสิ”

(……….)

“จะฝันหวานไปถึงไหนกันเนี่ย…..พี่เริ่มจะอิจฉาเราแล้วนะ!!!

(.....)

สิ่งที่ผมได้ตอบกลับมามันก็คือความเงียบของหญิงสาวที่นอนหลับอยู่ในภวังค์ ความฝันขนาดผมเป็นหมอเองดูจากภายนอก ร่างกายของเธอก็แทบจะกลับมาเป็นปกติ ถึงแม้ว่าจะผ่านมาแค่วันเดียวก็ตามตอนนี้ก็รอแค่ล้อหญิงสาวคนนี้เกิดขึ้นจากเตียงก็เท่านั้น

รอไม่นานบุคคลปริศนาที่ผมเฝ้ารอมาเกือบครึ่งชั่วโมง ก็เดินทางมาถึง!!!! ในไม่ช้าแต่ผมรู้สึกว่ามันจะมีอะไรพิเศษมากกว่านั้น เพราะอะไรหรอก็คงเป็นเพราะผู้หญิงปริศนาที่ไอ้วิทย์มันพามาด้วยโดยที่ผมก็รู้จักว่าคนนั้นคือใคร นั่นก็คือเพื่อนสาวคนสนิทของสาวน้อย ที่นอนพักอยู่บนเตียงผู้ป่วยเอง….

“ฮัลโหลมึง…. รอตั้งนานกว่าจะมานะ!!!!

“โทษที….พอดีไปรับน้องพริม

“เรียกน้องด้วย ยังไงกันแน่ เเหม….. !!!

แล้วอยู่ดีๆ คนร่วมวงอีกคนก็พูดขึ้นมากลางบอกว่า

“มันไม่ใช่แบบนั้นนะคะพี่!!”

โปรสังเกตว่าคนที่จะร้อนมากกว่า ไอ้วิทย์ ก็คงจะเป็นคนที่มันพามาด้วยอย่างน้องพรีม ดูสิเธอรีบแก้ตัวใหญ่เลยทั้งๆที่ผมรู้ว่าเรื่องแบบนั้นมันคงจะเป็นจริงในอนาคต ทำไมน่ะหรอสำหรับของไอ้ วิดนะถ้ามันยังไม่สนใจใครมันคงไม่ทุ่มเทที่จะดูแล ผู้หญิงคนไหนอย่างจริงจังแบบนี้หรอกคุณรู้จักมะนาว ก็พอที่จะรู้นิสัยมันพอสมควร

“5555...พี่พอจะรู้หรอกนะ อย่าซีเรียสนะ”

“พี่หนึ่งอ่ะ ใจหายหมด!!!!

เปิดดูเหมือนว่าคนร่วมกลุ่มอีกคน ที่ผมแซวมันไปตั้งแต่แรกคงจะเอาเสียงอยู่ให้หน่อย ที่ไม่สวยมันมีส่วนร่วมอะไรเลย ทนมีอาการพูดขัดมากลางคัน

“โอ๊ย….พอแล้วจ้า จะคุยกันอีกนานไหม!

“เออๆ”

เออ….คุณหนึ่งครับ ไม่ทราบว่าคุณเรียกผมมาทำไมหรอ ถ้าไม่มีอะไรผมกลับนะ

เดี๋ยวๆ ใจเย็นลูกพี่ ใจร้อนไปได้

“ถ้าช้ากว่านี้ฉันกลับ”

OK…. เรื่องทั้งหมดมันเป็นแบบนี้!

ผมตั้งใจที่จะเล่าเรื่องราวทั้งหมดตั้งแต่ ผมจะไปพบน้องฟ้าที่นอนที่หลังนั้นของเธอเองแต่ระหว่างที่ผมไปช่วยเธออยู่นั่นแหละผมได้ไปเจอกับกล้องวงจรปิดที่เธอ ติดเอาไว้บริเวณร้าน ผมก็เลยอยากจะชวนมันไปดูข้อมูลในกล้องวงจรปิดที่ติดอยู่ที่ร้าน เป็นคู่กับผม  ก็นะ….ผมถือคติที่ว่าคนเดียวหัวหายสองคนเพื่อนตาย นั่นแหละผมเลยชวนมันมาหาผมที่โรงพยาบาลเพื่อจะออกไปค้นหาความจริง เกี่ยวกับคนที่มาทำร้ายน้องฟ้าในวันนั้นผ่านกล้องวงจรปิด ส่วนน้องพรีม ผมอยากให้เธอมาอยู่เป็นคู่กับน้องฟ้าที่โรงพยาบาลระหว่างที่ผมไม่อยู่

แล้วดูจากผลลัพธ์ที่คัดลอกมาทั้งหมด ก็ดูเหมือนทั้งสองคนจะเข้าใจที่คุณพูดและพร้อมที่จะช่วยผมอยากติดใจบอกไม่ถูก แขนมีอาการเลือดร้อนมากกว่าเราด้วยซ้ำโดยเฉพาะเพื่อนสาวของน้องฟ้าเองก็ดูจากเวลาปกติเธอก็ดูจะเป็นคนหวานเรียบร้อย แต่พอได้ยินที่ผมเล่าเกี่ยวกับเพื่อนรักของเธอแล้ว วิญญาณคนเลือดร้อนที่ในตัวของเธอดูท่าจะลุกข้างยิ่งกว่าผมซะ…...

“ใครช่างกล้าทำแบบนี้กันเถอะ อย่าให้เจอหน้านะฉันจะให้มันไปสู่นรกเลย”

ผมเลยตอบกลับไปว่า ….

“นั่นน่ะสิพี่ก็อยากรู้เหมือนกัน”

“สรุปแล้ว….พวกเราต้องช่วยกันค้นหาความจริงเรื่องนี้

“ใช่…..”

เมื่อเราตกลงกันได้แบบนี้เรียบร้อยแล้ว เราทั้งหมดก็แยกย้ายทำหน้าที่ของตัวเองนั่นก็คือ ผมให้น้องพรีมอยู่เฝ้าคนตัวเล็กไป ระหว่างที่ผมไม่อยู่ส่วนผมกับ ไอ้วิทย์ก็พากันออกไปค้นหาความจริงที่เกิดขึ้น แต่ก็ไม่รู้ว่าจะได้มากหรือน้อยขนาดไหน  ส่วนเรื่องงานหลักของผมตั้งแต่ผมไปบอกกับเพื่อนว่าวันนี้จะทำงานนอกสถานที่ ผมก็รีบจัดการตัวเองก่อนที่มันจะมาถึงภายในโรงพยาบาล นั่นก็คือการทำแชทเลขาของผมเองเนื้อเรื่องของเอกสาร และการเข้าเวร ไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

•••••••••••••••••


[ร้านของน้องฟ้า….]

ผมกับเพื่อนใช้เวลาไม่นานในการเดินทางมาจนถึงร้านน้องฟ้า ซึ่งในเวลานี้ถึงแม้ว่าจะเป็นเวลากลางวัน แต่ก็ยังปิดร้านอยู่ก็คงเป็นเพราะคุณลุงกับป้าเธอไปบอกพวกพนักงานหรอกว่าวันนี้ร้านปิด “วันนี้ร้านปิด” ละมั้งนะ แต่อีกด้านนึงผมก็คิดว่าที่ร้านปิดมันก็เป็นผลดีสำหรับเราที่จะตรวจสอบอะไรบางอย่างในแบบที่ทำสะดวก แบบที่ใครไม่ต้องมารบกวน

ทันทีที่มาถึงอันดับแรกที่ควรจะตรวจสอบภายในร้านนี้ ก็คงไม่พ้นบรรดากล้องวงจรปิดที่ติดอยู่ในบริเวณนั้นแต่ก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่าจำนวนกล้องวงจรปิดภายในร้าน จะมีสักกี่ตัวกันแล้วอีกอย่างนึงที่ว่ากล้องพวกนั้นจะค้นหาความจริงให้พวกเราได้หรือเปล่า  แต่ในใจผมก็หวังว่าในบรรดากล้องทั่วทั้งหมดขอให้มีตัวเถอะ ที่จะสามารถชีวิตของพวกเราได้ ผมตรวจดูของในร้าน นอกร้าน ก็พบว่าท่าน่ารักมีเครื่องรวมกันทั้งหมดจำนวน 4 ตัว ข้างในร้าน 2 ตัวข้างนอกร้านอีก 2 ตัว แต่โชคดีหน่อยที่กล้องแต่ละตัวภูเขาติดตั้งกล้องแบบว่า สามารถมองและแบบทั่วร้านทั้งนอกและใน มัน Amazing จนวิทย์มันพูดว่า

“Wow... น้อยแต่มาก”

ตัวมันเองพูดคำว่าออกมา ทำให้ผมแปลกใจอยู่ไม่น้อยว่ามันจะแปลกใจอะไรเบอร์นั้น ถ้าเป็นตัวอย่างกับไม่เคยเห็นร้านกาแฟ สัตว์ที่ไหนเลยอย่างนี้แหละ ดูทีท่าที่แสดงออกมาสิ! (ออก หน้ามาก)

“ทำไมมึง…..”

“ แฟนมึง…..สุดยอดเลยว่ะ ดูแลคนเดียว”

“ไม่หรอก!! ฉันอาจจะไม่ค่อย ยุ่งงานของกันเท่าไหร่ แต่ก็พอรู้มาบ้าง เขาไม่ได้ดูคนเดียวหรอกน้องเขาบอกว่ามีเลขาของพ่อของเขามาช่วยด้วย”

“ดีจังเลยนะ ….”

“ อะไรกัน…... พอได้แล้วเลิกสนใจเรื่องของฉันแล้วน่าสนใจเรื่องที่อยู่ตรงหน้าดีกว่า

“ ครับๆ….”

ก่อนที่มันจะถามอะไรไปมากกว่านี้ ณเวลานั้นผมขอให้มันไปสนใจกับเรื่องที่มันกำลังทำอยู่ก็ได้ แต่ไม่ใช่ว่าผมจะไม่อยากรู้เรื่องของมันนะ ในเมื่อมันอยากรู้เรื่องของผม ผมก็เช่นกันที่อยากรู้เรื่องของมันในเวลานี้ที่ไม่ต่างกันสักเท่าไหร่นั่นก็คือ ทำไมพ่อค้า 2 คนทั้งในวิทย์ แล้วก็ที่สำคัญก็คงหนีไม่พ้นกับน้องพรีม มีข้อสงสัยว่าทำไมพวกเขาสองคนมาพร้อมกันล่ะ….แถมดูสนิทกันเกินไปด้วย  ซึ่งนะปกติไม่ใช่แบบนี้สองคนนี้เข้าใกล้กันทีไรเป็นจะต้องมีเรื่องตีกันตลอด แต่ครั้งนี้มันกลับไม่ใช่อย่างที่คิด แต่ก็รู้สึกว่าลูกของพวกเขาจะได้สงบลงขึ้นเยอะมากเลย แต่มันก็แปลกอยู่ดี ตอนนี้คงจะต้องถามมันให้รู้เรื่องไปเลยมีก็อยู่กัน 2 คนแล้ว จังหวะนี้มันต้องกล้าตอบสักคำถามล่ะ….

เราจะถามมันยังไง มันตอบมาตรงๆอยู่ที่ไม่ต้องอ้อมผู้ชายคนนี้ เรื่องแบบนี้แหละที่เป็นสิ่งที่ยาก ระหว่างที่ผมหากล้องวงจรปิดข้อมูลต่างๆอยู่ ผมก็คิดอยู่ในหัวแทบจะตลอดเวลาว่าผมจะทำยังไงดีให้มันร้องให้ปากพูดเรื่องน้องเพลงออกมาอย่างเต็มใจ คิดหนักเลย!

ask

“หึม….?”

อยู่ๆก็เงียบไปแถม สีหน้าดูอื้งๆอยู่ไม่น้อยที่ผมถามมาตรงๆแบบนี้แต่สุดท้ายก็ได้คำตอบจากในตัวของมันเอง

“ก็…..”

“แบบนี้สิ เพื่อนฉันเวลาคุยด้วยก็ไม่คุยด้วยแบบนิ่มจะรู้เรื่องกันหรือเปล่า เห็นแล้วมันน่าโมโหซะจริง!

“ เออ ...บอกแล้วก็ได้ฉันว่าน้องเขาก็น่ารักดี  ฉันสนใจ

สุดท้ายผมก็ได้คำตอบที่ต้องการ ตั้งแต่แรกแล้วไอ้หมอนี่แอบชอบกับเพื่อนของน้องฟ้าแน่นอนเดาไม่ผิดจริงๆ สุดยอดเลยผมได้ยินแบบนี้อย่าเพิ่งคิดนะ ผมจะไปก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของพวกเขาในจังหวะนี้ผมขอยืนดูอยู่ห่างๆก็พอเพื่อให้ความเป็นส่วนตัวกับพวกเขาด้วย ขอเป็นคิวบิกคอยช่วยเหลือเวลาเขาค่ะก็พอใจแล้วส่วนที่ เหลือก็ให้เป็นหน้าที่ของพวกเราทั้งสองคนก็พอ เชื่ออยู่อย่างหนึ่งว่าความรักมันเป็นเรื่องของคนสองคน คนนอกอย่างเราไม่เกี่ยวเพราะฉะนั้น ตามน้ำไป5555

ในที่สุดพวกเราก็ได้หลักฐานที่ภายใต้กล้องวงจร ภายในร้านเรียบร้อยตอนนี้หรือเพียงแค่หลักฐานทั้งหมดไปดูข้อเท็จจริงว่าในวันนั้นมันเกิดอะไรขึ้น

•••••••••••••

[โรงพยาบาล]

ภายใต้ห้องคนไข้ที่เงียบสงบความมืดสลัวขอให้พยาบาลที่ ดูแลคนไข้อย่างน้องฟ้าที่เดินเข้าเดินออกห้องอย่างสะดวกพยาบาลดูแลไข้ก็ได้เวลาเดินเข้าเดินออกดูแลน้องฟ้าทุกชั่วโมงตามที่หมอหนึ่ง เป็นคนสั่งทิ้งไว้ก่อนที่จะออกไปจากโรงพยาบาล เพื่อไปทำอะไรบางอย่าง

“ตายยากจังนะ….”

(......)


นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น