ตอนที่ 3 : บทที่1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2160
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    6 ต.ค. 61

       หนึ่งปีก่อนหน้า  ณ  ตึกมาตินเนสกรุ๊ปสำนักงานใหญ่

      แค่หนึ่งอาทิตย์ผมหวังว่าพ่อคงจะรับมือไหวหรือไม่ก็ควรให้มาโค่มาช่วยอีกแรง

      ผมเอ่ยกับบิดาขณะยื่นมือหนามาจับหูแก้วเซรามิกสีขาวบริสุทธิ์ขึ้นชิดมุมปาก กลิ่นหอมละมุนของเอสเปรสโซ่ยามเช้าโชยเข้ามาเตะจมูกจนผมต้องรีบสูดดมเข้าไปผ่านลำคอหลอดลมจนกระทั่งจะคลั่งอยู่ในปอดกระมังก่อนจะถอนหายใจออกมายาวยืดยาว  ผมชอบกลิ่นหอมสดใหม่ของกาแฟถ้วยโปรดยามเช้าเช่นนี้จริงๆ ให้ตาย  ถ้าเปรียบมันเป็นอิสตรีศรีนางใด ป่านนี้ผมคงตัดสินใจเดินเข้าโบสถ์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วเพราะได้ตกหลุมรักเข้าอย่างจังและไม่มีวี่แววว่าจะขาดมันได้เสียด้วยซิ  แค่มันหนึ่งแก้วกับอาหารเช้ามื้อเบาๆ ก็สามารถกระตุ้นให้สมองของผมไหลไปได้อีกครึ่งค่อนวันเลยทีเดียว

      ฉันหวังว่าแกคงจะรีบกลับมาและไม่หลงไปติดกับแม่สาวชาวเอเชียที่ไหนซักแห่งซะก่อน

      เสียงนั้นปลุกผมให้ตื่นจากภวังค์ของรสกาแฟถ้วยโปรด เสียงของชายรูปร่างค่อนไปทางท้วมหน้าตาก็ใช่ว่าจะหล่อสู้ผมได้เสียเมื่อไหร่ หากนับย้อนอดีตไปราวสามสิบกว่าปีก่อนหน้าสมัยที่เขายังหนุ่มเช่นเดียวกันกับผม   ผมคำนวณจากสิ่งที่ผมเห็น และแน่นอนหากเป็นผม ผมจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาถ่ายรูปตอนอายุย่าง  63 ปี เพื่อขึ้นปกนิตยสารชื่อดังแล้วปรากฏว่ามีพุงยื่นจนแทบจะพับพาดออกมาเหนือขอบเข็มขัดแบบนี้อย่างเด็ดขาด  ผมค่อยๆ วางนิตยสารชื่อดังที่มีรูปของมิสเตอร์ปาร์ค มาติน เนส บิดาของผมลงบนโต๊ะเบื้องหน้าอย่างนึกเซ็งๆ ส่ายหัวนิดหน่อย

      ผมแค่ไปเที่ยวอีกอย่างสาวเอเชียไม่เคยอยู่ในสายระบบของผม

      ตั้งแต่โตจนเป็นหนุ่มและเท่าที่จำความได้หรือจะว่าไปตลอดอายุการครองตัวเป็นโสดในวัย 33 ก็ปีนี้  ผมก็ไม่เคยมีสาวคู่ควงคู่นอนคนไหนเลยที่เป็นสาวชาวเอเชีย จะมีก็แต่แม่ดารา นางแบบ นักร้อง หรือสาวๆ ในสถานบันเทิงของผมซึ่งพวกเธอล้วนแล้วแต่เป็นสาวอเมริกันด้วยกันแทบทั้งสิ้น

      ขอให้จริงอย่างที่แกพูด

      พ่อก็รู้ผมไม่โง่ยึดติดกับเรื่องพรรค์นี้

      แต่พ่ออยากให้แกยึดติดเสียทีนะ ครูส

      มิสเตอร์ปาร์ค มาตินเนส บิดาของผมมองมาด้วยสายตาคาดหวัง  มีคำถาม  หรือกดดัน  ใช่...มันต้องมีความหมายอะไรซักอย่างนั่นล่ะ  แต่ว่าผมไม่แน่ใจ

      ถ้าแกยังไม่มีใครน่าจะชวนเธอไปด้วย

      นั่นคือสิ่งที่ผมไม่สามารถทำได้

      ผมตอบออกไปทันควัน ว่าแล้วไงมันจะต้องมีอะไรซักอย่าง

      มันไม่ได้เลวร้ายอะไรไม่ใช่หรือเท่าที่ดูมารีน่าก็เป็นผู้หญิงที่น่ารักคนหนึ่ง แกน่าจะหัดมองเธอไว้บ้าง

      ใช่  ผู้หญิงที่พ่อผมกล่าวถึงเธอจะน่ารักสำหรับคนอื่น  เธอก็สวยดูดี แต่เธอยังไม่ใช่สเปคของผมอีกนั่นล่ะ ใครหลายคนอาจจะมองว่าผมเรื่องมาก  หลงตัวเอง  ขี้เก๊ก  แต่ผมอยากจะบอกว่า  ผมไม่ชอบผู้หญิงที่ชอบทำตัวเป็นปลาหมึก  และก็ไม่ชอบผู้หญิงที่ชอบทำตัวแหวกว่ายไปมาเพื่อจ้องแต่จะกระโดดเข้าหาเหยื่อ  ลักษณะเปรียบเปรยเช่นว่าผมเจอมานักต่อนักแล้วและสิ่งที่ผมเผชิญมันสอนให้ผมมีรูปแบบแนวคิด การตัดสินใจ และสรุปความออกมาได้เป็นเช่นนี้

      ผมจำได้ว่าผมเคยบอกพ่อไปแล้ว  ผมรู้สึกกับเธอได้แค่น้องสาว  ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น

     ฉันไม่น่ายกมาตินเนสให้แกเลยพับผ่า!  แล้วอย่างนี้เมื่อไหร่มาตินเนสจะมีรุ่นต่อไป

      เสียใจที่พ่อคิดช้าไปหน่อย

      “แต่เราจำเป็นต้องมีจะรอให้แก่งักจนสอนลูกไม่ได้  หรือว่าจะรอให้ฉันตายไปซะก่อน”

      ผมลุกขึ้นอย่างรวดเร็วหวังจะเดินออกไปจากบริเวณนี้  บริเวณที่เริ่มทำให้ผมรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาบ้างแล้ว  พักหลังมานี้ไม่รู้เป็นไง พ่อของผมชักเอาใหญ่พยายามบีบบังคับให้ผมมีครอบครัวเสียให้ได้  ก็ผมยังไม่พร้อม  ไม่เคยคิดถึงเรื่องอย่างว่ามาก่อนหน้าเลย ให้ตาย ความสนุกของผมตอนนี้คือ  One  Night  Stand  ไม่เคยคิดผูกมัดใคร  ขืนยังอยู่ตรงนี้ต่อไปมีหวังห้องนี้จะต้องกลายเป็นจุณเพราะการปะทุของระเบิดสองลูกที่พร้อมจะปะทุออกมาพร้อมๆ กัน  ไม่มีใครบังคับผมได้ถ้า

      “ผมไม่ต้องการ”

      พลังความคิดดันให้ผมโพลงออกมา

      ไอ้ลูกเวร! เอ้ย !

      อดีตประธานบริหารแห่งมาตินเนสกรุ๊ปตะโกนด่าทอไล่หลังผมมา ขณที่เดินหนี ทั้งที่เรายังคุยกันไม่จบดี

 

      ปล่อยซิคะ! เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า

      เสียงแผ่วเบาของอิสตรีนางหนึ่งดังขึ้นขณะห้ามปรามชายหนุ่มนามมาโค่ มาติน เนส  บุตรบุญธรรมของมิสเตอร์ ปาร์ค มาติน เนส ที่กำลังง่วนอยู่กับร่างสมส่วนของเธอให้หยุดการเคลื่อนไหว

      ไม่เห็นต้องอายเลย มารีน่า คุณก็รู้ว่าเราเป็นอะไรกัน

      หญิงสาวรีบใช้นิ้วชี้ปิดลงตรงริมฝีปากของเขาอย่างรวดเร็วด้วยกลัวเสียงจะเล็ดลอดออกไปให้ใครได้ยินเข้า

      เบาๆ ซิคะ

      คุณกลัวไอ้ ครูส มันจะมาได้ยินอย่างนั้นหรือเสียใจด้วยนะมารีน่าไอ้นรกส่งมาเกิดนั่นมันบินไปเที่ยวอย่างสบายอารมณ์ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วล่ะมารีน่าที่รัก

      ร่างในอ้อมกอดของชายหนุ่มมีสีหน้าไม่พอใจบึ้งตึงและคงคาดการณ์ไม่ถึงขึ้นมาทันที

      ผมนึกว่ามันชวนคุณแล้วซอีก

      มาโค่กล่าวแดกดันออกไป ยังผลให้หญิงสาวรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติในทันที ด้วยเกรงว่าชายหนุ่มตรงหน้าจะโกรธเข้าจริงๆ อย่างไรเสียมาโค่ มาตินเนสก็มาก่อน ครูส  มาตินเนส  ล่ะนะ หล่อนและเขาคบกันมาก่อนก่อนที่มารดาจะจับหล่อนประเคนให้กับครูส หลังจากรู้ว่าเขาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประธานกรรมการบริหารแห่งมาตินเนสกรุ๊ปเมื่อไม่นานมานี้  ในขณะที่ฐานะทางการเงินของครอบครัวหล่อนก็กำลังร่อแร่ขุดไม่ขึ้น การเล่นจับปลาสองมือมันไม่ง่ายอีกต่อไป เมื่อครูสชายหนุ่มที่หล่อนหมายปองเขาไม่เคยแยแสใส่ใจหล่อนเลยแม้เพียงซักนิดเดียว

      คุณก็รู้นี่คะมารีน่าไม่ได้ต้องการคุณครูส  นั่นมันเป็นความต้องการของคุณแม่และคุณปาร์คต่างหากล่ะคะ

      หล่อนแก้ต่างออกไปทั้งที่ในใจกำลังเดือดดาลให้คนที่แอบหนีเที่ยวโดยไม่บอกกล่าวหล่อนแม้สักคำเดียว

      คุณคิดถูกแล้วมารีน่า เพราะอีกไม่นานหรอกไอ้ครูสมันจะหายสาบสูญไปจากโลกใบนี้

      มารีน่ามีสีหน้าผวาตกใจแต่ในเวลาต่อมาหล่อนก็ปรับสีหน้าใหม่ให้เป็นปกติดังเช่นเดิม

      คุณกำลังทำอะไรอยู่หรือคะมาโค่

      ไม่ใช่เรื่องที่คุณควรต้องรู้

      มาโค่ตีหน้าเหี้ยมอย่างหน้ากลัว

      ใช่ เรื่องความบาดหมางของสองพี่น้องนอกไส้ในตระกูลมาตินเนสคนนอกอย่างหล่อนไม่จำเป็นที่จะต้องรู้  แต่สิ่งที่หล่อนควรจะต้องทำก็คือ ทำอย่างไรครอบครัวของหล่อนถึงจะอยู่รอดก็เพียงเท่านั้น  หล่อนจึงจำต้องสวมบทนางเอกในเวลาต่อมาเพื่อจะได้ไม่ทำให้มาโค่โกรธ อย่างน้อยมาตินเนส

กรุ๊ป ก็ควรมีนายหญิงอย่างหล่อนไว้ประดับวงศ์ตระกูล ถึงแม้ว่าตำแหน่งของท่านประธานจะถูกครอบครองโดยใครคนใดคนหนึ่งก็ตามทีต่อจากนี้ไป

 

     ณ ท่าเรือเล็กๆ แห่งหนึ่งทางตอนใต้ของเมืองไทย  

      ฉันกำลังรีบวิ่งหน้าตั้งอย่างเร็วรี่ เป้าหมายเดียวเพียงเพื่อให้ทันเรือเที่ยวสุดท้ายที่กำลังจะออกจากท่ามุ่งหน้าไปยังหมู่เกาะนามา  หมู่เกาะที่ฉันคิดถึง  ห่วงหา  ศรัทธา อย่างฝังรากลึกในจิตใจ  ดีใจเหลือเกินที่จะได้กลับไปเหยียบดินแดนนั้นอีกครั้ง  หลังจากบึ่งตรงมาจากกรุงเทพฯในวันนี้ วันที่ฉันเรียนจบมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  และกำลังหอบเอาใบปริญญาอันสดใหม่มาฝากผืนแผ่นดินถิ่นบ้านเกิด ฝากแม่ ฝากน้องๆ ของฉัน 

      ครอบครัวของเรามีฐานะค่อนไปทางลำบาก  แถมยังอยู่ดินแดนห่างไกลผืนแผ่นดินใหญ่  การเดินทางจึงแสนจะลำบาก  น้องชายฝาแฝดของฉันพวกเขาไม่ควรจะต้องหยุดเรียนมาเพื่อการนี้  ส่วนมารดาที่สุขภาพไม่ค่อยจะดีนักท่านก็ไม่เคยย่างกลายเข้ามาในกรุงเทพมหานคร ดินแดนที่แสนจะอลม่านไปด้วยรถราและผู้คนหลายล้านชีวิตเลยซักครั้ง  ดังนั้นมันจะต้องลำบากมากสำหรับพวกเขาแน่ๆ หากจะต้องเดินทางมาเพื่อร่วมแสดงความยินดีในวันรับปริญญาของฉัน   

      ดังนั้น ฉันจึงตัดสินใจบอกให้พวกเขารอฉันอยู่ที่บ้านจะเป็นการดีที่สุด ใบปริญญาที่ได้มาในวันนี้มันก็มีค่าเพียงพอแล้วสำหรับสาวชาวเกาะบ้านบ้านอย่างฉัน   ในวันรับปริญญาที่ผ่านมามันอาจดูเศร้าไปบ้างความรู้สึกนี้ไม่มีใครรู้ดีไปมากกว่าฉันแน่นอน  แต่นั่นฉันถือว่าเป็นการเลือกที่ถูกต้องแล้ว  อย่างน้อยยังดีหน่อยตรงที่มิตรสหายรุ่นน้อง รุ่นพี่ หลายต่อหลายคนที่ตั้งใจมาร่วมแสดงความยินดีอย่างซึ่งใจ  อาจเพราะว่าตลอดระยะเวลาสี่ปีที่ผ่านมาพวกเขาทั้งหลายคงรู้ซึ้งถึงชะตาชีวิตของฉันเป็นอย่างดีแล้วนั่นเอง 

      รุ่นพี่บางคนแสดงความห่วงใยจนฉันแอบสงสารตัวเองไม่ไหวหลายต่อหลายครั้งที่พยายามปฏิเสธพวกเขาออกไป  ในขณะที่รุ่นน้องอีกมากมายที่เอาใจช่วยและคอยช่วยเหลือกันมาอย่างจริงใจ แล้วทุกอย่างก็ผ่านมาด้วยดีจนกระทั่งในวันนี้  ฉันถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วสูดเอาอากาศบริสุทธิ์ทั่วท้องดินแดนที่เคยอยู่อาศัยเมื่อครั้งเยาว์วัยเข้าไปในปอดสุดลึก ฉันมายืนอยู่ตรงนี้แล้วไง  ดีใจเหลือเกินเมื่อนึกถึงใบหน้าของพวกเขาทุกคนที่กำลังรอฉันอยู่ที่เกาะนั่น  ฉันก็วิ่งหน้าตั้งกระหยิ่มยิ้มย่อง 

      แล้วทันใดนั้น

      "ตุ๊บ!! "

      "อู๊ย!!"

      ร่างของฉันกำลังกระเด็นเซถลาไปเกือบสองวาเห็นจะได้ หากไม่ได้มือใหญ่ของใครคนหนึ่งช่วยดึงพยุงไว้  หลังจากที่ฉันวิ่งชนเข้ากับอกกว้างของใครคนหนึ่ง   แต่ดูเหมือนร่างแกร่งนั่นจะไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใดแค่เสี้ยววินาทีที่ฉันกำลังแหงนเงยมองผ่านใบหน้าของเขาออกไป  และก่อนจะมองผ่านเลยไปยังต้นเสียงที่ดังแว่วมาจากอีกฝั่งในทันที

      "เร็วๆ  หน่อย เร็ว! เรือจะออกแล้ว  มีใครอีกมั้ย? 

      เสียงนายท้ายเรือร้องตะโกนดังลั่นลอยลมมา

      "รอด้วยค่ะ  รอด้วย!  ยังเหลือหนูอีกหนึ่งคนค่ะ"

      ฉันโบกมือไวไวเป็นสัญญาณบอกนายท้ายเรือให้รับรู้การมีอยู่ของฉัน  ก่อนจะหันกลับไปหวังจะขอบคุณคุณคนที่ช่วยพยุงฉันไว้เมื่อครู่  แต่ก็ปรากฎว่า....

      "อ๊าว! ไปซะแล้ว" 

      ร่างสูงใหญ่มองเห็นหลังไวๆ เดินห่างออกไปพร้อมชายชุดดำอีกสองคน  ฉันเดาเอาว่าพวกเขาคงเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่กำลังรีบเร่งในการเดินทางเช่นเดียวกันกับฉันนั่นเอง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

55 ความคิดเห็น