My Lady เกมรัก เเผนร้าย

ตอนที่ 14 : รอยแผลในดีต (ต่อ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 58
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    1 ธ.ค. 61

   

       ขับรถมาเย็นสบายในยามเช้ามาจนถึงโรงเรียนซะทีเอารถไปจอด แล้วเดินเอของที่เอามาไปเก็บที่บนห้องก่อนดีกว่าแต่ก่อนจะไปถึงห้อง ก็พบกับบรรยากาศของงานประจำปีผสมผสานกับการตกแต่งในแบบของ ความรักวันวาเลนไทน์ไปตลอกทางเดินหวานแววไปด้วย ลูกโป่งสีหวานรวมถึงกระดาษสีชมพู่ ไม่วายไอ้สีหวานนี้มันลามมาจนถึงในห้องเรียนของแต่ละห้องด้วย รวมถึงห้องเรียนของฉันทันทีที่กาวเข้าห้องก็สัมผัสได้

                                มาแล้วเหรอ

                                ช่าย

                                เอ๋....ไม่รู้ว่าคนแถวนี้จะเอาของขวัญอะไรมาให้เพื่อนน้า

                                อือ ไม่มีอะเอามาแค่ของคนอื่น ส่วนของเธอไม่มีค่ะ

                                ย่ะ.....จำไว้ เออวันนี้แกไปดูตู้เก็บของ ของแกรึยังเผื่อว่าจะมีคนเอาของมาให้น่ะ (เสียงสูง)

                                ยังเลย...

                                จ้า....เรื่องแบบนี้ช้าตลอด เอางี้เดี๋ยวเราไปดูตู้พร้อมกันแล้วไปเที่ยวงาน ข้างล่างกัน

                พูดเอง สรุปเอง ดินไปแบบไม่รอใครเลยนี่แหละยั้ยพรีม สรุปแทนให้ทุกอย่างพวกเราสองคนก็เดินมาจนล็อกเกอร์ของนักเรียนผ่ายมัธยมแล้ว ไม่รอชาเพื่อนตัวแสบข้างตัวฉันรีบบอกให้เราเปิดตู้ออกเพื่อดูว่ามีอะไรอยู่ภายใน มันจะมีอะไรอยู่ไนนั้นนอกจากเสื่อที่เอไว้เปลี่ยนเวลาเล่นกีฬาเสร็จกับหนังสือเรียนนั้นแหละ แต่ผิคาดในตู้กลับมา ช็อกโกเลตหนึ่งกล่อง กุหลาบขาวหนึ่งดอก มาพร้อมกับการ์ดหนึ่งใบที่มีข้อความเขียนว่า....


Happy Valentine's Dayนะคะ ของให้หนูเจอแต่คนดีๆเข้ามาในชีวิตขอหนูนะคะ

                                ว้าว...มีอวยพรกันด้วย วันนี้ทั้งวันโลกของเธอเป็นสีชมพู่

                                เออ.....เปลี่ยนเรื่อง รีบไปเข้างานกันเถอะเดี๋ยวคนที่เหลือก็บ่นหรอก

                                แหม เปลี่ยนเรื่องเลยนะ

                รีบเปลี่ยนเรื่องก่อนเลย ก่อนที่มันจะลากยาวไปกว่านี้พาเดินเข้างานไปหาเพื่อนๆคนอื่นดีกว่า เพราะเดี๋ยวนางก็ลืมหาอะไรให้นางทำซะลองดูจะลืมที่แซวฉันไหม

                ตัดภาพมาที่งานประจำปีที่มีกลิ่นอายของความหวานของความรัก การตกแต่งมันจะน่ารักไปไหมถามจริง งานจัดที่ลานกว้าง มุมหนึ่งที่สนามฟุตบอลตอนนี้ถูกจัดออกมาเป็นเวทีขนาดใหญ่เอาไว้ทำการแสดง ส่วนอีกด้านถูกจัดเป็นสุมเล็กๆหลายหลังไนนั้นเป็นที่ ขายของ ขายขนม ที่มีให้เลือกเยอเหมือนกับงานแฟช์

                                ว่าไง เพื่อน

                ฉันกับพรีมเดินมาสมทบกับกลุ่มเพื่อนที่เหลือก็จะมี ออยและ มิ้น ที่จองโต๊ะนั่งรอเราสองคนอยู่แล้ว หลังเราทั้งหมดทักทายกันเรียบร้อยก็พากันไปเพลินๆ กับบรรยากาศภายในงานต่ออีกพักใหญ่ จนถึงช่วงบ่ายเพราะนั้นเป็นเวลาที่เค้กที่ฉันตั้งใจทำมาให้ พี่หนึ่ง จะได้ทำหน้าที่ของมันสักที่รอมานานแล้ว สมกับวาเลนไทน์จริงดูสิ....มีแต่คนแปะสต๊กเกอร์รูปหัวใจกันเต็มเสื้อไปหมด โดยเฉพาะบรรดาผู้ชายทั้งหลายมีหัวใจติดเพียบ พี่หนึ่งก็คงไม่ต่างกันและอาจจะมีมันเยอะกว่าด้วยซ้ำ ไม่รอช้ารีบไปหาพี่เขาเลยดีกว่า...

                เดินมาถึงห้องม.6เป็นไปตามที่คิดว่าหนุ่มๆในห้องนี้มีสาวปลื้มเพียบ ไม่มีเว้นระยะห่างเลยแม้แต่คนเดียวลองมอไปรอบตัวฉันมีแต่คนหมายปอง พี่หนึ่ง กันทั้งนั้นตัดภาพมาทางฉันเป็นผู้หญิงที่ไม่มีอะไรเลยที่คอยจะสู้รบไปกับผู้หญิง ที่อยู่รอบข้างฉันตอนนี้ไม่ได้หรอก เดินเข้าไปในห้องพร้อมเอาเค้กกล่องนี้ให้พี่เขาก่อนกลับบ้าน

                                พี่หนึ่งคะ หนูทำขนมมาให้ค่ะ

                                ขอบคุณนะฟ้าใส

                เท่านั้นแหละความเขินบิงเกิดแล้วค่ะ พี่เขารู้จักขื่อเราด้วยควรดีใจใช่ไหมเนี้ยแต่มันก็สมควรอะนะ  ที่สำคัญไปกว่านั้นก่อนที่จะเดินออกจากห้องของพี่ๆม.6 ฉันก็ได้ยินพี่เขาพูดกันว่า

                                ว้าว...มีสาวเอาเค้กมาให้อีกแล้วแถมเค้กก้อนนี้มีความพิเศษนะ มึงก็มีเค้กเยอะแล้วงั้นเค้กอันนี้กูขอนะ

                                เอาไปสิ.....แค่นี้ก็จะเป็นเบาหวาอยู่แล้ว

                                แต่ก้อนนี้เป็นช็อกโกแลตของโปรดมึงเลยนะ

                                แบ่งกันกินแหละดีแล้ว

                ได้ยินอยู่เท่านั้นฉันรีบสาวเท้าเดินออกมาจากจุดนั้น ทำสีหน้าให้ปกติเหมือนกับว่าเรื่องที่ฉันได้ยินเมือครู่ไม่เคยเกิดขึ้น แต่ในใจของฉันตอนนี้ที่ตอนแรกมันควรมีความพ่องโตสีชมพู่ย้อนมาตอนนี้หัวใจมันกลับห่อเหี่ยวยังไง ไม่รู้บอกไม่ถูก เดินกลับมาที่ห้องเรียนของฉันเองแบบเงียบๆ มันเงียบซะจนยั้ยพรีมค่อยสังเกตพฤติกรรม ตั้งแต่แรกจับสังเกตได้เลยเดินเขามาถาม

                                เป็นอะไรอะแก หน้าซีดเขียว

                                เปล่า.... ไม่ได้เป็นอะไร แค่เมาแดดนิดหน่อย

                                แล้วไป พักก่อนไหม

                                ไม่ล่ะ ฉันขอกลับเลยล่ะกัน

                                อะๆ ตามใจเอางี้ถ้าแกถึงบ้านแลโทรรายวานด้วย

                                จ้า...

                ก็เข้าใจนะเพื่อนเป็นแต่เรื่องที่ฉันเจอกับตัวมาฉันเองยังไม่พร้อม ที่จะมานั่งเล่าเรื่องราวให้ใครฟังเวลาตอนนี้ ฉันขออยู่คนเดียวก่อน อีกอย่างต่อจากนี้มันก็ใก้ลถึงเวลาที่จะต้องสอบปลายภาคแล้ว เอากำลังกาย กำลังสมอง มาทุ่มการอ่านหนังสือก่อนดีกว่า ส่วนเรื่องความรักเก็บความรู้สึกนั้นไว้ลึกๆก้นบี้งก่อนกลับมาสนใจกับหนังสือที่อยู่ตรงหน้าก่อนเรื่องอื่นไว้ที่หลัง

@@@____@@@

 

2อาทิตย์ผ่านไป

                ความสนุกผ่านไปสองอาทิตย์ ต่อไปที่นี่มันก็จะกลายกลายเป็นสังเวียนของการสอบแค่เวลาเรียนเองก็ไม่ค่อยมีเวลาที่จะได้พักเท่าไหร่นัก นอกจากเรียนในเวลาแล้วฉันเองยังมีการเรียนนอกเวลาไปอีกมันเลยเวลาพักจริงๆก็ไม่ค่อยจะมีพักรอบหนึ่งก่อนตอนพักเที่ยง เป็นเวลาของการพักกินข้าวกลางวันและจะได้พักอีกที ก็ช่วงตอนเย็นที่จะได้พักยาวไปจนถึงตอนนอน ทำแบบนี้ซ้ำๆจนมันกลายมาเป็นกิจวัตของฉันไปแล้ว วันนี้ก็เช่นกันชีวิตปฎิบัติตัวตามตารางเหมือนทุกวัน วันนี้มาแปลกตรงที่ตอนที่กำลังกินข้างกับยั้ยพรีม อยู่ๆดีก็มีชายที่อยู่ในใจเดินเข้ามาทักพร้อมมารวมโต๊ะโรงอาหารด้วยพร้อมเพื่อนอีกหนึ่งคน

                                พี่ขอนั่งด้วยนะ สาวน้อย

                                (เขามาถามฉัน แต่คนที่ตอบกลับไป ไม่ใช่แต่กลับเป็นเพื่อตัวแสบต่างหากส่วนฉันเหรอนั่งเงียบตลอดเวลาที่นั่งอยู่ข้างเขา ใช่เราสองคนนั่งอยู่ขางกันเลือกที่นั่งได้ดีจริงๆ)

                                เชิญค่ะ พี่หนึ่ง มานั่งด้วยกัน

                                เคยถามฉันไหม

                                .......

                                แกฉันเสร็จแล้วขอไปซื้อขนมก่อนนะ

                                น้องฟ้า พี่จะไปซื้อขนมเหรอ พี่ไปด้วยนะ

                ตามมาทำไมพี่อยากจะไปสนใจคนอื่นก็ไปสิ จะมาทำไมละมีสาวๆตามมาเป็นขนวนเลยดูสิเขาจะตามตบไหมพี่จะทำอะไรช่วยมองหาหนูด้วย

                                ฟ้าหยุดก่อน คุยกับพี่ก่อนได้ไหม

                                หนูไม่มีอะไรจะคุยกับพี่

แต่พี่มี.....

พูดมาแบบนั้นได้ฉันจะรอฟังสิ่งที่เขากำลังจะพูด มีอะไรจะแก้ตัวอีก              บอกมาสิค่ะ

                พี่จะบอกเราเรื่องเค้กที่เราทำมาให้ ว่าเค้กก้อนนั้นทำมาอร่อยมากเลย

                แค่นี้เหรอค่ะ ถ้าเรื่องที่พี่จะพูดหมดแล้วหนูขอตัวขึ้นไปที่ห้องเรียนก่อนนะคะ

ปากก็บอกไปอย่างนั้น แต่ทำไมความรู้สึกในใจมันเจ็บและเศร้าแปลกๆ ความรู้สึกแบบนี้มันทรมานดีจังอยากร้องไห้แต่ก็ร้องไม่ได้เดี๋ยวรอบข้างจะรู้หมดว่ารู้สึกยังไงกับเขา พี่จะกลับมาวนเวียนในชีวิตกันอีกทำไม ในเมื่อพี่ปฎิเสธกันไปแล้วหลังจากนั้นฉันก็ค่อยที่จะหลบหน้าพี่หนึ่ง เขาตลอดเราสองคนจะเจอกันเฉพาะเวลาเรียนวิชาเลือกเท่านั้น นอกจากเวลาเรียนก็ค่อยหลบหน้าเขาตลอด

ในที่สุดเวลามาวันก่อนวันสอบหนึ่งวัน ฉันทำกิจวัตเหมือนทุกครั้งแต่วันนี้ตื่นมารู้สึกปวดหัวอยู่ไม่น้อย แต่ก็ต้องบังคับร่างกายตัวเองให้ไปเรียน เพราะว่าถานับไปอีกสองวันคือวันสอบปลายภาควันแรก นี่คือเหตุผลที่ต้องฝืนร่างกายไปเรียนไนวันนี้ทำให้ขาดเรียนไม่ได้ จะเรียนรู้เรื่องไม่รู้ก็อีกอย่างต้องหาตัวช่วยขอเอาเครื่องอัดเสียงไปด้วยล่ะกัน เย้...วันนีพ่อไปส่งตอนแรกเราคิดว่าต้อง ขึ้นรถเมล์ไปเองแล้วค่อยยังชั่ว

พ่อขับรถมาส่งจนถึงหน้าประตูโรงเรียนส่วนที่เหลือเราต้องช่วยตัวเองแล้ว เดินในห้องเรียนเองแดดร้อนจัง รึเรารู้สึกไปเอง ห้องเรียนประจะของฉันอยู่ตรงกลางระหว่างตึกเรียน แต่ก็อยู่ชั้นสามเอาง่ายๆทุกอย่างรอบตัวฉันมันมีความเป็นกลางหมด ยกเว้นสภาพร่างกายของฉันในตอนนี้ที่มันไปทางอ่อนแอมากแล้วเรียกว่าวันนี้เดินขึ้นลงมีเหนื่อย

ฟ้าวันนี้แกดูเหนื่อยนะ  เป็นอะไรหรือเปล่า

ปวดหัวนิดหน่อย

อ้อ.....แล้วมียากินไหม ไปห้องพยาบาลรึเปล่า

ฉันยังไหวนะ

เดี๋ยวถ้ามีอาการแย่รีบบอกฉันเลยนะ จะไดช่วยแกทัน

                                รับทราบไปๆ รีบไปเข้าแถวก่อนเถอะเดี่ยวสาย

พวกเราตกลงกันเสร็จได้อย่านั้น เราพากันลงไปข้างล่างไปต่อแถวต๊อกบัตรเข้าเวรทำความสะอาดกันก่อนเลย แต่พอมาถึงกับต้องตกใจกับการต่อแถวที่ยาวมาก ยังไงก็ต่อแถวก่อนล่ะกัน ก่อนที่แถวมันจะยาวกว่านี้ แอยู่ก็มีชายหนุ่มมาทักพวกเราก่อน

                สวัสดีสาวๆ

มากันสองคนเลยพี่หนึ่งพร้อมเพื่อนสนิทของเขานั้นคือ พี่วิทย์ มาทักก่อนวันนี้พี่เขาบอกว่าพี่ม.6อยู่เวรรับบัตรวันนี้  พี่เขาได้ยินอย่างนั้นพวกเขา เลยรับอาสาเอาบัตรไปให้แทนทั้งที่คนหนึ่งดูเต็มใจ แต่กับอีกคนดูเงียบๆยังไงพิกลถ้าเขาไม่เต็มใจจะมายืนตรงนี้ทำไม ยืนเงียบเป็นหุ่นยนต์เหมือนโดนบังคับอย่างนั้นล่ะ

                                จะมาต่อบัตรใช่ไหม เดึ๋ยวพี่ช่วยเรายืนรออยู่นี่ก่อนแล้วส่งบัตรเรามาด้วย

                                ขอบคุณมากนะคะ

ระหว่างรอเราสองคนก็ไปทำเวรอย่างอื่นต่อนั้นคือการทำความสะอาด ก่อเข้าแถวนะ แดดทำไทมันร้อนขนาดนี้โอ้ย.. ปวดหัวจังถ้าเป็นแบบนี้ กิจกรรมกลางแดจะไหวไหมล่ะเนี้ยเอาง่ายๆ เช้านี้จะไหวไหมเถอะ

หลังเข้าแถวเสร็จเราทั้งหมดก็ลงเวลาเรียนต่อ แต่ฉันก็ยังบัตรนักเรียนคืนเลยเรื่องนั้นไว้ก่อนล่ะกัน สนใจเรื่องเรียนกันก่อน

[พักเที่ยง]

การเรียนอย่างหนักผ่านมาเป็นเวลาครึ่งวันเป็นวิชาที่ชวนปวดหัวทั้งนั้น ปวดหัวเป็นคูณสองยาแก้ปวดที่กินมาเมือเช้ามันคงหมดฤทธิ์ยามานานแล้ว แต่ที่ระหว่างเรียนไม่ไดรู้สึกถึงอาการปวดเลย คงเป็นเพราะฉันเรียนจนลืมอาการปวดไปชั้วขณะตอนนี้ทั้งปวดหัว ทั้งอยากอาเจียนมากเลยพักบ้างก็ดีว่าไปก็หิงเหมือนกันนะ อาหารที่กินมาเมื่อเช้ามันย่อย ผ่านน้ำย่อยลงกระเพาะอาหารไปหมดแล้ว

                                ฟ้า....เที่ยงล่ะไปกินข้าวกัน

                                เออ.....

                                เฮ้ย.... สีหน้าแกไม่ค่อยจะดีเลยนะ แกไหวไหม

                                ไหวสิ

                                ถ้าไหวก็ไปกัน

ตกลงกันเสร็จก็ลงไปที่โรงอาหารพร้อมกันโดยที่ พรีม เธอดูแลฉันไม่ห่างจนเดินมาถึงที่โรงอาหารเธอก็ให้ฉันนั่งรอที่โต๊ะ เธอเองเป็นฝ่ายรับอาสาไปซื้อข้าวให้เองและค่อยถามตลอดกว่าจะเออะไร

                มาแล้วๆ อาหารที่คุณสั่งมาส่งแล้วค่ะ

                ขอบคุณนะ

                ด้วยความยินดี แกไหวแน่เหรอหน้าแกซีดมากเลยนะ

                ตอนนี้ก็มีมืนๆนะ

                โอ้ย.... จะเรียนต่อไหวไหมเนี้ย

อยู่ๆก็มีชายหนุ่มมาทักกลางวงโต๊ะอาหาร จะเป็นใครล่ะ นอกจากพี่วิทย์พอมาตอนเทียงเพื่อสนิทพี่เขาไม่ตัวติดมาด้วยนะ

                ขอนั่งด้วยได้ไหมเอ้ย...

                อยากนั่งก็เชิญสิค่ะ  ใครห้ามล่ะ

                (ยั้ยพรีมเป็นฝ่ายตอบกลับพี่เขาเอง ส่วนฉันมีแต่นั่งเงียบแล้วก็ยิ้มกับการทะเลาะของสองนี้ ที่เจอหน้ากันทีไหร่ก็มีแกล้งกันบ้างปากเสียงกันบ้างอยู่ไม่ขาด ไม่รู้เขาสองคนจะเป็นแบบนี้ไปนานขนาดไหนกัน) จนฉันเองต้องค่อยห้ามให้ทั้งคู่ไม่ต้องทะเลาะกันยาวๆไป

                                 เอ้า แล้วเพื่อนพี่ไม่มาด้วยเหรอ (พรีมถามหลังจากที่พวกเขาสงบศึกกันแล้ว)

                                ไอ้หนึ่งเหรอ

                                ก็ใช่ไง พี่คิดว่าจะถามหาใครล่ะ (ตัวเองจะถามเขายังจะกวนเขาอีก พรีม เอ้ย!!!)

                                ไอ้หนึ่ง อยู่ห้องดนตรีน่ะ

                                อ้อ..... ถึงว่าไม่เห็นเลย

อยู่ห้องดนตรีงั้นเหรอ ซ้อมทั้งวันแบบนี้มันจะมีเวลาทานข้าวไหมล่ะนั้นจะไปห่วงเขาทำไมล่ะเรา ขนาดเขาเองยังไม่เคยมาสนใจฉันเลย เจอหน้ากันก็เมินใส่ ไม่พูดด้วย ที่สำคัญกว่านั้นเขายังเอาเค้กที่เราทำให้ไปให้คนอื่นอีกแบบนี้มีนน่าน้อยใจไหมล่ะ คนแบบนี้ไปไกลๆได้ยิ่งดีชีวิตฉันจะได้ไม่ต้องวุ่นวาย กินข้าวก็อิ่มแล้วฉันว่ารีบขึ้นห้องไปพักก่อนดีกว่าก่อนจะเตรียมตัวเรียนช่วงบ่ายต่อส่วนสองคนนั้นเหรอปล่อยไว้ก่อนล่ะกัน ลุกออกจากตรงนี้ก่อน

แต่ทำไมทันที ที่ฉันลุกขึ้นจากโต๊ะรู้สึกว่ามันเวียนหัวแปลกๆเหมือนโลกหมุนทั้งใบเลย ลุกออกจากตรงนี้จะไหวไหมเนี้ย ปวดหัวจัง หัวหมุนหมดแล้วลุกขึ้นหมายว่าจะเข้าจานที่อาหารที่หมดแล้วเอาไปเก็บจาน ที่โรงอาหารแต่สุดท้ายก็ไม่น่าจะรอดนะ เพราะฉันยืนได้พักหนึ่งก็ล้มลงที่พื้นตลอดที่ล้ม ฉันได้ยินเสียงคนรอบตัวอยู่ตลอดเวลาแต่ฉันเองไม่มีแรงที่จะตอบสนอง กับคนพวกนั้น

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น