My Lady เกมรัก เเผนร้าย

ตอนที่ 18 : ช่วยชีวิต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 43
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    13 ม.ค. 62

เมื่อผมเห็นแบบนั้นถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปมันคงไม่ดีแน่ เส้นทางที่ผมเดินผ่านมาดำมืดสนิทไปหมดแทบจะมองไม่เห็นอะไร แล้วจะอยู่กันแบบนี้หรอ แล้วอีกอย่างคนที่กำลังอยู่ในอ้อมอกของผมตอนนี้อาการดูเหมือนจะแย่ลงไปเรื่อยๆ ต้องไม่เป็นอะไรนะมองซ้ายมองขวาก็ไม่มีใครเอาวะเป็นไงเป็นกัน

ผมอุ้มเธอเดินออกมาจากประตูในร้านแล้วขึ้นรถ ขับออกไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดในทันที โชคดีที่โรงพยาบาลที่ผมทำงานอยู่ไม่ได้ไกลมากนักจากร้าน ระหว่างทางผมก็โทรบอกกับเลขาไวว่า

“พี่บัวครับ ช่วยเตรียมห้องฉุกเฉินให้ผมหน่อยพอดีมีคนบาดเจ็บเข้ามาเคสด่วนครับ”

“ใครคะ…..ใครเป็นอะไรคะ( จากที่ผมฟังเสียงจากปลายสายผมก็เห็นว่าเขามีความร้อนใจอยู่ไม่น้อยกับเรื่องที่ผมเล่าไปเมื่อตะกี้ )”

พอดี….น้องฟ้าเจ็บหนักนะ ช่วยเตรียมห้องฉุกเฉินให้หน่อยนะเดี๋ยวผมรีบไป”

               “ได้ๆค่ะ จะเตรียมห้องให้เร็วที่สุดค่ะ”

กว่าที่ผมจะเดินทางไปที่โรงพยาบาลกว่าจะไปถึงห้องฉุกเฉินประจำโรงพยาบาลก็ว่างอยู่พอดี ผมรีบมากผมจอดรถที่ใกล้กับห้องฉุกเฉินที่สุดเท่าที่จะใกล้ได้ พร้อมกับอุ้มตัวของฟ้าเข้าไปในห้องฉุกเฉินในทันที แน่นอนว่าในเมื่อห้องฉุกเฉินมีคนไข้ ห้องฉุกเฉินต้องมีความวุ่นวายเป็นธรรมดา และครั้งนี้ก็ไม่ต่างกันทุกคนต่างมีความวุ่นวายอยู่ในตัวทันทีเมื่อถูกอุ้มน้องฟ้าลงเตียงคนไข้ที่ห้องฉุกเฉิน

“หมอหน ึ่งคะ ออกไปไม่ใช่หรอคะ”

“ครับ…… แต่ตอนนี้ไม่ต้องสนใจผม ช่วยสนใจกับคนไข้ที่อยู่ตรงหน้าก่อนเถอะ”

“ขอโทษค่ะ”

เอาล่ะ...อย่าใส่ใจเราทั้งหมดควรมาใส่ใจคนไข้ที่อยู่ข้างหน้าก็พอ ทุกคนฟังผมนะเลือดเอกซเรย์ และเตรียมห้องผ่าตัดด้วย แล้วอย่าลืมเรียกหมอวิสัญญีมาด้วย

“ค่ะ/ครับ (ทุกคนตอบอย่างพร้อมเพียงกันและต่างทำหน้าที่ของตัวเองที่ผมสั่ง)

ระหว่างที่รอห้องผ่าตัดผมก็หันเป็นตัวของตัวเองไม่พร้อมในการผ่าตัดในครั้งนี้ ถึงแม้ว่าวันนี้มันจะดูแปลกกว่าทุกวันก็ตาม คงผ่าตัดคนมานับร้อยแต่ก็ไม่เคย มีความรู้สึกแบบนี้กับการผ่าตัดทางไหนมาก่อนเลย มันเป็นความรู้สึกกลัวงั้นหรอ ผมก็บอกไม่ถูกเหมือนกัน ตอนนี้จิตใจผมว่างเปล่าไปหมดคิดอย่างเดียวว่่า “เธอต้องรอด” ผมตัดสินใจที่จะพาตัดเธอด้วยตัวเองผมอยากทดแทนเวลา ที่เสียไปจนกลายมาทำให้เธอเป็นแบบนี้  ผมเตรียมตัวเรียบร้อยแล้วเดินมุ่งหน้าไปที่ห้องผ่าตัด ทันทีที่ประตูเปิดภาพที่ผมเห็น คือ ผู้หญิงที่คอยต่อปากต่อคำผมได้ทุกเรื่อง ตอนนี้เจ็บหนักเนื้อตัวมีแต่บาดแผลบาดเจ็บสาหัส แก้ผมเห็นแบบนี้ใจผมก็ตกไปที่ตาตุ่มแล้วแหละ

(ฟ้า…...พี่ขอโทษ )

“เราจะรับการผ่าตัดแล้วนะครับ ทุกคนพร้อมนะ”

“ค่ะ/ครับ”

หลังจากรวบรวมเหล่าแพทย์มาร่วมการผ่าตัดในครั้งนี้ได้สำเร็จแล้ว ก็เริ่มที่จะทำการผ่าตัดทันทีก่อนที่คนไข้ที่อยู่บนเตียงจะทนพิษบาดแผลที่เกิดขึ้นมาก่อนหน้า ไม่ไหวเลยทำการแนะนำตัวคนไข้เป็นพิธีการก่อนผ่าตัด โดยที่พยาบาลประจำห้องผ่าตัดเป็นคนบอกชื่อนามสกุลของคนไข้พอเป็นพิธี

“”ขอแนะนำตัวคนไข้นะคะ”

     “คนไข้ชื่อ นางสาว พิชญาภา  ไพศาลกุล น้ำหนัก 48 กิโลกรัมส่วนสูง 161 cm อายุ 22 ปี รับการผ่าตัดด้วยสาเหตุ มีการบาดเจ็บสาหัสโดยการใช้อาวุธปืน บาดแผลฉกรรจ์จนหมดสติ จะทำการผ่าตัดในเวลา 1 ทุ่ม 45 นาทีจบการรายงานค่ะ

หลังจากแรงงานของพยาบาลตกลงผมก็ลงมือการผ่าตัดทันที

••••••••••••••

ตลอดการผ่าตัดหมอหนึ่งก็คงคิดในใจ  ปาท่องโก๋ทอดด้วยฝีมือของเขาเอง เขาจะไม่ยอมให้ผู้หญิงที่เขารัก ต้องมาจบชีวิตลงเมื่อแค่นี้หรอก เขาคิดว่าเธอรักษาชีวิตของผู้หญิงคนนี้ให้ดีที่สุด เพื่อทดแทนระยะเวลาที่เสียไป

ตลอดการผ่าตัด  หมอหนึ่งรู้สึกว่าจะเป็นการใช้พลังงานที่สุดตั้งแต่เป็นหมอมาเริ่มต้นการผ่าตัดพยาบาลผู้ช่วยก็ทำการพับเรือแทบจะตลอดเวลา เพราะหมอเจ้าของไข้มีอาการเหงื่อออกแทบตลอดเวลา ฉันข้างนี้มันแปลกกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา

ระหว่างที่ทำการผ่าตัด ฟ้า ก็มีอาการหัวใจหยุดเต้นอยู่เป็นระยะในเวลาผ่าตัด และนั่นมันทำให้หมอหนึ่ง ทำให้ใจไม่ดีเป็นระยะมีการเริ่มต้นปั้มหัวใจเป็นระยะตลอดการผ่าตัด เกือบ 3 ชั่วโมง

“ ฟ้าอยู่กับพี่ก่อน…..เธอต้องไม่เป็นอะไรนะ”

เมื่อทุกคนในห้องผ่าตัดได้ยินประโยคแบบนั้น ก็แอบคุยกันว่าคู่นี้ดูรักกันดีนะระหว่างการผ่าตัด ในห้องผ่าตัดมีแต่ความเคร่งเครียดนานกว่า 3 ชั่วโมงสุดท้ายก็ ยื้อชีวิตผู้หญิงคนที่รักไว้จนได้ เมื่อผ่าตัดเสร็จแล้วก็ยกเตียงคนไข้ไปที่ห้องไอซียูทันที

ดีที่สุดผมก็ยื้อชีวิตของผู้หญิงที่ผมรักได้ ผ่าตัดเสร็จผมก็ส่งให้เธอไปพักที่ห้องไอซียูซึ่งเป็นห้องที่สำหรับผู้ป่วยบาดเจ็บหนัก ผมตั้งสติ ก่อนที่จะเข้าห้อง ICU ไปดูอาการของสาวน้อยที่  ผมรักเข้าไปที่ห้องภาพที่ผมเห็นก็คือเตียงคนไข้ลายเตียงต่อกันทั้งซ้ายขวาตามทางเดินแต่สิ่งที่ผมเห็นนอกเหนือกว่านั้น คือเตียงที่น้องฟ้ากำลังนอนอยู่ยางหมดสติคล้ายกับเจ้าหญิงนิทราผมเดินเข้าไปหาอย่างช้าๆเพื่อเป็นการทำใจก่อนที่จะเห็นสภาพคนบนเตียงที่มีสายติดตัวยาวระโยง  ระยาง ติดอยู่เตรียมตัวเพื่อรักษาชีวิตของเธอไว้ ผมนั่งอยู่ข้างๆเตียง จับไปที่มือของเธออย่างอ่อนโยน

“พี่ขอโทษนะ...ที่ไม่ได้ทำหน้าที่ของพี่อย่างเต็มที่”

ผมเริ่มรู้สึกผิดนะที่คนดูแลคนที่แม่ ได้ไม่ค่อยดีเท่าที่ควร จริงสิตั้งแต่เกิดเรื่องบ้าๆพวกนี้ไม่มีใครรู้เกี่ยวกับที่น้องฟ้าเข้าโรงพยาบาลเลย เมื่อผมคิดได้ผมก็รีบออกจากที่นั่งญาติคนไข้ข้างเตียงห้องไอซียูและเดินออกจากห้องไป โทรรายงานเรื่องที่น้องฟ้าเข้าโรงพยาบาล ให้กับคุณลุงคุณป้า และคุณพ่อคุณแม่ของผมก่อนดีกว่าก่อนที่พวกเขาจะเป็นห่วงมากกว่านี้ และผมก็ยังไม่ลืมที่จะโทรไปบอกต่อเพื่อนชายและเพื่อนของเราด้วยไม่ช่วยกันแก้ไขปัญหาเรื่องนี้

( มาที่บ้านน้องฟ้าก่อนละกัน นี่มันก็ดึกมากแล้วพวกท่านที่เป็นห่วง)

“ฮัลโหล….. คุณป้าครับ ผมหนึ่งนะครับ”

“จ้า…..โทรหาป้าเวลานี้มีอะไรหรือเปล่าจ๊ะ”

“ผมมีเรื่องเกี่ยวกับท้องฟ้าจะมาบอกนะครับ”

“ทำไมหรอ!! มีอะไรเกิดขึ้นกับน้องหรอ  นั่นสิปกติฟ้าเขาจะกลับมาถึงบ้านเวลานี้นะแต่ตอนนี้ป้ายังไม่เห็นเลยนะจ๊ะ แปลกจริงเด็กคนนี้”

ถ้าเป็นแบบนี้เราจะบอกกับคุณป้ายังไงดี เรื่องนี้ไม่ได้เตรียมตัวมาด้วยสิ บอกไม่ถูกเลย ถ้าเราปลูกปักบอกไปมีหวังมีลมล้มทับกันทั้งบ้านแน่เลยทำยังไงดีไม่ให้พวกเขาต้องการไป แล้วถ้าเราบอกว่าฟ้าอยู่ที่โรงพยาบาลแล้วอยู่ในสภาพบนเตียงแบบนี้เราจะตอบคำถามคุณลุงกับคุณป้ายังไงดีกันนะเอาวะ…..เป็นไงเป็นกัน มาถึงขนาดนี้แล้วเรื่องนี้คงไม่ได้นานหรอกเป็นไงเป็นกัน

“ เออคือ…..ตอนนี้น้องฟ้าอยู่ที่โรงพยาบาล”

“ทำไม….เกิดอะไรขึ้นกับน้อง”

(คุณจำเป็นต้องบอกความจริง เพราะว่าผมเชื่อว่าคนที่เป็นห่วงน้องฟ้ามากที่สุดก็คือคุณลุงกับคุณป้าเอง)

“โดนทำร้ายที่ร้านผมไปเห็นเข้านะครับ ก็เลยพาส่งโรงพยาบาล”

“อ้าว….ถ้าตอนนี้น้องเป็นอะไรหรือเปล่า มีอะไรร้ายแรงไหม

ธรรมดาของความเป็นแม่ที่ย่อมเป็นห่วงลูกเป็นธรรมดา ฟังจากเสียงผ่านโทรศัพท์จากคุณป้าที่พูดอยู่ปลายสาย ก็มีการสั่นเครือของเสียงอยู่พอสมควร  เหมือนยังจะทำใจไม่ได้ ที่ลูกของตัวเองอุบัติเหตุต้องเข้าโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วนแต่ทำยังไงได้ผมจำเป็นต้องบอกความจริง เพราะนี่มันคือความจริงที่เกิดขึ้นในเวลานี้

“แต่ตอนนี้น้องปลอดภัยแล้วนะครับ อาการของน้องทรงตัวแล้วครับแต่ยังไม่ฟื้น”

“แสดงว่า….

“หนอนอยู่ในสภาวะปลอดภัยแล้วครับ เหลือแค่รอให้น้องเขาฟื้นแล้วถามความเป็นจริงจากปากของนกเองครับ”

“เหรอจ๊ะ….ค่อยยังชั่วงั้นเดี๋ยวป้าไปที่โรงพยาบาลนะ

คุณป้าบอกว่าจะมาโรงพยาบาลในเวลานี้เนี่ยนะ ไม่ดีมั้งนี่มันก็ดึกมากแล้วแต่เราจะบอกคุณป้าว่ายังไงดีไม่ให้พวกท่านหรือคนที่บ้านนั้นคิดไปไกล

“ป้าครับนี่ก็ดึกมากแล้วผมว่า พรุ่งนี้คุณป้ามาพร้อมกับคุณแม่ดีกว่าครับ

“เอาอย่างนั้นหรอ”

“ ครับ…. อีกแป๊บเดียวผมจะโทรหาพ่อกับแม่บอกว่าคืนนี้ผมจะอยู่โรงพยาบาลเฝ้าน้องครับ

“ฟังแบบนี้ค่อยสบายใจหน่อย ก็ขอฝากน้องด้วยนะ”

“ไม่เป็นไรครับ”

หลังจากเจรจากับคุณป้าคุณแม่ของน้องฟ้า สนเข้าใจเรียบร้อยแล้วผมก็ไม่รอช้าที่จะโทรเข้าไปที่บ้าน ของผมต่อต่อสายอย่างเร่งด่วนคนทางบ้านคงเป็นห่วงแย่แล้ว ทำไมน่ะหรอวันนี้ผมดันไปบอกกับแม่ว่าจะกลับบ้านไม่เกิน 3 ทุ่มแต่นี่มันเลยเวลามานานแล้ว  โทรบอกทางบ้านก่อนดีกว่าว่าทำไมเราถึงขออยู่ที่โรงพยาบาลต่อผมยืนตั้งสติอยู่สักพักและตัดสินใจ โทรบอกบ้านของผมในเวลาต่อมา

“ฮัลโหล…..

“ว่าไงครับ

(โชคดีที่แม่ผมรับสาย….จะได้อธิบายที่เดียว)

“แม่…. วันนี้ขออยู่ที่โรงพยาบาลต่อ นะ”

“อ้าว…. วันนี้ไม่ใช่เวรลูกหรือว่ามีเคสด่วน

“ระหว่างทางกลับบ้าน ผมแอบแวะไปหาน้องฟ้าน้องบาดเจ็บอยู่ที่หลังร้านนะครับ  

“อ้าว …..แล้วน้องเป็นอะไรมากไหม?

“ อาการหนักอยู่ครับ”

“ยังไงก็ดูแลน้องด้วยนะ”

“คุณจะดูแลน้องอย่างดีเลยครับ ผมขออย่างนึงได้ไหมครับแม่ช่วยไปเกลี้ยกล่อมกับคุณป้าเรื่องของน้องฟ้าที่อยู่โรงพยาบาลให้ผมหน่อย เมื่อกี้ผมโทรหาท่านแล้ว ท่านดูจะตกใจน่าดูครับ

“อย่างนั้นหรอ ได้ดูแม่จะช่วยเราอีกแรงนึง!!!”

“ขอบคุณครับแม่…..เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าเหตุการณ์ปกติแล้วเจอกันนะครับ “

“โอเค...พรุ่งนี้เจอกันดูแลตัวเองด้วยนะเรา”

“ ครับแม่”

ผมวางสายกับแม่ตอนแรกคิดว่าจะโทรหาเพื่อนอย่างไอ้วิน ให้มันมาช่วยผมในการสืบเรื่องนี้สักทีเถอะ แต่พอคิดไปแล้วผมว่าเรียกมันมาพรุ่งนี้จะดีกว่าไม่ใช่ว่าเรียกมันตอนนี้แล้วแต่มีปัญหาแต่เรื่องของต้นของปัญหา มันน่าจะเป็นที่ผมมากกว่าถ้าเรียกมันมาตอนนี้มันก็ยินดีที่จะช่วยอยู่หรอก แต่คนที่ไม่พร้อมคือผมเพราะว่าถ้าผมทิ้งงต้องพาไปตอนนี้ แล้วอาการหนักกว่าเดิมแล้วห่างจากตัวเธอไป เลิกกันเธอหนักกว่าเดิม ผมคงไม่มีกะจิตกะใจที่จะทำอย่างอื่นต่ออีกแน่นอนสู้เหตุการณ์ตอนนี้ อยู่กับเธอให้มากที่สุดก่อนดีกว่า

@<@<@<@<@<@<@

บ้านของธีรภัทร

แม่นิดวางสายจาก ลูกชายของตัวเองแล้วกลับไ สนทนากับสมาชิกคนในบ้านต่อเพราะว่าดูสิ ทุกคนให้ความสนใจกับคนปลายสายอย่างใจจดใจจ่อ ยิ่งกว่าคนรับสายที่นั่งอยู่ข้างกันซะอีก

“หนี่ง โทรมาใช่ไหม”

“ใช่ค่ะคุณ”

“เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรอ”

หนึ่ง บอกว่าน้องฟ้าเขาเกิดอุบัติเหตุมีคนดักทำร้ายที่หลังร้านก่อนกลับบ้านและบาดเจ็บสาหัส แต่ตอนนี้ หนึ่งเขารักษาเรียบร้อยแล้วตอนนี้นอนดูอาการอยู่ที่ห้องไอซียู

“แล้วแบบนี้บ้านโน้นเขารู้เรื่องแล้วหรอ”

“เห็นลูกบอกว่า เขาโทรไปบอกบ้านนั้นแล้วนะ”

“อย่างนั้นหรอ….ผมว่าโทรไปหาพวกเขาหน่อยไหม”

“ก็ดีเหมือนกันนะคะ จะว่าไปฉันก็เริ่มเป็นห่วงทางบ้านนั้นล่ะสิ”

ดูจะเหมือนว่าผู้ปกครองทางบ้าน ของฝ่ายชายจะดูเป็นห่วงความรู้สึกของครอบครัวฝ่ายหญิงพอสมควรเมื่อทั้งสองคนคิดได้อย่างนั้น พวกเขาก็ไม่รอช้าที่จะเล่นต่อสายผ่านโทรศัพท์ ปัญหาทางบ้านของฟ้าใสแบบทันทีโดยที่ไม่ต้องคิดอะไรต่อ โดยที่ทุกคนอยู่กันพร้อมหน้าที่ห้องรับแขกรอฟังคำตอบที่ได้จากฝ่ายตรงข้าม

(พวกเขาเราไม่นานก็สามารถต่อสายจากบ้านตรงข้ามได้)

“คุณน้องเป็นยังไงบ้าง……

“คุณพี่…..ฮึอ ๆ

แม่ของหมอยังไม่ได้พูดอะไร ฝ่ายตรงปลายสายก็มีอาการเสียงสั่นเครือ ดูแปลกน้ำเสียงที่เคยคุยกัน เหมือนทุกวัน  มันชัดเจนเป็นฝ่ายตรงข้ามจับได้ก็กำลังรายการร้องไห้ ออกมาตามสายบอกว่า กำลังร้องไห้ จนฝ่ายตรงข้ามต้องเป็นฝ่ายพูดปลอบให้ใจเย็นลง ให้เร็วที่สุดตอนที่คุยกันไม่รู้เรื่อง

“คุณน้อง…..ไม่ต้องร้องนะ  ตาหนึ่งเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้พี่ฟังหมดแล้ว”

“เอ๋!......ให้แสดงว่า”

“ใช่จ้า…..เราเข้าใจไม่ผิด หนึ่ง ก็เล่าให้ฟังเหมือนกัน เอาแบบนี้นะช่วงนี้เราไปที่โรงพยาบาลด้วยกัน

“จะดีหรอคะคุณพี่….?”

“ยิ่งกว่าดีอีก …..พรุ่งนี้พี่จะไปดูลูกชายพี่ทำงาน และนอกจากนั้นพี่ก็ถือโอกาสไปเยี่ยมหา ลูกสะใภ้สักหน่อยจะเป็นไรไป

“ได้ค่ะคุณพี่…”

หลังจากที่ 2 สาวทีเป็นผู้ปกครองของเด็กหญิงและเด็กชาย 2 คนตกลงกันได้แล้ว Step ต่อไปก็คือการนัดเวลาที่จะออกเดินทางไปลูกๆของตัวเองที่โรงพยาบาลในเช้าวันพรุ่งนี้ โดยที่เด็กทั้งสองคนยังไม่ได้รู้ตัวเลยว่าผู้ใหญ่ของพวกเขาทั้งสองฝ่ายกำลังจะไปหาพวกเขา

____________________________________

     *วิสัญญีแพทย์ (anesthesiologist) คือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญการให้ยาชาและยาสลบ โดยมักทำงานร่วมกับแพทย์ผ่าตัดเพื่อระงับความรู้สึกเจ็บปวดของคนไข้ก่อนทำการผ่าตัดเพียงชั่วคราว   

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น