จันทร์ซ่อนเงา

ตอนที่ 13 : ว้าวุ่นใจ (อัพแล้ว)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,190
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 79 ครั้ง
    9 ส.ค. 55

ตอนที่ ๑๓ ปั่นหัว

            โสมกลับไปเปลี่ยนเครื่องแบบของตน ร่ายมนตร์แปลงกายแล้วซ่อนเอาสิ่งของที่ธรรม์ซื้อหามาให้เอาไว้ในบริเวณที่พบกับชายหนุ่ม หญิงสาวเดินเตร่อยู่แถวนั้นเพื่อปรับสภาวะอารมณ์ของตนให้สามารถทำงานต่อได้ เมื่ออารมณ์มั่นคงในระดับหนึ่งแล้วจึงครุ่นคิดว่าจะไปที่ไหนดีเพราะยังไม่อยากกลับไปเผชิญหน้ากับราชันหน้ากากภูตในวันนี้ ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งเธอก็ถอดหน้ากากภูตและใช้เสื้อคลุมดำของตนห่อผูกเอาไว้รอบเอว เหลือเพียงเสื้อและโจงกระเบนสีดำตลอดตัวเท่านั้นก่อนจะออกเดินทางไปยังเรือนเริงรมย์ทันที บรรยากาศของเรือนเริงรมย์ยังคงยั่วให้คนเกิดความลุ่มหลงอยู่เช่นเคย เมื่อโสมเดินเข้าไปทุกสายตาก็หันมาจับจ้องด้วยความสนใจ หญิงสาวรู้ว่าตัวเธอในร่างบุรุษดูมีเสน่ห์ รอยยิ้มหว่านเสน่ห์จึงถูกแจกจ่ายอย่างทั่วถึงทั้งบุรุษและสตรีจนต่างพากันเคลิบเคลิ้ม

            “คุณท่าน” แม่เล้าเร่งเดินมารับหน้าเมื่อทราบจากเด็กรับใช้ว่ามีบุรุษหนุ่มรูปงามปานเทพบุตรมาเยือนเรือน “เป็นเกียรติที่ได้ต้อนรับคุณท่านอีกครั้งเจ้าค่ะ เชิญทางนี้นะเจ้าคะ อิฉันจะต้อนรับขับสู้คุณท่านอย่างดีเลย”

            “ไม่ต้องไปห้องไหนหรอก ฉันมาหานางสุวิมล” โสมบอกจุดประสงค์อย่างตรงไปตรงมา แม่เล้ามีสีหน้าลำบากใจขึ้นมาทันทีแต่หญิงสาวทำเป็นมองไม่เห็น “แต่ถ้าหากนางไม่ยินดีจะพบฉันก็ให้มาบอก ฉันจะไม่บังคับนาง”

            แม่เล้ายืนอึกอักอยู่ชั่วครู่ก่อนจะส่งเด็กรับใช้ไปห้องนางสุวิมล โสมกวาดตามองสถานที่ราวกับไม่สนใจอะไรเป็นพิเศษแต่แท้จริงแล้วกำลังสังเกตทางหนีที่ไล่และมองหาคนที่มีพฤติกรรมน่าสงสัย ถึงอย่างนั้นหญิงสาวก็รับรู้ว่าแม่เล้าจับจ้องสำรวจเธออยู่ ดังนั้นเธอจึงยอมให้นางทำตามใจชั่วครู่หนึ่งก่อนจะหันกลับมาจ้องตานางด้วยแววตาหยอกเย้าพลางหัวเราะเบาๆ อย่างรู้ทันทำให้นางหน้าม้านไปเล็กน้อย ตอนนั้นเองที่เด็กรับใช้ซึ่งถูกส่งเป็นนายหน้าหอกลับมากระซิบอะไรบางอย่างแก่นาง

            “เชิญตามอิฉันมาเจ้าค่ะ” แม่เล้ากลบเกลื่อนสีหน้าแล้วเดินนำไปยังห้องพักของนางสุวิมลอย่างเงียบเชียบ โสมไม่ยอมประมาทแม้แต่นิดเดียวเพราะสายตายังคงกวาดมองพฤติกรรมของแขกทุกคนโดยละเอียด ความเคลื่อนไหวผิดปกติและแววตาที่จับจ้องมาของกลุ่มชายที่นั่งสำราญอยู่บนลานกลางเรือนทำให้รู้ว่าบางทีสิ่งที่สันนิษฐานเอาไว้อาจเป็นจริง

            มีคนของธรรม์คอยสอดแนมและจับตามองนางสุวิมลอยู่ที่นี่!

            เมื่อแม่เล้าเดินนำโสมมาจนถึงห้องหนึ่ง ประตูห้องก็เปิดออกทันทีพร้อมนางสุวิมลซึ่งออกมารับหน้า ดวงตาของนางเป็นประกายระยับ พวงแก้มแดงเปล่งปลั่ง ริมฝีปากมีรอยยิ้มที่เห็นได้ชัดว่าพยายามกลบเกลื่อนแต่ไม่สำเร็จ โสมรีบสวมบทบาทชายเจ้าชู้ทันทีด้วยการหลิ่วตาให้นาง

            “สุวิมล ต้อนรับขับสู้คุณท่านให้ดีล่ะ” แม่เล้าแปลกใจกับพฤติกรรมที่ไม่เคยเห็นมาก่อนของนางคนงามเป็นอย่างมาก ใจนึกหวั่นว่าเรื่องนี้อาจนำภัยร้ายมากรายเรือนก็เป็นได้ แต่กระนั้นก็ตามนางไม่อาจแสดงท่าทีกีดกันนางสุวิมลได้และยิ่งไม่อาจขับไล่ท่านราชองครักษ์โสมไปได้เช่นกัน “คุณท่านเจ้าคะ เชิญเข้าไปเถอะเจ้าค่ะ เดี๋ยวอิฉันจะให้เด็กไปยกสุราอาหารมาและส่งเด็กสาวมาปรนนิบัติคุณท่าน”

            “สุราอาหารยกมาก็ได้แต่ฉันต้องการแค่แม่หญิงสุวิมลเท่านั้น” โสมประกาศเมื่อเดินผ่านหน้าแม่เล้าเข้าห้องนางสุวิมลซึ่งเอี้ยวตัวเปิดทางให้ด้วยอาการเกร็งๆ เล็กน้อย ในดวงใจของนางคนงามพองฟูและตื้นตันนักที่คุณท่านยังคงเรียกนางอย่างให้เกียรติและแสดงออกว่านางมีความสำคัญ

            เมื่อก้าวเข้ามาในห้องแล้วโสมก็หับประตูปิดใส่หน้าแม่เล้าที่ทำท่าจะเข้ามาขัดขวางทันที หญิงสาวในคราบชายหนุ่มหันหลังกลับมาหานางคนงามที่บัดนี้ควบคุมอารมณ์และเก็บอาการของตนได้แล้ว พลางเดินเข้าไปนั่งอิงหมอนด้วยความผ่อนคลายราวกับตนมีสิทธิ์เต็มเปี่ยมในห้องอันใหญ่โตห้องนี้

            “ท่านราชองครักษ์จะฟังดนตรีหรือไม่เจ้าคะ” น้ำเสียงละมุนเจือความเย็นชาเอ่ยขึ้นแต่ไม่รอคำตอบ นางคลานเข่าไปยกจะเข้มาตั้งแล้วลงมือบรรเลงเพลง

            นางสุวิมลบรรเลงเพลงด้วยจิตใจไม่ปกตินักเพราะถึงแม้ดวงตาของนางจะหรุบลงมองปลายนิ้วแต่ดวงตาในดวงใจนั้นสัมผัสได้ว่านางกำลังถูกจับจ้องด้วยสายตาของบุรุษเจ้าเสน่ห์ผู้นั้น ดวงตาสีไพลินยามสะท้อนแสงเทียนสีทองคงจะงามจับตานัก ยิ่งถ้าดวงตาคู่นั้นฉายแววหวานระริกอยู่แล้วจะยิ่งมีอานุภาพสั่นคลอนหัวใจและร่างกายจนเหมือนจะจับไข้ และมันช่างน่าท้อแท้ใจนักที่นางรู้ดีว่าตนไม่สามารถต่อต้านอานุภาพเช่นว่านั้นได้เลย ตั้งแต่ที่นางเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยเหลือท่านโสม นางคิดว่าอาจจะไม่รอดชีวิตเพื่อได้เจอท่านอีกเสียแล้ว ผิดคาดที่ท่านผู้นั้นเพียงกำชับอย่างเย็นชาว่าห้ามลามปามกับท่านโสมอีก หาไม่แล้วท่านผู้นั้นจะสังหารนางเสีย แม้นางจะกลัวตายแต่นางไม่อาจห้ามใจได้เพราะนางรู้ตัวว่าหัวใจไม่ได้เป็นของนางอีกต่อไป บางทีมันอาจจะทรยศไปเป็นของท่านโสมตั้งแต่ตอนที่ท่านกอดนางเอาไว้ หรืออาจจะเป็นตอนที่สัมผัสริมฝีปากกัน หรืออาจจะเป็นตั้งแต่วันแรกที่ท่านปรากฏตัวต่อหน้านางแล้วใช้ดวงตาคู่สวยสีแปลกนั่นจ้องมองนางก็เป็นได้

            เมื่อทิพยดนตรีสิ้นเสียงสุดท้าย ประตูห้องจึงค่อยเลื่อนเปิด สุราชั้นเลิศหลายไหส่งกลิ่นหอมตลบไปทั้งห้องเมื่อเด็กรับใช้เปิดจุกผ้าออก กับแกล้มรสจัดจ้านสี่จานตกแต่งสวยงามชวนลิ้มรส แม่เล้ารีบมานั่งคุกเข่าเตรียมปรนนิบัติข้างกายแต่โสมรู้ทันชิงพูดเสียก่อน

            “ฉันต้องการความเป็นส่วนตัว” หญิงสาวในคราบชายหนุ่มจงใจใช้น้ำเสียงและแววตาเย็นชาจนคนมองสะท้าน ได้แต่ถอยฉากไปอย่างไม่สู้เต็มใจ เมื่อประตูห้องปิดลงเธอจึงกวักมือเรียกให้นางสุวิมลเข้ามาใกล้ “แม่หญิงจะมีไมตรีรินสุราให้ฉันรึไม่”

            นางสุวิมลอดจะค้อนให้กับคนที่ปั้นหน้ายิ้มใสซื่อไม่ได้ ท่านเล่นใช้น้ำเสียง ใช้แววตาและคำพูดเช่นนี้จะให้คนฟังทนใจแข็งเป็นหินศิลาได้หรืออย่างไร นางค่อยๆ รินสุรากลิ่นหอมให้ท่านดื่มอย่างสำราญใจพลางรำพึงว่าแม้จะเป็นเพียงการรินสุราให้ท่านดื่มเงียบๆ กลับทำให้ความสุขงอกงามขึ้น

            “แม่หญิงคิดอะไรอยู่” โสมเย้า นางคนงามยิ่งขัดเขินจนมือไม้สั่นและไม่อาจเก็บงำสีระเรื่อบนพวงแก้มได้

            “ช่างชอบรังแกคนนัก!” นางคนงามร้องพ้อ หัวใจเต้นระทึกยิ่งขึ้นเมื่อได้สดับเสียงหัวเราะอันแจ่มใสของท่านโสม

            “แม่หญิงคนงามที่แสนเย็นชาคนนั้นหายไปไหนหนอ” โสมพูดลอยๆ ทำให้ท่าทีถือตัวเย็นชากลับมาอีกครั้งราวกับกำลังปกป้องตัวเองจากการถูกทำร้ายจิตใจ หญิงสาวในคราบชายหนุ่มสังเกตเห็นได้จึงลอบยิ้มมุมปาก คิดในใจว่าตนมาถูกทางแล้ว ยิ่งปั่นหัวนางมากเท่าไหร่นางก็จะยิ่งหมดการป้องกันตัวเท่านั้น “ที่นั่งอยู่ตรงหน้าฉันคือแม่หญิงผู้งดงามอ่อนหวานยิ่งกว่านางอัปสรสวรรค์เสียอีก”

            เกราะกำแพงน้ำแข็งพังทลายลงเมื่อได้รับคำชื่นชมเยินยอ นางสุวิมลขัดเขินจนทำอะไรไม่ถูกจึงได้แต่ยกไหสุรารินให้ไม่หยุด โสมยังคงวอนขอให้นางคนงามป้อนกับแกล้มและฉวยโอกาสดมดอมผมหอมและกายอุ่นละมุนอย่างเปิดเผย จนใจที่นางสุวิมลจะเอ่ยห้าม

            “ฉันยังไม่ได้ขอบใจแม่หญิงเลยที่ช่วยชีวิตฉันเอาไว้” โสมพูดด้วยน้ำเสียงสบายๆ ทั้งที่ในใจกำลังคิดสลับซับซ้อน “หากไม่ได้ยาที่แม่หญิง ป้อน ให้ในคืนนั้น ฉันคงไม่ได้มานั่งสำราญใจกับแม่หญิงอยู่ที่นี่”

            “อิฉันย่อมต้องทำโดยไม่ลังเลอยู่แล้วเจ้าค่ะ”

            “ยาตัวนั้นคือยาอะไรหรือ” หญิงสาวในคราบชายหนุ่มอ้าปากรับกับแกล้มด้วยท่าทางเกียจคร้านอย่างพร้อมที่จะทำให้คนตายใจ

            “เป็นยาต้านยาสลบเจ้าค่ะ” นางสุวิมลตอบแล้วก็ใจหายวาบเมื่อรู้ตัวว่าเผลอเผยความลับบางอย่างออกไป นางเหลือบมองคนถามด้วยความระแวดระวัง เมื่อเห็นท่าทีผ่อนคลายติดจะเกียจคร้านของท่านก็เบาใจขึ้นมานิดหนึ่ง

            “ฉันทำงานเสี่ยงชีวิตอยู่บ้าง คงต้องหายาพวกนี้เอาไว้ติดกายในยามวิกฤต ไม่ทราบว่าแม่หญิงพอจะรู้จักร้านขายยาดีๆ แนะนำให้ฉันไหม” ท่านราชองครักษ์ถามยิ้มๆ “ตัวฉันจะรอดชีวิตหรือจะจบชีวิตก็คงต้องหมายพึ่งยาพวกนี้เสียแล้ว”

            “อิฉันรู้จักร้านขายยาใหญ่แถวตลาดเจ้าค่ะ ชาวเมืองที่มีฐานะมักจะไปซื้อหายากันที่นั่น เห็นว่ารักษาได้ชะงัดนัก”

            “อืม... แล้วสุราดีล่ะ ต้องซื้อหาที่ใด” หญิงสาวในคราบชายหนุ่มพาออกนอกเรื่องอย่างแนบเนียน

            “อิฉันไม่ค่อยได้ออกไปไหนและไม่ค่อยได้สุงสิงกับใครจึงไม่ทราบได้เจ้าค่ะ” นางสุวิมลตอบหยิ่งๆ ปรายตามองโสมราวกับบอกว่า ท่านมีวาสนาปานใดแล้วที่ได้มานั่งสุงสิงในห้องของอิฉันได้

“แม่หญิงดูมีเสน่ห์มากเหลือเกินเมื่อพูดด้วยสีหน้าแบบนี้” โสมเยินยอด้วยท่าทางเจ้าชู้กรุ้มกริ่ม จึงได้เห็นดอกไม้แดงอีกครั้ง “ฉันควรจะรู้อยู่แล้วว่าสุราดีคือสุราที่แม่หญิงสุวิมลเป็นผู้รินให้ฉันดื่มซึ่งไม่อาจซื้อหาหรือประเมินค่าได้”

            “ปากหวานร้ายกาจนัก” นางทอดถอนใจ เบิกบานและเคลิบเคลิ้มจนไม่อาจช่วยเหลือตัวเองได้

            “ใครเขาก็ว่าอย่างนั้น” ท่านราชองครักษ์ยิ้มเจ้าเล่ห์ ตาแพรวพราว

            “คงจะใช้ใบหน้างดงามนั้นหลอกล่อและใช้วาจานั้นล่อลวงบุปผาไปเชยชมดอกแล้วดอกเล่ามาแล้วกระมังเจ้าคะ จึงเอ่ยได้คล่องนัก”

            “อย่าเอ่ยถึงเรื่องราวในอดีตเลยเพราะมันทำให้ฉันต้องทอดถอนใจอยู่เสมอว่าฉันมีตาแต่ไร้แววเพียงใดจึงไม่ค้นพบแม่หญิงเสียให้เร็วกว่านี้”

            นางสุวิมลสะเทิ้นอายเมื่อดวงตาสีไพลินคู่งามสบจ้องอย่างเว้าวอนอ่อนหวาน นางลืมถ้อยคำตัดพ้อไปเสียสิ้น รับรู้แต่เพียงว่าบุรุษหนุ่มผู้มีบุคลิกซับซ้อนไม่ธรรมดาผู้นี้ช่างมีพรสวรรค์อันร้ายกาจนักในการกลั้นแกล้งรังแกใจสตรีให้ระทดระทวย ตัวนางผู้ซึ่งเย็นชาต่อบุรุษเสมอมายอมสิโรราบให้แก่บุรุษผู้นี้ย่อมกล่าวได้ว่าสมควรยิ่งแล้ว หลังจากนั้นทั้งสองก็คุยสัพเพเหระกันเนิ่นนาน โสมยัดเยียดป้อนสุราให้นางสุวิมลดื่มจนนางเมามาย ขยันกวาดต้อนปั่นอารมณ์ของนางให้ขึ้นๆ ลงๆ อยู่ตลอดจนนางหมดความควบคุมตัวเองและเริ่มพูดเพ้อพร่ำตอบตามที่เธอไถ่ถาม หญิงสาวในคราบชายหนุ่มยิ้มใส่ไหสุราแล้วกระดกขึ้นดื่มจนหมด นางสุวิมลเอนกายเข้าซบอกเธอในตอนนั้นเมื่อเห็นว่ามีสุราบางส่วนไหลลงมาที่ลำคอนางจึงชะโงกไปลิ้มรสอย่างไม่มีสตินัก

            “แม่หญิง!” โสมเกือบสำลัก ละล่ำละลักดันร่างอรชรที่ทำท่าจะเลื้อยขึ้นมาบนตัวออกห่าง เห็นทีนางคนงามเมามายเหลือเกินแล้ว ดวงตาจึงได้หวานฉ่ำปานจะหยาดหยด เนื้อตัวร้อนรุมแดงเรื่อและเอาแต่หัวเราะคิกคักจ้องจะลวนลามคนอยู่เรื่อย “ฉันว่าแม่หญิงนอนพักจะดีกว่า”

            “คุณท่านจะไปแล้วหรือเจ้าคะ” นางสุวิมลถามเสียงอ้อแอ้ ไม่ปิดบังความเอาแต่ใจในน้ำเสียงแม้สักนิด “อย่าไปเลย อยู่กับอิฉันนะเจ้าคะ”

            “ฉันอยู่ได้แน่หรือ” โสมทอดเสียงหยั่งเชิงขณะตะครุบมือบางแสนซุกซนเอาไว้ “แล้วคนผู้นั้นจะไม่มาหาเรื่องฉันแน่นะ”

            “ช่างเขา! อิฉันไม่สนใจอีกแล้ว!” นางคลุ้มคลั่งขึ้นมาทันที “ขอเพียงมีคุณท่าน ต่อให้เขาจะสังหารอิฉันจริง อิฉันก็ยอม เป็นเพราะมันทำให้ชีวิตอิฉันเหมือนตกนรกทั้งเป็น!

            “เดี๋ยวก่อนนะ แม่หญิงพูดถึงใครอยู่หรือ” ท่านราชองครักษ์ตะล่อมถาม

            “ท่านโสม” นางโผเข้าหาแล้วซุกกายอันสั่นระริกอยู่ในอ้อมอกที่นางพึงใจ “อยู่กับอิฉันนะเจ้าคะ อย่าไปไหนเลย”

            “คุยกันก่อนสิ” โสมสะกิดให้คนที่ทำท่าจะหลับตานอนตื่นขึ้นมา

            “ดับเทียนก่อนเถิดเจ้าคะ อิฉันแสบตาเหลือเกิน”

            โสมทอดถอนใจ หันไปดับเทียนจนทั้งห้องมีเพียงแสงสลัวที่ลอดพ้นเข้ามาทางหน้าต่างเท่านั้น เมื่อเห็นแสงเทียนดับลงเช่นนี้คาดเดาได้เลยว่าแม่เล้าที่คอยสังเกตการณ์อย่างกระวนกระวายอยู่ด้านนอกต้องใจหล่นตกลงถึงตาตุ่มจนต้องปรี่เข้ามาเคาะห้องเป็นแน่แท้ แต่นางคงไม่กล้าผลักประตูเข้ามาเพราะเกรงจะเจอฉาก ชิดเชยผกา แล้วก็เป็นอย่างที่เธอคาดเอาไว้จริงๆ เสียด้วย แต่เพียงไม่นานเสียงเคาะประตูก็หายไปบ่งบอกว่าแม่เล้าล่าถอยไปด้วยอับจนปัญญาจะห้ามปรามเสียแล้ว

            แล้วคนของธรรม์ล่ะ จะจัดการกับสถานการณ์นี้อย่างไร

            “แม่หญิงรู้จักธรรม์หรือไม่” โสมกระซิบถาม ขยับจัดท่านอนของนางคนงามให้นอนสบาย รับรู้ได้ว่านางตัวแข็งทื่อไปชั่วครู่หนึ่งเมื่อได้ยินชื่อของธรรม์

            “รู้จักเจ้าค่ะ” นางตอบเบาๆ น้ำเสียงละม้ายหวาดหวั่นแต่ก็คล้ายจะเทิดทูน

            “แล้วแม่หญิงรู้ไหมว่าคนสำคัญของธรรม์คือใคร” เธอพยายามใช้น้ำเสียงอ่อนนุ่มกล่อมให้นางตอบแต่โดยดี

            “ท่านโสม” นางตัวสั่นระริกเบียดเข้าหาร่างของโสมราวกับจะยึดเป็นที่พึ่งพิง หญิงสาวในคราบชายหนุ่มจนใจจึงจำต้องรับร่างของนางเอาไว้ในอ้อมอก

            โสมถอนหายใจนอนมองเพดานราวกับว่ามันจะหล่นลงมาทับได้ทุกวินาที ในตอนนี้หญิงสาวสับสนเหลือเกินว่าตนมาที่เรือนเริงรมย์เพื่อจุดประสงค์ใดกันแน่ หาที่นอน หาข่าว หรือมาด้วยเรื่องส่วนตัว ภาพความทรงจำในการเที่ยวชมตลาดกับธรรม์ยังตามติดไม่ห่างหาย ความรู้สึกอันปั่นป่วน อ่อนหวานและชอกช้ำยังวนเวียนอยู่ในหัวใจ ตัวเธอเกิดมาจนตายมารอบหนึ่งยังไม่เคยเจอความรู้สึกที่เฉียดใกล้คำว่ารักมาก่อน ครั้นต้องมาพบเจอกลับต้องพบกับคนที่ไม่อาจครอบครองได้ ชะตาชีวิตคนเรามันช่างเล่นตลก แต่ครั้งนี้เห็นจะเป็นตลกร้ายถึงขั้นรังแกกันเกินไปหน่อยกระมัง

            ท่านราชองครักษ์โสมครุ่นคิดถึงนลวรรณสหายในโลกที่ตนจากมา หล่อนเล่าว่าเมื่อครั้งที่ตนต้องมาอยู่ในฐานะแม่หญิงจันทรวดีก็ถูกความรักกลั่นแกล้งให้ต้องใจกับสามีซึ่งตอนนั้นมีภรรยาอยู่หลายคน หล่อนปกป้องใจตัวเองด้วยการพยายามไม่หลงรักและคิดแต่เพียงจะหลอกใช้เพื่อความปลอดภัยของตัวเองเท่านั้น กระนั้นหัวใจก็คิดทรยศไปหลงรักสามีจนได้ ต้องเจ็บช้ำเพราะภรรยาคนเก่าและภรรยาคนใหม่ของสามี กว่าจะจิตใจเข้มแข็งมั่นคงและเชื่อใจสามีว่ารักหล่อนจนไม่เหลือความรักให้ใครอีกต่อไป หล่อนก็เหลือเวลาที่จะเสพสุขความรักนั้นอยู่น้อยนิดก่อนที่ความตายจะพรากหล่อนไปจากสามีและกลับมาพบรักกันใหม่ในโลกมนุษย์ แล้วตัวเธอล่ะ ชะตาชีวิตจะเหมือนนลวรรณหรือไม่ สถานการณ์ของเธอสามารถเอาไปเปรียบเทียบกับสถานการณ์ของนลวรรณได้จริงหรือ

            “ฉันขอถามแม่หญิงเป็นคำถามสุดท้ายจะได้หรือไม่”

            “เจ้าค่ะ”

“แม่หญิงเป็นเมียของธรรม์ใช่หรือไม่!

            กว่าโสมจะออกจากห้องของนางสุวิมลมาได้ก็ค่อนสว่าง หญิงสาวเดินผ่านร่างของแม่เล้าและเด็กรับใช้ที่นอนกองกันอยู่หน้าห้องไปอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะตัดสินใจเดินมาปลุกให้ไปดูแลนางสุวิมลที่นอนเปลือยกายอยู่บนฟูก เธอรู้ว่าเรื่องนี้จะทำให้เรือนโกลาหลเพียงใด แต่ในยามนี้ยิ่งเธอทำเรื่องให้วุ่นมากเท่าไหร่สิ่งต่างๆ ก็จะยิ่งเปิดเผยมากขึ้นเท่านั้น

            แต่ที่ธรรม์ไม่ออกหน้าจัดการอะไรเมื่อเธออยู่กับนางสุวิมลเพียงสองคนช่างน่าสงสัยนัก เพราะโดยท่าทีของเขาแล้วเมื่อลูกน้องไปรายงานความย่อมต้องโผล่มาหาเธอเป็นแน่ เว้นแต่ว่าคนพวกนั้นไม่ใช่คนของธรรม์ เช่นนั้นแล้วจะเป็นคนของใครกัน

            โสมเตร็ดเตร่อยู่ในเมืองจนตะวันส่องกลางศีรษะก่อนสวมหน้ากากภูตและห่มผ้าคลุมดำให้เรียบร้อยเพื่อกลับวังด้วยความเหนื่อยล้าทั้งกายและใจ ในใจหวนคิดถึงตอนที่เธอถามคำถามนั้นออกไป นางสุวิมลกลับไม่มีแก่ใจจะตอบเสียแล้วเพราะนางเอาแต่กอดรัดร่างของเธออย่างกระสับกระส่ายแล้วลุกขึ้นถอดเสื้อผ้าออกเสียหมด หญิงสาวแทบหัวใจวายตายเพราะนางคนงามแนบกายเข้าหาแล้วพรมจูบไปทั่วใบหน้าของเธอ โชคยังดีที่หลังจากนั้นไม่นานนางก็หมดสติไป

 

“ท่านราชองครักษ์!” เมื่อเดินมาถึงหน้าพระตำหนักสุริยัน เสียงของทหารภูตห้านายผู้ได้รับหน้าที่ในการเฝ้าอารักขาก็พูดขึ้นพร้อมกันด้วยน้ำเสียงยินดีราวกับเห็นฟ้ามาโปรด โสมคิดอย่างขบขันว่าหากทำได้ทหารภูตทั้งห้าคงเข้ามาคุกเข่ากอดขาเธอแล้วร้องไห้น้ำตาไหลพรากๆ แน่ “ท่านไปไหนมาขอรับ พวกกระผมผลัดเวรกันออกตามหาท่านเป็นนานไม่เจอแม้แต่ร่องรอย ท่านไม่ทราบรึว่าเกิดเรื่องมากมายแค่ไหน”

            “อะไรกัน ฉันไม่อยู่แค่นี้กลายเป็นว่าถึงขั้นต้องผลัดเวรกันออกตามหาเลยหรือ” โสมพูดเสียงกลั้วหัวเราะ เดาว่าป่านฉะนี้ราชันที่ประทับอยู่ด้านในคงจะรู้แล้วว่าเธอมาเพราะเสียงเอะอะของทหารภูตเหล่านี้และนั่น... หลังของมหาดเล็กหายวับไปไวๆ ด้วย

            “อย่างไรก็ช่างเถิดขอรับ ท่านกลับมาก็เหมือนฟ้ามาโปรดพวกกระผม หากพ้นคืนนี้ไปโดยไม่ได้ตัวท่านมา พวกกระผมแย่แน่ๆ” ทหารทั้งห้านายรีบตรงเข้าล้อมโสมแล้วจัดการ ต้อน ให้เข้าไปด้านใน “ตั้งแต่ท่านผลุนผลันออกไปวันนั้น ราชันก็มีพระราชโองการให้พวกกระผมตามท่านมาเข้าเฝ้าให้ได้ รีบเข้าไปเถิดขอรับ”

ในที่สุดหญิงสาวก็มายืนอยู่ต่อหน้าราชันไพรสัณฑ์ที่ทรงหน้ากากภูตครึ่งหน้ากำลังประทับนั่งอยู่บนพระแท่นราวกับรอต้อนรับ

            “พวกเจ้าออกไปได้ ไม่มีคำสั่งห้ามใครเข้ามาเด็ดขาด”

            “แหมๆ ไม่คิดว่าท่านจะคิดถึงฉันถึงขนาดให้พวกทหารภูตออกตามหาเลยนะนี่”

            “ใช่ ข้าคิดถึงท่านมากเชียวล่ะ ท่านราชองครักษ์โสม” พระสุรเสียงของราชันทำให้โสมขนลุกอย่างไม่ทราบสาเหตุ หญิงสาวเสหัวเราะแล้วเดินเลี่ยงไปนั่งที่แท่นนั่งของตนที่ตั้งอยู่ใกล้กันด้วยท่าทางสบายๆ

            “ท่านรู้รึไม่ว่าท่านชักจะโด่งดังเกินไปเสียแล้ว เมื่อก่อนเรื่องของท่านก็เป็นที่พูดถึงในหมู่ชาวเมืองอยู่บ้าง แต่ในยามนี้ทุกคนในเมืองต่างกล่าวขวัญถึงท่านราชองครักษ์โสมรูปงามเจ้าเสน่ห์กันทั้งนั้น”

            “อะไรกัน” โสมแปลกใจ ราชันหน้ากากภูตปรายตามองนางหมิ่นๆ

“เป็นเพราะพวกนางกำนัลเหล่านั้นละเมอเพ้อพกถึงท่านให้ครอบครัวพวกเขาฟังยามได้รับอนุญาตให้กลับไปเยี่ยมบ้านได้อย่างไรเล่า”

            โสมเพิ่งเข้าใจและตำหนิตัวเองที่เพิ่งจะมาเอะใจบางอย่างเอาตอนนี้ เธอประมาทไปจริงๆ คิดว่าตัวเองเก่งและฉลาดนักจนกลับกลายเป็นคนโง่ ทำไมเธอถึงไม่เอะใจตั้งแต่ที่นางสุวิมลเรียกเธอว่า ท่านราชองครักษ์ ทั้งที่เธอไม่เคยบอกหล่อนว่าดำรงตำแหน่งใดในวัง

            เธอมันโง่และไม่เฉลียวใจสักนิด!

            “สาวๆ ชอบฉันขนาดนี้เชียวหรือ ปลื้มใจจริง” เธอพูดกลบเกลื่อนความคิดตัวเอง

            “การหว่านเสน่ห์ไปทั่วแบบนี้ไม่สมควรทำอย่างยิ่ง” ราชันหนุ่มรับสั่งเสียงเข้ม

            “มาห้ามไม่ให้ฉันเจ้าชู้ ตัวท่านเองก็เถอะ ถึงปากว่าจะรักเดียวใจเดียว แต่ก็คงมีนางสนมมากมายเก็บซ่อนเอาไว้แน่ๆ”

            “ข้าไม่มีนางสนมสักนาง” พระองค์ไม่ได้โกหกสักนิด ก็ทรงไม่มี นางสนม จริงๆ นี่นา

โสมเลิกคิ้วมององค์ราชันอย่างไม่อยากเชื่อ ราชันทำให้เธอผิดคาดนัก ไม่คิดว่านอกจากเขาจะเป็นพวกนิยมสิทธิสตรีแล้วยังไม่มีสนมนางในอีก พระองค์เป็นชายที่แปลกจากชายทั่วไปจริงๆ

            “ท่านพูดจริงหรือ ไม่มีนางสนมสักนางจริงๆ น่ะหรือ” หญิงสาวยังถามย้ำ

            “ท่านสงสัยอะไรในคำพูดของข้านักรึ” ดูคล้ายพระองค์จะไม่พอพระทัยที่มีคนสงสัยว่าพระองค์โกหกพกลม

            “เปล่านะ เพียงแต่ว่าฉันผิดคาดมากๆ เท่านั้นเอง” เธอไม่อยากเสี่ยงกวนโทสะราชัน “ถ้าอย่างนั้นหมายความว่าท่านไม่มีนางสนมสักนางแล้วไปหาความสำราญข้างนอกในคราบชายนิรนามเพื่อที่เมื่อมีการอภิเษกสมรส ท่านจะได้ทะนุถนอมนางที่รักเพียงนางเดียวอย่างนั้นหรือ”

            “ท่านรู้ใจข้า” รับสั่งด้วยเสียงสรวล

            “เลิกพูดเรื่องของข้าเถิด เรื่องที่ท่านจะไปคุยกับจอมโอหังนั่นไปถึงไหนแล้วล่ะ” ราชันหนุ่มเปลี่ยนเรื่องซึ่งทำให้โสมต้องเผลอยิ้มแหยๆ ออกมา นึกโล่งอกที่สวมหน้ากากภูตปิดบังใบหน้าอยู่นัก

            “ก็ยังไปไม่ถึงไหนเลย หากท่านคิดว่ามันทำง่ายนักท่านก็คงลงไปทำเองแล้วล่ะ จริงไหม ให้เวลากันหน่อยสิ” โสมออกตัว

            “อย่างนั้นรึ” พระสุรเสียงของราชันหนุ่มทำให้อุณหภูมิในห้องอบอ้าวสลับหนาวเย็น เธอรู้ว่าพระองค์ไม่พอพระทัยมากทีเดียวตามประสาคนที่ชอบแสร้งทำเป็นใจเย็นทั้งที่ความจริงแล้วใจร้อนราวกับลาวาภูเขาไฟ

            “เรื่องเครียดอย่าเพิ่งคุยกันเลยนะ” โสมรีบหาเรื่องคุยเพื่อเปลี่ยนสถานการณ์ “ท่านให้ทหารออกตามหาฉันคงจะคิดถึงฉันล่ะสิ ว้า... ฉันลำบากใจ อย่างนี้จะกล้าไปไหนไกลได้ยังไง”

            “ข้าคิดว่าเจ้าคงไม่ลืมหรอกนะว่าครั้งนั้นเกิดอะไรขึ้น” พระสุรเสียงของราชันทำให้โสมหนาวเยือกสลับร้อนมากขึ้นกว่าเดิมเสียอีก ยังไม่ทันตั้งตัวอะไรพระวรกายสูงใหญ่ของราชันไพรสัณฑ์ก็กระโจนเข้าหาโสมด้วยความรวดเร็วราวพยัคฆ์ตะครุบเหยื่อจนล้มลงบนแท่นนั่งด้วยกัน ขาทั้งสองข้างของหญิงสาวถูกท่อนพระเพลาที่ทั้งหนักและใหญ่ทรงพลังกดทับเอาไว้จนกระดิกกระเดี้ยไม่ได้ แขนทั้งสองข้างก็ถูกพระหัตถ์กุมเอาไว้แน่นตรึงกับเตียง สภาพของเธอในตอนนี้จึงไม่อาจต่อสู้ขัดขืนพระองค์ได้แม้แต่น้อย

            “ท่านเล่นอะไรน่ะ! จะปล้ำฉันรึไง!” โสมร้องเสียงหลง พยายามดิ้นรน แต่ยิ่งดิ้นรนก็ยิ่งรู้สึกเหมือนถูกกดเอาไว้แน่นกว่าเดิม ยิ่งเห็นรอยแย้มพระโอษฐ์ปริศนาของราชันก็ยิ่งใจไม่ดี “นี่ท่านคงไม่ได้คิดจะทำไม่ดีไม่ร้ายกับฉันหรอกนะ อย่าลืมสิว่าทั้งท่านและฉันต่างก็เป็นชายชาติทหาร”

            ในสถานการณ์แบบนี้เธอพูดอย่างเต็มปากว่าตนเป็นชายชาติทหารได้โดยไม่รู้สึกผิดเลยแม้แต่น้อย!

            “เป็นเพราะท่านทำให้ข้าต้องปรามาสตัวเองอย่างรุนแรง ท่านไม่คิดจะรับผิดชอบสักนิดเลยหรือ” รับสั่งพลางสรวลในลำพระศอเบาๆ ฟังแล้วน่าหวาดกลัวคล้ายพระองค์เป็นภูตจริงๆ ดั่งพระสมัญญานาม

            “ฉันไม่ได้ทำอะไรสักนิด!” หญิงสาวร้องเสียงสั่น

            “ข้าชักจะสงสัย..” ราชันหนุ่มลากพระสุรเสียงยาว พระองค์ทรงรวบข้อมือบอบบางของโสมเอาไว้ด้วยพระหัตถ์ข้างเดียวแล้วใช้พระหัตถ์อีกข้างหนึ่งถอดหน้ากากภูตของโสมออกเหมือนการทำลายประการป้องกันตัวเองของเธอลงชั้นหนึ่งแล้วก็ทรงจ้องหน้าโสมนิ่งไป

            “ว่าตัวท่านมีอะไรพิเศษเลิศเลอถึงขั้นทำให้ข้าลืมตัวได้” ทรงพระสรวลราวกับเสียงคำรามต่ำๆ ทำให้คนฟังขนลุกซู่ด้วยความหวาดหวั่น “ข้าไม่ชอบอะไรที่ไม่ชัดเจน ดังนั้นเรามาพิสูจน์บางอย่างด้วยกันดีกว่า”

            “ไม่เอา! ท่านจะทำอะไรฉันน่ะ อย่าทำอะไรบ้าๆ นะ ไม่อย่างนั้นฉันจะร้อง...”

            โสมไม่ทันได้พูดจบพระโอษฐ์กระด้างก็ประทับบดเบียดลงมา ริมฝีปากของเธอร้อนราวกับถูกไฟเผาแต่ก็รับรู้ถึงรสหวานซ่านบางอย่างที่ทำให้สัมผัสนี้กลายเป็นความทรมานอันแสนยั่วยวนใจ ไฟบางอย่างในกายสาวลุกไหม้อย่างรุนแรงจนต้องดิ้นรนออกจากพันธนาการอย่างดุกร้าวด้วยปรารถนาความใกล้ชิดที่มากกว่านี้ เพลิงไฟลามเลียจนเปลือกแห่งอารมณ์มอดไหม้เหลือเพียงเนื้อแท้แห่งอารมณ์ โสมรู้สึกเหมือนถูกผลักลงสู่หุบเหวอันเกินจะหยั่งถึง ไม่อาจช่วยเหลือตัวเองได้นอกจากตะเกียกตะกายหาที่จับยึดเพื่อลดหลั่นความหวาดกลัวที่แอบซ่อนอยู่ในซอกใจ

            เสียงแก้วทองเหลืองที่ตั้งอยู่บนตั่งตกสู่พื้นดังเปรื่องเพราะมือของโสมปัดไปโดนทำให้ผู้ที่กำลังก้าวสู่เส้นทางแห่งดำกฤษณารู้สึกตัว เสียงหอบหายใจเป็นเพียงเสียงเดียวที่ดังอยู่ในห้องพระบรรทม พระเนตรภายใต้หน้ากากภูตจ้องโสมอย่างตกตะลึงและไม่อยากจะยอมรับในตัวพระองค์เอง โสมกำลังนอนหอบหายใจระรวยรินอยู่บนเตียงนอนใต้พระวรกายของพระองค์ ดวงหน้าฉ่ำหวานไปด้วยสีระเรื่อ ดวงตาสีน้ำเงินงามซึ้งแปลกตาเหม่อคว้างคุไปด้วยแรงอารมณ์อันร้อนรุ่มและริมฝีปากอิ่มเอิบสีแดงจัดบวมเจ่อด้วยการจุมพิตอย่างร้อนแรงเผยอ ราวกับเชิญชวนให้ก้มลงไปลิ้มรสความหวานที่อุ่นซ่านนั่นอีกครั้งหนึ่ง

            “นี่มันเรื่องบัดซบที่สุด!” ราชันไพรสัณฑ์เค้นพระสุรเสียงพูดออกมาแต่ไม่ดังไปกว่าเสียงกระซิบเท่าไรนัก “เจ้ากับข้าต่างก็เป็นบุรุษ แต่กลับเข้ากันได้ดีในเรื่องนี้”

            “ไม่ใช่ความผิดของฉันสักนิด!” โสมพูดเสียงกระท่อนกระแท่น ไม่มีแรงแม้แต่จะผลักให้พระวรกายแกร่งกำยำที่ทาบทับอยู่ออกจากตัว “ฉันไม่ใช่ต้นเหตุนี่นา ต้องโทษตัวท่านเองนั่นแหละที่เพิ่งจะมารู้ตัวว่าชอบทั้งผู้ชายทั้งผู้หญิง”

            “ฮึ! ก็อาจจะใช่! เราจุมพิตกันจนเตียงแทบไหม้ ข้าไม่เคยคิดจะทำเช่นนี้กับบุรุษคนใดนอกจากท่าน!” ราชันหนุ่มรับสั่ง หญิงสาวสังเกตว่าริมฝีปากของพระองค์ซีดขึ้นตามลำดับ

“เข้าใจรึไม่! ข้ามีพฤติกรรมเช่นนี้กับท่านเพียงคนเดียว!

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 79 ครั้ง

4,215 ความคิดเห็น

  1. #4173 เมมฟิส (@tiks) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 กันยายน 2555 / 11:37
    พระเอกเริ่มสับสน
    #4173
    0
  2. #2921 AmRyzZ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2553 / 11:23
    จะมาเป็นนายบำเรอข้าไหมล่ะ อิอิ



    ชอบมากๆๆๆๆๆ ค่า
    #2921
    0
  3. วันที่ 13 พฤษภาคม 2553 / 11:49
    ช่างเป็นตอนที่ยาวจริง ๆ ค่ะ น้องหัทคงต้องเค้นสมองกันสุด ๆ หลังจากฟื้นไข้ คนอื่นมีข้อสงสัยในเรื่องของฉาก แต่พี่ขอเป็นเรื่องของการสะกดคำแล้วกันนะคะ

    1.มนตร์แปลกาย จะใช่ "มนตร์แปลงกาย" รึปล่าว
    2.บุพผา น่าจะเป็น "บุปผา" ที่แปลว่าดอกไม้มั๊ยคะ
    3.หน่าง คือคำว่า "หน้าต่าง" ใช่ไหมคะ
    4.ตระคลุบ => "ตะครุบ"
    5.สรรพางกาย => "สรรพางค์กาย" (พี่คุ้น ๆ ว่ามันมี ค์)
    6.ดำฤษณา -> "ดำกฤษณา"

    คือพี่ก็ไม่เก่งภาษาไทยเท่าไรนะคะ แต่บางคำพี่ว่ามันดูไม่ค่อยคุ้นตาน่ะค่ะ รอบนี้ที่มีสงสัยในการสะกดคำเพราะที่ผ่านมานิยายน้องหัทไม่ค่อยหลุดคำแปลก ๆ (หมายถึงการสะกดนะคะ) เท่าไหร่น่ะค่ะ แต่ครั้งนี้พออ่านแล้วมันสะดุดตาน่ะ ถ้าที่พี่ลองแก้ไขมามันมีสิ่งผิดพลาดก็ต้องขอโทษล่วงหน้าด้วยน้า...ยังไงก็สู้ ต่อไปจ้ะ ดูแลสุขภาพด้วย
    #2917
    0
  4. #2915 meaw-ja (@meaw-ja) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2553 / 22:32
    ขนาดอยู่ในคราบชายยังขนาดนี้ ถ้าแต่งหญิง คงบรรยายไม่ถูกเลยหละ
    #2915
    0
  5. #2914 Chii_Elda (@digital_lady) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2553 / 20:31
    เป็นโสมจะเครียดมั้ยนะ
    #2914
    0
  6. #2911 yuechan (@yuechan) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2553 / 08:56
    แหมๆ เกือบจะตกลง(หลุม)รักได้แล้วเชียว 555
    #2911
    0
  7. #2905 กระปุกออม (@kasinee2526) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2553 / 20:23
    นิยายสนุกมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    #2905
    0
  8. #2904 sweet (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2553 / 22:38
    อย่าหักโหมมากนัก พักเยอะๆ ทุกคนเป็นห่วงนะ
    #2904
    0
  9. #2903 SonG (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2553 / 21:09
    พักผ่อนเยาะๆนะค่ะ เป็นกำลังใจให้
    #2903
    0
  10. #2902 Love For Love (@prong_hp) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2553 / 08:35
    ไม่เป็นไรค่ะ รอได้ แต่หัทจะต้องดูแลสุขภาพดีๆนะ
    จะได้มีแรงมาแต่งให้อ่านกันต่อไป
    #2902
    0
  11. #2308 kanyanee (@kanyanee) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2552 / 20:54

    หนีเสือปะจรเข้แท้ โสมเฮ๋ย

    #2308
    0
  12. #2056 p@d@w@n (@boubou77) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2552 / 04:26
    ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! ราชันพูดมาได้ไงว่าให้โสมไปเป็นนายบําเรอ โอย...ขํา
    #2056
    0
  13. #2015 \\^o^// miNi_Mint \\^o^// (@ni_mint) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2552 / 09:38
    อืม แก้แล้วสินะคะ
    #2015
    0
  14. #1905 p17 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2553 / 16:50

    รอได้อยู่แล้วค่ะ.....น้องหัทรักษาสุขภาพให้ดีก่อนนะคะ
    เป็นห่วงค่ะ

    #1905
    0
  15. #1110 @NooNUY@ (@-NooNUY-) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2553 / 20:20
    ไม่เป็นไร ถ้าหายไปแล้วแจ้งข่าวไม่โกรธแน่ๆ

    ขอให้หายไวๆ
    รักษาสุขภาพด้วยนะ
    #1110
    0
  16. วันที่ 6 พฤษภาคม 2553 / 20:24
    รับทราบค่า  ยังรออยู่ทุกลมหายใจเข้าออกนะคะ(แหวะ เลี่ยนตัวเองจัง)  อิอิอิ
    #1109
    0
  17. #1108 ...jaka... (@jaka) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2553 / 17:40

    รอ และก็เชียร์ธรรม์เสมอนะคะ แต่งงานแล้วมาขอแต่งงานทำไม ยังค้างคาค่ะ อยากได้คู่นี้ได้ลงเอยกัน แต่คุณหัทจะหาทางออกให้ปัญหานี้ยังไงนะ อยากรู้ค่ะ ไม่เชียร์ถั่วงอกค่ะ อิอิอิ

    #1108
    0
  18. #1107 meaw-ja (@meaw-ja) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2553 / 22:00
    ไม่เป็นไร รักษาสุขภาพดีๆนะคะ อ้อ อย่าลืมออกกำลังกายด้วยนะ
    #1107
    0
  19. #1106 แสนฤทัย (@Virgo) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2553 / 21:24
    จะรออ่านนะคะ
    สู้ๆ ^^
    #1106
    0
  20. #1104 kikujung (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2553 / 19:01
    สู้ๆนะคะ
    #1104
    0
  21. #1103 ~๐*ZombiE_FullmooN*๐~ (@ammilk) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2553 / 00:07
    ทานอาหารที่มีประโยช์นก็ช่วยได้นะจ้ะ
    #1103
    0
  22. วันที่ 7 พฤษภาคม 2553 / 07:49
    อืม อย่างน้อย ๆ ก็รู้และว่าคนเขียนเราหายป่วยแล้ว และก็พร้อมมาปั่นนิยายให้เราอ่านต่อ ไม่เป็นไรจ้า รอได้ ดูแลสุขภาพตัวเองดี ๆ ก็แล้วกัน ไม่งั้นเดี๋ยวจะแย่อีก แล้วคนอ่านจะต้องรอนานกว่าเดิมนะจ๊ะ
    #1102
    0
  23. #1101 orange-candy (@orange-candy) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2553 / 09:26
     ไม่เป็นไรค่ะ เรารอได้ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #1101
    0
  24. #1100 A-L-o-h-a (@impromiss) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2553 / 20:32
    หายไว ๆ น๊า  >.<
    #1100
    0
  25. #1095 หน่อพอ (@bellity_2533) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2553 / 03:44
    หัทน้อย พักผ่อนและนอนหลับให้เพียงพอน่ะ

    เบลล์เป็นกำลังใจให้

    ส่วนเรื่องนิยาย ถึงอยากอ่านเร็วๆ ก็ไม่เป็นไร เรื่องสุขภาพสำคัญกว่าจ้า

    ตอนนี้เบลล์ก็หันมาดูแลสุขภาพตัวเองให้ดีขึ้น(กว่าเดิมนิดนึง) แล้ว

    ปล.หายป่วยเร็วๆ นะหัทน้อย สู้ๆ
    #1095
    0