จันทร์ซ่อนเงา

ตอนที่ 6 : ประมือ (อัพแล้ว)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,871
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    30 ก.ค. 55

ตอนที่ ๖ ประมือ

            โสม พยัคฆ์ดำรงตกใจจนทำอะไรไม่ถูก เธอไม่รู้ว่าจังหวะที่เขายื่นมือมาหวังจะจับคอเสื้อนั้นพลาดไปเกี่ยวเอาผ้าพันอกของเธอที่เป็นเพียงผ้าผืนบางขาดออกมาด้วย เผยให้เห็นหน้าอกอยู่เลือนรางในความมืด ชั่วครู่นั้นเธอก็เข้าประชิดร่างแข็งแกร่งงัดเอามีดสั้นขึ้นมาจ่อข้างเอวสอบ

            “ฉันไม่ควรปล่อยให้ความลับรั่วไหล” โสมพูดเสียงเครียด แม้ว่าเธอจะเป็นคนสูงแล้วแต่ก็ยังต้องเงยหน้าเพื่อพูดกับเขา แววตาคมปลาบบัดนี้สั่นไหว ร่างกายแข็งแกร่งเครียดเกร็ง คล้ายว่ากำลังกลั้นใจอย่างไรอย่างนั้น เธอคิดว่าเขาระย่อต่อมีดสั้นเล่มเดียวที่จ่อข้างเอวอยู่นี้ “ท่านมีทางเลือกสองทาง หนึ่งคือตาย สองคือปล่อยฉันไปแล้วสาบานด้วยศักดิ์ศรีความเป็นลูกผู้ชายว่าจะไม่มีทางยอมให้ตนเป็นต้นเหตุให้ความลับของฉันถูกเปิดเผย”

            “เจ้า... เอ่อ... แม่หญิง ถอยออกไปเสีย” กระซิบบอกเสียงลอดไรฟัน ดวงตาของเขามองต่ำลงจนโสมต้องเบียดตัวเข้าหาชายหนุ่มอย่างช่วยไม่ได้เพราะไม่อยากให้เขาเห็นอะไรที่เธอไม่อยากให้เห็น แม้จะอับอายอยู่บ้างที่ต้องแนบชิดในสภาพนี้

            “ตอนนี้ท่านมีสิทธิ์สั่งฉันรึไง” โสมพยายามทำเสียงให้เหี้ยมที่สุด “เลือกมาว่าจะเอาทางไหน”

            “งั้นข้าขอเสนอให้แม่หญิงถอยออกไปแล้วมาพูดคุยกัน ข้าไม่ทำอันตรายแม่หญิงอย่างแน่นอน” ชายหนุ่มกระซิบบอกเสียงเบา

            “เชื่อท่านก็โง่บรม ท่านจะฆ่าฉันให้ได้นี่นาแล้วท่านก็ไม่มีสิทธิ์ต่อรองหรือเสนออะไรด้วย”

            “โธ่... แม่หญิง เชื่อข้าสักนิดเถิด ถ้าถอยออกไป ข้าจะไม่ทำอันตรายแม่หญิงแน่นอน”

หญิงสาวไม่ลังเลกระตุกเอาผ้าขาวม้าของชายหนุ่มออกมาคลี่ออกแล้วพาดพันร่างตัวเองพลางถอยออกมา สังเกตเห็นว่าเขาอึ้งไปคล้ายวิญญาณออกจากร่างเลยทีเดียว

            “จะต้องไม่มีใครรู้เรื่องนี้และฉันจะต้องกลับไปอย่างมีชีวิต ฉันถือว่าท่านให้คำสาบานแล้ว” โสมรีบโมเมแปลความทันทีสองเท้าค่อยๆ ก้าวถอยหลังไปอย่างระแวงระไว

            “เดี๋ยวก่อนเถิดแม่หญิง” ชายหนุ่มเหมือนเพิ่งได้สติ เขาขยับเข้าหาพร้อมเอ่ยรั้งเสียงเบา “สนทนากันสักเดี๋ยว”

            “ไม่จำเป็น! อย่าเข้ามานะ ฉันใช้มีดสั้นได้ชำนาญกว่าดาบแน่” หญิงสาวข่มขู่เสียงขึงขัง ก้าวถอยหลังออกไปเรื่อยๆ เธอเชื่อใจแม่หญิงจันทรวดี ฉะนั้นจึงไม่กลัวว่าคนของเขาจะทำร้ายเธอ ที่ต้องระแวงก็มีเพียงชายตรงหน้าเพียงคนเดียวเท่านั้น

            “ไม่ได้เด็ดขาด! ข้าล่วงเกินแม่หญิงแล้ว ทำให้แม่หญิงต้องมีมลทิน ข้าจะต้องรับผิดชอบ”

            ฮ้า! มลทินอะไรนะ ฉันไปมีมลทินอะไรกับนายตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

            “มลทินอะไร ท่านนี่พูดไม่รู้เรื่อง บอกว่าอย่าเข้ามา!” โสมตวัดจ้วงมีดสั้นใส่อย่างดุร้าย ร่างสูงนั้นกระโดดหลบทันท่วงทีแต่ไม่ลดละการเดินตาม

            “แม้นี่จะเป็นคืนเดือนมืดแต่ข้าเห็นในสิ่งที่สตรีปรารถนาจะปกปิดให้พ้นสายตาบุรุษผู้มิใช่สามี...” ยังไม่ทันกระซิบบอกจบ เสียงกระซิบร้อนรนแกมดุก็แหวเข้าก่อน

            “ว่าไงนะ! ท่านเห็นหมดเลยหรือ ตายซะเถอะ!” หญิงสาวทั้งโกรธทั้งอับอายเกือบพุ่งเข้าหาชายหนุ่มด้วยความปราดเปรียวดุร้าย

            “ไม่! ข้าเห็นเพียง... เอ่อ เลือนราง” เสียงอธิบายกระซิบร้อนรนพอกันทำให้หญิงสาวโล่งอกได้บ้าง “ถึงอย่างไรข้าก็สมควรรับผิดชอบแม่หญิง ข้าจะพาแม่หญิงกลับไปกับข้า จัดงานแต่งให้สมเกียรติ”

            “ไม่ๆๆ ไม่ต้อง” โสมรีบเอ่ยห้ามรัวเร็ว เรื่องอะไรจะเอาอนาคตไปผูกกับผู้ชายคนหนึ่งเพียงแค่ถูกเห็นหน้าอก “ท่านปล่อยฉันไปและรักษาสัญญาก็พอแล้ว”

            “ไม่ได้เด็ดขาด ข้าไม่เคยถูกสั่งสอนให้ทิ้งความรับผิดชอบเช่นนี้” ชายหนุ่มปฏิเสธจริงจัง

            “ฉันหน้าตาขี้เหร่” เธอเริ่มอ้างเหตุผลที่จะดิ้นหลุดจากเขา

            “ไม่ขี้เหร่สักนิดแม่หญิง กลับงดงามนัก ข้าเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดในห้องนั้น ที่แล้วมาข้าไม่ถือ แต่เมื่อแต่งเป็นภรรยาของข้าแล้ว ห้ามทำเช่นนั้นกับใครนอกจากข้าอีกเด็ดขาด”

            พ่อเจ้าพระคุณเอ๊ย ฉันบอกว่าจะแต่งกับนายเมื่อไหร่ฮะ!

            “เพ้อเจ้อใหญ่แล้ว ใครจะแต่งกับท่านกัน” หญิงสาวแยกเขี้ยวใส่อย่างดุร้ายโดยลืมไปว่าตนสวมหน้ากากภูตอยู่

            “ข้ารู้ดีว่าเสียมารยาทกับแม่หญิงมามาก แต่ขอแม่หญิงเห็นแก่ตัวเอง อย่าได้ปฏิเสธเลย”

            โอย... ใครก็ได้ เอาตาคนนี้ไปเก็บที

            “ฟังให้ดีนะ ฉันจะไม่แต่งกับท่าน สิ่งที่ฉันต้องการคือท่านเก็บความลับฉันเท่าชีวิตของท่านและฉันกลับไปอย่างปลอดภัย” โสมเน้นย้ำแทบทุกคำ

            “ระวัง แม่หญิงกำลังทำให้ทุกคนได้ยินเรื่องลับนี้ เก็บมีดแล้วมาคุยกันดีๆ เถิด”

            เขาไม่สนใจฟังที่เธอพูดเลยสักนิดรึนั่น

            “ไม่คุยอะไรทั้งนั้นแหละ ฉันจะไปแล้ว ลาก่อน” โสมเตรียมเผ่น แต่ชายหนุ่มกลับตะโกนรั้งเสียงดัง

            “อย่าเพิ่งไป!

            “อะไรอีกล่ะ” หญิงสาวเบื่อหน่าย อยากจะไปเต็มแก่

            “ข้าจะได้เจอแม่หญิงอีกไหม” คราวนี้เขากระซิบพูดเบาๆ คล้ายเกรงใจ หากคืนนี้สว่างอีกนิด คงจะได้เห็นรอยระเรื่อบนแก้มของเขา

            “ไม่รู้” เธอบอกปัดเพราะไม่อยากเจอคนที่รู้ความลับของตัวเองเสียแล้ว

            “แต่ข้าอยากเจอแม่หญิง” ชายหนุ่มพูดเอาเสียเฉยๆ “ทุกวันจันทร์เต็มดวง ยามตะวันส่องกลางศีรษะให้มาเจอข้าที่ร้านขายผ้าร้านใหญ่ในเมือง มาในชุดสตรีด้วย”

            “ไร้สาระ!” หญิงสาวปฏิเสธไร้เยื่อไย

            “หากแม่หญิงไม่มา ก็ถือว่าแม่หญิงทำลายข้อตกลงระหว่างเรา ข้าไม่รับรองความลับของแม่หญิง” ชายหนุ่มพูดเสียงเรียบเย็นอย่างข่มขู่ เธอชักอยากจะเอามีดสั้นที่ถืออยู่แทงเขาสักทีสองทีจะได้ไม่ยุ่งยากแต่ถ้ายอมทำตามข้อตกลงของเขาอาจจะทำให้สนิทสนมกันมากขึ้นและภายภาคหน้าเขาอาจจะช่วยเหลือเธอได้บ้าง

            แต่ให้ตาย... นี่ฉันถูกแบลคเมล์หรือเนี่ย

            “บ้าชะมัด เจอก็เจอ แต่ชุดผู้ชายได้ไหม” หญิงสาวกระซิบเสียงห้วน

            “ไม่ได้ ถ้าไม่ตกลง ก็ถือว่า...”

            “ก็ได้ๆๆ แต่งอย่างนั้นก็ได้ แล้วท่านก็ห้ามทำร้ายนางสุวิมลด้วย หากท่านทำฉันจะไม่รักษาสัญญาเหมือนกัน” โสมสบถให้ตัวเองอย่างหัวเสีย ไม่สังเกตเลยว่าชายหนุ่มพยักหน้ายอมรับแล้วแอบก้มหน้าลงเพื่อยิ้มขำเท่าไร “ฉันไปได้แล้วใช่ไหม”

            “เชิญแม่หญิง” ชายหนุ่มกระซิบบอกพลางพยักหน้าน้อยๆ ใบหน้าปราศจากความเครียดผิดกับโสมที่หันหลังเผ่นโดยเร็ว เมื่อเดินได้ระยะหนึ่งก็พบกลุ่มชายฉกรรจ์ยื่นนิ่งแข็งเป็นหุ่น กลอกตามองเธออย่างเดือดดาลคล้ายอยากเข้ามาสับเธอออกเป็นชิ้นๆ แต่ก็จนปัญญา นึกหัวเราะในใจว่าแม่หญิงจันทรวดีนี่ช่างขี้เล่นดีแท้ ทำให้คนพวกนี้ตัวแข็งทำอะไรไม่ได้นอกจากกลอกตามองเธอเดินจากไปอย่างไร้รอยขีดข่วน อารมณ์ของเธอจะดีขึ้นหากไม่ได้ยินเสียงสดใสอย่างน่าหมั่นไส้ลอยมาว่า

“ข้าชื่อธรรม์ อย่าลืมเสียล่ะ”

            เฮอะ! ฉันจะจำเอาไว้ว่าคนที่ควรแก้แค้นคนแรกคือนายธรรม์ ไม่ลืมแน่ๆ

 

โสมเร่งเดินทางกลับวัง ผ่านทหารยามรักษาประตูเขตต้องห้ามไปโดยไม่สนความแปลกใจของพวกทหาร หญิงสาวเดินเลี่ยงเข้าสู่แนวไม้มืดมิดพรางตนให้ห่างจากสายตาคนอื่นเพื่อให้คนเห็นสภาพของเธอน้อยที่สุด ลดความเสี่ยงที่จะทำให้ความลับแตกซ้ำสองภายในคืนเดียว พลันเธอก็ต้องชะงักเมื่อเห็นเงาร่างหนึ่งเคลื่อนไหวหลบไปอย่างรวดเร็วจึงรีบรุดตามไปกระทั่งเห็นแผ่นหลังกว้างในชุดดำสนิทรัดกุม พันศีรษะปิดบังใบหน้าอยู่ตรงหน้า เธอไม่รีรอพุ่งเข้าโจมตีจนผู้บุกรุกยามวิกาลต้องหันกลับมารับมืออย่างไม่อาจหลบหนีไปได้ เนื่องจากเธออารมณ์เสียค้างมาจากการถูกล่วงรู้ความลับอยู่แล้ว เมื่อได้พบผู้บุกรุกเขตหวงห้ามยามวิกาลจึงได้โอกาสระบายโทสะอย่างเต็มที่ เธอประยุกต์เอากังฟูและมวยไทยขึ้นมาโจมตีผู้บุกรุกไม่หยุดยั้ง ทั้งปราดเปรียวและรุนแรงจนผู้บุกรุกถอยร่นและหาโอกาสตอบโต้ได้ยากอาจเป็นเพราะกำลังงงงวยต่อวิธีการต่อสู่อันแปลกประหลาด ในที่สุดก็ไม่อาจต้านทานได้ถูกถีบลิ้นปี่โดยแรงจนกระเด็นออกมากลิ้งตลบกับพื้น

            “แกเป็นใคร!” โสมตวาดถาม คาดว่าอีกไม่นานทหารตรวจยามก็จะแห่กันเข้ามาเพราะได้ยินเสียงผิดปกติ ร่างนั้นลุกขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับไม่ได้รับความเจ็บปวดเลยพร้อมเดินปรี่เข้ามาหาเธอ “ดี! รนหาที่ดีนัก!

            หญิงสาวเตรียมตั้งท่าเพื่อโจมตีครานี้เปลี่ยนจากวิธีรุกดุดันกลายเป็นการรุกโดยอาศัยแรงอีกฝ่ายเป็นแรงโจมตี เพราะคาดว่าอีกฝ่ายคงมีโทสะขึ้นมาบ้างแล้วและต้องโจมตีเธอด้วยวิธีรุนแรงแน่นอน แล้วก็เป็นดังคาด ฉะนั้นไม่ว่าจะถูกโจมตีด้วยความรุนแรงเพียงไหนเธอก็สามารถเปลี่ยนเป็นแรงโจมตีกลับได้ทุกครั้ง

            “มีปัญญาแค่นี้ริอาจมาบุกเขตต้องห้าม รนหาที่ตายแท้ๆ” โสมพูดจากวนโทสะอีกฝ่าย ได้กวนโมโหคนอื่นก็เป็นความสุขอย่างหนึ่งเหมือนกัน “เอ้า... จะทำยังไงดีน้า จู่โจมเท่าไหร่ก็ไม่เห็นฉันจะเจ็บตัวกลับเป็นตัวแกเองที่เจ็บแทนทุกครั้ง หรือว่าฝีมือแกจะต่ำต้อยเสียจนเอาชนะคนตัวบางๆ อย่างฉันไม่ได้ ถ้ายังไงกลับบ้านไปกินนมนอนก่อนแล้วค่อยตื่นมาฝึกปรือฝีมือใหม่ดีไหม”

            ก่อนที่โสมจะได้รู้ว่าอีกฝ่ายโมโหเพราะคำพูดเธอหรือไม่ เสียงฝีเท้าหลายคู่ที่กำลังตรงมายังจุดเกิดเหตุก็ทำให้การเคลื่อนไหวของผู้บุกรุกชะงักไปชั่วครู่แล้วหันหลังจะวิ่งหนี แต่มีหรือราชองครักษ์โสมจะยอมให้ผู้บุกรุกหนีไปได้ง่ายๆ จึงพยายามจะยื้อยุดด้วยการสกัดขาเอาไว้แต่เธอเกือบหลบท่อนขาที่วาดเตะมาหาแทบไม่ทัน อาการดีดตัวไปข้างหลังทำให้เสียจังหวะในการโจมตี เป็นโอกาสให้ร่างสูงใหญ่กำยำของผู้บุกรุกสามารถวิ่งห่างออกไปได้ เธอรีบลุกขึ้นวิ่งไล่กวดไม่ลดละ ฝีเท้าของเธอไม่เป็นสองรองใครอยู่แล้ว ฉะนั้นไม่นานก็ตามทัน เธอใช้ลูกบ้าผสมความหงุดหงิดกระโดดตัวลอยถีบเป้าหมายจนถลาเซซังไปข้างหน้า

            “คิดว่าจะหนีไปง่ายๆ เรอะ ไม่รู้จักไอ้โสมเสียแล้ว ฉันจะตามราวีจนแกเหนื่อยไม่มีแรงหนีเลยคอยดู” โสมขบเขี้ยวเคี้ยวฟันพลางย่างสามขุมเข้าหา พอผู้บุกรุกตั้งหลักได้ก็หันมาส่งเสียงหัวเราะหึๆ ให้ราวกับทั้งฉุนทั้งขันแล้วเป็นฝ่ายโจมตีก่อน หญิงสาวสบจังหวะเหมาะคว้ามืออีกฝ่ายบิดแล้วยกขึ้นสูงก่อนจะเหวี่ยงให้ร่างกำยำนั้นเสียหลักล้มคว่ำลงบนพื้น เธอลงไปนอนหงายทับเขาเอาไว้ ใช้ขาหนีบคอแข็งแกร่งให้หายใจไม่สะดวก แล้วจับแขนข้างที่เธอบิดมือเขาดึงให้สูงขึ้น เท่ากับว่าขณะนี้เขาไม่อาจหลุดพ้นไปจากเธอได้แน่นอน

            “แกโชคร้ายเองที่มาเจอฉันตอนอารมณ์เสียสุดๆ แบบนี้” หญิงสาวบอกอย่างพาลๆ “เข้ามาในเขตนี้เป้าหมายแกคงเป็นราชันสินะ ถ้าอย่างนั้นฉันควรหักแขนและขาแกอย่างละข้าง ฉันจะได้มั่นใจว่าแกจะทำร้ายพระองค์ไม่ได้”

            “เจ้าจะปล่อยข้าได้รึยัง ท่านราชองครักษ์โสม” เสียงอู้อี้ขึ้งเครียดคุ้นๆ ทำให้เธอแปลกใจแต่ไม่ยอมปล่อยการจับกุม ตอนนั้นเองก็แว่วเสียงฝีเท้าทหารเวรยามใกล้เข้ามา “ข้ายอมรับล่ะว่าสู้เจ้าไปไม่ได้เพราะวิชาการต่อสู้อันพิสดารของเจ้า แต่ไม่จำเป็นเลยที่เจ้าจะหักแขนหักขาข้าเพื่อไม่ให้ข้าทำร้ายตัวเอง”   

            “อ๊าว! นี่ตาราชันหัวถั่วงอกหรอกรึนี่” โสมอุทาน พระสุรเสียงแบบนี้ รับสั่งกวนประสาทไม่แพ้เธอแบบนี้ รวมทั้งพระวรกายสูงใหญ่กำยำแบบนี้คงเป็นใครอีกไม่ได้นอกจากคนที่ไม่สมควรมาทำตัวลับๆ ล่อๆ เวลากลางค่ำกลางคืนมากที่สุดอย่างราชันไพรสัณฑ์ หญิงสาวรีบปล่อยให้พระองค์เป็นอิสระ ช่วยดึงให้พระองค์ลุกขึ้นยืนก่อนไล่ “รีบเสด็จกลับพระตำหนักสุริยันไปซะ ต้องไม่มีทหารคนไหนรู้ว่าราชันของพวกเขามาแพ้เชิงให้ราชองครักษ์คนใหม่อย่างไอ้โสมคนนี้”

            ท้ายประโยคหญิงสาวอดที่จะพูดจากวนประสาทอีกฝ่ายไม่ได้ก่อนผลักให้ราชันหนุ่มรีบเสด็จหลบหนีไป ส่วนตัวเองจะอยู่รับมือกับทหารเวรอยู่ทางนี้ เธอมองพระวรกายสูงใหญ่กำยำหายไปในความมืดพร้อมรอยยิ้มขบขันเพราะพอจะคาดการณ์ได้ว่าข้อพระกรและพระดัชนีจะต้องเคล็ดระบมสักหน่อย บริเวณลำพระศอก็จะเจ็บไปสักพักเนื่องจากเธอออกแรงหนีบแรงมากทีเดียว

            ก็ใครใช้ให้ทำตัวลับๆ ล่อๆ ล่ะ ช่วยไม่ได้ งานนี้ไอ้โสมได้กำไร ฮ่าๆๆ

            “ท่านราชองครักษ์” หัวหมู่ที่เร่งมาถึงที่เกิดเหตุมองทรงผมประหลาดก็ทราบดีว่าเป็นท่านราชองรักษ์คนใหม่ในราชันไพรสัณฑ์จึงยืนระวังตรงแล้วก้มหัวลงให้เล็กน้อยเป็นการทำความเคารพ พร้อมกันนั้นลูกหมู่ก็เดินตามมาสมทบทัน โสมไม่รีรอที่จะออกคำสั่งทันที

            “รีบวิ่งตามไป มันหนีไปทางนั้น ฉันจะไปเฝ้าอารักขาราชันเอง ได้เรื่องเช่นไรให้ไปรายงานที่พระตำหนักสุริยัน” โสมชี้ไปทิศตรงกันข้ามกับที่ราชันไพรสัณฑ์เสด็จไปเมื่อครู่ เหล่าทหารรับคำสั่งทันทีแล้วพากันกระจายกำลังออกเป็นรูปครึ่งวงกลมวิ่งต้อนกันไปตามทิศนั้น

            หญิงสาวมองจนเหล่าทหารหายลับไปจึงเร่งรุดกลับเรือนพักของตนอย่างเงียบเชียบ รื้อค้นหาผ้าผืนยาวที่หามาเก็บตุนไว้ขึ้นมา เธอปลดผ้าขาวม้าที่ใช้พันอกไว้อย่างลวกๆ หยิบผ้าแถบที่นางสุวิมลปลดให้ออกมาวาง พันอกตัวเองอย่าแน่นหนา แม้จะอึดอัดบ้างแต่เพื่อความปลอดภัยของตัวเองก็ต้องทำ เมื่อเสร็จเรียบร้อยก็รีบจรดฝีเท้าออกจากเรือนมุ่งไปพระตำหนักสุริยันอย่างเร็วรี่ มหาดเล็กหน้าประตูเห็นท่านราชองครักษ์โสมมาขอเฝ้าฯ ยามวิกาลจึงขอให้หยุดรอเพื่อไปกราบทูลราชันก่อน ไม่นานนักก็ได้เฝ้าฯ โสมแสร้งเดินเอ้อระเหยชมผ้าม่าน ชมแสงเทียน ชมโต๊ะ ชมตู้ที่อยู่ตามรายทางนานๆ สังเกตว่าไม่มีเครื่องเรือนใดที่บ่งบอกถึงความหรูหราโอ่อ่า นับว่าเด็กที่นลวรรณและคุณหมอกณวรรธน์ขัดเกลามาคนนี้เป็นคนติดดินมากทีเดียว

            “มีใครบางคนกำลังปวดนิ้ว เคล็ดข้อมือแล้วก็เจ็บคอเพราะดันนึกสนุกทำตัวลับๆ ล่อๆ ยามวิกาลจนไปเจอท่านราชองครักษ์คนเก่งเข้าให้เลยหงายเก๋งรึเปล่า ไม่รู้ท่านราชองครักษ์คนนี้จะพอช่วยอะไรได้บ้าง” โสมส่งเสียงกวนประสาทไปก่อนตัว แสงเทียนในห้องพระบรรทมทำให้รู้ว่าเจ้าของพระตำหนักยังไม่เข้าบรรทมหรือความจริงแล้วอาจกำลังรอให้โสมมาหาก็ได้

            “รีบลาไปตายเสีย จะช่วยข้าได้มาก” พระสุรเสียงเรียบและกดหนักบ่งบอกสภาพพระอารมณ์ที่ไม่ค่อยดีนักทำให้โสมค่อยๆ เยี่ยมหน้าเข้าไปเพียงนิด ถอดหน้ากากออกแล้วส่งยิ้มประจบไปให้

            “ถ้าท่านราชองครักษ์โสมลาไปตาย แล้วใครจะเอาเรื่องสำคัญมาบอกราชันได้ล่ะ” โสมลอยหน้าลอยตาพูด เห็นพระวรกายสูงใหญ่กำยำที่เพิ่งปะทะกำลังกับเธอเมื่อครู่ใหญ่ที่ผ่านมานั่งอยู่บนพระแท่น ทรงฉลองพระองค์พระกัปปาสิกพัสตร์ตัวบางและพระสนับเพลาสีน้ำตาลเข้ม ปล่อยพระเกศายาวเหยียดตรงสยายคล้ายกำลังจะเข้าบรรทม พระพักตร์ถูกบดบังด้วยหน้ากากภูตครึ่งหน้าจึงทำให้เห็นพระโอษฐ์บางเฉียบเม้มสนิท

            “เรื่องอะไร” รับสั่งถามพระสุรเสียงห้วนห้าว โสมหลบเข้าไปในมุมเสาอีกนิด โผล่ออกมาเพียงแค่ใบหน้าที่แสร้งส่งยิ้มใสซื่อบริสุทธิ์ไร้เดียงสาออกมาเท่านั้น

“เรื่องการผจญภัยของราชองครักษ์โสม” หญิงสาวกระพริบตาใสปิ๊งทำให้ทรงเม้มพระโอษฐ์แน่นขึ้นมากกว่าเดิม “คืนนี้ท่านราชองครักษ์โสมออกไปผจญภัยในป่าใหญ่ มีอะไรดีๆ มาเล่าให้ฟังตั้งเยอะแยะ ล้วนแล้วแต่สนุกสนานและน่าตื่นเต้น แต่ไม่รู้ว่าราชันจะมีอารมณ์ฟังรึเปล่า”

“หากท่านมิใช่พระสหายของทูลกระหม่อมแม่ ข้าจะไม่ปล่อยให้มาลอยหน้าลอยตาพูดจากวนประสาทเช่นนี้แน่!

“แต่พอดีว่าฉันเป็น” โสมเดินยืดกายออกมาอย่างสง่างาม ซึ่งหากใครมีตาดูก็รู้แล้วว่าแสร้งทำเพื่อกวนประสาท หญิงสาวเดินเลี่ยงไปนั่งที่แท่นนั่งเล็กๆ ซึ่งอยู่ห่างจากรัศมีเท้าของราชันหนุ่มเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง ก่อนหันไปเลิกคิ้วให้ข้างหนึ่ง

จะทำไม... ให้รู้ซะบ้างว่าใครเป็นใคร

“เจ็บไหมล่ะนิ้วกับมือน่ะ ต้องบีบนวดนะ ส่วนคอนั่นช่วยไม่ได้ ต้องปล่อยให้หายเจ็บเอง หรือจะให้ฉันช่วยบีบให้ก็ได้” แม้ต้นประโยคจะแสดงความห่วงใยอยู่บ้าง แต่ท้ายประโยคกลับไม่พ้นการกวนประสาท

“มานวดให้ข้า” ราชันไพรสัณฑ์รับสั่งเอาดื้อๆ โสมยังนั่งนิ่ง “หรือท่านกลัวข้า จึงไม่กล้าเข้าใกล้”

“ฉันกำลังคิดว่าถ้านวดผิดจุด จับเส้นผิดพลาดสักเล็กน้อยจะเป็นยังไงบ้างเท่านั้นเอง” หญิงสาวยิ้มนิดๆ เดินเอื่อยๆ เข้าไปยืนซ้อนพระปฤษฎางค์กำยำ หักนิ้วตนเองดังกร๊อบแกร๊บอย่างพยายามข่มขวัญทั้งที่เรื่องการนวดกดจุดเธอร่ำเรียนมาบ้างเพราะเป็นประโยชน์ในการนวดคลายรักษากล้ามเนื้อหลังการออกกำลังกาย “เอาล่ะนะ บางท่าอาจจะเจ็บหน่อย ร้องออกมาก็ได้ไม่ว่าอะไร”

“จะพูดโดยไม่กวนประสาทข้าสักประโยคหนึ่งไม่ได้เลยหรือ” ราชันหนุ่มไม่ได้เกรงกลัวว่าจะเป็นง่อยเพราะนวดผิดท่าแต่อย่างใด

“อ้าว... ไม่รู้นะนี่ ว่าราชันไพรสัณฑ์ต้องการฟังคำหวานจากฉัน” โสมแกล้งทำเสียงอ่อนเสียงหวานพูด ขณะจับพระพาหากำยำยืดออกเพื่อนวดคลายกล้ามพระมังสาเล็กน้อยก่อนคลึงบริเวณข้อพระหัตถ์และพระดัชนีแล้วออกแรงดึงให้เข้าที่จนเกิดเสียงดังกร๊อบ “ราชันจะทรงมีพระประสงค์ให้ถวายการนวดทั้งพระวรกายเลยหรือไม่พระเจ้าค่ะ”

“ไม่ต้อง!” ราชันไพสัณฑ์รับสั่งพระสุรเสียงห้วนแต่ท้ายเสียงเจือความขบขัน

แต่ไรมาท่านโสมไม่เคยใช้คำราชาศัพท์กับพระองค์ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่พระองค์พอพระทัย หนนี้ท่านโสมดัดเสียงอ่อนเสียงหวานพูดราชาศัพท์ จงใจกวนประสาทกันแท้ๆ แต่พระองค์กลับเห็นเป็นเรื่องตลก ไม่ได้ถือสาโกรธเคืองเจ้าโสมสักนิด

“แหม... ทรงแข็งแกร่งไปทั่วพระวรกาย จับตรงไหนก็มีแต่เหล็กไหล” หญิงสาวจีบปากจีบคอพูด ลงมือบีบนวดไปยังพระพาหาอีกข้างด้วยวิธีเดียวกัน

“ฟังแล้วขนลุก”

พอพูดหวานๆ ก็ดันบอกว่าขนลุก เอาใจไม่ถูกแล้วนะ!

“วันนี้ฉันออกไปข้างนอก ไปพบนางสุวิมลแล้วรู้สึกว่านางมีความเกี่ยวข้องกับกองกำลังลึกลับนั่น แต่ไม่รู้เพราะเหตุผลอะไรนางถึงไม่ต้องการให้ฉันมีอันเป็นไป เลยช่วยป้อนยาแก้พิษสลบ...” โสมหยุดเล็กน้อยเมื่อคิดว่านางคนนั้นป้อนยาเธอยังไง อยู่ๆ ขนก็ลุกชันขึ้นมาจนต้องรวบรวมสติเล่าต่อไม่ให้ขาดตอน “ทำให้ฉันไม่ต้องตกอยู่ในที่นั่งลำบากตอนถูกรมยาสลบในป่า ที่นั่นมีผู้ชายคนหนึ่งที่ดูท่าทางมีอำนาจอยู่ในกองกำลัง เขาบอกกับฉันว่าต้องเอาชีวิตฉันไปให้ได้เพราะฉันไปทำให้คนสำคัญของเขาไม่พอใจ เราสู้กัน ฉันชนะ แล้วเขาก็นัดเจอฉันอย่างมิตร ซึ่งเรื่องนี้ฉันขอไม่บอกว่ารายละเอียดเป็นยังไง”

“เขาเป็นมิตรกับท่านงั้นหรือ”

“อย่างน้อยเขาก็พูดอย่างนั้นล่ะนะ” โสมตอบอย่างลังเลเพราะไม่แน่ใจเช่นกันว่าชายคนนั้นจะเอายังไงกับเธอกันแน่ บางทีสิ่งที่เขาทำอาจจะแค่ทำให้เธอตายใจก่อนหักหลังก็ได้ “แล้วเขาก็บอกว่าต้องการอยู่อย่างสงบ ไม่ต้องการฆ่าท่าน ไม่ต้องการไปเกี่ยวข้องเรื่องการเมืองสักเรื่อง ที่เขาฆ่าคนพวกนั้นก็เพราะเข้าไปรบกวนเขา”

“แผ่นดินกณวรรธน์เป็นของชาวกณวรรธน์ทุกคน มีที่แห่งใดบ้างหรือที่ชาวกณวรรธน์ไม่อาจไปได้” ราชันหน้ากากภูตรับสั่งช้าๆ ด้วยพระสุรเสียงเรียบเย็นจนทำให้บรรยากาศรอบด้านเย็นยะเยือก “หากคิดอยากอยู่อย่างสงบชนิดที่ชาวกณวรรธน์ไม่อาจก้าวล่วงไปได้ก็สมควรอพยพไปที่อื่น มิใช่เข่นฆ่าผู้ที่อาศัยอยู่ก่อน ข้าจะไม่ละเว้นมันที่เข่นฆ่าคนของข้า และคำพูดของเขาก็ใช่ว่าจะเชื่อได้ทุกคำ”

“สรุปคือหากเจ้าพวกนั้นยังมีพฤติกรรมแบบนี้ ท่านก็จะไม่ปล่อยเขาแน่นอน” หญิงสาวสรุป “ถ้าอย่างนั้นฉันจะพยายามตีสนิทกับเขา หารังของพวกเขาให้เจอ แล้วค่อย ขับไล่ พวกเขาออกจากกณวรรธน์นคร แต่รั้งตัวคนทำผิดเอาไว้รับโทษ ตกลงไหม”

“ข้าไม่รับปาก ท่านต้องเป็นผู้เลือกเองว่าอยากจะให้ชาวกณวรรธน์นครตายเสียให้หมดเมืองเพราะไม่อาจเหยียบแผ่นดินเกิดของตนได้ หรือจะฆ่าคนบางกลุ่มที่ระรานชีวิตคนด้วยวิธีการทารุณเพื่อรักษาขวัญกำลังใจและเพื่อความปลอดภัยในชีวิตของชาวกณวรรธน์”

โสมถอนหายใจดังเฮือก ราชันไพรสัณฑ์รับสั่งเพื่อโยนความรู้สึกผิดมาให้อย่างนี้เธอคงต้องยอมทำตามเหตุผลของพระองค์ ตีสนิทกับผู้ชายคนนั้นเพื่อให้เขาพาไปที่รัง แล้วพากำลังพลไปเข่นฆ่าให้ตายให้หมด แต่ถ้าหากเธอสร้างความสนิทสนมกับเขาแล้วเกลี้ยกล่อมให้เขาเลิกเข่นฆ่าคนบริสุทธิ์ จะสามารถรักษาชีวิตใครได้อีกหลายคน ความคิดของเธอถูกขัดจังหวะด้วยมหาดเล็กที่มารายงานว่าหัวหมู่นายหนึ่งขอเฝ้าฯ เพื่อถวายรายงานราชันเรื่องผู้บุกรุกเขตต้องห้าม ราชันหน้ากากภูตทรงอนุญาต ไม่นานนักหัวหมู่ก็เข้ามาก้มหัวทำความเคารพ สองตามองราชันและท่านราชองครักษ์ที่นั่งอยู่เสมอกันที่พระแท่นด้วยความประหลาดใจเพราะท่าทางราชันเองมิได้กริ้วแม้แต่น้อยที่มีคนตีตนเสมอ ยากจะคาดเดาได้ว่าสนิทสนมกันเพียงไร

“เจอไหม” โสมเป็นคนเอ่ยถามเพราะราชันไพรสัณฑ์เงียบเอาเฉยๆ และผู้มาก็ไม่กล้าพูดหากราชันไม่ประทานอนุญาต

“ไม่เจอ เอ่อ... ขอรับ” หัวหมู่รู้สึกสับสนเล็กน้อยว่าจะรายงานใคร ผู้มีอำนาจสูงสุดหรือผู้ที่ถือวิสาสะเอ่ยถามตน แต่ก็คิดอย่างง่ายๆ ว่าใครถามก็ตอบคนนั้น

“งั้นหรือ ไม่เป็นไร ป่านนี้มันคงหลบหนีและสะดุดตอไม้หัวปักขี้โคลนตายไปแล้วก็ได้” โสมลอยหน้าลอยตาพูด หัวหมู่ไม่แน่ใจว่ากำลังถูกประชดประชันใส่ที่หละหลวมจนทำให้มีผู้บุกรุกยามวิกาลได้รึไม่ หารู้ไม่ว่าแท้จริงแล้วโสมกำลังกวนประสาทคนที่ประทับอยู่ข้างๆ มากกว่า

“ท่านจะจัดการยังไงกับคนของท่านล่ะ” โสมโยนกลองไปให้หน้าตาเฉย

“กลับไปทำหน้าที่ของเจ้าเถอะ ครั้งนี้ข้าไม่เอาความ” ราชันหนุ่มรับสั่ง หัวหมู่รีบจากไปทันทีเพราะกลัวจะทรงเปลี่ยนพระทัย

“ฉันยังไม่ได้ถามท่านเลยว่านึกยังไงถึงได้ไปทำตัวลับๆ ล่อๆ แบบนั้น” หญิงสาวเอ่ยถาม ราชันหน้ากากภูตลุกขึ้นยืนบิดพระวรกายอย่างเมื่อยขบก่อนรับสั่งตอบ

“ก็ไม่นึกยังไง ก็แค่อยากไปเดินเตร่ในเมือง อยากรู้อยากเห็นว่าข้างนอกนั่นเป็นยังไง เผื่อจะได้เอาตัวเข้าไปแส่หาเรื่องเจ็บตัวมาได้บ้าง”

ฮึ่ม! นี่ว่ากระทบเธอที่ทะลึ่งไปเดินเตร่ในคืนเดือนมืดจนไปเจอกับคนกลุ่มนั้นรึเปล่า

“ก็เลยมาเจอกับฉันงั้นสิ” หญิงสาวมองหน้าราชันหนุ่ม เลิกคิ้วยวนโทสะให้อย่างโจ่งแจ้ง แล้วเธอก็ได้เห็นพระโอษฐ์แย้มเป็นรอยยิ้มนิดหนึ่ง แต่เท่านั้นก็มากพอที่จะทำให้เธอรู้สึกสังหรณ์ร้าย

“นั่นสิ ไม่เช่นนั้นข้าก็คงไม่รู้ว่าท่านมีวิธีการต่อสู้อันพิสดารและมีประสิทธิภาพเช่นนี้” ราชันหนุ่มขยับเข้าไปใกล้ราชองครักษ์โสมจนกระทั่งใบหน้าอยู่เสมอกัน “เพราะฉะนั้นคืนนี้ท่านต้องสอนข้าจนกว่าข้าจะสามารถเข้าใจทักษะพื้นฐานของการต่อสู้ชนิดนี้ได้และท่านต้องเป็นครูฝึกทหารภูตให้สามารถใช้การต่อสู้อย่างท่านทุกคน”

“หา! คืนนี้เนี่ยนะ! เอ่อ... เอาเป็นตอนเช้าดีไหม”

“ท่านทำให้ข้าฮึกเหิมเสียแล้ว เห็นทีคืนนี้ไม่อาจนอนหลับได้หากไม่ได้ออกแรงตามต้องการและถ้าหากข้าไม่ได้นอน ไฉนท่านจะใจร้ายนอนหลับไปก่อนได้”

คุณพระ... นี่เธอกำลังเห็นรอยยิ้มปีศาจใช่ไหมนี่

“ได้สิ หนังตาเราไม่ได้อยู่ติดกันนี่”

“ข้าไม่ได้หมายถึงความใกล้ชิดถึงขั้นนั้น แต่ในเมื่อท่านพูดถึงความใกล้ชิดแล้ว ข้าว่ามันจะเป็นการดีมากหากข้ามีท่านคอยติดตามใกล้ชิด เราจะได้เข้าใจกันมากขึ้น ไม่ใช่พูดเพียงคำก็ขัดใจกัน”

เฮ้ยๆๆ ไม่นะ... ไม่!

“นับแต่ตอนนี้เป็นต้นไป ท่านจะเป็นเหมือนเงาติดตามตัวข้า ข้าไปที่ไหนท่านไปที่นั่น ข้าได้กินท่านก็ได้กิน ข้าได้นอนท่านก็ได้นอน ท่านต้องถ่ายทอดวิชาการต่อสู้ให้ข้าและเป็นอาจารย์ของเหล่าทหารภูต”

“เอามีดมาดีกว่า เอามีดมาเลย” โสมยกมือขึ้นขยุ้มผมซอยสั้นของตัวเองตัวเองจนยุ่งเหยิง “หากท่านคิดจะฆ่าฉันก็แค่ไปหยิบมีดมาให้ฉัน เดี๋ยวฉันจะฆ่าตัวตายเอง”

“ข้าจะปล่อยให้ท่านทำเช่นนั้นได้ยังไงกัน ในเมื่อท่านยังมีความสามารถอีกมากมายที่จะสามารถถ่ายทอดให้ข้าและเหล่าทหารภูตได้” ราชันไพรสัณฑ์ประทับเคียงแล้วตบไหล่บางแรงๆ สองทีจนไหล่หญิงสาวแทบทรุด “ข้าต้องดูแลท่านอย่างดีแน่นอน เอาเช่นนี้... ท่านไม่ต้องไปพักรวมอยู่กับเหล่าทหารภูตแล้ว พรุ่งนี้จงมาพักที่นี่ ข้าจะนำเตียงหลังใหม่มาให้ท่าน ตั้งอยู่ใกล้ๆ พระแท่นบรรทมของข้า”

ไม่ๆๆ ฉันไม่เอาแบบนี้! โสมอยากจะพูดเหลือเกิน แต่ไม่รู้ทำไมทำได้แต่อ้าปากพะงาบๆ ไร้เสียง

“เป็นอันตกลงตามนี้!

ไม่อ๊าวววววววววววววว!!

รุ่งเช้าเมื่อท่านราชองครักษ์หิรัญรีบมาเฝ้าฯ ถึงในห้องพระบรรทมจึงพบท่านราชองครักษ์โสมนอนแผ่หลาอยู่บนพระแท่นบรรทมของราชัน ส่วนราชันไพรสัณฑ์กำลังยืนยืดเส้นยืดสายด้วยความเมื่อยขบอยู่ใกล้ๆ ราชองครักษ์หนุ่มมองภาพตรงหน้าด้วยความคิดอันอลวนสับสนแต่ก็ยังไม่ลืมทำความเคารพ ชายหนุ่มเห็นหัวยุ่งๆ ของท่านราชองครักษ์โสมยกขึ้นมองมาด้วยดวงตาแดงก่ำและท่าทางอิดโรย ก่อนจะกระเสือกกระสนยันตัวลุกขึ้นพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงขุ่นเคืองระคนอยากจะร้องไห้

“ท่านจำไว้นะท่านหิรัญ อย่าให้ฉันฟื้นแรง ฟื้นกำลัง ไม่อย่างนั้นฉันจะทำให้ราชันของท่านหมดแรงจนลุกไม่ขึ้นเป็นการแก้แค้นอย่างแน่นอน!

“ได้ยินแล้วนะหิรัญ อย่าได้ทำให้ท่านราชองครักษ์โสมฟื้นแรง ฟื้นกำลังเป็นอันขาด” ราชันไพรสัณฑ์รับสั่งเรียบๆ หิรัญยังไม่ทราบว่าจะพูดอะไรต่อดี คนที่นอนแผ่หลาหมดแรงอยู่บนพระแท่นก็ลงมือขยุ้มหัวตัวเองพร้อมร้องว่า

“เอามีดมา!

“ถ่ายทอดคำสั่ง เก็บมีดและของมีคมอย่าให้ตกอยู่ในมือท่านราชองครักษ์โสมโดยเด็ดขาด!

            ราชองครักษ์หิรัญไม่ทราบจะจัดการอย่างไรกับสถานการณ์พิลึกเช่นนี้ดี จึงได้แต่ทำตามแล้วกลับมาถวายคำรายงานอย่างเคร่งขรึม พยายามไม่สนใจเสียงครางกระซิกของราชองครักษ์โสมและท่าทางเกษมสำราญของราชัน

            “ครั้งนี้อยู่ที่ลานประหารพระเจ้าค่ะ” สิ้นเสียงของหิรัญ บรรยากาศในห้องก็เปลี่ยนไปฉับพลัน แสงตะวันเหมือนจะถูกเมฆบดบังจนมืดมัว อากาศอบอ้าวไม่มีลม แต่กลับมีเสียงกิ่งไม้เสียดสีกันราวกับเกิดพายุคลั่ง โสมรู้ทันทีว่าเรื่องที่หิรัญพูดจะต้องไม่ดีงามและทำให้กริ้วมาก

            “โสม... ท่านไปกับข้าด้วย” รับสั่งเสียงเย็นยะเยียบจนหนาวไปถึงกระดูก “ข้าจะให้ท่านได้ดูว่าอะไรคือความโหดเหี้ยมที่มนุษย์สามารถทำแก่กันได้!

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

4,215 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 30 กรกฎาคม 2555 / 18:05
    โอ้ว ตัวเอกเรื่องเราครบแล้ว คราวนี้ล่ะสนุกแน่ หุหุ!!
    #4152
    0
  2. #2810 แนน (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 มีนาคม 2553 / 22:48
    คำ ขี้เหล่ ค้นไม่เจอ โปรดพิมพ์ใหม่



    -----------------------------------



    คำที่คล้ายกันมีดังต่อไปนี้



    ขี้เหร่ ว. ไม่สวย, ไม่งาม, บางทีใช้เข้าคู่กับคำ ขี้ริ้ว เป็น ขี้ริ้วขี้เหร่.



    http://rirs3.royin.go.th/new-search/word-search-all-x.asp

    #2810
    0
  3. #2808 i3eLli3oY (@chawanyan) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 มีนาคม 2553 / 02:50
     โอ๊ยสนุกมากค่ะ

    ไรเตอร์สู้ๆ นะค่ะ

    รีบมาอัพไวไวนะค่ะ
    #2808
    0
  4. #2807 แสนฤทัย (@Virgo) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 มีนาคม 2553 / 23:08
    กริ๊ดดด พ่อธรรม์มาแล้ววววว

    มามะ มาให้จุบรับขวัญหน่อยเร็ว  หุหุ
    #2807
    0
  5. #2804 แพมมี่ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 มีนาคม 2553 / 16:59
    ชอบทีมากที่สุด ในตอนนี้ ก้อ คือ ประโยคที่ โสม บอกว่า โอยใครก็ได้ เอาตาคนนี้ไปเก็บที กร๊ากกกกก อ่านปุ๊บเข้าใจอารมณื ปั๊ป
    #2804
    0
  6. #1722 Rezehn (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2552 / 12:19
    สนุกที่ซู๊ดดดดดเรยค่ะ
    #1722
    0
  7. #1566 picmy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2552 / 21:55
    สนุกม๊ากกกกกก อ่านไปหัวเราะไป มันมากค่ะ
    #1566
    0
  8. #1386 ญ่าหรัญ (@YaRun) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2552 / 01:00
    เราว่าชัวเลยว่า ธรรม กับตาหัวถั่วงอกเปนคนๆเดียวกันอิอิ
    #1386
    0
  9. #1170 หมูดำ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2552 / 09:28
    มีความเป็นไปได้สูงน๊า ที่ธรรม์ กะตาถั่วงอกจะเป็นคนเดียวกัน

    เพราะกลับเข้าพร้อมกันอ่ะ จนมาเจอกัน

    แหมตาถั่วงอกอุตสาห์พยายามหลบแล้วน๊า แต่โสมดันตาดีไปเห็นอ่ะ

    (แอบเชียร์ให้เป็นคนเดียวกันอ่ะ)
    #1170
    0
  10. #972 artista (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2552 / 21:44
    O_O!!! สหรัฐคือใคร????????

    หรือว่าตอนแรกชื่อ "สหรัฐ" แล้วปรับแก้มาเป็น "ธรรม์"??? (ยังงงอยู่)

    แต่ยังไงก็สนุกสนาน แอบกรี๊ดเล็กๆ (กรี๊ดดดดด <== บ้าไปแล้ว)

    ทั้งนายธรรม์ ทั้งราชันย์ และทั้งโสม กวนได้อีก สุดยอดมาก!

    จะติดตามอ่านนะคะ ^-^



    ส่งท้ายๆ

    - (โสม) ==> เรื่องการนวดกดจุด เธอร่ำเรียนมาบ้างเพราะเป็นประโยชน์ในการรักษาร่างกาย "นัก"??? เวลาซ้อมการต่อสู้
    #972
    0
  11. #971 MISS_SONG (@MISS_SONG) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 มกราคม 2552 / 20:05
    เลือกไม่ถูกเลยว่าจะเชียร์ใคร ระหว่างสหรัฐ.. ที่โสมแพ้ทาง กับราชันถั่วงอก.. ที่โสมชนะทาง >_<
    #971
    0
  12. #970 ศศิธร (@pim_pig_pig) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 มกราคม 2552 / 20:39
    O_O น่าตื่นเต้นจังค่ะ เจ้าหัวถั่วงอกน่าสงกะสัยนะเนี่ย
    #970
    0
  13. #969 \\^o^// miNi_Mint \\^o^// (@ni_mint) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มกราคม 2552 / 22:53
    เฮอะๆ โสมสติแตกซะละ
    #969
    0
  14. #968 ไรเฟิล (@rifle_ke) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มกราคม 2552 / 16:01
    อืมมม
    มีคนหลงเสน่ห์โสมมากจังเลยนะคะ
    อย่างนี้ลำบากแย่เลย อิอิอิ
    #968
    0
  15. #967 i_am_jupiter (@i_am_jupiter) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 มกราคม 2552 / 22:40
    มาอัพเร็วๆนะค่ะ อยากอ่านต่อแล้วอ่ะว่าหนูโสมจะเป็นอย่างไรต่อไป

    แล้วกะอย่ารู้ว่านายสหรัฐเนี่ยใครรีบมาอัพเร็วๆนะค่ะ^^
    #967
    0
  16. #966 PiN.VE (@PiN_VE) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 มกราคม 2552 / 15:08
    แวะมาอ่านอีกรอบรอตอนต่อไปค่ะ อยากเห็นโสมแต่งหญิงจังค่ะ ขอให้แต่งแล้วสวยมากๆ ไม่เอาแบบกะเทยน่ะ เค้ารับไม่ได้
    #966
    0
  17. #965 ณภัทร-ศรา (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 มกราคม 2552 / 14:37
    อ่านชื่อเต็มนางเอกทีไร ขัดใจทุกที เหมือนไม่ใช่ผู้หญิงเลยนะคะ

    เรียกโสมเฉยๆ ไม่ได้หรอคะน้องหัท



    ติดตามอยู่เรื่อยๆ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #965
    0
  18. #964 เด็กขี้แย (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 มกราคม 2552 / 13:43
    เพิ่งเข้ามาอ่านค่ะ เรื่องนี้สนุกดีค่ะ ใช้ภาษาได้ดี เนื้อเรื่องก็ลื่นไหล ...แล้วมาอัพต่อนะ จะรีบมาอ่านกำลังติดพันเลย
    #964
    0
  19. วันที่ 22 มกราคม 2552 / 01:12
    ง่ะ ช่างเป็นเวลาการรอคอยลอยคอที่ยาวนานมากกกกกกกกกกก เหมือนมันนานเป็นเดือนเลยอ่ะ แบบว่าอยากอ่านมากๆ พอได้อ่านแล้วก็ชื่นใจจ้า แต่อ่านจบแล้วก็เศร้าอ่ะ คงต้องรออ่านตอนใหม่ ฮือๆๆๆ สนุกมากๆค่า ขำนางเอกด้วย อิอิอิ
    #963
    0
  20. #962 แย่แล้วเรา (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 มกราคม 2552 / 00:01
    เห็นระยะเวลาในการอัพแล้วไม่อยากเข้าเลยให้ตาย กลัวติด แต่ไม่ชอบการรอคอย(นานๆ) แต่สุดท้ายก็ห้ามใจไม่ไหว ดังนั้น อัพบ่อยๆ อัพเยอะๆ ทุกวันได้ยิ่งดี เพราะตอนนี้เราเป็นแฟนนิยายคุณแล้ว
    #962
    0
  21. #961 ปารี (@icefar) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มกราคม 2552 / 23:06

    ตาสหรัฐเป็นใคร กล้ามาเเบล็คเมลโสม

    เเถมบังคับเเต่งหญิงด้วย

    ส่วนท่านราชัน นวดกันขนาดนี้ เเล้วตาถั่วงอกยังไม่รู้อีกว่าหนูโสมเป็นผู้หญิง

    มีดที่เอาร้องเรียกเอามาเนี่ย เอามาปาดตาถั่วงอกดีกว่าค่ะ ความรู้สึกช้าจริง

    #961
    0
  22. #960 kanangr (@kanangr) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มกราคม 2552 / 22:53

    เอ หนุ่มลึกลับคนนี้จะเป็นราชันย์ปลอมตัวมามั้ยเนี่ย แต่พล็อตเรื่องมันไม่น่าง่ายขนาดนั้นนะ เป็นงง

    #960
    0
  23. #959 คามุย (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มกราคม 2552 / 22:12
    หุ หุ ไม่เปลี่ยนพระเอกแน่หรือจ๊ะ



    มีคนมาขอโสมแต่งงานแล้วนะ เจ้าถั่วงอกหัวโตจะว่าไงน้า
    #959
    0
  24. #958 taresia (@taresia) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มกราคม 2552 / 22:03
    555+  เฮ้อ...โสมเอ้ย ไม่ค่อยเก่งทางเจรจาซะเท่าไหร่เลยนะเนี่ย
    เออ..หนอ แล้วเจ้าถั่วงอกหัวโตนี่ ไหงชอบทำตัวลับๆ ล่อๆ เหมือนโจรล่ะ ดูสิ โดนราชองครักษ์โสมเล่นงานเลย
    แล้วตอนเช้า แก้แค้นโดยการให้สอนกังฟู มวยไทยกับยูยิตสูจนถึงเช้าเรอะ  ทรมานไปเปล่า
    #958
    0
  25. #957 Nemo (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มกราคม 2552 / 21:50
    หึหึ ตอนนี้ สหรัฐน่ารักขึ้นมาเป็นกอง อ๊ายยย

    แต่ราชาก็ใช่ย่อยแฮะ

    ชักเลือกไม่ถูก จะเชียร์ด้านไหนดี
    #957
    0