จันทร์ซ่อนเงา

ตอนที่ 3 : เสน่ห์ลวง (อัพแ้ล้ว)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,002
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    27 ก.ค. 55

สวัสดีค่ะ
คุณ
GoldFish--- ดีใจที่ชอบปกค่ะ เมื่อหนังสือจะวางแผงจะแจ้งแน่นอนค่ะ ^ ^


ตอนที่ ๓ เสน่ห์ลวง

โสม พยัคฆ์ดำรงนั่งบนแท่นเล็ก นางกำนัลกำลังทยอยนำอาหารเช้ามาบริการขณะที่หญิงสาวลอบพินิจราชันผู้ยิ่งใหญ่ซึ่งบัดนี้สวมหน้ากากภูตครึ่งหน้าเผยให้เห็นพระโอษฐ์รูปสวยสีระเรื่อก่อนถอดหน้ากากของตนออกด้วยความไม่คุ้นชิน เผยให้เห็นใบหน้าคมคายซ่อนความหวาน ดวงตาสีน้ำเงินที่พราวระยับละม้ายดวงดาวและรอยยิ้มที่ทำให้เหล่านางกำนัลซึ่งแอบมองอยู่ต้องหน้าแดงและมือสั่นไปตามกัน

            “ให้ฉันทำเองเถอะ หากแม่หญิงถูกกับข้าวร้อนๆ ลวกมือเอาฉันคงทนไม่ได้” โสมบอกเสียงนุ่ม นางกำนัลคนงามถึงกับอายม้วนต้วน แต่ครั้นตระหนักได้ว่าราชันหน้ากากภูตประทับอยู่ด้วยก็ตัวเย็นเฉียบด้วยความกลัวว่ากิริยาไม่งามของตนจะทำให้ทรงไม่พอพระทัย

            ราชันไพรสัณฑ์ทอดพระเนตรความเจ้าชู้ของบุรุษที่อ้างว่าเป็นพระสหายของทูลกระหม่อมแม่ของพระองค์ด้วยความหมั่นไส้นิดๆ แต่การกระทำของโสมไม่ดูน่าเกลียดพอที่พระองค์จะหาเรื่องตำหนิได้ เมื่อสำรับกับข้าวถูกจัดวางเสร็จเรียบร้อยเหล่านางกำนัลก็พากันออกไป ทั้งสองคนต่างก็ทานอาหารของตนเงียบๆ ใบหน้าของโสมฉาบไปด้วยอารมณ์รื่นเริง ดวงตาเป็นประกายระยับ หากแต่ภายในใจนั้นกลับปั่นป่วนวุ่นวายไปด้วยคำถามและความพิศวง

            คุณพระ! กณวรรธน์นครมีจริง! ทั้งรูปรสกลิ่นเสียงยืนยันได้เลยว่าที่นี่ไม่ใช่จิตใต้สำนึกหรือความฟุ้งซ่าน!

            โสม พยัคฆ์ดำรงกำลังคิดว่าเรื่องที่เธอกำลังเผชิญมันพิสดารเกินไป อัศจรรย์เกินไป ประวัติศาสตร์ที่เธอเรียนมาก็ยังไม่เคยมีจารึกว่ามีกณวรรธน์นครแต่อย่างใด แล้วนี่เธอกำลังอยู่ในภพไหนกันแน่ ภพที่เธอเคยอยู่กับภพนี้คือภพเดียวกันหรือไม่ เธอลอบถอนใจในอกเบาๆ ความตายก็ผ่านมาแล้วครั้งหนึ่ง อยู่ในภพที่เรียกว่าภพวิญญาณมาแล้วก็ครั้งหนึ่ง เพราะฉะนั้นหากจะหลุดเข้ามาอยู่อีกภพหนึ่งก็ไม่ใช่เรื่องที่ควรจะพิศวงอะไรมากมายนักกระมัง เมื่อคิดตกแล้วเธอจึงกินข้าวด้วยความสบายใจมากขึ้น ครั้นราชันเสวยเสร็จ มหาดเล็กก็ส่งสัญญาณให้เหล่านางกำนัลเข้ามาเก็บสำรับ

            “ท่านถูกลอบสังหารบ่อยไหม” เมื่อเหล่านางกำนัลทยอยเดินออกไปอย่างอิดออดจนหมดหญิงสาวจึงเอ่ยถาม

            “ไม่บ่อยนัก” ราชันหนุ่มรับสั่งตอบ ยกน้ำใบเตยหอมขึ้นจิบ

            “แล้วท่านเตรียมทำการสอบสวนเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่หรือยัง”

            “ไม่ใช่หน้าที่ของข้า”

            ถามดีๆ จะตอบดีๆ ก็ไม่ได้

            “ท่านจะเล่าสถานการณ์ในกณวรรธน์นครให้ฉันฟังได้ไหม” โสมเร่งเข้าเรื่อง “ฉันจะได้รู้ว่าสามารถทำอะไรให้เมืองนี้ได้บ้าง”

            แม้ผู้ที่เดินทางผ่านบ่อจันทราได้ย่อมไม่ใช่คนธรรมดาแต่ราชันไพรสัณฑ์ยังไม่ปักพระทัยเชื่อว่าโสมจะเป็นพระสหายของทูลกระหม่อมแม่ของพระองค์จริง กระนั้นเมื่อโสมบอกว่ามีเจตนาดีต่อกณวรรธน์นคร พระองค์ก็อดที่จะมีความรู้สึกดีให้มากขึ้นกว่าเดิมไม่ได้

            “ศึกนอกสงบ แต่ที่ประทุคือศึกใน ขั้วอำนาจในเมืองนี้แบ่งออกเป็นสามขั้ว ขั้วแรกคือข้า ขั้วที่สองคือข้าราชการบางพวก ขั้วที่สามอยู่ในเงามืดแต่คร่าชีวิตชาวเมืองไปหลายคน สร้างความหวาดกลัวแก่ชาวเมืองมาก ยามราตรีแทบจะไม่มีใครกล้าออกจากเรือนเพราะไม่อยากตายอย่างทรมานด้วยวิธีการอันโหดเหี้ยม”

            “ที่ว่าโหดเหี้ยมนักน่ะตายสภาพไหน”

            “ถลกหนัง แขวนไส้ ทิ้งศพไว้ให้เดียรัจฉานกัดกิน”

            “แล้วจะทำแบบนั้นไปทำไม คงไม่มีใครนึกสนุกที่ได้ฆ่าถลกหนังคนเล่นๆ มั้ง”

            “ไม่มีใครรู้เหตุผลที่แท้จริง แต่ผลกระทบเกิดกับทางการที่ยังไม่สามารถจับตัวคนร้ายได้ อาจทำให้ประชาชนไม่ศรัทธาในราชการอีกและเป็นช่องโหว่ใหญ่ที่ทำให้ใครก็ตามที่อยากล้มล้างอำนาจของข้าทำสำเร็จได้ง่ายขึ้น”

            “โอย... ฉันจะบ้า” โสมรู้สึกอย่างที่พูดจริงๆ “แต่เอาเถอะ... ช่วยเล่าทีว่า ตัวการที่รู้แน่ชัดมีใครบ้าง แล้วเขามีความเคลื่อนไหวอะไรอยู่ มีจุดอ่อนตรงไหน ฉันจะฟังมันอย่างตั้งใจเลยเชียว!

 

            เมื่อราชันไพรสัณฑ์ทรงเล่าจบก็ปล่อยโสมให้เดินทางไปยังเรือนพักของเหล่าทหารภูตซึ่งราชันได้ประทานให้เธอหนึ่งหลังเช่นกัน การปลอมตัวจึงบังเกิดขึ้นอีกครั้ง เธอยกมือขึ้นแตะทรวงอกที่จัดการนำผ้ามารัดจนแบนราบเพื่อความแน่ใจก่อนเลื่อนไปลูบขลุ่ยที่ขอจากราชันมาเป็นเครื่องช่วยคลายเหงาแล้วก้าวตามเหล่าทหารภูตเข้าไปยัง เรือนเริงรมย์สถานที่ที่หญิงสาวไม่คิดว่าจะมีโอกาสได้มาเยือน

เธอกวาดตามองไปรอบๆ เรือนไม้ชั้นเดียวสร้างอยู่กลางลำน้ำคลองอย่างพินิจเพื่อหาทางหนีทีไล่ เมื่อเดินผ่านประตูทางเข้าไปก็จะพบพื้นที่โถงมุงหลังคาเพื่อเป็นสถานที่ไว้จัดแสดงการละเล่นหรือการบรรเลงดนตรีให้แขกได้พักดื่มสุราและทานอาหาร ทุกโต๊ะจะมีสาวน้อยหน้าแฉล้มคอยเอาอกเอาใจให้ความสำราญ แสงตะเกียงและแสงคาคบไต้ไหววะวูบคราใดก็ทำให้บรรยากาศอวลแฝงไปด้วยอารมณ์อันลึกซึ้ง เมื่อเดินผ่านห้องหับที่ปิดมิดชิดก็แว่วเสียงหัวร่อต่อกระซิกและเสียงครวญครางที่แทบจะทำให้เธอขนลุกซู่อีกด้วย เหล่าทหารภูตได้รับการรับรองที่ห้องริมน้ำซึ่งเป็นห้องพิเศษ ทุกคนมีสีหน้าผ่อนคลายเป็นอย่างมาก ขณะนั้นเองหญิงสาวนางหนึ่งตรงเข้ามารินน้ำข้าวหมักชั้นเยี่ยมใส่แก้วแล้วยื่นส่งให้พร้อมรอยยิ้มหวานยวนใจมีจริตจะก้านเกินวัยที่ไม่น่าจะเกินสิบหกปี โสมรับจอกมาอย่างสุภาพโดยหลีกเลี่ยงที่จะสัมผัสมือของอีกฝ่าย

            “ขอบใจ” โสมพูดเสียงทุ้มนุ่ม ทอดสายตาอ่อนโยนน่ามองจนหญิงบริการอายุน้อยถึงกับจ้องด้วยความตกตะลึง “ไม่ทราบว่าแม่หญิงจะให้เกียรติฉันบอกชื่อของแม่หญิงมาได้หรือไม่”

            “อิฉันชื่อชงโคเจ้าค่ะ” นางชงโครู้สึกตื้นตัน น้อยนักที่นางจะพบบุรุษรูปงามที่ให้เกียรติเรียกเธออย่างสุภาพและถามชื่อของนางเช่นนี้เพราะส่วนใหญ่นางมักจะดูถูกปฏิบัติอย่างเหยียดหยาม

            “แม่หญิงชงโค” โสม พยัคฆ์ดำรงยกสุราขึ้นจิบ ลิ้มรสความร้อนแรงและหอมหวานยิ่งด้วยความเพลิดเพลินใจ “วันนี้ฉันต้องรบกวนแม่หญิงแล้ว”

            “ไม่เลยเจ้าค่ะ ชงโคยินดีที่จะรับใช้คุณท่าน” นางชงโคบอกพร้อมปรนนิบัติทั้งสุราและกับแกล้ม โสมพึมพำขอบใจพร้อมยิ้มอย่างอ่อนหวานให้เป็นกิริยาที่ทำให้นางประทับใจยิ่งนัก เหล่าทหารภูตลอบสังเกตการณ์กระทำของท่านราชองครักษ์โสมด้วยความสนใจ ท่าทางราชองครักษ์ของราชันไพรสัณฑ์ท่านนี้เจ้าเสน่ห์นัก สุภาพนุ่มนวลและให้เกียรติสตรี พวกเขาคิดว่าไม่นานชายหนุ่มผู้นี้จะเป็นที่คลั่งไคล้ของสตรีทั้งเมืองเป็นแน่

            แม่เล้าเข้ามาต้อนรับพินอบพิเทา โสมกวาดตามองแม่เล้าอย่างสุภาพพบว่าเป็นผู้หญิงสวยแม้ว่าจะมีอายุแล้ว ทั้งเสื้อผ้าอาภรณ์อันงดงามและกลิ่นน้ำอบน้ำปรุงหอมระรื่นยิ่งทำให้ดูมีเสน่ห์มากขึ้น จริตก็นุ่มนวลและดูเย้ายวนเช่นกัน นางเอ่ยต้อนรับด้วยเสียงอ่อนหวาน ดวงตาหวานฉ่ำสบกับทุกคนจนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่เธอนานเป็นพิเศษ

            “สวัสดี” โสมพูดยิ้มๆ ดวงตาสีน้ำเงินเปล่งกระกายระยับละม้ายดวงดาวนับร้อยนับพันบนท้องฟ้า ใบหน้าคมคายซ่อนความหวานเจิดจรัสท่ามกลางแสงเทียนสีทองวะวูบวะวาบ สร้างแสงเงาทาบทับร่างของหญิงสาวในคราบบุรุษให้สง่างามอย่างลึกลับยวนเสน่ห์ยิ่งนัก

            “คุณท่านเป็นคนต่างเมือง เพิ่งมาเรือนเริงรมย์ของเราเป็นครั้งแรกหรือเจ้าคะ อิฉันไม่เคยทราบเลยว่ากณวรรธน์นครจะมีบุรุษรูปงามเช่นท่านอยู่ คราแรกคิดว่าได้เห็นเทพบุตรเสียแล้ว”

            “พูดชมเกินไป” หญิงสาวไม่ตอบคำถามเพราะไม่ต้องการให้ใครรับรู้เรื่องของเธอมากนัก

            “หวังว่าเรือนเริงรมย์ของเราจะทำให้คุณท่านพอใจนะเจ้าคะ เมื่อพวกท่านให้เกียรติมาเยือนเรือนเริงรมย์ อิฉันคงไม่มีอะไรที่จะแสดงความขอบคุณได้มากเท่าทิพย์ดนตรีจากนางสุวิมลแล้ว”

            นางสุวิมลเป็นหญิงที่มีหน้าที่ขับกล่อมดนตรีเท่านั้น ไม่ได้ลงมาปรนนิบัติแขก กล่าวได้คือขายเสียงเพลงมิได้ขายเรือนร่าง นางมีความงามอ่อนหวานยิ่งนัก เสียดายเพียงแต่นางเก็บตัวและเย็นชาจนไม่มีใครสามารถชนะใจยอมให้นางยอมมอบกายถวายชีวิตให้ได้ ในขณะที่คนอื่นกำลังปล่อยใจสบาย แต่โสมกลับหลุบตาลงเก็บซ่อนความคิด เมื่อได้ยินชื่อสุวิมล เรื่องราวที่ราชันไพรสัณฑ์บอกเล่ายังก้องอยู่ในหู เห็นทีเธอจะต้องลงมือทำบางอย่างเพื่อให้ได้รับความไว้วางใจจากหญิงนางนี้เพื่อจะใช้เธอเป็นสะพานไปถึงใครบางคนที่อยู่เบื้องหลังการฆาตกรรมโหดในคืนเดือนมืดซึ่งห้องของนางสุวิมลมักจะเรืองรองด้วยแสงเทียนอ่อนๆ เสียงดนตรีและเสียงพูดคุยเบาๆ เกือบตลอดทั้งคืน

            แม่เล้าใช้ให้คนไปตามนางสุวิมลมา ไม่นานนักจะเข้ตัวงามก็ถูกยกเข้ามาตั้ง โสมระวังแววตาไม่ให้เป็นการจ้องมองอย่างเสียมารยาทเมื่อสตรีโฉมสะคราญนางหนึ่งปรากฏตัวขึ้น ร่างเล็กสะโอดสะองในชุดผ้านุ่งสีเข้มและสไบสีชมพูเปิดเผยไหล่มนสีนวลยวนตา ผมดำขลับเกล้าขึ้นสูงรัดด้วยรัดเกล้าเงินสลัก เมื่อแสงเทียนจับดวงหน้าเรียวสวยอ่อนหวานหากแฝงความเย็นชาให้ดูงดงาม ทั้งคิ้ว ตา จมูกและริมฝีปากต่างรับกันอย่างเหมาะเจาะ เมื่อนางนั่งลงเรียบร้อย นิ้วเล็กเรียวงามก็เริ่มบรรเลงเพลงในทันที

เสียงเพลงบทแรกสดใสราวกับนกที่เป็นอิสระกำลังโผผินท่ามกลางท้องฟ้ากว้างใหญ่ ระรื่นเริงระบำอย่างเสรีก่อนที่เมฆมืดดำจะเข้าปกคลุมท้องฟ้า กระแสฝนซัดกระหน่ำจนเจ้านกน้อยอ่อนแรงและกำลังจะตาย มันบินฝ่าพายุฝนอย่างเหน็ดเหนื่อยอ่อนล้าจนกระทั่งหมดเรี่ยวแรงกำลังจะต้านทานและกำลังจะจมดิ่งลงในม่านฝน เสียงขลุ่ยใสและกังวานดังสอดประสานขึ้นในทันใดทำให้นางคนงามตื่นจากภวังค์อันทุกข์ทรมาน กระนั้นมือน้อยก็มิได้หยุดดีดเพียงแต่สอดประสานตามเสียงขลุ่ยชักพาราวกับนิ้วมือของนางต้องมนตร์ ทุกคนจับจ้องโสมด้วยความตื่นตะลึงเพราะไม่คิดว่าชายหนุ่มรูปงามจะเป่าขลุ่ยแทรกประสานไปกับเสียงจะเข้ที่พรายพรมไปตามนิ้ววิเศษของแม่หญิงคนงาม 

            ฉับพลันนั้นเองนกน้อยที่กำลังจะตายกลับมีเรี่ยวแรงฮึดสู้เฮือกสุดท้าย ตีปีกบินไปยังต้นไม้ใหญ่ที่เพียงพอจะเป็นที่พักพิงให้แก่มันได้ จนกระทั่งพายุฝนผ่านพ้นไป ท้องฟ้าสว่างกระจ่างใส ทุกชีวิตกำลังจะเริ่มต้นใหม่ เจ้านกน้อยสลัดขนที่เปียกชุ่มของมันจนแห้งแล้วกางปีกออกบินอีกครั้งโดยมีสายตาของต้นไม้คอยมองส่งด้วยความปรารถนาดี

            จะเข้และขลุ่ยสอดประสานกันจนถึงช่วงสุดท้ายก่อนที่ความเงียบสงบจะเคลื่อนเข้าปกคลุมทั่วทั้งห้อง เหล่าทหารภูตมองท่านราชองค์รักษ์ที่เก็บขลุ่ยแล้วยกสุราขึ้นดื่มอย่างสบายอารมณ์ไม่สนใจใครอย่างไม่เชื่อสายตา แม่เล้าเองก็ตกตะลึงไม่แพ้กัน บทเพลงเมื่อครู่ไพเราะเสียจนสะกดทุกคนได้ บัดนี้นอกห้องที่รับรองเหล่าทหารภูตเต็มไปด้วยแขกเหรื่อของเรือนเริงรมย์ที่ยื่นหน้าออกมารับฟังบทเพลงสวรรค์ด้วยความตื่นตาตื่นใจ เห็นทีบุรุษรูปงามท่านนี้มิใช่คนธรรมดาแน่แล้ว

            นางสุวิมลจ้องมองโสมไม่วางตา นางไม่เคยถูกใครกล้าสอดเพลงขึ้นมากลางคันเช่นนี้ แต่บุรุษรูปามแปลกหน้าท่านนี้กลับกล้าที่จะเปลี่ยนทำนองเพลงของนางให้ออกนอกทาง กระนั้นก็อดยอมรับไม่ได้ว่าเสียงขลุ่ยของเขาที่แก้ทางเพลงของนางนั้นทำให้นางรู้สึกถึงการปลดปล่อยมากกว่าทุกครั้งที่เล่นดนตรี แล้วห้วงความคิดของนางก็หยุดลงเมื่อได้ยินเสียงปรบมือดังสนั่นจากทั่วทุกทิศ บ่งบอกได้ว่าทุกคนประทับใจการบรรเลงดนตรีเมื่อครู่ยิ่งนัก

            “คุณท่านรังเกียจหรือไม่ที่จะบอกชื่อแก่อิฉัน” เสียงหวานนุ่มอ่อนน้อมแต่เจือไปด้วยความเย่อหยิ่งเย็นชาเอ่ยขึ้น ดวงตาหวานโศกสีดำสนิทจ้องมองโสมไม่วางตา

            “ฉันชื่อโสม” โสมตอบพร้อมรอยยิ้มสุภาพอ่อนหวานและคำพูดให้เกียรติ “ฉันขอโทษที่เป่าขลุ่ยแทรกทำนองเพลงของแม่หญิง เป็นเพราะฉันทนเห็นแม่หญิงโศกเศร้าทุกข์ตรมต่อไปไม่ได้”

            “อิฉันคงไม่กล้าตำหนิคุณท่าน” นางสุวิมลพูดเสียงเย็นชา คิดในใจว่าชายผู้นี้เรียกนางอย่างสุภาพนัก ท่าทางบุคลิกองอาจและมั่นใจคงเป็นคนใหญ่คนโตในวัง

            “ผู้รู้สำเนียงย่อมตระหนักซึ้งถึงความงดงามแห่งดนตรี แม่หญิงเป็นผู้รู้สำเนียงเช่นกันกระมัง”

            นางสุวิมลไม่คาดคิดว่าบุรุษรูปงามแปลกหน้าตรงหน้าจะหาญกล้าต่อว่านางทางอ้อมว่าใจแคบ ไม่เห็นแก่ความไพเราะของดนตรี

            “พูดได้ดีเจ้าค่ะ” นางคนงามแห่งเรือนเริงรมย์พูดอย่างเย่อหยิ่ง มองพินิจโสมด้วยแววตาประเมินลึกซึ้ง “หากคุณท่านไม่รังเกียจที่จะร่วมบรรเลงดนตรีกับอิฉัน ขอคุณท่านสละเวลาในยามว่างให้อิฉันสักเล็กน้อยได้รึไม่เจ้าคะ”

            โสมยิ้มมุมปาก มือรูปสวยยกสุราขึ้นจิบสบายอารมณ์ ดวงตาหรี่ลงเป็นประกายละม้ายดวงดาวและทรงเสน่ห์จับตาผู้มอง

            “นี่คือไมตรีของแม่หญิงใช่รึไม่” โสม พยัคฆ์ดำรงถามด้วยน้ำเสียงสัพยอกหยอกเย้าซึ่งนางคนงามนึกประหลาดใจบุรุษรูปงามเบื้องหน้าเธอมีบุคลิกที่ไม่ธรรมดา ชวนให้ผู้อื่นต้องชะตานัก

            “ไฉนเลยคุณท่านต้องบีบคั้นให้อิฉันพูดในสิ่งที่เป็นการรังแกกันด้วยเจ้าคะ”

            “หากมิได้มีไมตรีต่อกัน ฉันก็ไม่อยากให้เกียรติที่แม่หญิงเพียรรักษามามัวหมองได้”

            “จะร่วมบรรเลงดนตรี เกี่ยวข้องอะไรต่อเกียรติของอิฉันเจ้าคะ”

            “แม่หญิงจะให้ฉันร่วมบรรเลงดนตรีด้วยเพียงครั้งเดียวงั้นหรือ” โสมในคราบชายหนุ่มโต้ตอบอย่างมีนัย พลันทุกเสียงก็เงียบกริบ โสมมองนางคนงามด้วยดวงตาเจ้าเล่ห์พราวระยับ กระตุกยิ้มมุมปากอย่างถือดี พวงแก้มนวลของนางสุวิมลระเรื่อแดงด้วยทั้งโกรธขึ้งและขัดเขินเพราะนางไม่เคยเห็นใครร้ายกาจได้น่าหลงใหลเท่าบุรุษรูปงามผู้นี้มาก่อน

“บุรุษและสตรีพบกันหลายครั้ง แม้จะเพียงร่วมบรรเลงดนตรีด้วยกันย่อมต้องทำให้เกิดเสียงเล่าลืออันจะทำให้แม่หญิงมัวหมองได้” โสมเห็นใจนางอยู่บ้าง จึงไม่คิดจะคาดคั้นให้ได้คำตอบออกจากริมฝีปากแดงระเรื่อที่ขบเม้มแน่นนั้น

“คุณท่านช่างเร่งรัดอิฉันนัก ไม่สงสารกันบ้างหรือเจ้าคะ”

“เพียงอยากให้แม่หญิงตัดสินใจให้ดีเท่านั้น ฉันไม่อยากเป็นชายโฉดที่ฉวยโอกาสย่ำยีเกียรติแม่หญิงด้วยการนิ่งเฉยต่อคำครหาที่จะเกิดขึ้น”

“ร้ายกาจนัก!” นางสุวิมลถึงกับทนไม่ได้ นางคลานเข่าผ่านหน้าแขกในห้องพิเศษนี้ไปยังทางออกด้วยท่าทางฮึดฮัดขัดใจจนแม่เล้าและใครต่อใครต้องประหลาดใจด้วยนางคนงามไม่เคยเสียมารยาทกับใครเช่นนี้มาก่อน นางลุกขึ้นเตรียมสาวเท้าเดินจากไปหากแต่ชะงักเท้าแล้วหันไปมองโสมที่ยกสุราขึ้นจิบด้วยท่าทางราวกับไม่อิหนังขังขอบสิ่งใดทั้งสิ้น แสดงถึงความมั่นใจในตัวเองและความเย่อหยิ่งจองหอง บัดนี้นางปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสนใจเสน่ห์อันน่าชังนี้

“คุณท่านจะมาร่วมบรรเลงดนตรีร่วมกับอิฉันรึไม่ คงต้องขึ้นอยู่กับว่าคุณท่านมีไมตรีให้อิฉันมากน้อยแค่ไหนแล้วเจ้าค่ะ” พูดจบนางก็สะบัดหน้าแง่งอนอย่างที่ไม่เคยทำแล้วรีบก้าวเดินกลับห้องของนางอย่างรวดเร็วราวกับจะหนีเสียงหัวเราะชื่นอารมณ์ของโสมที่ก่อกวนจิตใจของนางโดยไว

โสม พยัคฆ์ดำรงไม่คิดว่าตนจะจีบสาวได้คล่องขนาดนี้ ถือว่าการที่คลุกคลีกับเพื่อนผู้ชายและได้เรียนรู้วิธีจีบสาวของพวกเขาเป็นประโยชน์อยู่บ้าง นางสุวิมลคงคับอกคับใจเหลือจะกล่าวจึงถึงกับลืมตัวเสียมารยาทออกมา กระนั้นก็ยังต้องนับถือว่านางมีไหวพริบไม่ใช่น้อยที่สุดท้ายสามารถโยนเบี้ยมาให้เธอได้

“เอ่อ... ต้องขอโทษด้วยเจ้าค่ะที่วันนี้นางสุวิมลเสียมารยาทกับพวกท่าน” แม่เล้าเอ่ยอย่างเรียบร้อย ดวงตาของนางจับจ้องโสมที่หันไปรับสุราที่ชงโครินให้ด้วยความสนใจอย่างเปิดเผย “นางเป็นคนอาภัพ อิฉันหวังว่าคุณท่านจะให้ความเอ็นดูแก่นาง อย่าถือถือสานางเลยนะเจ้าคะ”

โสมเลือกที่จะไม่พูดอะไร เพียงแต่ยิ้มหวานจนนัยน์ตาสีน้ำเงินต้องแสงเทียนสีทองเป็นประกายวาววับงามจับตา เมื่อไม่ได้คำตอบแม่เล้าก็ไม่ได้ซักไซ้ เพียงแต่ถอยออกจากห้องอย่างเงียบเชียบเท่านั้น

“เอ่อ... ท่านจะรับไมตรีของนางสุวิมลรึไม่ขอรับ” ทหารภูตนายหนึ่งเอ่ยถาม

“พวกท่านคิดว่าอย่างไรล่ะ” โสมถามกลับ ดวงตาเจ้าเล่ห์แสนกล

“คิดว่าท่านคงมีไมตรีกับนางสุวิมลอยู่บ้างใช่หรือไม่ขอรับ” ทหารภูตนายหนึ่งพูดอย่างระมัดระวังหลังจากสหายทั้งหลายพยักพเยิดมอบหมายให้เขาตอบ โสมกลับสร้างปริศนาด้วยการหัวเราะแทนคำตอบ

 สิ่งใดที่แอบแฝง สิ่งนั้นย่อมเป็นการยั่วยวนชวนชม สิ่งใดที่ได้ชื่อว่าเป็นความลับ สิ่งนั้นย่อมเป็นเหตุเร้าความอยากรู้อยากเห็นของมนุษย์!

 

ดึกดื่นค่ำคืนแล้ว พระตำหนักสุริยันอันเงียบเหงาปราศจากแสงเทียน ทุกสรรพสิ่งนิ่งสนิทในนิทรา หากแต่ราชันไพรสัณฑ์ยังไม่บรรทมเพราะทรงมีดำริถึงเกษมศานต์นคร... เมืองที่พระองค์ได้เสด็จประพาสเมื่อปีที่แล้ว แม่หญิงศรีศุภางค์ธิดาเจ้าเมืองกิตติ ผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนสมกับเป็นสตรีสูงศักดิ์ เหตุไฉนองค์ราชันจะไม่ล่วงรู้ว่าเจ้าเมืองกิตติจงใจให้แม่หญิงมาใกล้ชิด แต่ขณะที่กณวรรธน์นครของพระองค์ยังคงวุ่นวายแล้วพระองค์จะทรงนึกถึงความสุขส่วนตัวกับแม่หญิงศรีศุภางค์ได้อย่างไร ราชันไพรสณฑ์จึงทรงทำได้เพียงแต่ประทานของขวัญแทนองค์ไปให้แม่หญิงเสมอ

เสียงเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยสามารถเรียกพระสติขององค์ราชันได้ แต่เพียงสดับเสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยพระอิริยาบถก็ผ่อนคลายลง เงาร่างสูงกำยำในชุดห่มสีรัตติกาลขมุกขมัวก้าวเข้ามาหยุดอยู่ห่างไม่กี่ก้าวก่อนทรุดเข่าลงกับพื้นแล้วถวายบังคม

“เหนื่อยไหม”

“ไม่เหนื่อยพระเจ้าค่ะ” ราชองครักษ์หิรัญตอบเสียงฉะฉาน

“พูดกับข้าอย่างปกติเถอะ ข้าขี้เกียจฟังคำราชาศัพท์” พระพักตร์ซึ่งถูกปกปิดด้วยหน้ากากภูตผินกลับมาทอดพระเนตรราชองครักษ์คนสนิทก่อนประทานน้ำสะอาดให้หนึ่งแก้ว ยังความปลาบปลื้มยิ่งนัก

“ขอบพระทัย” หิรัญถอดหน้ากากภูตออก รับแก้วไปดื่มแก้กระหายจนหมดก่อนจะสวมหน้ากากกลับเหมือนเดิม

“หิรัญ” ราชันหน้ากากภูตรับสั่งเป็นเชิงเตือนให้เขาพูดจาธรรมดา

ราชองครักษ์หิรัญยิ้มมุมปากเพียงนิด ก่อนเปลี่ยนท่าทีเป็นจริงจังแล้วทูลรายงาน หากเพียงกลิ่นสุราที่ปะทะจมูกเพียงวูบ องครักษ์หนุ่มก็ผุดลุกขึ้นชักดาบออกจากฝักทันที ดวงตาคมกริบภายใต้หน้ากากภูตสีขาวเย็นชากวาดไปทั่วความมืด เห็นเงาร่างหนึ่งค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้ แสงจันทร์ที่ลอดจากหน้าต่างสาดให้เห็นการเคลื่อนไหวเลือนราง จนกระทั่งผู้นั้นถูกแสงจันทร์จับใบหน้า ราชองครักษ์หิรัญตกตะลึงกับความงามที่หาได้ยากยิ่ง ทรงผมของเขาแปลกประหลาด ดวงหน้าคมคาย ดวงตาคู่สวยสีน้ำเงินราวกับไพลินน้ำงามพราวระยับละม้ายดวงดาว คิ้วคม จมูกโด่ง พวงแก้มแดง และริมฝีปากอวบอิ่มรูปสวยสีแดงระเรื่อเด่นชัดบนผิวนวล เขามีความอ่อนหวานซ่อนความเข้มแข็งผสานกลมกลืนกันอย่างลงตัว ช่างเป็นสตรีแต่งกายอย่างบุรุษได้งดงามนัก

“อาวุธมีคมไม่ควรหันเข้าหาใครสุ่มสี่สุ่มห้านะ เก็บดาบไปเถอะ ฉันกลัวพลาด” โสม พยัคฆ์ดำรงในสภาพเมามายเล็กน้อยพูดเย้าแหย่

“เก็บดาบเถอะหิรัญ” ราชันหนุ่มรับสั่ง ราชองครักษ์ผู้เคร่งครัดในหน้าที่เก็บดาบทันที

“แม่หญิง... เอ่อ... เจ้า” ราชองครักษ์หนุ่มเอ่ยขึ้นอย่างลังเล ไม่ทราบจะเรียกคนตรงหน้าว่าอย่างไร

“ฉันเป็นชายชาตรีนะ” โสมรีบบอกด้วยความตกใจ

“รู้จักไว้สิหิรัญ ท่าน คือผู้ร่วมงานของเจ้าชื่อโสม” ราชันหนุ่มทรงประชดประชันอย่างที่ไม่ค่อยได้ทำ หญิงสาวในคราบชายหนุ่มถึงกับเงยหน้าหัวเราะเสียงดัง

“ยินดีที่จะได้ร่วมงานกันนะท่านหิรัญ” โสมยิ้มกว้าง ดวงตาเป็นประกายระยับน่ามอง

“ยินดีเช่นกัน” หิรัญพินิจโสมไม่วางตา

“เอาไว้เราไปทำความรู้จักกันด้วยสุราชั้นดีที่เรือนเริงรมย์ดีรึไม่ อีกสามสี่วันไหม จะได้ไปพร้อมกันหลายๆ คน เป็นอันตกลงตามนี้” หิรัญยังไม่ทันจะเอ่ยปากสิ่งใด เธอก็ชิงหันไปหาราชันไพรสัณฑ์ “แล้วท่านจะไปด้วยกันไหม”

ราชองครักษ์หิรัญตะลึงงัน ไม่คาดคิดว่าผู้ร่วมงานคนใหม่จะหาญกล้ากล่าวชวนราชันหน้ากากภูตด้วยคำของสามัญชนอย่างไม่เกรงกลัวพระอาญา แต่ราชันทรงไม่พิโรธกลับรับสั่งโต้ตอบเป็นปกติ

“ไม่ไป”

“ไม่เปิดหูเปิดตาบ้างล่ะ ฉันรู้มาว่าบางทีท่านก็ออกไปหาความสำราญเหมือนกันไม่ใช่หรือ”

“ถ้าใช่แล้วทำไม”

“ถ้าอย่างนั้นท่านเปิดหน้าเปิดตาให้ใครต่อใครเห็นหมดแล้วสิ”

“ข้าปลอมตัวออกไป”

“อือ... ดีแล้ว” โสมพยักหน้า สิ่งที่ราชันไพรสัณฑ์รับสั่งตรงกับคำของทหารพูด แสดงว่าพวกเขาไม่ได้โกหกว่าราชันปลอมองค์ยามออกจากวังจริงๆ

“บังอาจ! ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำแล้วรึ!” ราชองครักษ์ผู้เคร่งครัดในหน้าที่ทนไม่ไหวอีกต่อไป ชายหนุ่มชักดาบเตรียมฟาดฟันใส่คนที่นั่งเหยียดขาสบายอารมณ์ แต่อีกฝ่ายกลับผุดลุกขึ้นหลบหลีกได้อย่างคล่องแคล่ว

“บังอาจนัก! เจ้าไม่สมควรหายใจอีกต่อไป!” ราชองครักษ์หิรัญตวาดลั่นเดือดดาล ลงดาบอย่างบ้าระห่ำจนโสมพลาดพลั้งเทกายล้มลงกลิ้งกับพื้น ขณะปลายหางตาเห็นเงาแสงสายหนึ่งใกล้เข้ามาในระดับสายตา

“เฮ้ย!

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

4,215 ความคิดเห็น

  1. #4151 chokywing (@chokywing) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2555 / 22:43
    ดีใจจังที่พี่หัทจำได้ ปกสวยมากๆเลยงื้อ จะไปสอยให้ได้ แต่พี่หัทช่วยบอกทางสนพ.ให้ขยายตัวหนังสือได้ไหมอ่ะ อย่างเล่ห์เสน่ห์จันทร์ตัวเล็กมากง่ ะขอบคุณงับ
    พี่หัทเล่นเฟสบุ๊คหนูก็จะไปก่อกวนอีก555 หวังว่าพี่หัทคงไม่เบื่อหนูไปก่อนนะ
    ปล.แปะโป้งเรื่องนี้ไว้หลังสอบนะค่ะ จุ๊บๆ
    #4151
    0
  2. #4150 chokywing (@chokywing) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2555 / 22:43
    ดีใจจังที่พี่หัทจำได้ ปกสวยมากๆเลยงื้อ จะไปสอยให้ได้ แต่พี่หัทช่วยบอกทางสนพ.ให้ขยายตัวหนังสือได้ไหมอ่ะ อย่างเล่ห์เสน่ห์จันทร์ตัวเล็กมากง่ ะขอบคุณงับ
    พี่หัทเล่นเฟสบุ๊คหนูก็จะไปก่อกวนอีก555 หวังว่าพี่หัทคงไม่เบื่อหนูไปก่อนนะ
    ปล.แปะโป้งเรื่องนี้ไว้หลังสอบนะค่ะ จุ๊บๆ
    #4150
    0
  3. #4149 GoldFish (@13933) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2555 / 15:21
    เฮ้ย! ด้วย โดนตัดฉับ ค้างเลยเรา 555 ต่อไปจะเป็นไงเนี้ย! ลุ้นๆ
    #4149
    0
  4. #1716 Rezehn (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2552 / 13:19
    สนุกมากเรยค่ะ
    #1716
    0
  5. #1519 พันดารา (@pundara) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2552 / 18:22
    ทำยังไงสองคนนี้จะมาลงเอยกันได้เนี่ย เฮ้อ...

    นางเอกเราก็เพลย์บอยซะจริง ส่วนตาถั่วงอกก็มีนางในดวงใจ...เอาล่ะสิ ^^
    #1519
    0
  6. #804 artista (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2552 / 20:01
    ตามมาติดๆ ค่า...

    เนื้อเรื่องและภาษาคงไม่ต้องชมอะไรกันมากนัก

    ขึ้นชื่อว่าคุณหัทยาวดีแล้วไม่เคยผิดหวังเลยซักตอนเดียว



    แต่แอบงงและสงสัยเล็กๆ 3 เรื่อง

    เรื่องแรก ==> คำว่า "มั๊ง" เนี่ยเราว่าน่าจะใช้ไม้โทมากกว่านะ "มั้ง"



    เรื่องที่สอง ==> อันนี้เป็นความเห็นส่วนตัวนะคะ คำว่า "แม่หญิง" ที่คุณหัทใช้เนี่ย มันสามารถใช้ได้กับผู้หญิงทุกคนเลยรึเปล่า (เราไม่แน่ใจ หากศึกษามาแล้วก็โอเคค่ะ) เพียงแต่เรารู้สึกทะแม่งๆ ที่เรียกหญิงในเรือนเริงรมณ์ว่า แม่หญิง ด้วย เราว่ามันเพราะและสูงเกินไป อย่างเรียก แม่หญิงจันทราวดี หรือแม่หญิงศรีศุภางค์ เนี่ยโอเคอยู่ แต่แม่หญิงชงโค กับแม่หญิงสุวิมล เนี่ยมันขัดหูยังไงพิกล (เราว่าถ้าเปลี่ยนเป็น "แม่นาง" ก็น่าจะพอได้อยู่นะ หรือคิดว่าไงคะ?)



    เรื่องสุดท้าย ==> "เสียงกระจาม" คืออะไรอ่ะ คำนี้ไม่ทราบว่าพิมพ์ผิดหรือว่ามีคำนี้ใช้จริงๆ มันเหมือน กระแอม+จาม เลยอ่ะ



    แล้วก็...

    เหมือนเดิมค่ะ เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์บ้าง



    - (โสม) ==> ฉันจะฟังมันอย่าง "ตั้ง" และมีความสุขมากกว่าเสียงหัวเราะในลำคอ

    - (เรือนเริงรมณ์) ==> ทำให้บรรยากาศอวลแฝงไปด้วยอารมณ์ "อึน" ลึกซึ้งระหว่างเพศหญิงและเพศชาย

    - (โสมมองแม่เล้า) ==> ใบหน้าคมคายซ่อนความหวานเจิดจรัสท่ามกลาง "แสนเทียน" สีทองวะวูบวะวาบ

    - (ก่อนจะจบตอน) ==> ปลอม "ใ" พระพักคร์
    #804
    0
  7. #803 kanyanee (@kanyanee) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 มกราคม 2552 / 12:49

    ชอบภาษาที่ใช้มาก รู้สึกว่าคนแต่งตั้งคัดสรรมาอย่างดี 

    อย่างคำว่า ยาใจ  นี้ไม่ค่อยอ่านเจอมานานมากแล้ว  นำมาใช้สื่อความหมายได้หมดจดงดงามคะ


    ชักสงสัย ราชาถั่วงอกมีนางในดวงใจเสียแล้ว  ในขณะเดียวกัน นู๋โสมทำตัวเป็นผู้ชาย เจ้าเสน่ห์ หว่านโปรยไปทั่วแบบนี้

    ดูแล้วเป็นเส้นขนาน หาทางบรรจบลงเอยกันไม่เจอเลย  น่าลุ้นคะ ไม่รู้จะออกมาแบบไหน ถึงจะจูน กันติด 555

    แต่หิรัญ ตาถึงเนอะ มองผ่านรูปลักษณ์ภายนอก เห้นความสวยงามอ่อนหวานแบบผู้หญิงของนู๋โสมไปได้

    #803
    0
  8. #802 kanyanee (@kanyanee) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 มกราคม 2552 / 12:43
    ชอบภาษาที่ใช้จัง เช่นคำว่า ยาใจ นี้ไม่เจอนานแล้ว

    นำมาใช้แล้วสื่อความหมายดีมากเลย

    สนุกคะ จะลงเอยอีท่าไหนเนี่ย ราชามีนางในดวงใจเสียแล้ว

    นู๋โสมเราก็ทำตัวเป็นผู้ชาย เจ้าเสน่ห์ โปรยหว่านไปทั่ว แล้วจะบรรจบกันได้อย่างไร 555

    ไปคนละทางแบบนี้ แต่ว่า หิรัญ ดันมองผ่านรูปลักษณ์ภายนอก เห็นความเป็นผู้หญิงของนู๋โสมได้ แน่มากเลย
    #802
    0
  9. #801 Pigmy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2551 / 12:18
    วันนี้แวะเข้ามาดูตามปกติ..ทำเอาใจหายวาบเลย

    เพราะหาเรื่องไม่เจอ พิมพ์ค้นหาจากชื่อเรื่องไม่เจอ หาจากผู้แต่งก็ไม่เห็น

    นึกว่าลบเรื่องไปแล้ว โอ้ว..หัวใจจะวาย

    ดีว่าเข้าจากเล่ห์เสน่ห์จันทร์เจอนะเนี่ย

    เกือบไป ๆ
    #801
    0
  10. #800 Pearlize (@Pearlize) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2551 / 21:06
    เมื่อไหร่เจ้าหัวถั่วงอกจะรู้ว่าโสมเป็นผู้หญิงซะทีเนี่ย

    เฮ้อ
    #800
    0
  11. #799 kkk_white (@kkk_white) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2551 / 20:25
    โอ๊ยในที่สุดคุณหัทยาวดีก็อัพแล้ว

    อย่างน้อยครั้งนี้แวะเข้ามาก็ไม่ได้ชักกะแด่วกะแด่ว

    แต่คลั่งแล้วครับเล่นค้างอย่างนี้

    ช่วยบอกหน่อยได่ไหมครับว่าจะจับใครมาเป็นตัวประกัน

    เพื่อให้คุณหัทยวดีอัพต่อได้ละเนี่ย

    เฮ้อรีบๆอัพนะไม่งั้นจะทำอย่างที่เขียนจริงๆด้วย
    #799
    0
  12. #798 แม่หมู (@nok1977) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2551 / 15:39
    คิดถึงมากๆค่ะสบายดีนะค่ะ หนาวแล้วดูแลตัวเองด้วย เดี๋ยวไม่สบายค่ะชอบนะค่ะสนุกมากๆเลย เอากำลังใใจมาฝากค่ะ ไวตามินโวทพร้อมแล้ว รีบมาอัพนะค่ะจะรอค่ะ สู้ สู้
    #798
    0
  13. #797 Pigmy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2551 / 14:27
    ว๊า...พระเอกมีแฟนแล้วเหรอ เสียดายจัง แล้วจะเปลี่ยนใจมารักนางเอกได้ไหมเนี่ย ???

    มีภาคนางเอกปลอมตัวเป็นชายหนุ่มเจ้าเสน่ห์แล้ว

    มีภาคนางเอกแปลงกายเป็นหญิงงามลึกลับมาป่วนใจใครๆหลายคนบางเปล่าคะ (โดยเฉพาะเจ้าถั่วงอกหัวโต)



    ปล. อย่าหายไปนานๆนะคะ มาอัพบ่อยๆเด้อ ขอร้อง..please....
    #797
    0
  14. #796 หุหุหุ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2551 / 21:18
    หนุกอ่ะ!!





    สู้ๆ อัพใหม่ไวไวเน้อ
    #796
    0
  15. #795 Chii_Elda (@digital_lady) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2551 / 20:50
    แผนอะไรหนอ
    สวมรอยแทน
    #795
    0
  16. #794 ~๐*ZombiE_FullmooN*๐~ (@ammilk) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2551 / 20:34
    ชอบค่า
    มาอัพบ่อยๆได้ม่ะค่ะ

    ชอบอะติดตามมาหลายเรื่องละอ่ะ อิอิ

    แล้วยังงี้จะพอเจียดเวลามาอัพได้อาทิตย์หนึ่งกี่ครั้งอ่ะค่ะ
    #794
    0
  17. #793 Epoch (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2551 / 19:27
    กรี๊ด...!! ชอบโสมที่สุด

    ว่าแต่มีแต่ฉากนางเอกโชว์ความเท่ห์ อยากเห็นพระเอกโชว์เสน่ห์บ้างค่ะ เอาให้โสมยอมเป็นรองเลยนะคะ อิอิ
    #793
    0
  18. #792 yuechan (@yuechan) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2551 / 18:48
    กรี้ด เฮียโสมเท่ห์ที่สุด

    น่าจะเป็นชายแท้นะ ยูจะได้เก็บเข้าคอลเลคชั่น

    ใช่ไหมท่านจิน
    #792
    0
  19. #791 bluewingy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2551 / 18:42
    เฮ้อ......และแล้วก้อมาอัปให้เราได้อ่านสักที รอน๊านนาน (คนแต่งใจร้าย)แต่ก้อสนุกมาก มาอัปตอนต่อไปเร็วๆน๊าจาเข้ามาเฝ้าทุกวันเลย......คนแต่ง..ชู่ชู่
    #791
    0
  20. #790 ginn_jinn (@jinn_ginn) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2551 / 16:53
    ชอบค่า ยิ่งอ่านยิ่งชอบโสมนะ และตอนนี้แอบเชียร์หิรัญ หุหุ เป็นคนเดียวที่เห็นความงามของ"แม่หญิง" คือคนอื่นก็เห็นแต่ไม่ฟันธงว่าเป็นหญิงแต่งชายเหมือนพี่ท่าน (อาจเป็นเพราะไม่ได้โดนบอกว่าเป็นชายก่อนด้วยมั้ง) 

    พระเอกเราก็หลงใหลปักใจกับแม่เอวบางซะแล้วสิ ดีเหมือนกัน จะได้ปล่อยให้โสมไปจีบสาว+หนุ่มอื่นเล่น คุคุคุ
    #790
    0
  21. #789 โอลโรส (@lekouy) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2551 / 14:38
    คุณหัทจ๋า จบตัดแบบนี้พี่จะลอยกระทงรู้เรื่องเหรอจ้ะ
    ต้องกังวาลว่าโสมสุดเท่ห์จะเจ็บตัวรึเปล่า-*-
    (แบบว่าอินน่ะ)
    #789
    0
  22. #788 เสี่ยวหลงเปา (@XiangJaa) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2551 / 13:54
    เราจะรอดูตอนท่านโสมสาวแตกนะ แล้วเจา้ถั่วงอกเราล่ะจะทำยังไงในเมื่อไปมีคนที่ขอบอยู่แล้ว อย่างกลุ้ม
    แล้วนางเอกเราร้องทำไมอะ หรือว่ามีคนลอบทำร้ายพระเอกเราอีกแล้ว

    เรารออ่านอยู่นะ เพราะงั้นมาอัพเร็วๆนะะะะะะ
    #788
    0
  23. #787 kanangr (@kanangr) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2551 / 13:00
    ในที่สุดโสมก็มา อิอิ บำรุงกำลังได้ดีจริงๆ กำลังอ่อนเปลี้ยเพลียแรงอยู่เชียว
    #787
    0
  24. #786 PiN.VE (@PiN_VE) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2551 / 11:23
    มาดีใจกับ 100% ค่ะ นึกว่าจะถูกหิรัญจับได้ซะแล้ว รออ่านตอนต่อไปอยู่นะค่ะ
    #786
    0
  25. #785 ( . * M o O Y o N g * . ) (@seraph) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2551 / 10:06

    กว่าแต่ละตอนจะมาได้ ทำเอาต้องอ่านของเก่าทวนทีเดียว

    ...........  

    คู่กัดคนใหม่ของโสม หรือ คนที่มาจะตกหลุมเสน่ห์ของโสมกันแน่ค่ะ  หิรัญน่ะ


    อ๊ากกกกกกก  พระเอกมีคนที่ชอบแล้วหรออออออออ  เสียใจจัง

    #785
    0