จันทร์ซ่อนเงา

ตอนที่ 5 : ชายนิรนาม (อัพแล้ว)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,179
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    30 ก.ค. 55

ตอนที่ ๕ ชายนิรนาม

            โสม พยัคฆ์ดำรงเดินไปตามแนวป่าซึ่งเป็นทางลัดกลับเขตต้องห้ามด้วยจิตใจว้าวุ่น เกิดมายังไม่เคยจูบกับผู้หญิงด้วยกันเลยสักครั้ง เพิ่งรู้ว่ามันรู้สึกพิพักพิพ่วนมากกว่าที่เคยจินตนาการเอาไว้เสียอีก แล้วทีนี้เธอจะหาอะไรมาล้างปากล่ะมันรู้สึกแปลกในปากพิลึก ไอ้รสขมๆ นี่ก็ซ่านอาบไปทั่วลิ้นจนแทบจะบอกได้เลยว่าเธอกับหญิงคนงามนั่นทำอะไรกัน

            อึ๋ย! ไม่ได้รังเกียจเธอหรอกนะ แต่ฉันไม่ได้มีรสนิยมชอบแบบนี้นี่นา

            โสมขนลุกซู่ไปทั้งตัวเลยทีเดียวเมื่อภาพเหตุการณ์และรสสัมผัสที่เพิ่งผ่านมาสดๆ ร้อนๆ ออกมาฉายซ้ำอีกครั้งในหัว ครั้งนี้คงต้องห่างหายจากนางสุวิมลไปนานเลยทีเดียว ก็จนกว่าเธอจะลืมความรู้สึกนี้ได้นี้ได้นั่นล่ะจึงจะกล้ามองหน้านางได้

            เอ๊ะ! ฉันลืมอะไรไปรึเปล่า... ใช่แล้ว! ไอ้ยานั่นมันคือยาอะไร ตายล่ะหว่า... ว่าแต่ทำไมมันเงียบผิดปกติ

            หญิงสาวไม่หยุดฝีเท้าที่เดินแต่มีความระมัดระวังตัวมากขึ้น ยามนี้บรรยากาศรอบกายละม้ายหยุดนิ่ง ไร้ซึ่งเสียงนกกลางคืน เสียงหรีดหริ่งเรไร หรือเสียงอื่นที่เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการมีอยู่ของสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น โสมกวาดตามองไปรอบๆ เพื่อมองหาความผิดปกติ พลันจมูกก็ได้กลิ่นไหม้แห้งๆ ของอะไรบางอย่างลอยอยู่ในอากาศ กลไกการทำงานของสมองจึงทำงานหนักด้วยกำลังชั่งใจว่าควรจะรับมือกับสถานการณ์นี้ยังไง เธอไม่รู้ว่ากลิ่นนี้คืออะไร บางทีอาจจะเป็นกลิ่นเผาไหม้จากบ้านเรือนคนที่โชยมา แต่ภายใต้สถานการณ์อันไม่น่าไว้ใจแบบนี้สมควรจะนิ่งนอนใจอย่างนั้นหรือ หากกลิ่นนี้เป็นกลิ่นรมยาล่ะจะเป็นยาอะไร แล้วเธอควรจะทำยังไงในเมื่อเธอสูดกลิ่นเขาไปบ้างแล้วแต่ไม่เกิดปฏิกิริยาอะไรกับร่างกายเลย หรือว่ายาที่นางสุวิมลป้อนให้เธอก็คือยาต้านยาชนิดนี้

            มีความเป็นไปได้อยู่บ้าง

            สถานการณ์ตอนนี้มีความเป็นไปได้ว่าใครก็ตามที่เป็นภัยต่อเธอกำลังจับตามองเธออยู่ นางสุวิมลต้องรู้ว่าเธอจะต้องพบคนเหล่านี้และต้องโดนรมยาชนิดนี้แน่นอนจึงได้ทำอะไรแปลกๆ เพื่อป้อนยาให้เธอ การที่นางคนงามไม่ยอมให้ยามากินเองอาจเป็นเพราะถ้าชักช้าจะไม่ทันการณ์ หรืออาจมีคนจับตามองตอนอยู่ในห้องจริง หรือไม่อาจจะเป็นความต้องการของนางเอง

            ขอให้ไม่เป็นอย่างหลังแล้วกัน แต่เอ๊ะ! ถ้ามีคนจับตามองอยู่ในห้องจริงทำไมนางผู้หยิ่งทะนงจึงยอมเปลื้องผ้าและทำแบบนั้นกับเธอต่อหน้าคนที่จับตามองได้ ผู้หญิงย่อมมีความละอายในเรื่องแบบนี้ไม่ใช่รึ หรือจะมีเหตุผลอะไรที่เธอยังไม่รู้

            โสมหยุดความคิดในเรื่องนี้ก่อน สิ่งที่ควรทำคือการรับมือกับเหตุตรงหน้ามากกว่า หญิงสาวไม่รู้ว่าฝ่ายที่แอบซุ่มอยู่นั้นมีจุดประสงค์อะไรและเธอต้องมีปฏิกิริยาอะไรต่อยาชนิดนี้เพื่อที่จะไม่ให้อีกฝ่ายสงสัยว่าเธออาจได้รับยาแก้จากนางคนงาม เห็นทีต้องทำอะไรบางอย่าง คิดดังนั้นจึงแกล้งทำเข่าอ่อนทรุดลงนั่งกับพื้นด้วยท่าทางผิดปกติ นั่งหอบหายใจคล้ายคนสิ้นฤทธิ์ แต่ดวงตาภายใต้หน้ากากภูตกลับสอดส่ายไปทั่วและเต็มไปด้วยความระมัดระวังตัวภายใต้ท่าทางคนหมดสิ้นเรี่ยวแรงคล้ายกำลังต่อสู้กับฤทธิ์อะไรบางอย่างในกายอย่างหนัก ในที่สุดเงาร่างหนึ่งก็ก้าวออกมาจากความมืดมิดมายืนอยู่ตรงหน้าอย่างเงียบเชียบราวกับการปรากฏตัวของปีศาจ โครงหน้าคมคร้ามและดวงตาคมกล้าเป็นประกายในความเลือนรางเพียงมองผาดก็รู้ว่างดงามและเย็นชาเพียงใด โสมจับตามองร่างสูงตรงหน้าเพื่อคาดการณ์การเคลื่อนไหวอันจะทำให้เกิดอันตรายต่อเธอ แต่สิ่งที่เห็นมีเพียงอาการนิ่งเฉยเท่านั้น

            “ต้องการอะไร” หญิงสาวดัดเสียงห้าวถามออกไป

            “ชีวิต” น้ำเสียงราบเรียบแต่เยือกเย็นของเขาทำให้เธอขนลุก เธอไม่รู้ว่านอกจากเขาแล้วยังมีใครที่พร้อมจะทำอันตรายเธอได้อีกหรือไม่

            “ตอนนี้ท่านไม่มีชีวิตแล้วรึไง ถึงได้มา ร้องขอชีวิต กับฉัน” โสมยั่วอารมณ์อีกฝ่าย ดวงตาสอดส่องหาทางหนีทีไล่ สัญชาตญาณบอกเธอว่าไม่ควรไปต่อกรกับเขาเพราะอาจเป็นเธอที่ต้องพ่ายแพ้ 

            “... เจ้าเป็นใครกันแน่” ชายหนุ่มนิรนามเอ่ยถาม

            “เป็นมนุษย์” ตอบรวนๆ

            “เดี๋ยวก็จะได้เป็นผีแล้ว” พูดจบโสมก็เห็นเงาดาบเป็นสายแหวกอากาศตรงมาหา หญิงสาวเอี้ยวหลบทันทีก่อนจะดีดกายออกห่างแล้วชักดาบออกมาพร้อมตอบโต้ด้วยความคล่องแคล่ว “โดนรมยาสลบไปแล้วเจ้ายังมีสติและเคลื่อนไหวได้อีกรึ”

            อ้อ... ที่แท้ก็รมยาสลบเรา ถ้าอย่างนั้นยาที่นางสุวิมลป้อนเราก็อาจจะเป็นยาต้านยาสลบชนิดนี้

            “ฉันเป็นมนุษย์เหนือมนุษย์” โสมพูดเสียงเยาะหยัน “สวรรค์ส่งฉันมาเพื่อกำราบลูกผู้ชายที่ไร้ปัญญาจะต่อสู้กับใครเขาจนถึงขนาดต้องมอมยาคนผู้นั้นไม่ให้มีสภาพพร้อมสู้”

            “ปากดี”

            “ขอบใจที่ชม แต่ขอถามได้ไหมว่าท่านเป็นใคร” คำตอบที่ได้คือแรงฟาดฟันดาบอันหนักหน่วงรุนแรงจนไหล่บางแทบทรุด เธอถอยแล้วถอยอีก หลบแล้วหลบอีก ทั้งนี้เพราะเขาไม่เปิดโอกาสให้เธอได้รุกเขาแม้แต่พริบตาเดียว

            “สวรรค์รึจะส่งเด็กแบเบาะแบบนี้มากำราบข้า” น้ำเสียงราบเรียบหากเนื้อความร้อนๆ นั้นทำให้หญิงสาวโกรธแทบบ้า

            “แล้วท่านจะรู้สึกยังไงนะหากแพ้เด็กแบเบาะ” โสมฮึดสู้ ในเมื่อเธอไม่มีทางสู้แรงเขาได้ก็จำเป็นต้องใช้ความปราดเปรียว เพลงดาบของเธอยังไม่ใช่คู่มือของเขา ฉะนั้นต้องทำให้ดาบหลุดออกจากมือเขาให้ได้

            โสมพยายามจับจ้องหาโอกาสที่เหมาสมในขณะที่ยังคงเป็นฝ่ายรับอย่างหนักหน่วง ความเย็นชาแฝงความเหี้ยมทำให้รู้ว่าเขาพอใจที่หยอกล้อให้เธอเหนื่อยก่อนจะฆ่าอย่างช้าๆ ซึ่งเธอยอมไม่ได้ เหมือนสวรรค์เป็นใจช่วยเมื่อเขาสะดุดบางอย่างจนเสียจังหวะไป เธอสบโอกาสบิดข้อมือข้างที่ถือดาบของเขาอย่างแรงและเร็วโดยที่เขาไม่ทันตั้งตัวจนกระทั่งอาวุธหลุดออกจากมือ เธอรีบเตะดาบนั้นกระเด็นหายไปในความมืดทันที

            “ถูกเด็กแบเบาะเตะดาบทิ้งแล้วรู้สึกยังไงบ้าง” โสมยั่วโมโห ชายหนุ่มยืนยืดกายตัวตรงมองเธอด้วยแววตาพอใจ “ครั้งนี้ถือว่าฉันชนะ”

            “เจ้าได้เปรียบข้าในความปราดเปรียว ข้ายอมรับว่าประมาทเจ้า” เสียงเย็นชานั้นเอ่ยราวกับชม “ดูท่าเจ้าจะไม่ได้รับผลกระทบจากฤทธิ์ยาเลยนะ”

            “ก็บอกแล้วว่าฉันเป็นมนุษย์เหนือมนุษย์” โสมพูดพลางกลั้วหัวเราะ ค่อยเก็บดาบเข้าฝักเพราะไม่เคยคิดหันอาวุธใส่คนไม่มีอาวุธ “เราเคยบาดหมางกันเรื่องอะไร ทำไมถึงต้องการชีวิตฉัน แล้วใช่พวกท่านรึเปล่าที่ฆ่าชาวบ้านด้วยวิธีการอันน่าสยดสยองนั่น”

            “เราไม่มีความบาดหมางกันมาก่อน แต่เจ้าเพิ่งทำให้คนสำคัญของข้าต้องการเห็นเจ้าไร้วิญญาณ ข้าจึงปฏิเสธการฆ่าเจ้าไม่ได้” ชายหนุ่มยอมตอบคำถามแต่โดยดี “ส่วนเรื่องสุดท้ายที่เจ้าถามคำตอบคือใช่”

            “ทำเพื่ออะไร หรือว่าเป้าหมายคือการเป็นเจ้าของกณวรรธน์นคร”

            “เรื่องนั้นไม่เคยอยู่ในความคิดของข้า พวกมันรนหาที่ตายเอง”

            “พวกเขาทำอะไรท่านล่ะ”

            “รุกล้ำเข้ามาในอาณาเขตของข้า”

            “สรุปคือท่านไม่ต้องการขึ้นเป็นใหญ่ในกณวรรธน์นคร ไม่ต้องการเข้าไปยุ่งกับกับการบ้านเมือง ไม่ต้องการสังหารราชันใช่ไหม”

            “ใช่” ชายหนุ่มตอบ “และในเมื่อเจ้ามีความพยายามจนทำให้ดาบหลุดออกจากมือของข้าได้ ข้าก็คิดว่าจะปล่อยเจ้าไปครั้งหนึ่งและอยู่ให้ห่างจากเรื่องนี้เสีย”

            “ฉันไม่มีความจำเป็นต้องเชื่อฟังท่าน” โสมพูดอย่างผยอง กลบเกลื่อนความคิดที่กำลังวิตกอยู่ในขณะนี้ แม้เขาจะไม่มีอาวุธอยู่ในมือแต่ท่าทางของเขาเหมือนกับสามารถฆ่าเธอทั้งมือเปล่าได้ อีกประการหนึ่งคือเขาไม่น่าจะมาคนเดียว ในความมืดรอบกายเธอในตอนนี้ก็คงเต็มไปด้วยคนของเขา

            “ถ้าอย่างนั้นพบกันครั้งหน้า เจ้าจะไม่มีชีวิตอีกต่อไป”

            “โอ๊ย... ขอทีเถอะ ยังต้องเจอกันอีกหรือนี่” โสมโอดครวญ หากไม่เป็นเพราะความมืดลวงตา หญิงสาวคิดว่าเห็นริมฝีปากหยักของผู้ชายคนนั้นยกขึ้นเป็นรอยยิ้มขบขันชั่วครู่หนึ่ง “เราเป็นมิตรกันดีกว่า การสร้างศัตรูมันไม่ดีหรอก”

            “เจ้าต้องการผูกมิตรกับข้าเพียงแค่เจอกันครั้งเดียว ทั้งที่ข้ายังพยายามฆ่าเจ้างั้นรึ ให้เหตุผลข้ามาสิ ว่าข้าจะเห็นความจริงใจของเจ้าได้อย่างไร”

            “มีวาสนาได้เจอกัน พบเพียงครั้งก็เกินพอต่อการผูกมิตรแล้ว”

            ชายผู้เย็นชาตรงหน้าเธอหัวเราะออกมาเสียงลั่นป่า หญิงสาวมองใบหน้าสดใสของเขาอย่างตกตะลึง ดวงตาที่คุ้นชินกับความมืดแล้วทำให้เห็นภาพคิ้วคม ดวงตาคมปลาบ จมูกโด่ง โครงหน้าคมเข้มและผิวขาวจัด เสียงหัวเราะของเขาทำให้ใจเต้นเป็นจังหวะประหลาด เมื่อเขาหยุดหัวเราะสีหน้าก็ไม่ได้เย็นชาอีกต่อไป เนื่องจากดวงตาคมคู่นั้นเป็นประกายระริกและมุมปากหยักขึ้นเล็กน้อยเป็นรอยยิ้ม

            “วาทศิลป์ของเจ้าไม่เลว หากได้พบปะกันในสถานการณ์ที่ดีกว่านี้ ข้าย่อมไม่ลังเลที่จะคบหากับเจ้า” ชายหนุ่มนิ่งไปชั่วอึดในหนึ่งก่อนเอ่ยปากอีกครั้ง “เจ้าชอบพอนางสุวิมลรึ”

            “ฉันสงสารนาง” หญิงสาวเลือกคำตอบอย่างระมัดระวัง

            “นางถึงขนาดยอมปลดผ้าให้เจ้า ยอมกอด ยอมจูบเจ้าเมื่อคิดว่าเจ้าจะพานางออกไปจากเรือนเริงรมย์”

            “นางก็เป็นเพียงผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ท่านจะละเว้นนางไม่ได้เลยหรือ” โสมเอาน้ำเย็นเข้าลูบ “บางทีฉันอาจจะช่วยท่านต่อรองกับราชันได้นะ”

            แปลว่าเขารู้เรื่องที่เกิดในห้องนั้นทุกอย่าง และคงเข้าใจผิดว่าเธอจะพานางสุวิมลไปจากเรือนเริงรมย์ ซึ่งเรื่องนี้สร้างความไม่พอใจให้พวกเขา

            “เจ้ามีอำนาจถึงเพียงนั้นเลยรึ” ชายหนุ่มเดินเข้ามาใกล้โสมมากขึ้นอีก

            “ท่านคิดว่าอย่างไรล่ะ” โสมกระตุกยิ้มปริศนา “ขอเพียงฉันต้องการ ไม่ว่าอะไรก็ต้องได้!

            เธอไม่ได้โกหก หากเธอต้องการอะไร เจ้าราชันหัวถั่วงอกย่อมต้องหามาให้เธอ เพราะไม่อย่างนั้นเธอจะใช้ลิ้นสาลิกาหว่านล้อมตอแยจนได้!  

            “ฉันคงต้องไปแล้ว ถ้าช้ากว่านี้อาจจะมีเรื่องวุ่นวายได้” โสมพูดเป็นเชิงลา “หากพบกันครั้งหน้าแล้วเรามีความเป็นมิตรต่อกัน เราจะรู้จักกันมากกว่านี้”

            “ข้าปล่อยเจ้าไป รู้ไหมหมายความว่าอย่างไร” ชายหนุ่มเปล่งเสียงเย็นชา “หากเจ้ารอด นางต้องตาย”

            “อะไรนะ!” โสมชะงัก หันไปหาชายหนุ่มที่ยืนหันหลังให้ด้วยความตกใจ

            “นางทำผิด หากข้าไม่ฆ่าเจ้า ข้าก็ต้องฆ่านางเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาอีกต่อไป”

            “ความหมายของท่านคือ หากฉันไม่ตาย นางต้องตายแทนฉันงั้นรึ” หญิงสาวเริ่มโมโห แต่น้ำเสียงยังไม่แสดงอารมณ์ใด

            “เข้าใจถูกต้องแล้ว”

            “แล้วถ้าท่านตายล่ะ” เธอพูดเสียงแผ่วแต่ฟังชัด

            “เจ้ารอดไปในครั้งนี้ แต่ไม่รับประกันชีวิตเจ้าในอนาคต”

            “อย่างไรฉันก็ต้องฆ่าท่านงั้นหรือ” โสมถอนหายใจ มีทางเดียวที่ดีที่สุดในตอนนี้คือต้องฆ่าผู้ชายคนนี้ให้ได้ เธอตระหนักว่าโลกแห่งนี้หากใครไม่ใจแข็งกับศัตรูก็อาจเป็นฝ่ายที่ต้องตาย ชายคนนี้จะเป็นอีกหนึ่งชีวิตที่เธอจำต้องฆ่าเพื่อให้ตัวเองอยู่รอด แต่จะว่าไปถ้าลงมือฆ่าก็น่าเสียดายทรัพยากรคนหล่อจริงๆ

            “ไม่ต้องใช้อาวุธ เรามาต่อสู้มือเปล่ากัน” โสมตั้งสมาธิแน่วแน่ เมื่อครั้งยังมีชีวิตเป็นบอดี้การ์ด เธอมีประสบการณ์การต่อสู้มามากพอสมควร ทั้งต่อสู้ด้วยมือเปล่า อาวุธปืน และอาวุธมีคมต่างๆ รวมถึงดาบ แต่ก็ไม่ได้มีโอกาสใช้บ่อยนักเมื่อเทียบกับผู้มีวิทยายุทธจากกนวรรธน์นครนี้ จากที่ฝึกกับพวกทหารภูตมา ศิลปะการต่อสู้ของคนที่นี่นอกจากใช้มีดและดาบแล้ว ยังมีการต่อสู้ที่ใช้ร่างกายคล้ายมวยไทยเพราะฉะนั้นหากจะชิงความได้เปรียบ เธอต้องใช้ศิลปะการป้องกันตัวมือเปล่าแขนงอื่นหลายๆ แขนงเท่าที่เคยร่ำเรียนมาประยุกต์ใช้เข้าด้วยกัน

            “เจ้าวางอำนาจนัก ทำตัวเหมือนดั่งเป็นเจ้าชีวิต สามารถกระทำการใดก็ได้ หากใครไม่เคยพบราชันมาก่อนคงคิดว่าเจ้าคือราชัน แต่ข้าเคยเห็นพระองค์และแน่นอนว่าไม่ใช่เจ้า” ชายหนุ่มพูดพร้อมยิ้มมุมปากขณะเดินอย่างช้าๆ มาหาเธอที่ยังยืนตัวตรงเอามือไขว้หลังอยู่กับที่

            “ท่านเข้าใจถูกต้อง” น้ำเสียงของโสมสงบมาก “เพราะฉันคือคนที่อยู่ข้างหลังเขา”

            วินาทีหลังจากนั้นคือการพูดคุยกันด้วยการต่อสู้ โสมตั้งสมาธิแน่วแน่ยิ่งกว่าทุกครั้งเพื่อเอี้ยวตัวหลบหลีกหมัด ศอก เข่า และแข้งของเขา ผู้ชายคนนี้สามารถเคลื่อนไหวได้เงียบเชียบ รวดเร็ว รุนแรง และดุดันได้อย่างไม่น่าเชื่อ เธอยังไม่สบจังหวะที่จะโต้ตอบเขาได้แม้แต่น้อย หากปล่อยให้เป็นอย่างนี้ต่อไปไม่แคล้วคงเป็นเธอที่เหนื่อยจนหมดแรงและต้องตาย ความมืดทำให้โสมมองไม่ถนัดแม้สายตาจะชินกับความมืดแล้วก็ตาม ทุกสิ่งล้วนต้องอาศัยสัญชาตญาณเท่านั้น ฉับพลันก็รู้สึกว่าร่างกายแปลกไป มันรู้สึกกระฉับกระเฉงจนสามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้ว่องไวกว่าเดิม สายลมอุ่นโอบล้อมร่างโชยกลิ่นบางอย่างละม้ายกลิ่นดอกไม้หอมระรินมาต้องจมูก ครั้นหางตาของเธอเห็นหมัดพุ่งใส่หน้าก็เอี้ยวตัวหนีเพียงนิด ก่อนจับข้อมือแข็งแกร่งนั้นดึงให้เข้าหาตัวแล้วหมุนกายฟาดศอกใส่ก้านคอกำยำอย่างแรง ตอนนั้นเองมีเสียงเคลื่อนไหวจากทุกทิศทำให้กลไกการระวังภัยของเธอตื่นตัวมากขึ้น เธอได้รู้ชัดแล้วว่าตกอยู่ในวงล้อมของศัตรูและหากผู้ชายคนนี้ตายไปก็ไม่มีใครรับรองความปลอดภัยของเธอได้ ยิ่งคิดก็ยิ่งเคียดแค้นความโชคร้ายของตัวเอง ไหนๆ ก็อาจไม่มีทางรอดไปได้แล้ว ก็ไม่ขอตายคนเดียว เธอจะเอาเขาตายไปเป็นเพื่อนด้วย!

            ชายหนุ่มเสียหลักไปเล็กน้อย หันกลับมามองท่ายืนตรงเอามือไพล่หลังสงบเงียบของชายในชุดทหารภูตอย่างประเมินใหม่อีกครั้ง “แม้เจ้าจะสูดดมกลิ่นยาสลบก็ยังสามารถเคลื่อนไหวได้เช่นนี้ ข้านับถือ”

            “อย่าเสียเวลาดีกว่า ฉันอยากฆ่าท่านด้วยมือคู่นี้จะแย่แล้ว”

การปะทะกันในครั้งนี้ดุเดือดและรุนแรงยิ่งกว่าเก่า หญิงสาวนึกถึงศิลปะการป้องกันตัวแขนงหนึ่งที่เคยฝึกตอนทำงานเป็นบอดี้การ์ดคือวิธีการใช้แรงจู่โจมของอีกฝ่ายเพื่อทำร้ายกลับเพราะฉะนั้นไม่ว่าหมัดใดเธอก็สามารถปัดออกให้อีกฝ่ายเสียหลักแล้วสะบัดหมัดของตนจู่โจมคืน เธอสกัดขาของเขาได้ก่อนที่เขาจะเตะสำเร็จและเมื่อเขาเข้าประชิดเธอก็ใช้แรงพุ่งของเขาเป็นแรงเหวี่ยงให้เขาถลาออกห่าง เธอแปลกใจตัวเองนัก แม้ว่าตัวเองจะมีฝีมือดีแต่ก็ไม่เคยทำได้ดีถึงเพียงนี้ เลือดในกายของหญิงสาวร้อนระอุ แต่จิตใจสงบ ร่างกายที่เคลื่อนไหวอย่างปราดเปรียวและรุนแรงนั้นอยู่นอกเหนือการรับรู้ของเธอ ราวกับว่าร่างทั้งร่างไม่ใช่ของเธออีกต่อไป

            ก็ยังเป็นของหล่อนอยู่นั่นแหละ เสียงหวานระคนดุหนึ่งดังเข้ามาในหัวพร้อมกับร่างกายที่พุ่งเข้าปะทะกำลังกับชายหนุ่มด้วยกังฟูที่มุ่งหมายทำร้ายมิใช้ป้องกันอีกต่อไป

            นั่นใคร โสมเอ่ยถามในใจ

            ยายนลวรรณไม่ได้บอกหล่อนรึ เสียงตอบกลับมาราวกับรู้เรื่องราวทุกอย่างมาก่อน 

            ท่านคือแม่หญิงจันทรวดี โสมเข้าใจอะไรได้บ้างแล้ว นลวรรณบอกว่าแม่หญิงจันทรวดีจะคอยช่วยเหลือเวลาเข้าตาจนเสมอ ที่ร่างกายเธอเคลื่อนไหวได้อย่างยอดเยี่ยมแบบนี้อาจเป็นเพราะแม่หญิงช่วยเหลือก็เป็นได้

            หล่อนถึกกว่ายายนลวรรณเยอะ ยายนั่นไม่ได้เรื่องสักอย่างนอกจากสมอง ต่อไปนี้คงต้องเหนื่อยแรงเจ้าแล้ว

            เหมือนแม่หญิงกำลังบอกว่าหนูวันมีดีแต่ที่สมอง ส่วนฉันมีดีแต่ใช้กำลังเลยแฮะ... คิดแล้วเจ็บปวดเมื่อโสมได้ยินเสียงแม่หญิงจันทรวดีหัวเราะเสียงเสนาะหูอย่างชอบอกชอบใจก็รู้สึกคล้ายโลกทั้งโลกเบิกบาน สถานการณ์เลวร้ายกลับกลายเป็นละครตลก ไม่มีอันตรายใดที่จะแผ้วพานเธอได้

            แม้อยู่ในอันตรายเจ้าก็ยังมีอารมณ์ขัน แม่หญิงจันทรวดีบอกเสียงสดใส ชะตาเจ้าตอนนี้แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง ข้าจะช่วยให้ไม่มีใครสามารถมาก้าวก่ายเจ้าได้ แต่เจ้าต้องจัดการกับชายหนุ่มคนนี้เอง

            โอ๊ะ! เดี๋ยวสิแม่หญิง ทิ้งกันอย่างนี้ได้ไง!’ โสมรับรู้ได้ว่าแม่หญิงจันทรวดีได้จากไปแล้วเพราะร่างกายกลับมาสู่ภาวะปกติ

            “วิชาการป้องกันตัวของเจ้าพิสดารนัก เจ้าเป็นใครกันแน่” ชายหนุ่มจับจ้องโสมด้วยแววตาจริงจัง หลังจากพยายามทำร้ายคนตรงหน้าเท่าไรก็ไม่ประสบผลสำเร็จ

            “เป็นคนที่ท่านไม่อยากเป็นศัตรูด้วยอย่างแน่นอน” โสมรักษามาด “ฉันพยายามผูกมิตรกับท่านด้วยการเสนอความเป็นมิตรให้แล้ว ท่านปฏิเสธมันเอง ก็อย่าหวังเลยว่าท่านจะสามารถเอาชีวิตฉันไปได้ แต่เป็นท่านที่ต้องทิ้งชีวิตไว้ที่นี่!

            “คิดว่าจะฆ่าข้าได้รึ”

            “ลำพังท่านไม่ใช่คู่มือของฉันหรอก หรือท่านจะใช้ทุกคนที่ล้อมอยู่ในที่แห่งนี้เพื่อรุมฆ่าฉันเพราะท่านไม่สามารถทำเพียงลำพังได้” โสมจงใจพูดหมิ่นหยามชายหนุ่ม

            “ข้าไม่ใช่คนไร้ศักดิ์ศรี” ชายหนุ่มพูดเสียงขรึม ย่างเข้ามาหาเธอด้วยฝีเท้าหนักแน่นมั่นคง

            “ไม่รู้... ยังไม่เคยเห็นท่านพิสูจน์ข้อนี้” พูดเสียงกวนโมโห ไหวไหล่ยั่วโทสะ หากเธอหวังให้เขาหัวเสียก็สำเร็จอย่างงดงาม ใบหน้าเรียบเฉยนั่นเริ่มขมวดมุ่น “รู้สึกยังไงบ้างล่ะที่ยังแตะเด็กแบเบาะคนนี้ไม่ได้สักกระผีกนิ้ว ประทับใจไหม นี่ฉันพยายามสร้างความประทับใจอย่างถึงที่สุดเลยนะ”

            “เจ้านี่มัน...” ชายหนุ่มหยุดยืน เคี้ยวฟันด้วยความหัวเสียระคนขบขัน “ยั่วโมโหเก่งจริงๆ”

            “ขอบคุณที่ชม แต่ฉันยังมีดีกว่านี้อีกเยอะ เพียงแต่ท่านมีวาสนาจะได้เห็นเท่าไรล่ะ” โสมอยากจะถอดหน้ากากให้เขาได้เห็นใบหน้ากวนๆ ของเธอจริงๆ “แต่เท่าที่ประมาณวาสนาท่านดูแล้ว ก็ได้เห็นแค่นี้แหละ”  

            “ปากคอเราะร้ายราวกับสตรี บุรุษเช่นข้าจำเป็นต้องโต้เถียงกับเจ้ารึไม่”

            “จำเป็นรึไม่จำเป็นไม่สำคัญ สำคัญคือท่านฉวยโอกาสหยุดคุยกับฉันเพื่อพักเอาแรงและขบคิดว่าจะรับมือกับฉันยังไงต่างหาก” โสมยืนพักเท้าข้างหนึ่งพร้อมกอดอก พูดอย่างรู้ทันและแฝงความท้าทาย “แล้วอีกอย่างนะ ท่านดูถูกสตรีเกินไปแล้ว ท่านเกิดมาได้ก็เพราะแม่คลอดท่านออกมาแล้วเลี้ยงดูท่าน หากท่านปรามาสว่าสตรีเป็นเพศที่ปากร้ายได้เพียงเพศเดียว ไม่ได้หมายความว่าท่านเองก็อกตัญญูตำหนิเพศแม่ตัวเองหรือ ฉันไม่อาจดูดายได้จริงๆ”

            “เกินไปแล้ว!” คราวนี้หญิงสาวคงจี้ถูกจุดเดือดเพราะใบหน้าหล่อเหลาเครียดขึ้งทันที น้ำเสียงก็ดุเดือดตวาดลั่น ท่าทางคล้ายพร้อมจะกระโจนใส่เธอได้ทุกเมื่อ แต่เธอรึจะกลัว เขาคนเดียวเสียเมื่อไหร่ที่โมโหเป็น ลองเธอได้โมโหแล้วล่ะก็เห็นช้างตัวเท่ามด ไม่ไว้หน้าอินทร์หน้าพรหมเหมือนกัน

            “คนที่เกินไปคือท่านต่างหาก ท่านไม่ใช่หรือที่เป็นคนพูดจาไม่เหมาะสมออกมา ส่วนฉันก็ทำเพียงพูดชี้ให้ท่านเห็นถึงความไร้ความคิดของท่านเท่านั้น หากจะโมโห ไม่ใช่ว่าต้องโมโหตัวเองรึไง” โสมรู้ว่าตัวเองเป็นต่อในสงครามคำพูดนี้จึงทำน้ำเสียงและท่าทางยั่วเต็มที่ อีกประการหนึ่งคือยิ่งพูดยิ่งสนุกปาก ยิ่งเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นเดือดเป็นร้อนเพราะคำพูดของเธอมากเท่าไหร่ก็ยิ่งสะใจมากเท่านั้น

            หึๆ หล่อนเองก็ร้ายไม่แพ้ยายนลวรรณหรอก ปากจัด!’ อยู่ๆ เสียงขบขันของแม่หญิงจันทรวดีก็ดังขึ้นมาในหัว โสมหัวเราะในใจแต่ไม่ได้ตอบอะไร

            “ถ้าเจ้าเป็นเดือดเป็นร้อนกับข้าถึงเพียงนั้น เราก็อย่าเสียเวลาต่อไปเลย” ชายหนุ่มยิ้มขรึม เดินไปในความมืดเพื่อหยิบดาบที่ถูกปัดทิ้งเพราะความประมาทมาไว้ในมือ “แต่ถ้าเราจะเอาชีวิตกัน วิธีเดียวที่รวดเร็วที่สุดคือใช้อาวุธมีคมอย่างเช่นดาบ”

            ตายละหว่า... เธอไม่สันทัดการใช้ดาบเท่าเขา อย่างนี้ไม่ได้หมายความว่าเสียเปรียบหรือ โสมชักดาบออกจากฝัก สมองคิดหาทางเอาตัวรอดเร็วจี๋ ไม่คาดคิดว่าเพียงเดินทะเล่อทะล่าออกมาในคืนเดือนมืดครั้งเดียวก็ต้องมาเจอกับเหตุการณ์ยุ่งยากถึงชีวิตแบบนี้ เธอลองเรียกแม่หญิงในใจ แต่เรียกเท่าไหร่ก็ไม่ได้การตอบรับกลับมาจึงได้แต่นึกเข่นเขี้ยวตัวเอง

            เอาวะ... ปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์แล้วกัน แม่หญิงบอกว่าชะตาเราตอนนี้แคล้วคลาดจากอันตรายแปลว่าต้องมีหนทางมาให้เธอรอดจากที่นี่ได้อย่างแน่นอน ระหว่างนั้นคงต้องอาศัยไหวพริบ พาตัวเองออกจากการบาดเจ็บให้ได้ ตั้งท่าให้ดูดีเข้าไว้

            ทันทีที่มีดาบในมือ ชายหนุ่มก็เหมือนเสือหนุ่มมีเขี้ยวเล็บ แรงฟาดดาบรุนแรงและเสียดสีกันจนเกิดประกายไฟแปลบปลาบในความมืด ทุกเสียงฟาดฟันทำให้โสมต้องมีอันถอยหลังไปหนึ่งก้าว แต่ถึงยังไงก็ยังคงรักษามาดให้ดูดีจนดูคล้ายกับว่าเจ้าตัวจงใจถอยปรนให้เอง

            “เจ้าออมมือเพื่อดูถูกข้ารึ!” ดูเหมือนการอวดเก่งและวางท่าอย่างตั้งอกตั้งใจของเธอจะทำให้เขาเชื่อสนิทใจและเข้าใจว่าเธอจงใจออมมือเพื่อดูถูกเขาเสียแล้ว

โสมเลือกที่จะใช้ความเงียบเป็นคำตอบ นั่นคงทำให้โทสะของอีกฝ่ายโหมกระพือยิ่งกว่าเดิมเพราะเขารุกหนักขึ้นเรื่อยๆ ดาบฟาดฟันซ้ายขวาอย่างรวดเร็วจนแทบจับทิศทางไม่ได้ด้วยสายตา ทุกการปัดป้องของเธอเป็นไปตามสัญชาติญาณเท่านั้น

“เป็นดาบที่เต็มไปด้วยโทสะแท้ๆ เลยนะนี่ ความสุขุมเยือกเย็นของท่านหายไปไหนหมด หรือถูกฉันยั่วยุจนลืมตัว โอ้... นี่ฉันมีอิทธิพลมากขนาดนั้นเลยรึนี่” โสมพูดยั่วให้เขาลดความเกรี้ยวกราด มันได้ผลอยู่บ้างแต่กลับทำให้เขาน่ากลัวมากกว่าเดิมเพราะตอนนี้ทุกดาบมุ่งทำลายตรงจุดตาย หนักแน่นมั่นคง ไม่สับสน หากเธอพลาดเพียงเสี้ยววินาทีเดียวก็คงต้องโชกเลือดหนัก

“แสดงฝีมือออกมา แม้ข้าจะหมายชีวิตเจ้า เจ้าก็สมควรให้เกียรติข้าในฐานะศัตรู” ชายหนุ่มสั่งเสียงเรียบลึก โสมพยายามรักษามาดเต็มที่ด้วยการถอยร่นออกมาอย่างมีเชิง

“เหรอ” โสมทำเสียงยานคาง เหงื่อแตกไปทั้งตัวเพราะความเครียด จังหวะหนึ่งที่เขาฟาดดาบใส่... เธออาศัยความเร็วเบี่ยงตัวหลบแล้วเตะข้อมือที่ถือดาบอยู่ด้วยแรงเอาชีวิตรอดจนดาบลอยหลุดออกจากมือใหญ่ แต่ด้วยไหวพริบของเขาเพียงพริบตาเดียวมือใหญ่ข้างนั้นก็ตรงเข้ากระชากอกเสื้อของเธอพร้อมเหวี่ยงโดยแรง มีเสียงผ้าขาดสั่นสะเทือนประสาทก่อนที่ร่างของเธอจะถูกทุ่มลงกับพื้นดินจนจุก หากแต่ความอึดและได้รับการฝึกฝนเรื่องการต่อสู้มาอย่างดีทำให้เธอขยับตัวหนีแล้วลุกขึ้นตั้งหลักอย่างรวดเร็ว แล้วเธอก็ต้องแปลกใจเมื่ออยู่ๆ สีหน้าของเขากลับเต็มไปด้วยความตกตะลึงอย่างที่สุด จากที่จะเข้ามาทำร้ายซ้ำกลับชะงักเพราะความที่อยู่ใกล้ดวงตาของเขาจึงเห็นภาพเบื้องหน้าจับจ้องนิ่งอยู่ที่อกของเธอ เธอชะงักเช่นกันเมื่อเห็นว่าเขาจับจ้องที่ไหนก่อนจะเปลี่ยนเป็นตกใจจนปล่อยดาบที่ถืออยู่หลุดมือไป ทันใดนั้นร่างสูงก็พุ่งเข้ามาประชิดร่าง ใกล้จนได้กลิ่นแม่น้ำและกลิ่นเหงื่ออ่อนๆ จากเสื้อของเขา ใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่เป่ารดอยู่เหนือริมฝีปาก ใกล้จนตาประสานตา ใกล้จนหัวใจของหญิงสาวเต้นระรัวอย่างบ้าคลั่ง เลือดในกายมีอันต้องเย็นเยียบจนจับเป็นก้อนแข็งเมื่อได้ยินเสียงกระซิบเครียดเจือด้วยความตกใจและหลายความรู้สึกที่เธอไม่สามารถอธิบายได้ของเขาในวินาทีต่อมา

“น่าฆ่านัก! เจ้าเป็นสตรี!

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

4,215 ความคิดเห็น

  1. #4214 Kp09 (@kkkpit0009) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 11:52
    ชอบโสมมากก หาผู้หญิงเเมนๆในเด็กดียากเหลือเกิน
    #4214
    0
  2. #4167 เมมฟิส (@tiks) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 กันยายน 2555 / 14:51
    อยากให้หนุ่มหล่อคนนี้หลงรักโสมมากๆ  และเริ่มเอนเอียงอยากคนหนุ่มหล่อคนนี้เป็นพระเอกด้วย  หล่อ  เก่งเย็นชาโดนใจมากๆ
    #4167
    0
  3. #3673 Summer' Sky (@o_oyysodaza) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2554 / 03:27
    ต๊าย...
    พ่อรูปหล่อ ออกมาแป๊บเดียวรู้ว่าโสมเปนหญิงซะแล้ว

    แอบคิดว่าตานี่เป็นพระเอกไปแล้วนะเนี่ย
    #3673
    0
  4. #3224 white wind (@joeejakkbo) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 กันยายน 2553 / 16:56

    ธรรม์นี่ใช่ลูกธราธรไหมหว่า- 0 -

    #3224
    0
  5. #3100 chiwawa_jk (@chiwawa_jk) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2553 / 21:22
    แอบคิดว่าชายแปลกหน้ารูปหล่ออารมณ์หลากหลายคนนี้เป็นพระเอก
    ล่วงรู้ความลับของโสมแล้วด้วย
    #3100
    0
  6. #2716 meaw-ja (@meaw-ja) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2553 / 16:34
    พ่อรูปหล่อนี่เป็นราชันรึเปล่านะ
    #2716
    0
  7. #1721 Rezehn (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2552 / 11:47
    อุ๊ย อยากรู้จังค่ะว่าชายนิรนามเปงไคร



    ทำไมถึงได้หล่อขนาดน้าน
    #1721
    0
  8. #1462 หนอนชาแดง (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2552 / 01:14
    เนื้อเรื่องขัดแย้งกันค่ะ



    ตอนแรกธรรม์บอกว่า "เจ้าเห็นใบหน้าข้า ข้าไม่เห็นใบหน้าเจ้า นี่หรือคนเป็นมิตร" แต่กลับสามารถบอกได้ว่าเกิดอะไรขึ้นในห้องแม่หญิงสุวิมล และตอนต่อไปก็ยังบอกได้อีกว่า "ไม่ขี้เหร่สักนิดแม่หญิง กลับงดงามนัก ข้าเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดในห้องนั้น...."



    อีกอย่างค่ะ ถ้าฟันถึงเสื้อขาดแถมผ้าคาดหน้าอกก็ขาด มีดควรจะโดนเนื้อด้วยเพราะผ้าคาดหน้าอกมันรัดแนบเนื้อการที่โสมจะไม่รู้สึกเลยว่าโดนฟันจนผ้าขาดเป็นไปได้ยาก
    #1462
    0
  9. #929 artista (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2552 / 21:01
    โอ๊ะโอ....มีคนรู้ความลับซะแล้วสิเนี่ย O_O!!!

    แต่จากลักษณะท่าทางของชายนิรนามผู้นี้ ทำไมมันถึงได้คลับคล้ายคลับคลากับจอมโจรธราธรจังเลย

    เอ...หรือว่าพระเอกจะไม่ได้เป็นคนที่เราคิดซะแล้วเนี่ย อืมๆๆๆๆ

    เอาละ!!! เอาไว้ติดตามต่อเดี๋ยวก็รู้เองล่ะน่า (ให้กำลังใจตัวเองสุดฤทธิ์)



    สุดท้าย...เหมือนเคยค่ะ

    - (หนุ่มนิรนาม) ==> และในเมื่อเจ้ามีความพยายามจนทำให้ดาบหลุดออกจากมือของข้าได้ ข้าก็คิดว่าจะปล่อย "เข้า" ไปครั้งหนึ่ง

    -(หนุ่มนิรนาม) ==> ดวงตาคมปลาบ จมูกโด่ง โครงหน้าคมเข้ม เสียงหัวเราะของเขาทำให้ "เต้นเป็นจังหวะประหลาด" (อะไรเต้นเหรอคะ ตกหัวใจไปรึเปล่า ^-^)
    #929
    0
  10. #928 แม่หมู (@nok1977) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 มกราคม 2552 / 18:21
    โอ้เจ้าแม่มาแล้ว555+ แถมยังจิกกัดกันได้อีก แล้วตาคนนั้นเป็นใครนั้น ทำไมถึงได้เห็นอกโสมก่อน ถั่วงอก...ไม่ยอมน้าาาา ถั่วงอกทำอะไรอยู่นี้
    #928
    0
  11. #927 finy (@finy) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 มกราคม 2552 / 19:46
    อ๊ายๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ คนรูปหล่อผู้นั้นเป็นใครถึงได้เป็นคนรู้คนแรก

    โอ้ยมากอัพเร็วๆๆๆๆๆๆๆๆๆพี่หัท
    #927
    0
  12. #926 \\^o^// miNi_Mint \\^o^// (@ni_mint) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 มกราคม 2552 / 16:18
    โอ๊ย ตอนนี้ตื่นเต้นจัง โสมจะเป็นยังไงเนี่ย สงสัยเพราะอย่างนี้แม่หญิงจันทราวดีถึงบอกว่าโสมจะรอด
    จะมาอีกเมื่อไหร่อะคะ อยากอ่านมักๆ
    #926
    0
  13. #925 ปารี (@icefar) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 มกราคม 2552 / 02:26
    ความเเตกเเล้ว ว่าเเต่พ่อรูปหล่อนั่นใคร
    #925
    0
  14. #924 คามุย (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มกราคม 2552 / 17:08
    เฮ้ย ใครเห็นนมโสมฟะ



    คนที่เห็นเป็นคนแรกต้องเป็นพระเอกไม่ใช่เหรอ

    รึว่าเปลี่ยนพระเอกจากเจ้าถั่วงอกหัวโตเป็นพ่อรูปหล่อคนนี้ ฮิ้วววววววว
    #924
    0
  15. #923 subson (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มกราคม 2552 / 09:32
    กรี๊ด ใครเห็นนมโสมแล้วแงๆๆๆๆ

    แล้วจะเป็นยังไงต่อละเนี่ย

    มาอัพเร็วๆนะคะใจจะขาดรอนๆๆๆๆๆ
    #923
    0
  16. #922 น้ำทะเล (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 มกราคม 2552 / 23:06
    มีคนรู้ความลับของโสมซะละ
    #922
    0
  17. #921 mooda (@mooda) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 มกราคม 2552 / 07:27
    ค้างไว้ที่ตอนสำคัญมากๆ...จะเป็นไงต่อไปล่ะเนี่ย
    #921
    0
  18. #920 pukpui55 (@pukpui55) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 มกราคม 2552 / 21:38
    โอยยยย ๆๆๆ อยากอ่านต่อแล้วอ่ะค่ะ รีบ ๆ มาต่อเถอะนะเจ้าคะ ได้โปรด plzzz
    #920
    0
  19. #919 taresia (@taresia) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 มกราคม 2552 / 20:24
     X หยา! ความลับแตกแล้ววววว~~~~  ว่าแต่หมอนี่เป็นใครฟะ หน้าตาหล่อๆ ไม่อยากให้ไปลงนรกเร็วนัก
    รู้ความลับยัยโสมแล้วนี่ ทำไงดีล่ะ
    #919
    0
  20. #918 จะโดนตบไหม (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 มกราคม 2552 / 19:47
    -v-

    ขอชายคนนี้เถอะ

    ถูกใจอย่างรุนเเรง อ้ากกกก>_<
    #918
    0
  21. #917 padawan (@boubou77) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 มกราคม 2552 / 16:10
    โอ๊ย...อยากรู้ๆว่าจะเป็นยังไงต่อไป
    #917
    0
  22. #916 i_am_jupiter (@i_am_jupiter) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 มกราคม 2552 / 22:21
    จะอัพอีกวันไหนค้าาาาช่วยบอกด้วยยยยยจะรีบมาอ่านต่อ อยากรู้ตอนต่อไปแล้วอ่ะT_T
    #916
    0
  23. #915 ลมว่าว (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 มกราคม 2552 / 18:13
    กรี๊ดดดดดดดดดด ดีใจ

    มาอัพซ้าที

    รอมาตั้งนาน

    หลอกให้รอลุ้นอีกละ

    แต่ในใจลึกๆ คิดเอาไว้ว่าฃ

    ผู้ชายคนนี้ เป็น... (เจ้าหัวถัวงอกแน่เลย)

    ใครเห็นด้วย ยกมือ

    .... พรุ่งนี้อย่าลืมมาอีพนะ...คนสวย
    #915
    0
  24. #914 Epoch (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 มกราคม 2552 / 18:13
    อ๊าย..ถ้าพ่อถั่วงอกไม่ออกโรงเสียที จะปันใจให้หนุ่มหล่อล่ะนะ
    #914
    0
  25. #913 ~aIrI~ (@sassygirlygirl) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 มกราคม 2552 / 16:08
    อ๊ายยยยยย

    เขินนนน

    ใครกันนะๆ  รู้อย่างเดียวว่าเท่อ่ะ 55+   เบนจากเจ้าถั่วงอกไปกรี๊ดแทน \(~v~)\   ได้ข่าวว่าหล่อ 

    แล้วใครจะเท่ได้ขนาดนี้ เจ้าถั่งอก?   เอ่อ แล้วเจ้าถั่วงอกจะมาโผล่อะไรตรงนี้ล่ะ เหอะๆ  แต่ดูแล้วก็น่าจะเป็นเจ้าถั่วงอกได้นะ เผื่ออยากทดสอบไง  >___< ก็ถ้าไม่ใช่ตัวแปรสำคัญอย่างเจ้าถั่วงอก แม่หญิงน่าจะช่วยจัดการไปแล้ว

    พูดเรื่องเสื้อขาดแล้วนึกออก     โสมคงใช้ผ้าพันหน้าอกเอาไว้(หรือแบนจนไม่ต้องพัน สบประมาทเจ้าโสมไปไหมเนี่ย 55+) 

    แล้วตอนโสมกับหนูวันอยู่กณวรรธ์นคร เอ่อออ เอาชุดชั้นในจากไหนมาใช้กันอะคะ  ไม่ใช้มันก็เสียรูปจิ >_<     

    หนูวันยังพอทำเนา ว่าอยู่ในฐานะผู้หญิง  แต่เจ้าโสมเนี่ยปลอมเป็นชายไม่มีใครรู้ว่าเป็นหญิง ไม่ลำบากแย่รึคะ =//=   

    ขอโทษค่าที่คิดอะไรลึกไปหน่อย >/l\<

    ว่าแต่รีบมาอัพเร็วๆนะคะ ตื่นเต้นมากเลย ใครล่ะเนี่ยย   

    เปิดมาตอนแรกขึ้นว่าอัพล่าสุด 13 ม.ค. กระพริบตาดูอีกตั้ง2ครั้งแน่ะ คิดว่าตาฝาด อิอิ
    #913
    0