จันทร์ซ่อนเงา

ตอนที่ 12 : ฝนตก (อัพแล้ว)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,182
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 62 ครั้ง
    9 ส.ค. 55

ตอนที่ ๑๒ ฝนตก

 

                โสมรอไม่นานนักธรรม์ก็กลับมาพร้อมห่อผ้าห่อใหญ่ หญิงสาวถอนมนตร์พรางกายแล้วรับเอาห่อผ้ามากางดูบนพื้นหญ้า เครื่องประดับทองหยองฝังเพชรพลอยหลายชิ้นเป็นประกายสะท้อนกับแสงอาทิตย์ที่ลอดผ่านแนวไม้มาจนแสบตา เครื่องนุ่งห่มสีน้ำเงินเข้มแค่มองผาดๆ ก็รู้ว่าเป็นผ้าเนื้อดีและปักลายอย่างวิจิตรบรรจง แน่นอนว่าราคาต้องแพงระยับ ทำให้เธอนึกสงสัยว่าคนที่ปลีกวิเวกไปสร้างเมืองอยู่อย่างลับๆ มีเงินทองมากมายได้อย่างไร

                “เดี๋ยวใช้เสร็จจะคืนให้นะ” เธอบอกแล้วหอบห่อผ้าขึ้นไปเปลี่ยนในที่อันมิดชิดแล้วจึงเดินกลับออกมาซุกเครื่องแต่งกายทหารภูตไว้ในพงหญ้า เธอร่ายอาคมบังตาเอาไว้ก่อนนั่งลงเลือกเครื่องประดับอย่างพิถีพิถัน แต่แล้วก็ต้องทำตัวแข็งทื่อเมื่อชายหนุ่มหยิบสร้อยคออ้อมมาซ้อนหลังแนบชิด ใกล้กันจนความร้อนจากเรือนกายชายหนุ่มโอบล้อมเธอ กว่าจะรู้ว่าเขาสวมสร้อยคอให้ก็ปรากฏว่าเขากำลังใส่ต่างหูให้เธอแล้ว ปลายนิ้วซึ่งสัมผัสติ่งหูนุ่มนิ่มมีความร้อนประหลาดที่แผ่ซ่านมาเกาะกุมหัวใจ น่าพิศวงที่เธอไม่รู้สึกรังเกียจแต่อย่างใด มือใหญ่ประคองข้อมือของเธอเพื่อใส่กำไลและสวมแหวนเพชรน้ำงามวงหนึ่งบนนิ้วนางข้างขวาของเธอพร้อมจุมพิตลงบนหัวแหวนและปลายนิ้ว สัมผัสนั้นของเขาได้ทิ้งอยู่บนผิวเป็นรอยจารึกที่มองไม่เห็นได้ด้วยตา

                “ชุดนี้อยู่กับข้าก็ไม่มีประโยชน์อันใด แม่หญิงเก็บไว้เถอะ” ชายหนุ่มบอกยิ้มๆ ถือโอกาสสูดดมกลิ่นกายหอมระรินบริเวณซอกคอขาวผ่อง พึงพอใจยิ่งเมื่อเห็นว่าผิวขาวนวลเริ่มระเรื่อแดงเป็นร่องรอยที่เขาตั้งใจทิ้งลมหายใจไว้               

“ก็เก็บไว้ให้ผู้หญิงของท่านไงล่ะ” หญิงสาวพูดแก้เขิน

                ธรรม์หุบยิ้มแล้วทำหน้าเคร่งขึ้นทันที ชายหนุ่มหมุนร่างเพรียวมาเผชิญหน้าตนและกุมมือบางของหญิงสาวละม้ายจะถ่ายทอดความมั่นใจให้

                “ในอดีตข้าจำต้องรับสตรีนางหนึ่งแต่งเป็นเมียเพราะบุญคุณค้ำคออยู่ ข้าไม่เคยเดือดร้อนกับมันเลยจนกระทั่งมาเจอแม่หญิง” ถ้อยคำที่เต็มไปด้วยความรู้สึกทำให้โสมชะงักงัน “หากข้ารู้เสียก่อนว่าวันหนึ่งบุญวาสนาจะนำพาให้มาเจอแม่หญิงและทำให้ต้องทูนหัวใจทั้งดวงให้แม่หญิงแล้ว ในวันนั้นแม้จะต้องถูกตราหน้าว่าอกตัญญูข้าก็จะไม่ยอมแต่งงานกับนางเด็ดขาด”

                ชายหนุ่มจ้องลึกลงไปในดวงตาของหญิงสาว เขารวบร่างหอมระรินเข้ามาสวมกอดราวกับประคองดวงแก้วอันล้ำค่า ซุกใบหน้าลงบนกลุ่มผมนุ่มสลวยด้วยอารมณ์อันอ่อนหวานลึกซึ้งที่แฝงไปด้วยความรวดร้าวใจ “ข้าเลวนักที่ทำให้แม่หญิงต้องเสียใจ ข้า... ข้าจะทำอย่างไรดีเพื่อที่จะถนอมแม่หญิงไว้ได้”

                โสมยืนนิ่งในอ้อมแขนที่อบอุ่น ในใจบอกตัวเองว่าเกิดมาไม่คิดที่จะทำลายครอบครัวใคร ถ้าเธอจะหวังเกินกว่านั้นคงต้องตัดใจเพราะเธอจะไม่ยอมรับความรักที่เห็นจุดจบชัดแจ้งว่าเต็มไปด้วยความขื่นขมอกตรมและต้องทำลายชีวิตครอบครัวของคนอื่นไว้แน่

                “ฉันกับท่านยืนอยู่คนละข้างกันและอยู่ในสถานภาพที่ฉันไม่อาจหักใจสานต่อความสัมพันธ์ได้ เรา...” หญิงสาวกลืนน้ำลายที่ขมปร่า สัมผัสได้ว่าอ้อมแขนแข็งแกร่งรัดร่างเธอแน่นขึ้น “เรา... ยุติมันก่อนที่จะถอนตัวไม่ได้เถอะนะ อย่าร่วมกันสร้างเวรกรรมกับผู้หญิงที่เป็นเมียของท่านเลย”

                “อย่าเพิ่งตัดรอนข้าเลย” เสียงที่กระซิบอยู่ข้างหูของเธอแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดใจ “ข้าขอสาบานว่าจะไม่ให้เกียรติของแม่หญิงต้องหมองมัวด้วยเหตุที่แม่หญิงกังวลอยู่แน่นอน”

                “ท่านจะทำอะไร” โสม เกรงว่าธรรม์จะคิดการบางอย่างที่ทำให้เธอต้องผิดศีลธรรม “ขอบอกไว้ว่า ฉันไม่มั่นใจว่าความรู้สึกของฉันที่มีต่อท่านจะเป็นเหมือนอย่างที่ท่านต้องการหรือเปล่าเพราะฉะนั้นอย่าคิดทำอะไรที่จะทำให้ท่าน เมียของท่านและตัวของฉันต้องเสียใจภายหลังเลยนะ”

                “เรื่องนั้นไม่ใช่สิ่งที่แม่หญิงควรกังวล” ธรรม์บอกด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและหนักแน่น ชายหนุ่มคลายอ้อมแขนแล้วเดินมุ่งหน้าเข้าเมือง “วันนี้แม่หญิงต้องไปเป็นเพื่อนข้าตามที่แม่หญิงรับปากเอาไว้ แม่หญิงเคยเดินเที่ยวตลาดแล้วหรือยัง”

                “เอ้อ... ฉันไม่ค่อยมีเวลาเที่ยวหรอก” หญิงสาวตอบด้วยความมึนงง เขาเปลี่ยนเรื่องปุบปับจนเธอตามไม่ทัน

“ข้าจะพาแม่หญิงไปเที่ยวให้ทั่ว” ชายหนุ่มหันมายิ้มกระจ่าง ดวงตาดำขลับเป็นประกายล้อแสงแดด เขาดูสว่างไสวจนดวงตาของเธอพร่ามัว

                เสียงหัวเราะของชายหนุ่มทำให้โลกสดใสเบิกบานกว่าทุกวันจนหญิงสาวรู้สึกได้ ต้นไม้ทุกต้นที่เขาเดินผ่าน ดอกไม้ทุกดอก ก้อนเมฆทุกก้อน และชีวิตทุกชีวิตดูวิเศษมากกว่าที่มันเคยเป็น เธอเดินติดตามเขาไปโดยง่ายราวกับหัวใจได้ปลิดปลิวไปอยู่กับเขาเสียแล้ว แผ่นหลังของเขาทำให้เกิดความรู้สึกบางอย่างที่ตื้นตัน แต่น่าเสียดายที่ความสัมพันธ์ของเธอและเขาคงไม่มีทางดำเนินไปได้ไกลกว่าที่เป็นอยู่นี้

เมื่อเขาหันมาหาเธออีกครั้งด้วยใบหน้าอันสดชื่นแจ่มใสนั้น มีบางสิ่งบางอย่างในอกของเธอลั่นดังเปรื่อง ดวงตาของเขาหม่นแสงลงพร้อมรอยยิ้มที่ลดเหลือเพียงความอดกลั้น ชั่วครู่เดียวดวงตาคู่นั้นก็สว่างไสวขึ้นมาอีกครั้งพร้อมรอยยิ้มอ่อนหวานเอาใจ เขาพาเธอไปเที่ยวทั่วตลาด ได้ชมข้าวของเครื่องใช้แปลกๆ หลายอย่าง ได้ชิมอาหารมากมาย ยิ่งเขาพาไปทุกซอกทุกมุม ทั้งทางลัดและทางลับ ผลที่ได้ตามมาก็คือเธอรู้ทางหนีทีไล่ที่นี่และรู้ว่าจะหาอะไรได้จากที่ไหนบ้าง

                “ท่านพาฉันเที่ยวไปทั่วแล้ว แต่มีที่หนึ่งฉันยังไม่เคยไปและหวังว่าท่านจะพาฉันไปเปิดหูเปิดตาด้วย”

                “คงไม่ได้หมายถึงสถานที่บุรุษชอบไปหรอกนะ” ชายหนุ่มตีหน้าเคร่งเพราะระแวงในนิสัยอันแปลกประหลาดของนางนัก หญิงสาวทำท่าจะหัวเราะก๊าก แต่ยังเห็นแก่ที่ปลอมตัวเป็นผู้หญิง... เอ่อ... เห็นแก่ที่แต่งตัวเป็นผู้หญิงเลยหัวเราะคิกคักเบาๆ แบบที่คิดว่าดูมีจริตจะก้าน

                “ที่นั่นก็เคยไปมาแล้ว แหม... สาวสวยน่ารักทั้งนั้น” เธอบอกด้วยท่าทางเจ้าชู้กรุ้มกริ่ม พอเห็นอีกฝ่ายจะเปิดปากขึ้นกัณฑ์เทศน์เลยรีบพูดขัด “แต่ที่พูดถึงนี่ฉันอยากไปบ่อนต่างหากล่ะ”

                “แม่หญิงไม่ควรไปที่แบบนั้น” เขาค้านเสียงเข้มแต่เธอจะกลัวก็หาไม่ 

                “ถึงท่านไม่พาไป วันอื่นฉันก็ต้องหาทางไปคนเดียวอยู่ดี” เธอบอกยิ้มๆ หยิบขนมเรไรในกระทงใบเตยที่ตนถืออยู่มือหนึ่งใส่ปาก “ถ้าท่านไม่พาฉันไปบ่อนวันนี้ ก็พาไปเที่ยวที่อื่นก่อนก็ได้ ฉันไม่ทำให้ท่านลำบากใจหรอก”

                ธรรม์อึกอักอยู่ในลำคอด้วยความกลัดกลุ้ม มองหญิงสาวที่ตนผูกจิตสมัครรักใคร่กึ่งขบขันกึ่งระอา ทั้งดินแดนแห่งนี้คงมีนางเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ทำให้เขาหัวหมุน อีกทั้งนางยังเจ้าแผนการเจ้าความคิดหาวิธีร้องขอให้ได้ในสิ่งที่ตนต้องการอย่างที่เขาไม่อยากปฏิเสธเลยแม้สักคำขอเดียวอีกด้วย ได้รักนางในวันนี้ถือว่าทำให้ชีวิตของเขามีสีสันและเป็นสุขยิ่งกว่าที่แล้วมามากนัก

                “ข้าจะพาแม่หญิงไปเอง” ชายหนุ่มถอยหายใจอย่างยอมแพ้ เขาพาเดินลดเลี้ยวผ่านตรอกซอกซอยที่สิ่งแวดล้อมดูอึมครึมมากขึ้นทุกที มีทั้งขี้เหล้า คนเมายา หญิงกร้านโลก คนท่าทางสกปรกมอมแมม เสียงด่าทอและเสียงร้องโหยหวนแปลกประหลาด แต่ทุกสายตาอันน่ากลัวจับจ้องเธอราวกับเป็นเหยื่ออันโอชะ

                “อยู่ใกล้ๆ ข้าเข้าไว้” ชายหนุ่มพูดเสียงขรึม สีหน้าเย็นชาและดูทะมึนผิดไปจากปกติ เขาพาเธอผ่านคนเหล่านั้นอย่างสะดวก แต่แล้วเมื่อจะเลี้ยวเข้าตรอกกลับมีร่างเล็กร่างหนึ่งกระเด็นมาล้มลุกคลุกคลานอยู่ต่อหน้า

                เด็กชายสกปรกมอมแมมและยับเยินด้วยบาดแผลเต็มตัว เด็กหญิงที่โตกว่าเล็กน้อยซึ่งมีสภาพไม่ต่างกันรีบถลาออกจากเรือนที่เด็กชายลอยออกมา เสียงแหลมเล็กกรีดร้องเรียกเด็กชายด้วยความเสียขวัญและตามด้วยเสียงร้องโหยหวนของเด็กหลายคนในเรือนที่ถูกขู่กรรโชกและมีเสียงการรุมทำร้าย หญิงสาวคิดภาพออกเลยว่าเรือนด้านในสถานการณ์เป็นเช่นไร นึกอยากจะแล่นเข้าไปจัดการนัก แต่ธรรม์รีบดึงเธอไว้อย่างรู้ทัน สีหน้าของเขาเย็นชาจนเหมือนปีศาจเลือดเย็นเมื่อชายฉกรรจ์คนหนึ่งเดินปึงปังออกมาจิกหัวเด็กชายและเด็กหญิงโยนโครมกลับเข้าไปในเรือน ครั้นทำท่าจะมาหาเรื่องผู้ผ่านมาก็ชะงักเมื่อเห็นสีหน้าของชายหนุ่มก่อนจะรีบหันหลังกลับเรือนไป หญิงสาวทำท่าจะอ้าปากพูดแต่ถูกชายหนุ่มดันให้เดินผ่านไปโดยเร็ว

“ท่านปล่อยไปได้ยังไง เด็กพวกนั้นน่ะ...”

“เป็นซ่องคนของทางการไงล่ะ” ชายหนุ่มตอบอย่างเย็นชาจนหญิงสาวหนาวเยือก “เด็กพวกนั้นคือโสเภณีที่มีไว้บริการพวกวิปริต ถ้าเชื่องก็จะกินดีอยู่ดีบ้าง แต่ถ้าไม่เชื่องก็จะมีสภาพอย่างที่แม่หญิงเห็น”

“คนของทางการงั้นหรือ... มันเป็นใคร!” เธอกระซิบถามเสียงเหี้ยมเกรียม

“ราชันไพรสัณฑ์ทรงรู้ทุกอย่าง” ชายหนุ่มบอกเสียงเรียบเย็น แต่เมื่อเห็นสีหน้าเหี้ยมเกรียมของหญิงสาวก็ชะงักก่อนถอนหายใจแล้วพาเดินไปที่บ่อนโดยเร็ว “สถานที่นี้อโคจรยิ่ง แม่หญิงคงได้ประจักษ์แล้วว่าไม่ควรมาคนเดียว หากไม่เป็นห่วงตัวเองก็ได้โปรดคำนึงถึงข้าที่เป็นห่วงความปลอดภัยของแม่หญิงจนวิตกกังวลด้วยเถิด”

“ฉันจะพยายามก็แล้วกัน” หญิงสาวตอบแบ่งรับแบ่งสู้ ปรับสีหน้าให้เป็นปกติได้อย่างรวดเร็วจนชายหนุ่มเห็นแล้วหน้าผิดสีไป “ถึงแล้วใช่ไหมล่ะ เข้าไปกันเถอะ แหม... น่าตื่นเต้นดีจัง”

เมื่อเธอก้าวเข้าไปด้วยสีหน้าระรื่น ทุกสายตามองมายังเธอด้วยแววตาน่ากลัว ใบหน้าดำทะมึนไม่สบอารมณ์จนเหมือนจะเข้ามาทำร้ายได้ทุกนาที เธอจึงขยับเข้าไปใกล้ธรรม์อีกนิดแล้วเกาะชายเสื้อเขาเอาไว้ ดวงตาหลายคู่จึงค่อยๆ เบือนกลับไปและบรรยากาศอึกทึกก็กลับมาอีกครั้ง เธอสามารถเดินไปทั่วได้โดยมีชายหนุ่มเป็นนายอารักขาชนิดไม่มีใครกล้าเข้ามาใกล้ แม้จะมีสายตาไม่เป็นมิตรบางคู่จับจ้องอยู่เนืองๆ ก็ตาม

“ให้ฉันลองเล่นดูบ้างสิ แค่น้ำเต้าปูปลากับกำถั่วก็ยังดี” โสมถูไม้ถูมือ พรข้อที่หนึ่งที่แม่หญิงจันทรวดีให้เธอมาจะได้ใช้ก็งานนี้ รับรองเธอกอบโกยเงินเป็นถุงเป็นถังชดเชยให้ธรรม์ได้แน่

“ไม่เหมาะกระมังแม่หญิง” ธรรม์ถอนหายใจ พยายามไม่สบตากับคนที่ส่งแววตาอ้อนวอนเพื่อไม่ให้ใจอ่อน

“งั้นท่านรออยู่ตรงนี้ ฉันจะไปวงน้ำเต้าปูปลา” หญิงสาวหันหลังเดินไปดื้อๆ แล้วเธอก็ต้องลอบหัวเราะขบขันเมื่อได้ยินเสียงถอนหายใจเฮือกๆ ของคนที่เดินตามอารักขา ทุกคนในวงทำท่าจะไม่ให้เธอร่วมเล่นและจะอ้าปากตะเพิดในคราแรก แต่เมื่อโสมเทถุงเบี้ยของตนลงจนหมดเป็นจำนวนไม่น้อยเลยจึงสามารถอุดปากเอาไว้ได้

เจ้ามือรับแทงทั้งหน้าหงิก หญิงสาวไม่แคร์และแสร้งเมินไม่สนใจแผ่นกระดาน หันไปชะโงกผ่านไหล่กว้างของธรรม์ที่ยืนซ้อนอยู่ข้างหลังปักหลั่นราวกับจะไม่ให้ใครได้เข้าใกล้เธอได้ จนกระทั่งธรรม์ทำสีหน้าพิลึกแล้วสะกิดให้เธอหันกลับไปจึงได้ประจักษ์ชัดว่าตนชนะพนัน เจ้ามือมีสีหน้าบึ้งตึง แต่โสมยิ้มแป้นแล้นแล้วหันไปถามคนข้างหลังคล้ายจะเยาะทุกคนในวงว่า

“อย่างนี้ฉันได้เท่าไหร่น่ะ”

“ห้าเท่า” หญิงสาวหัวเราะคิกคัก ตบมือดีใจ แล้วกอบเอาจำนวนห้าเท่าของที่ได้แทงลงไปมาไว้กับตน

“ว้า... เก็บไม่หมด ท่านช่วยฉันเก็บไว้หน่อยสิ เอาถุงของท่านมา” เธอไม่รอให้เขาหยิบมาให้เพราะทันทีที่พูดจบเธอก็ปลดถุงใส่เบี้ยของเขามาโกยเบี้ยเข้าเก็บจนแน่นถุงแล้วจึงส่งคืน

“แม่หญิง” ธรรม์กระซิบเรียกให้หันมาฟัง “แม่หญิงเคยเล่นมาก่อนหรือ”

“เปล๊า” โสมปฏิเสธเสียงสูง พ่อพฤกษ์ของเธอเข้มงวดจะตาย อบายมุขมัวเมาที่ท่านยอมให้เธอสัมผัสได้ก็มีแต่สุราเมรัยเท่านั้นด้วยเหตุผลว่าจะได้ไม่โดนคนเขามอมเหล้า “ฉันแค่รู้ๆ มาบ้างว่าเล่นยังไง แต่เพิ่งลองเล่นจริงเป็นครั้งแรกนี่แหละ”

บทสรุปของการเล่นพนันครั้งแรกของโสม พยัคฆ์ดำรงก็คือถุงเบี้ยที่เต็มล้นจนต้องหาผ้ามาห่อกลับ ธรรม์ยิ้มอ่อนอกอ่อนใจให้กับโสมที่เดินลอยนวลออกมาจากบ่อนด้วยอารมณ์ดี ชายหนุ่มเดินประชิดกายหญิงสาวอย่างปกป้องพลางเหลือบสังเกตสีหน้าและแววตาของนางเมื่อต้องเดินผ่านเรือนโสเภณีเด็กอีกครั้งแต่นางกลับไม่เปลี่ยนสีหน้าสักนิด แม้ว่าเสียงร้องทุรนทุรายโหยหวนของเด็กเหล่านั้นจะดังออกมาให้ได้ยินก็ตาม จนเขาอดคิดไม่ได้ว่านางช่างเป็นสตรีที่มีหัวใจประดุจบ่อน้ำใสอะไรเช่นนี้ ความใสที่เห็นลวงตาว่าตื้นเขิน แท้จริงกลับลึกสุดคาดนัก!

ยามนี้โพล้เพล้เต็มทน ท้องฟ้าแดงฉานเมื่อตะวันยอแสงเกือบลับฟ้า หมู่นกกาเริ่มบินกลับสู่รังนอน ตลาดวายไปนานแล้ว ถนนที่เคยเต็มไปด้วยผู้คนมากมายเริ่มซาผู้คน ชายหนุ่มเหลือบมองดวงหน้างามที่ถูกอาบด้วยแสงตะวัน ดวงตาที่เคยแพรวพราวละม้ายดวงดาวบัดนี้กลับมืดสนิทราวหลุมลึกและตาขาวอาบเป็นสีแดงฉาน นางเหมือนภูตสาวกระหายเลือดที่แสนเยียบเย็นจนใจเขาหนาวเยือก

“แม่หญิงคิดอันใดอยู่” ธรรม์กระซิบถาม

“ฉันคิดว่ารู้แล้วว่าท่านเอาเงินมาจากไหนมากมายน่ะสิ”

“หืม?” ชายหนุ่มเลิกคิ้วแปลกใจ

“บ่อนนั่นน่ะของท่านใช่ไหมล่ะ” หญิงสาวพูดเรื่อยๆ ขณะหันไปมองทาง “ผู้หญิงที่ไปในที่แบบนั้นถึงยังไงก็ต้องถูกจับโยนออกมาอยู่แล้ว เว้นแต่ว่าคนที่ติดตามฉันมาจะใหญ่จริง อีกทั้งฉันสังเกตมาตลอดว่าแม้เจ้ามือทุกคนจะถลึงตาใส่ฉันแต่ก็เกรงอกเกรงใจท่านมาก และหากท่านไม่ใช่เจ้าของบ่อน ตัวฉันที่หอบผลประโยชน์จำนวนมหาศาลของบ่อนออกมาเดินในที่เปลี่ยวร้างผู้คนแบบนี้ก็ต้องโดนคนของบ่อนดักปล้นคืนไปนานแล้ว”

ธรรม์มองโสมอย่างนิ่งงัน ความเงียบเข้าปกคลุมคนทั้งสองอยู่นาน จนในที่สุดชายหนุ่มก็เปิดปากพูด

“แม่หญิงคาดการณ์ไว้ก่อนแล้วรึ จึงได้ขอให้ข้าพาไปบ่อน”

“เปล่าหรอก มันบังเอิญมากกว่า” เธอเงยหน้าขึ้นมาตอบยิ้มๆ แต่ทำให้ผู้มองต้องสะทกสะท้านเป็นรอบที่เท่าไรก็จำไม่ได้ “แล้วบ่อนนี่คงไม่ใช่ที่เดียวหรอก ท่านยังมีร้านขายยาด้วย”

“ทำไมแม่หญิงถึงรู้”

“ผ้าขาวม้าของท่านมีกลิ่นยาสมุนไพรอยู่หลายชนิด” เธอตอบ “บางครั้งตอนที่ท่านเข้ามาใกล้ฉัน ฉันก็มักจะได้กลิ่นตัวยาฉุนๆ ที่กลิ่นกำยานกลบไม่ได้”

“... ดีเหลือเกินที่ข้าไม่คิดเป็นศัตรูกับแม่หญิง” เขาพูดอย่างจริงใจ

“ที่จริงแล้วฉันแค่สงสัยแต่ไม่แน่ใจเลยมาหลอกถามท่านนะ ท่านเองต่างหากที่ยอมรับมาเสียหมด” โสมหัวเราะราวกับเป็นเรื่องตลก แต่ธรรม์กลับหน้าเปลี่ยนสีไปวูบหนึ่ง ก่อนจะคลายลงเป็นยอมแพ้และอ่อนใจ เหนือสิ่งอื่นใดเขาไม่โกรธแม้สักนิดเดียวเพราะนางเป็นคนที่เขารัก ถึงเช่นไรเขาก็มองว่านางน่าเอ็นดูอยู่นั่นเอง “ส่วนที่เล่นได้มาน่ะท่านเอาไปเถอะ ฉันไม่ต้องการเลย”

“แต่แม่หญิงสมควรได้มัน” ธรรม์ท้วงเสียงอ่อน แล้วสัพยอกหยอกเย้าว่า “แต่อย่ามาถลุงที่บ่อนของข้าบ่อยนักล่ะ มิเช่นนั้นข้าคงขาดทุนเพราะดวงของแม่หญิงข่มดวงเจ้ามือทุกคนเสียราบ”

“ฉันจะไม่เล่นพนันถ้าไม่เข้าตาจนจริงๆ” โสมหัวเราะ “แต่ฉันไม่สามารถรับเอาไว้ได้จริงๆ ฉันไม่ยอมรับอะไรจากท่านที่มีค่าน้อยกว่าสิ่งที่ท่านมอบให้ฉันตลอดทั้งวันนี้หรอก”

ธรรม์สูดลมหายใจเข้าอก ตื้นตันจนไม่อาจหาคำพูดมาเอื้อนเอ่ย มือใหญ่ฉวยมือเล็กกว่าจับจูงเดินไปข้างหน้าอันไร้จุดหมายด้วยกัน ต่างคนต่างไม่พูดอะไร เพียงแต่ซึมซับเอาอารมณ์ลึกซึ้งอันละเอียดอ่อนระหว่างกันอย่างเงียบงัน จนกระทั่งสุดเส้นทางโสมจึงดึงมือออกแล้วพูดว่า

“วันนี้ฉันสนุกมาก แต่เราต้องแยกทางกันตรงนี้แล้วล่ะ”

“แม่หญิงจะไปเอาเครื่องแบบทหารที่ซ่อนเอาไว้ใช่หรือไม่ ให้ข้าไปส่งเถอะ” ธรรม์เพ่งมองสีหน้าและแววตาของโสมผ่านความมืดเมื่อตะวันลับลาไปแล้ว แต่ก็ไม่เห็นอะไรมากไปกว่าแสงแวววามจากดวงตาของนาง

“ไม่ต้องหรอก ท่านยังต้องไปทำธุระของท่านนี่นะ เราเดินไปทางเดียวกันไม่ได้หรอก” หญิงสาวบอกด้วยน้ำเสียงอันยากจะคาดเดาอารมณ์ แต่คนฟังรู้สึกใจหายวูบโหวง ต้องสูดลมหายใจเข้าแรงเพื่อยืนยันว่าตนยังมีหัวใจอยู่ “ฉันไปล่ะ”

หญิงสาวหันหลังก้าวได้เพียงสามก้าว แขนก็ถูกดึงรั้งเอาไว้ด้วยมือใหญ่อันร้อนระอุ สรรพเสียงพากันเงียบราวกับโลกได้ดับสูญลงเสียแล้ว เธอผ่อนลมหายใจอันบางเบาออกจากอกหันกลับไปหาเขาด้วยรอยยิ้ม ครั้นเห็นสีหน้าของเขาแล้วพลันรู้สึกคล้ายมีบางสิ่งบางอย่างบีบคั้นดวงใจจนต้องกัดปากเพื่ออดกลั้นความเจ็บปวดนั้นไว้ แต่เพียงชั่วครู่ก็เกลื่อนสีหน้านั้นให้สลายไปแทนที่ด้วยรอยยิ้มสว่างไสว

“ฝนตกนะ”

มือที่กุมแขนเรียวกำแน่นขึ้น เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมองฟ้า มีบางสิ่งสะท้อนเลื่อมพรายตกลงที่หางตา แล้วเขาก็ต้องก้มลงมองเมื่อนางที่กำลังปลดมือของเขาออกอย่างนุ่มนวลก่อนหันหลังเดินจากไปในความมืดมิด ทิ้งคำปลอบโยนสุดท้ายและรอยสัมผัสที่อ่อนหวานแต่ก็แสนจะ... เจ็บปวด เอาไว้ที่หัวใจของเขา

“แต่เดี๋ยวมันก็หยุดแล้ว... อีกไม่นาน”

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 62 ครั้ง

4,215 ความคิดเห็น

  1. #4212 Kittttttttie (@studentgroup153) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2559 / 18:32
    #ทีมธรรม์ ถูกจริตกับผชแนวนี้มากก ไม่น่ามีเมียแล้วเลย งอน
    #4212
    0
  2. #4210 รุ้งวลี (@lugvle) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2557 / 12:53
    กร๊ากๆๆๆราชันกลายเป็นใบเสียแล้ว
    #4210
    0
  3. #4209 รุ้งวลี (@lugvle) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2557 / 12:51
    โสมนายมันเทพนักจีบชัดๆ
    #4209
    0
  4. #4172 เมมฟิส (@tiks) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 กันยายน 2555 / 11:17
    เศร้าธรรม์ไม่น่ามีเมียเลย  โสมตัดใจก่อนที่ทุกอย่างจะเกินเลยไปมากกว่านี้  เศร้าสุดๆ
    #4172
    0
  5. วันที่ 30 เมษายน 2553 / 22:22
    ตอนนี้ออกแนวหวานซึ้งค่ะ
    แต่ก็ยังเชียร์เจ้าถั่วงอกไม่เสื่อมคลายนะคะ
    เจ้าถั่วงอก สู้ๆ ^^//
    #2899
    0
  6. #2898 SUPHAP@RN (@S_Samatan) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 เมษายน 2553 / 01:18

    กรี๊ดดดดดดดดดดด......

    ค้างงง

    แทบจะทุบโต๊ะคอมพ์ปึงๆปังๆให้หายค้าง

    เป็นกำลังใจให้พี่หัทยาวดีมีพลังปั่นนิยายนะค๊า

    #2898
    0
  7. #2892 monkee_k (@kinnovesleetom) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 เมษายน 2553 / 20:48

    โอเค  รู้สึกว่าพล็อตนี้โอเคนะ

    สนุกดี  แต่มีความรู้สึกว่า  ไหงตาธรรม์ได้บทเด่นไปคนเดียว

    แล้วตาถั่วงอกล่าาา

    เค้าแอบเชียร์เล็กๆ  ฮ่าๆ

    รอคอยตอนต่อไปๆคะ

    #2892
    0
  8. #2891 ~Angel Rainbow~ (@Angel-Rainbow) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 เมษายน 2553 / 18:23
    โอ๊ย บทนี้ธรรม์ได้ใจไปเต็มๆเลย
    แต่ไงก้อเชียร์เจ้าถั่วงอกอยู่ดี

    ปล. รู้สึกว่าพอรีไรต์พล๊อตแล้วดีขึ้นกว่าเดิมเยอะเลยค่ะ
    เรื่องดูกระชับขึ้น รู้สึกสนุกกว่าเดิมอีก

    ปลล. มาต่อเร็วๆนะคะ
    #2891
    0
  9. #2890 ~๐*ZombiE_FullmooN*๐~ (@ammilk) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 เมษายน 2553 / 10:55
    อยากให้ความรู้สึกของโสมกับเจ้าถั่วงอกมันชัดเจนอีกนิดอะค่ะ จะให้มันเหมือนกึ่งรักสามเส้าหรืออะไรยังไงก็ชัดๆอีกนิดเนอะ

    ปล.ธรรม์ เท๊เท่
    #2890
    0
  10. วันที่ 29 เมษายน 2553 / 10:32

    มันจะลงเอยยังไงกันล่ะเนี่ย

    #2889
    0
  11. #2888 feather stars (@feathernutty) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 เมษายน 2553 / 00:34
    โอ้ววววว ธรรม์ หวานซะ ใครจะไม่ใจละลายบ้างเนี้ย นี่แหละ ถึงหลงรักธรรม์นักหนา

    เจ้าหนูโสม ตกหลุมรักหนุ่มซะงั้น ตาถั่วงอกหัวโต จะทำยังไงเนี้ย ในขณะที่ความรู้สึกยังครึ่ง ๆ กลาง ๆ

    น้องหัทคะ พี่ว่า ชื่อตอน มันแปร่ง ๆ นะ มันฟังขัด ๆ กันกับตอนที่ผ่านมาทั้งหมด

    เหมือนอยู่คนละยุค แต่ก็เป็นแค่การแสดงความคิดเห็นนะคะ ไม่ได้ตำหนิติเตียนอะไร

    ยังไงก็รอตอนต่อไปค่ะ ถ้าธรรม์ได้เป็นพระเอก คงได้รำแก้บนแน่ ๆ คริคริ
    #2888
    0
  12. #2887 Thun (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 เมษายน 2553 / 23:57
    ง่า T^T เศร้าจังเลยค่ะ ชอบธรรม์ากๆ เชียรธรรม์



    แต่ดูท่าแล้ว คงเป็นได้เเค่พระรอง งานนี้ตาถั่วงอกเป็นพระเอกเเน่ๆเลย



    ps ชอบตอนนี้มากๆเลยค่ะ หวานซ้า ~
    #2887
    0
  13. #2884 meaw-ja (@meaw-ja) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 เมษายน 2553 / 17:12
    งานนี้ราชันจะอกหักเรอะ?? เอ แต่ราชันย์ยังไม่รู้ตัวจริงของโสมนี่เนอะ
    #2884
    0
  14. #2883 oily (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 เมษายน 2553 / 13:54
    โสมกับธรรม์น่าสงสารจังเลยนะ

    คิดว่าราชันย์ถั่วงอกน่าจะเป็นพระเอกนะถึงแม้่ว่า

    ตอนนี้โสมจะมีใจให้ธรรม์
    #2883
    0
  15. #2882 โอลด์โรส (@lekouy) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 เมษายน 2553 / 13:11
    คุณหัทขา พี่ขอถามนิดนึง
    ตกลงนางเอกผิวสีน้ำผึ้งหรือผิวขาวนวลอะจ๊ะ
    อ่านไปอ่านมาพี่ชักงงๆ
    พลอตใหม่เข้มข้นกว่าเดิมเยอะเลย สู้ๆๆ นะคะ
    #2882
    0
  16. วันที่ 28 เมษายน 2553 / 12:21
    น้องธรรม์ชื่อเดียวกับนางเอกแต่ว่าท่าจะชั่วร้ายยังไงไม่รู้ แล้วซ่องของทางการเร๊อะ แบบนี้โสมจะจัดการยังไงเนี่ย แบบนี้มันต้องถอนอ่ะป่าว จะรออ่านตอนต่อไปนะคะ สู้ๆจ้า
    #2881
    0
  17. #2880 tamora (@tamora) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 เมษายน 2553 / 12:07
    ง่ะ สรุปแล้ว โสมคงไม่ได้คู่กับธรรม์หลอกนะ ก็มีเมียแล้วนี่นา
    แต่ว่าทำไมดูเหมือนมีใจให้ธรรม์มากกว่ามีใจให้กับราชันไพรสันล่ะ
    แล้วนี่ ธรรม์คงไม่ได้รีบกลับเมืองไปหย่าเมียมาแต่งกับโสมหรอกนะ
    #2880
    0
  18. #2879 yuechan (@yuechan) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 เมษายน 2553 / 10:40

    อ้าว เจ้าถั่วงอกอกหักรักตุ้ดงั้นเรอะงวดนี้ สงสารโสมกับเจ้าธรรมเหมือนกันแหะ

    #2879
    0
  19. #2878 เจ้นจ้า!!! (@slimpigeon888) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 เมษายน 2553 / 10:29

    เอ่อ......... จะเม้นว่าไรดีหนอ.......

    คือว่า... พล็อตใหม่ก็สนุกค่ะ...

    แต่ว่า... เราชอบธรรม์คนเดิมอ่ะ... 

    คนใหม่นี้พี่แกเมียแล้ว... แถมขี้เล่นมากกว่าเดิมอีก

    แต่ไม่ต้องใส่ใจหรอกค่ะ... นี่เป็นแค่ความคิดเห็นส่วนตัวของรีดเดอร์เอง

    ยังไงก็แต่งต่อไปนะคะ... จะติดตามเป็นกำลังใจให้ค่ะ!

    加油!!!

    #2878
    0
  20. #2877 Joelle (@joelle) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 เมษายน 2553 / 07:27
    ง่า ตกลงแม่หณิงโสมของเราชอบใครกันแน่เนี่ย? อยากรู้ๆ มาต่อไวไวน้าาาาาาาาาา
    #2877
    0
  21. #1779 taresia (@taresia) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2552 / 19:57
    โอย ตอนนี้อยากจะหัวเราะให้ท้องแตกตาย
    ตอนแรกผู้ชายพวกนั้นคงเห็น "แขไข" เป็นลูกเจี๊ยบล่ะสิท่า
    ตอนนี้คงเปลี่ยนความคิด เพราะลูกเจี๊ยบถอดคราบกลายเป็นนางสิงห์ไปแล้ว
    โอย สะใจจริงๆ อยากอ่านตอนต่อไปเร็วๆชะมัด
    ราชันไพสัณฑ์จะรู้ไหมหนอว่าแขไขกับโสมที่จริงแล้วเป็นคนเดียวกัน
    เพราะเสียงตวาดนั่นแหละ โคตรเด่นเลย
    #1779
    0
  22. #1774 artista (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2552 / 21:34
    เนื้อเรื่องสนุกสนานเช่นเดิม ไม่เคยทำให้ผิดหวังอยู่แล้ว ^-^



    แต่ขอสุมานักๆ เถอะเจ้า คุณหัท...(หลุดคำเมืองออกมาแล้ว)

    คำว่า "ตอ-แหล" ของคุณหัทมันฟังดูพิกลไงก็ไม่รู้ จริงๆ นะ

    แล้วเห็นย้ำตั้งหลายครั้ง เลยแอบคิดว่าคุณหัทไปโกรธใครมา แล้วมาระบายอารมณ์ในนิยายรึเปล่า

    ช่วยหาคำอื่นเถอะนะคะ มันจะอ่านรื่นหูรื่นตามากกว่านี้นะ เราว่า

    นี่เป็นการเสนอความคิดเห็นนะคะ อย่าโกรธกันเน้อ...
    #1774
    0
  23. #1773 แม่หมู (@nok1977) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2552 / 01:14
    กรี๊ดดดด...น้ำกลิ้งบนใบบัวจริงๆ โสมชั่งกะล่อนนัก อุแม่เจ้า...ยังจะไป...เย้าแหย่ เจ้าถั่วงอกอีก...นะคนเรา สาุธุ...ขอให้เจ้าถั่วงอกจับไต๋ได้ด้วยเถอะ...โอ้มมมม....เพี้ยงงง....
    #1773
    0
  24. #1772 หมูดำ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2552 / 19:57
    เออนะ นางเอกของเรา แค่นี้ยังวุ่นวายไม่พอ ยังจะกลับไปยั่วราชันย์ถั่วงอกอีก



    เด๋วเกิดถูกกักตัวไว้กลับมาไม่ได้ ต้องวุ่นวายตามหาแม่แขไขกันให้วุ่นอีก



    เชื่อมะ...เด๋วตาราชันย์ถั่วงอกต้องชวนราชองค์รักษ์โสม ไปยลโฉมแม่หญิงแขไข แน่นอน เชื่อดิ



    ตอนนี้นางเอกของเราก็ไป 3 บทบาทแล้ว ทั้งราชองค์รักษ์โสม เมียท่านโสม แม่หญิงแขไข



    เหนื่อยแทนนางเอกของเราไหมนี่....



    #1772
    0
  25. #1098 sweet (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2553 / 21:39
    น่าสงสารๆรักที่ไม่สมหวังทำไงได้มาช้ากว่าเขานิเนอะ แล้วอย่างนี้จะเจ็บปวดไปถึงเมื่อไรเนี่ย คนอ่านเศร้า
    #1098
    0