จันทร์ซ่อนเงา

ตอนที่ 14 : ไม่ได้มีหนเดียว (อัพแล้ว)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,545
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 56 ครั้ง
    9 ส.ค. 55

ตอนที่ ๑๔ เรื่องลับ

            โสมหนีราชันไพรสัณฑ์มานอนที่เรือนพักทหารของตน ยิ่งคิดยิ่งครั่นเนื้อครั่นตัวจนต้องรีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ หญิงสาวเดินมาทิ้งตัวนอนเขลงที่เตียงริมหน้าต่าง วันนี้มีเรื่องเกิดขึ้นกับเธอมากมายจนรู้สึกมึนชาไปหมด ตั้งแต่เรื่องความรู้สึกที่เธอมีต่อธรรม์ เรื่องซ่องโสเภณีเด็กของคนทางการและเรื่องพฤติกรรมของราชันหน้ากากภูต เธอเลือกไม่ถูกว่าควรจะหยิบเรื่องไหนมาคิดใคร่ครวญก่อนเพราะต่างก็เป็นเรื่องที่รบกวนจิตใจพอกัน คิดไปคิดมาก็คิดไม่ตก เผลอหลับไปเมื่อใดก็ไม่ทราบแต่ตื่นขึ้นมาอีกทีท้องฟ้าก็ถูกห่มด้วยสีน้ำเงินเข้มเสียแล้ว โสมผุดลุกขึ้นนั่งหวังจะมองท้องฟ้า พลันวัตถุเนื้อแข็งสีดำก็ลอยผ่านหน้าต่างมากระแทกกลางหน้าผากเต็มแรง หญิงสาวได้ชมทั้งดาวที่ระยิบระยับอยู่ตรงหน้าและได้ชมทั้งเดือนซึ่งแบ่งภาคออกมาได้หลายดวง มือพยายามควานเอาวัตถุนั้นขึ้นมาแล้วเพ่งมองไปนอกหน้าต่าง

            “ใครวะ! ออกมาเดี๋ยวนี้เลย!” เธอโหวกเหวกน้ำตาเล็ดขณะลูบคลำหน้าผากอันร้าวระบมเหมือนถูกขวานเฉาะ คาดว่าไม่นานจะต้องปูดขึ้นมาเป็นลูกมานาวสีคล้ำลูกย่อมๆ จากหางตาเห็นร่างทะมึนในชุดดำยืนอยู่ในท่าคล้ายกำลังหลบหนีแต่ชะงักมองมาที่เธอเสียก่อน เธอจึงร้องออกมาด้วยความอาฆาต “งานการไม่มีทำรึไงถึงได้วิ่งเอาหินมาขว้างคนอื่นเขาน่ะ!

            ร่างดำทะมึนสูงกำยำงอลงเล็กน้อยพร้อมเสียงกลั้นหัวเราะ คนที่ถูกหินปาศีรษะเตรียมยกอาวุธในมือขว้างกลับไป หากไม่เห็นลักษณะเฉพาะของมันเสียก่อน โสมรู้สึกเหมือนถูกคนเอาน้ำเย็นสาด เบิกตามองหินสลักสีดำฐานสี่เหลี่ยมรูปหัวเสือโคร่ง ด้านใต้ฐานคือแป้นพิมพ์น้ำหมึกลงสัญลักษณ์ตราพระราชลัญจกรของราชันไพรสัณฑ์!

            งานเข้า!

            โสมหันขวับไปมองยังที่เงาร่างทะมึนยืนอยู่เป็นครั้งสุดท้ายก็พบว่าคนได้หายไปแล้ว หญิงสาวผุดลุกขึ้นเหมือนมีไฟลนก้น กำตราพระราชลัญจกรแน่นจนมือซีดขาว เหงื่อผุดพรายเต็มตัวอย่างรวดเร็ว เธอสูดลมหายใจเข้าลึกสุดปอดแล้วตะโกนแหกปากดังลั่นจนคนแตกตื่น

            “มีผู้บุกรุก! เป็นชายฉกรรจ์ชุดดำจำนวนหนึ่งคน ปิดวังค้นหาให้ทั่วอย่าให้รอดไปได้!” เธอตะโกนพลางเปลี่ยนเครื่องแบบทหารภูตรวดเร็ว คว้าตราพระลัญจกรแล้ววิ่งออกจากเรือนพัก พลางร้องตะโกนด้วยความร้อนใจยิ่งยวดว่า “แบ่งกำลังไปตามอารักขาราชันด้วย!

            เธอต้องตามหาราชันให้เจอ!

            ความโกลาหลยามค่ำทำเอาเหล่าทหารทุกหน่วยพลิกแผ่นดินในวังค้นหาคนกันจ้าละหวั่น โสมวิ่งยังไม่ทันถึงพระตำหนักสุริยันก็ถูกทหารภูตจำนวนหนึ่งก็ตรงเข้ามารายงานว่าราชันหน้ากากภูตเร้นพระองค์หายไปอย่างลึกลับ หญิงสาวแทบจะกรีดร้อง กำสิ่งที่อยู่ในมือแน่นราวกับจะบีบมันให้แตก

            “ทำไมไม่ออกตามหากันล่ะ” เธอร้อนใจเหลือจะกล่าว แต่ทหารภูตพวกนี้กลับเฉยอย่างน่าขัดใจ

            “ทรงหลบออกจากวังเงียบๆ อยู่บ่อยครั้ง เดี๋ยวก็เสด็จกลับเองขอรับ”

            โสมอยากจะจุดธูปถามแม่หญิงจันทรวดีเหลือเกินว่าตนทำกรรมอันใดมาถึงต้องได้มารู้จักกับราชันพระองค์นี้ หญิงสาวเดินคอตกไปพระตำหนักสุริยันพร้อมเหล่าทหารภูตแล้วนั่งรอรายงานว่าไม่พบตัวผู้บุกรุก ส่วนตัวเองก็เดินสะโหลสะเหลไปทิ้งตัวลงนอนที่แท่นของตนในห้องพระบรรทม มือก็ชูสิ่งที่อยู่ในมือมาแต่ต้นขึ้นด้วยดวงตาปริ่มน้ำเพราะอัดอั้นที่ถูกรังแก อีตาราชันหน้ากากภูตตัวป่วนเอาตราพระราชลัญจกรมาขว้างใส่กลางหน้าผากเธอแล้วก็หลบหายออกไปจากวัง มิเท่ากับว่างานจำนวนมหาศาลที่จะหลั่งไหลมาในเช้าวันพรุ่งเธอต้องเป็นผู้รับภาระไปหรอกหรือ ทั้งไม่รู้ว่าจะเสด็จกลับมาเมื่อไหร่อีกด้วย หากทรงพระสำราญอยู่ข้างนอกเสียหลายวันเธอไม่ตายเพราะต้องทนนั่งตรวจงานในฐานะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ที่ทรงยัดเยียดให้หรอกหรือ!

            “ท่านโสม” น้ำเสียงลำบากใจของมหาดเล็กหน้าห้องเรียกให้คนที่กำลังคาดโทษราชันจอมป่วนลุกขึ้นเอ่ยอนุญาตให้เดินเข้ามารายงานความ “คือว่า... ค่ำนี้มีฎีกาด่วนรอลงพระปรมาภิไธย...”

            “เอาเข้ามาไว้ที่นี่เลย” ท่านราชองครักษ์ที่บัดนี้ควบหลายตำแหน่งบอกอย่างละเหี่ยใจ แต่เมื่อเห็นสีหน้าไม่แน่ใจของมหาดเล็ก หญิงสาวจึงโบกตราพระราชลัญจกรให้เห็น “ทรงขว้างมาให้ฉันก่อนจะไปน่ะ”

            มหาดเล็กเบิกตาโตเท่าไข่ห่านมองตราพระราชลัญจกรสลับกับผู้ถือด้วยความตะลึงลาน ก่อนผลุนผลันออกจากห้องไปชั่วครูแล้วกลับมาพร้อมฎีกาด่วนที่บอกหอบมาจนเต็มอ้อมแขน

            เพราะราชันไพรสัณฑ์แท้ๆ ฝากไว้ก่อนเถอะ! 

 

ผู้ที่ถูกท่านราชองครักษ์โสมคาดโทษในใจนั้นบัดนี้ได้ทรงอาชาไนยสีดำสนิทมุ่งหน้าออกไปนอกตัวเมือง ครึ่งชั่วโมงต่อมาจึงถึงเรือนขนาดกลางเรือนหนึ่ง พระองค์ส่งม้าทรงให้ข้ารับใช้รับไปดูแลแล้วเดินขึ้นเรือนไปโดยง่าย สตรีงามผู้เปี่ยมไปด้วยจริตจะก้านแพรวพราวนางหนึ่งยืนรอรับหน้าประตูเรือน นางคือแม่ม่ายสามีตายที่อยากหลบหนีความแร้นแค้นจึงเสาะแสวงหาผู้เลี้ยงดูจนยินยอมเป็นเมียลับผิดประเพณีให้แก่ชายผู้ที่ไม่มีใครรู้ที่มา นางรับใช้ถอยลงจากเรือนทันทีที่รู้ว่าเจ้านายใหญ่มา ดังนั้นเมื่อหับประตูเรือนปิดแม่ม่ายผู้เปี่ยมเสน่ห์ก็เข้าเคล้าคลอพระวรกายสูงใหญ่กำยำ ราชันไพรสัณฑ์ในคราบบุรุษหนุ่มนิรนามเบี่ยงพระพักตร์หนีเมื่อมือเรียวจะปลดผ้าปิดพระพักตร์หมายประทับจุมพิต ดวงพระเนตรวาวโรจน์และดุกร้าวจนคนมองตัวสั่นด้วยความกลัว ผละออกห่างทันที

“ข้าเคยเตือนเจ้าแล้วว่าไม่อนุญาต หากมีครั้งหน้าอีก ข้าจะไม่เลี้ยงเจ้าไว้” พระสุรเสียงเยียบเย็นและพระเนตรเต็มไปด้วยเพลิงพิโรธทำให้หญิงม่ายเข่าทรุด ส่ายหน้าหนีด้วยความหวั่นใจและสาบานว่าจะจดจำให้ขึ้นใจแม่นมั่น “ข้าจะไปอาบน้ำ”

รับสั่งเสร็จก็เดินลงจากเรือนตรงไปที่ท่าน้ำทันที ข้ารับใช้นำฉากผ้าสีดำสนิทมากางกั้นบังตาแล้วทุกคนต่างล่าถอยออกจากบริเวณนั้นเสียสิ้น ราชันหนุ่มสลัดฉลองพระองค์วางบนพื้นหญ้าแล้วกระโจนลงสายน้ำเย็นฉ่ำ แหวกว่ายในห้วงธาราราวกับมัจฉาก่อนจะลอยคอเอากายอิงท่าน้ำพลางคิดถึงความสับสนปั่นป่วนของพระองค์ พระสหายของทูลกระหม่อมแม่คนนั้นช่างเป็นตัวปัญหาเสียจริง วันๆ เอาแต่ทำทะเล้นไม่ได้เรื่อง หากแต่ยามจริงจังกลับทำตนเป็นคนคมในฝัก เป็นเสน่ห์ที่ทำให้ผู้อยู่ใกล้นิยมชมชอบนัก พระองค์ก็นิยมชมชอบชายผู้นั้นเช่นกัน แต่ดูแล้วออกจะมากเกินพอดี เกินขอบประเพณี และเกินกว่าที่พระองค์จะทรงยอมรับได้ง่ายๆ

หรือตัวจะชมชอบแต่เพียงโสมเท่านั้น?!  

ความปั่นป่วนในพระทัยทำให้ไม่ทรงสดับถึงการมาของนางปานใจ เมื่อมีเสียงแหวกน้ำตรงมาถึงจะทรงรู้พระองค์ ผิวขาวผ่องของนางสะท้อนแสงคาคบไต้ดูเรืองรองและเป็นประกายด้วยหยาดน้ำ ดวงตาโตเปล่งประกายระยับและริมฝีปากอวบอิ่มเผยออย่างยั่วยวน ทรงปล่อยให้นางขัดถูร่างกายให้ชั่วครู่ก่อนจะรวบร่างระทดระทวยนั้นเข้าเสพสมอารมณ์หมายกลางสายธารฉ่ำชื่นโอบล้อม แต่ในช่วงเวลาอันแสนอภิรมย์ที่สุดกลับมีภาพของโสมเข้ามาเป็นสัญญาณอันตรายที่ทำให้ราชันหนุ่มสลัดร่างนั้นออกจากกายทันที ทรงขึ้นจากน้ำแล้วหยิบผ้าที่นางปานใจเตรียมมาให้เพื่อผลัดเปลี่ยนโดยไม่คิดจะอาทรนางปานใจแม้แต่น้อยเพราะไม่ทรงผูกพันด้วยก่อนเสด็จขึ้นเรือนด้วยความเร็วปานพายุบุแคมเฉกเช่นในดวงพระราชหฤทัยที่ปั่นป่วนรุนแรงดุจมีพายุใหญ่

ราชันไพรสัณฑ์ปลดผ้าปิดพระพักตร์ออกแล้วฉวยเอาผืนใหม่ในตู้เสื้อผ้ามาใช้ ออกมาครั้งนี้ไม่มีเวลาปลอมพระพักตร์ด้วยจิตใจร้อนรุ่มหนัก ดังนั้นจึงต้องปกปิดใบหน้าของตนให้ดีที่สุดเพื่อไม่เป็นการผิดต่อตนเองที่ตั้งสัตย์ปฏิญาณไว้ว่าจะไม่ให้ใครได้ชมพระพักตร์นอกจากเมียเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นก่อนจะทิ้งพระวรกายนอนบนเตียงฟูกเอาพระพาหาก่ายพระนลาฏ  พระองค์ทิ้งงานมาเพราะวางพระทัยว่าผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งแบบเฉพาะกิจผู้นั้นจะสามารถจัดการงานได้อย่างดี เมื่อมีพระดำริถึงตอนที่ทรงขว้างตราพระราชลัญจกรเข้าไปในหน้าต่างของเรือนพักแล้วโสมโผล่หัวขึ้นมาพอดีจนตราอันหนักอึ้งกระแทกเข้ากลางหน้าผากเต็มแรงแล้วก็ทรงแย้มพระสรวลออกมาเสียงดัง ท่าทางโมโหโทโสและคำพูดฉุนเฉียวของเขาแสนจะน่ารักและน่าขบขันมากกว่าน่ายำเกรง ยิ่งสีหน้าที่เขาก้มลงมองตรานั่นราวกับเจอผีสางก็ยิ่งน่าขัน เขายังคงความแสบสันด้วยการสั่งให้ทหารพลิกวังค้นหาพระองค์ที่ถูกเรียกเป็นคนร้าย คาดว่าหากพระองค์พลาดถูกจับได้แล้วไซร้ ด้วยการแต่งกายอันละม้ายคนร้ายคงต้องโดนรุมซ้อมเสียหนักเป็นแน่ 

ป่านนี้โสมคงกำลังคิดถึงข้าอย่างยิ่งทีเดียว!

บานทวารเปิดออกพร้อมร่างอวบอิ่มที่กระมิดกระเมี้ยนเดินเข้ามาด้วยเสื้อผ้าน้อยชิ้น ราชันทรงทอดพระเนตรนิ่งยามร่างนั้นทรุดนั่งข้างกายแล้วเริ่มลูบไล้พระอุระด้วยริมฝีปาก ภายนอกหน้าต่างลมหวีดหวิวพลันกรรโชกแรงจนหน้าต่างหับปิดลงทั้งพัดพาเมฆฝนหลงฤดูมา ห่าฝนตกชำแรกจนชุ่มฉ่ำโหมกระหน่ำไม่ปรานี ฟ้าคำรามลั่นสาดแสงแปลบปลาบ ย่างยามสางฝนจึงซาและทอดทิ้งไว้เพียงความฉ่ำชื่นที่พาให้สรรพสิ่งอิดโรยสลบไศลไป กระนั้นราชันไพรสัณฑ์ก็ไม่อาจข่มพระเนตรบรรทมได้เพราะในห้วงพระดำริยามความสุขสมท่วมท้นนั้นปรากฏภาพของโสมทุกครั้งไป!

แม้ในยามนั้นท่านก็มิปล่อยข้าหรือโสม ทำไมจึงมีแต่ข้าที่ว้าวุ่นใจยิ่งนัก!

 

            ธรรม์เดินออกจากห้องส่วนตัวของตน สตรีนางหนึ่งพร้อมสาวใช้ผู้ติดตามสองนางก็ก้าวเข้ามาขวางทางทันที ชายหนุ่มเขม้นมองแล้วถอนหายใจ นางคือสตรีเจ้าของเรือนร่างบอบบาง ผิวสีเหลืองอ่อนเพราะลงขมิ้นขัดกาย ดวงหน้าเรียวเล็ก คิ้วโก่งดั่งคันศร ดวงตาหวานปานน้ำผึ้งจะหยาดหยด จมูกเล็กและริมฝีปากรูปกระจับ จัดได้ว่าเป็นสตรีที่งามพริ้มเพรานางหนึ่ง เขาเคยพึงใจนางในฐานะสตรีที่เป็นภรรยา แต่มันก็เป็นเพียงความพึงใจหามีใจผูกสมัครรักใคร่ไม่ ยิ่งมาวันนี้เขากลับรู้สึกว่านางคือบ่วงรัดอันยากจะคลายออกเมื่อเขาได้พบสตรีที่อยากจะยกย่องเชิดชูแล้ว

            “พี่จะไปไหนเจ้าคะ” นางอรดีหน้าเจื่อนเมื่อเห็นสีหน้าเย็นชาของสามี แต่เอ่ยปากถามด้วยเสียงอ่อนหวาน ในมือประคองกระทงขนาดย่อมใบหนึ่งเอาไว้ “น้องทำขนมเรไรมาและใคร่จะชวนพี่ไปนั่งกินกันที่ใต้ต้นหางนกยูง”

            ธรรม์มองขนมเรไรในกระทงพลันหวนคิดถึงหญิงสาวที่เดินไปกินขนมเรไรไปขณะที่เดินตลาดกับเขา ส่งผลให้ดวงหน้าเย็นชาผ่อนคลายเป็นอ่อนหวานโดยไม่รู้ตัว นางอรดีจึงค่อยคลายใจยิ้มหวานออกมาได้โดยไม่ฝืน คาดว่าสามีที่มักทำตัวเย็นชาต่อนางคงยอมตามใจในครั้งนี้เป็นแน่

            “น้องยังทำน้ำใบเตยที่พี่ชอบเอาไว้อีกนะเจ้าคะ นำไปตั้งรอท่าที่นั่นแล้ว”

            เสียงของนางอรดีทำให้ฝันหวานแตกสลาย ใบหน้าคลายความอ่อนโยนลงกลายเป็นเย็นชาดังเดิม เมื่อเขารู้ใจตัวเองแล้ว เหตุใดจึงต้องเปลืองเวลาไปกับหญิงผู้นี้อีกด้วยเล่า ชายหนุ่มเดินผ่านร่างภรรยาไปอย่างเย็นชา ปฏิเสธอีกฝ่ายอย่างไร้เสียงและไม่หันกลับไปมองว่าจะทำให้อีกฝ่ายเสียใจมากเพียงใด

            ธรรม์เดินตรงไปยังห้องในสุดของเรือนซึ่งมีชายฉกรรจ์จำนวนหนึ่งยืนอารักขาอยู่ในห้อง ทุกคนก้มหัวคำนับแล้วปล่อยให้เขาก้าวเข้าไปในห้องที่มีเพียงแสงเทียนส่องรำไรและชายหนุ่มแต่งกายด้วยผ้าสีดำมิดชิดเห็นเพียงดวงตาเหมือนหลุมดำมืดมองสบมา

            “ข้ามีเรื่องจะบอกเจ้า” ชายหนุ่มนั่งลงทรงหน้าน้องชาย “ข้าจะพาทุกคนออกไปอยู่ในเมือง ส่วนเจ้าจะอยู่ที่นี่ต่อหรือจะออกไปกับข้าด้วยก็ตามแต่ใจ”

            “พี่พูดบ้าอะไร!” โสมตะคอกถาม ฟังคล้ายเสียงคำรามแหบแห้งของสัตว์ที่ได้รับบาดเจ็บ

            “ราชันไพรสัณฑ์ส่งคนมายื่นข้อเสนอให้ข้าพาคนออกไปอยู่ข้างนอกเพื่อแสดงจุดยืนว่าไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด และข้าก็เห็นว่าเป็นการตัดรำคาญที่ดีที่สุด สำคัญคือทุกคนไม่ต้องอยู่อย่างหลบๆ ซ่อนๆ อีกต่อไป” เขารู้นิสัยแข็งกร้าวและขาดสติของน้องชายดีจึงพยายามอธิบายอย่างใจเย็น

            โสมโกรธเป็นฟืนเป็นไฟแต่พยายามควบคุมอารมณ์ตัวเอง ชายหนุ่มผ่อนลมหายใจจนเป็นปกติ ในหัวครุ่นคิดเท่าที่ตนสามารถทำได้ คนอย่างพี่ชายของเขาหากคิดจะทำสิ่งใดแล้วก็มุ่งมั่นไม่มีใครขัดขวางได้ ฉะนั้นจึงไม่มีประโยชน์ที่จะคัดค้านแต่ต้องแสวงหาหนทางที่เป็นประโยชน์ของตนให้ได้ เขาต้องเห็นด้วยกับพี่ชายด้วยความจำยอม แต่เรื่องที่จะให้ออกไปอยู่ข้างนอกนั้นคงทำไม่ได้เพราะมันย้ำเตือนให้เขารู้สึกว่าเป็นตัวประหลาด

            “พี่จะทำสิ่งใดข้าก็ห้ามไม่ได้อยู่แล้วสินะ” ชายผู้ต้องคำสาปพูดเสียงเข้ม “ข้าจะอยู่ที่นี่”

            “ข้าจะให้คนมาดูแลเจ้า” เขารับปากอย่างหนักแน่น

            “แต่ถ้ามีใครมายุ่งย่ามกับข้า ข้าก็ไม่ลังเลที่จะฆ่ามัน” โสมบอกด้วยเสียงเจือหัวเราะอันเหี้ยมเกรียม “พี่ก็รู้ว่าข้าชื่นชอบชำแหละร่างกายคนนักและข้ายังเก็บอวัยวะทุกส่วนดองไว้ในโหล ว่างนักก็หยิบขึ้นมาผ่าดู”

            “จะทำสิ่งใดก็ทำ แต่จะเอาศพไปประจานเช่นเดิมมิได้แล้ว” ธรรม์ไม่ห้ามเพราะนี่เป็นสิ่งเดียวที่ทำให้น้องชายพอจะมีความสุขอย่างจริงจัง

            “ข้าขอถามและให้พี่ตอบข้าตามตรงได้หรือไม่” ชายหนุ่มร่างผอมเอ่ย และได้รับการอนุญาต “พี่ชอบเจ้าราชองครักษ์โสมคนนั้นจริงหรือ”

            “ใช่” ธรรม์ตอบอย่างไม่ลังเล แววตาอ่อนลงเมื่อคิดถึงความสดใสของนางที่ทำให้เขาแช่มชื่นหัวใจทุกครั้งที่นึกถึง และแววตานั้นก็ไม่ได้รอดพ้นการสังเกตเห็นของโสมที่ภายในใจเดือดดาลยิ่งนัก

            “อ้อ” ผู้เป็นน้องชายหัวเราะเหี้ยมในลำคอ ก่อนบอกด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ็บแค้นแฝงความวิกลจริตเอาไว้บางส่วน “คนของข้ามารายงานตั้งแต่คืนก่อนว่าท่านราชองครักษ์คนดีของพี่ร่วมภิรมย์กับนางแพศยาสุวิมลตลอดทั้งคืน ไอ้ราชองครักษ์นั่นก็เหยียบย่ำศักดิ์ศรีของข้า! ท่านบอกข้าทีเถิดว่าจะให้ข้ายกโทษให้มันได้อย่างไร!

            “เหลวไหล!” ธรรม์ตะคอก ดวงตาวาวโรจน์ ชายหนุ่มรู้ดีว่าแม่หญิงโสมไม่อาจร่วมอภิรมย์กับนางสุวิมลได้เป็นแน่ เพราะต่างก็เป็นสตรีเช่นเดียวกัน

            “นางแม่เล้ารายงานเองว่าไอ้ราชองครักษ์นั่นเดินออกมาจากห้องยามสางและนางสุวิมลนอนเปลือยกายระทดระทวย จะให้ข้าคิดเป็นอื่นได้อย่างไร!

            ชายหนุ่มได้ฟังเช่นนั้นก็นิ่งตะลึงไป ความขุ่นข้องขัดเคืองแล่นขึ้นมาเป็นริ้วๆ ด้วยความไม่เข้าใจ อยากจะแล่นไปกระชากตัวมาเขย่าถามนักว่าแม่หญิงโสมกล้าทำถึงเพียงนั้นเพื่ออะไร แต่เขาเลินเล่อเกินไปที่ไม่เคยเอ่ยถามว่าหากต้องการติดต่อนางจะต้องทำอย่างไรและไปที่ไหน ทุกวันนี้มีเพียงเขาที่ต้องรอคอยให้นางเวียนมาหาซึ่งไม่อาจคาดได้ว่าจะเป็นเมื่อใด แล้วจะทำอย่างไรถึงจะพบนางได้

            นางยังรอคำตัดสินใจของข้าอยู่ต้องมาพบข้าที่บ่อนแน่ หรือหากสองทิวานางยังไม่มาข้าก็จะทำให้นางมาหาข้า!

            “ข้าจะจัดการเอง!” ชายหนุ่มเค้นเสียงพูดในที่สุดหลังจากโกรธจนตัวสั่น ใจร้อนรนจนทนนั่งต่อไปไม่ไหวต้องผุดลุกขึ้นแล้วเดินจากไป

            โสมแผดเสียงหัวเราะเยียบเย็น พี่ชายของเขาเป็นคนอารมณ์ร้าย บทจะดีก็ดีใจหาย บทจะร้ายก็ยิ่งกว่าปีศาจ ไอ้ราชองครักษ์โสมนั่นต้องเผชิญกับความร้ายกาจผนวกกับรสความหึงหวงจนสะบักสบอมเป็นแน่ แต่แค่นั้นหรือไม่สาแก่ใจ ที่คิดว่าจะให้พี่ชายเป็นคนพามาสู่มือของเขาเองนั้น ในตอนนี้คงจะเป็นไปไม่ได้เสียแล้ว คงได้แต่รอโอกาสในอนาคต

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 56 ครั้ง

4,215 ความคิดเห็น

  1. #4215 Kp09 (@kkkpit0009) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 12:47
    ชิบหายยย อิโสมปลอมนี่อย่าเพิ่งเลวดิเเกรร หัวร้อนอ่อ
    #4215
    0
  2. #4174 เมมฟิส (@tiks) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 กันยายน 2555 / 11:52
    ลุ้นแทบแย่   แต่ในที่สุดเจ้าถั่วงอกก็ไปมีอะไรๆกับยัยนั่นจนได้ ผู้ชาย
    #4174
    0
  3. #3459 chokywing (@chokywing) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2553 / 15:35
    พี่หัท ตอนที่เขียนถึงน้องชายของธรรม์อ่ะ พี่หัทเขียนชื่อท่านโสมว่าเป็นคนบรรยายอ่ะค่ะ
    ออยแอบงง
    #3459
    1
    • #3459-1 Kittttttttie (@studentgroup153) (จากตอนที่ 14)
      12 ตุลาคม 2559 / 18:56
      เหมือนน้องก็จะชื่อโสมนะคะ
      #3459-1
  4. #2940 i3eLli3oY (@chawanyan) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2553 / 07:49
     รอจร้า ^^

    สู้ๆ นะจ๊ะไรเตอร์
    #2940
    0
  5. #2938 SUPHAP@RN (@S_Samatan) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2553 / 20:13

    ตราพระราชลัญจกรมันสำคัญนะท่านราชัน  ปาให้กันงี้เลยเหรอ?

    สงสัยจะคิดถึงกิ๊กขนาดหนัก  555

    ที่ทหารบอกว่าหายๆไปจากวังบ่อยๆนี่ดอดมาหาหญิงนี่เอง -*-

    รอตอนต่อไปค่ะ  อยากอ่านต่อใจจะขาดดดดด

    #2938
    0
  6. #2936 meaw-ja (@meaw-ja) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2553 / 22:33
    รอๆๆๆลุ้นๆๆๆ
    #2936
    0
  7. #2935 Chii_Elda (@digital_lady) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2553 / 20:15
    หึงกระทั่งผู้หญิง
    #2935
    0
  8. #2933 tamora (@tamora) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2553 / 14:26
    เหอๆ อยากรู้นักว่าถ้าราชันไพรสันต์รู้เรื่องโสมกับธรรม์กิ๊กกัน งานจะเข้าขนาดไหน แรงทั้งคู่ ทั้งราชันทั้งธรรม์แต่คนละแบบ 555+
    #2933
    0
  9. #2932 Kwanita (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2553 / 14:20
    "พี่พูดบ้าอะไร"  นี่ต้องเป็นน้องชายธรรม์หรือเปล่าคะ เอ งงๆ
    #2932
    0
  10. วันที่ 20 พฤษภาคม 2553 / 14:00
    อร๊ายยยยย ตื่นเต้ล
    #2931
    0
  11. #2930 padeedee (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2553 / 11:52
    มีสองโสม แล้วก็มีอสองอรดี ต่อไปจะมีชื่อซ้ำกันอีกไหมเนี่ย

    เรื่องนี้รู้สึกมีแต่คนอารมณ์แรงๆ กันทั้งนั้น แล้วความแรงจะพัดพาเรื่องไปเช่นไรหนอ
    #2930
    0
  12. #2929 Joelle (@joelle) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2553 / 11:01

    ง่า ยังดีที่อีกข่าวไม่ได้หลุดไปด้วย

    #2929
    0
  13. #2928 กระปุกออม (@kasinee2526) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2553 / 10:17
    มันมากกกกกกกกกกก
    #2928
    0
  14. #2927 มูดดี้ (@momoka555) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2553 / 10:00

    งานเข้าโสมเยอะมากมาย

    #2927
    0
  15. #2926 oily (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2553 / 09:45
    สนุกดีค่ะ โสมคงจะงานเข้าอีกมาก

    จะรอตอนต่อไปนะคะ
    #2926
    0
  16. #2925 orange-candy (@orange-candy) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2553 / 09:25
     นั่นสิคะ ทำไมมีสองอรดีได้เล่า
    #2925
    0
  17. วันที่ 20 พฤษภาคม 2553 / 02:59

    เอ่อ  ยัยอรดีนี่ตกลงเป็นเมียใครแน่เนี่ย  เมียนายธรรม์หรือว่าเมียราชันอ่ะ  หรือว่าชื่อเหมือนกัน  เอ๊ะหรือว่าธรรม์กับราชันเป็นคนเดียวกัน แต่ว่าอันหลังเนี่ยจะเป็นไปได้เหรอ  ไม่ม้างงง

    #2924
    0
  18. #2923 koryu_jay (@koryu_jay) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2553 / 00:42
    อ้าปากค้าง

    เปิดตัวเมียลับเมียแต่งของชายหนุ่มที่มาติดพันหนูโสม

    อุอุ

    จะเป็นไงต่อไปเนี่ย

    เดาไม่ออกแล้วคร้าบบบบบบบบ

    รอตอนต่อไป อิอิ
    #2923
    0
  19. #2910 กระปุกออม (@kasinee2526) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2553 / 20:52
    สนุกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก เดาเรื่อง ผิด ตลอด แต่มันมาก รออ่านทุกวันเลย รอคอยน่ะค่ะ อย่าหายไปนาน่ะค่ะ
    #2910
    0
  20. #2909 ...jaka... (@jaka) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2553 / 20:49

    ว่าว อิส อ่ะ งง ตกลงพระเอกของเรายังไงเนี่ย ขอให้เป็น ธรรม์ทีเหอะ แบบว่าไม่ชอบราชันเลยจริง ๆ รุสึกมีเยื่อใยกับธรรม์ อิอิ

    #2909
    0
  21. #2076 อรันน์ (@arunliz) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2552 / 09:20
    โอ้ แล้วใครเป็นพระเอกล่ะเนี่ย?
    #2076
    0
  22. #2075 ~๐*ZombiE_FullmooN*๐~ (@ammilk) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2552 / 21:52
    เหมือนจะเดาเรื่องได้นิดหน่อย อิอิ

    แต่อุปไว้ รอคนเขียนมาเฉลย
    #2075
    0
  23. #2071 ปวรา (@pavara) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2552 / 23:57
    ธรรม์มีบทบาทมากเกินกว่าราชันย์หน้ากากภูตหรือเปล่า รู้สึกคาเรคเตอร์เหมือนเป็นพระเอกเลย
    คิดถึงน้องWRITERมากๆ อยากอ่านเยอะๆช่วยขยันมาอัพหน่อยเถอะค่ะ
    #2071
    0
  24. #2067 White-Lie (@686226) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2552 / 22:00
    เย่ ดีใจจังที่พี่มาอัพเร็วทันใจ

    น้องข้องใจการบรรยายความรู้สึกของเจ๊โสมอยู่นิดนึงอะค่ะ

    ตรงที่

    ...
    โสมสูดลมหายใจ.....เธอไม่ได้รู้สึกคล้าย.....ไม่ได้...ไม่ได้หวั่นไหวเลยซักนิด...ไม่เลย
    ...

    สรุปมันหวั่นไหวใช่ไหมคะ พี่กำลังหมายความว่า ร่างกายโสมบอกว่าใช่ แต่โสมพยายามคิดว่าไม่ใช่ ใช่ไหมคะ
    ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงน้องเห็นว่า เจ๊บรรยายตรง"ไม่ได้"มามากจนผู้อ่านเข้าใจว่า"ไม่ได้"จริงๆ พอมาอ่านบรรทัดสุดท้ายกับย่อหน้าถัดไปก็เลยงง ว่าสรุป หวั่นไหวหรือเปล่า
    แต่ถ้าไม่ได้หวั่นไหวจริงๆ ก็น่าเขียนว่า " ...ไม่ได้...ไม่ได้หวั่นไหวเลย...ไม่เลย" เพราะมันดูสองง่ามพาเข้าใจผิดอะค่ะ

    สุดท้ายน้องอยากให้พี่อธิบายว่าตกลงเป็นไงแน่อะค่ะ
    เพื่อที่จะได้เข้าใจตัวละครมากขึ้น

    p.s. ตัวละครเดิมยังเผยตัวไม่ได้หมด ตัวละครใหม่ก็มาอีกแล้ว นี่เป็นความตั้งใจของพี่ใช่ไหมคะ
    #2067
    0
  25. #2064 Pigmy (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2552 / 23:00
    เอริคจะเป็นใครกันนะ...แต่ถ้าเอริคเป็นเจ้าถั่วงอกหัวโต แล้วโสมจะมาเกิดเป็นลูกหนูวันได้ไงอ่ะ



    ถ้าเป็นงั้นราชันไพรสัณฑ์กับโสมก็ต้องเป็นพี่น้องกันน่ะดิ



    เอ๊...หรือว่าจะเป็นธรรม์ แต่ถึงจะเป็นใครก็ต้องมีคนที่แห้วอยู่ดีใช่ป่ะ
    #2064
    0